สเปก KX-TES824 ที่ต้องรู้ก่อนซื้อและติดตั้ง

Panasonic KX-TES824 รองรับพื้นฐาน 3 สายนอกและ 8 เบอร์ภายใน ขยายได้สูงสุด 8 สายนอกและ 24 เบอร์ภายใน แต่ก่อนซื้อควรตรวจมากกว่าจำนวนพอร์ต เพราะชนิดการ์ดขยาย เครื่องโทรศัพท์ สายสัญญาณ และอุปกรณ์เสริมมีผลต่อการใช้งานจริง

สำหรับการเตรียมติดตั้ง comsiam แนะนำให้แยกข้อมูลออกเป็นสองส่วน คือ “ความสามารถสูงสุดของรุ่น” และ “อุปกรณ์ที่ติดตั้งอยู่ในเครื่องที่ซื้อ” เพื่อป้องกันการเข้าใจว่าตู้ทุกเครื่องรองรับความจุสูงสุดได้ทันที

① ตารางสเปก KX-TES824 ที่สำคัญ

รายการรายละเอียด
ประเภทระบบAdvanced Hybrid PBX
สายนอกพื้นฐาน3 สายนอกแบบแอนะล็อก
เบอร์ภายในพื้นฐาน8 เบอร์ภายใน
สายนอกสูงสุด8 สายนอก เมื่อเพิ่มการ์ดตามชุดที่รองรับ
เบอร์ภายในสูงสุด24 เบอร์ภายใน เมื่อเพิ่มการ์ดตามชุดที่รองรับ
เครื่องโทรศัพท์ระบบ Panasonic แบบ PTสูงสุด 16 เครื่อง ตามพอร์ตและการ์ดที่ติดตั้ง
โทรศัพท์สายเดียวแบบ SLTรองรับได้สูงสุด 24 จุดตามการจัดระบบ
เส้นทางสนทนาภายใน หรือ Intercom Path4
การตั้งค่าผ่านคอมพิวเตอร์ใช้โปรแกรม KX-TE Maintenance Console
พอร์ตเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์USB 1.1 และ RS-232C
ช่องเพลงรอสายภายนอก1 ช่อง
ช่องต่อระบบประกาศภายนอก1 ช่อง
แหล่งจ่ายไฟตามคู่มือติดตั้งAC 100–240V, 50/60Hz
ระบบแบตเตอรี่ภายนอกตามคู่มือDC 24V จากแบตเตอรี่ 12V จำนวน 2 ลูก
อุณหภูมิใช้งาน0–40°C
ความชื้นใช้งาน10–90% โดยไม่มีการควบแน่น
ขนาดตามคู่มือติดตั้งที่อ้างอิงกว้าง 368 × สูง 284 × ลึก 102 มม.
น้ำหนักเมื่อขยายเต็มระบบประมาณ 3.5 กก.

ก่อนติดตั้งให้ตรวจฉลากบนเครื่องและคู่มือที่ตรงกับรุ่นย่อยด้วย โดยเฉพาะตู้มือสอง เครื่องนำเข้า หรือเครื่องที่มีการเปลี่ยนอุปกรณ์ภายใน

จำนวนสูงสุดของ PT และ SLT ในตารางเป็นขีดจำกัดตามประเภทอุปกรณ์ ไม่ใช่จำนวนที่นำมาบวกกันเป็น 40 เบอร์ภายใน ระบบยังมีความจุเบอร์ภายในสูงสุด 24 เบอร์

② จำนวนสายนอกกับจำนวนเบอร์ภายในต่างกันอย่างไร

สายนอก คือช่องเชื่อมต่อโทรศัพท์ภายนอก ส่วน เบอร์ภายใน คือจุดโทรศัพท์ที่ใช้งานผ่านตู้ในสำนักงาน

ตัวอย่างเช่น ตู้ชุด 3/8 มีความจุพื้นฐานสำหรับสายนอก 3 เส้นและเบอร์ภายใน 8 จุด แต่หากติดตั้งบริการโทรศัพท์จริงเพียง 2 เส้น การรับสายและโทรออกภายนอกก็ใช้ทรัพยากรจากสองเส้นนั้นร่วมกัน

สิ่งที่ควรเข้าใจก่อนเลือกขนาดระบบ ได้แก่

  • รับสายภายนอกหนึ่งสาย จะใช้สายนอกหนึ่งเส้น
  • โทรออกภายนอกหนึ่งสาย จะใช้สายนอกหนึ่งเส้น
  • การโทรระหว่างเบอร์ภายในใช้เส้นทางสนทนาภายในของตู้
  • จำนวนเครื่องโทรศัพท์ไม่ได้แปลว่าทุกเครื่องโทรออกภายนอกพร้อมกันได้
  • สายนอกที่ติดตั้งแต่ไม่ได้เปิดใช้งานกับผู้ให้บริการ ไม่ได้เพิ่มความสามารถในการโทรจริง

หากสำนักงานมีพนักงาน 15 คน แต่ช่วงงานยุ่งต้องคุยกับลูกค้าพร้อมกันเพียง 3 สาย ควรประเมินจำนวนสายนอกจากลักษณะงานดังกล่าว พร้อมเผื่อการเติบโตตามความจำเป็น

③ การ์ดขยายแต่ละรุ่นเพิ่มอะไร

การเพิ่มสายนอกและเบอร์ภายในต้องเลือกการ์ดให้ตรงกับความต้องการ ไม่ใช่เลือกจากจำนวนพอร์ตเพียงอย่างเดียว

การ์ดขยายความสามารถที่เพิ่ม
KX-TE82483เพิ่ม 3 สายนอกแอนะล็อกและ 8 พอร์ตเบอร์ภายในแบบ Hybrid
KX-TE82480เพิ่ม 2 สายนอกแอนะล็อกและ 8 พอร์ตเบอร์ภายในแบบ SLT
KX-TE82474เพิ่ม 8 พอร์ตเบอร์ภายในแบบ SLT โดยไม่เพิ่มสายนอก

ตัวอย่างชุดขยายจากตู้พื้นฐาน KX-TES824 มีดังนี้

ชุดระบบอุปกรณ์ขยายหลัก
3 สายนอก / 8 ภายในตู้พื้นฐาน
3 สายนอก / 16 ภายในเพิ่ม KX-TE82474
5 สายนอก / 16 ภายในเพิ่ม KX-TE82480
6 สายนอก / 16 ภายในเพิ่ม KX-TE82483
6 สายนอก / 24 ภายในเพิ่ม KX-TE82483 และ KX-TE82474
8 สายนอก / 24 ภายในเพิ่ม KX-TE82483 และ KX-TE82480

การ์ด KX-TE82474 และ KX-TE82480 เพิ่มพอร์ตแบบ SLT จึงไม่ควรเข้าใจว่าพอร์ตที่เพิ่มมาสามารถต่อเครื่องโทรศัพท์ระบบ Panasonic ได้เหมือนพอร์ต Hybrid ทุกจุด

ก่อนซื้อการ์ด ให้ตรวจการ์ดเดิม ตำแหน่งติดตั้ง และรูปแบบการขยายที่คู่มือรองรับ ห้ามใส่หรือถอดการ์ดขณะตู้มีไฟเลี้ยง

④ พอร์ต Hybrid กับพอร์ต SLT ต่างกันอย่างไร

พอร์ต Hybrid

รองรับเครื่องโทรศัพท์ระบบ Panasonic แบบแอนะล็อกที่เข้ากันได้ หรือโทรศัพท์สายเดียวตามข้อกำหนดของระบบ

เหมาะกับจุดที่ต้องการเครื่องโทรศัพท์ระบบสำหรับรับสาย โอนสาย และใช้งานปุ่มแสดงสถานะ เช่น จุดต้อนรับหรือโอเปอเรเตอร์

พอร์ต SLT

ใช้กับโทรศัพท์สายเดียวและอุปกรณ์แอนะล็อกที่รองรับ เช่น โทรศัพท์ธรรมดา เครื่องแฟกซ์ หรือฐานโทรศัพท์ไร้สายที่มีช่องต่อสายโทรศัพท์แอนะล็อก

คำว่าโทรศัพท์ไร้สายไม่ได้หมายถึงโทรศัพท์ Wi-Fi หรือ IP Phone ทุกประเภท ต้องตรวจช่องเชื่อมต่อของฐานและความเข้ากันได้ก่อน

หากต้องการติดตั้งเครื่องโทรศัพท์ระบบจำนวนมาก ต้องนับพอร์ต Hybrid โดยเฉพาะ เพราะการมีเบอร์ภายในครบ 24 จุดไม่ได้หมายความว่าจะติดตั้ง PT ได้ครบ 24 เครื่อง

⑤ สายโทรศัพท์ต้องใช้กี่คู่สาย

ชนิดเครื่องโทรศัพท์มีผลต่อจำนวนคู่สายที่ต้องเตรียม

อุปกรณ์คู่สายตามคู่มือติดตั้ง
โทรศัพท์ธรรมดาแบบ SLT1 คู่สาย หรือ 2 เส้น
โทรศัพท์ระบบ Panasonic แบบ PT2 คู่สาย หรือ 4 เส้น
DSS Console ที่รองรับ1 คู่สายสำหรับสัญญาณ H และ L

กรณีเปลี่ยนจากโทรศัพท์ธรรมดาเป็นเครื่องโทรศัพท์ระบบ หากสายเดิมเดินไว้เพียงหนึ่งคู่ อาจต้องเพิ่มคู่สายหรือเดินสายใหม่

สำหรับงานตรวจหน้างาน comsiam แนะนำให้ตรวจจำนวนเส้นที่ต่อใช้งานจริงทั้งสองปลาย ไม่ควรดูเพียงว่าหัวต่อเสียบเข้ากันได้ เพราะสายหรือหัวต่ออาจมีหน้าสัมผัสไม่ครบตามที่เครื่องต้องใช้

วิธีตรวจสายเดิมก่อนสั่งอุปกรณ์

  1. จดว่าจุดใดใช้โทรศัพท์ธรรมดาและจุดใดจะใช้โทรศัพท์ระบบ
  2. ตรวจชนิดสายและจำนวนคู่สายที่เดินถึงแต่ละจุด
  3. ให้ช่างตรวจความต่อเนื่องและคู่สายที่ใช้งานได้
  4. ตรวจหัวต่อ เต้ารับ และจุดต่อกลางทาง
  5. ติดป้ายระบุปลายสายให้สัมพันธ์กับหมายเลขพอร์ต

อย่าทำงานกับตัวนำเปลือยหรือเปลี่ยนการต่อสายขณะที่ยังเชื่อมต่อกับแหล่งสัญญาณและไฟเลี้ยง

⑥ พอร์ต USB ใช้ทำอะไร

พอร์ต USB ของ KX-TES824 ใช้เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์สำหรับตั้งค่าและรับส่งข้อมูลผ่านโปรแกรมที่รองรับ

สิ่งที่ต้องเตรียม ได้แก่

  • โปรแกรม KX-TE Maintenance Console ที่เหมาะกับตู้
  • ไดรเวอร์ USB ที่รองรับ
  • สาย USB สำหรับรับส่งข้อมูล
  • คอมพิวเตอร์ที่ใช้งานร่วมกับโปรแกรมและไดรเวอร์ได้
  • รหัสผ่านสำหรับเข้าถึงการตั้งค่า

มีพอร์ต USB ไม่ได้หมายความว่าจะเสียบแล้วตั้งค่าได้ทันทีบนคอมพิวเตอร์ทุกเครื่อง โดยเฉพาะระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ ต้องตรวจความเข้ากันได้ของซอฟต์แวร์และไดรเวอร์ก่อนนัดติดตั้ง

พอร์ต USB นี้ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นช่องต่อ IP Phone หรือช่องต่อเครือข่าย LAN

⑦ พอร์ต RS-232C ใช้ทำอะไร

RS-232C เป็นพอร์ตสื่อสารที่ใช้เชื่อมต่ออุปกรณ์สำหรับงานตั้งค่าและข้อมูลบันทึกการโทรตามการจัดระบบ

หากคอมพิวเตอร์ไม่มีพอร์ต Serial และต้องใช้อะแดปเตอร์ USB-to-Serial ควรตรวจทั้งไดรเวอร์ หมายเลข COM Port และรูปแบบสายที่ตรงกับคู่มือ

ข้อมูลบันทึกการโทรหรือ SMDR ไม่ใช่ไฟล์เสียงสนทนา หากต้องการบันทึกเสียง ต้องประเมินระบบบันทึกเสียงแยกต่างหาก

⑧ Caller ID ต้องมีอุปกรณ์อะไรเพิ่ม

การแสดงหมายเลขผู้โทรไม่ได้ขึ้นอยู่กับหน้าจอเครื่องโทรศัพท์เพียงอย่างเดียว ต้องตรวจองค์ประกอบร่วมกัน ได้แก่

  1. บริการแสดงหมายเลขจากผู้ให้บริการสายนอก
  2. รูปแบบสัญญาณ Caller ID ที่เข้ากันได้
  3. การ์ด Caller ID ที่รองรับและติดตั้งครอบคลุมสายนอกที่ต้องใช้
  4. เครื่องโทรศัพท์ที่รองรับการแสดงผล
  5. การตั้งค่าของตู้

การ์ด KX-TE82493 เป็นการ์ด Caller ID สำหรับสายนอก 3 พอร์ต การติดตั้งต้องเลือกจำนวนและตำแหน่งให้ตรงกับชุดสายนอกของระบบ

ก่อนซื้อเครื่องที่โฆษณาว่า “มี Caller ID” ควรถามให้ชัดว่าแสดงได้ผ่านสายนอกใดและทดสอบกับเครื่องโทรศัพท์รุ่นใดแล้ว

⑨ เพลงรอสายกับเสียงต้อนรับเป็นคนละส่วน

KX-TES824 มีตัวเลือกเพลงรอสายจากภายใน ภายนอก หรือเสียงโทนตามการตั้งค่า โดยมีช่องต่อแหล่งเสียงเพลงรอสายภายนอกหนึ่งช่องตามคู่มือ

ส่วน เสียงต้อนรับสำหรับ DISA/UCD เป็นอีกหน้าที่หนึ่ง จึงไม่ควรเข้าใจว่าการต่อเครื่องเล่นเพลงจะทำให้เกิดเมนู “กด 1 ฝ่ายขาย กด 2 บัญชี” โดยอัตโนมัติ

หากต้องการระบบตอบรับ ควรระบุความต้องการให้ครบ เช่น

  • ต้องการข้อความต้อนรับกี่ชุด
  • ต้องการให้กดเบอร์ภายในเองหรือเลือกแผนก
  • เมื่อไม่มีผู้รับสายต้องส่งต่อไปที่ใด
  • ต้องการข้อความนอกเวลาทำการหรือไม่

จากนั้นจึงตรวจความสามารถของตู้ การ์ดข้อความ และการตั้งค่าที่จำเป็นสำหรับงานนั้น

⑩ ระบบไฟและแบตเตอรี่สำรองต้องตรวจอะไร

คู่มือติดตั้งระบุการใช้แบตเตอรี่ภายนอกแรงดันรวม 24V DC จากแบตเตอรี่ 12V จำนวนสองลูก แต่ต้องมีสายและอุปกรณ์เชื่อมต่อที่ถูกต้อง

ก่อนเลือกแบตเตอรี่หรือระบบสำรองไฟ ให้ตรวจว่า

  • ตู้มีอุปกรณ์ต่อแบตเตอรี่ที่เหมาะสมหรือไม่
  • แบตเตอรี่เดิมมีสภาพอย่างไร
  • ต้องการให้ระบบทำงานต่อเนื่องนานเท่าไร
  • อุปกรณ์ส่งสัญญาณโทรศัพท์ เช่น เราเตอร์หรือ ONT มีไฟสำรองด้วยหรือไม่
  • มีการทดสอบเมื่อไฟหลักดับจริงหรือไม่

ตู้มีไฟสำรอง แต่เราเตอร์ที่ส่งสัญญาณโทรศัพท์ดับ ก็อาจใช้สายนอกไม่ได้ จึงต้องพิจารณาอุปกรณ์ทั้งเส้นทาง

ระยะเวลาสำรองขึ้นอยู่กับแบตเตอรี่ สภาพอุปกรณ์ และโหลดใช้งาน ไม่ควรรับรองจำนวนชั่วโมงจากรุ่นตู้เพียงอย่างเดียว

⑪ พื้นที่ติดตั้งต้องเตรียมอย่างไร

คู่มือกำหนดให้ติดตั้งตู้บนผนังในตำแหน่งที่เข้าตรวจและบำรุงรักษาได้สะดวก พร้อมหลีกเลี่ยงน้ำ ความร้อน ฝุ่นมาก และแหล่งรบกวน

ควรเว้นพื้นที่สำหรับระบายอากาศอย่างน้อย

  • ด้านบน 20 เซนติเมตร
  • ด้านข้าง 10 เซนติเมตร

ก่อนติดตั้งให้ตรวจผนัง จุดจ่ายไฟ สายดิน และพื้นที่จัดสายด้วย อย่าเลือกตำแหน่งจากขนาดตัวตู้เพียงอย่างเดียว เพราะต้องเผื่อการเปิดฝา ตรวจพอร์ต และซ่อมบำรุงภายหลัง

ขนาดที่พบในเอกสารแต่ละฉบับอาจแตกต่างกันตามรุ่นย่อยหรือวิธีระบุขนาด จึงควรยืนยันกับเครื่องจริงก่อนจัดทำพื้นที่ติดตั้งแบบพอดีตัว

⑫ ตรวจสเปกในใบเสนอราคาอย่างไร

ใบเสนอราคาที่ตรวจสอบง่ายควรระบุรายละเอียดดังนี้

รายการข้อมูลที่ควรระบุ
ตู้หลักรุ่นย่อยและสภาพสินค้า
ความจุที่ส่งมอบจำนวนสายนอกและเบอร์ภายในจริง
การ์ดขยายรหัสรุ่นและจำนวน
เครื่องโทรศัพท์รุ่นและจำนวนแต่ละประเภท
Caller IDการ์ดที่รวมมาและสายนอกที่ครอบคลุม
ระบบตอบรับงานตั้งค่าและอุปกรณ์ที่รวมอยู่
งานเดินสายจำนวนจุด ชนิดสาย และแนวติดตั้ง
ระบบสำรองไฟอุปกรณ์ที่รวมและเงื่อนไขการทดสอบ
งานโปรแกรมการรับสาย สิทธิ์โทรออก และโหมดเวลา
การส่งมอบรายการเบอร์ภายในและข้อมูลการตั้งค่า
การรับประกันระยะเวลาและขอบเขตบริการ

ข้อความว่า “ตู้รองรับ 8/24” เพียงอย่างเดียวยังไม่ยืนยันว่าจะได้รับชุด 8/24 ครบ ควรให้ผู้ขายระบุอุปกรณ์และความจุที่ส่งมอบอย่างชัดเจน

⑬ เช็กลิสต์ก่อนซื้อและติดตั้ง

ก่อนตกลงซื้อ ให้ตรวจตามลำดับนี้

  1. นับจุดโทรศัพท์ รวมจุดที่ต้องเพิ่มในระยะใกล้
  2. นับสายนอกที่ต้องใช้จริง ทั้งสายรับเข้าและโทรออก
  3. แยกชนิดเครื่องโทรศัพท์ ระหว่าง PT และ SLT
  4. ตรวจการ์ดในตู้ ให้ตรงกับความจุที่เสนอ
  5. ตรวจคู่สายเดิม ให้เพียงพอกับเครื่องแต่ละประเภท
  6. ตรวจซอฟต์แวร์ตั้งค่า ให้เชื่อมต่อกับตู้ได้
  7. ตรวจอุปกรณ์เสริม ตามงาน Caller ID เสียงต้อนรับ และสำรองไฟ
  8. กำหนดรายการทดสอบรับงาน ก่อนเริ่มติดตั้ง

หลังติดตั้งควรทดสอบทุกพอร์ตที่ซื้อ ไม่ใช่ทดสอบเฉพาะเครื่องต้อนรับเพียงจุดเดียว

⑭ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสเปก KX-TES824

ตู้พื้นฐานรองรับ 24 เบอร์ภายในทันทีหรือไม่

ไม่รองรับทันที ตู้พื้นฐานมี 8 เบอร์ภายใน ต้องเพิ่มการ์ดตามชุดที่รองรับจึงจะได้ความจุเพิ่มขึ้น

ชุด 8/24 ใช้โทรศัพท์ระบบได้ครบ 24 เครื่องไหม

ไม่ได้ตามจำนวนพอร์ตทั้งหมด ความจุ PT สูงสุดตามคู่มือคือ 16 เครื่อง โดยต้องตรวจพอร์ต Hybrid และการ์ดที่ติดตั้งด้วย

มีพอร์ตภายใน 24 จุด หมายถึงโทรหากันพร้อมกันได้ 12 คู่ไหม

ไม่ควรสรุปเช่นนั้น จำนวนพอร์ตไม่เท่ากับจำนวนเส้นทางสนทนา คู่มือระบุ Intercom Path จำนวน 4 เส้นทาง จึงต้องประเมินการใช้งานพร้อมกันตามทรัพยากรของระบบ

ใช้สายโทรศัพท์ธรรมดาสองเส้นกับเครื่อง PT ได้หรือไม่

เครื่อง PT ต้องใช้สองคู่สายตามการเชื่อมต่อที่คู่มือกำหนด หากสายเดิมมีเพียงหนึ่งคู่ ต้องตรวจและปรับระบบสายก่อน

รุ่นนี้ยังผลิตอยู่หรือไม่

Panasonic ระบุว่าตระกูล KX-TE ยุติการผลิตแล้ว จึงควรตรวจสภาพสินค้า การรับประกัน และความพร้อมของอะไหล่ก่อนซื้อ

⑮ เลือกจากสเปกที่ติดตั้งจริง

สเปก KX-TES824 ที่ควรตรวจเป็นอันดับแรกคือจำนวนสายนอก จำนวนเบอร์ภายใน และชนิดพอร์ต จากนั้นจึงตรวจเครื่องโทรศัพท์ สายสัญญาณ อุปกรณ์เสริม และวิธีตั้งค่าให้ครบ

สำหรับการวางระบบกับ comsiam การเตรียมข้อมูลหน้างานและตรวจใบเสนอราคาให้ตรงกัน จะช่วยให้เลือกชุดอุปกรณ์ได้เหมาะสม พร้อมทดสอบและส่งมอบระบบที่ใช้งานได้จริง