ComSiam Service
มาตรฐานสีสายไฟเบอร์ออฟติก 12 Core เรียงอย่างไร? ตามระบบรหัสสี TIA-598 ลำดับสีของเส้นใยแก้วนำแสง 12 Core คือ น้ำเงิน ส้ม เขียว น้ำตาล เทา ขาว แดง ดำ เหลือง ม่วง ชมพู และฟ้าอ่อน ซึ่งเป็นลำดับที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในระบบ Fiber Optic ทั้งงาน Backbone, FTTH, ODF และ Splice Closure
การรู้ลำดับสีช่วยให้ช่างติดตั้งระบุหมายเลข Core ก่อน Fusion Splicing ตรวจสอบการเชื่อมต่อสาย และจัดเรียงเส้นใยภายใน Splice Tray ได้อย่างถูกต้อง
สำหรับสายที่มีมากกว่า 12 Core เช่น 24, 48, 96 และ 144 Core ต้องตรวจทั้งสี Buffer Tube และสี Fiber ภายใน Tube เนื่องจากลำดับสีสามารถเริ่มใหม่ในแต่ละกลุ่มได้
ข้อสำคัญคือ สี Core ไม่ได้ยืนยันหมายเลขเส้นใยทั้งสายโดยลำพัง โดยเฉพาะสายที่มีหลาย Tube หรือใช้สีซ้ำพร้อมแถบระบุเพิ่มเติม ต้องตรวจโครงสร้างสายและข้อมูลผู้ผลิตประกอบเสมอ
บทความนี้ comsiam จะอธิบายรหัสสี 12 Core อย่างละเอียด วิธีจำสี วิธีนับ Core จาก Tube การอ่านสายหลาย Core และเทคนิคป้องกันการสไปซ์ผิดเส้นสำหรับช่าง Fiber Optic

① มาตรฐานสี Fiber Optic คืออะไร?
Fiber Optic Color Code คือระบบกำหนดสีสำหรับระบุตำแหน่งเส้นใยแก้วนำแสงภายในสายเคเบิล รวมถึงการระบุกลุ่มเส้นใยหรือ Buffer Tube ตามโครงสร้างของสาย
ระบบรหัสสีที่ใช้แพร่หลายคือ TIA-598 ซึ่งกำหนดลำดับสีพื้นฐาน 12 สี
ประโยชน์ของรหัสสี
- ระบุหมายเลข Fiber Core
- แยกกลุ่ม Fiber ภายใน Buffer Tube
- ลดความผิดพลาดในการ Fusion Splicing
- ตรวจสอบ Core Assignment
- ช่วยจัดสายภายใน ODF
- รองรับการทำ Label
- ช่วยตรวจสอบเส้นทางของสาย Backbone
- ลดเวลาการซ่อมบำรุง
- สนับสนุนการจัดทำ As-Built
- ทำให้ช่างหลายทีมใช้ระบบระบุเส้นใยเดียวกันได้
อย่างไรก็ตาม โครงสร้างของเคเบิลและระบบสีในผลิตภัณฑ์เฉพาะอาจแตกต่างกัน จึงต้องตรวจ Cable Data Sheet ก่อนเริ่มงาน
② ตารางมาตรฐานสี Fiber Optic 12 Core
ลำดับสีพื้นฐานตาม TIA-598 มีดังนี้
| Core | สีภาษาไทย | ภาษาอังกฤษ |
|---|---|---|
| 1 | น้ำเงิน | Blue |
| 2 | ส้ม | Orange |
| 3 | เขียว | Green |
| 4 | น้ำตาล | Brown |
| 5 | เทา | Slate |
| 6 | ขาว | White |
| 7 | แดง | Red |
| 8 | ดำ | Black |
| 9 | เหลือง | Yellow |
| 10 | ม่วง | Violet |
| 11 | ชมพู | Rose |
| 12 | ฟ้าอ่อน | Aqua |
สีเทาอาจเรียกว่า Gray แต่ชื่อที่ใช้ในระบบรหัสสีคือ Slate ส่วนสีชมพูใช้คำว่า Rose และสีฟ้าอ่อนใช้คำว่า Aqua
วิธีจำลำดับสีอย่างง่าย
แบ่งสีออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มละ 4 สี
กลุ่มที่ 1: น้ำเงิน – ส้ม – เขียว – น้ำตาล
กลุ่มที่ 2: เทา – ขาว – แดง – ดำ
กลุ่มที่ 3: เหลือง – ม่วง – ชมพู – ฟ้าอ่อน
เมื่อต้องทำงานสไปซ์ 12 Core สามารถไล่หมายเลขจาก 1 ถึง 12 ตามลำดับดังกล่าวได้
③ สี Fiber Core 1–6 เรียงอย่างไร?
สำหรับสาย 6 Core ที่ใช้ลำดับสีพื้นฐาน TIA-598 จะใช้หกสีแรก ได้แก่
- Core 1 — น้ำเงิน
- Core 2 — ส้ม
- Core 3 — เขียว
- Core 4 — น้ำตาล
- Core 5 — เทา
- Core 6 — ขาว
แต่ต้องตรวจโครงสร้างของสายจริงด้วย เพราะสาย 6 Core บางรุ่นอาจใช้ระบบกลุ่มหรือการระบุ Fiber ที่เฉพาะเจาะจง
④ สี Fiber Core 7–12 เรียงอย่างไร?
ลำดับสีของ Core 7–12 ได้แก่
- Core 7 — แดง
- Core 8 — ดำ
- Core 9 — เหลือง
- Core 10 — ม่วง
- Core 11 — ชมพู
- Core 12 — ฟ้าอ่อน
เมื่อรวมกับ Core 1–6 จะได้ลำดับสีพื้นฐาน 12 Core ครบหนึ่งชุด
⑤ มาตรฐาน TIA-598 ใช้กับอะไรบ้าง?
ระบบ TIA-598 เกี่ยวข้องกับการระบุสีของเส้นใยและองค์ประกอบในสาย Fiber Optic
ตัวอย่างการใช้งาน ได้แก่
- Individual Fiber Color
- Buffer Tube Color
- Fiber Ribbon Identification
- Cable Jacket Identification ในผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
- กลุ่มเส้นใยที่มีจำนวนมากกว่า 12 Core
- การกำหนดลำดับสีในสายเคเบิลบางประเภท
แต่ไม่ได้หมายความว่าสายทุกชนิดจะใช้โครงสร้าง Tube หรือจำนวน Fiber ต่อ Tube เหมือนกัน
รหัสสีเป็นระบบระบุ ไม่ใช่ข้อกำหนดว่าทุกเคเบิลต้องออกแบบทางกายภาพแบบเดียวกัน
⑥ สี Buffer Tube กับสี Fiber ต่างกันอย่างไร?
Buffer Tube Color คือสีของท่อที่บรรจุเส้นใยภายในสาย
Fiber Color คือสีของชั้นเคลือบเส้นใยแต่ละ Core ภายใน Tube
ตัวอย่างสาย 24 Core แบบ 2 Tube × 12 Fiber
- Tube 1 สีน้ำเงิน มี Fiber 1–12
- Tube 2 สีส้ม มี Fiber 1–12 อีกชุดหนึ่ง
แม้จะพบ Fiber สีน้ำเงินทั้งสอง Tube แต่หมายเลข Core รวมต่างกัน
Fiber สีน้ำเงินใน Tube 1 คือ Core 1
Fiber สีน้ำเงินใน Tube 2 คือ Core 13
ดังนั้นงานสายหลาย Tube ต้องอ่านทั้งสี Tube และสี Fiber ร่วมกัน
⑦ ตารางสีสาย Fiber Optic 24 Core
ตัวอย่างสาย 24 Core แบบ 2 Tube × 12 Core ที่ใช้ลำดับสีพื้นฐาน
| Core | Tube | สี Fiber |
|---|---|---|
| 1–12 | Tube 1 น้ำเงิน | สี 1–12 |
| 13–24 | Tube 2 ส้ม | สี 1–12 ซ้ำ |
ตัวอย่างเช่น
- Core 13 = Tube 2 ส้ม / Fiber น้ำเงิน
- Core 14 = Tube 2 ส้ม / Fiber ส้ม
- Core 15 = Tube 2 ส้ม / Fiber เขียว
- Core 20 = Tube 2 ส้ม / Fiber ดำ
- Core 24 = Tube 2 ส้ม / Fiber ฟ้าอ่อน
สำหรับสาย 24 Core ที่บรรจุหลายเส้นใยใน Tube เดียว หรือใช้ระบบ Tracer จะต้องอ่านสัญลักษณ์ตาม Cable Data Sheet ไม่ใช้ตารางสอง Tube นี้แทนทุกโครงสร้าง
⑧ ตารางสีสาย Fiber Optic 48 Core
ตัวอย่างโครงสร้าง 4 Tube × 12 Fiber
| Tube | สี Tube | ช่วง Core |
|---|---|---|
| 1 | น้ำเงิน | 1–12 |
| 2 | ส้ม | 13–24 |
| 3 | เขียว | 25–36 |
| 4 | น้ำตาล | 37–48 |
ตัวอย่างการอ่าน
- Core 25 = Tube 3 เขียว / Fiber 1 น้ำเงิน
- Core 30 = Tube 3 เขียว / Fiber 6 ขาว
- Core 37 = Tube 4 น้ำตาล / Fiber 1 น้ำเงิน
- Core 48 = Tube 4 น้ำตาล / Fiber 12 ฟ้าอ่อน
ตารางนี้เหมาะกับการอธิบายโครงสร้าง 12 Fiber ต่อ Tube เท่านั้น
⑨ ตารางสีสาย Fiber Optic 96 Core
ตัวอย่างโครงสร้าง 8 Tube × 12 Fiber
| Tube | สี Tube | ช่วง Core |
|---|---|---|
| 1 | น้ำเงิน | 1–12 |
| 2 | ส้ม | 13–24 |
| 3 | เขียว | 25–36 |
| 4 | น้ำตาล | 37–48 |
| 5 | เทา | 49–60 |
| 6 | ขาว | 61–72 |
| 7 | แดง | 73–84 |
| 8 | ดำ | 85–96 |
ตัวอย่างเช่น Core 73 คือ Fiber สีน้ำเงินใน Tube 7 สีแดง
Core 96 คือ Fiber สีฟ้าอ่อนใน Tube 8 สีดำ
ต้องตรวจว่าการกำหนดหมายเลข Tube ในสายจริงสอดคล้องกับตัวอย่างนี้ก่อนเริ่มสไปซ์
⑩ ตารางสีสาย Fiber Optic 144 Core
ตัวอย่างโครงสร้าง 12 Tube × 12 Fiber
| Tube | สี Tube | ช่วง Core |
|---|---|---|
| 1 | น้ำเงิน | 1–12 |
| 2 | ส้ม | 13–24 |
| 3 | เขียว | 25–36 |
| 4 | น้ำตาล | 37–48 |
| 5 | เทา | 49–60 |
| 6 | ขาว | 61–72 |
| 7 | แดง | 73–84 |
| 8 | ดำ | 85–96 |
| 9 | เหลือง | 97–108 |
| 10 | ม่วง | 109–120 |
| 11 | ชมพู | 121–132 |
| 12 | ฟ้าอ่อน | 133–144 |
ตัวอย่าง
- Core 49 = Tube 5 เทา / Fiber น้ำเงิน
- Core 60 = Tube 5 เทา / Fiber ฟ้าอ่อน
- Core 100 = Tube 9 เหลือง / Fiber น้ำตาล
- Core 121 = Tube 11 ชมพู / Fiber น้ำเงิน
- Core 144 = Tube 12 ฟ้าอ่อน / Fiber ฟ้าอ่อน
ระบบนี้ช่วยให้ระบุ Core ได้เมื่อทราบ Tube และตำแหน่ง Fiber ภายใน Tube
⑪ วิธีคำนวณหมายเลข Core จาก Tube
หากสายใช้โครงสร้าง 12 Fiber ต่อ Tube และเรียงหมายเลข Tube ตามลำดับ สามารถคำนวณดังนี้
หมายเลข Core = (หมายเลข Tube − 1) × 12 + ลำดับ Fiber ภายใน Tube
ตัวอย่าง Tube 5, Fiber 4
= (5 − 1) × 12 + 4
= 52
ดังนั้นจะเป็น Core 52 ซึ่งอยู่ใน Tube สีเทา และ Fiber ภายในมีสีน้ำตาล ตามตัวอย่างโครงสร้าง 12 Fiber ต่อ Tube
วิธีหาหมายเลข Tube จาก Core รวม
สำหรับ Core 100
100 ÷ 12 = 8 เศษ 4
จึงอยู่ใน Tube 9 และเป็น Fiber ลำดับ 4
ข้อควรระวัง: เมื่อ Core หารด้วย 12 ลงตัว เช่น 24, 48 หรือ 144 จะเป็น Fiber ลำดับ 12 ของ Tube ปัจจุบัน ไม่ใช่ Fiber 1 ของ Tube ถัดไป
⑫ สาย Fiber มากกว่า 12 Core ทำไมสีจึงซ้ำกัน?
เพราะรหัสสีพื้นฐานมี 12 สี จึงต้องใช้ระบบระบุกลุ่มเพิ่มเติมเมื่อจำนวนเส้นใยมากขึ้น
รูปแบบที่พบ ได้แก่
- ใช้หลาย Buffer Tube โดยแต่ละ Tube มีลำดับ Fiber สี 1–12
- ใช้ Tracer หรือแถบสีเพิ่มเติม
- ใช้ Ribbon Identification
- ใช้ Binder หรือ Group Identification
- ใช้ระบบเฉพาะที่กำหนดโดยผู้ผลิต
สำหรับสายที่ใช้ Tracer ต้องตรวจรูปแบบสีเสริมในข้อมูลผลิตภัณฑ์ เพราะไม่ใช่สายทุกชนิดจะใช้สีแถบแบบเดียวกัน
⑬ สี Jacket ของสาย Fiber ต่างจากสี Core อย่างไร?
สี Jacket เป็นสีเปลือกนอกของสาย ส่วนสี Core ใช้ระบุเส้นใยภายใน
ตัวอย่างสี Jacket ที่พบในสายภายในอาคารหลายประเภท
| ประเภท | สี Jacket ที่พบบ่อย |
|---|---|
| OS1 / OS2 Single-mode | เหลือง |
| OM1 / OM2 Multimode | ส้ม |
| OM3 | Aqua |
| OM4 | Aqua หรือสีอื่นตามผลิตภัณฑ์ |
| OM5 | เขียวอ่อน Lime |
สีเปลือกนอกไม่ได้ยืนยันประเภท Fiber ได้เสมอไป โดยเฉพาะสาย Outdoor ที่มักใช้ Jacket สีดำเพื่อรองรับสภาพแวดล้อม
ควรตรวจข้อความพิมพ์บนสายและ Cable Data Sheet เป็นหลัก
⑭ วิธีแยกสี Core 5 เทากับ Core 6 ขาว
สีเทาและขาวอาจดูคล้ายกันในพื้นที่มีแสงน้อยหรือเมื่อเส้นใยเปื้อน Gel
แนวทางป้องกันการสับสนคือ
- ทำความสะอาดตามข้อกำหนด
- ใช้แสงขาวที่เพียงพอ
- วางเส้นใยบนพื้นหลังที่ช่วยแยกสี
- ตรวจลำดับ Core จากจุดที่ระบุได้ชัด
- ตรวจ Core Assignment
- ใช้เครื่องมือทดสอบระบุเส้นเมื่อจำเป็น
ไม่ควรเดาสีจากภาพถ่ายที่แสงผิดเพี้ยนโดยไม่ตรวจสายจริง
⑮ วิธีแยกสี Core 1 น้ำเงินกับ Core 12 Aqua
Core 1 และ Core 12 อาจมีเฉดสีที่คล้ายกันเมื่ออยู่ในสภาพแสงไม่เหมาะสม
สีน้ำเงิน Blue มักมีโทนเข้มกว่า ส่วน Aqua มีโทนฟ้าอมเขียว
แต่เฉดสีที่ผลิตจริงอาจแตกต่างกัน จึงต้องตรวจร่วมกับตำแหน่งเส้นใยและข้อมูลผู้ผลิต
⑯ วิธีเรียงสี Fiber ก่อน Fusion Splicing
ขั้นตอนที่ 1 ตรวจ Cable ID
ยืนยันสายต้นทางและปลายทาง
ขั้นตอนที่ 2 ตรวจ Tube Color
ระบุกลุ่ม Tube ที่ต้องใช้งาน
ขั้นตอนที่ 3 ตรวจ Fiber Color
ไล่ลำดับสีตามรหัส 12 Core ที่สายใช้
ขั้นตอนที่ 4 ตรวจ Core Assignment
ยืนยันว่าสายแต่ละเส้นต้องเชื่อมกับ Core หรือ Pigtail ใด
ขั้นตอนที่ 5 จัด Fiber ใน Splice Tray
แยกเส้นใยให้เป็นระเบียบโดยไม่ดึงตึงหรือบังคับดัดแคบ
ขั้นตอนที่ 6 ติด Label
ใช้หมายเลข Tube, Core และ Tray ก่อนเริ่มสไปซ์
ขั้นตอนที่ 7 เตรียมปลาย Fiber
ปอก Coating ทำความสะอาดและ Cleave ตามข้อกำหนดเครื่อง
ขั้นตอนที่ 8 Fusion Splicing
เชื่อม Core ตามแผนที่ได้รับอนุมัติ
ขั้นตอนที่ 9 ตรวจรอยต่อ
ตรวจภาพรอยสไปซ์และค่า Estimated Loss
ขั้นตอนที่ 10 จัดเก็บรอยต่อ
ใส่ Splice Sleeve และจัดลง Holder ที่รองรับ
ขั้นตอนที่ 11 ตรวจ Optical Loss
ทดสอบเส้นทางด้วยเครื่องมือที่เหมาะสมกับงาน
ขั้นตอนที่ 12 บันทึก As-Built
บันทึกหมายเลข Tube, Core, Tray และปลายทางให้ครบถ้วน
⑰ จัดสาย 12 Core เข้า ODF อย่างไร?
สำหรับ ODF 12 Core ตัวอย่างการจัดแบบเรียงตรงลำดับคือ
- Core 1 น้ำเงิน → Port 1
- Core 2 ส้ม → Port 2
- Core 3 เขียว → Port 3
- Core 4 น้ำตาล → Port 4
- Core 5 เทา → Port 5
- Core 6 ขาว → Port 6
- Core 7 แดง → Port 7
- Core 8 ดำ → Port 8
- Core 9 เหลือง → Port 9
- Core 10 ม่วง → Port 10
- Core 11 ชมพู → Port 11
- Core 12 Aqua → Port 12
นี่เป็นตัวอย่างการจัดพอร์ตแบบเรียงตรงเท่านั้น การติดตั้งจริงต้องใช้ Port Mapping ที่กำหนดไว้ เพราะอาจมีการจัดสรรพอร์ตต่างจากลำดับ Core
Pigtail อาจเป็นสีเดียวกันทั้งชุด จึงต้องมี Label กำกับด้วย
⑱ วิธีติด Label Fiber Core ให้ถูกต้อง
ข้อมูลที่ควรระบุ ได้แก่
- Cable ID
- Tube Number
- Core Number
- Splice Tray Number
- ODF Port
- จุดต้นทาง
- จุดปลายทาง
- สถานะการใช้งานตามระบบเอกสาร
ตัวอย่าง
CAB-01 / T03 / F05 / C29 / ODF-P29
หมายถึงสาย CAB-01, Tube 3, Fiber 5, Core รวม 29 และเชื่อมเข้าพอร์ต ODF 29 ตามตัวอย่าง
การบันทึกเช่นนี้ช่วยให้ตรวจสอบสายได้แม้สี Fiber ซ้ำกันระหว่าง Tube
⑲ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการอ่านสี Fiber 12 Core
1. สลับสีเทากับสีขาว
เกิดจากแสงไม่เพียงพอหรือคราบบน Coating
2. สลับสีน้ำเงินกับ Aqua
เกิดจากเฉดสีใกล้เคียงหรือสภาพแสง
3. ไม่ตรวจ Tube Color
ทำให้สับสน Core 1 กับ Core 13 หรือเส้นที่มีสีซ้ำ
4. คิดว่าสาย 24 Core ต้องมี 2 Tube ทุกครั้ง
โครงสร้างจริงอาจใช้รูปแบบอื่น
5. ใช้สี Pigtail แทนหมายเลข Core
ไม่ถูกต้องทุกกรณี เพราะ Pigtail อาจมีสีเดียวกันทั้งหมด
6. ใช้สี Jacket ระบุ Core
สีเปลือกนอกไม่ได้กำหนดหมายเลข Core
7. ไม่ตรวจ Core Assignment
อาจต่อสายผิดเส้นแม้สีตรงตามลำดับ
8. ไม่ติด Label
ทำให้การแก้ไขในอนาคตเสี่ยงผิดวงจร
9. นับ Core ข้าม Tube ผิด
โดยเฉพาะตำแหน่งที่เป็นจำนวนเท่าของ 12
10. ไม่ทดสอบหลังสไปซ์
การจับคู่สีถูกต้องไม่สามารถรับประกันว่าปลายทางและคุณภาพทางแสงถูกต้องทั้งหมด
⑳ Checklist ตรวจสี Fiber ก่อนสไปซ์
- ตรวจ Cable ID
- ตรวจ Cable Data Sheet
- ตรวจมาตรฐานรหัสสีของสาย
- ตรวจสี Buffer Tube
- ตรวจสี Fiber ภายใน Tube
- ตรวจจำนวน Fiber ต่อ Tube
- ตรวจว่ามี Tracer หรือไม่
- ตรวจ Core Assignment
- ตรวจหมายเลข ODF Port
- ติด Label ก่อนสไปซ์
- แยก Core ที่กำลังใช้งาน
- ตรวจเส้นใยก่อน Cleave
- เชื่อมต่อ Core ตามแบบ
- ตรวจคุณภาพรอยสไปซ์
- หด Splice Sleeve
- จัด Fiber เข้า Splice Tray
- ตรวจ Bend Radius
- ตรวจเส้นทางและ Optical Loss
- บันทึก As-Built
㉑ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมาตรฐานสี 12 Core
Fiber 12 Core มีสีอะไรบ้าง?
น้ำเงิน ส้ม เขียว น้ำตาล เทา ขาว แดง ดำ เหลือง ม่วง ชมพู และฟ้าอ่อน ตามลำดับสีพื้นฐาน TIA-598
Fiber Core 5 สีอะไร?
สีเทา หรือ Slate
Fiber Core 6 สีอะไร?
สีขาว หรือ White
Fiber Core 8 สีอะไร?
สีดำ หรือ Black
Fiber Core 10 สีอะไร?
สีม่วง หรือ Violet
Fiber Core 11 สีอะไร?
สีชมพู หรือ Rose
Fiber Core 12 สีอะไร?
สีฟ้าอ่อน หรือ Aqua
Fiber Core 13 สีอะไร?
หากเป็นสายแบบ 12 Fiber ต่อ Tube และเริ่มกลุ่มใหม่ใน Tube 2 จะเป็น Fiber สีน้ำเงินภายใน Tube ที่สอง
Fiber Core 24 สีอะไร?
ในโครงสร้าง 2 Tube × 12 Fiber จะเป็น Fiber สี Aqua ใน Tube 2
Fiber Core 48 อยู่ Tube ไหน?
ในโครงสร้าง 12 Fiber ต่อ Tube จะอยู่ Tube 4, Fiber ลำดับ 12
Fiber Core 100 อยู่ Tube ไหน?
สำหรับโครงสร้าง 12 Fiber ต่อ Tube อยู่ Tube 9, Fiber ลำดับ 4
Fiber 144 Core มีกี่ Tube?
อาจมี 12 Tube หากออกแบบให้มี 12 Fiber ต่อ Tube แต่สายจริงอาจใช้โครงสร้างอื่น ต้องตรวจ Data Sheet
สาย Fiber ทุกยี่ห้อใช้สีเหมือนกันไหม?
ไม่จำเป็นทั้งหมด ต้องตรวจระบบรหัสสีและโครงสร้างผลิตภัณฑ์ก่อนสไปซ์
สี Pigtail ต้องตรงกับสี Fiber หรือไม่?
ไม่จำเป็น ต้องจับคู่ตาม Core Assignment และ Port Mapping ที่กำหนด
㉒ สรุป มาตรฐานสี Fiber Optic 12 Core เรียงอย่างไร?
มาตรฐานสี Fiber Optic 12 Core ที่ใช้แพร่หลายตาม TIA-598 ประกอบด้วยสี น้ำเงิน ส้ม เขียว น้ำตาล เทา ขาว แดง ดำ เหลือง ม่วง ชมพู และฟ้าอ่อน เรียงตาม Core 1–12
การจำลำดับสีชุดนี้ช่วยให้ช่างระบุเส้นใยและตรวจสอบการสไปซ์ได้สะดวกขึ้น
สำหรับสายที่มีมากกว่า 12 Core ต้องตรวจโครงสร้างสายเพิ่มเติม เช่น จำนวน Fiber ต่อ Tube สี Tube และระบบ Tracer เพราะสีของเส้นใยอาจซ้ำกันในแต่ละกลุ่ม
การจับคู่ Fiber ที่ถูกต้องต้องใช้ทั้ง Cable ID, Tube Number, Core Number และ Port Assignment ไม่ใช่อาศัยสีอย่างเดียว
comsiam แนะนำให้ทีมช่างใช้ตารางสีร่วมกับ Core Assignment และ Label ทุกครั้งก่อนสไปซ์ โดยเฉพาะงาน Backbone 48–144 Core ที่มีเส้นใยจำนวนมาก
การตรวจสอบสีและหมายเลขอย่างเป็นระบบช่วยลดความเสี่ยงจากการตัดหรือสไปซ์ผิดเส้น ทำให้งานติดตั้ง Fiber Optic มีความแม่นยำ และช่วยให้การซ่อมบำรุงในอนาคตทำได้ง่ายขึ้น
ComSiam Professional Team






