ไฟเบอร์ออฟติกรองรับความเร็วสูงสุดเท่าไร? 1G 10G หรือมากกว่านั้น

ไฟเบอร์ออฟติกไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่ความเร็ว 1 Gbps หรือ 10 Gbps เท่านั้น แต่สามารถรองรับความเร็วได้สูงกว่านั้นมาก ขึ้นอยู่กับชนิดของสาย มาตรฐานที่ใช้ Optical Transceiver อุปกรณ์ต้นทาง-ปลายทาง และเทคโนโลยีของระบบ

นี่คือสาเหตุที่ Fiber ถูกใช้ตั้งแต่อินเทอร์เน็ตบ้าน ไปจนถึง Data Center, Backbone, ระบบผู้ให้บริการ และโครงข่ายความเร็วสูงระดับหลายร้อยกิกะบิตต่อวินาที

สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป comsiam แนะนำให้แยกสองเรื่องออกจากกันก่อน คือ “สาย Fiber รองรับได้เท่าไร” กับ “แพ็กเกจอินเทอร์เน็ตที่ใช้งานได้จริงเท่าไร” เพราะเป็นคนละเรื่องกัน

หากต้องวางระบบความเร็วสูงหรือเดิน Backbone ระหว่างอาคาร สามารถดูรายละเอียด บริการติดตั้งระบบไฟเบอร์ความเร็วสูง สำหรับงานเดินสาย สไปซ์ และตรวจวัดลิงก์ได้

① Fiber รองรับ 1 Gbps ได้ไหม

ได้สบายมาก

ระบบ Fiber 1 Gbps ถือเป็นงานพื้นฐานในปัจจุบัน

ตัวอย่างเช่น

  • Gigabit Ethernet
  • FTTH
  • Backbone ภายในอาคาร
  • Media Converter
  • SFP 1G

ถ้าสายและอุปกรณ์ถูกเลือกถูกต้อง 1 Gbps ไม่ใช่ความเร็วที่สูงเกินความสามารถของ Fiber เลย

② Fiber รองรับ 10 Gbps ได้ไหม

ได้

10GbE บน Fiber ใช้งานกันแพร่หลายมาก

ตัวอย่างมาตรฐาน เช่น

  • 10GBASE-SR
  • 10GBASE-LR
  • 10GBASE-ER

โดยแต่ละแบบรองรับระยะทางและ Fiber Type ต่างกัน

เช่น

  • SR มักใช้กับ Multimode
  • LR มักใช้กับ Single Mode
  • ER ใช้กับ Single Mode ระยะไกลกว่า

③ Fiber รองรับ 25 Gbps ได้ไหม

ได้

25GbE ถูกใช้งานมากใน

  • Data Center
  • Server Network
  • High-Speed Uplink
  • Storage Network

ข้อดีคือให้ Bandwidth สูงกว่า 10G โดยไม่ต้องขยับไป 40G ในทันที

แต่ต้องใช้อุปกรณ์ เช่น

  • Switch 25G
  • SFP28
  • Fiber ที่รองรับ
  • NIC 25G

④ Fiber รองรับ 40 Gbps ได้ไหม

ได้

40GbE ใช้กันในระบบ

  • Data Center
  • Backbone
  • Core Network
  • Aggregation

อุปกรณ์ที่พบได้ เช่น QSFP+

บางระบบใช้หลาย Lane รวมกันเพื่อให้ได้ความเร็ว 40 Gbps

⑤ Fiber รองรับ 100 Gbps ได้ไหม

ได้

100GbE เป็นความเร็วที่พบได้ใน

  • Data Center ขนาดใหญ่
  • ISP Backbone
  • Cloud Infrastructure
  • Core Network

Fiber มีข้อได้เปรียบอย่างมากในระดับความเร็วนี้ เพราะรองรับ Bandwidth สูงและส่งได้ไกลกว่าสายทองแดงทั่วไป

⑥ แล้ว 200G หรือ 400G ล่ะ

ก็รองรับได้

เทคโนโลยี Fiber ปัจจุบันรองรับระดับ

  • 200 Gbps
  • 400 Gbps
  • 800 Gbps

และยังพัฒนาไปสูงกว่านั้น

แต่ความเร็วระดับนี้เป็นงานระดับ Data Center, Telecom และ Backbone มากกว่าบ้านทั่วไป

⑦ ถ้า Fiber รองรับได้สูงมาก ทำไมเน็ตบ้านมีแค่ 1G หรือ 2G

เพราะความเร็วอินเทอร์เน็ตบ้านไม่ได้ถูกกำหนดโดยสาย Fiber อย่างเดียว

ยังขึ้นอยู่กับ

  • เทคโนโลยี PON
  • OLT
  • ONT
  • แพ็กเกจ ISP
  • Router
  • Port Ethernet
  • ระบบ LAN
  • Wi-Fi

ดังนั้นสาย Fiber อาจรองรับได้มาก แต่บริการที่ขายอาจถูกกำหนดไว้เพียง 1 Gbps หรือ 2 Gbps

⑧ GPON รองรับความเร็วเท่าไร

GPON เป็นเทคโนโลยีที่ใช้กันมากใน FTTH

ระบบ GPON มี Bandwidth รวมของ PON ที่สูงกว่าความเร็วแพ็กเกจบ้านหลายระดับ แต่ Bandwidth นั้นถูกแชร์ตามรูปแบบระบบและผู้ใช้งาน

จึงไม่ควรตีความว่า “GPON = บ้านทุกหลังได้ความเร็วเท่ากันทั้งหมด”

ความเร็วจริงขึ้นอยู่กับการจัดสรรของผู้ให้บริการ

⑨ XGS-PON คืออะไร

XGS-PON เป็นเทคโนโลยี PON ที่รองรับความเร็วระดับ 10 Gbps แบบสมมาตรในระบบที่รองรับ

จุดเด่นคือเหมาะกับบริการ

  • Multi-Gig Internet
  • Business Internet
  • FTTH รุ่นใหม่
  • High-Speed Residential

จึงเริ่มถูกใช้กับแพ็กเกจที่สูงกว่า 1 Gbps มากขึ้น

⑩ Fiber 1 เส้นรองรับได้กี่ Gbps

คำตอบคือขึ้นอยู่กับเทคโนโลยี

Fiber Core เดียวสามารถใช้เทคนิคหลายแบบเพื่อเพิ่ม Bandwidth เช่น

  • เพิ่ม Baud Rate
  • ใช้หลาย Wavelength
  • ใช้ DWDM
  • ใช้ Coherent Optics

ดังนั้น Fiber หนึ่ง Core ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่หนึ่งความเร็วตายตัว

⑪ WDM ช่วยเพิ่มความเร็วอย่างไร

WDM ย่อมาจาก Wavelength Division Multiplexing

แนวคิดคือใช้หลายความยาวคลื่นบน Fiber Core เดียว

เปรียบเหมือนถนนเส้นเดียว แต่แบ่งเป็นหลายช่องทาง

ตัวอย่างเชิงแนวคิด

Wavelength 1 → ข้อมูลชุด A
Wavelength 2 → ข้อมูลชุด B
Wavelength 3 → ข้อมูลชุด C

ทั้งหมดวิ่งใน Fiber เส้นเดียว

⑫ DWDM คืออะไร

DWDM ย่อมาจาก Dense Wavelength Division Multiplexing

ใช้หลาย Wavelength ที่วางใกล้กันมากบน Fiber เส้นเดียว

นิยมใน

  • Telecom
  • Backbone
  • Long-Haul Network
  • Data Center Interconnect

ช่วยเพิ่ม Capacity ของ Fiber ได้มหาศาลโดยไม่ต้องเดินสายใหม่ทุกครั้ง

⑬ ความเร็วของ Fiber ขึ้นอยู่กับตัวสายอย่างเดียวไหม

ไม่

นี่เป็นจุดที่สำคัญมาก

ความเร็วของลิงก์ขึ้นอยู่กับ

  • Fiber Type
  • Transceiver
  • Switch Port
  • Protocol
  • Wavelength
  • Distance
  • Signal Quality

ดังนั้นเปลี่ยนสายอย่างเดียวไม่ได้ทำให้ระบบเร็วขึ้นทันที

⑭ OS2 รองรับ 10G ได้ไหม

ได้

OS2 Single Mode ใช้กับ 10GbE ได้อย่างแพร่หลาย

และยังสามารถรองรับความเร็วที่สูงกว่านั้นได้เมื่อใช้อุปกรณ์และมาตรฐานที่เหมาะสม

นี่คือเหตุผลที่ OS2 ถูกมองว่าเหมาะกับ Backbone ระยะยาว

⑮ OM3 รองรับ 10G ได้ไหม

ได้

OM3 Multimode ถูกออกแบบมาให้รองรับ 10GbE ในระยะที่มาตรฐานกำหนด

และสามารถใช้กับความเร็วที่สูงกว่านั้นในระยะสั้นได้ตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง

⑯ OM4 ดีกว่า OM3 อย่างไร

OM4 มีประสิทธิภาพด้าน Modal Bandwidth สูงกว่า

จึงรองรับระยะที่ไกลขึ้นในบางความเร็วและมาตรฐาน

เหมาะกับ

  • Data Center
  • High-Speed Backbone
  • 10G/40G/100G ระยะสั้น

⑰ บ้านทั่วไปควรสนใจ 10G หรือยัง

ขึ้นอยู่กับการใช้งาน

บ้านทั่วไปที่ใช้

  • Streaming
  • Social Media
  • Gaming
  • Work From Home

อาจไม่จำเป็นต้องใช้ 10G ภายในทันที

แต่บ้านที่มี

  • NAS
  • Server
  • งานตัดต่อวิดีโอ
  • Backup ขนาดใหญ่
  • Workstation หลายเครื่อง

อาจได้ประโยชน์จาก 10GbE

⑱ เน็ต 1 Gbps กับ LAN 10 Gbps มีประโยชน์ไหม

มี

แม้อินเทอร์เน็ตจะมีเพียง 1 Gbps แต่ LAN 10 Gbps ช่วยให้การรับส่งข้อมูลภายในบ้านเร็วขึ้น

ตัวอย่าง

PC
↓
10GbE
↓
NAS

สามารถโอนไฟล์ได้เร็วกว่าระบบ 1GbE มาก โดยไม่เกี่ยวกับความเร็วอินเทอร์เน็ต

⑲ Fiber 10G กับ Cat6A 10G ต่างกันอย่างไร

ทั้งสองแบบสามารถรองรับ 10GbE ได้

แต่ Fiber มีข้อได้เปรียบเรื่อง

  • ระยะไกล
  • EMI
  • Backbone
  • การเชื่อมระหว่างอาคาร

ส่วน Cat6A มีข้อดีเรื่อง

  • ใช้งานง่าย
  • อุปกรณ์ RJ45 เยอะ
  • รองรับ PoE
  • ติดตั้งปลายทางสะดวก

จึงต้องเลือกตามงาน

⑳ ถ้าจะทำ 10G ในบ้าน ต้องใช้อะไรบ้าง

องค์ประกอบหลัก ได้แก่

  • Router หรือ Switch 10G
  • NIC 10G
  • SFP+ หรือ 10GBase-T
  • Fiber หรือ Cat6A
  • NAS/Server ที่รองรับ
  • Storage ที่เร็วพอ

ถ้า Storage ช้า ต่อให้ Network เป็น 10G ก็อาจไม่เห็นความเร็วเต็ม

㉑ 2.5G และ 5G เหมาะกับบ้านไหม

เหมาะมากในหลายกรณี

Multi-Gig เช่น

  • 2.5GbE
  • 5GbE

เป็นทางกลางระหว่าง 1G กับ 10G

เหมาะกับ

  • Wi-Fi 6E
  • Wi-Fi 7
  • NAS
  • Multi-Gig Internet
  • Access Point

โดยเฉพาะบ้านที่ต้องการอัปเกรดแต่ยังไม่ถึงขั้น 10G เต็มระบบ

㉒ Wi-Fi 7 จำเป็นต้องใช้ Fiber ภายในไหม

ไม่จำเป็นเสมอไป

Wi-Fi 7 Access Point หลายรุ่นใช้ Ethernet 2.5G หรือ 10G เป็น Backhaul

จึงสามารถใช้ Cat6/Cat6A ได้

Fiber เหมาะเมื่อ

  • ระยะไกล
  • เชื่อมอาคาร
  • ทำ Backbone
  • มี EMI
  • ต้องการเผื่อระบบระยะยาว

㉓ Fiber ทำให้ Wi-Fi เร็วขึ้นโดยตรงไหม

ไม่

Fiber ช่วยให้ Backhaul หรือ Internet Uplink มีความเร็วสูง

แต่ Wi-Fi ยังขึ้นอยู่กับ

  • Wi-Fi Standard
  • Channel Width
  • จำนวน Spatial Streams
  • Client
  • ระยะห่าง
  • สิ่งกีดขวาง

ดังนั้นเปลี่ยน Backbone เป็น Fiber อย่างเดียวไม่ได้ทำให้มือถือเร็วขึ้นทันที

㉔ Port 1GbE เป็นคอขวดได้อย่างไร

สมมติแพ็กเกจเน็ต 2 Gbps

แต่ ONT ต่อเข้า Router ผ่าน Port 1GbE

ระบบส่วนนี้จะกลายเป็นคอขวด

เพราะหนึ่งลิงก์นั้นรองรับความเร็วได้ประมาณระดับ 1 Gbps เท่านั้น

จึงต้องดู Port Speed ทุกจุด

㉕ ระบบ 2 Gbps ควรใช้อะไร

อย่างน้อยควรมี

  • ONT ที่รองรับ Multi-Gig
  • Router WAN 2.5GbE หรือสูงกว่า
  • LAN 2.5GbE หากต้องการให้เครื่องเดียวเกิน 1G
  • Switch Multi-Gig
  • NIC 2.5GbE

ถ้าขาดจุดใดจุดหนึ่ง ความเร็วอาจถูกจำกัด

㉖ ระบบ 10 Gbps ต้องใช้ Fiber ทุกจุดไหม

ไม่จำเป็น

ภายในบ้านสามารถใช้

  • Fiber
  • Cat6A
  • DAC

ตามระยะและอุปกรณ์

ตัวอย่างใน Rack ระยะสั้นมาก DAC อาจง่ายกว่า Fiber

แต่ระหว่างชั้นหรือระหว่างอาคาร Fiber มักเหมาะกว่า

㉗ SFP, SFP+, SFP28 ต่างกันอย่างไร

โดยแนวคิดทั่วไป

SFP

พบมากใน 1G

SFP+

พบมากใน 10G

SFP28

พบมากใน 25G

นอกจากนี้ยังมี QSFP หลายรุ่นสำหรับ 40G, 100G และสูงกว่า

ต้องเลือกให้ตรงกับ Port ของ Switch

㉘ ใช้ SFP+ 10G กับ Port SFP 1G ได้ไหม

โดยทั่วไปไม่ควรสมมติว่าใช้ได้

Port และ Module ต้องรองรับกันตาม Specification ของอุปกรณ์

บาง Switch รองรับหลาย Speed แต่บางรุ่นไม่รองรับ

ต้องตรวจ Datasheet ก่อนติดตั้ง

㉙ ความเร็วสูงขึ้นต้องวัดค่า Fiber ละเอียดขึ้นไหม

ควรให้ความสำคัญมากขึ้น

ระบบความเร็วสูงมี Margin และข้อกำหนดด้าน Signal Integrity ที่เข้มขึ้น

สิ่งที่ต้องตรวจ ได้แก่

  • Connector Cleanliness
  • Loss
  • Reflection
  • Fiber Type
  • Transceiver Compatibility

ในงานระดับสูงอาจต้องใช้เครื่องมือมากกว่า Power Meter เพียงอย่างเดียว

㉚ Splice ไม่ดีทำให้ 10G ช้าลงได้ไหม

ถ้า Splice Loss สูงจนเกิด Error หรือ Signal Margin ต่ำ อาจทำให้ Link ไม่เสถียร

แต่ถ้า 10GbE Link ขึ้นที่ 10G ตามปกติ ระบบไม่ได้ค่อย ๆ ลด Link Speed เพียงเพราะ Splice Loss เล็กน้อย

ปัญหามักแสดงออกในรูป

  • Error
  • Packet Loss
  • Link Flap
  • Link Down

มากกว่า

㉛ Connector สกปรกมีผลกับความเร็วสูงไหม

มีมาก

ฝุ่นเล็ก ๆ ที่ End Face สามารถเพิ่ม Loss และ Reflection

ในระบบความเร็วสูงหรือมีหลายจุดเชื่อม ปัญหาเล็กน้อยอาจสะสมจนกระทบ Margin ของลิงก์

จึงควรทำความสะอาดก่อนเชื่อมต่อทุกครั้ง

㉜ Fiber เดิมใช้กับความเร็วใหม่ได้ไหม

บางกรณีได้

ถ้า Fiber เดิมมีคุณภาพดีและเป็นมาตรฐานที่รองรับ อาจเปลี่ยนเพียง Optical Module และอุปกรณ์ปลายทาง

ตัวอย่าง Backbone OS2 เดิมอาจสามารถอัปเกรดจาก 1G ไป 10G ได้โดยไม่ต้องเดินสายใหม่ หาก Link Budget และอุปกรณ์รองรับ

นี่คือข้อดีสำคัญของการเลือก Fiber ที่ดีตั้งแต่ต้น

㉝ แล้ว Multimode เดิมล่ะ

ต้องดูว่าเป็น OM รุ่นไหน

ตัวอย่าง OM1 รุ่นเก่าอาจมีข้อจำกัดมากกว่า OM3 หรือ OM4 เมื่ออัปเกรดความเร็ว

ดังนั้น Data Center ที่จะอัปเกรดระบบควรตรวจ Infrastructure เดิมก่อนซื้อ Switch ใหม่

㉞ ความเร็วสูงสุดของ Fiber มีเพดานหรือไม่

ในเชิงเทคโนโลยีมีข้อจำกัดทางฟิสิกส์และอุปกรณ์ แต่เพดานนั้นสูงมาก และเทคโนโลยียังคงพัฒนาต่อเนื่อง

วิธีเพิ่ม Capacity มีหลายแบบ เช่น

  • Higher Modulation
  • More Wavelengths
  • Coherent Optics
  • WDM
  • Multi-Core Fiber ในงานวิจัยบางด้าน

ดังนั้น Fiber ยังเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของเครือข่ายความเร็วสูงในอนาคต

㉟ บ้านควรเตรียมระบบถึงกี่ Gbps

สำหรับบ้านใหม่ที่ต้องการเผื่ออนาคต การเตรียม Infrastructure ให้รองรับอย่างน้อย Multi-Gig เป็นแนวทางที่ดี

เช่น

  • Cat6A
  • ท่อสำรอง
  • จุด Fiber Backbone
  • ตู้ Network
  • Switch ที่อัปเกรดได้

ไม่จำเป็นต้องซื้ออุปกรณ์ 10G ทั้งหมดทันที

สิ่งสำคัญคืออย่าทำให้โครงสร้างบ้านปิดกั้นการอัปเกรดในอนาคต

㊱ ควรเดิน Fiber ไปทุกห้องเพื่อรองรับ 10G ไหม

ไม่จำเป็น

บ้านจำนวนมากสามารถใช้ Cat6A รองรับ 10GbE ภายในระยะที่เหมาะสม

Fiber เหมาะสำหรับ

  • Backbone
  • ห้อง Server
  • ระหว่างอาคาร
  • ระยะไกล
  • จุดที่มี EMI

การวางแบบผสมมักคุ้มค่ากว่า

㊲ Fiber 1 Core ทำ 10G ได้ไหม

ได้ในระบบที่ออกแบบมาแบบ BiDi

Transceiver จะใช้ Wavelength ต่างกันในการส่งและรับบน Core เดียว

ตัวอย่าง

ฝั่ง A ส่ง λ1 / รับ λ2
ฝั่ง B ส่ง λ2 / รับ λ1

ต้องใช้ Transceiver เป็นคู่กัน

㊳ แล้ว Fiber 2 Core ล่ะ

Fiber 2 Core เป็นรูปแบบที่พบมากใน Ethernet Optical

หนึ่ง Core ใช้ Tx

อีก Core ใช้ Rx

รูปแบบนี้เข้าใจง่ายและอุปกรณ์รองรับแพร่หลาย

㊴ ต้องใช้ Core เยอะขึ้นเมื่อความเร็วสูงขึ้นหรือไม่

ไม่เสมอไป

บางมาตรฐานใช้ Fiber Pair เดียวสำหรับความเร็วสูง

บางมาตรฐานใช้หลาย Lane และหลาย Core

บางระบบใช้ WDM เพื่อรวมหลาย Channel บน Core เดียว

ดังนั้นต้องดูมาตรฐาน Optical ที่เลือก

㊵ ถ้าจะอัปเกรดจาก 1G เป็น 10G ต้องเปลี่ยนอะไรบ้าง

ตรวจอย่างน้อย

  1. Switch
  2. Transceiver
  3. Fiber Type
  4. Connector
  5. NIC
  6. Router
  7. NAS/Server
  8. Optical Loss

ถ้า Fiber เดิมรองรับ อาจไม่ต้องเดินสายใหม่

㊶ ต้องสไปซ์ใหม่เมื่อต้องการเพิ่มความเร็วไหม

ไม่จำเป็นเสมอไป

ถ้าจุด Splice เดิมมี Loss ต่ำและสายรองรับมาตรฐานใหม่ ก็สามารถใช้งานต่อได้

แต่ถ้าค่า Loss สูงหรือมี Connector จำนวนมาก อาจต้องตรวจและแก้ไข

สำหรับ Backbone ที่ต้องอัปเกรดความเร็ว สามารถใช้ บริการสไปซ์และทดสอบสายไฟเบอร์ เพื่อตรวจจุดเชื่อมและ Optical Loss ก่อนเปลี่ยนอุปกรณ์ได้

㊷ Fiber เร็วกว่าสาย LAN ทุกกรณีไหม

ไม่

ถ้า Fiber Link ใช้ 1GbE แต่สาย LAN ใช้ 10GbE

สาย LAN 10GbE ก็เร็วกว่าในเชิง Link Speed

ดังนั้นตัวกลางไม่ได้เป็นตัวกำหนดความเร็วเพียงอย่างเดียว

ต้องดูมาตรฐานของลิงก์ทั้งหมด

㊸ เน็ต Fiber 1G แต่ Download ได้ประมาณ 940 Mbps ปกติไหม

ในการเชื่อมต่อ Gigabit Ethernet ความเร็วใช้งานจริงอาจต่ำกว่า 1,000 Mbps เล็กน้อยเนื่องจาก Protocol Overhead และข้อจำกัดของระบบ

ดังนั้นค่าประมาณ 900 กว่า Mbps ผ่านสาย LAN ในระบบ Gigabit อาจถือว่าอยู่ในระดับปกติได้ ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์และวิธีทดสอบ

㊹ 10GbE ได้เต็ม 10,000 Mbps ไหม

ความเร็ว Application จริงจะต่ำกว่า Raw Link Rate จาก Overhead ของ Protocol และข้อจำกัดอื่น ๆ

รวมถึง

  • Storage
  • CPU
  • TCP
  • Server
  • Disk Speed

ดังนั้นเห็น Link 10 Gbps ไม่ได้หมายความว่าการ Copy File ทุกงานจะได้ 10,000 Mbps เต็ม

㊺ สรุปไฟเบอร์ออฟติกรองรับความเร็วได้เท่าไร

Fiber Optic รองรับตั้งแต่ระดับ Mbps, 1 Gbps, 10 Gbps ไปจนถึง 100 Gbps, 400 Gbps และสูงกว่านั้นในระบบที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ

ความเร็วสูงสุดไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวสายอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับ

  • Fiber Type
  • Optical Transceiver
  • Switch
  • Protocol
  • Wavelength
  • ระยะทาง
  • Optical Loss

สำหรับบ้านทั่วไป 1–2.5 Gbps ถือว่าเพียงพอสำหรับผู้ใช้จำนวนมาก แต่การเตรียม Backbone และท่อให้สามารถอัปเกรดเป็น 10 Gbps ในอนาคตเป็นแนวทางที่ดี โดยเฉพาะบ้านที่มี NAS, Server หรือระบบข้อมูลขนาดใหญ่

comsiam แนะนำว่าอย่ารีบเปลี่ยนสายเพียงเพราะต้องการความเร็วเพิ่ม ก่อนอัปเกรดควรตรวจว่าคอขวดอยู่ที่ Fiber, Router, Switch, LAN Port, Wi-Fi หรืออุปกรณ์ปลายทาง เพราะหลายครั้งสายเดิมยังรองรับได้ แต่คอขวดอยู่ที่อุปกรณ์ส่วนอื่นของระบบ