วิธีตั้งค่า DISA Tone After Security Code โปรแกรม 518 Panasonic KX-TES824 เปิดปิดเสียง Beep หลังใส่รหัส DISA

วิธีตั้งค่า DISA Tone After Security Code โปรแกรม 518 บน Panasonic KX-TES824 เป็นการกำหนดว่าตู้สาขาโทรศัพท์จะส่งเสียงสัญญาณสั้น หรือ Beep ให้ผู้โทรได้ยินหลังป้อน DISA Security Code ที่ถูกต้องหรือไม่

โปรแกรม 518 มีตัวเลือก Enable และ Disable โดยค่าเริ่มต้นจากโรงงานคือ Enable

เมื่อเลือก Enable ระบบจะส่งเสียง Beep สั้น ๆ หลังตรวจสอบว่ารหัสที่ผู้โทรป้อนตรงกับรหัสที่กำหนดไว้ในโปรแกรม 512 ส่วนการเลือก Disable จะปิดเสียงแจ้งดังกล่าว แต่ระบบยังตรวจสอบรหัสตาม DISA Security Mode ที่กำหนดในโปรแกรม 511

ตัวอย่างเช่น บริษัทเปิด DISA ให้บุคลากรที่ได้รับอนุญาตสามารถใช้บริการโทรศัพท์บางประเภทจากภายนอกได้ เมื่อผู้โทรป้อนรหัส DISA ถูกต้อง ระบบจะส่งเสียงสั้นเพื่อแจ้งว่ารหัสได้รับการยอมรับ จากนั้นจึงดำเนินการต่อไปตามเงื่อนไขของระบบ

หากผู้ดูแลต้องการไม่ให้มีเสียงแจ้งหลังตรวจสอบรหัส สามารถเปลี่ยนโปรแกรม 518 เป็น Disable ได้ โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนรหัสหรือระดับความปลอดภัยของ DISA

บทความนี้ ComSiam จะอธิบายหน้าที่ของโปรแกรม 518 ความแตกต่างระหว่าง Enable และ Disable วิธีเข้า System Programming ความสัมพันธ์กับโปรแกรม 511, 512 และ 530 วิธีทดสอบจากโทรศัพท์ภายนอก และการแก้ไขเมื่อป้อนรหัสถูกต้องแต่ไม่ได้ยินเสียง Beep

① DISA Tone After Security Code คืออะไร?

DISA Tone After Security Code คือฟังก์ชันควบคุมเสียงตอบรับหลังการตรวจสอบรหัสรักษาความปลอดภัยของระบบ DISA

DISA ย่อมาจาก Direct Inward System Access เป็นบริการที่ช่วยให้ผู้โทรจากภายนอกเข้าถึงเครื่องโทรศัพท์ภายในหรือบริการโทรอื่นตามสิทธิ์ที่กำหนด

ตัวอย่างการทำงาน

① ผู้โทรจากภายนอกเข้าสู่ระบบ DISA

② เลือกบริการที่ต้องยืนยันสิทธิ์

③ ระบบรับ DISA Security Code

④ ระบบตรวจสอบรหัสกับข้อมูลในโปรแกรม 512

⑤ หากรหัสถูกต้อง ระบบพิจารณาค่าโปรแกรม 518

⑥ หากเลือก Enable ระบบส่งเสียง Beep สั้น ๆ

⑦ หากเลือก Disable ระบบไม่ส่งเสียง Beep ดังกล่าว

⑧ ระบบดำเนินการตามขั้นตอนและสิทธิ์การโทรที่เกี่ยวข้องต่อไป

จุดสำคัญ

โปรแกรม 518 เป็นการตั้งค่าเสียงแจ้งผลหลังรหัสถูกต้อง ไม่ใช่การกำหนดว่าผู้โทรมีสิทธิ์ใช้งานบริการใด

② โปรแกรม 518 มีตัวเลือกอะไรบ้าง?

ตัวเลือกการทำงาน
Enableส่งเสียง Beep สั้น ๆ เมื่อรหัส DISA ถูกต้อง
Disableไม่ส่งเสียง Beep หลังตรวจสอบรหัสถูกต้อง

ค่าเริ่มต้นจากโรงงาน

Enable

ความแตกต่างสำคัญ

Enable ช่วยให้ผู้โทรได้รับสัญญาณเสียงยืนยันว่ารหัสถูกต้อง

Disable ลดเสียงแจ้งขั้นตอนดังกล่าว แต่ไม่ยกเลิกการตรวจสอบรหัส

ข้อควรจำ

ไม่ควรเข้าใจว่า Disable ในโปรแกรม 518 เท่ากับการปิด DISA Security เพราะฟังก์ชันความปลอดภัยยังขึ้นอยู่กับโปรแกรม 511 และรหัสที่ตั้งไว้ในโปรแกรม 512

③ เสียง Beep หลังใส่รหัส DISA หมายความว่าอะไร?

เมื่อโปรแกรม 518 เป็น Enable และรหัสที่ป้อนตรงกับ DISA Security Code ที่ตั้งไว้ ระบบจะส่งเสียงสัญญาณสั้นให้ผู้โทรได้ยิน

ความหมาย

เสียงนี้เป็นการแจ้งว่ารหัสผ่านการตรวจสอบตามฟังก์ชันดังกล่าว

เสียงนี้ไม่ใช่อะไร?

  • ไม่ใช่เสียง Ringback Tone ที่บอกว่าปลายทางกำลังดัง
  • ไม่ใช่เสียง Busy Tone ที่บอกว่าเครื่องไม่ว่าง
  • ไม่ใช่เสียง Reorder Tone ที่บอกว่าไม่สามารถดำเนินการตามคำขอ
  • ไม่ใช่เสียง OGM ซึ่งเป็นข้อความเสียงต้อนรับ
  • ไม่ใช่การรับประกันว่าหมายเลขปลายทางที่ต้องการโทรจะสามารถเชื่อมต่อได้สำเร็จ

ตัวอย่าง

รหัสถูกต้องและมีเสียง Beep แต่หมายเลขปลายทางยังอาจถูกจำกัดโดยสิทธิ์การโทรหรือเงื่อนไขอื่นของตู้สาขา

จึงต้องแยกการตรวจสอบรหัสออกจากผลของการโทรจริง

④ โปรแกรม 518 ต่างจากโปรแกรม 511 อย่างไร?

โปรแกรม 511 คือ DISA Security Mode ใช้กำหนดประเภทการโทรที่ต้องมีรหัส DISA

โปรแกรม 518 ใช้ควบคุมเสียงแจ้งหลังป้อนรหัสถูกต้อง

โปรแกรมหน้าที่
511กำหนดระดับการตรวจสอบสิทธิ์
518เปิดหรือปิดเสียง Beep หลังรหัสถูกต้อง

ตัวอย่าง

โปรแกรม 511 = Trunk Security

โปรแกรม 518 = Disable

ระบบยังต้องตรวจสอบรหัสเมื่อผู้โทรขอใช้สายนอกผ่าน DISA ตามเงื่อนไขของ Trunk Security

เพียงแต่จะไม่มีเสียง Beep ที่โปรแกรม 518 ควบคุมหลังตรวจสอบรหัสถูกต้อง

ข้อควรจำ

หากต้องการเปลี่ยนระดับการรักษาความปลอดภัย ต้องใช้โปรแกรม 511 ไม่ใช่ 518

⑤ โปรแกรม 511 มี Security Mode อะไรบ้าง?

โปรแกรม 511 รองรับสามรูปแบบ

Security Modeการตรวจสอบรหัส
Trunk Securityบังคับรหัสเมื่อใช้สายนอกผ่าน DISA
All Securityบังคับรหัสทั้งโทรภายในและใช้สายนอกผ่าน DISA
No Securityไม่บังคับรหัส DISA สำหรับบริการดังกล่าว

Trunk Security

เหมาะกับสำนักงานที่ต้องการให้ลูกค้าติดต่อหมายเลขภายในได้โดยไม่ต้องทราบรหัส

All Security

เหมาะกับระบบที่ต้องการให้เฉพาะผู้ได้รับอนุญาตเข้าถึงบริการโทรผ่าน DISA

No Security

ไม่บังคับการตรวจสอบรหัส DISA ตามขอบเขตของโหมดนี้ จึงมีความเสี่ยงหากใช้กับบริการที่บุคคลทั่วไปเข้าถึงได้

ความสัมพันธ์กับ 518

หากไม่มีขั้นตอนตรวจสอบรหัส ก็จะไม่มีเหตุการณ์ตรวจสอบรหัสถูกต้องที่ต้องส่งเสียง Beep ตามโปรแกรม 518

⑥ โปรแกรม 512 เกี่ยวข้องกับ 518 อย่างไร?

โปรแกรม 512 คือ DISA Security Code ใช้กำหนดรหัสที่ระบบนำมาเปรียบเทียบกับตัวเลขที่ผู้โทรป้อน

คุณสมบัติ

  • รองรับ Code Number 1–4
  • ใช้ตัวเลข 0–9
  • ความยาวรหัสขึ้นอยู่กับโปรแกรม 530
  • ค่าเริ่มต้นของรายการรหัสคือ Not Stored

ตัวอย่างการทำงาน

① โปรแกรม 512 มีรหัสที่กำหนดไว้

② ผู้โทรป้อนรหัสตามขั้นตอนที่ระบบกำหนด

③ ตู้สาขาตรวจสอบว่ารหัสตรงกับรายการที่ตั้งไว้หรือไม่

④ หากถูกต้อง และโปรแกรม 518 เป็น Enable ผู้โทรจะได้ยินเสียง Beep สั้น

ข้อควรจำ

โปรแกรม 518 ไม่ได้สร้างหรือเปลี่ยน DISA Security Code

หากต้องการเปลี่ยนรหัส ต้องใช้โปรแกรม 512

⑦ โปรแกรม 530 เกี่ยวข้องกับ 518 หรือไม่?

เกี่ยวข้องทางอ้อมผ่านความยาวของ DISA Security Code

โปรแกรม 530 ใช้กำหนดจำนวนหลักของรหัส DISA ซึ่งรองรับตั้งแต่ 4–10 หลัก

ตัวอย่าง

หากโปรแกรม 530 = 8 หลัก

ผู้โทรต้องป้อนรหัสที่ตรงกับรายการ 8 หลักที่กำหนดไว้ในโปรแกรม 512

เมื่อระบบตรวจสอบรหัสถูกต้อง จึงเข้าสู่การทำงานของโปรแกรม 518

ข้อควรระวัง

การเปลี่ยนจำนวนหลักในโปรแกรม 530 จะล้างรหัส DISA ที่กำหนดไว้ทั้งหมด

หากเพิ่งเปลี่ยนค่าโปรแกรม 530 แล้วไม่ได้ตั้งรหัสใหม่ในโปรแกรม 512 อาจไม่เกิดการยืนยันรหัสสำเร็จ และไม่มีเสียง Beep ตามที่คาด

⑧ โปรแกรม 518 กับเสียง OGM ต่างกันอย่างไร?

OGM ย่อมาจาก Outgoing Message เป็นข้อความเสียงต้อนรับหรือแนะนำผู้โทรในระบบ DISA

ส่วนเสียง Beep จากโปรแกรม 518 เป็นเสียงสัญญาณสั้นหลังการตรวจสอบรหัสถูกต้อง

เปรียบเทียบ

รายการOGMเสียงจากโปรแกรม 518
ลักษณะข้อความเสียงเสียง Beep สั้น
หน้าที่แนะนำผู้โทรแจ้งผลว่ารหัสถูกต้อง
เกี่ยวข้องกับระบบตอบรับ DISADISA Security Code
ใช้ข้อความบันทึกเสียงใช่ไม่ใช่
การควบคุมโปรแกรม OGM ที่เกี่ยวข้องโปรแกรม 518

ข้อควรจำ

หาก OGM ไม่มีเสียง ต้องตรวจสอบการบันทึกเสียงและการกำหนด OGM ไม่ใช่โปรแกรม 518

⑨ เตรียมอะไรบ้างก่อนตั้งโปรแกรม 518?

ก่อนเปลี่ยนค่า ควรตรวจสอบดังนี้

① รุ่นตู้สาขา Panasonic KX-TES824

② สายนอกที่เปิดใช้งาน DISA

③ โปรแกรม 511 ปัจจุบัน

④ โปรแกรม 512 มีรหัสที่ใช้งานได้หรือไม่

⑤ จำนวนหลักรหัสจากโปรแกรม 530

⑥ ค่าโปรแกรม 518 เดิม

⑦ ผู้ได้รับอนุญาตให้ทดสอบรหัส

⑧ โทรศัพท์สำหรับทดสอบจากภายนอก

⑨ เวลาที่เหมาะสมในการเปลี่ยนค่า

⑩ วิธีบันทึกผลและย้อนกลับค่าเดิม

ข้อควรระวัง

ไม่ควรเปิดเผยรหัส DISA จริงในรายงานการทดสอบหรือเอกสารที่บุคคลทั่วไปเข้าถึงได้

⑩ วิธีเข้า System Programming Panasonic KX-TES824

ต้องใช้โทรศัพท์ Panasonic Proprietary Telephone ที่รองรับการตั้งโปรแกรมระบบและมีสิทธิ์ดำเนินการ

ขั้นตอน

① วางหูโทรศัพท์

② กด PROGRAM

③ กด *#

④ ป้อน System Password ที่ได้รับอนุญาต

⑤ รอให้เข้าสู่โหมดโปรแกรม

⑥ เลือกหมายเลขโปรแกรมที่ต้องการ

ข้อควรจำ

System Password ไม่ใช่ DISA Security Code

ไม่ควรใช้รหัสทั้งสองชนิดร่วมกันโดยไม่มีเหตุจำเป็น และไม่ควรรีเซ็ตตู้สาขาเพียงเพราะเข้าสู่ระบบโปรแกรมไม่ได้

⑪ วิธีตั้งโปรแกรม 518 เป็น Enable

การตั้งเป็น Enable ทำให้ระบบส่งเสียง Beep สั้นหลังตรวจสอบรหัส DISA ถูกต้อง

ขั้นตอน

① เข้า System Programming

② กดหมายเลข 518

③ กด NEXT

④ ตรวจสอบค่าปัจจุบัน

⑤ ใช้ SELECT เลือก Enable

⑥ ตรวจสอบค่าบนหน้าจอ

⑦ กด STORE

⑧ กด END

ลำดับคำสั่ง

518 → NEXT → SELECT (Enable) → STORE → END

ผลลัพธ์

เมื่อผู้โทรเข้าสู่การตรวจสอบรหัส DISA และป้อนรหัสถูกต้อง ระบบจะส่งเสียง Beep สั้นตามการตั้งค่า

คำแนะนำ

หลังตั้งค่า ควรทดสอบโดยผู้มีสิทธิ์ใช้รหัสจริง เพื่อยืนยันว่าได้ยินเสียงแจ้งตามที่ต้องการ

⑫ วิธีตั้งโปรแกรม 518 เป็น Disable

หากไม่ต้องการให้ผู้โทรได้ยินเสียง Beep หลังป้อนรหัสถูกต้อง สามารถตั้งเป็น Disable

ขั้นตอน

① เข้า System Programming

② กด 518

③ กด NEXT

④ ใช้ SELECT เลือก Disable

⑤ ตรวจสอบหน้าจอ

⑥ กด STORE

⑦ กด END

ลำดับคำสั่ง

518 → NEXT → SELECT (Disable) → STORE → END

ผลลัพธ์

ระบบไม่ส่งเสียง Beep ที่ใช้แจ้งหลังรหัสถูกต้อง

แต่ยังคงตรวจสอบรหัสตามโปรแกรม 511 และ 512

ข้อควรระวัง

ผู้ใช้อาจไม่ทราบจากเสียงทันทีว่ารหัสถูกต้องหรือไม่ จึงควรจัดทำคำแนะนำการใช้งานให้กับบุคลากรที่ได้รับอนุญาต

⑬ ควรเลือก Enable หรือ Disable ดีกว่า?

ควรเลือกตามความต้องการใช้งานจริง

Enable เหมาะกับ

  • ผู้ใช้ที่ต้องการเสียงยืนยันหลังป้อนรหัส
  • การทดสอบและตรวจสอบการตั้งค่า
  • ระบบที่ต้องการลดความสับสนระหว่างขั้นตอนตรวจสอบรหัสกับขั้นตอนถัดไป

Disable เหมาะกับ

  • ระบบที่ต้องการลดเสียงแจ้งขั้นตอนดังกล่าว
  • รูปแบบการใช้งานที่ผู้ใช้ได้รับคำแนะนำชัดเจนแล้ว
  • การตั้งค่าที่มีเหตุผลด้านประสบการณ์ใช้งานเฉพาะ

คำแนะนำ

สำหรับการติดตั้งและทดสอบครั้งแรก ควรเริ่มจาก Enable ซึ่งเป็นค่าเริ่มต้นจากโรงงาน แล้วจึงพิจารณา Disable หากมีความจำเป็น

⑭ การปิดเสียง Beep ทำให้ระบบปลอดภัยขึ้นหรือไม่?

การเลือก Disable ในโปรแกรม 518 ไม่ได้เพิ่มระดับ Security Mode โดยตรง

สิ่งที่ยังเหมือนเดิม

  • การตรวจสอบรหัสตามโปรแกรม 511
  • รหัสที่กำหนดในโปรแกรม 512
  • ความยาวรหัสจากโปรแกรม 530
  • สิทธิ์โทรออกอื่นที่เกี่ยวข้อง

สิ่งที่เปลี่ยนไป

เสียงตอบรับหลังตรวจสอบรหัสถูกต้อง

ข้อสรุป

ไม่ควรใช้การปิดเสียง Beep เป็นมาตรการหลักในการป้องกัน Toll Fraud

ควรใช้ Trunk Security หรือ All Security พร้อมรหัสที่ปลอดภัย และควบคุมสิทธิ์การโทรออกเพิ่มเติม

⑮ วิธีทดสอบ Enable จากโทรศัพท์ภายนอก

การทดสอบควรดำเนินการโดยผู้ดูแลหรือบุคลากรที่ได้รับอนุญาต

ขั้นตอน

① ตรวจสอบโปรแกรม 518 เป็น Enable

② ตรวจสอบโปรแกรม 511 ว่ามีเงื่อนไขต้องใช้รหัส

③ ตรวจสอบว่ามีรหัสในโปรแกรม 512

④ ใช้โทรศัพท์ที่ได้รับอนุญาตโทรเข้าระบบ DISA

⑤ เข้าสู่บริการที่ต้องตรวจสอบรหัสตามสิทธิ์

⑥ ป้อนรหัสที่ถูกต้องด้วยวิธีที่ระบบกำหนด

⑦ ฟังเสียงตอบรับ

⑧ ตรวจสอบว่ามี Beep สั้นหลังรหัสถูกต้อง

⑨ จบการทดสอบและวางสาย

ผลที่คาดหวัง

มีเสียง Beep สั้นเมื่อระบบยอมรับรหัส

ข้อควรระวัง

ไม่ควรใช้หมายเลขต่างประเทศหรือหมายเลขที่คิดค่าบริการสูงในการทดสอบ

⑯ วิธีทดสอบ Disable จากโทรศัพท์ภายนอก

ขั้นตอน

① ตั้งโปรแกรม 518 เป็น Disable

② ตรวจสอบว่าโปรแกรม 511 และ 512 ยังเหมือนเดิม

③ โทรเข้าระบบ DISA จากโทรศัพท์ที่ได้รับอนุญาต

④ เข้าสู่การตรวจสอบรหัส

⑤ ป้อนรหัสถูกต้อง

⑥ ตรวจสอบว่าไม่มีเสียง Beep ของโปรแกรม 518

⑦ ตรวจสอบว่าระบบดำเนินการต่อไปตามสิทธิ์ที่กำหนด

⑧ วางสาย

ผลที่ต้องการ

เสียง Beep ถูกปิด แต่การตรวจสอบสิทธิ์ยังทำงานตามปกติ

ข้อควรจำ

หากระบบไม่อนุญาตการใช้งานหลังป้อนรหัส ไม่ควรสรุปทันทีว่าโปรแกรม 518 เป็นสาเหตุ เพราะยังมี Security Mode รหัส และสิทธิ์การโทรอื่นที่ต้องตรวจสอบ

⑰ ตั้ง Enable แล้วทำไมไม่ได้ยินเสียง Beep?

ควรตรวจสอบสาเหตุต่อไปนี้

1. โปรแกรม 518 ยังเป็น Disable

ตรวจสอบค่าที่บันทึกจริง

2. โปรแกรม 511 ไม่ต้องตรวจสอบรหัสในสถานการณ์นั้น

หากไม่มีการป้อน DISA Security Code ก็จะไม่มีเสียงยืนยันหลังรหัสถูกต้อง

3. รหัสที่ป้อนไม่ถูกต้อง

ตรวจสอบโดยผู้มีสิทธิ์เท่านั้น

4. ความยาวรหัสไม่ตรง

ตรวจสอบโปรแกรม 530

5. รหัสถูกล้างหลังเปลี่ยนโปรแกรม 530

ต้องกำหนดใหม่ในโปรแกรม 512

6. ระบบไม่ได้รับ DTMF ครบ

ตรวจสอบสัญญาณจากโทรศัพท์ต้นทางหรืออุปกรณ์สายนอก

7. ปัญหาเสียงจากเส้นทางโทรศัพท์

ควรทดสอบจากอุปกรณ์หรือเครือข่ายอื่นเพื่อแยกอาการ

⑱ ตั้ง Disable แล้วทำไมยังได้ยินเสียงสัญญาณ?

อาจเป็นเสียงชนิดอื่น ไม่ใช่เสียง Beep จากโปรแกรม 518

เสียงที่ควรแยก

เสียงความหมายโดยทั่วไป
Beep หลังรหัสแจ้งว่ารหัสถูกต้องเมื่อ 518 Enable
Ringback Toneปลายทางกำลังถูกเรียก
Busy Toneปลายทางไม่ว่าง
Reorder Toneระบบไม่สามารถดำเนินการตามคำขอ
OGMข้อความเสียงตอบรับ

วิธีตรวจสอบ

① ตรวจค่าโปรแกรม 518

② บันทึกจังหวะที่ได้ยินเสียง

③ ตรวจว่าเสียงเกิดหลังป้อนรหัสทันทีหรือหลังเลือกหมายเลข

④ ทดสอบกับรหัสที่ได้รับอนุญาต

⑤ เปรียบเทียบเมื่อสลับค่า Enable และ Disable ภายใต้แผนทดสอบที่ควบคุมได้

ข้อสำคัญ

ไม่ควรเรียกเสียงทุกชนิดว่า Beep หลัง Security Code เพราะอาจทำให้แก้โปรแกรมผิดรายการ

⑲ ถ้าป้อนรหัสผิด ระบบจะ Beep หรือไม่?

โปรแกรม 518 ควบคุมเสียงสั้นที่เกิดเมื่อรหัสตรงกับรหัส DISA ที่กำหนดไว้

หากรหัสผิด

เสียงยืนยันความถูกต้องของโปรแกรม 518 ไม่ควรถูกตีความว่าเป็นการอนุญาต

คู่มือระบุว่าหากป้อน DISA Security Code ผิดครบ 3 ครั้ง ระบบจะส่ง Reorder Tone และตัดสาย

ข้อควรระวัง

ไม่ควรทดลองเดารหัสหลายครั้งเพื่อทดสอบระบบ

หากไม่ทราบรหัส ควรให้ผู้ดูแลตรวจสอบการตั้งค่าและกำหนดรหัสใหม่ตามขั้นตอนที่ได้รับอนุญาต

⑳ ความสัมพันธ์กับ ONT และ VoIP Gateway

สำนักงานที่ใช้บริการโทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ตอาจมีการเชื่อมต่อดังนี้

ONT TEL1 → CO1 → Panasonic KX-TES824 → DISA

จุดที่ต้องตรวจ

① ONT รับสายได้ปกติ

② CO Line เปิดใช้งาน DISA

③ OGM เล่นครบ

④ โทรศัพท์ภายนอกส่ง DTMF ได้

⑤ ระบบตรวจสอบรหัสถูกต้อง

⑥ โปรแกรม 518 ส่งหรือไม่ส่งเสียงตามค่า

⑦ ระบบตัดสายและคืน CO Line ได้ตามปกติ

หากไม่ได้ยิน Beep

ควรตรวจสอบว่ารหัสได้รับการยอมรับจริงหรือไม่ก่อนสรุปว่าปัญหาเกิดจากคุณภาพเสียง

โปรแกรม 518 ไม่ได้ใช้แก้ปัญหาการส่ง DTMF จาก ONT โดยตรง

㉑ โปรแกรม 518 เป็นค่ารวมของระบบหรือแยกตาม CO Line?

โปรแกรม 518 ไม่มีขั้นตอนเลือก CO Line แยกแต่ละพอร์ตในคำสั่งตั้งค่า

ตัวอย่าง

บริษัทมี

  • CO1 ใช้ DISA OGM1
  • CO2 ใช้ DISA OGM2

หากกำหนดโปรแกรม 518 เป็น Enable จะเป็นค่าการส่งเสียงหลัง Security Code สำหรับการทำงาน DISA ที่เกี่ยวข้องในระบบ

ข้อควรจำ

ไม่ควรสมมติว่าสามารถตั้ง CO1 เป็น Enable และ CO2 เป็น Disable ด้วยโปรแกรม 518 เพียงรายการเดียว

หากต้องการรูปแบบการตอบรับต่างกันตามสายนอก ต้องประเมินความสามารถของระบบโดยรวมเพิ่มเติม

㉒ โปรแกรมที่ควรตรวจสอบร่วมกับ 518

โปรแกรมหน้าที่
414–416กำหนดรูปแบบรับสาย CO
500DISA Incoming Call Dial Mode
501DISA Built-in AA
511DISA Security Mode
512DISA Security Code
518DISA Tone after Security Code
530DISA Security Code Digits
531DISA Ringback Tone

ข้อควรเข้าใจ

โปรแกรม 531 ใช้เกี่ยวกับ Ringback Tone ไม่ใช่เสียงยืนยันรหัสตามโปรแกรม 518

หากต้องการปรับเสียงสัญญาณหลังป้อนรหัสถูกต้อง ต้องใช้โปรแกรม 518 โดยตรง

㉓ ตัวอย่างตั้งค่าโปรแกรม 518 สำหรับสำนักงานจริง

สมมติบริษัทมี

  • CO1 = หมายเลขหลัก
  • OGM1 = เสียงต้อนรับ
  • โปรแกรม 511 = Trunk Security
  • โปรแกรม 512 = มีรหัสสำหรับผู้ได้รับอนุญาต
  • โปรแกรม 530 = 8 หลัก
  • โปรแกรม 518 = Enable

ความต้องการ

ลูกค้าทั่วไปสามารถติดต่อเครื่องภายในผ่าน DISA ได้

ส่วนบุคลากรที่ได้รับอนุญาตให้ใช้บริการที่ต้องมีรหัสจะได้ยินเสียงยืนยันหลังป้อนรหัสถูกต้อง

ตารางตัวอย่าง

โปรแกรมค่าเป้าหมาย
414CO1 = DISA OGM1
500With AA หากใช้เมนู
511Trunk Security
512รหัสที่กำหนดสำหรับผู้ได้รับอนุญาต
5308 หลัก
518Enable

ขั้นตอนทดสอบ

① โทรเข้าหมายเลขบริษัท

② ทดสอบการติดต่อเครื่องภายในตามปกติ

③ ใช้ผู้ทดสอบที่มีสิทธิ์เข้าสู่ขั้นตอนยืนยันรหัส

④ ป้อนรหัสถูกต้อง

⑤ ตรวจสอบเสียง Beep

⑥ ตรวจสอบว่าระบบดำเนินการตามสิทธิ์ที่ตั้งไว้

⑦ วางสายและตรวจสอบ CO Line

㉔ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อใช้โปรแกรม 518

1. เข้าใจว่า Disable หมายถึงปิด Security

โปรแกรม 518 ควบคุมเสียง ไม่ได้ยกเลิกการตรวจสอบรหัส

2. ไม่ตรวจสอบโปรแกรม 511

ทำให้ไม่ทราบว่าการโทรที่ทดสอบต้องใช้รหัสหรือไม่

3. ไม่กำหนดรหัสในโปรแกรม 512

จึงไม่สามารถทดสอบกรณีรหัสถูกต้องได้

4. เปลี่ยนโปรแกรม 530 แล้วลืมตั้งรหัสใหม่

ทำให้รหัสเดิมถูกล้าง

5. สับสนระหว่างเสียง Beep กับ Ringback Tone

ทำให้แก้โปรแกรมผิดรายการ

6. ทดสอบจากโทรศัพท์ที่ส่ง DTMF ไม่สมบูรณ์

ทำให้รหัสไม่ถูกตรวจสอบครบ

7. ตั้ง Disable แล้วสรุปว่ารหัสไม่ทำงาน

การไม่มีเสียงแจ้งไม่ได้แปลว่าไม่มีการตรวจสอบสิทธิ์

8. ใช้การปิด Beep แทนมาตรการความปลอดภัย

ไม่ได้ลดความเสี่ยงของ Toll Fraud อย่างเพียงพอ

㉕ Checklist ตั้งค่า DISA Tone After Security Code โปรแกรม 518

  • ตรวจสอบรุ่นตู้สาขา
  • ตรวจสอบ CO Line ที่ใช้ DISA
  • ตรวจสอบค่าโปรแกรม 511
  • ตรวจสอบว่ามีรหัสในโปรแกรม 512
  • ตรวจสอบความยาวรหัสในโปรแกรม 530
  • บันทึกค่าโปรแกรม 518 เดิม
  • เลือก Enable หรือ Disable
  • กด STORE เพื่อบันทึก
  • ตรวจสอบว่าค่าถูกบันทึกแล้ว
  • เตรียมผู้ทดสอบที่ได้รับอนุญาต
  • ทดสอบการป้อนรหัสถูกต้อง
  • ตรวจสอบเสียง Beep เมื่อ Enable
  • ตรวจสอบว่าไม่มีเสียง Beep ดังกล่าวเมื่อ Disable
  • ตรวจสอบว่าการยืนยันรหัสยังทำงาน
  • แยกเสียง Beep ออกจาก Ringback Tone
  • ตรวจสอบการรับ DTMF
  • ทดสอบจากโทรศัพท์ภายนอก
  • ตรวจสอบการคืน CO Line
  • ไม่เปิดเผยรหัสจริงในการบันทึกผล
  • บันทึกผลการทดสอบ

㉖ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรม 518

Panasonic KX-TES824 โปรแกรม 518 คืออะไร?

คือ DISA Tone after Security Code ใช้กำหนดว่าจะส่งเสียง Beep สั้นหลังผู้โทรป้อนรหัส DISA ถูกต้องหรือไม่

โปรแกรม 518 มีตัวเลือกอะไรบ้าง?

มี Enable และ Disable

ค่าเริ่มต้นจากโรงงานคืออะไร?

Enable

ตั้ง Enable แล้วเกิดอะไรขึ้น?

ระบบส่งเสียง Beep สั้นเมื่อรหัส DISA ที่ป้อนตรงกับรหัสที่กำหนดไว้

ตั้ง Disable แล้วรหัส DISA ยังทำงานหรือไม่?

ยังทำงานตาม Security Mode เพราะโปรแกรม 518 ควบคุมเสียงแจ้ง ไม่ใช่การตรวจสอบสิทธิ์

โปรแกรม 518 กับ 511 ต่างกันอย่างไร?

511 กำหนดระดับความปลอดภัย ส่วน 518 เปิดหรือปิดเสียงหลังรหัสถูกต้อง

โปรแกรม 518 กับ 512 ต่างกันอย่างไร?

512 ใช้กำหนดรหัส ส่วน 518 ใช้กำหนดเสียงแจ้งเมื่อรหัสถูกต้อง

หากตั้ง Enable แล้วไม่มีเสียง Beep ต้องตรวจอะไร?

ตรวจค่า 518, Security Mode โปรแกรม 511, รหัสโปรแกรม 512, ความยาวรหัสโปรแกรม 530 และการรับ DTMF

โปรแกรม 518 ใช้แก้ปัญหา Toll Fraud ได้หรือไม่?

ไม่ได้โดยตรง ต้องใช้มาตรการความปลอดภัยอื่นร่วมด้วย เช่น Trunk Security, รหัสที่ปลอดภัย และการจำกัดสิทธิ์โทรออก

โปรแกรม 518 กับ 531 เหมือนกันหรือไม่?

ไม่เหมือนกัน โปรแกรม 518 ควบคุมเสียงแจ้งหลัง Security Code ส่วนโปรแกรม 531 เกี่ยวข้องกับ DISA Ringback Tone

㉗ สรุปวิธีตั้งค่า DISA Tone After Security Code โปรแกรม 518 Panasonic KX-TES824

การตั้งค่า DISA Tone After Security Code โปรแกรม 518 บน Panasonic KX-TES824 ใช้เปิดหรือปิดเสียง Beep สั้นที่ผู้โทรได้ยินหลังจากป้อน DISA Security Code ถูกต้อง

โปรแกรมนี้รองรับสองตัวเลือก คือ Enable และ Disable โดยค่าเริ่มต้นจากโรงงานคือ Enable

หากเลือก Enable ระบบจะส่งเสียงสั้นเพื่อแจ้งว่ารหัสได้รับการตรวจสอบถูกต้อง ส่วน Disable จะไม่ส่งเสียงดังกล่าว แต่ยังคงใช้กระบวนการตรวจสอบรหัสตามระดับความปลอดภัยที่กำหนดไว้

การทำงานของโปรแกรม 518 จึงสัมพันธ์กับโปรแกรม 511 สำหรับ DISA Security Mode โปรแกรม 512 สำหรับกำหนดรหัส และโปรแกรม 530 สำหรับจำนวนหลักของรหัส

หากป้อนรหัสถูกต้องแต่ไม่มีเสียง Beep ควรตรวจสอบค่า 518 และยืนยันก่อนว่ารหัสผ่านการตรวจสอบจริง รวมถึงตรวจสอบสัญญาณ DTMF จากโทรศัพท์ต้นทาง

หากต้องการใช้ระบบ DISA อย่างปลอดภัย ไม่ควรอาศัยการเปิดหรือปิดเสียง Beep เพียงอย่างเดียว เพราะโปรแกรม 518 ไม่ได้เปลี่ยนระดับการป้องกันการโทรออกโดยไม่ได้รับอนุญาต

ComSiam แนะนำให้คงค่า Enable สำหรับการติดตั้งและทดสอบทั่วไป เพื่อให้ผู้ใช้งานทราบว่ารหัส DISA ถูกต้อง จากนั้นจึงพิจารณาปรับเป็น Disable หากรูปแบบการใช้งานมีความจำเป็น พร้อมรักษาการตั้งค่า Security Mode และรหัส DISA ให้ปลอดภัยอยู่เสมอ

ComSiam Professional Team