ComSiam Service
การ ป้องกันคนภายนอกโทรออกผ่าน DISA Panasonic KX-TES824 เป็นมาตรการสำคัญสำหรับสำนักงานที่เปิดระบบตอบรับสายอัตโนมัติ เพราะหากตั้งค่าความปลอดภัยไม่เหมาะสม บุคคลภายนอกอาจโทรเข้าตู้สาขาแล้วใช้ CO Line ของบริษัทโทรออกไปยังหมายเลขอื่น ส่งผลให้เกิดค่าโทรศัพท์สูงผิดปกติ
วิธีป้องกันหลักคือกำหนด DISA Security Mode โปรแกรม 511 ให้เหมาะสม และตั้ง DISA Security Code โปรแกรม 512 เพื่อควบคุมการเข้าถึงฟังก์ชันโทรออกผ่านสายนอก
สำหรับองค์กรที่ไม่ต้องการให้ผู้โทรภายนอกใช้ DISA โทรต่อออกสายนอก ควรตรวจสอบ Trunk Security หรือ All Security หลีกเลี่ยง No Security และทบทวนว่าจำเป็นต้องเปิดฟังก์ชันโทรออกผ่าน DISA หรือไม่
นอกจากนี้ยังควรตรวจสอบความยาวรหัสผ่านโปรแกรม 530 การจำกัดเวลาสนทนา CO-to-CO ด้วยโปรแกรม 205 การโอนสายและ Forward ออกภายนอก รวมถึงบันทึกการโทร SMDR เพื่อค้นหาความผิดปกติ
บทความนี้ comsiam อธิบายวิธีป้องกันการใช้งาน DISA โดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างละเอียด พร้อมรหัสโปรแกรม ขั้นตอนตรวจสอบผ่าน Panasonic KX-T7730 การตั้งรหัสความปลอดภัย วิธีตรวจสอบค่าโทรผิดปกติ และรายการตรวจสอบสำหรับช่างดูแลระบบโทรศัพท์สำนักงาน
① DISA Panasonic KX-TES824 คืออะไร?
DISA ย่อมาจาก Direct Inward System Access เป็นฟังก์ชันที่ช่วยให้บุคคลภายนอกโทรเข้ามายังตู้สาขา แล้วเลือกหมายเลขภายในหรือใช้บริการตามที่ระบบกำหนดได้โดยไม่ต้องผ่านพนักงานรับสายทุกครั้ง
ตัวอย่างการใช้งาน DISA
- ลูกค้าโทรเข้าหมายเลขสำนักงาน
- ตู้สาขารับสายผ่านระบบ DISA
- ลูกค้าได้ยินข้อความต้อนรับหรือเสียงแนะนำ
- ลูกค้ากดหมายเลขภายในหรือหมายเลขเมนู
- ระบบเชื่อมต่อไปยังปลายทางที่เลือก
DISA ช่วยให้บริษัทจัดการสายเข้าได้สะดวกขึ้น แต่ต้องแยกระหว่างการอนุญาตให้โทรไปยังเบอร์ภายในกับการอนุญาตให้โทรออกไปยังสายนอกอีกเส้น
② ทำไม DISA จึงเสี่ยงทำให้ค่าโทรศัพท์สูง?
Panasonic KX-TES824 รองรับการทำ Outside-to-Outside หรือ CO-to-CO Line Call ผ่าน DISA ภายใต้การตั้งค่าที่อนุญาต
ตัวอย่างความเสี่ยง
- บุคคลภายนอกโทรเข้าหมายเลขบริษัท
- ระบบ DISA รับสาย
- ผู้โทรเข้าถึงคำสั่งเลือกสายนอก
- ระบบใช้ CO Line อีกเส้นโทรไปยังหมายเลขปลายทาง
- เกิดการเชื่อมต่อระหว่างผู้โทรภายนอกกับปลายทางภายนอก
- ค่าโทรออกจากสายนอกของบริษัทอาจถูกเรียกเก็บกับเจ้าของบริการ
หมายเลขปลายทางอาจเป็นเบอร์ต่างประเทศหรือบริการที่มีค่าใช้จ่ายสูง
ข้อสำคัญ: ค่าโทรศัพท์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าพนักงานในสำนักงานเป็นผู้กดโทรหรือไม่ หากการโทรออกเกิดผ่าน CO Line ของบริษัทก็อาจมีค่าใช้จ่ายตามบริการที่ใช้งาน
③ DISA Security Mode มีทั้งหมดกี่แบบ?
Panasonic KX-TES824 รองรับ DISA Security Mode จำนวน 3 แบบ
| โหมด | โทรเข้าเบอร์ภายใน | โทรต่อออกสายนอก |
|---|---|---|
| No Security | ไม่ต้องใส่ DISA Security Code | ไม่ต้องใส่ DISA Security Code |
| Trunk Security | ไม่ต้องใส่รหัสสำหรับการโทรภายใน | ต้องใส่รหัส |
| All Security | ต้องใส่รหัส | ต้องใส่รหัส |
No Security
ไม่บังคับรหัส DISA ก่อนใช้ฟังก์ชันโทรภายในหรือโทรออกสายนอกผ่าน DISA
ไม่เหมาะสำหรับระบบที่เปิดให้บุคคลทั่วไปโทรเข้าและมีเส้นทางโทรออกภายนอก
Trunk Security
ผู้โทรสามารถเลือกเบอร์ภายในได้โดยไม่ต้องกรอกรหัส DISA แต่หากต้องการใช้ DISA โทรต่อออกสายนอก จะต้องใช้รหัสความปลอดภัยที่ได้รับอนุญาต
เหมาะสำหรับสำนักงานที่ต้องการให้ลูกค้าโทรตรงถึงแผนกต่าง ๆ ได้สะดวก
All Security
บังคับกรอกรหัส DISA ก่อนใช้การโทรไปยังเบอร์ภายในหรือสายนอก
เหมาะกับระบบที่ต้องการจำกัดผู้ใช้งาน DISA ทั้งหมด แต่ไม่เหมาะกับระบบบริการลูกค้าทั่วไปที่ต้องการให้ผู้โทรทุกคนเลือกเบอร์ภายในได้ทันที
④ ควรเลือก Trunk Security หรือ All Security?
สำหรับสำนักงานทั่วไปที่เปิด DISA ให้ลูกค้าเลือกเบอร์ภายใน Trunk Security มักเหมาะกว่า เพราะยังให้ลูกค้าเข้าถึงเบอร์ภายในได้โดยไม่ต้องทราบรหัส แต่บังคับรหัสก่อนโทรออกผ่าน CO Line
อย่างไรก็ตาม หากเป็นระบบ DISA ที่ให้เฉพาะพนักงานหรือบุคคลที่ได้รับอนุญาตเข้าถึง อาจพิจารณา All Security
ตัวอย่างนโยบาย
| สถานการณ์ | แนวทาง |
|---|---|
| ลูกค้าโทรเข้ากดเบอร์ฝ่ายต่าง ๆ | Trunk Security |
| ระบบส่วนตัวที่จำกัดผู้โทรทั้งหมด | All Security |
| ไม่มีความจำเป็นต้องโทรออกผ่าน DISA | ไม่แจกจ่ายรหัสโทรออกและตรวจเส้นทางที่อนุญาต |
| ระบบเปิดสู่สาธารณะและใช้ No Security | ควรแก้ไขโดยเร่งด่วน |
การเลือกโหมดต้องตรวจสอบการทำงานของเมนู DISA และปลายทางรับสายเดิมด้วย
⑤ โปรแกรมสำคัญสำหรับป้องกัน DISA
| โปรแกรม | หน้าที่ |
|---|---|
| 511 | DISA Security Mode |
| 512 | DISA Security Code |
| 530 | DISA Security Code Digits |
| 500 | DISA Incoming Call Dial Mode |
| 501 | DISA Built-in AA |
| 510 | DISA No Dial Mode |
| 205 | CO-to-CO Line Call Duration |
| 414–416 | CO Line Mode ช่วง Day/Night/Lunch |
| 607 | Call Forwarding to CO Line |
| 606 | Call Transfer to CO Line |
| 302–306 | ตาราง TRS และ Exception Code |
โปรแกรมเหล่านี้ไม่ได้ทำหน้าที่เหมือนกันทั้งหมด
โดยเฉพาะ 511 และ 512 เป็นส่วนควบคุม DISA Security โดยตรง ส่วนโปรแกรมอื่นเป็นส่วนที่ต้องตรวจสอบร่วมกันเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการเชื่อมต่อสายนอก
⑥ วิธีตรวจสอบว่า DISA เปิดความปลอดภัยไว้หรือไม่
เริ่มต้นด้วยการตรวจสอบโปรแกรม 511
ขั้นตอน
- ใช้โทรศัพท์ Panasonic ที่รองรับ System Programming
- วางหูโทรศัพท์
- กด PROGRAM
- กด
*# - กรอกรหัสผ่าน System Programming
- เลือกโปรแกรม
511 - กด NEXT
- อ่านค่าที่แสดงบนหน้าจอ
- บันทึกค่าปัจจุบันก่อนเปลี่ยนแปลง
การแปลผล
- Trunk Security: มีการบังคับรหัสก่อนโทรออกสายนอกผ่าน DISA
- All Security: มีการบังคับรหัสสำหรับโทรภายในและสายนอกผ่าน DISA
- No Security: ไม่มีการบังคับ DISA Security Code สำหรับทั้งสองประเภท
หากพบ No Security ควรตรวจสอบความจำเป็นของบริการและวางแผนแก้ไขทันที
⑦ วิธีตั้ง DISA Security Mode โปรแกรม 511
ตัวอย่างตั้ง Trunk Security
- เข้า System Programming
- กด
511 - กด NEXT
- กด SELECT เพื่อเลือก Trunk Security
- ตรวจสอบค่าบนหน้าจอ
- กด STORE
- กด END เมื่อเสร็จสิ้น
ลำดับตัวอย่าง:
511 → NEXT → SELECT (Trunk Security) → STORE
หากต้องการ All Security
ใช้ขั้นตอนเดียวกัน แต่เลือก All Security แทน
ข้อควรระวัง: หากเปลี่ยนเป็น All Security โดยไม่ได้แจ้งผู้ใช้งาน ลูกค้าที่โทรเข้ามาอาจไม่สามารถเลือกเบอร์ภายในได้ตามรูปแบบเดิม
จึงควรทดสอบในช่วงเวลาที่เหมาะสมและมีผู้รับผิดชอบการเปลี่ยนค่า
⑧ โปรแกรม 512 ใช้กำหนดอะไร?
โปรแกรม 512 — DISA Security Code ใช้กำหนดรหัสที่ผู้โทรภายนอกต้องกรอกเมื่อระบบตั้ง Trunk Security หรือ All Security
Panasonic KX-TES824 รองรับตำแหน่ง DISA Security Code จำนวน 4 รายการ
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| โปรแกรม | 512 |
| Code Number | 1–4 |
| ความยาวรหัส | 4–10 หลัก |
| ตัวเลขที่ใช้ | 0–9 |
| การตั้งความยาว | โปรแกรม 530 |
ตัวอย่างการใช้งาน
องค์กรอาจแยกรหัสตามกลุ่มผู้ดูแลที่จำเป็นต้องใช้ DISA
แต่หากไม่มีความจำเป็นให้คนภายนอกโทรต่อออกสายนอก ก็ไม่ควรแจกจ่าย DISA Security Code ให้ผู้ใช้งานทั่วไป
ควรเก็บรหัสไว้กับผู้ดูแลที่ได้รับสิทธิ์เท่านั้น
⑨ วิธีตั้ง DISA Security Code ด้วยโปรแกรม 512
ขั้นตอน
- เข้า System Programming
- กด
512 - กด NEXT
- เลือก Code Number ตั้งแต่
1ถึง4 - กรอก DISA Security Code ตามความยาวที่กำหนด
- กด STORE
- ตรวจสอบรายการที่บันทึก
- กด END
ลำดับคำสั่ง:
512 → NEXT → Code Number → Security Code → STORE
ควรตั้งรหัสแบบใด?
ควรใช้ตัวเลขสุ่มที่เดาได้ยาก ไม่ใช้รหัสเรียงลำดับ รหัสซ้ำ หรือหมายเลขที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลซึ่งผู้อื่นสามารถทราบได้ง่าย
ไม่ควรใช้รหัสที่เผยแพร่ในคู่มือหรือบทความเป็นรหัสใช้งานจริง
การจัดเก็บรหัส
- เก็บในระบบจัดการรหัสผ่านที่มีสิทธิ์เข้าถึงจำกัด
- จำกัดผู้ที่ทราบรหัส
- เปลี่ยนรหัสเมื่อสงสัยว่าถูกเปิดเผย
- ยกเลิกรหัสของผู้ที่ไม่มีความจำเป็น
- ตรวจสอบผู้ดูแลที่มีสิทธิ์แก้ไขการตั้งค่า
⑩ โปรแกรม 530 ใช้ทำอะไร?
โปรแกรม 530 ใช้กำหนดจำนวนหลักของ DISA Security Code
รองรับความยาวตั้งแต่ 4–10 หลัก
แนวทางรักษาความปลอดภัย
หากระบบและขั้นตอนปฏิบัติงานรองรับ ควรพิจารณาใช้รหัสยาวขึ้นเพื่อให้คาดเดาได้ยากกว่ารหัสสั้น
ขั้นตอนตรวจสอบ
- เข้า System Programming
- เลือกโปรแกรม
530 - กด NEXT
- ตรวจสอบจำนวนหลักปัจจุบัน
- บันทึกค่าก่อนเปลี่ยนแปลง
คำเตือนสำคัญ
เมื่อเปลี่ยนจำนวนหลักในโปรแกรม 530 รหัส DISA Security Code ที่ตั้งไว้เดิมในโปรแกรม 512 จะถูกล้าง
ดังนั้นต้องเตรียมรหัสใหม่และแผนทดสอบก่อนแก้ไขโปรแกรม 530
ไม่ควรเพิ่มจำนวนหลักระหว่างระบบเปิดบริการโดยไม่มีแผนรองรับ เพราะอาจทำให้ผู้ใช้ที่ได้รับอนุญาตไม่สามารถใช้งานได้ตามเดิม
⑪ ถ้าใส่ DISA Security Code ผิดจะเกิดอะไรขึ้น?
คู่มือ Panasonic ระบุว่าเมื่อกรอกรหัส DISA ไม่ถูกต้องครบ 3 ครั้ง ระบบจะส่ง Reorder Tone และตัดสาย
ผลที่เกิดขึ้น
- ผู้โทรกรอกรหัสที่ไม่ถูกต้อง
- ระบบไม่ยอมรับรหัส
- ผู้โทรพยายามกรอกใหม่
- เมื่อกรอกผิดครบ 3 ครั้ง ระบบส่งสัญญาณปฏิเสธ
- ตัดการเชื่อมต่อ
นี่เป็นกลไกป้องกันความพยายามเดารหัสภายในหนึ่งการโทร แต่ไม่ควรถือว่าเพียงพอสำหรับการป้องกันการโทรเข้าซ้ำหลายครั้งจากภายนอก
จึงควรใช้ร่วมกับรหัสที่คาดเดายาก การควบคุมสิทธิ์ และการตรวจสอบรายการโทร
⑫ วิธีป้องกันการโทรออกผ่าน DISA แบบ CO-to-CO
การป้องกันควรใช้หลายมาตรการร่วมกัน
มาตรการที่ 1 — ตั้ง Security Mode
ใช้ Trunk Security หรือ All Security แทน No Security
มาตรการที่ 2 — ควบคุม DISA Security Code
ใช้รหัสที่แข็งแรงและไม่เผยแพร่ให้บุคคลทั่วไป
มาตรการที่ 3 — ตรวจสอบความจำเป็นของการโทรออกผ่าน DISA
หากสำนักงานใช้ DISA เฉพาะให้ลูกค้าเลือกเบอร์ภายใน ไม่ควรเปิดช่องทางโทรออกให้ผู้ใช้ทั่วไปโดยไม่จำเป็น
มาตรการที่ 4 — จำกัดเวลาสนทนา CO-to-CO
ตรวจสอบโปรแกรม 205 เพื่อลดความเสี่ยงจากการสนทนาที่เชื่อมต่อค้างนาน
มาตรการที่ 5 — ตรวจสอบค่าโทรและ SMDR
ติดตามรูปแบบการโทรที่ผิดปกติ เช่น การโทรต่างประเทศที่ไม่มีเหตุผลทางธุรกิจหรือการโทรออกจำนวนมากในเวลากลางคืน
มาตรการเหล่านี้ช่วยลดความเสี่ยง แต่ไม่ควรอ้างว่าป้องกันการทุจริตได้ 100%
⑬ โปรแกรม 205 ช่วยลดความเสี่ยงค่าโทรอย่างไร?
โปรแกรม 205 — CO-to-CO Line Call Duration ใช้จำกัดระยะเวลาสนทนาระหว่างสายนอกสองฝ่าย
รองรับช่วงเวลา 1–32 นาที
ตัวอย่าง
บริษัทกำหนดเวลา CO-to-CO สูงสุด 10 นาที
หากเกิดการเชื่อมต่อผ่าน DISA ตามเงื่อนไขของระบบ การสนทนานั้นจะถูกจำกัดเวลาตามค่าที่กำหนด
ก่อนครบกำหนดระบบมีเสียงเตือน และเมื่อครบเวลาจะตัดสาย
สิ่งที่ต้องเข้าใจ
การจำกัดเวลา ไม่ได้ป้องกันการเริ่มโทรที่ไม่ได้รับอนุญาต แต่เป็นมาตรการลดระยะเวลาที่สายหนึ่งสามารถเชื่อมต่อได้
ผู้ไม่หวังดีอาจพยายามโทรใหม่ได้ จึงยังต้องควบคุม DISA Security Mode และรหัสผ่านอย่างเหมาะสม
⑭ วิธีตรวจสอบโปรแกรม 205
- เข้า System Programming
- กด
205 - กด NEXT
- อ่านค่าระยะเวลาที่แสดง
- บันทึกข้อมูล
- ประเมินความเหมาะสมของเวลาปัจจุบัน
ตัวอย่างนโยบาย
| รูปแบบการใช้งาน | แนวทาง |
|---|---|
| ไม่มีความจำเป็นต้องทำ CO-to-CO | ควบคุมช่องทางเชื่อมต่อเป็นหลัก |
| โอนสายออกมือถือเป็นบางครั้ง | เลือกเวลาที่เหมาะสม |
| ใช้ DISA สำหรับพนักงานภายนอก | ควบคุมรหัสและเวลาร่วมกัน |
| ใช้การโอนสายสำคัญเป็นเวลานาน | ระวังผลกระทบจากการตัดสาย |
ไม่ควรตั้งเวลาให้สั้นเกินไปโดยไม่ประเมินผลต่อระบบโอนสายอื่นที่สำนักงานใช้งานอยู่
⑮ Call Forwarding ออกภายนอกอาจเป็นช่องทางเสี่ยงหรือไม่?
เป็นไปได้ เพราะ Call Forwarding to Outside CO Line สามารถทำให้สายจากภายนอกถูกส่งต่อไปยังหมายเลขภายนอกอีกหมายเลขหนึ่งได้ตามเงื่อนไขของระบบ
โปรแกรมที่เกี่ยวข้อง
- 607 — Call Forwarding to CO Line
- 606 — Call Transfer to CO Line
- 414–416 — CO Line Mode ตามช่วงเวลา
จุดสำคัญจากคู่มือ
เมื่อสาย DISA ถูก Forward ไปยังผู้รับภายนอก ผู้โทรเข้าไม่จำเป็นต้องกรอก DISA Security Code สำหรับการ Forward นั้น โดยไม่ขึ้นอยู่กับ Security Mode
ดังนั้น การเปิด Trunk Security หรือ All Security เพียงอย่างเดียวไม่ได้ป้องกันทุกกรณีที่เกิดการส่งสายออกภายนอก
ต้องตรวจสอบสิทธิ์ Call Forwarding และการตั้งปลายทางรับสายร่วมด้วย
⑯ วิธีตรวจสอบโปรแกรม 606 และ 607
โปรแกรม 606
ใช้กำหนดสิทธิ์โอนสายไปยัง CO Line
โปรแกรม 607
ใช้กำหนดสิทธิ์ Call Forwarding ไปยัง CO Line
วิธีตรวจสอบ
- ตรวจสอบรายการ Extension Jack
- เข้า System Programming
- เลือกโปรแกรม 606
- ตรวจสอบสถานะ Enable/Disable
- บันทึกผล
- ตรวจสอบโปรแกรม 607 ด้วยวิธีเดียวกัน
- ตรวจสอบว่าเครื่องใดจำเป็นต้องใช้ฟังก์ชันดังกล่าวจริง
แนวทางควบคุม
ควรเปิดสิทธิ์โอนและ Forward ออกภายนอกเฉพาะเครื่องที่มีความจำเป็น
หากพบว่าโทรศัพท์ส่วนกลางหรือเครื่องที่บุคคลทั่วไปเข้าถึงได้เปิดสิทธิ์โดยไม่จำเป็น ควรพิจารณาปิดภายหลังประเมินผลกระทบต่อบริการ
⑰ TRS และ COS ช่วยป้องกันการโทรผิดปกติได้อย่างไร?
TRS และ COS ใช้ควบคุมสิทธิ์การโทรออกตามตารางหมายเลขและระดับของเครื่องภายใน
โปรแกรมที่เกี่ยวข้อง
| โปรแกรม | หน้าที่ |
|---|---|
| 601–603 | กำหนด COS ตามช่วงเวลา |
| 302–305 | Denied Code |
| 306 | Exception Code |
| 309 | Emergency Number |
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรสรุปว่า TRS ของเครื่องภายในจะป้องกันการโทรออกผ่าน DISA ได้ครบทุกเส้นทาง เพราะ DISA มีกฎและเงื่อนไขความปลอดภัยเฉพาะของตนเอง
แนวทางที่เหมาะสม
ใช้ DISA Security Mode และ Security Code เป็นด่านหลักในการควบคุมผู้โทรภายนอก
จากนั้นตรวจสอบ TRS, COS, Call Forwarding และสิทธิ์สายนอกในส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อป้องกันช่องทางอื่นเพิ่มเติม
⑱ วิธีตรวจสอบ DISA Incoming Call Mode
Panasonic KX-TES824 สามารถกำหนดการจัดการสายเข้าผ่านโปรแกรม CO Line Mode สำหรับช่วงเวลาต่าง ๆ
โปรแกรมที่เกี่ยวข้อง
- 414 — CO Line Mode ช่วง Day
- 415 — CO Line Mode ช่วง Night
- 416 — CO Line Mode ช่วง Lunch
ทำไมต้องตรวจสอบ?
บางสำนักงานอาจเปิด DISA เฉพาะช่วงกลางวัน แต่กลางคืนใช้รูปแบบรับสายอื่น
หรืออาจพบว่า DISA ยังรับสายตอนกลางคืน ทั้งที่ไม่มีพนักงานคอยตรวจสอบการใช้งาน
ขั้นตอน
- ตรวจสอบ CO Line ที่รับสายเข้า
- ตรวจสอบโปรแกรม 414–416
- บันทึกว่าช่วงเวลาใดใช้ DISA
- ตรวจสอบโหมด Time Service ปัจจุบัน
- ตรวจสอบผลกระทบของการเปลี่ยนโหมด
หากไม่จำเป็นต้องใช้ DISA บางช่วงเวลา สามารถพิจารณาปรับรูปแบบรับสายตามความเหมาะสม โดยต้องไม่ทำให้สายสำคัญของลูกค้าสูญหาย
⑲ โปรแกรม 510 DISA No Dial Mode ช่วยอะไร?
โปรแกรม 510 ใช้กำหนดวิธีจัดการเมื่อผู้โทรเข้าระบบ DISA แต่ไม่ได้กดหมายเลขตามเวลาที่ตั้งไว้
ตัวเลือกหลัก
- Intercept — ส่งสายไปยังปลายทางที่กำหนด
- Disconnect — ตัดสาย
ตัวอย่าง
หากบริษัทต้องการส่งผู้โทรที่ไม่กดหมายเลขไปยังพนักงานต้อนรับ อาจเลือก Intercept
หากไม่ต้องการให้การโทรที่ไม่มีการตอบสนองค้างอยู่ในระบบ อาจพิจารณา Disconnect
ข้อควรเข้าใจ
โปรแกรม 510 ไม่ใช่ฟังก์ชันป้องกันการโทรออกผ่าน DISA โดยตรง และไม่ทดแทนโปรแกรม 511
จึงไม่ควรแก้ปัญหาความปลอดภัยด้วยการเปลี่ยน No Dial Mode เพียงอย่างเดียว
⑳ วิธีตรวจสอบ DISA Security Code ที่รั่วไหล
หากสงสัยว่ารหัส DISA ถูกเปิดเผย ควรดำเนินการโดยเร็ว
แนวทางตรวจสอบ
- ตรวจสอบผู้ที่ได้รับรหัส
- ตรวจสอบว่ามีการแชร์รหัสในเอกสารหรือกลุ่มสนทนาหรือไม่
- ตรวจสอบประวัติการเปลี่ยนรหัส
- ตรวจสอบรายการโทรที่ผิดปกติ
- ตรวจสอบค่าโทรศัพท์ล่าสุด
- เปลี่ยนรหัสที่มีความเสี่ยง
- แจ้งผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้รหัสใหม่
- ยืนยันว่ารหัสเก่าไม่สามารถใช้งานได้
- ตรวจสอบเส้นทาง Call Forwarding และ DISA เพิ่มเติม
ไม่ควรส่งรหัสจริงให้บุคคลภายนอกเพื่อตรวจสอบโดยไม่มีเหตุผลและการอนุมัติที่ชัดเจน
㉑ วิธีตรวจสอบค่าโทรผิดปกติจาก SMDR
SMDR หรือ Station Message Detail Recording เป็นระบบบันทึกรายละเอียดการโทรของตู้ Panasonic KX-TES824
ข้อมูลที่อาจใช้ตรวจสอบ ได้แก่
- วันที่โทร
- เวลาเริ่มโทร
- หมายเลขสายนอก
- หมายเลขปลายทาง
- ระยะเวลาสนทนา
- ค่าโทรโดยประมาณตามระบบที่รองรับ
- รายละเอียดอื่นตามรูปแบบ SMDR ที่ตั้งไว้
สัญญาณเตือนที่ควรตรวจสอบ
- ค่าโทรเพิ่มสูงผิดปกติ
- มีการโทรต่างประเทศที่ไม่เกี่ยวข้องกับงาน
- มีการโทรจำนวนมากช่วงกลางคืน
- ระยะเวลาสนทนายาวผิดปกติ
- มีหมายเลขปลายทางที่ไม่เคยใช้
- มีการเชื่อมต่อ CO-to-CO จำนวนมาก
- มีรูปแบบการโทรซ้ำ ๆ ที่ไม่สอดคล้องกับการใช้งานของสำนักงาน
ข้อสำคัญ: การไม่มีรายการใน SMDR ไม่ได้พิสูจน์ว่าไม่เคยเกิดเหตุ เพราะอาจไม่ได้ตั้งค่าการบันทึกหรือจัดเก็บข้อมูลย้อนหลังไว้
ควรตรวจสอบข้อมูลค่าใช้จ่ายกับผู้ให้บริการโทรศัพท์ประกอบกัน
㉒ ถ้าพบค่าโทรพุ่งผิดปกติควรทำอย่างไร?
หากพบเหตุที่อาจเป็นการใช้งานตู้โดยไม่ได้รับอนุญาต ควรให้ความสำคัญกับการหยุดความเสียหายก่อน
ขั้นตอนที่แนะนำ
- ตรวจสอบว่าค่าโทรเพิ่มจากหมายเลขหรือช่วงเวลาใด
- ติดต่อผู้ให้บริการเพื่อขอตรวจสอบรายการโทร
- ขอจำกัดการโทรระหว่างประเทศหรือหมายเลขเสี่ยงชั่วคราวหากจำเป็น
- ตรวจสอบว่า DISA ใช้ No Security หรือไม่
- ปิดหรือจำกัดเส้นทางโทรออกผ่าน DISA ที่ไม่จำเป็น
- เปลี่ยน DISA Security Code ที่สงสัยว่ารั่วไหล
- ตรวจสอบ Forwarding และการโอนสายออกภายนอก
- เก็บบันทึกการตั้งค่าและรายการโทรที่เกี่ยวข้อง
- ทดสอบว่าการรับสายลูกค้าปกติยังใช้งานได้
- วางมาตรการป้องกันก่อนเปิดบริการเต็มรูปแบบ
หากกำลังเกิดค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง ควรประสานผู้ให้บริการทันที ไม่จำเป็นต้องรอให้วิเคราะห์สาเหตุในตู้ครบก่อน
㉓ วิธีทดสอบ DISA Security โดยไม่เสี่ยงค่าโทรสูง
หลังตั้งโปรแกรม 511 และ 512 ควรทดสอบว่าระบบยังรับสายได้ตามปกติ และผู้โทรที่ไม่มีสิทธิ์ไม่สามารถใช้ DISA โทรออกผ่าน CO Line ได้
การทดสอบที่ควรทำ
- ใช้หมายเลขภายนอกที่องค์กรควบคุมได้โทรเข้าระบบ DISA
- ตรวจสอบเสียงต้อนรับหรือ OGM
- ทดสอบการเลือกเบอร์ภายในที่ได้รับอนุญาต
- ตรวจสอบว่า Trunk Security ยังให้ลูกค้าเลือกเบอร์ภายในได้
- ตรวจสอบว่าระบบต้องการรหัสก่อนอนุญาตการโทรออก CO Line
- ทดสอบรหัสผิดตามขั้นตอนที่ได้รับอนุญาต
- หากจำเป็นต้องทดสอบรหัสถูกต้อง ให้ใช้หมายเลขภายนอกปลายทางที่ควบคุมได้
- ตรวจสอบรายงานการโทรและการใช้งาน CO Line
- ตรวจสอบ Call Forwarding ที่เกี่ยวข้อง
- คืนค่าทดสอบให้ตรงกับนโยบาย
ไม่ควรใช้เบอร์ต่างประเทศราคาแพง หมายเลข Premium Rate หรือเบอร์ฉุกเฉินในการทดสอบ
㉔ ตัวอย่างตารางตรวจสอบความปลอดภัย DISA
| รายการ | ค่าที่ควรตรวจสอบ |
|---|---|
| โปรแกรม 511 | Trunk Security หรือ All Security ตามนโยบาย |
| โปรแกรม 512 | มีรหัสที่ได้รับอนุญาตและไม่รั่วไหล |
| โปรแกรม 530 | ความยาวรหัสเหมาะสม |
| โปรแกรม 205 | มีเวลาจำกัด CO-to-CO ที่เหมาะสม |
| โปรแกรม 606 | เปิดเฉพาะเครื่องที่ต้องโอนสาย |
| โปรแกรม 607 | เปิดเฉพาะเครื่องที่ต้อง Forward ออก |
| โปรแกรม 414–416 | เปิด DISA เฉพาะช่วงเวลาที่ต้องการ |
| โปรแกรม 510 | No Dial Mode ตรงกับรูปแบบบริการ |
| SMDR | มีระบบจัดเก็บข้อมูลการโทร |
| ผู้ให้บริการ | มีช่องทางจำกัดหมายเลขเสี่ยง |
แบบบันทึกการตรวจสอบ
ควรบันทึกวันที่ ผู้ตรวจสอบ ค่าเดิม ค่าที่เปลี่ยนแปลง เหตุผล และผลทดสอบหลังแก้ไขทุกครั้ง
ไม่ควรบันทึกรหัส DISA จริงลงในแบบฟอร์มที่บุคคลทั่วไปเข้าถึงได้
㉕ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการตั้ง DISA
เปิด No Security โดยไม่จำเป็น
ทำให้ผู้โทรสามารถใช้ฟังก์ชันที่อนุญาตโดยไม่มี DISA Security Code
ใช้รหัสง่ายเกินไป
รหัสที่เดาได้ง่ายเพิ่มความเสี่ยงการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต
ใช้รหัสเดียวกันกับทุกคน
ทำให้ควบคุมและยกเลิกสิทธิ์รายบุคคลได้ยาก
เปลี่ยนโปรแกรม 530 โดยไม่เตรียมรหัสใหม่
ทำให้รหัสเดิมในโปรแกรม 512 ถูกล้าง
คิดว่า Trunk Security ป้องกัน Forwarding ทุกกรณี
ความจริง DISA Call Forwarding ไปยังปลายทางภายนอกมีเงื่อนไขที่ผู้โทรไม่ต้องกรอกรหัส DISA
ไม่ตรวจสอบค่าโทรย้อนหลัง
อาจพบความผิดปกติช้าเกินไป
ตั้งเวลา CO-to-CO อย่างเดียว
แม้จะจำกัดเวลาสนทนา แต่ไม่ได้ห้ามการเริ่มโทรใหม่หรือการโทรออกที่ไม่ได้รับอนุญาต
㉖ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับความปลอดภัย DISA Panasonic KX-TES824
Panasonic KX-TES824 ป้องกันคนภายนอกโทรออกผ่าน DISA ได้หรือไม่?
ได้ โดยตั้ง DISA Security Mode และ Security Code ให้เหมาะสม รวมถึงตรวจสอบช่องทางโอนสายและ Forwarding ออกภายนอก
โปรแกรม 511 ใช้ทำอะไร?
ใช้เลือก No Security, Trunk Security หรือ All Security
โปรแกรม 512 ใช้ทำอะไร?
ใช้กำหนด DISA Security Code สำหรับตรวจสอบผู้โทรที่ต้องการใช้ฟังก์ชันตาม Security Mode
โปรแกรม 530 ใช้ทำอะไร?
ใช้กำหนดความยาวรหัส DISA Security Code ตั้งแต่ 4–10 หลัก
DISA รองรับรหัสกี่ชุด?
รองรับตำแหน่ง Security Code จำนวน 4 รายการ
Trunk Security กับ All Security ต่างกันอย่างไร?
Trunk Security บังคับรหัสสำหรับการโทรออกสายนอก ส่วน All Security บังคับรหัสก่อนใช้ทั้งการโทรภายในและสายนอกผ่าน DISA
No Security อันตรายหรือไม่?
มีความเสี่ยงเมื่อเปิดฟังก์ชันโทรออกผ่าน DISA เพราะไม่มีการบังคับ DISA Security Code
ใส่รหัสผิดกี่ครั้งระบบจึงตัดสาย?
คู่มือระบุว่าหากกรอกรหัส DISA ผิดครบ 3 ครั้งในการใช้งาน ระบบจะส่ง Reorder Tone และตัดสาย
เปลี่ยนจำนวนหลักรหัสแล้วรหัสเดิมหายหรือไม่?
หาย โดยการเปลี่ยนโปรแกรม 530 จะล้างรหัสที่กำหนดในโปรแกรม 512
โปรแกรม 205 ช่วยอะไร?
ใช้จำกัดเวลาสนทนาระหว่าง CO Line สองฝ่าย แต่ไม่ใช่การห้ามเริ่มโทรผ่าน DISA
Trunk Security ป้องกันการ Forward ออกมือถือทั้งหมดหรือไม่?
ไม่ทั้งหมด เพราะ DISA Call Forwarding ไปยังปลายทางภายนอกมีเงื่อนไขเฉพาะที่ไม่ต้องกรอก DISA Security Code
ค่าโทรสูงผิดปกติควรตรวจอะไรก่อน?
ตรวจสอบรายการโทรของผู้ให้บริการ ตรวจสอบ DISA Security Mode และประสานผู้ให้บริการเพื่อจำกัดการโทรที่มีความเสี่ยงหากจำเป็น
㉗ สรุปวิธีป้องกันคนภายนอกโทรออกผ่าน DISA Panasonic KX-TES824
การป้องกันการใช้ DISA โทรออกโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นงานสำคัญของผู้ดูแลตู้สาขา Panasonic KX-TES824 เพราะหากระบบเปิดช่องทางให้บุคคลภายนอกเชื่อมต่อ CO Line ไปยังหมายเลขอื่น อาจส่งผลให้บริษัทต้องรับผิดชอบค่าโทรที่เกิดขึ้น
ขั้นตอนที่ควรดำเนินการ ได้แก่
- ตรวจสอบ DISA Security Mode ในโปรแกรม 511
- หลีกเลี่ยง No Security หากมีความเสี่ยงจากการโทรออกภายนอก
- เลือก Trunk Security หรือ All Security ตามรูปแบบบริการ
- ตั้ง DISA Security Code ผ่านโปรแกรม 512
- ตรวจสอบความยาวรหัสในโปรแกรม 530
- ใช้รหัสที่เดายากและเปลี่ยนเมื่อสงสัยว่ารั่วไหล
- ตรวจสอบการเชื่อมต่อ CO-to-CO
- จำกัดเวลาผ่านโปรแกรม 205 ตามความเหมาะสม
- ตรวจสอบ Call Transfer โปรแกรม 606
- ตรวจสอบ Call Forwarding โปรแกรม 607
- ตรวจสอบ CO Line Mode โปรแกรม 414–416
- ตรวจสอบข้อมูล SMDR และค่าโทรจากผู้ให้บริการ
- ทดสอบความปลอดภัยโดยใช้หมายเลขที่ควบคุมได้
- บันทึกและสำรองค่าระบบหลังแก้ไข
comsiam แนะนำ ให้เริ่มจากการตรวจสอบว่าองค์กรจำเป็นต้องเปิดให้ผู้โทรภายนอกใช้ DISA โทรต่อออกสายนอกหรือไม่ หากไม่จำเป็น ควรจำกัดช่องทางดังกล่าวให้มากที่สุด พร้อมรักษาการเข้าถึงเบอร์ภายในสำหรับลูกค้าตามปกติ
นอกจากนี้ควรทบทวนความปลอดภัยของ DISA เป็นระยะ โดยเฉพาะหลังเปลี่ยนผู้ดูแลระบบ เปลี่ยนพนักงาน หรือพบค่าโทรศัพท์สูงผิดปกติ
การรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสมช่วยลดความเสี่ยงการใช้ตู้สาขาโดยไม่ได้รับอนุญาต ป้องกันค่าโทรศัพท์ผิดปกติ และช่วยให้สำนักงานใช้ระบบตอบรับสายอัตโนมัติได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
ComSiam Professional Team







