ComSiam Service
Panasonic KX-TES824 ชุด 6/16 ต้องใช้ตู้พื้นฐาน 3 สายนอก 8 เบอร์ภายใน และเพิ่มการ์ด KX-TE82483 จำนวน 1 ใบ การ์ดนี้เพิ่มสายนอกแอนะล็อก 3 พอร์ตและเบอร์ภายในแบบ Hybrid 8 พอร์ต ทำให้ระบบมีความจุรวม 6 สายนอกและ 16 เบอร์ภายใน
ก่อนซื้อชุดขยาย comsiam แนะนำให้ตรวจการ์ดที่ติดตั้งอยู่ในตู้เดิมก่อน เพราะหากมี KX-TE82483 อยู่แล้ว ไม่ต้องซื้อการ์ดรุ่นเดียวกันเพิ่มอีก และควรแยกให้ออกระหว่างจำนวนพอร์ตของตู้กับจำนวนสายโทรศัพท์ที่เปิดบริการจริง
① ชุด 6/16 หมายถึงอะไร
ตัวเลข 6/16 หมายถึงความจุของระบบหลังขยาย ได้แก่
| ตัวเลข | ความหมาย |
|---|---|
| 6 | รองรับสายนอกแอนะล็อก 6 เส้น |
| 16 | รองรับเบอร์ภายใน 16 จุด |
ไม่ได้หมายความว่าราคารวมโทรศัพท์ 16 เครื่อง หรือมีบริการโทรศัพท์จากผู้ให้บริการครบ 6 เส้นแล้ว
ตัวอย่างเช่น บริษัทซื้อชุด 6/16 แต่เปิดบริการสายนอกเพียง 4 เส้น และติดตั้งโทรศัพท์ 12 จุด จะมีความจุพอร์ตเหลือสำหรับเพิ่มภายหลัง แต่การใช้งานขณะนั้นยังอาศัยสายนอกจริง 4 เส้นและเครื่องภายในที่เชื่อมต่ออยู่
② การ์ดหลักที่ต้องใช้คือ KX-TE82483
KX-TE82483 เป็นการ์ดเพิ่ม 3 สายนอกแอนะล็อกและ 8 เบอร์ภายในแบบ Hybrid สำหรับขยาย KX-TES824 จากความจุพื้นฐานเป็นชุด 6/16
| ส่วนของระบบ | สายนอก | เบอร์ภายใน |
|---|---|---|
| ตู้ KX-TES824 พื้นฐาน | 3 | 8 |
| การ์ด KX-TE82483 จำนวน 1 ใบ | เพิ่ม 3 | เพิ่ม 8 |
| ความจุรวม | 6 | 16 |
พอร์ตภายในที่เพิ่มจากการ์ดนี้เป็นแบบ Hybrid จึงเหมาะสำหรับพิจารณาใช้กับเครื่องโทรศัพท์ระบบ Panasonic แบบแอนะล็อกที่เข้ากันได้ หรือโทรศัพท์สายเดียวตามข้อกำหนดของพอร์ต
ต้องตรวจรุ่นย่อยของตู้และการ์ดให้เข้ากันได้ด้วย โดยเฉพาะเครื่องมือสองหรือเครื่องนำเข้าที่อาจมีรหัสต่อท้ายรุ่นต่างกัน
③ ใช้ KX-TE82480 แทนได้ไหม
ใช้แทนเพื่อให้ได้ชุด 6/16 ไม่ได้ เพราะ KX-TE82480 เพิ่มสายนอกเพียง 2 พอร์ต และเบอร์ภายในแบบ SLT 8 พอร์ต
เมื่อติดตั้งกับตู้พื้นฐาน 3/8 จะได้ความจุ 5/16 ไม่ใช่ 6/16
| การ์ดที่เพิ่มจากตู้พื้นฐาน | สายนอกเพิ่ม | ภายในเพิ่ม | ชุดที่ได้ |
|---|---|---|---|
| KX-TE82483 | 3 | 8 แบบ Hybrid | 6/16 |
| KX-TE82480 | 2 | 8 แบบ SLT | 5/16 |
| KX-TE82474 | ไม่เพิ่ม | 8 แบบ SLT | 3/16 |
การ์ดทั้งสามรุ่นเพิ่มเบอร์ภายในได้เท่ากัน แต่จำนวนสายนอกและชนิดพอร์ตภายในต่างกัน จึงควรตรวจรหัสรุ่นก่อนชำระเงิน
④ ชุด 6/16 ต้องใช้การ์ดสองใบไหม
หากเริ่มจาก KX-TES824 พื้นฐาน 3/8 ที่ยังไม่มีการ์ดขยายความจุ การทำชุด 6/16 ใช้ KX-TE82483 เพียงหนึ่งใบ
ไม่ต้องเพิ่ม KX-TE82474 หรือ KX-TE82480 เพื่อให้ได้ความจุ 6/16 เพราะการ์ดเหล่านั้นเกี่ยวข้องกับชุดขยายอื่น
อย่างไรก็ตาม หากต้องการ Caller ID หรือความสามารถเสริมบางอย่าง อาจต้องมีการ์ดเพิ่มเติมตามงาน แต่เป็นคนละเรื่องกับการเพิ่มจำนวนสายนอกและเบอร์ภายใน
แยกรายการอุปกรณ์เป็นสองส่วน
- การ์ดเพิ่มความจุ: ทำให้มีพอร์ตครบ 6 สายนอกและ 16 ภายใน
- การ์ดหรืออุปกรณ์เสริม: เพิ่มความสามารถ เช่น การแสดงหมายเลขผู้โทรหรือระบบข้อความตามเงื่อนไขที่รองรับ
วิธีนี้ช่วยให้ตรวจใบเสนอราคาได้ง่าย และไม่เข้าใจว่าต้องซื้ออุปกรณ์เสริมทุกชนิดเพื่อให้ชุด 6/16 ทำงาน
⑤ รายการอุปกรณ์ที่ควรเตรียม
นอกจากการ์ดขยายแล้ว ต้องเตรียมอุปกรณ์ให้ครบตามจุดใช้งานจริง
| รายการ | สิ่งที่ต้องตรวจ |
|---|---|
| ตู้ KX-TES824 | สภาพตู้ รุ่นย่อย และพอร์ตพื้นฐาน |
| KX-TE82483 จำนวน 1 ใบ | ความเข้ากันได้ สภาพการ์ด และอุปกรณ์ยึดติดตั้ง |
| เครื่องโทรศัพท์ | รุ่นที่รองรับและจำนวนที่ต้องใช้ |
| สายโทรศัพท์ภายใน | จำนวนคู่สายตรงกับชนิดเครื่อง |
| สายนอก | บริการและสัญญาณแอนะล็อกที่ใช้งานร่วมกันได้ |
| หัวต่อและเต้ารับ | หน้าสัมผัสและการเข้าคู่สายถูกต้อง |
| อุปกรณ์ตั้งค่า | เครื่องโทรศัพท์ระบบที่รองรับ หรือคอมพิวเตอร์พร้อมโปรแกรม |
| จุดจ่ายไฟและสายดิน | พร้อมใช้งานตามข้อกำหนดการติดตั้ง |
| ป้ายระบุสาย | แยกพอร์ตสายนอกและจุดภายในได้ชัดเจน |
จำนวนโทรศัพท์ไม่จำเป็นต้องครบ 16 เครื่องตั้งแต่แรก แต่ควรทดสอบความจุพอร์ตที่ซื้อให้ครบตามขอบเขตการส่งมอบ
⑥ พอร์ต Hybrid ที่เพิ่มมาใช้โทรศัพท์อะไรได้บ้าง
ชุด 6/16 ที่ประกอบจากตู้พื้นฐานและ KX-TE82483 มีพอร์ตภายในแบบ Hybrid รวม 16 พอร์ต
สามารถเลือกใช้เครื่องโทรศัพท์ระบบ Panasonic แบบแอนะล็อกที่เข้ากันได้ หรือโทรศัพท์ธรรมดาแบบ SLT ตามข้อกำหนดของระบบ โดยต้องต่อสายให้ตรงกับประเภทเครื่อง
| ประเภทเครื่อง | การเตรียมสาย |
|---|---|
| โทรศัพท์ระบบ Panasonic แบบ PT | 2 คู่สาย |
| โทรศัพท์ธรรมดาแบบ SLT | 1 คู่สาย |
หากจะเพิ่มเครื่องโทรศัพท์ระบบที่โต๊ะใหม่ อย่าตรวจเพียงว่ามีสายถึงโต๊ะแล้ว ต้องตรวจว่ามีสองคู่สายที่ใช้งานได้และต่อครบตามหน้าสัมผัสที่กำหนด
สำหรับการสำรวจหน้างาน comsiam แนะนำให้ทำรายการรุ่นโทรศัพท์แยกตามจุด เพื่อกำหนดคู่สายและตรวจความเข้ากันได้ก่อนติดตั้งการ์ด
⑦ ตรวจตู้เดิมก่อนซื้อการ์ดอย่างไร
ขั้นตอนที่ 1: ตรวจชื่อรุ่นบนเครื่อง
ยืนยันว่าเป็น KX-TES824 และจดรหัสต่อท้ายรุ่น หากมี อย่าเลือกการ์ดจากรูปลักษณ์ตู้เพียงอย่างเดียว
ขั้นตอนที่ 2: ตรวจเอกสารเดิม
ค้นหาใบเสนอราคา ใบส่งมอบ หรือรายการซ่อม เพื่อดูว่าเคยเพิ่มการ์ดรุ่นใดแล้ว
ขั้นตอนที่ 3: ตรวจการ์ดภายใน
ให้ช่างตัดไฟและตรวจรหัสการ์ดจริงตามคู่มือ หากมี KX-TE82483 อยู่แล้ว แต่ใช้งานได้เพียงบางจุด อาจต้องตรวจสาย พอร์ต หรือการตั้งค่าแทนการซื้อเพิ่ม
ขั้นตอนที่ 4: ตรวจพอร์ตที่มีอยู่
แยกจำนวนพอร์ตที่ติดตั้งออกจากจำนวนจุดที่เดินสายใช้งาน เพราะตู้มีความจุ 16 ภายในแล้วก็อาจมีเครื่องโทรศัพท์ต่ออยู่เพียง 8 จุด
ขั้นตอนที่ 5: ประเมินสภาพตู้
ตรวจอาการผิดปกติเดิม เช่น พอร์ตเสีย เสียงรบกวน หรือไฟเลี้ยงไม่เสถียร ก่อนลงทุนขยาย
หากตู้เดิมมีปัญหา ควรแก้และทดสอบให้เรียบร้อยก่อน เพื่อไม่ให้สับสนว่าอาการเกิดจากตู้เดิมหรือการ์ดที่เพิ่มใหม่
⑧ ขั้นตอนเตรียมติดตั้งชุด 6/16
การติดตั้งการ์ดต้องทำตามคู่มือที่ตรงกับตู้และการ์ด ไม่ควรใส่หรือถอดขณะมีไฟเลี้ยง
ก่อนติดตั้ง
- จดหมายเลขภายในและตำแหน่งเครื่องเดิม
- บันทึกการรับสายและสิทธิ์โทรออกที่ใช้อยู่
- สำรองค่าระบบด้วยวิธีที่รองรับ
- กำหนดจุดโทรศัพท์ที่จะเพิ่ม
- กำหนดสายนอกใหม่ที่จะเชื่อมต่อ
- เตรียมการ์ดและอุปกรณ์ติดตั้งให้ครบ
- แจ้งช่วงหยุดใช้งานโทรศัพท์แก่ผู้เกี่ยวข้อง
ระหว่างติดตั้ง
ให้ช่างปิดระบบและตัดแหล่งจ่ายไฟทั้งหมด รวมถึงไฟสำรอง ก่อนติดตั้งการ์ดในตำแหน่งที่คู่มือกำหนด ตรวจขั้วต่อและอุปกรณ์ยึดให้เรียบร้อยก่อนเปิดระบบ
หลังติดตั้ง
ตรวจพอร์ตที่เพิ่ม ตั้งค่าการใช้งาน และทดสอบทั้งพอร์ตใหม่กับพอร์ตเดิม ไม่ควรรีเซ็ตล้างค่าตู้เพียงเพื่อเพิ่มการ์ดโดยยังไม่ได้ตรวจสาเหตุและสำรองข้อมูล
⑨ เพิ่มการ์ดแล้วต้องตั้งค่าอะไร
การมีพอร์ตเพิ่มไม่ได้ยืนยันว่าระบบพร้อมรับสายและโทรออกตรงกับความต้องการทันที ควรตรวจค่าหลักต่อไปนี้
สายนอกที่เพิ่ม
- พอร์ตใดมีบริการโทรศัพท์เชื่อมต่อจริง
- พอร์ตใดต้องเปิดใช้งานหรือปิดไว้
- เครื่องภายในใดมีสิทธิ์ใช้สายนอกแต่ละเส้น
- สายเข้าควรดังที่เครื่องใด
- ต้องแยกการรับสายตามช่วงเวลาหรือไม่
เบอร์ภายในที่เพิ่ม
- ใช้หมายเลขภายในใด
- เครื่องอยู่ที่แผนกใด
- รับสายภายนอกได้หรือไม่
- โทรออกได้ตามสิทธิ์ใด
- ต้องอยู่ในกลุ่มรับสายหรือกลุ่มเรียกใด
อย่ากำหนดหมายเลขใหม่โดยคาดเดา ต้องตรวจแผนหมายเลขเดิมก่อน เพื่อป้องกันหมายเลขซ้ำหรือการเรียกผิดจุด
⑩ ใช้สายนอกไม่ครบหกเส้นได้ไหม
ได้ ชุด 6/16 หมายถึงความจุพอร์ต ไม่ได้บังคับว่าต้องเปิดบริการครบหกเส้น
ตัวอย่างเช่น มีโทรศัพท์ 14 จุดและสายนอกจริง 4 เส้น สามารถใช้ชุด 6/16 โดยจัดการพอร์ตสายนอกที่ไม่ได้ใช้ให้เหมาะสม และเพิ่มบริการภายหลังเมื่อจำเป็น
| ความจุตู้ | การใช้งานจริงตัวอย่าง |
|---|---|
| 6 สายนอก | เปิดบริการและเชื่อมต่อ 4 เส้น |
| 16 ภายใน | ติดตั้งโทรศัพท์ 14 จุด |
การเปิดพอร์ตที่ไม่มีสัญญาณไว้โดยไม่ตรวจการตั้งค่า อาจทำให้ผู้ใช้เลือกหรือยึดสายนอกที่โทรไม่ได้ จึงต้องตรวจพอร์ตว่างหลังขยายระบบด้วย
⑪ ชุด 6/16 รวม Caller ID แล้วหรือไม่
ไม่รวมโดยอัตโนมัติจากการเพิ่ม KX-TE82483 เพราะการ์ดนี้มีหน้าที่เพิ่มสายนอกและพอร์ตภายใน
หากต้องการแสดงหมายเลขผู้โทร ต้องตรวจบริการ Caller ID จากผู้ให้บริการ การ์ดที่รองรับ เครื่องโทรศัพท์ และค่าระบบร่วมกัน
ก่อนขอราคาให้ระบุว่า ต้องการ Caller ID ครอบคลุมสายนอกใดบ้าง ไม่ใช่แจ้งเพียงว่า “ต้องการชุด 6/16” เพราะผู้ขายอาจเสนอเฉพาะความจุพื้นฐานตามชุดขยาย
หลักเดียวกันนี้ใช้กับระบบเสียงต้อนรับและอุปกรณ์เสริมอื่น ต้องระบุความต้องการแยกให้ชัดเจน
⑫ ตรวจรับงานชุด 6/16 อย่างไร
ควรแบ่งการทดสอบเป็นสายนอก เบอร์ภายใน และการทำงานร่วมกัน
ตรวจสายนอกทั้งหกพอร์ต
- ตรวจพอร์ตที่เปิดใช้กับบริการจริง
- โทรออกผ่านแต่ละเส้น
- โทรเข้าหมายเลขที่เชื่อมต่อแต่ละเส้น
- ตรวจเสียงสนทนาและการวางสาย
- ตรวจเส้นทางเสียงเรียกเข้า
- ยืนยันการตั้งค่าพอร์ตที่ยังไม่ได้ใช้
พอร์ตที่ยังไม่มีบริการเชื่อมต่อ ควรให้ช่างทดสอบความพร้อมด้วยวิธีที่เหมาะสมตามขอบเขตงาน
ตรวจเบอร์ภายในทั้งสิบหกพอร์ต
- ใช้เครื่องที่เข้ากันได้ทดสอบพอร์ต
- โทรหากันภายใน
- รับสายและโอนสาย
- ตรวจสิทธิ์โทรออก
- ตรวจคุณภาพเสียง
- ยืนยันหมายเลขกับตำแหน่งติดตั้ง
ตรวจระบบเดิมหลังขยาย
ทดสอบเครื่องเดิมและสายเดิมด้วย เพราะงานขยายอาจมีการขยับสายหรือเปลี่ยนค่าที่กระทบการใช้งานเดิม
⑬ ปัญหาที่พบบ่อยเมื่อทำชุด 6/16
| ปัญหา | สิ่งที่ควรตรวจเป็นอันดับแรก |
|---|---|
| ซื้อการ์ดแล้วได้เพียง 5 สายนอก | ตรวจว่าเป็น KX-TE82480 แทน KX-TE82483 หรือไม่ |
| พอร์ตใหม่ไม่มีสัญญาณ | ตรวจการติดตั้ง ขั้วต่อ สาย และเครื่องทดสอบ |
| เครื่องใหม่โทรภายในได้แต่โทรออกไม่ได้ | ตรวจสิทธิ์ใช้สายนอกและข้อจำกัดการโทร |
| สายนอกใหม่รับสายไม่ดัง | ตรวจสัญญาณสายเข้าและการกำหนดเครื่องรับสาย |
| เครื่อง PT ที่เพิ่มใช้งานไม่ครบ | ตรวจรุ่นเครื่องและการต่อสายสองคู่ |
| คิดว่าการ์ดไม่ทำงานเพราะมีเครื่องเพียงแปดจุด | ตรวจความจุจริงและสายที่เดินถึงจุดใหม่ |
| เพิ่มสายนอกแล้วเสียงรบกวน | ตรวจสาย หัวต่อ แหล่งสัญญาณ และแนวเดินสาย |
ควรใช้เครื่องและสายที่ทราบว่าใช้งานได้ช่วยแยกสาเหตุ ก่อนสรุปว่าการ์ดเสีย
⑭ คำถามที่พบบ่อย
KX-TES824 ชุด 6/16 ใช้การ์ดอะไร
ใช้ KX-TE82483 จำนวนหนึ่งใบเพิ่มจากตู้พื้นฐาน KX-TES824 ชุด 3/8
ต้องใช้ KX-TE82474 ด้วยไหม
ไม่ต้องใช้เพื่อให้ได้ชุด 6/16 การ์ด KX-TE82474 เพิ่มพอร์ต SLT และเกี่ยวข้องกับชุดขยายอื่นตามรูปแบบที่รองรับ
ชุด 6/16 ใช้โทรศัพท์ธรรมดาได้ไหม
ใช้ได้บนพอร์ตที่รองรับ โดยต้องตรวจเครื่องและต่อสายถูกต้อง ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องโทรศัพท์ระบบทุกจุด
มี KX-TE82483 อยู่แล้ว ซื้ออีกใบเพิ่มได้ไหม
ไม่ควรซื้อเพิ่มโดยคาดเดา รุ่นนี้รองรับการ์ด KX-TE82483 หนึ่งใบสำหรับการขยายตามที่กำหนด หากต้องการความจุมากขึ้นต้องตรวจชุดการ์ดถัดไปที่รองรับ
เพิ่มการ์ดแล้วได้หมายเลขโทรศัพท์บริษัทเพิ่มสามหมายเลขไหม
ไม่ได้โดยอัตโนมัติ การ์ดเพิ่มพอร์ตสายนอก ส่วนบริการและหมายเลขโทรศัพท์ต้องจัดหาจากผู้ให้บริการ
ถ้ามี KX-TEM824 ต้องเพิ่มการ์ดนี้เพื่อทำ 6/16 ไหม
KX-TEM824 มีความจุพื้นฐาน 6 สายนอกและ 16 ภายในอยู่แล้ว จึงต้องตรวจรุ่นตู้ให้ถูกต้องก่อนสั่งการ์ด ไม่ควรใช้รายการขยายของ KX-TES824 กับตู้คนละรุ่นโดยตรง
⑮ สรุป
การทำ Panasonic KX-TES824 ชุด 6/16 จากตู้พื้นฐาน 3/8 ต้องเพิ่ม KX-TE82483 จำนวนหนึ่งใบ เพื่อเพิ่ม 3 สายนอกและ 8 เบอร์ภายในแบบ Hybrid ส่วน KX-TE82480 และ KX-TE82474 ให้จำนวนสายนอกหรือชนิดพอร์ตต่างกัน จึงใช้แทนกันไม่ได้ตามเป้าหมายนี้
ก่อนซื้อและติดตั้ง ควรตรวจรุ่นย่อย การ์ดเดิม สายโทรศัพท์ และสภาพตู้ พร้อมกำหนดการรับสายกับสิทธิ์โทรออก สำหรับงานขยายระบบกับ comsiam การตรวจอุปกรณ์ให้ตรงรุ่นและทดสอบครบทุกพอร์ตจะช่วยให้ชุด 6/16 พร้อมใช้งานตามความต้องการจริง
ComSiam Professional Team







