วิธีปิดการโทรผ่าน DISA ไปสายนอก

การปิดการโทรผ่าน DISA ไปสายนอกบนตู้สาขาโทรศัพท์ Panasonic KX-TES824 เป็นมาตรการรักษาความปลอดภัยที่สำคัญสำหรับสำนักงาน เพราะระบบ DISA (Direct Inward System Access) ไม่ได้มีหน้าที่เพียงเล่นเสียงต้อนรับและให้ผู้โทรเลือกหมายเลขภายในเท่านั้น แต่ยังรองรับการโทรออกผ่านสายนอกอีกเส้นหนึ่งได้ หากการตั้งค่าสิทธิ์อนุญาต

ตัวอย่างเช่น สำนักงานเปิดระบบ DISA ให้ลูกค้าโทรเข้าหมายเลขหลักของบริษัท แล้วกด 1 เพื่อติดต่อฝ่ายขาย กด 2 เพื่อติดต่อฝ่ายบัญชี หรือกดหมายเลข Extension เพื่อคุยกับพนักงานโดยตรง

แต่หากตั้งค่าความปลอดภัยไม่เหมาะสม ผู้โทรจากภายนอกอาจใช้ระบบ DISA เป็นทางผ่านเพื่อโทรออกไปยังหมายเลขภายนอกอีกหมายเลขหนึ่ง ซึ่งเรียกว่า Outside-to-Outside หรือ CO-to-CO Line Call

ความเสี่ยงคือค่าโทรศัพท์จากการโทรดังกล่าวอาจถูกเรียกเก็บกับเจ้าของหรือผู้เช่าตู้สาขา แม้ผู้ใช้บริการจะไม่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานก็ตาม

การป้องกันที่สำคัญบน Panasonic KX-TES824 คือการใช้โปรแกรม [511] DISA Security Mode เลือก Trunk Security หรือ All Security ร่วมกับรหัส [512] และการตรวจสอบสิทธิ์ COS/TRS โดยต้องเข้าใจว่าการเปิด Security ไม่ใช่การปิด CO-to-CO แบบถาวรทุกกรณี

สำหรับสำนักงานที่ต้องการเพียงรับสายและโอนสายไปยังโทรศัพท์ภายใน ควรออกแบบให้ผู้โทรใช้ DISA ติดต่อ Extension หรือแผนกได้ตามปกติ แต่ไม่สามารถเข้าถึงการโทรออกสายนอกโดยไม่ได้รับอนุญาต

บทความนี้ ComSiam จะอธิบายวิธีป้องกันการโทรออกสายนอกผ่าน DISA บน Panasonic KX-TES824 ตั้งแต่การตรวจสอบ [511], [512], [530], COS/TRS, การจำกัดสิทธิ์ CO-to-CO การป้องกัน Call Forwarding และ Call Transfer ไปสายนอก รวมถึงขั้นตอนทดสอบว่าการโทรภายในและเมนู AA ยังทำงานได้ตามปกติ พร้อมตาราง Troubleshooting, Checklist และ FAQ สำหรับช่างติดตั้งและผู้ดูแลระบบสำนักงาน

1. การโทรผ่าน DISA ไปสายนอกคืออะไร

DISA เป็นฟังก์ชันที่อนุญาตให้ผู้โทรจากภายนอกเข้าถึงบริการของตู้สาขาผ่านหมายเลขโทรศัพท์หลักของสำนักงาน

ตาม Panasonic KX-TES824 Feature Guide และ User Manual ระบบรองรับทั้งการเรียกหมายเลขภายใน และการโทรออกผ่าน CO Line อีกเส้นหนึ่งเมื่อเงื่อนไข Security อนุญาต

ตัวอย่างการโทร DISA เข้าหมายเลขภายใน

ผู้โทรภายนอก → CO1 → DISA → Extension 101

ตัวอย่างนี้เป็นการโทรจากภายนอกเข้าหาพนักงานภายในสำนักงาน

ตัวอย่างการโทร CO-to-CO

ผู้โทรภายนอก → CO1 → DISA → CO2 → หมายเลขภายนอกอีกหมายเลขหนึ่ง

กรณีนี้ตู้สาขาเป็นตัวกลางเชื่อมสายภายนอกสองสายเข้าด้วยกัน

ตารางเปรียบเทียบ

รูปแบบการโทรเส้นทางความเสี่ยง
DISA ไป ExtensionCO → DISA → Extensionใช้บริการรับสายตามปกติ
DISA ไป Extension GroupCO → DISA → Groupใช้บริการรับสายตามปกติ
DISA ไปสายนอกCO → DISA → COเสี่ยงถูกใช้โทรออกโดยไม่ได้รับอนุญาต
Transfer ไปสายนอกCO → Extension → COต้องควบคุมสิทธิ์การโอน
Forward ไปสายนอกCO → Extension FWD → COต้องควบคุมปลายทางโอนสาย

สำหรับสำนักงานทั่วไปที่เปิด DISA เพื่อให้ลูกค้าติดต่อแผนกภายใน ควรให้ความสำคัญกับการป้องกันการใช้ CO Line เป็นทางผ่านไปยังสายนอกอื่น

2. ทำไมต้องป้องกัน CO-to-CO ผ่าน DISA

Panasonic ระบุคำเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยงของการโทรออกโดยไม่ได้รับอนุญาตผ่านระบบ DISA ไว้ใน Feature Guide และ User Manual

ความเสี่ยงสำคัญ

  • ผู้ไม่หวังดีใช้หมายเลขสำนักงานเข้าถึง DISA
  • มีการเดารหัส DISA Security
  • มีการโทรออกไปยังหมายเลขที่มีค่าใช้จ่ายสูง
  • ช่อง CO Line ถูกใช้งานต่อเนื่อง
  • สำนักงานไม่สามารถรับสายได้ครบตามจำนวนช่อง
  • ค่าโทรศัพท์เพิ่มผิดปกติ
  • ยากต่อการระบุผู้โทรหากไม่มีระบบบันทึกข้อมูลที่เพียงพอ

ตัวอย่างสถานการณ์

สำนักงานเปิด DISA ให้ลูกค้าติดต่อพนักงาน แต่ใช้ No Security

ผู้โทรภายนอกอาจเข้าถึงฟังก์ชันโทรออกตามสิทธิ์ของระบบโดยไม่ต้องใช้รหัส DISA Security

หากมี CO Line ว่างและข้อจำกัดอื่นอนุญาต อาจเกิดการเชื่อมต่อไปยังหมายเลขภายนอกอีกหมายเลขหนึ่งได้

ข้อควรจำ: การมีข้อความ OGM ที่ประกาศเฉพาะหมายเลขภายใน ไม่ได้เป็นมาตรการป้องกันการโทร CO-to-CO เพียงพอ ต้องตรวจสิทธิ์ที่ระดับระบบด้วย

3. โปรแกรมที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย DISA

โปรแกรมหน้าที่
[121]Automatic Line Access
[205]CO-to-CO Line Call Duration
[301]TRS – System Speed Dialling Class
[302–305]TRS – COS 2–5 Denied Code
[306]TRS – Exception Code
[309]Emergency Number
[500]DISA Incoming Call Dial Mode
[501]DISA Built-in AA
[511]DISA Security Mode
[512]DISA Security Code
[518]DISA Tone after Security Code
[530]DISA Security Code Digits
[601–603]TRS-COS – Day/Night/Lunch
[606]Call Transfer to CO Line
[607]Call Forwarding to CO Line
[800–807]โปรแกรม SMDR ที่เกี่ยวข้อง

โปรแกรมหลักสำหรับควบคุมผู้โทรภายนอกผ่าน DISA คือ [511] ส่วนโปรแกรม COS/TRS, Transfer และ Forwarding ต้องตรวจเพิ่มเติมตามรูปแบบการใช้งานจริง

ไม่ควรเปลี่ยนทุกโปรแกรมพร้อมกัน เพราะอาจกระทบการโทรออกของพนักงานและระบบสื่อสารสำนักงาน

4. โปรแกรม [511] DISA Security Mode มีตัวเลือกอะไรบ้าง

Panasonic KX-TES824 Feature Guide ระบุว่ามี Security Mode สามรูปแบบ ได้แก่ Trunk Security, All Security และ No Security

4.1 Trunk Security

ผู้โทรผ่าน DISA สามารถโทรไปยังหมายเลขภายในตามเงื่อนไขของระบบได้ โดยการโทรออกสายนอกผ่าน DISA ต้องป้อนรหัส Security ที่ถูกต้องก่อน

เหมาะสำหรับสำนักงานที่ต้องการเปิดให้ลูกค้าโทรติดต่อแผนกภายในได้สะดวก แต่ป้องกันการโทรออกสายนอกโดยไม่มีรหัส

4.2 All Security

ผู้โทรต้องป้อนรหัส Security ที่ถูกต้องก่อนใช้ DISA โทรทั้งหมายเลขภายในและหมายเลขภายนอก

เหมาะสำหรับระบบที่จำกัดการใช้งานไว้เฉพาะบุคคลหรือกลุ่มที่ได้รับอนุญาต

อย่างไรก็ตาม หากสำนักงานต้องการให้ลูกค้าทั่วไปโทรเข้ามากดหมายเลขภายในได้โดยไม่ต้องมีรหัส All Security อาจไม่ตรงกับรูปแบบบริการที่ต้องการ

4.3 No Security

ระบบอนุญาตให้ผู้โทรผ่าน DISA เข้าถึงการโทรภายในและภายนอกโดยไม่ต้องป้อนรหัส Security ตามเงื่อนไขที่คู่มือกำหนด

ไม่แนะนำให้ใช้ No Security กับ DISA ที่เปิดรับสายจากบุคคลทั่วไป เพราะเพิ่มความเสี่ยงด้านการใช้งานโดยไม่ได้รับอนุญาต

ตารางเปรียบเทียบ

Security Modeโทรเข้าหมายเลขภายในผ่าน DISAโทรออกสายนอกผ่าน DISA
Trunk Securityไม่ต้องใช้ DISA Security Codeต้องใช้ Security Code
All Securityต้องใช้ Security Codeต้องใช้ Security Code
No Securityไม่ต้องใช้ Security Codeไม่ต้องใช้ Security Code

หมายเหตุ: ตารางนี้อธิบายข้อกำหนดเรื่องรหัส DISA เท่านั้น การโทรสำเร็จยังขึ้นอยู่กับแผนหมายเลข สิทธิ์ และข้อจำกัดอื่นของระบบ

5. วิธีตั้ง [511] เป็น Trunk Security

สำหรับสำนักงานที่เปิด DISA ให้ลูกค้ากดเลือกแผนกภายในตามปกติ แต่ต้องการจำกัดการโทรออกสายนอก สามารถพิจารณาใช้ Trunk Security

ขั้นตอนที่ 1 ตรวจสอบค่าเดิม

บันทึกค่าโปรแกรม [511] ก่อนเปลี่ยนแปลง

ขั้นตอนที่ 2 เตรียมโทรศัพท์สำหรับตั้งค่า

ใช้ Panasonic Proprietary Telephone ที่รองรับ System Programming และมีสิทธิ์ถูกต้อง หรือใช้ KX-TE Maintenance Console ที่เข้ากันได้

ขั้นตอนที่ 3 เข้าสู่ System Programming

ดำเนินการตามคู่มือและสิทธิ์ผู้ดูแลระบบ

ขั้นตอนที่ 4 เปิดโปรแกรม [511]

เลือก DISA Security Mode

ขั้นตอนที่ 5 เลือก Trunk Security

ใช้ปุ่ม SELECT เลือก Trunk Security

ขั้นตอนที่ 6 กด STORE

บันทึกค่าที่ตั้ง

ขั้นตอนที่ 7 กด END

ออกจากโปรแกรม

ลำดับ PT Programming โดยสรุป

511 → NEXT → SELECT: Trunk Security → STORE → END

ขั้นตอนที่ 8 ตรวจรหัส Security

ตรวจโปรแกรม [512] และ [530] ให้แน่ใจว่าการจัดการรหัสเหมาะสมกับนโยบายสำนักงาน

ขั้นตอนที่ 9 ทดสอบ

ตรวจสอบว่าผู้โทรภายนอกที่ไม่มีรหัสยังติดต่อ Extension ตามที่อนุญาตได้ แต่ไม่สามารถโทรออก CO Line อีกเส้นหนึ่งโดยไม่ได้รับอนุญาต

Trunk Security เป็นมาตรการควบคุมด้วยรหัส ไม่ใช่คำสั่งปิดการโทรออกผ่าน DISA อย่างถาวรสำหรับผู้ที่มีรหัสถูกต้อง

6. วิธีตั้ง [511] เป็น All Security

All Security กำหนดให้ผู้โทรผ่าน DISA ต้องใช้รหัสก่อนเข้าถึงทั้งการโทรภายในและภายนอก

ขั้นตอนตั้งค่า

  1. สำรองค่าปัจจุบัน
  2. เข้าสู่ System Programming
  3. เปิดโปรแกรม [511]
  4. กด NEXT
  5. เลือก All Security
  6. กด STORE
  7. ออกจากโปรแกรม
  8. ทดสอบตามแผนที่กำหนด

ลำดับ PT Programming

511 → NEXT → SELECT: All Security → STORE → END

ข้อควรระวัง

หากสำนักงานเปิด DISA ให้ลูกค้าทั่วไปโทรติดต่อฝ่ายขายหรือฝ่ายบริการโดยตรง การใช้ All Security อาจทำให้ผู้โทรไม่สามารถเข้าถึงพนักงานได้หากไม่มีรหัส

ดังนั้นต้องตรวจรูปแบบการให้บริการก่อนเลือกใช้

ตัวอย่างการเลือกโหมด

รูปแบบการใช้งานแนวทางพิจารณา
ลูกค้าทั่วไปโทรหา ExtensionTrunk Security
บุคลากรที่ได้รับอนุญาตใช้ DISA เท่านั้นAll Security
ไม่ต้องการเปิด DISA เลยเปลี่ยน CO Line Mode จาก DISA ตามแผนรับสาย
ต้องการปิด CO-to-CO อย่างเด็ดขาดต้องใช้มาตรการหลายชั้นหรือปิดเส้นทางที่ไม่จำเป็น

7. โปรแกรม [512] DISA Security Code ใช้ทำอะไร

[512] ใช้กำหนดรหัสที่ผู้โทรผ่าน DISA ต้องใช้เมื่อ Security Mode กำหนดให้ต้องยืนยันตัวตน

ตาม Panasonic Feature Guide ระบบรองรับรหัส Security ได้สูงสุด 4 รายการ และความยาวรหัส 4–10 หลัก ตามโปรแกรม [530]

ขั้นตอนตรวจสอบ

  1. เข้าสู่ System Programming
  2. เลือก [512]
  3. เลือกหมายเลขช่อง Security Code ตั้งแต่ 1–4
  4. กำหนดรหัสตามนโยบายที่ได้รับอนุมัติ
  5. กด STORE
  6. ตรวจสอบค่ารหัสผ่านกระบวนการที่ปลอดภัย
  7. บันทึกข้อมูลในที่จัดเก็บที่จำกัดสิทธิ์

ลำดับ PT Programming โดยสรุป

512 → NEXT → Code Number (1–4) → Security Code → STORE → END

หลักการรักษาความปลอดภัย

  • ใช้รหัสที่คาดเดายาก
  • ไม่ใช้เลขเรียงหรือเลขซ้ำง่าย ๆ
  • ไม่ใช้หมายเลขโทรศัพท์สำนักงานเป็นรหัส
  • ไม่ประกาศรหัสผ่านในข้อความ OGM
  • ไม่ส่งรหัสให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง
  • เปลี่ยนรหัสเมื่อสงสัยว่ารั่วไหล
  • จำกัดจำนวนผู้ที่รู้รหัส

ข้อควรระวัง

หากสำนักงานไม่ได้ต้องการให้ผู้โทรภายนอกใช้งาน CO-to-CO ควรทบทวนความจำเป็นของรหัส DISA ที่เปิดใช้งานอยู่

การเก็บรหัสที่ไม่ใช้งานไว้โดยไม่มีเหตุผลอาจเพิ่มความเสี่ยงด้านการจัดการสิทธิ์

8. โปรแกรม [530] DISA Security Code Digits สำคัญอย่างไร

[530] ใช้กำหนดจำนวนหลักของรหัส DISA Security

ช่วงค่าที่คู่มือรองรับคือ 4–10 หลัก

คำเตือนสำคัญจากคู่มือ

เมื่อเปลี่ยนค่าจำนวนหลักของรหัสใน [530] รหัสที่กำหนดไว้ใน [512] จะถูกล้างออก

ดังนั้นห้ามเปลี่ยน [530] โดยไม่เตรียมแผนตั้งรหัสใหม่และทดสอบระบบ

ตัวอย่างปัญหา

สำนักงานเคยใช้ Security Code ความยาว 4 หลัก

ช่างเปลี่ยน [530] เป็น 8 หลักเพื่อเพิ่มความปลอดภัย แต่ไม่ได้ตั้งค่า [512] ใหม่

ผลคือรหัสเดิมไม่สามารถใช้งานได้ตามที่คาดหวัง เพราะข้อมูลรหัสได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนโปรแกรม

แนวทางดำเนินการ

  1. ตรวจค่าเดิม [530]
  2. ระบุผู้ที่ได้รับอนุญาตใช้ DISA
  3. สำรองค่าโปรแกรมและจัดเตรียมกระบวนการเปลี่ยนรหัส
  4. เลือกความยาวที่เหมาะสม
  5. กำหนดรหัสใหม่ใน [512]
  6. ทดสอบผู้ใช้ที่ได้รับอนุญาต
  7. ทดสอบผู้โทรที่ไม่มีรหัส
  8. บันทึกผลและควบคุมการเข้าถึงรหัส

9. หากต้องการปิด CO-to-CO แบบไม่ให้ใช้รหัสผ่านเข้าไปได้ ต้องทำอย่างไร

ประเด็นนี้ต้องแยกจากการเปิด Trunk Security

Trunk Security ไม่ได้ห้ามผู้ที่มี Security Code ถูกต้องโทรออกสายนอกผ่าน DISA

ดังนั้น หากนโยบายสำนักงานคือ “ห้ามใช้ DISA โทรออกสายนอกโดยเด็ดขาด” ไม่ควรพึ่งพาการเลือก Trunk Security เพียงรายการเดียว

แนวทางที่ 1 ไม่แจกจ่ายรหัส DISA สำหรับโทรออก

จำกัดผู้ที่มีรหัสและทบทวนความจำเป็นของรหัสที่มีอยู่

อย่างไรก็ตาม วิธีนี้ยังเป็นการควบคุมด้วยรหัส ไม่ใช่การปิดความสามารถที่ระดับระบบอย่างสมบูรณ์

แนวทางที่ 2 ตรวจระบบ CO-to-CO และเส้นทางโทรออก

ตรวจสอบโปรแกรม การเข้าถึงสายนอก และการอนุญาตที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

แนวทางที่ 3 ตรวจ COS/TRS

กำหนดสิทธิ์การโทรออกให้เหมาะสม โดยไม่กระทบการโทรภายในของพนักงาน

แต่ต้องเข้าใจว่า COS/TRS ของ Extension ไม่ใช่คำสั่งปิด DISA CO-to-CO แบบครอบคลุมทุกเส้นทางด้วยตัวเอง

แนวทางที่ 4 ตรวจ Call Transfer และ Forwarding ไปสายนอก

แม้จะป้องกันการโทรออกผ่าน DISA แล้ว ยังต้องตรวจสิทธิ์การโอนหรือส่งต่อสายไป CO Line อื่นด้วย

แนวทางที่ 5 ใช้ข้อจำกัดระดับผู้ให้บริการ

หากต้องการนโยบายห้ามโทรออกบางประเภทอย่างเข้มงวด ควรตรวจสอบว่าผู้ให้บริการสายนอกสามารถจำกัดหมายเลขปลายทางหรือบริการโทรออกจากแต่ละหมายเลขได้หรือไม่

ข้อจำกัดระดับผู้ให้บริการช่วยเพิ่มการป้องกันอีกชั้น แต่ต้องตรวจว่าครอบคลุมทุกเส้นทางที่ต้องการจริง

แนวทางที่ 6 ปิด DISA เมื่อไม่มีความจำเป็นต้องใช้

หากสำนักงานไม่ได้ต้องการให้ผู้โทรเลือก Extension ด้วย DISA สามารถเปลี่ยน CO Line Mode ไปใช้การรับสายรูปแบบอื่น เช่น Normal หรือ DIL ตามแผนที่เหมาะสม

วิธีนี้เป็นการเลิกเปิดช่องทาง DISA สำหรับ CO Line นั้น ไม่ใช่การปิดระบบโทรศัพท์ภายในทั้งหมด

10. COS และ TRS คืออะไร

COS ย่อมาจาก Class of Service

TRS ย่อมาจาก Toll Restriction

ทั้งสองระบบใช้ควบคุมสิทธิ์การโทรตามที่ Panasonic KX-TES824 รองรับ

ตัวอย่างการใช้ COS

สำนักงานอาจกำหนดให้

  • ผู้จัดการมีสิทธิ์โทรออกบางประเภท
  • พนักงานทั่วไปโทรออกเฉพาะหมายเลขที่อนุญาต
  • โทรศัพท์ส่วนกลางจำกัดการโทรออกบางประเภท
  • โทรศัพท์ในพื้นที่สาธารณะมีข้อจำกัดเพิ่มเติม

โปรแกรมที่เกี่ยวข้อง

โปรแกรมหน้าที่
[301]TRS – System Speed Dialling Class
[302–305]TRS – COS 2–5 Denied Code
[306]TRS – Exception Code
[309]Emergency Number
[601]TRS-COS – Day
[602]TRS-COS – Night
[603]TRS-COS – Lunch

ข้อสำคัญ

COS/TRS ช่วยจำกัดการโทรออกของผู้ใช้ตามสิทธิ์ที่กำหนด แต่ไม่ควรถูกเข้าใจว่าเป็นโปรแกรมสำหรับยกเลิกความสามารถ CO-to-CO ผ่าน DISA ทั้งหมดโดยตรง

หากต้องการตรวจนโยบายความปลอดภัย ต้องประเมิน DISA Security ร่วมกับข้อจำกัดการโทรและเส้นทางเชื่อมต่ออื่น

11. วิธีตรวจ COS/TRS โดยไม่ให้การโทรภายในเสีย

ก่อนปรับ COS/TRS ต้องบันทึกสิทธิ์ปัจจุบันของ Extension ทุกเครื่องที่เกี่ยวข้อง

ตัวอย่างแผนสิทธิ์

Extensionหน้าที่นโยบายโทรออกตัวอย่าง
101ประชาสัมพันธ์ตามนโยบายสำนักงาน
102ฝ่ายขายโทรออกเพื่อทำงาน
103ฝ่ายบัญชีโทรออกตามสิทธิ์
104ฝ่ายบริการโทรออกตามสิทธิ์
105ผู้จัดการสิทธิ์ตามตำแหน่ง

ขั้นตอนตรวจสอบ

  1. ตรวจผัง Extension
  2. ตรวจโปรแกรม [601–603]
  3. ตรวจตาราง TRS ที่ใช้งาน
  4. ตรวจหมายเลขที่จำเป็นต้องโทรออก
  5. ตรวจความจำเป็นของ Emergency Call
  6. สำรองค่าเดิม
  7. ปรับสิทธิ์เฉพาะรายการที่ได้รับอนุมัติ
  8. ทดสอบการโทรภายใน
  9. ทดสอบการโทรออกที่ได้รับอนุญาต
  10. ทดสอบหมายเลขที่ควรถูกจำกัดด้วยวิธีที่ปลอดภัย

ข้อควรระวัง

ไม่ควรเปลี่ยน COS ของทุก Extension เป็นระดับจำกัดสูงสุดทันที เพราะอาจกระทบงานประจำวัน การติดต่อผู้ให้บริการ และการโทรที่จำเป็น

ต้องตรวจสอบระบบโทรฉุกเฉินตามนโยบายและข้อกำหนดที่ใช้จริงด้วย โดยหลีกเลี่ยงการโทรทดสอบไปยังศูนย์ฉุกเฉินโดยไม่ประสานงาน

12. โปรแกรม [606] Call Transfer to CO Line ต้องตรวจหรือไม่

ควรตรวจเมื่อสำนักงานต้องการป้องกันไม่ให้สายภายนอกถูกโอนต่อไปยังหมายเลขภายนอกอีกหมายเลขหนึ่งโดยไม่จำเป็น

ตัวอย่าง

ลูกค้าโทรเข้าหมายเลขสำนักงาน

พนักงานรับสายแล้วโอนออกไปยังเบอร์มือถือภายนอก

หากระบบอนุญาต การเชื่อมต่ออาจใช้ CO Line สองช่อง

โปรแกรม [606]

ใช้กำหนดสิทธิ์ของ Extension ในการโอนสายไปยัง CO Line ตามความสามารถของตู้

แนวทางป้องกัน

  1. ตรวจ Extension ที่ได้รับอนุญาต Transfer to CO Line
  2. ระบุว่าตำแหน่งใดจำเป็นต้องใช้
  3. ยกเลิกสิทธิ์ที่ไม่จำเป็นตามนโยบาย
  4. ทดสอบการโอนสายภายใน
  5. ทดสอบการโอนออกภายนอกเฉพาะเส้นทางที่ได้รับอนุญาต
  6. ตรวจการปลด CO Line

ข้อควรระวัง

การปิดสิทธิ์ Call Transfer to CO Line ไม่ใช่การปิด DISA CO-to-CO โดยตรงทุกกรณี เพราะเป็นคนละฟังก์ชัน

13. โปรแกรม [607] Call Forwarding to CO Line ต้องตรวจหรือไม่

ควรตรวจเช่นกัน โดยเฉพาะ Extension ที่มีการตั้ง Forwarding ไปยังมือถือหรือหมายเลขภายนอก

ตัวอย่าง

Extension 101 ตั้งให้โอนสายเข้าไปยังมือถือของพนักงาน

เมื่อลูกค้าโทรผ่าน DISA ไป Extension 101 ระบบอาจส่งสายต่อไปยังหมายเลขมือถือหากสิทธิ์และการตั้งค่ารองรับ

ความเสี่ยง

  • ใช้ CO Line สองช่องโดยไม่จำเป็น
  • เกิดค่าโทรศัพท์จากการโอนสาย
  • สายนอกค้างเมื่อการแจ้งวางสายผิดปกติ
  • มีการส่งต่อสายไปยังหมายเลขที่ไม่อยู่ในนโยบาย

แนวทางตรวจสอบ

  1. ตรวจ Extension ที่เปิด FWD to CO Line
  2. ตรวจโปรแกรม [607]
  3. ตรวจหมายเลขปลายทางที่อนุญาต
  4. ตรวจสิทธิ์ของ Extension
  5. ทดสอบการรับสายภายในตามปกติ
  6. ทดสอบการส่งต่อเฉพาะกรณีที่จำเป็น
  7. ตรวจการคืน CO Line

การควบคุม [606] และ [607] เป็นมาตรการประกอบ ไม่ใช่สิ่งทดแทน DISA Security [511]

14. โปรแกรม [205] CO-to-CO Line Call Duration ช่วยลดความเสี่ยงอย่างไร

Panasonic KX-TES824 รองรับการจำกัดระยะเวลาการโทรที่เชื่อมสายนอกสองสายเข้าด้วยกัน

โปรแกรม [205]

ใช้กำหนดระยะเวลาสูงสุดของการโทร CO-to-CO ตามที่คู่มือรองรับ

เมื่อใกล้ครบเวลา ระบบจะส่งเสียงเตือนก่อนตัดสาย

ประโยชน์

  • จำกัดระยะเวลาการเชื่อม CO-to-CO
  • ลดโอกาสที่สายจะถูกใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานาน
  • ลดผลกระทบของการเชื่อมต่อที่ไม่ได้รับอนุญาตบางกรณี
  • ใช้ประกอบนโยบายควบคุมค่าโทรศัพท์

สิ่งที่ต้องเข้าใจ

[205] ไม่ใช่โปรแกรมปิดการโทร CO-to-CO

หากผู้โทรสามารถเข้าถึงการโทรออกผ่าน DISA ได้อยู่ การกำหนดเวลาเพียงอย่างเดียวไม่ได้ป้องกันไม่ให้เริ่มโทร

จึงควรใช้เป็นมาตรการจำกัดผลกระทบร่วมกับ Security และสิทธิ์อื่น

15. วิธีทดสอบว่าปิดความเสี่ยง DISA แล้ว โดยไม่กระทบการโทรภายใน

หลังแก้ไขโปรแกรม ต้องทดสอบทั้งความปลอดภัยและความสามารถที่สำนักงานยังต้องใช้งาน

ขั้นตอนที่ 1 ตรวจการโทรภายใน

ใช้ Extension 101 โทรไป Extension 102

ยืนยันว่ารับสายและสนทนาได้ตามปกติ

ขั้นตอนที่ 2 ตรวจการโอนภายใน

ทดสอบให้ประชาสัมพันธ์โอนสายไปฝ่ายขาย

ขั้นตอนที่ 3 ตรวจ DISA จากภายนอก

ใช้มือถือโทรเข้าหมายเลขหลักและฟัง OGM

ขั้นตอนที่ 4 ตรวจเมนู AA

กด 1, 2 และ 3 เพื่อยืนยันว่าระบบยังส่งสายไปยังแผนกได้ถูกต้อง

ขั้นตอนที่ 5 ตรวจความปลอดภัยการโทรออก

ใช้ขั้นตอนทดสอบที่ได้รับอนุมัติและหมายเลขทดสอบที่ปลอดภัย เพื่อยืนยันว่าผู้โทรภายนอกที่ไม่มีสิทธิ์ไม่สามารถใช้ DISA โทรออก CO Line อีกเส้นหนึ่งได้

ไม่ควรพยายามโทรไปยังหมายเลขต่างประเทศหรือหมายเลขคิดค่าบริการสูงเพื่อพิสูจน์ว่าระบบปลอดภัย

ขั้นตอนที่ 6 ตรวจการใช้รหัส

หากนโยบายกำหนดให้มีผู้ได้รับอนุญาตใช้รหัส DISA ต้องตรวจว่าสิทธิ์ตรงกับความต้องการจริง และไม่เผยแพร่รหัสในรายงาน

ขั้นตอนที่ 7 ตรวจการโทรออกของพนักงาน

ทดสอบหมายเลขที่สำนักงานจำเป็นต้องใช้ ตามสิทธิ์ COS/TRS ของแต่ละตำแหน่ง

ขั้นตอนที่ 8 ตรวจ Call Transfer และ Forwarding

ทดสอบตามสิทธิ์ที่ต้องการคงไว้

ขั้นตอนที่ 9 ตรวจ Day/Night/Lunch

ตรวจว่าการเปลี่ยนโหมดไม่ทำให้สิทธิ์หรือการรับสายผิดจากแผน

ขั้นตอนที่ 10 ตรวจ CO Line หลังวางสาย

ยืนยันว่าเมื่อสิ้นสุดการสนทนา ช่องสายนอกกลับเป็นว่าง

16. ตัวอย่างตั้งค่าความปลอดภัย DISA สำหรับสำนักงาน

สมมุติสำนักงานมี Panasonic KX-TES824 และหมายเลขภายในดังนี้

Extensionหน้าที่
101ประชาสัมพันธ์
102ฝ่ายขาย
103ฝ่ายบัญชี
104ฝ่ายบริการ
105ผู้จัดการ
106ฝ่ายจัดซื้อ
107ฝ่ายเทคนิค
108ธุรการ

ความต้องการของสำนักงาน

  • ลูกค้าสามารถโทรเข้าหมายเลขหลัก
  • มีเสียงต้อนรับ OGM
  • ลูกค้ากด 1, 2 หรือ 3 เพื่อเลือกแผนก
  • ลูกค้าสามารถโทรหา Extension ที่อนุญาต
  • ไม่อนุญาตให้ผู้โทรทั่วไปใช้ DISA โทรออก CO Line
  • พนักงานภายในยังโทรและโอนสายภายในได้
  • สิทธิ์โทรออกของพนักงานเป็นไปตาม COS/TRS

ตารางตั้งค่าตัวอย่าง

โปรแกรมแนวทาง
[414–416]ใช้ DISA ในช่วงเวลาที่ต้องการ
[500]With AA
[501]กำหนดเมนูแผนก
[511]Trunk Security
[512]จัดการรหัสตามนโยบาย
[530]ความยาวรหัสที่เหมาะสม
[601–603]ตรวจ COS ตามตำแหน่งงาน
[606]จำกัด Transfer to CO เมื่อไม่จำเป็น
[607]จำกัด FWD to CO เมื่อไม่จำเป็น
[205]กำหนดเวลาจำกัด CO-to-CO ตามความเหมาะสม

ข้อจำกัดของตัวอย่าง

การตั้งค่าดังกล่าวช่วยลดความเสี่ยงจากผู้โทรภายนอกที่ไม่มีสิทธิ์ แต่ไม่ควรอ้างว่าได้ปิด CO-to-CO อย่างเด็ดขาดโดยไม่ตรวจทุกช่องทางและสิทธิ์ที่เกี่ยวข้อง

หากสำนักงานมีข้อกำหนดด้านความปลอดภัยเข้มงวด ควรเสริมข้อจำกัดระดับผู้ให้บริการหรือเปลี่ยนรูปแบบการรับสายให้เหมาะสม

17. วิธีตรวจค่าโทรศัพท์ผิดปกติจาก DISA

เมื่อสงสัยว่ามีการใช้ DISA โทรออกโดยไม่ได้รับอนุญาต ควรตรวจสอบข้อมูลให้เร็วที่สุด

สัญญาณที่ควรสังเกต

  • ค่าโทรศัพท์สูงขึ้นอย่างผิดปกติ
  • มีการใช้งาน CO Line ช่วงนอกเวลาทำการ
  • มีรายการโทรออกไปหมายเลขที่สำนักงานไม่รู้จัก
  • มีการโทรต่อเนื่องเป็นเวลานาน
  • CO Line ถูกใช้งานค้างบ่อย
  • เกิดสายโทรออกที่ไม่ตรงกับการทำงานของพนักงาน

การใช้ SMDR

Panasonic KX-TES824 รองรับฟังก์ชัน Station Message Detail Recording (SMDR) สำหรับเก็บข้อมูลการโทรตามการตั้งค่าและอุปกรณ์ที่รองรับ

โปรแกรมที่เกี่ยวข้อง

โปรแกรมกลุ่ม [800–807] ใช้กำหนดรายละเอียดของ SMDR ตามคู่มือ

สิ่งที่ควรดำเนินการ

  1. ตรวจรายการค่าโทรศัพท์จากผู้ให้บริการ
  2. ตรวจช่วงเวลาที่ผิดปกติ
  3. ตรวจหมายเลขปลายทาง
  4. ตรวจข้อมูล SMDR เมื่อมี
  5. ตรวจค่า [511]
  6. ทบทวนรหัส [512]
  7. ตรวจสิทธิ์ Transfer และ FWD ไปสายนอก
  8. เปลี่ยนรหัสที่สงสัยว่ารั่วไหล
  9. ประสานผู้ให้บริการเพื่อจำกัดการโทรที่ไม่จำเป็น
  10. จัดทำรายงานเหตุการณ์

ไม่ควรเผยแพร่หมายเลขโทรศัพท์ส่วนตัวหรือรหัส Security ในเอกสารรายงานสาธารณะ

18. ตาราง Troubleshooting ความปลอดภัย DISA

อาการจุดตรวจสอบแนวทางแก้ไข
ผู้โทรภายนอกโทรออก CO ได้โดยไม่ใช้รหัส[511]ตรวจ No Security
ใช้ Trunk Security แล้วยังโทรออกได้เมื่อมีรหัส[511], [512]ตรวจการอนุญาต ไม่ใช่ถือว่าระบบเสีย
ลูกค้ากด Extension ไม่ได้หลังเปลี่ยน Security[511]ตรวจว่าเลือก All Security หรือไม่
รหัส DISA เดิมใช้ไม่ได้[512], [530]ตรวจการเปลี่ยนจำนวนหลัก
ลูกค้าโทรเข้าแล้วไม่มี OGM[414–416]ตรวจ CO Line Mode
กดเมนู AA แล้วผิดแผนก[501]ตรวจปลายทาง
โทรภายในไม่ได้หลังปรับโปรแกรมExtension และ COSตรวจค่าที่แก้ไข
พนักงานโทรออกไม่ได้[601–603], TRSตรวจสิทธิ์พนักงาน
โอนสายออกภายนอกไม่ได้[606]ตรวจสิทธิ์ Transfer
FWD ไปมือถือไม่ได้[607]ตรวจสิทธิ์ FWD
CO-to-CO ถูกใช้งานนานเกินไป[205]ตรวจ Duration Limitation
ค่าโทรศัพท์สูงผิดปกติSMDR, ผู้ให้บริการตรวจประวัติการโทร
DISA ยังถูกเรียกนอกเวลาทำการ[414–416]ตรวจ Night/Lunch
ผู้โทรภายนอกเข้าถึงบริการอื่นDISA Security และแผนหมายเลขตรวจสิทธิ์ทั้งหมด

19. Checklist ปิดความเสี่ยงการโทรผ่าน DISA ไปสายนอก

รายการตรวจสอบผลการตรวจ
ตรวจสอบรุ่น Panasonic KX-TES824ผ่าน / ไม่ผ่าน
ตรวจสอบ CO Line ทั้งหมดผ่าน / ไม่ผ่าน
ตรวจสอบแผนหมายเลขภายในผ่าน / ไม่ผ่าน
ตรวจสอบ CO Line Mode [414–416]ผ่าน / ไม่ผ่าน
ตรวจสอบ DISA OGMผ่าน / ไม่ผ่าน
ตรวจสอบ [500]ผ่าน / ไม่ผ่าน
ตรวจสอบ [501]ผ่าน / ไม่ผ่าน
อ่านค่าเดิม [511]ผ่าน / ไม่ผ่าน
ตรวจว่าระบบไม่ใช้ No Security โดยไม่จำเป็นผ่าน / ไม่ผ่าน
กำหนด Trunk/All Security ตามนโยบายผ่าน / ไม่ผ่าน
ตรวจสอบรหัส [512]ผ่าน / ไม่ผ่าน
ตรวจความยาวรหัส [530]ผ่าน / ไม่ผ่าน
ตรวจผลกระทบจากการเปลี่ยน [530]ผ่าน / ไม่ผ่าน
ทบทวนผู้ที่รู้รหัส DISAผ่าน / ไม่ผ่าน
ตรวจสอบ COS/TRSผ่าน / ไม่ผ่าน
ตรวจสอบ [601–603]ผ่าน / ไม่ผ่าน
ตรวจสอบ TRS Denied Codeผ่าน / ไม่ผ่าน
ตรวจสิทธิ์ Transfer to CO [606]ผ่าน / ไม่ผ่าน
ตรวจสิทธิ์ FWD to CO [607]ผ่าน / ไม่ผ่าน
ตรวจ CO-to-CO Duration [205]ผ่าน / ไม่ผ่าน
ตรวจข้อจำกัดระดับผู้ให้บริการผ่าน / ไม่ผ่าน / ไม่ใช้
ทดสอบการโทรภายในผ่าน / ไม่ผ่าน
ทดสอบเมนู AAผ่าน / ไม่ผ่าน
ทดสอบผู้โทรไม่มีรหัสผ่าน / ไม่ผ่าน
ทดสอบการโทรออกที่อนุญาตผ่าน / ไม่ผ่าน
ทดสอบข้อจำกัดการโทรออกผ่าน / ไม่ผ่าน
ตรวจ Day/Night/Lunchผ่าน / ไม่ผ่าน
ตรวจ SMDR หากรองรับผ่าน / ไม่ผ่าน / ไม่ใช้
ทดสอบการปลด CO Lineผ่าน / ไม่ผ่าน
สำรองค่าโปรแกรมก่อนแก้ไขผ่าน / ไม่ผ่าน
บันทึกค่าโปรแกรมหลังแก้ไขผ่าน / ไม่ผ่าน
จัดทำรายงานส่งมอบผ่าน / ไม่ผ่าน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Panasonic KX-TES824 ปิดการโทรผ่าน DISA ไปสายนอกได้หรือไม่

สามารถควบคุมและจำกัดการโทรออกผ่าน DISA ได้ โดยใช้ Security Mode และมาตรการเพิ่มเติม หากต้องการห้ามการโทร CO-to-CO อย่างเด็ดขาด ต้องตรวจทุกเส้นทางที่รองรับและไม่ควรถือว่า Trunk Security เพียงอย่างเดียวเป็นการปิดถาวร

โปรแกรม [511] ใช้ทำอะไร

ใช้กำหนด DISA Security Mode ระหว่าง Trunk Security, All Security และ No Security

Trunk Security ปิดการโทร CO-to-CO ได้ทั้งหมดหรือไม่

ไม่ทั้งหมด เพราะผู้ที่มี Security Code ถูกต้องยังสามารถเข้าถึงการโทรออกผ่าน DISA ได้ตามสิทธิ์ของระบบ

All Security ต่างจาก Trunk Security อย่างไร

All Security ต้องใช้รหัสสำหรับการโทรภายในและสายนอกผ่าน DISA ส่วน Trunk Security ต้องใช้รหัสสำหรับการโทรออกสายนอกผ่าน DISA แต่ไม่จำเป็นสำหรับการเรียกหมายเลขภายในตามเงื่อนไขคู่มือ

No Security อันตรายอย่างไร

อนุญาตให้ผู้โทรผ่าน DISA เข้าถึงการโทรภายในหรือสายนอกโดยไม่ต้องใช้รหัส DISA Security ตามเงื่อนไขระบบ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการใช้งานโดยไม่ได้รับอนุญาต

โปรแกรม [512] ใช้ทำอะไร

ใช้กำหนด DISA Security Code โดยระบบรองรับรหัสสูงสุด 4 รายการตามคู่มือ

โปรแกรม [530] ใช้ทำอะไร

ใช้กำหนดจำนวนหลักของรหัส DISA Security ตั้งแต่ 4–10 หลัก

เปลี่ยน [530] แล้วรหัสเดิมหายหรือไม่

ตาม Feature Guide ระบุว่าการเปลี่ยนค่า [530] จะล้างรหัสที่กำหนดไว้ใน [512] จึงต้องเตรียมการตั้งรหัสใหม่และทดสอบระบบ

หากต้องการให้ลูกค้าโทรหา Extension ได้ตามปกติควรใช้โหมดไหน

สามารถพิจารณา Trunk Security เพราะยังรองรับการเรียกหมายเลขภายในผ่าน DISA โดยไม่ต้องใช้ Security Code ตามเงื่อนไขที่คู่มือระบุ

COS/TRS ใช้แทน DISA Security ได้หรือไม่

ไม่ควรใช้แทนกัน เพราะ COS/TRS ควบคุมสิทธิ์ตามระบบ Class of Service ส่วน [511] ควบคุมการเข้าถึงผ่าน DISA โดยตรง

ต้องปิดสิทธิ์ Call Transfer to CO Line หรือไม่

ควรตรวจและจำกัดเฉพาะ Extension ที่ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ แต่ต้องคำนึงถึงการทำงานจริงของสำนักงาน

ต้องปิดสิทธิ์ Call Forwarding to CO Line หรือไม่

ควรตรวจตามนโยบาย เพราะสามารถทำให้สายภายนอกถูกส่งต่อไปหมายเลขภายนอกอีกหมายเลขหนึ่งได้เมื่อมีการตั้งค่าและสิทธิ์รองรับ

โปรแกรม [205] ช่วยป้องกันค่าโทรศัพท์สูงได้หรือไม่

ช่วยจำกัดระยะเวลาการโทร CO-to-CO ตามที่คู่มือรองรับ แต่ไม่ป้องกันการเริ่มโทรออกโดยไม่ได้รับอนุญาตด้วยตัวเอง

หากต้องการปิด DISA ทั้งหมด ต้องทำอย่างไร

เปลี่ยนรูปแบบการรับสายของ CO Line จาก DISA ไปเป็นการรับสายประเภทที่เหมาะสม เช่น Normal หรือ DIL ตามความสามารถและแผนของสำนักงาน โดยต้องทดสอบทุกช่วงเวลา

หลังปิดความเสี่ยง DISA การโทรภายในจะเสียหรือไม่

ไม่ควรเสียหากปรับเฉพาะ Security และสิทธิ์ที่เกี่ยวข้องอย่างถูกต้อง แต่ต้องทดสอบการโทรภายใน การโอนสาย และการรับสายจริงก่อนส่งมอบ

หากพบว่ามีการโทรออกผิดปกติต้องทำอย่างไร

ควรจำกัดช่องทางที่เสี่ยง ตรวจ Security Code, COS/TRS และสิทธิ์ที่เกี่ยวข้อง ตรวจข้อมูลค่าโทรศัพท์และ SMDR และประสานผู้ให้บริการเพื่อหยุดการใช้งานที่ไม่ได้รับอนุญาต

สรุป วิธีปิดการโทรผ่าน DISA ไปสายนอก

การป้องกันการโทรผ่าน DISA ไปสายนอกบน Panasonic KX-TES824 เป็นมาตรการสำคัญในการลดความเสี่ยงจากการโทร CO-to-CO โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งอาจทำให้สำนักงานมีค่าโทรศัพท์สูงผิดปกติ

โปรแกรมหลักคือ [511] DISA Security Mode โดย Trunk Security ใช้กำหนดให้ต้องป้อนรหัสก่อนโทรออกสายนอกผ่าน DISA ส่วน All Security กำหนดให้ต้องใช้รหัสทั้งการโทรภายในและภายนอกผ่าน DISA

โปรแกรม [512] DISA Security Code ใช้จัดการรหัส และ [530] DISA Security Code Digits ใช้กำหนดความยาวรหัส โดยต้องระวังว่าการเปลี่ยนค่า [530] จะล้างรหัสที่ตั้งไว้เดิม

หากต้องการป้องกันความเสี่ยงอย่างรอบด้าน ต้องตรวจสอบ COS/TRS สิทธิ์ [606] Call Transfer to CO Line, [607] Call Forwarding to CO Line และข้อจำกัด [205] CO-to-CO Line Call Duration ร่วมด้วย

อย่างไรก็ตาม การใช้ Trunk Security ไม่ได้เท่ากับการปิดการโทร CO-to-CO อย่างสมบูรณ์ เพราะผู้ที่มีรหัสถูกต้องยังสามารถใช้งานได้ตามสิทธิ์ ดังนั้นสำนักงานที่มีนโยบายห้ามโทรออกผ่าน DISA โดยเด็ดขาดควรเพิ่มการควบคุมระดับระบบหรือผู้ให้บริการ และทดสอบทุกเส้นทางที่เกี่ยวข้อง

หลังเปลี่ยนค่าต้องตรวจสอบว่าเมนู AA การโทรภายใน การโอนสายภายใน และสิทธิ์การโทรออกของพนักงานยังทำงานได้ตามปกติ เพื่อไม่ให้มาตรการความปลอดภัยไปกระทบงานประจำวัน

ComSiam แนะนำให้สำรองค่าโปรแกรมเดิม ทบทวนผู้ที่มีสิทธิ์ใช้ Security Code ตรวจรายการค่าโทรศัพท์เป็นระยะ และจัดทำ Checklist ความปลอดภัย DISA ก่อนส่งมอบงาน เพื่อป้องกันการใช้งานโดยไม่ได้รับอนุญาตและเพิ่มความปลอดภัยของระบบโทรศัพท์สำนักงานในระยะยาว

ComSiam Professional Team