ComSiam Service
หลังรีสตาร์ตตู้ Panasonic KX-TES824 ควรตรวจสอบอะไรบ้าง? สิ่งสำคัญคือไฟสถานะของตู้ การโทรระหว่างเบอร์ภายใน สัญญาณสายนอก CO Line การโทรเข้าและโทรออก การโอนสาย วันที่และเวลา รวมถึงการทำงานของระบบ Operator และการรับสายตามช่วง Day, Night และ Lunch
ตามคู่มือ Panasonic เมื่อรีสตาร์ต KX-TES824 ด้วยวิธี System Restart ปกติ ตู้จะเริ่มทำงานใหม่โดยใช้ข้อมูลระบบที่บันทึกไว้ ไม่ใช่การคืนค่าโรงงาน แต่การสนทนาที่กำลังดำเนินอยู่จะถูกตัด รวมถึงสายพักและข้อมูลการใช้งานชั่วคราวบางประเภท
ดังนั้น การรีสตาร์ตจึงควรทำในช่วงเวลาที่ไม่มีสายสำคัญค้างอยู่ และควรมีรายการตรวจสอบหลังเปิดระบบกลับมา โดยเฉพาะสำนักงาน โรงแรม และธุรกิจที่ใช้โทรศัพท์ติดต่อกับลูกค้าเป็นประจำ
บทความนี้ ComSiam จะอธิบายวิธีตรวจสอบตู้ KX-TES824 หลังรีสตาร์ตอย่างละเอียด ตั้งแต่ไฟสถานะ การทดสอบเบอร์ภายใน สายนอก ระบบรับสาย การตรวจสอบค่าโปรแกรม และการแก้ปัญหาเมื่อตู้กลับมาทำงานไม่สมบูรณ์ พร้อมตาราง Checklist สำหรับช่างและผู้ดูแลระบบ
① หลังรีสตาร์ต KX-TES824 ต้องเช็กอะไรบ้าง? สรุปแบบรวดเร็ว
หากเพิ่งรีสตาร์ตตู้ KX-TES824 และต้องการตรวจสอบว่าระบบกลับมาทำงานตามปกติ ให้เช็กตามรายการต่อไปนี้
① ตรวจสอบไฟ Power และสถานะการทำงานของตู้
② ตรวจสอบว่ามีเสียงสัญญาณโทรศัพท์ภายใน
③ ทดลองโทรระหว่างเบอร์ภายในสองเครื่อง
④ ตรวจสอบหมายเลขภายในที่ใช้งานจริง
⑤ ทดลองเลือกสายนอก CO Line
⑥ ทดลองโทรออกไปยังหมายเลขที่ได้รับอนุญาต
⑦ โทรเข้าจากภายนอกผ่านสายนอกที่ใช้งาน
⑧ ตรวจสอบเครื่องที่ส่งเสียงเรียก
⑨ ทดลองรับสายและสนทนาสองทาง
⑩ ทดลองโอนสายไปยังเบอร์ภายในอื่น
⑪ ตรวจสอบฟังก์ชัน Operator
⑫ ตรวจสอบ Day, Night และ Lunch Mode
⑬ ตรวจสอบวันที่และเวลาระบบ
⑭ ตรวจสอบ DISA หรือระบบตอบรับอัตโนมัติ หากติดตั้งไว้
⑮ ตรวจสอบว่าไม่มีค่าระบบเปลี่ยนโดยไม่ตั้งใจ
หากผ่านครบทุกข้อที่เกี่ยวข้องกับระบบที่ติดตั้ง ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่าตู้กลับมาทำงานได้ตามแผนการใช้งาน
ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนโปรแกรมทุกครั้งหลังรีสตาร์ต หากค่าที่บันทึกไว้ถูกต้องและการทดสอบผ่านแล้ว
② System Restart ของ KX-TES824 คืออะไร?
System Restart คือการเริ่มทำงานใหม่ของตู้สาขาโทรศัพท์ Panasonic KX-TES824
การรีสตาร์ตใช้ในกรณีที่ตรวจสอบปัญหาเบื้องต้นแล้ว แต่ระบบยังทำงานผิดปกติ และมีเหตุผลให้เริ่มการทำงานใหม่
รีสตาร์ตแล้วเกิดอะไรขึ้น?
ตาม Installation Manual ของ Panasonic มีผลดังนี้
- สายสนทนาที่กำลังใช้งานถูกตัด
- สายที่พักไว้ด้วย Hold ถูกตัด
- สายที่พักไว้แบบ Exclusive Hold ถูกตัด
- ข้อมูล Automatic Callback Busy ถูกล้าง
- ข้อมูล Call Park ถูกล้าง
- ข้อมูล Last Number Redial ถูกล้าง
- ข้อมูล Saved Number Redial ถูกล้าง
ส่วนข้อมูลโปรแกรมระบบที่บันทึกไว้ไม่ได้ถูกล้างด้วย System Restart ตามปกติ
รีสตาร์ตแล้วต้องตั้งเบอร์ภายในใหม่หรือไม่?
โดยทั่วไปไม่จำเป็น
หากตู้มีการตั้งหมายเลขภายในไว้และบันทึกถูกต้องแล้ว ค่าดังกล่าวควรยังอยู่หลัง System Restart ปกติ
แต่หากพบว่าข้อมูลเปลี่ยนหรือหาย ควรตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม ไม่ควรสรุปว่าการรีสตาร์ตตามปกติเป็นการล้างค่าโรงงาน
③ Restart กับ Reset ตู้ KX-TES824 ต่างกันอย่างไร?
คำว่า Restart และ Reset มักถูกใช้ปะปนกัน แต่ในงานตู้สาขาโทรศัพท์ต้องแยกให้ชัดเจน
| รายการ | System Restart | System Data Clear |
|---|---|---|
| จุดประสงค์ | เริ่มระบบใหม่ | ล้างข้อมูลโปรแกรม |
| เก็บค่าที่บันทึกไว้ | โดยปกติยังอยู่ | ค่าที่ล้างจะกลับเป็นค่าเริ่มต้น |
| กระทบสายสนทนา | ใช่ | ใช่ |
| ต้องตั้งโปรแกรมใหม่ | โดยทั่วไปไม่ต้อง | อาจต้องตั้งใหม่จำนวนมาก |
| เหมาะสำหรับ | แก้ปัญหาหลังตรวจเบื้องต้น | งานกู้คืนหรือเริ่มตั้งระบบตามแผน |
| ความเสี่ยง | สายถูกตัดและบริการหยุดชั่วคราว | อาจสูญเสียการตั้งค่าระบบ |
ข้อควรจำ
Restart ไม่ใช่ Factory Reset
หากต้องการเริ่มระบบใหม่ตามวิธีใน Installation Manual ให้ใช้ Power Switch ตามขั้นตอนที่ระบุ
ไม่ควรแตะ System Clear Switch หรือลองกด Reset Button โดยไม่เข้าใจขั้นตอน เพราะส่วนดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการล้างข้อมูลระบบ
④ ก่อนรีสตาร์ต KX-TES824 ต้องเตรียมอะไร?
ก่อนเริ่มดำเนินการควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าการรีสตาร์ตจำเป็นจริง
1. ตรวจสอบอาการที่พบ
เช่น
- โทรศัพท์หลายเครื่องไม่มีสัญญาณ
- ระบบรับสายผิดปกติ
- ตู้ไม่ตอบสนองต่อการทำงานบางประเภท
- มีปัญหาหลังเหตุการณ์ไฟฟ้าขัดข้อง
- ตรวจสอบโปรแกรมแล้วไม่พบสาเหตุที่แก้ได้โดยตรง
2. ตรวจว่ามีสายสนทนาอยู่หรือไม่
การรีสตาร์ตจะทำให้สายที่กำลังสนทนาหรือพักสายถูกตัด
3. แจ้งผู้ใช้งาน
โดยเฉพาะพนักงานต้อนรับ ฝ่ายขาย และฝ่ายบริการลูกค้า
4. บันทึกอาการก่อนรีสตาร์ต
จดว่าเกิดปัญหากับเบอร์ใดหรือสายนอกเส้นไหน และมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นก่อนหน้า
5. ตรวจสอบไฟเลี้ยง
ดูว่าปลั๊กไฟ ระบบสำรองไฟ และอุปกรณ์ป้องกันไฟกระชากอยู่ในสภาพเหมาะสม
6. เตรียมข้อมูลระบบ
หาก Maintenance Console ยังเชื่อมต่อได้ ควรมีไฟล์ Backup ที่ตรวจสอบแล้ว
7. เตรียมโทรศัพท์สำหรับทดสอบ
ควรมีโทรศัพท์ภายในและโทรศัพท์มือถือสำหรับทดสอบโทรเข้าจากภายนอก
⑤ วิธีรีสตาร์ต Panasonic KX-TES824 ตามคู่มือ
Panasonic Installation Manual หัวข้อ System Restart ระบุการเริ่มระบบใหม่ด้วย Power Switch ของตู้
ขั้นตอน
① ตรวจสอบว่าไม่มีสายสนทนาสำคัญกำลังใช้งาน
② แจ้งผู้เกี่ยวข้องว่าระบบโทรศัพท์จะหยุดให้บริการชั่วคราว
③ ตรวจสอบสถานะอุปกรณ์และไฟเลี้ยง
④ ระบุ Power Switch ที่ถูกต้องจากคู่มือและตัวตู้
⑤ เปลี่ยน Power Switch ไปที่ตำแหน่ง OFF
⑥ เปลี่ยน Power Switch กลับไปที่ตำแหน่ง ON ตามขั้นตอนของคู่มือ
⑦ ตรวจสอบการกลับมาทำงานของระบบ
⑧ เริ่มทดสอบโทรศัพท์ภายในและสายนอก
ข้อควรระวัง
Power Switch แตกต่างจาก System Clear Switch และ Reset Button ที่ใช้ในขั้นตอนล้างข้อมูล
ไม่ควรใช้วิธีตัดไฟจากเบรกเกอร์หรือถอดปลั๊กแบบสุ่ม หากยังไม่ตรวจสอบวิธีที่เหมาะสมและผลต่ออุปกรณ์อื่น
หากมีแบตเตอรี่สำรองหรืออุปกรณ์จ่ายไฟเสริม ต้องตรวจสอบการต่อใช้งานตามคู่มือก่อน เพราะสถานะไฟเลี้ยงอาจแตกต่างจากระบบที่ใช้ไฟ AC เพียงอย่างเดียว
⑥ วิธีตรวจสอบไฟ Power หลังรีสตาร์ต
หลังเปิดระบบกลับมา ขั้นตอนแรกคือดูสถานะของตัวตู้
จุดที่ต้องเช็ก
① ไฟแสดงสถานะ Power ทำงานตามปกติ
② ไม่มีเสียงหรือกลิ่นผิดปกติ
③ ไม่มีสัญญาณบ่งชี้ความเสียหายของอุปกรณ์
④ ระบบไฟเลี้ยงมีความเสถียร
⑤ โทรศัพท์ระบบที่เชื่อมต่อแสดงสถานะพร้อมใช้งาน
ถ้าไฟ Power ไม่ติด
ให้ตรวจสอบ
- แหล่งจ่ายไฟ AC
- เต้ารับไฟฟ้า
- สวิตช์เปิดปิด
- อุปกรณ์สำรองไฟที่เกี่ยวข้อง
- ระบบไฟฟ้าที่จ่ายให้ตู้
หากพบกลิ่นไหม้ ความร้อนผิดปกติ หรือความเสียหายทางไฟฟ้า ควรหยุดใช้งานและให้ช่างที่มีความชำนาญตรวจสอบ
ไม่ควรเปิดฝาครอบหรือสัมผัสวงจรจ่ายไฟโดยไม่มีความรู้และอุปกรณ์ป้องกัน
⑦ วิธีเช็กเสียง Dial Tone ของเบอร์ภายใน
เมื่อระบบกลับมาทำงาน ให้เริ่มตรวจสอบสัญญาณโทรศัพท์ภายใน
ขั้นตอน
① เลือกโทรศัพท์ภายในที่ทราบว่าใช้งานได้ปกติก่อนรีสตาร์ต
② ยกหูโทรศัพท์
③ ฟังเสียง Dial Tone
④ วางสาย
⑤ ทดลองกับเครื่องภายในอีกหนึ่งหรือสองเครื่อง
หากไม่มี Dial Tone
อาจเกิดจาก
- ตู้ยังไม่พร้อมทำงาน
- โทรศัพท์หรือสายมีปัญหา
- พอร์ต Extension มีปัญหา
- การเชื่อมต่ออุปกรณ์ไม่สมบูรณ์
- ระบบมีความผิดปกติด้านไฟเลี้ยง
วิธีแยกปัญหา
หากทุกเครื่องไม่มี Dial Tone ควรตรวจสอบสถานะตู้เป็นอันดับแรก
แต่หากมีเพียงหนึ่งเครื่องที่ไม่มีสัญญาณ ควรตรวจสาย โทรศัพท์ และพอร์ตของเครื่องนั้นก่อน
ไม่ควรรีสตาร์ตซ้ำหลายรอบโดยไม่มีการตรวจสอบสาเหตุ
⑧ วิธีทดสอบโทรระหว่างเบอร์ภายในหลังรีสตาร์ต
เมื่อมี Dial Tone แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือทดสอบการโทรภายใน
ตัวอย่าง
- โทรศัพท์ A หมายเลข 101
- โทรศัพท์ B หมายเลข 102
หมายเลขเป็นตัวอย่างเท่านั้น
ขั้นตอน
① ยกหูเบอร์ 101
② กด 102
③ ตรวจสอบว่าเครื่อง 102 ส่งเสียงเรียก
④ รับสายจากเครื่อง 102
⑤ ทดลองสนทนาสองทาง
⑥ วางสายทั้งสองเครื่อง
⑦ ทดลองให้เครื่อง 102 โทรกลับ 101
สิ่งที่ต้องตรวจสอบ
- โทรหากันได้
- หมายเลขที่กดตรงกับเครื่องปลายทาง
- เสียงสนทนาชัดเจนทั้งสองด้าน
- ไม่มีเสียงรบกวนผิดปกติ
- วางสายแล้วระบบคืนสู่สถานะพร้อมใช้งาน
หากเบอร์ภายในไม่ตรงกับเครื่องที่ต้องการ ให้ตรวจสอบแผนหมายเลขและข้อมูล Extension Jack
⑨ รีสตาร์ตแล้วเบอร์ภายในเปลี่ยนหรือหายได้ไหม?
System Restart ตามปกติไม่ได้มีจุดประสงค์ล้างหมายเลขภายในที่บันทึกไว้
หากพบว่าเบอร์ที่ใช้งานเดิมเปลี่ยนไป ควรตรวจสอบว่าเกิดเหตุการณ์อื่นร่วมด้วยหรือไม่
โปรแกรมที่เกี่ยวข้อง
009 — Extension Number
วิธีตรวจสอบ
① ทดสอบโทรหาเบอร์ที่เคยใช้งาน
② ตรวจสอบว่ามีเครื่องใดรับสาย
③ หากไม่ตรง ให้ตรวจหมายเลข Extension Jack
④ อ่านค่าหมายเลขภายในปัจจุบันผ่านโปรแกรม 009 หรือ Maintenance Console
⑤ เปรียบเทียบกับไฟล์ Backup เดิม
⑥ ตรวจสอบประวัติการแก้โปรแกรมล่าสุด
ข้อควรระวัง
ไม่ควรเปลี่ยนหมายเลขภายในทันทีเพียงเพราะโทรหาไม่ติดหนึ่งครั้ง
ต้องตรวจสอบสาย เครื่องปลายทาง และ Numbering Plan ก่อน
⑩ วิธีตรวจสายนอก CO Line หลังรีสตาร์ต
ระบบโทรศัพท์สำนักงานอาจมีสายนอกหลายเส้น จึงควรตรวจให้ครบตามจำนวนที่ติดตั้งจริง
ขั้นตอน
① ตรวจสอบจำนวน CO Line ที่สำนักงานใช้งาน
② เลือกสายนอกตามวิธีที่ระบบกำหนด
③ ฟังสัญญาณสายนอก
④ ทดลองโทรออกไปยังหมายเลขที่ได้รับอนุญาต
⑤ ตรวจสอบคุณภาพเสียง
⑥ วางสายและตรวจว่าคู่สายคืนสู่สถานะว่าง
⑦ ดำเนินการกับ CO Line เส้นอื่น
ตารางทดสอบตัวอย่าง
| CO Line | สถานะหลังรีสตาร์ต | ผลทดสอบ |
|---|---|---|
| CO 1 | มีสัญญาณ | ผ่าน |
| CO 2 | มีสัญญาณ | ผ่าน |
| CO 3 | ไม่มีสัญญาณ | ต้องตรวจเพิ่ม |
| CO 4 | ไม่ได้ใช้งาน | ไม่ต้องทดสอบ |
ตารางนี้เป็นตัวอย่างสมมุติ ไม่ใช่ผลจากอุปกรณ์จริง
หาก CO Line ไม่มีสัญญาณ
ควรตรวจสอบทั้งคู่สายจากผู้ให้บริการ การเดินสาย และโปรแกรมที่เกี่ยวข้อง เช่น CO Connection [400]
อย่าสรุปว่าสายนอกถูกปิดในโปรแกรมทันที เพราะอาจเป็นปัญหาจากคู่สายจริง
⑪ วิธีทดสอบโทรออกหลังรีสตาร์ต
การที่โทรศัพท์ภายในใช้งานได้ไม่ได้รับประกันว่าสามารถโทรออกภายนอกได้
จึงต้องตรวจสอบการใช้สายนอกแยกต่างหาก
ขั้นตอน
① เลือกเครื่องโทรศัพท์ที่ได้รับอนุญาตให้โทรออก
② ตรวจสอบวิธีเลือกสายนอกของสำนักงาน
③ กดรหัสเลือกสายนอกหรือปุ่ม CO ตามค่าที่ตั้งไว้
④ โทรไปยังหมายเลขทดสอบที่ได้รับอนุญาต
⑤ ตรวจสอบว่าปลายทางรับสายได้
⑥ ทดลองสนทนา
⑦ วางสาย
⑧ ตรวจสอบว่าสายนอกถูกคืนสู่สถานะว่าง
ควรทดสอบหมายเลขใด?
ควรใช้หมายเลขที่ผู้ดูแลควบคุมได้และไม่ก่อค่าโทรสูง เช่น หมายเลขของเจ้าหน้าที่ที่ตกลงให้ช่วยทดสอบ
ไม่ควรใช้หมายเลขต่างประเทศหรือหมายเลขบริการพิเศษโดยไม่จำเป็น
⑫ วิธีตรวจสายโทรเข้าจากภายนอก
นอกจากการโทรออกแล้ว ต้องทดสอบการรับสายเข้าจริง
ขั้นตอน
① เตรียมโทรศัพท์มือถือหรือหมายเลขภายนอกสำหรับทดสอบ
② โทรเข้าหมายเลข CO Line ของสำนักงาน
③ ตรวจสอบว่ามีเสียงเรียกเข้าที่เครื่องใด
④ ยืนยันว่าเครื่องนั้นตรงตามแผนรับสาย
⑤ ให้พนักงานรับสาย
⑥ ทดสอบการสนทนาสองทาง
⑦ วางสาย
⑧ ตรวจสอบว่าสายนอกกลับเป็นสถานะว่าง
ถ้าสายเข้าไม่ดัง
ต้องแยกสาเหตุ เช่น
- คู่สายภายนอกมีปัญหา
- ระบบอยู่ในช่วง Night แทน Day
- การกำหนดเครื่องรับสายไม่ตรง
- CO Line ใช้โหมด DISA หรือ UCD
- เครื่องรับสายถูกตั้งค่าที่มีผลต่อการเรียกเข้า
- สายหรือโทรศัพท์ภายในมีปัญหา
โปรแกรมที่เกี่ยวข้อง
โปรแกรม Flexible Ringing ที่ควรตรวจสอบ ได้แก่
- 408 สำหรับ Day
- 409 สำหรับ Night
- 410 สำหรับ Lunch
ทั้งนี้ การรับสายจริงยังขึ้นอยู่กับ CO Line Mode ที่กำหนดไว้ด้วย
⑬ วิธีตรวจระบบ Operator หลังรีสตาร์ต
Operator เป็นจุดประสานงานโทรศัพท์ของสำนักงาน
หากผู้ใช้กดเรียก Operator แล้วไม่ได้รับสาย ควรตรวจสอบการกำหนดเครื่อง
โปรแกรมที่เกี่ยวข้อง
008 — Operator Assignment
ขั้นตอน
① ตรวจสอบว่า Operator ปัจจุบันควรเป็นเครื่องใด
② ทดลองเรียก Operator ตามหมายเลขฟังก์ชันที่ใช้งานจริง
③ ตรวจสอบว่าเครื่องปลายทางดังหรือไม่
④ รับสายและทดลองสนทนา
⑤ หากผิดเครื่อง ให้ตรวจค่าโปรแกรม 008
⑥ เปรียบเทียบกับผัง Extension Jack
สิ่งที่ควรแยกให้ชัดเจน
การกำหนด Operator เป็นคนละส่วนกับการตั้งให้ CO Line ส่งเสียงเรียกเข้าที่เครื่องรับสาย
หากสายเรียกเข้าจากภายนอกไม่ตรงตามแผน ต้องตรวจการกระจายสายเข้าด้วย ไม่ใช่ดูเฉพาะ Operator Assignment
⑭ วิธีตรวจ Day, Night และ Lunch Mode
KX-TES824 รองรับการทำงานตามช่วงเวลา
ค่าของช่วงเวลาอาจมีผลต่อการรับสายและสิทธิ์การโทรตามที่ตั้งไว้
สิ่งที่ต้องตรวจสอบ
① ระบบกำลังอยู่ในโหมดใด
② วันที่และเวลาตู้ถูกต้องหรือไม่
③ โหมดนั้นตรงกับตารางสำนักงานหรือไม่
④ สายโทรเข้าดังที่เครื่องที่ต้องการหรือไม่
⑤ ผู้ใช้มีสิทธิ์โทรออกตรงตามช่วงเวลาหรือไม่
ตัวอย่าง
ช่วง Day:
สายโทรเข้าดังที่ Reception
ช่วง Night:
สายโทรเข้าดังที่เจ้าหน้าที่เวร
ช่วง Lunch:
สายโทรเข้าดังที่เครื่องที่กำหนดไว้สำหรับพักกลางวัน
หากหลังรีสตาร์ตระบบรับสายผิดเครื่อง ให้ตรวจโหมดเวลาปัจจุบันก่อน
ข้อควรระวัง
การทดสอบ Night Mode อาจส่งผลต่อการรับสายจริง จึงควรทำในช่วงที่เหมาะสมและคืนระบบสู่โหมดที่สำนักงานต้องการเมื่อทดสอบเสร็จ
⑮ วิธีตรวจวันที่และเวลาของตู้หลังรีสตาร์ต
วันที่และเวลาของ KX-TES824 มีผลต่อการแสดงผลบนโทรศัพท์ระบบและฟังก์ชันตามช่วงเวลา
วิธีตรวจสอบ
① ดูวันที่และเวลาบนโทรศัพท์ระบบที่มีหน้าจอ
② เปรียบเทียบกับเวลาปัจจุบัน
③ ตรวจรูปแบบวันที่และเวลาที่แสดง
④ หากไม่ตรง ให้ตรวจค่า Date & Time ในระบบ
โปรแกรมที่เกี่ยวข้อง
000 — Date & Time
หากเวลาผิดต้องทำอย่างไร?
สามารถแก้ไขผ่าน System Programming ตามขั้นตอนโปรแกรม 000 หรือฟังก์ชันตั้งเวลาที่ระบบรองรับ
หลังแก้ไขให้ตรวจสอบว่าเวลาใหม่แสดงถูกต้องและโหมดการทำงานตามเวลาสอดคล้องกับแผนสำนักงาน
หากเวลาผิดซ้ำ
ควรตรวจสอบประวัติไฟฟ้าดับ สภาพการทำงานของตู้ และระบบรักษาข้อมูลที่เกี่ยวข้อง โดยให้ช่างตรวจสอบหากพบความผิดปกติซ้ำ
ไม่ควรสรุปจากเหตุการณ์ครั้งเดียวว่าแบตเตอรี่ภายในเสีย
⑯ วิธีตรวจการโอนสายหลังรีสตาร์ต
ระบบโอนสายเป็นฟังก์ชันที่สำนักงานใช้งานบ่อย
ตัวอย่างการทดสอบ
โทรศัพท์ Operator รับสายจากภายนอก และต้องการโอนไปยังฝ่ายขายเบอร์ 103
ขั้นตอน
① โทรเข้าจากภายนอก
② ให้ Operator รับสาย
③ กด TRANSFER ตามรูปแบบโทรศัพท์ที่ใช้
④ กดหมายเลขภายใน 103
⑤ ตรวจสอบว่าเครื่อง 103 ส่งเสียงเรียก
⑥ รับสายที่เครื่อง 103
⑦ ดำเนินการโอนสายจนเสร็จ
⑧ ตรวจสอบว่าผู้โทรภายนอกสนทนากับเบอร์ 103 ได้จริง
สิ่งที่ต้องตรวจ
- ปุ่ม TRANSFER ทำงาน
- ระบบเรียกเบอร์ปลายทางถูกต้อง
- การโอนสายไม่ตัดก่อนถึงปลายทาง
- เสียงสนทนาทั้งสองด้านปกติ
- สายนอกว่างหลังสิ้นสุดการโทร
หากโอนสายไม่ได้ ควรตรวจสิทธิ์และวิธีโอนของโทรศัพท์ รวมถึงสภาพการเชื่อมต่อ ไม่ควรรีสตาร์ตซ้ำทันที
⑰ วิธีตรวจ DISA และระบบตอบรับอัตโนมัติ
หากสำนักงานใช้ DISA หรือ Direct Inward System Access ต้องตรวจสอบการตอบรับสายจากภายนอกด้วย
สิ่งที่ต้องทดสอบ
① โทรเข้าหมายเลขสายนอกที่ใช้ DISA
② ตรวจสอบว่าระบบรับสายตามรูปแบบที่ตั้งไว้
③ ฟังข้อความต้อนรับ หากมี
④ ทดลองกดหมายเลขภายในที่ได้รับอนุญาต
⑤ ตรวจสอบว่าระบบโอนการเรียกเข้าถูกเครื่อง
⑥ ตรวจสอบเงื่อนไขเมื่อไม่มีผู้รับสาย
⑦ ตรวจสอบการทำงานตามช่วงเวลา หากมี
ถ้าไม่พบเสียงต้อนรับ
อาจเกิดจาก
- CO Line ไม่อยู่ใน DISA Mode ที่คาดไว้
- การกำหนด OGM ไม่ตรง
- อุปกรณ์หรือการ์ดที่เกี่ยวข้องมีปัญหา
- การโทรเข้าไม่ถึง CO Line ที่ใช้ DISA
- เงื่อนไขช่วงเวลาแตกต่างจากที่ทดสอบ
ควรตรวจสอบรายการเหล่านี้ก่อนเปลี่ยนโปรแกรม
⑱ วิธีตรวจระบบ Caller ID หลังรีสตาร์ต
หากติดตั้งอุปกรณ์ Caller ID และใช้บริการจากผู้ให้บริการโทรศัพท์ ควรทดลองโทรเข้าเพื่อตรวจสอบการแสดงหมายเลขผู้โทร
ขั้นตอน
① เตรียมหมายเลขมือถือสำหรับโทรทดสอบ
② โทรเข้าหมายเลขสำนักงาน
③ ตรวจสอบหมายเลขที่ปรากฏบนโทรศัพท์ที่รองรับ
④ เปรียบเทียบกับหมายเลขต้นทาง
⑤ ตรวจสอบการทำงานใน CO Line อื่น หากใช้ Caller ID หลายเส้น
ถ้าหมายเลขไม่แสดง
ตรวจสอบ
- บริการ Caller ID ของผู้ให้บริการ
- การ์ด Caller ID ที่ติดตั้ง
- โทรศัพท์ปลายทางที่รองรับ
- การตั้งค่าการแสดงข้อมูล
- สัญญาณและการเชื่อมต่อจากคู่สาย
ไม่ควรสรุปว่าการรีสตาร์ตลบข้อมูล Caller ID โดยไม่มีหลักฐาน
⑲ วิธีตรวจระบบบันทึกการโทร SMDR
หากสำนักงานเชื่อมต่อ KX-TES824 กับคอมพิวเตอร์หรือเครื่องพิมพ์สำหรับ SMDR ควรตรวจสอบการส่งข้อมูลหลังรีสตาร์ต
ขั้นตอน
① ตรวจสอบอุปกรณ์ที่รับข้อมูล SMDR
② ตรวจสอบสายเชื่อมต่อ RS-232C
③ ตรวจสอบโปรแกรมหรือระบบรับข้อมูล
④ ทดลองโทรด้วยหมายเลขที่ได้รับอนุญาต
⑤ ตรวจสอบว่ารายการโทรปรากฏในระบบบันทึก
⑥ ตรวจสอบวันที่และเวลาของรายการ
⑦ ตรวจสอบว่าข้อมูลไม่ขาดหายผิดปกติหลังระบบเริ่มทำงาน
หากไม่มีข้อมูลใหม่
อาจเกี่ยวข้องกับ
- โปรแกรมรับข้อมูลไม่ได้เปิด
- สาย Serial มีปัญหา
- ค่า RS-232C ไม่ตรง
- ระบบบันทึกข้อมูลมีปัญหา
- การตั้งค่า SMDR ไม่ตรงกับรูปแบบการใช้งาน
ควรตรวจสอบค่าเดิมก่อนแก้ไขโปรแกรม 800 หรือรายการที่เกี่ยวข้อง
⑳ วิธีเช็กว่าข้อมูลโปรแกรมยังอยู่ครบหลังรีสตาร์ต
แม้การรีสตาร์ตปกติไม่ได้ล้างค่าระบบ แต่สำนักงานที่มีการตั้งค่าซับซ้อนควรตรวจรายการสำคัญ
โปรแกรมที่ควรรู้
| โปรแกรม | รายการตรวจสอบ |
|---|---|
| 000 | วันที่และเวลา |
| 008 | Operator Assignment |
| 009 | Extension Number |
| 400 | CO Connection |
| 408 | Flexible Ringing — Day |
| 409 | Flexible Ringing — Night |
| 410 | Flexible Ringing — Lunch |
| 604 | Extension Name |
วิธีตรวจสอบ
① เปิด KX-TE Maintenance Console หรือเข้า System Programming ตามสิทธิ์
② เลือกรายการสำคัญ
③ อ่านค่าปัจจุบัน
④ เปรียบเทียบกับข้อมูล Backup หรือผังระบบเดิม
⑤ จดรายการที่ไม่ตรง
⑥ ตรวจสอบว่าเกิดจากการแก้ไขโปรแกรมหรือปัญหาอื่น
⑦ แก้ไขเฉพาะรายการที่จำเป็นหลังยืนยันสาเหตุ
หากไม่มี Backup
ควรเริ่มจากตรวจสอบฟังก์ชันที่ผู้ใช้งานต้องใช้จริง แล้วจัดทำบันทึกค่าปัจจุบันสำหรับการบำรุงรักษาในอนาคต
㉑ ข้อมูลอะไรอาจหายหลัง System Restart?
คู่มือ Panasonic ระบุว่าการรีสตาร์ตปกติจะล้างข้อมูลการทำงานชั่วคราวบางประเภท
| ข้อมูล | ผลหลัง Restart |
|---|---|
| สายสนทนาที่กำลังดำเนินอยู่ | ถูกตัด |
| สายที่พักด้วย Hold | ถูกตัด |
| สายที่พักด้วย Exclusive Hold | ถูกตัด |
| Automatic Callback Busy | ถูกล้าง |
| Call Park | ถูกล้าง |
| Last Number Redial | ถูกล้าง |
| Saved Number Redial | ถูกล้าง |
| ข้อมูลโปรแกรมระบบที่บันทึกไว้ | โดยปกติยังอยู่ |
หมายความว่าอย่างไร?
หากพนักงานกำลังพักสายลูกค้าไว้ เมื่อรีสตาร์ตตู้สายดังกล่าวจะถูกตัด
หรือหากกำลังใช้ฟังก์ชัน Call Park ข้อมูลการพักสายนั้นจะไม่คงอยู่หลังระบบเริ่มใหม่
แต่หมายเลขภายในและการกำหนดสายนอกที่บันทึกไว้ไม่ควรถูกล้างด้วย System Restart ปกติ
จึงควรแจ้งพนักงานก่อนรีสตาร์ตเพื่อป้องกันการสูญเสียการติดต่อที่กำลังดำเนินอยู่
㉒ รีสตาร์ตแล้ว KX-T7730 ไม่มีสัญญาณต้องทำอย่างไร?
หากตู้กลับมาทำงานแล้วแต่ KX-T7730 ไม่พร้อมใช้งาน ให้ตรวจสอบตามลำดับ
1. ตรวจสถานะตู้
ดูว่า Power ทำงานตามปกติหรือไม่
2. ตรวจสายโทรศัพท์
ตรวจว่าสายที่เชื่อมต่อโทรศัพท์ระบบไม่มีรอยชำรุดหรือหลวม
3. ตรวจพอร์ต Extension
ตรวจพอร์ตที่เครื่องเชื่อมต่ออยู่
4. ทดลองโทรศัพท์อีกเครื่อง
หากมีเครื่องที่ทราบว่าใช้งานได้ สามารถใช้เพื่อช่วยแยกปัญหาได้ตามขั้นตอนที่ปลอดภัย
5. ตรวจเครื่องอื่น
หากเครื่องอื่นใช้งานได้ตามปกติ ปัญหาอาจจำกัดอยู่ที่เครื่องหรือสายเส้นนั้น
6. ตรวจการตั้งค่าที่เกี่ยวข้อง
หากฮาร์ดแวร์ปกติแต่การทำงานยังผิด ให้ตรวจโปรแกรมและฟังก์ชันที่เกี่ยวข้อง
ข้อควรระวัง
ไม่ควรสลับสายหรือเปิดฝาตู้โดยไม่มีความรู้ เพราะอาจทำให้เครื่องอื่นได้รับผลกระทบ หรือเกิดความเสียหายต่อขั้วต่อ
㉓ รีสตาร์ตแล้วโทรออกไม่ได้ แต่โทรภายในได้
อาการนี้ช่วยระบุขอบเขตปัญหาได้ว่าโทรศัพท์ภายในยังสามารถสื่อสารกันได้ แต่การใช้งานสายนอกมีปัญหา
สิ่งที่ควรตรวจสอบ
① CO Line มีสัญญาณจากผู้ให้บริการหรือไม่
② ระบบเลือกสายนอกถูกต้องหรือไม่
③ สายนอกอยู่ในสถานะ Connected หรือไม่
④ เครื่องภายในมีสิทธิ์ใช้ CO Line หรือไม่
⑤ ข้อจำกัดการโทรออกตรงกับแผนหรือไม่
⑥ ระบบอยู่ใน Day หรือ Night Mode ที่เหมาะสมหรือไม่
⑦ มีการตั้งค่า ARS หรือการเลือกเส้นทางโทรออกที่เกี่ยวข้องหรือไม่
วิธีแก้ไข
ควรเริ่มจากสายนอกหนึ่งเส้นที่ตรวจสอบได้ และทดสอบด้วยเครื่องที่ได้รับอนุญาต
หากสายนอกบางเส้นใช้ได้แต่บางเส้นใช้ไม่ได้ ให้ตรวจเฉพาะคู่สายที่มีปัญหาก่อน
ไม่ควรเปิดสิทธิ์โทรออกทั้งหมดหรือแก้ค่าหลายโปรแกรมโดยไม่ทราบสาเหตุ
㉔ รีสตาร์ตแล้วรับสายจากภายนอกไม่ได้
หากโทรภายในและโทรออกได้ แต่รับสายเข้าไม่ได้ ให้ตรวจการกระจายสายเรียกเข้า
จุดตรวจสอบ
- สายนอกมีสัญญาณเรียกเข้าหรือไม่
- CO Line ถูกกำหนดให้ใช้โหมดใด
- เครื่องใดควรได้รับสายเรียกเข้า
- ขณะนั้นอยู่ในช่วงเวลาใด
- โทรศัพท์ปลายทางพร้อมรับสายหรือไม่
- มีระบบ DISA หรือ UCD เกี่ยวข้องหรือไม่
วิธีทดสอบ
① โทรเข้าจากมือถือ
② ระบุ CO Line ที่ได้รับสาย
③ ตรวจสอบโหมดเวลาปัจจุบัน
④ ตรวจสอบเครื่องที่ควรดัง
⑤ เปรียบเทียบกับค่า Flexible Ringing หรือการกระจายสายเข้าที่เกี่ยวข้อง
⑥ แก้ไขเฉพาะรายการที่ยืนยันว่าผิด
⑦ โทรเข้าทดสอบซ้ำ
ข้อควรจำ
ระบบรับสายจากภายนอกมีหลายเงื่อนไข จึงไม่ควรสรุปว่าสาเหตุอยู่ที่ Operator เพียงอย่างเดียว
㉕ รีสตาร์ตแล้วเวลาผิดหรือระบบเปลี่ยนโหมดเอง
หากหลังรีสตาร์ตโทรศัพท์แสดงเวลาผิด และสำนักงานพบว่าสายเรียกเข้าไปดังผิดเครื่อง ต้องตรวจสอบความสัมพันธ์ระหว่างวันที่ เวลา และ Time Service
ขั้นตอน
① ตรวจสอบวันที่และเวลาปัจจุบัน
② ตรวจว่าโหมดของตู้เป็น Day, Night หรือ Lunch
③ เปรียบเทียบกับตารางการทำงานของสำนักงาน
④ ตรวจสอบว่าใช้โหมดอัตโนมัติหรือมีการเลือกโหมดด้วยผู้ใช้
⑤ ตรวจโปรแกรมเวลาและฟังก์ชันที่เกี่ยวข้อง
⑥ แก้ไขตามค่าเดิมหรือแผนที่ยืนยันแล้ว
⑦ ทดลองการรับสายอีกครั้ง
ตัวอย่าง
สำนักงานต้องการให้สายเข้าดังที่ Reception ระหว่างวัน
แต่หลังรีสตาร์ตระบบอยู่ใน Night Mode และสายไปดังที่เจ้าหน้าที่เวร
กรณีนี้ควรตรวจโหมดเวลารวมถึงการตั้งวันที่และเวลา ก่อนเปลี่ยนค่า Flexible Ringing
㉖ วิธีตรวจระบบหลังไฟฟ้าดับและตู้กลับมาทำงาน
หาก KX-TES824 หยุดทำงานเพราะไฟฟ้าดับ เมื่อไฟกลับมา ตู้จะเริ่มทำงานใหม่และโหลดข้อมูลที่จัดเก็บไว้โดยอัตโนมัติตามคู่มือ
สิ่งที่ควรตรวจ
① ตรวจไฟเลี้ยงที่จ่ายเข้าตู้
② ตรวจไฟสถานะ Power
③ ตรวจ Dial Tone ของเครื่องภายใน
④ ทดสอบโทรภายใน
⑤ ทดสอบโทรเข้าและออกผ่าน CO Line
⑥ ตรวจวันและเวลา
⑦ ตรวจ Time Service
⑧ ตรวจ DISA หรือระบบตอบรับ หากใช้งาน
⑨ ตรวจสถานะอุปกรณ์สำรองไฟ
⑩ ตรวจว่ามีปัญหาจากไฟกระชากหรือไม่
ระบบ Power Failure Connection คืออะไร?
KX-TES824 มีการเชื่อมต่อสายนอกบางเส้นไปยังพอร์ตภายในที่กำหนดในกรณีไม่มีไฟเลี้ยงและระบบเข้าสู่โหมด Power Failure Connection
ตามคู่มือระบุคู่สำคัญ ได้แก่
- CO Line 1 กับ Extension Jack 01
- CO Line 4 กับ Extension Jack 09
- CO Line 7 กับ Extension Jack 17
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพอร์ตและอุปกรณ์ที่ติดตั้งจริง
หากใช้โทรศัพท์อนาล็อกที่เหมาะสมกับตำแหน่งเหล่านี้ อาจสามารถใช้คู่สายตามการเชื่อมต่อฉุกเฉินในภาวะไฟฟ้าดับได้
เมื่อไฟฟ้ากลับมา ต้องทดสอบระบบ PBX ตามปกติอีกครั้ง เพราะพฤติกรรมระหว่างไฟฟ้าดับต่างจากการทำงานเมื่อมีไฟเลี้ยง
㉗ ตาราง Checklist หลังรีสตาร์ต KX-TES824
ใช้ตารางต่อไปนี้เป็นแนวทางตรวจสอบหลังเปิดระบบใหม่
| รายการตรวจสอบ | ผลที่ต้องการ | สถานะ |
|---|---|---|
| ไฟ Power | ทำงานปกติ | □ |
| Dial Tone | มีสัญญาณ | □ |
| โทรภายใน | โทรหากันได้ | □ |
| หมายเลขภายใน | ตรงตามผัง | □ |
| CO Line | มีสัญญาณ | □ |
| โทรออก | ใช้งานตามสิทธิ์ | □ |
| โทรเข้า | ถึงเครื่องที่กำหนด | □ |
| เสียงสนทนา | ชัดเจนสองทาง | □ |
| โอนสาย | ทำงานถูกต้อง | □ |
| Operator | เรียกได้ | □ |
| วันที่และเวลา | ถูกต้อง | □ |
| Day/Night/Lunch | ตรงตามแผน | □ |
| DISA | ทำงานปกติ หากใช้ | □ |
| Caller ID | แสดงข้อมูล หากใช้ | □ |
| SMDR | รับข้อมูล หากใช้ | □ |
| โปรแกรมสำคัญ | ตรงกับข้อมูลเดิม | □ |
| Backup | มีไฟล์ล่าสุดที่ตรวจสอบแล้ว | □ |
วิธีใช้ Checklist
ให้ทำเครื่องหมายผ่านหลังจากทดสอบรายการนั้นจริง
หากระบบไม่ได้ติดตั้งฟังก์ชันบางประเภท เช่น DISA หรือ SMDR สามารถระบุว่าไม่เกี่ยวข้องแทนการทำเครื่องหมายไม่ผ่าน
ควรบันทึกวันที่ ผู้ตรวจ และปัญหาที่พบไว้ด้วย
㉘ ตารางแก้ปัญหาหลังรีสตาร์ต KX-TES824
| อาการ | สาเหตุที่ควรตรวจสอบ | แนวทางแก้ไข |
|---|---|---|
| ไฟ Power ไม่ติด | แหล่งจ่ายไฟ | ตรวจระบบไฟ |
| ทุกเครื่องไม่มี Dial Tone | ตู้ยังไม่พร้อมหรือระบบผิดปกติ | ตรวจสถานะ PBX |
| บางเครื่องไม่มีสัญญาณ | สายหรือเครื่อง | ตรวจ Extension |
| โทรภายในไม่ได้ | หมายเลขหรือพอร์ต | ตรวจค่าระบบและสาย |
| โทรออกไม่ได้ | CO Line หรือสิทธิ์ | ตรวจสายนอก |
| โทรเข้าไม่ดัง | โหมดรับสาย | ตรวจการกระจายสายเข้า |
| Operator ไม่ทำงาน | โปรแกรม 008 หรือเลขเรียก | ตรวจ Operator Call |
| เวลาไม่ตรง | Date & Time | ตรวจโปรแกรม 000 |
| กลางคืนสายดังผิดเครื่อง | Time Service หรือ Ringing | ตรวจ Night Mode |
| โอนสายไม่ได้ | ฟังก์ชันหรือการตั้งค่า | ตรวจ Transfer |
| DISA ไม่ตอบรับ | CO Line Mode หรือระบบเสียง | ตรวจ DISA |
| Caller ID ไม่แสดง | บริการหรืออุปกรณ์ | ตรวจ Caller ID |
| SMDR ไม่ส่งข้อมูล | Serial หรือโปรแกรมรับข้อมูล | ตรวจการสื่อสาร |
| ค่าระบบผิดจากเดิม | มีการเปลี่ยนค่าหรือปัญหาอื่น | เทียบ Backup |
| รีสตาร์ตแล้วปัญหายังอยู่ | สาเหตุไม่ได้มาจากสถานะชั่วคราว | วิเคราะห์ต่อ ไม่รีเซ็ตสุ่ม |
㉙ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการรีสตาร์ต KX-TES824
รีสตาร์ต KX-TES824 แล้วข้อมูลจะหายไหม?
System Restart ปกติไม่ล้างข้อมูลโปรแกรมที่บันทึกไว้ แต่จะตัดสายสนทนาที่กำลังดำเนินอยู่ และล้างข้อมูลชั่วคราวบางรายการ เช่น Call Park และ Redial
รีสตาร์ต KX-TES824 ทำอย่างไร?
Installation Manual ระบุให้เปลี่ยน Power Switch ไปที่ OFF แล้วกลับไปที่ ON ตามขั้นตอน System Restart
รีสตาร์ตกับรีเซ็ตโรงงานเหมือนกันไหม?
ไม่เหมือนกัน การรีสตาร์ตเริ่มระบบใหม่ ส่วน System Data Clear เกี่ยวข้องกับการล้างข้อมูลโปรแกรม
รีสตาร์ตแล้วเบอร์ภายในจะกลับเป็น 101 หรือไม่?
ไม่ควรเปลี่ยนจาก System Restart ปกติ เพราะค่าหมายเลขภายในที่บันทึกไว้ยังคงอยู่
รีสตาร์ตแล้วต้องตั้ง CO Line ใหม่ไหม?
โดยทั่วไปไม่จำเป็น หากค่าระบบเดิมถูกบันทึกไว้ถูกต้อง แต่ควรทดสอบว่าแต่ละสายนอกทำงานได้จริง
รีสตาร์ตแล้วต้องตั้งเวลาใหม่ไหม?
ควรตรวจสอบเวลาก่อน หากยังถูกต้องก็ไม่จำเป็นต้องแก้ไข
รีสตาร์ตแล้วโทรออกไม่ได้ต้องทำอย่างไร?
ตรวจสายนอก CO Line วิธีเลือกสาย สิทธิ์โทรออก และการทำงานของคู่สายจากผู้ให้บริการ
รีสตาร์ตแล้วสายโทรเข้าไม่ดังเกิดจากอะไร?
อาจเกี่ยวข้องกับ CO Line, Incoming Call Mode, Flexible Ringing หรือ Time Service
รีสตาร์ตแล้ว Operator หายไหม?
ค่า Operator Assignment ที่บันทึกไว้ควรยังอยู่ ให้ตรวจโปรแกรม 008 หากการเรียก Operator ผิดปกติ
รีสตาร์ตแล้วระบบ DISA จะหายไหม?
System Restart ปกติไม่ได้มีจุดประสงค์ลบโปรแกรมหรือข้อความเสียงที่บันทึกไว้ แต่ควรโทรเข้าทดสอบว่าระบบทำงานตามแผน
รีสตาร์ตแล้วสายสนทนาที่พักไว้จะกลับมาไหม?
ไม่กลับมา คู่มือระบุว่าสายที่กำลังสนทนาหรือพักสายถูกตัดเมื่อรีสตาร์ต
ไฟฟ้าดับแล้ว KX-TES824 กลับมาทำงานเองไหม?
เมื่อไฟฟ้ากลับมา ตู้จะรีสตาร์ตและโหลดข้อมูลที่จัดเก็บไว้โดยอัตโนมัติตามคู่มือ
ต้อง Backup ทุกครั้งก่อนรีสตาร์ตไหม?
ควรมี Backup ล่าสุดสำหรับระบบสำคัญ โดยเฉพาะก่อนงานบำรุงรักษาที่มีความเสี่ยง แต่ System Restart ปกติไม่ได้เป็นคำสั่งล้างข้อมูล
รีสตาร์ตแล้วปัญหายังอยู่ต้องรีเซ็ตโรงงานทันทีไหม?
ไม่ควร ควรวิเคราะห์สาเหตุและตรวจอุปกรณ์ สายโทรศัพท์ และค่าระบบก่อน เพราะ System Data Clear อาจทำให้ต้องตั้งโปรแกรมใหม่จำนวนมาก
KX-TES824 รีสตาร์ตบ่อย ๆ ดีไหม?
ไม่ควรใช้การรีสตาร์ตเป็นวิธีแก้ปัญหาประจำ หากระบบต้องรีสตาร์ตบ่อย ควรตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง เช่น ไฟเลี้ยง อุปกรณ์ หรือปัญหาการทำงานของตู้
㉚ สรุปรีสตาร์ตตู้ Panasonic KX-TES824 แล้วต้องตรวจสอบอะไรบ้าง
หลังรีสตาร์ต Panasonic KX-TES824 ควรเริ่มตรวจจากไฟ Power และสัญญาณโทรศัพท์ภายใน จากนั้นทดสอบเบอร์ภายใน สายนอก CO Line การโทรเข้า การโทรออก การโอนสาย และการทำงานของ Operator
ระบบที่ใช้ฟังก์ชันเพิ่มเติม เช่น DISA, Caller ID, SMDR และ Time Service ควรตรวจสอบให้ครบตามการใช้งานจริง
ลำดับที่ควรจำคือ ตรวจไฟตู้ → ตรวจ Dial Tone → โทรภายใน → โทรออก → โทรเข้า → โอนสาย → ตรวจ Operator → ตรวจเวลาและโหมด → ตรวจค่าระบบ → บันทึกผล
ตามคู่มือ Panasonic การทำ System Restart ปกติไม่ทำให้ข้อมูลโปรแกรมที่บันทึกไว้สูญหาย แต่จะตัดสายสนทนาที่กำลังดำเนินอยู่ และล้างข้อมูลชั่วคราวบางประเภท
จึงควรเลือกเวลาที่เหมาะสมก่อนรีสตาร์ต และหลีกเลี่ยงการใช้ System Data Clear โดยไม่มีเหตุจำเป็น
หากรีสตาร์ตแล้วอาการผิดปกติยังคงอยู่ ควรตรวจสอบสาเหตุอย่างเป็นระบบแทนการปิดเปิดตู้ซ้ำหลายครั้ง
ComSiam แนะนำให้ช่างติดตั้งและผู้ดูแลระบบโทรศัพท์จัดทำ Checklist หลังรีสตาร์ต พร้อมบันทึกหมายเลข Extension, CO Line, สถานะการรับสายและผลการทดสอบ เพื่อช่วยให้ตู้ Panasonic KX-TES824 กลับมาให้บริการได้อย่างถูกต้อง ลดปัญหาการติดต่อของลูกค้า และเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลรักษาระบบโทรศัพท์สำนักงาน
ComSiam Professional Team







