ComSiam Service
ตั้งค่า Panasonic KX-TES824 ผิด ไม่จำเป็นต้องรีเซ็ตตู้ทั้งหมดเสมอไป หากทราบว่ามีการแก้ไขโปรแกรมหมายเลขใด สามารถเข้าสู่ System Programming หรือ KX-TE Maintenance Console เพื่อเปลี่ยนเฉพาะค่าที่ผิดให้กลับเป็นค่าเดิม แล้วบันทึกและทดสอบการทำงานอีกครั้ง
ตัวอย่างเช่น เปลี่ยนหมายเลขภายในผิด ตั้ง Operator ไปยังเครื่องที่ไม่ต้องการ ปิด CO Line โดยไม่ตั้งใจ หรือกำหนดชื่อ Extension ไม่ถูกต้อง ปัญหาเหล่านี้มักสามารถแก้ไขเฉพาะรายการได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้คำสั่งล้างข้อมูลระบบ
วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือใช้ข้อมูลจากไฟล์ Backup ก่อนแก้ไข หรือบันทึกค่าเดิมที่ตรวจสอบได้มาเปรียบเทียบกับค่าปัจจุบัน จากนั้นแก้ไขเฉพาะโปรแกรมที่เกี่ยวข้อง
บทความนี้ ComSiam จะอธิบายวิธีแก้ค่าตู้ KX-TES824 ที่ตั้งผิดอย่างเป็นขั้นตอน ทั้งกรณีมีไฟล์ Backup และไม่มีไฟล์ Backup พร้อมตัวอย่างการคืนค่า Operator หมายเลขภายใน ชื่อ Extension และ CO Line รวมถึงข้อควรระวังเกี่ยวกับ System Data Clear ที่อาจทำให้ข้อมูลโปรแกรมสำคัญสูญหาย
① ตั้งค่า KX-TES824 ผิด ต้องทำอย่างไรก่อน?
หากเพิ่งแก้ไขโปรแกรมแล้วพบว่าระบบทำงานผิดปกติ ให้ดำเนินการตามลำดับต่อไปนี้
① หยุดเปลี่ยนโปรแกรมเพิ่มเติมก่อน
② ตรวจสอบว่าอาการผิดปกติเกิดขึ้นหลังแก้ไขรายการใด
③ จดหมายเลขโปรแกรมที่เพิ่งเปลี่ยน
④ ตรวจสอบ Extension Jack หรือ CO Line ที่เกี่ยวข้อง
⑤ อ่านค่าปัจจุบันจากตู้
⑥ เปิดไฟล์ Backup หรือบันทึกค่าเดิม หากมี
⑦ เปรียบเทียบค่าเดิมกับค่าปัจจุบัน
⑧ กำหนดว่าจะคืนค่าเฉพาะรายการใด
⑨ บันทึกค่าปัจจุบันก่อนแก้ไขเพิ่มเติม หากยังสามารถทำได้
⑩ แก้ค่าที่ผิดกลับตามข้อมูลที่ตรวจสอบแล้ว
⑪ อ่านค่ากลับเพื่อยืนยัน
⑫ ทดสอบการโทรหรือฟังก์ชันที่เกี่ยวข้อง
หลักการสำคัญคือ ตรวจสาเหตุ → ตรวจค่าเดิม → แก้เฉพาะจุด → บันทึก → ทดสอบ
ไม่ควรเริ่มต้นด้วยการปิดเปิดตู้หรือคืนค่าโรงงาน เพราะอาจไม่แก้สาเหตุ และอาจทำให้การตรวจสอบยุ่งยากกว่าเดิม
② ทำไมไม่ควรรีเซ็ตตู้ KX-TES824 ทันที?
KX-TES824 มีการตั้งค่าระบบหลายส่วนที่สัมพันธ์กัน เช่น หมายเลขภายใน สายนอก และการกำหนดสิทธิ์โทรออก
หากใช้คำสั่งล้างข้อมูลทั้งหมด ค่าที่เคยตั้งสำหรับสำนักงานอาจถูกแทนที่ด้วยค่าเริ่มต้นจากโรงงาน
ตัวอย่างข้อมูลที่อาจได้รับผลกระทบ
- หมายเลขโทรศัพท์ภายใน
- ชื่อพนักงานและแผนก
- การกำหนด Operator
- การตั้งค่า CO Line
- ระบบรับสายโทรเข้าจากภายนอก
- การเลือกกลุ่มสายนอก
- สิทธิ์โทรออก
- การตั้งค่า Day, Night และ Lunch
- ระบบ DISA
- หมายเลขโทรด่วน
- การตั้งค่าปุ่มและฟังก์ชันระบบที่เกี่ยวข้อง
ตัวอย่าง
สำนักงานมีสายนอก 4 เส้น และเบอร์ภายใน 16 เครื่อง
หากเปลี่ยน Operator ผิดเพียงหนึ่งรายการ ปัญหาอาจแก้ได้ด้วยโปรแกรม 008
แต่หากล้างข้อมูลทั้งระบบ อาจต้องตรวจและตั้งค่าเบอร์ภายใน สายนอก และระบบรับสายใหม่จำนวนมาก
ดังนั้นควรแก้เฉพาะค่าที่ผิดก่อนเสมอ หากระบบยังอนุญาตให้เข้าถึงและแก้ไขได้อย่างปลอดภัย
③ ต้องใช้โปรแกรมอะไรในการแก้ค่าตู้ที่ตั้งผิด?
ขึ้นอยู่กับว่าค่าใดถูกเปลี่ยน
| โปรแกรม | รายการ | ตัวอย่างปัญหา |
|---|---|---|
| 000 | Date & Time | วันเวลาไม่ตรง |
| 008 | Operator Assignment | ตั้ง Operator ผิดเครื่อง |
| 009 | Extension Number | หมายเลขภายในผิด |
| 400 | CO Connection | ปิดหรือเปิดสายนอกผิด |
| 408 | Flexible Ringing — Day | กลางวันสายเข้าไม่ดัง |
| 409 | Flexible Ringing — Night | กลางคืนสายเข้าไม่ดัง |
| 410 | Flexible Ringing — Lunch | ช่วงพักสายเข้าไม่ดัง |
| 604 | Extension Name | ชื่อพนักงานผิด |
| 800 | SMDR RS-232C Parameter | การสื่อสาร Serial ผิด |
| 999 | System Data Clear | คำสั่งล้างข้อมูลที่ต้องระวัง |
รายการเหล่านี้เป็นตัวอย่าง ไม่ใช่โปรแกรมทั้งหมดของ KX-TES824
ควรตรวจสอบหมายเลขโปรแกรมจากคู่มือของรุ่นและเวอร์ชันที่ใช้งานจริงก่อนเปลี่ยนค่า
④ วิธีแก้ค่าที่ตั้งผิดผ่านโทรศัพท์ KX-T7730
หากทราบโปรแกรมและค่าเดิม สามารถแก้ไขผ่านโทรศัพท์ระบบที่รองรับได้
อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม
① Panasonic KX-T7730 หรือโทรศัพท์ระบบที่รองรับการโปรแกรม
② การเชื่อมต่อกับ Extension Jack 01
③ System Password ปัจจุบัน
④ หมายเลขโปรแกรมที่ต้องแก้
⑤ ค่าเดิมที่ต้องการคืน
ขั้นตอนเข้าสู่ System Programming
- วางหูโทรศัพท์
- กด PROGRAM
- กด
*และ#ตามลำดับ - ป้อน System Password
- ป้อนหมายเลขโปรแกรมสามหลัก
- กด SP-PHONE หรือ NEXT
- เลือกรายการที่ต้องการ
- ตรวจสอบค่าปัจจุบัน
- เปลี่ยนกลับเป็นค่าที่ถูกต้องตามขั้นตอนของโปรแกรมนั้น
- กด AUTO DIAL/STORE เมื่อมีการแก้ไข
- กด HOLD หรือ END
- กด PROGRAM เพื่อออกจากโหมด
ตัวอย่างลำดับปุ่ม
PROGRAM → * → # → System Password → Program Number → NEXT
หลังจากนั้นต้องทำตามขั้นตอนเฉพาะของหมายเลขโปรแกรมนั้น
ข้อควรระวัง: ไม่ใช่ทุกโปรแกรมจะมีรูปแบบเลือกพอร์ตหรือเปลี่ยนค่าเหมือนกัน ต้องตรวจสอบขั้นตอนของรายการก่อนกด STORE
⑤ วิธีแก้ค่าที่ผิดผ่าน KX-TE Maintenance Console
หากมีคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกับตู้ได้ สามารถใช้ Maintenance Console ตรวจสอบและแก้ไขค่าระบบได้สะดวก
ขั้นตอน
① เปิด KX-TE Maintenance Console
② เข้าสู่โปรแกรมด้วยสิทธิ์ที่ได้รับอนุญาต
③ เลือก Connect to PBX
④ ป้อน System Password ปัจจุบัน
⑤ เลือก USB หรือ RS-232C
⑥ เชื่อมต่อกับตู้จริง
⑦ ตรวจสอบรุ่นและสถานะการเชื่อมต่อ
⑧ สำรองข้อมูลปัจจุบันก่อนแก้ไขเพิ่มเติม
⑨ เปิดรายการโปรแกรมที่ต้องการ
⑩ อ่านค่าปัจจุบัน
⑪ เปรียบเทียบกับค่าเดิมที่ตรวจสอบได้
⑫ แก้ไขเฉพาะรายการที่ผิด
⑬ บันทึกตามขั้นตอนของโปรแกรม
⑭ อ่านค่ากลับจากตู้
⑮ ทดสอบการทำงานจริง
ข้อดีของ Maintenance Console
- มองเห็นค่าต่าง ๆ ได้สะดวก
- ตรวจสอบหลาย Extension Jack ได้ง่าย
- เปิดไฟล์ข้อมูลเดิมเพื่อเปรียบเทียบได้
- สามารถเก็บ Backup ก่อนและหลังแก้ไข
- ลดความผิดพลาดจากการกดปุ่มโทรศัพท์หลายครั้ง
อย่างไรก็ตาม หากใช้ Interactive Mode ต้องระวังการแก้ไขข้อมูล เพราะการเปลี่ยนค่าอาจมีผลกับ PBX ที่เชื่อมต่อจริง
⑥ วิธีแก้ Operator KX-TES824 ที่ตั้งผิด
หากเปลี่ยน Operator แล้วกดเรียกไม่ตรงเครื่อง ให้ตรวจสอบโปรแกรม 008
ตัวอย่าง
ก่อนแก้ไข:
Operator = Jack 01
หลังตั้งค่าผิด:
Operator = Jack 05
ต้องการคืนค่า:
Operator = Jack 01
ขั้นตอน
① ตรวจสอบว่า Jack 01 เป็นเครื่อง Operator เดิมจริง
② เข้า System Programming
③ เลือกโปรแกรม 008
④ กด NEXT
⑤ อ่านค่า Operator ปัจจุบัน
⑥ กำหนดกลับเป็น 01
⑦ กด STORE
⑧ ออกจากโปรแกรม
⑨ ทดลองเรียก Operator จากเบอร์ภายในอื่น
หากเปลี่ยน Operator กลับแล้วสายภายนอกยังไม่ดัง
ต้องตรวจสอบเพิ่มเติมว่า CO Line ใช้การกำหนดสายเข้าแบบใด
การกำหนด Operator ผ่านโปรแกรม 008 และการตั้งเครื่องให้รับสายจาก CO Line ไม่ใช่รายการเดียวกัน
ดังนั้นการคืนค่า Operator อาจไม่เพียงพอ หากมีการเปลี่ยน Flexible Ringing หรือ Incoming Call Mode ร่วมด้วย
⑦ วิธีแก้หมายเลขเบอร์ภายใน KX-TES824 ที่ตั้งผิด
หากเปลี่ยนหมายเลขภายในแล้วโทรหาเครื่องเดิมไม่ได้ ให้ตรวจสอบโปรแกรม 009 หรือ Extension Number
ตัวอย่าง
| รายการ | ค่าเดิม | ค่าที่ผิด |
|---|---|---|
| Extension Jack | 02 | 02 |
| เบอร์ภายใน | 102 | 202 |
หากต้องการคืนหมายเลขเดิมเป็น 102 ต้องตรวจสอบก่อนว่าหมายเลข 102 ยังสามารถใช้งานได้ตาม Numbering Plan และไม่ซ้ำกับเครื่องอื่น
ขั้นตอน
① ตรวจสอบ Extension Jack ที่ต้องการแก้
② ตรวจหมายเลขปัจจุบันจากโปรแกรม 009
③ ตรวจ Numbering Plan
④ ตรวจสอบว่าเบอร์เดิมไม่มีการนำไปใช้กับพอร์ตอื่น
⑤ กำหนดหมายเลขกลับตามข้อมูลเดิม
⑥ บันทึกค่า
⑦ อ่านค่ากลับ
⑧ ทดลองโทรไปยังหมายเลขนั้น
⑨ ตรวจสอบการโทรออกและการโอนสายที่เกี่ยวข้อง
ข้อควรระวัง
หมายเลขภายในกับ Extension Jack ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน
อย่าสมมุติว่าเบอร์ 102 ต้องอยู่ที่ Jack 02 เสมอ หากมีการเปลี่ยนแผนหมายเลขมาก่อน
⑧ วิธีแก้ชื่อ Extension ที่ตั้งผิด
หากชื่อพนักงานหรือแผนกแสดงผิด ให้ใช้โปรแกรม 604
ตัวอย่าง
ก่อนแก้ไข:
Jack 03 = SALES
หลังแก้ไขผิด:
Jack 03 = SUPPORT
ต้องการคืนค่า:
Jack 03 = SALES
ขั้นตอน
① เข้าโปรแกรม 604
② เลือก Extension Jack 03
③ อ่านชื่อปัจจุบัน
④ ตรวจสอบชื่อเดิมจากไฟล์ Backup หรือบันทึก
⑤ ป้อนชื่อ SALES ตามวิธีพิมพ์ตัวอักษรของระบบ
⑥ ตรวจสอบว่าไม่เกิน 10 ตัวอักษร
⑦ กด STORE
⑧ อ่านค่ากลับ
⑨ ทดสอบการแสดงชื่อด้วยโทรศัพท์ที่รองรับ
การแก้ชื่อ Extension ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนหมายเลขภายในด้วย
และไม่จำเป็นต้องรีเซ็ตตู้ทั้งหมดเพื่อคืนชื่อพนักงานเพียงเครื่องเดียว
⑨ วิธีแก้ CO Line ที่ปิดผิดจนโทรออกไม่ได้
หากหลังแก้ไขโปรแกรมแล้วโทรศัพท์ไม่สามารถเลือกสายนอกบางเส้นได้ ให้ตรวจสอบโปรแกรม 400 หรือ CO Connection
อาการที่อาจพบ
- โทรออกไม่ได้บางเครื่อง
- เลือกสายนอกบางเส้นไม่สำเร็จ
- ระบบแจ้งว่าสายไม่พร้อมใช้งาน
- CO Line ที่เคยใช้งานได้ไม่ถูกเลือก
- ผู้ใช้งานกดสายนอกแล้วไม่ได้สัญญาณตามปกติ
วิธีตรวจสอบ
① ระบุ CO Line ที่มีปัญหา
② ตรวจสอบว่าสายนอกนั้นมีคู่สายจริงและทำงานปกติ
③ อ่านค่าโปรแกรม 400
④ ตรวจสอบว่าสถานะถูกเปลี่ยนจาก Connected เป็น Not Connected หรือไม่
⑤ เปรียบเทียบกับข้อมูลเดิม
⑥ แก้ไขให้ตรงกับสถานะการเชื่อมต่อจริง
⑦ บันทึกค่า
⑧ ทดสอบเลือกสายนอก
⑨ ทดลองโทรออกไปยังหมายเลขที่ได้รับอนุญาต
ข้อควรระวัง
หาก CO Line ไม่มีคู่สายจริง การเปลี่ยนเป็น Connected ไม่ได้ทำให้มีสัญญาณโทรศัพท์ขึ้นมา
ต้องตรวจสอบคู่สายจากผู้ให้บริการและการเดินสายด้วย
นอกจากนี้ การโทรออกไม่ได้อาจเกิดจากสิทธิ์เลือกสายนอกหรือข้อจำกัดการโทร ไม่ใช่โปรแกรม 400 เพียงอย่างเดียว
⑩ วิธีแก้สายโทรเข้าที่ไม่ดังหลังเปลี่ยนโปรแกรม
หากสายจากภายนอกโทรเข้ามาแล้วไม่ดังที่เครื่องเดิม ต้องตรวจสอบการกำหนดการรับสาย
โปรแกรมที่เกี่ยวข้องกับ Flexible Ringing ได้แก่
| โปรแกรม | ช่วงเวลา |
|---|---|
| 408 | Day |
| 409 | Night |
| 410 | Lunch |
วิธีตรวจสอบ
① ตรวจสอบ CO Line ที่มีสายเรียกเข้า
② ตรวจสอบว่า CO Line ใช้โหมดรับสายประเภทใด
③ ตรวจช่วงเวลาของระบบ
④ อ่านโปรแกรม Flexible Ringing ที่เกี่ยวข้อง
⑤ ตรวจสอบ Extension Jack ที่ควรส่งเสียงเรียก
⑥ เปรียบเทียบกับค่าก่อนแก้ไข
⑦ คืนค่าที่ผิดเฉพาะรายการ
⑧ บันทึกและอ่านค่ากลับ
⑨ ทดลองโทรเข้าจริงจากภายนอก
ทำไมต้องตรวจช่วงเวลา?
เพราะตู้สามารถกำหนดการรับสายแยกตาม Day, Night และ Lunch ได้
หากแก้ค่าเฉพาะช่วง Day แต่ระบบกำลังอยู่ใน Night Mode ผลการทดสอบอาจไม่ตรงกับสิ่งที่คาดหวัง
กรณี DISA หรือ UCD
หากสายนอกใช้ระบบตอบรับหรือกระจายสายประเภทอื่น ต้องตรวจโปรแกรมของโหมดนั้นเพิ่มเติม
ไม่ควรเปลี่ยน Flexible Ringing เพียงอย่างเดียวโดยไม่ตรวจ CO Line Mode
⑪ วิธีแก้ตั้งสิทธิ์โทรออกผิด
หากหลังเปลี่ยนโปรแกรมแล้วพนักงานบางเครื่องโทรออกไม่ได้ หรือโทรออกได้มากกว่าที่อนุญาต ต้องตรวจสอบการกำหนดสิทธิ์โทร
จุดที่ต้องตรวจสอบ
- Extension Jack ที่ได้รับผลกระทบ
- การกำหนด Class of Service
- การอนุญาตใช้ CO Line
- ข้อจำกัดการโทรออก
- การกำหนดสิทธิ์ตาม Day, Night และ Lunch
- การเลือกกลุ่มสายนอก
- การตั้งค่า Automatic Line Access ที่เกี่ยวข้อง
ขั้นตอน
① ระบุว่าเครื่องใดได้รับผลกระทบ
② ตรวจสอบว่าสามารถโทรภายในได้หรือไม่
③ ตรวจสอบการเลือกสายนอก
④ อ่านค่าข้อจำกัดการโทรที่เกี่ยวข้อง
⑤ เปรียบเทียบค่าเดิมกับค่าปัจจุบัน
⑥ แก้เฉพาะค่าที่ผิด
⑦ ทดสอบการโทรออกที่ได้รับอนุญาต
⑧ ตรวจสอบว่าเครื่องที่ควรถูกจำกัดยังถูกจำกัดตามนโยบาย
ข้อควรระวัง
ไม่ควรแก้ปัญหาโดยเปิดสิทธิ์โทรออกทั้งหมดให้ทุกเครื่องทันที เพราะอาจทำให้เกิดค่าโทรโดยไม่ได้รับอนุญาต
ควรคืนสิทธิ์เฉพาะตามแผนของสำนักงาน
⑫ วิธีแก้วันที่และเวลาของ KX-TES824 ที่ตั้งผิด
หากหลังบำรุงรักษาโทรศัพท์แสดงวันหรือเวลาผิด ให้ตรวจสอบโปรแกรม 000 หรือ Date & Time
ขั้นตอน
① ตรวจสอบวันและเวลาปัจจุบัน
② เข้า System Programming
③ เลือกโปรแกรม 000
④ อ่านค่าที่ระบบแสดง
⑤ เปรียบเทียบกับเวลาที่ถูกต้อง
⑥ แก้ไขเฉพาะค่าที่ผิดตามรูปแบบโปรแกรม
⑦ บันทึกค่า
⑧ ออกจากโปรแกรม
⑨ ตรวจสอบการแสดงเวลาของโทรศัพท์
สิ่งที่ควรตรวจเพิ่มเติม
หากเวลาผิดซ้ำบ่อย ควรตรวจสอบสภาพระบบและเหตุการณ์ไฟฟ้าดับร่วมด้วย
หากมีฟังก์ชัน Time Service ที่เปลี่ยนช่วง Day/Night ตามเวลา การตั้งเวลาไม่ถูกต้องอาจส่งผลต่อพฤติกรรมการรับสายหรือสิทธิ์โทรในช่วงต่าง ๆ
⑬ มีไฟล์ Backup เดิม จะใช้แก้ค่าโปรแกรมผิดอย่างไร?
หากมีไฟล์ Backup ก่อนแก้ไข ควรใช้ไฟล์นั้นเป็นแหล่งอ้างอิงค่าเดิม
ขั้นตอน
① ค้นหาไฟล์ Backup ที่สร้างก่อนเกิดปัญหา
② ตรวจสอบชื่อไฟล์และวันที่
③ ตรวจสอบ Model Code และเวอร์ชันที่เกี่ยวข้อง
④ สร้างสำเนาไฟล์ไว้สำหรับตรวจสอบ
⑤ เปิด Maintenance Console ใน Batch Mode
⑥ เปิดไฟล์ Backup เดิม
⑦ ค้นหารายการโปรแกรมที่ต้องการ
⑧ อ่านค่าเดิม
⑨ บันทึกค่าเดิมลงตาราง
⑩ เชื่อมต่อกับตู้จริง
⑪ อ่านค่าปัจจุบัน
⑫ เปรียบเทียบความแตกต่าง
⑬ แก้ไขเฉพาะรายการที่ยืนยันว่าผิด
⑭ ทดสอบการทำงาน
ตัวอย่าง
ไฟล์ Before แสดงว่า:
Operator = Jack 01
ค่าปัจจุบันในตู้แสดงว่า:
Operator = Jack 05
หากมีหลักฐานยืนยันว่าต้องการใช้ Operator เดิมที่ Jack 01 ก็สามารถแก้โปรแกรม 008 กลับตามค่านั้นได้
ทำไมไม่ควร Restore ทั้งไฟล์ทันที?
เพราะหลังจากสร้าง Backup เดิม อาจมีการเปลี่ยนแปลงอื่นที่ถูกต้องเกิดขึ้นแล้ว
การส่งไฟล์เก่าทั้งชุดกลับเข้า PBX อาจเขียนทับค่าที่ต้องการเก็บไว้
ดังนั้นหากผิดเพียงรายการเดียว ควรพิจารณาแก้เฉพาะรายการนั้นก่อน
⑭ ไม่มีไฟล์ Backup จะคืนค่าเดิมได้ไหม?
ยังอาจแก้ไขได้ หากสามารถตรวจสอบค่าที่ถูกต้องจากแหล่งอื่น
แหล่งข้อมูลที่ควรตรวจสอบ
① เอกสารติดตั้งตู้เดิม
② ตารางหมายเลขภายในของสำนักงาน
③ บันทึกงานของช่างผู้ติดตั้ง
④ ภาพถ่ายหน้าจอโปรแกรมก่อนแก้ไข
⑤ เอกสารสายนอก CO Line
⑥ ข้อมูลจากผู้ดูแลระบบเดิม
⑦ ตารางสิทธิ์โทรออกของแต่ละแผนก
⑧ เอกสารการเปลี่ยนแปลงล่าสุด
หากไม่มีข้อมูลเลย
ไม่ควรเดาค่าเดิมจากค่าโรงงานทันที เพราะตู้สำนักงานอาจมีการตั้งค่าพิเศษที่แตกต่างจากโรงงานอย่างมาก
ควรเริ่มจากตรวจสอบการใช้งานจริง ระบุรายการที่มีปัญหา และกำหนดค่าที่เหมาะสมตามความต้องการปัจจุบัน
ตัวอย่าง
หากไม่ทราบว่า CO Line 2 เดิมส่งเสียงเรียกเครื่องใด สามารถตรวจสอบแผนรับสายของสำนักงานและข้อมูลจากผู้รับผิดชอบก่อนตั้งค่าใหม่
วิธีนี้ปลอดภัยกว่าการคืนค่าระบบทั้งหมดให้เป็นค่าโรงงาน
⑮ วิธี Backup ค่าปัจจุบันก่อนแก้ไขซ้ำ
แม้ตู้จะมีค่าที่ผิดอยู่แล้ว ก็ควรสำรองสถานะปัจจุบันก่อนแก้ไขเพิ่มเติม หากยังเชื่อมต่อได้
เพราะไฟล์นี้จะช่วยให้ตรวจสอบได้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงอะไรเพิ่มเติมระหว่างแก้ปัญหา
ขั้นตอน
① เปิด Maintenance Console
② เชื่อมต่อกับตู้จริง
③ เปิดเมนู File
④ เลือก File Transfer PBX to PC
⑤ ตั้งชื่อไฟล์เป็นสถานะก่อนแก้ไขเพิ่มเติม
⑥ บันทึกไฟล์
⑦ ตรวจสอบว่าไฟล์เปิดอ่านได้
ตัวอย่างชื่อไฟล์
KX-TES824-Error-State
หลังแก้ไขและทดสอบเสร็จ สามารถสร้างไฟล์ใหม่ เช่น
KX-TES824-Recovered
ควรเพิ่มวันที่ปฏิบัติงานจริงลงในชื่อไฟล์ และเก็บทั้งสองชุดไว้สำหรับตรวจสอบย้อนหลัง
⑯ ถ้าแก้ผิดแค่หนึ่งโปรแกรม จำเป็นต้อง Restore ไฟล์ทั้งหมดไหม?
โดยทั่วไปไม่จำเป็น
หากสามารถระบุค่าที่ผิดได้ชัดเจน และระบบอนุญาตให้แก้เฉพาะรายการนั้น การแก้ค่าโดยตรงมักมีผลกระทบน้อยกว่าการส่งไฟล์ทั้งหมดกลับเข้า PBX
เปรียบเทียบสองวิธี
| รายการ | แก้เฉพาะโปรแกรม | Restore ทั้งระบบ |
|---|---|---|
| ขอบเขตการเปลี่ยน | เฉพาะค่าที่เลือก | ข้อมูลระบบในไฟล์ |
| เหมาะกับ | ผิดหนึ่งหรือไม่กี่รายการ | ต้องกู้คืนข้อมูลเป็นชุด |
| ความเสี่ยงเขียนทับค่าอื่น | ต่ำกว่าเมื่อทำถูกต้อง | สูงกว่า |
| ต้องมีไฟล์ Backup | ไม่จำเป็นเสมอไป | ต้องมีไฟล์ที่ใช้ได้ |
| การตรวจสอบ | อ่านค่าและทดสอบรายการ | ต้องตรวจระบบที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด |
ตัวอย่าง
ถ้าชื่อ Extension ผิดเพียงเครื่องเดียว ให้ตรวจโปรแกรม 604
ถ้า Operator ผิด ให้ตรวจโปรแกรม 008
ถ้าปิด CO Line ผิด ให้ตรวจโปรแกรม 400
ไม่จำเป็นต้อง Restore ข้อมูลทั้งระบบเพียงเพื่อแก้รายการเหล่านี้ เมื่อยังสามารถแก้ไขและยืนยันค่าเดิมได้
⑰ คำสั่ง PC to PBX ใช้ตอนไหน?
ใน Maintenance Console มีคำสั่งถ่ายโอนข้อมูลสองทิศทาง ได้แก่
| คำสั่ง | การทำงาน |
|---|---|
| File Transfer PBX to PC | สำรองข้อมูลจากตู้ |
| File Transfer PC to PBX | ส่งข้อมูลจากคอมพิวเตอร์เข้าตู้ |
PC to PBX ไม่ใช่คำสั่ง Undo
หากเลือก PC to PBX โปรแกรมจะส่งไฟล์ข้อมูลระบบเข้าตู้ตามขั้นตอนที่รองรับ ไม่ใช่ยกเลิกเฉพาะการเปลี่ยนค่าครั้งล่าสุด
ก่อนใช้ต้องตรวจสอบอะไร?
① ไฟล์ตรงกับรุ่นตู้หรือไม่
② Model Code เข้ากันได้หรือไม่
③ เวอร์ชัน Firmware และซอฟต์แวร์รองรับหรือไม่
④ ไฟล์เป็นข้อมูลวันที่ใด
⑤ มีค่าใหม่ที่ต้องรักษาไว้หรือไม่
⑥ มี Backup ของสถานะปัจจุบันหรือยัง
⑦ มีแผนทดสอบหลังส่งข้อมูลหรือไม่
⑧ สามารถจัดช่วงเวลาหยุดบริการหากจำเป็นได้หรือไม่
การ Restore ทั้งชุดควรดำเนินการโดยผู้ที่มีความชำนาญและได้รับอนุญาต โดยเฉพาะตู้ที่กำลังใช้งานโทรศัพท์ธุรกิจจริง
⑱ Restart กับ Reset ของ KX-TES824 ต่างกันอย่างไร?
คำว่า Restart และ Reset ไม่ควรถูกใช้แทนกันโดยไม่แยกความหมาย
Restart
หมายถึงการเริ่มการทำงานของระบบใหม่ตามขั้นตอนที่รองรับ
การเริ่มระบบใหม่ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ล้างโปรแกรมทั้งหมดโดยตรง แต่ยังอาจทำให้การโทรที่กำลังดำเนินอยู่หยุดชะงัก
System Data Clear
เป็นการล้างข้อมูลการตั้งค่าตามตัวเลือกของระบบ
เกี่ยวข้องกับโปรแกรม 999 และขั้นตอนการเริ่มต้นระบบตามคู่มือ
ตารางเปรียบเทียบ
| รายการ | Restart | System Data Clear |
|---|---|---|
| จุดประสงค์ | เริ่มการทำงานใหม่ | ล้างข้อมูลที่เลือก |
| ใช้แก้ค่าที่ป้อนผิดโดยตรง | ไม่ใช่วิธีหลัก | ไม่แนะนำ |
| อาจกระทบสายสนทนา | ได้ | ได้ |
| เสี่ยงสูญเสียค่าระบบ | ไม่ใช่จุดประสงค์หลัก | มี |
| ควรทำเมื่อ | มีเหตุจำเป็นตามการวิเคราะห์ | มีแผนตั้งค่าหรือกู้คืนครบถ้วน |
ข้อสำคัญ: การรีสตาร์ตไม่ใช่คำสั่งย้อนการเปลี่ยนค่าที่บันทึกไว้แล้ว
หากเปลี่ยนโปรแกรมผิดและบันทึกสำเร็จ การปิดเปิดตู้โดยทั่วไปไม่ทำให้ค่ากลับไปเป็นค่าก่อนแก้ไข
⑲ โปรแกรม 999 ของ KX-TES824 อันตรายอย่างไร?
โปรแกรม 999 คือ System Data Clear
โปรแกรมนี้เกี่ยวข้องกับการล้างข้อมูลการตั้งค่าของตู้ตามตัวเลือกที่รองรับ
ทำไมต้องระวัง?
เพราะหากเลือกการล้างข้อมูลทั้งหมด ค่าที่เคยกำหนดไว้สำหรับสำนักงานอาจสูญหายและต้องตั้งค่าใหม่
ตัวอย่างผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
- หมายเลขภายในกลับเป็นค่าเริ่มต้น
- Operator เปลี่ยนจากที่ตั้งไว้
- การรับสาย CO Line ไม่ตรงกับแผน
- สิทธิ์โทรออกเปลี่ยนไป
- การตั้งค่าเฉพาะของสำนักงานสูญหาย
- ต้องทดสอบระบบใหม่จำนวนมาก
เมื่อใดควรใช้ System Data Clear?
ควรใช้เฉพาะกรณีที่มีเหตุจำเป็นจริง มีการประเมินผลกระทบ และมีแผนตั้งค่าระบบใหม่หรือกู้คืนข้อมูลที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว
ไม่ควรใช้เป็นขั้นตอนแรกเมื่อพบปัญหาตั้งค่าเบอร์ภายในหรือ CO Line ผิดเพียงรายการเดียว
หากต้องการแก้ค่าที่ตั้งผิด ให้กลับไปตรวจหมายเลขโปรแกรมที่เกี่ยวข้องก่อน ไม่ใช่โปรแกรม 999
⑳ วิธีทดสอบหลังคืนค่าโปรแกรมเดิม
เมื่อแก้ค่าที่ผิดกลับแล้ว ต้องทดสอบการทำงาน ไม่ใช่ตรวจเพียงหน้าจอโปรแกรม
ตารางทดสอบที่แนะนำ
| สิ่งที่แก้ | วิธีทดสอบ |
|---|---|
| Extension Number | โทรหาเบอร์ภายใน |
| Extension Name | ตรวจชื่อบนโทรศัพท์ที่รองรับ |
| Operator | ทดลอง Operator Call |
| CO Connection | ทดสอบเลือกสายนอก |
| Flexible Ringing | โทรเข้าจริงจากภายนอก |
| สิทธิ์โทรออก | ทดลองโทรตามสิทธิ์ที่อนุญาต |
| Date & Time | ตรวจวันเวลาบนเครื่อง |
| RS-232C | ทดสอบการสื่อสารกับอุปกรณ์เดิม |
ขั้นตอนทดสอบ
① อ่านค่าที่แก้จากตู้จริงอีกครั้ง
② ทดสอบฟังก์ชันที่เกี่ยวข้อง
③ ตรวจสอบเครื่องอื่นที่อาจได้รับผลกระทบ
④ บันทึกผลการทดสอบ
⑤ หากผลผ่าน ให้สร้าง Backup หลังแก้ไข
⑥ แจ้งผู้เกี่ยวข้องว่าสามารถใช้งานได้ตามปกติหลังยืนยันผลแล้ว
หากยังมีปัญหา
ควรตรวจสอบโปรแกรมที่สัมพันธ์กัน รวมถึงสายโทรศัพท์ พอร์ตและอุปกรณ์จริง
อย่าตัดสินใจล้างค่าระบบทั้งหมดเพียงเพราะการทดสอบครั้งแรกยังไม่สำเร็จ
㉑ ตารางแก้ปัญหา KX-TES824 ที่ตั้งค่าผิด
| อาการ | โปรแกรมที่ควรตรวจ | แนวทางแก้ไข |
|---|---|---|
| Operator ผิดเครื่อง | 008 | คืนค่า Jack ที่ถูกต้อง |
| เบอร์ภายในผิด | 009 | ตรวจ Numbering Plan แล้วแก้ |
| ชื่อแผนกผิด | 604 | คืนชื่อเดิม |
| CO Line ไม่พร้อมใช้งาน | 400 | ตรวจสถานะสาย |
| กลางวันสายไม่ดัง | 408 | ตรวจการกำหนด Ringing |
| กลางคืนสายไม่ดัง | 409 | ตรวจ Night Ringing |
| ช่วงพักสายไม่ดัง | 410 | ตรวจ Lunch Ringing |
| วันที่และเวลาผิด | 000 | ตั้งเวลาให้ถูกต้อง |
| Serial เชื่อมต่อไม่ได้ | 800 | ตรวจค่า RS-232C |
| แก้ค่าผิดหลายรายการ | หลายโปรแกรม | เปรียบเทียบ Backup |
| คิดจะคืนค่าโรงงาน | 999 | ประเมินก่อนใช้ |
| Restart แล้วค่ายังผิด | โปรแกรมที่แก้เดิม | คืนค่าที่บันทึกไว้ |
㉒ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการแก้ค่า KX-TES824 ผิด
ตั้งค่า KX-TES824 ผิด ต้องรีเซ็ตตู้ไหม?
ไม่จำเป็นเสมอไป หากทราบโปรแกรมและค่าเดิม สามารถแก้ไขเฉพาะรายการได้
เปลี่ยนหมายเลขภายในผิดแก้กลับได้ไหม?
ได้ โดยตรวจโปรแกรม 009 และ Numbering Plan ก่อนคืนหมายเลขที่ถูกต้อง
ตั้ง Operator ผิดต้องใช้โปรแกรมอะไร?
ใช้โปรแกรม 008 หรือ Operator Assignment
ตั้งชื่อ Extension ผิดแก้อย่างไร?
ใช้โปรแกรม 604 แล้วเลือก Extension Jack ที่ต้องการแก้
ปิด CO Line ผิดใช้โปรแกรมอะไร?
ตรวจโปรแกรม 400 และสถานะคู่สายจริง
ตั้งสายโทรเข้าไม่ดังต้องตรวจอะไร?
ตรวจโหมดรับสาย CO Line และโปรแกรม Flexible Ringing ช่วง Day, Night หรือ Lunch ที่เกี่ยวข้อง
ไม่มีไฟล์ Backup ยังแก้กลับได้ไหม?
อาจทำได้หากมีบันทึกค่าเดิม ผังระบบ หรือสามารถตรวจสอบค่าที่ควรใช้จากการทำงานจริง
มี Backup แล้วควร Restore ทันทีไหม?
ไม่ควร หากผิดเพียงไม่กี่รายการ ควรพิจารณาแก้เฉพาะจุดก่อน เพื่อไม่ให้เขียนทับค่าอื่นที่ถูกต้อง
PC to PBX คือคำสั่งอะไร?
เป็นคำสั่งส่งไฟล์ข้อมูลจากคอมพิวเตอร์เข้าสู่ตู้ ไม่ใช่ปุ่ม Undo
PBX to PC คือคำสั่งอะไร?
เป็นคำสั่งดึงข้อมูลจากตู้มาเก็บในคอมพิวเตอร์สำหรับ Backup
ปิดเปิดตู้แล้วค่าที่ตั้งผิดจะหายไหม?
โดยทั่วไปค่าที่บันทึกในระบบจะไม่ย้อนกลับเพียงเพราะ Restart
โปรแกรม 999 ใช้ทำอะไร?
ใช้สำหรับ System Data Clear ซึ่งเกี่ยวข้องกับการล้างข้อมูลระบบตามตัวเลือกที่กำหนด
ทำไมไม่ควรใช้โปรแกรม 999 เพื่อแก้ปัญหาทั่วไป?
เพราะอาจทำให้ค่าที่ตั้งไว้สูญหาย และต้องตั้งค่าระบบใหม่หลายรายการ
แก้ค่าเดิมกลับแล้วต้อง Backup ใหม่ไหม?
ควรสร้าง Backup หลังทดสอบว่าระบบทำงานถูกต้องแล้ว
แก้ค่าถูกแล้วแต่โทรออกไม่ได้เกิดจากอะไร?
อาจมีปัญหาที่โปรแกรมอื่น สิทธิ์โทรออก สายนอก หรืออุปกรณ์จริง ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม
สามารถแก้ผ่านคอมพิวเตอร์แทน KX-T7730 ได้ไหม?
ได้ โดยใช้ KX-TE Maintenance Console ที่รองรับและเชื่อมต่อกับตู้ได้สำเร็จ
㉓ สรุปวิธีแก้ KX-TES824 ที่ตั้งค่าผิดโดยไม่รีเซ็ตตู้
การตั้งค่า Panasonic KX-TES824 ผิด ไม่ได้หมายความว่าต้องคืนค่าโรงงานหรือรีเซ็ตตู้ทั้งหมด
หากสามารถระบุโปรแกรมที่ผิดได้ ควรตรวจสอบค่าเดิมจากไฟล์ Backup บันทึกการติดตั้ง หรือข้อมูลที่เชื่อถือได้ แล้วแก้เฉพาะรายการนั้น
ขั้นตอนที่ควรจำคือ หยุดแก้เพิ่มเติม → ตรวจโปรแกรมที่เปลี่ยน → ตรวจค่าเดิม → Backup สถานะปัจจุบัน → คืนค่าเฉพาะจุด → อ่านค่ากลับ → ทดสอบ → Backup หลังแก้ไข
ตัวอย่างโปรแกรมที่ควรรู้ ได้แก่ 008 สำหรับ Operator, 009 สำหรับ Extension Number, 400 สำหรับ CO Connection และ 604 สำหรับ Extension Name
หากมีไฟล์ Backup ควรใช้เพื่อตรวจสอบค่าเดิมก่อน ไม่ควรส่งทั้งไฟล์กลับเข้าตู้ทันที เพราะอาจเขียนทับการเปลี่ยนแปลงอื่นที่ถูกต้อง
ที่สำคัญคือควรแยก Restart ออกจาก System Data Clear และหลีกเลี่ยงการใช้โปรแกรม 999 โดยไม่มีเหตุจำเป็นและแผนกู้คืนข้อมูล
ComSiam แนะนำให้ช่างติดตั้งและผู้ดูแลระบบโทรศัพท์จัดเก็บค่า Before และ After ทุกครั้งที่มีการแก้โปรแกรม พร้อมจดหมายเลข Extension Jack, CO Line และผลการทดสอบ เพื่อช่วยให้แก้ปัญหา KX-TES824 ได้ตรงจุด ลดความเสี่ยงจากการล้างค่าระบบ และรักษาความต่อเนื่องในการให้บริการโทรศัพท์สำนักงาน
ComSiam Professional Team







