ComSiam Service
วิธีตั้งค่าสายนอก CO Line ของ Panasonic KX-TES824 ให้โทรเข้าและโทรออกได้ ต้องเริ่มจากตรวจสอบการเดินสายโทรศัพท์ภายนอก กำหนดให้พอร์ต CO Line ที่มีคู่สายจริงเป็น Connect ด้วยโปรแกรม 400 จากนั้นตั้งสิทธิ์โทรออกด้วยโปรแกรม 405–407 และกำหนดเครื่องที่รับสายเข้าด้วยโปรแกรม 408–410 หรือระบบรับสายรูปแบบอื่นที่ใช้งานอยู่
หลังตั้งค่า ต้องทดสอบทั้งการโทรออกและการโทรเข้าจริง เพราะการเปิด CO Line เพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าโทรศัพท์ทุกเครื่องจะสามารถโทรออกหรือได้รับเสียงเรียกเข้าโดยอัตโนมัติ
สำหรับสำนักงานที่ใช้ Panasonic KX-TES824 ร่วมกับโทรศัพท์ระบบ KX-T7730 การตั้งค่าสายนอกสามารถทำได้ผ่าน System Programming บนโทรศัพท์ หรือใช้ KX-TE Maintenance Console ผ่านคอมพิวเตอร์
บทความนี้ ComSiam จะอธิบายวิธีตั้งค่า CO Line ตั้งแต่การตรวจสอบคู่สาย การเปิดพอร์ต การอนุญาตให้เบอร์ภายในใช้สายนอก การกำหนดเครื่องรับสายโทรเข้า ไปจนถึงการแก้ปัญหาสายนอกไม่มีสัญญาณและโทรออกไม่ได้ พร้อมตัวอย่างการตั้งค่าที่ใช้ได้กับสำนักงานจริง
① วิธีตั้งค่า CO Line KX-TES824 แบบรวดเร็ว
หากเพิ่งติดตั้งสายนอกเข้าตู้ใหม่ ควรดำเนินการตามลำดับนี้
① ตรวจสอบว่าสายนอกจากผู้ให้บริการใช้งานได้จริง
② ตรวจสอบว่าต่อสายเข้าพอร์ต CO Line ถูกต้อง
③ สำรองค่าโปรแกรมเดิมของตู้
④ เข้า System Programming ผ่าน KX-T7730 หรือ Maintenance Console
⑤ ใช้โปรแกรม 400 กำหนด CO Line ที่มีคู่สายจริงเป็น Connect
⑥ กำหนด CO Line ที่ไม่มีคู่สายจริงเป็น Not Connect
⑦ ตรวจสอบ Dial Mode ด้วยโปรแกรม 401 หากจำเป็น
⑧ ตรวจสอบกลุ่มสายนอกด้วยโปรแกรม 404 หากระบบใช้การแบ่งกลุ่ม
⑨ ใช้โปรแกรม 405–407 กำหนดเบอร์ภายในที่มีสิทธิ์โทรออก
⑩ ใช้โปรแกรม 408–410 กำหนดเครื่องที่จะส่งเสียงเรียกเข้าตามช่วงเวลา เมื่อใช้การรับสายแบบ Normal ที่เกี่ยวข้อง
⑪ ตรวจสอบ CO Line Mode ด้วยโปรแกรม 414–416
⑫ บันทึกค่าโปรแกรม
⑬ โทรออกผ่าน CO Line แต่ละเส้น
⑭ โทรเข้าจากภายนอกและตรวจเครื่องที่รับสาย
⑮ สำรองข้อมูลหลังตั้งค่าเสร็จและทดสอบผ่าน
จำง่าย ๆ: เปิดสายนอก 400 → กำหนดสิทธิ์โทรออก 405–407 → กำหนดการรับสาย 408–410 → ตรวจโหมด 414–416 → ทดสอบจริง
② CO Line ของ KX-TES824 คืออะไร?
CO Line หรือ Central Office Line หมายถึงสายนอกที่เชื่อมต่อระบบโทรศัพท์ภายในสำนักงานกับระบบโทรศัพท์จากผู้ให้บริการ
ในตู้ Panasonic KX-TES824 สายนอกใช้สำหรับรับสายจากบุคคลภายนอก และให้ผู้ใช้เบอร์ภายในโทรออกไปยังหมายเลขภายนอก
ตัวอย่างการใช้งาน
สำนักงานมีโทรศัพท์ภายใน 10 เครื่อง แต่มีสายนอก 3 เส้น
พนักงานทั้ง 10 เครื่องอาจใช้สายนอกเหล่านั้นร่วมกันตามสิทธิ์ที่ผู้ดูแลกำหนด
เมื่อมีผู้โทรจากภายนอกเข้ามายังหมายเลขสำนักงาน ระบบสามารถส่งสายไปยังฝ่ายต้อนรับหรือแผนกอื่นตามการตั้งค่า
CO Line ต่างจาก Extension อย่างไร?
| รายการ | CO Line | Extension |
|---|---|---|
| หน้าที่ | เชื่อมต่อสายนอก | เชื่อมต่อโทรศัพท์ภายใน |
| ตัวอย่าง | CO 1, CO 2, CO 3 | 101, 102, 103 |
| ใช้โทรภายนอก | ใช่ | ใช้ผ่านสายนอกที่ได้รับอนุญาต |
| ใช้รับสายภายนอก | เป็นช่องทางที่สายเข้ามา | เป็นเครื่องปลายทางที่รับสาย |
| โปรแกรมหลัก | 400 และโปรแกรม CO อื่น | 009 และโปรแกรม Extension |
หากพนักงานโทรภายในหากันได้ แต่โทรออกไม่ได้ ปัญหาอาจเกี่ยวข้องกับ CO Line หรือสิทธิ์โทรออก ไม่ใช่หมายเลขภายในเสมอไป
③ KX-TES824 รองรับสายนอกได้กี่เส้น?
Panasonic KX-TES824 มีความจุเริ่มต้นและรองรับการขยายตามการติดตั้งการ์ด
ความจุที่ควรทราบ
| รายการ | ความจุ |
|---|---|
| สายนอกเริ่มต้น | 3 CO Lines |
| เบอร์ภายในเริ่มต้น | 8 Extensions |
| สายนอกสูงสุดเมื่อขยาย | 8 CO Lines |
| เบอร์ภายในสูงสุดเมื่อขยาย | 24 Extensions |
ตัวเลขสูงสุดขึ้นอยู่กับการติดตั้งการ์ดขยายและอุปกรณ์ที่รองรับ
ตัวอย่าง
ถ้าสำนักงานติดตั้งสายนอกเพียง 2 เส้น ควรกำหนดเฉพาะ CO 1 และ CO 2 ที่มีสายจริงเป็น Connect
พอร์ตที่ไม่มีคู่สายควรกำหนดเป็น Not Connect แม้จะเป็นพอร์ตที่มีอยู่บนตู้ก็ตาม
ทำไมจึงต้องปิดพอร์ตที่ไม่มีสาย?
เพราะระบบอาจพยายามเลือก CO Line ที่ไม่มีสัญญาณเมื่อผู้ใช้โทรออกแบบอัตโนมัติ
การกำหนดสถานะให้ตรงกับคู่สายจริงช่วยลดปัญหากดโทรออกแล้วไม่มีสัญญาณ
④ ก่อนตั้งค่า CO Line ต้องตรวจอะไรบ้าง?
ก่อนเปิดโปรแกรมควรตรวจสอบสภาพคู่สายและอุปกรณ์จริง
1. ตรวจหมายเลขสายนอก
จดว่าสำนักงานมีหมายเลขโทรศัพท์ภายนอกกี่หมายเลข
2. ตรวจประเภทบริการ
ตรวจสอบว่าคู่สายที่เข้าตู้เป็น Analog Telephone Line ที่เหมาะกับพอร์ต CO ของระบบ
หากใช้งานโทรศัพท์ผ่าน Fiber Internet หรือ VoIP Gateway ต้องตรวจสอบว่าอุปกรณ์ปลายทางมีพอร์ตโทรศัพท์อนาล็อกที่เข้ากันได้
3. ตรวจพอร์ต CO Line
ระบุว่าสายแต่ละเส้นต่อเข้าพอร์ต CO ใด
4. ตรวจสัญญาณคู่สาย
ให้ช่างที่มีความชำนาญทดสอบคู่สายด้วยอุปกรณ์ที่เหมาะสมและปลอดภัย
5. ตรวจผังสายนอกเดิม
หากเป็นระบบที่ใช้งานอยู่แล้ว ต้องตรวจว่ามีการสลับหมายเลข CO Line หรือไม่
6. ตรวจค่าโปรแกรม
อ่านค่าโปรแกรม 400 และรายการที่เกี่ยวข้องก่อนแก้ไข
7. Backup ข้อมูล
สำรองโปรแกรมเดิมผ่าน Maintenance Console ก่อนเริ่มเปลี่ยนการตั้งค่าหลายรายการ
ข้อควรระวัง: พอร์ต CO Line อาจมีแรงดันจากเครือข่ายโทรศัพท์ รวมถึงแรงดันขณะสายเรียกเข้า จึงไม่ควรสัมผัสสายเปลือยหรือทดลองต่อสายโดยไม่มีความรู้ด้านงานโทรคมนาคม
⑤ วิธีต่อสายนอกเข้าพอร์ต CO Line KX-TES824
การเดินสายจริงต้องยึดแผนผังขั้วต่อใน Installation Manual ของ Panasonic
ขั้นตอนตรวจสอบก่อนต่อ
① ปิดงานใช้งานตามแผนบำรุงรักษาที่ปลอดภัย
② ตรวจสอบชนิดคู่สาย
③ ระบุพอร์ต CO Line ที่ต้องการ
④ ตรวจสอบตำแหน่งขั้วต่อจากคู่มือ
⑤ ตรวจสอบอุปกรณ์ป้องกันไฟกระชากและระบบสายดินตามข้อกำหนด
⑥ ต่อคู่สายด้วยอุปกรณ์และวิธีการที่ถูกต้อง
⑦ ตรวจความเรียบร้อยและความแน่นของขั้วต่อ
⑧ เปิดทดสอบระบบตามขั้นตอนของผู้ผลิต
ตัวอย่างการจัดคู่สาย
| หมายเลขภายนอก | พอร์ตตู้ |
|---|---|
| เบอร์สำนักงานหลัก | CO 1 |
| เบอร์ฝ่ายขาย | CO 2 |
| เบอร์ฝ่ายบริการ | CO 3 |
ตารางนี้เป็นตัวอย่างการกำหนด ไม่ใช่ข้อบังคับของตู้
สายจาก Router ต่อเข้า CO Line ได้ไหม?
ได้ในกรณีที่ Router หรืออุปกรณ์โทรศัพท์มีพอร์ต FXS/Phone ซึ่งจ่ายสัญญาณโทรศัพท์อนาล็อกที่เข้ากันได้กับพอร์ต CO ของ PBX
แต่ไม่สามารถนำสาย LAN Ethernet จากพอร์ต RJ45 มาต่อเข้าพอร์ตโทรศัพท์โดยตรงได้
ต้องตรวจสอบชนิดพอร์ตและรูปแบบสัญญาณของอุปกรณ์ก่อนเสมอ
⑥ วิธีเข้าโปรแกรม CO Line ผ่าน KX-T7730
Panasonic KX-TES824 รองรับการตั้งค่าระบบผ่านโทรศัพท์ระบบที่เหมาะสม
อุปกรณ์ที่ต้องใช้
- Panasonic KX-T7730
- ตู้ KX-TES824
- การเชื่อมต่อกับ Extension Jack 01
- System Password ที่ได้รับอนุญาต
ขั้นตอน
① วางหูโทรศัพท์
② กด PROGRAM
③ กด * แล้วกด #
④ ป้อน System Password ปัจจุบัน
⑤ กดหมายเลขโปรแกรมที่ต้องการ เช่น 400
⑥ กด SP-PHONE หรือ NEXT เพื่อเข้ารายการ
⑦ เลือก CO Line ที่ต้องการ
⑧ ตรวจค่าเดิม
⑨ แก้ไขตามขั้นตอนของโปรแกรม
⑩ กด AUTO DIAL/STORE เพื่อบันทึก
⑪ กด HOLD หรือ END
⑫ กด PROGRAM เพื่อออกจาก System Programming
รหัสผ่านเริ่มต้น
System Password จากโรงงานคือ 1234
แต่หากมีการเปลี่ยนแล้ว ต้องใช้รหัสผ่านปัจจุบัน
ไม่ควรทดลองเปลี่ยนรหัสผ่านหรือรีเซ็ตตู้เพียงเพราะไม่สามารถเข้าสู่โปรแกรมได้
⑦ วิธีเปิด CO Line ด้วยโปรแกรม 400
โปรแกรม 400 มีชื่อว่า CO Line Connection
ใช้กำหนดว่าพอร์ตสายนอกแต่ละพอร์ตมีคู่สายเชื่อมต่อใช้งานอยู่หรือไม่
ค่าที่เลือกได้
- Connect — พอร์ตมีคู่สายที่ต้องการให้ระบบใช้งาน
- Not Connect — พอร์ตไม่มีคู่สายหรือไม่ต้องการให้ระบบเลือกใช้งาน
ตัวอย่าง
สำนักงานมีคู่สายจริงเพียง CO 1 และ CO 2
จึงกำหนดดังนี้
| CO Line | สถานะ |
|---|---|
| CO 1 | Connect |
| CO 2 | Connect |
| CO 3 | Not Connect |
วิธีตั้งค่าผ่าน KX-T7730
① เข้า System Programming
② กด 400
③ กด NEXT
④ เลือกหมายเลข CO Line ที่ต้องการ
⑤ กด SELECT เพื่อเลือก Connect หรือ Not Connect
⑥ ตรวจสอบค่าที่เลือก
⑦ กด STORE
⑧ เลือกสายนอกเส้นถัดไปหากจำเป็น
⑨ เมื่อเสร็จให้กด END
⑩ ออกจาก System Programming
ข้อควรระวัง
อย่าเลือก Not Connect ให้พอร์ตที่มีสายใช้งานจริงโดยไม่ตั้งใจ เพราะอาจทำให้ระบบไม่เลือกใช้สายนอกนั้น
และไม่ควรตั้ง Connect ให้พอร์ตว่าง เพราะการเลือกสายนอกแบบอัตโนมัติอาจพยายามใช้พอร์ตที่ไม่มีสัญญาณ
⑧ ทำไมตั้ง CO Line เป็น Connect แล้วโทรออกยังไม่ได้?
โปรแกรม 400 เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการตั้งค่าสายนอก
หากเปิด CO Line แล้วแต่ยังโทรออกไม่ได้ ต้องตรวจเงื่อนไขอื่นเพิ่มเติม
สาเหตุที่เป็นไปได้
① คู่สายภายนอกไม่มีสัญญาณ
② สายต่อผิดพอร์ต
③ เครื่องภายในไม่ได้รับสิทธิ์ใช้ CO Line
④ ระบบเลือกสายนอกผิดกลุ่ม
⑤ ตั้ง Dial Mode ไม่ตรงกับบริการที่ใช้
⑥ มีข้อจำกัดการโทรออกตาม COS
⑦ ระบบกำลังอยู่ในช่วง Night หรือ Lunch ที่มีสิทธิ์แตกต่างจาก Day
⑧ หมายเลขที่กดไม่ตรงตามรูปแบบบริการของผู้ให้บริการ
⑨ CO Line ถูกใช้งานอยู่
วิธีตรวจสอบที่เหมาะสม
เริ่มจากยืนยันสัญญาณคู่สายจริง ต่อด้วยโปรแกรม 400 แล้วตรวจสิทธิ์เลือกสายนอกและข้อจำกัดการโทร
ไม่ควรเปิดสิทธิ์ทุกเครื่องหรือคืนค่าโรงงานเพื่อแก้ปัญหาโดยไม่ทราบสาเหตุ
⑨ วิธีตั้งสิทธิ์โทรออก CO Line ด้วยโปรแกรม 405–407
หากต้องการให้เครื่องภายในบางเครื่องใช้สายนอกได้ ต้องตรวจ Flexible Outward Dialling
โปรแกรมที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
| โปรแกรม | ช่วงเวลา | หน้าที่ |
|---|---|---|
| 405 | Day | กำหนดสิทธิ์ใช้สายนอกช่วงกลางวัน |
| 406 | Night | กำหนดสิทธิ์ใช้สายนอกช่วงกลางคืน |
| 407 | Lunch | กำหนดสิทธิ์ใช้สายนอกช่วงพัก |
แต่ละโปรแกรมกำหนดได้ว่า Extension Jack ใดได้รับอนุญาตให้ใช้ CO Line ใด
ตัวอย่าง
สำนักงานต้องการให้
- Reception ใช้ CO 1 และ CO 2
- ฝ่ายขายใช้ CO 2
- ห้องประชุมไม่สามารถใช้ CO 2
ตัวอย่างสิทธิ์ช่วง Day
| Extension Jack | CO 1 | CO 2 |
|---|---|---|
| 01 Reception | Enable | Enable |
| 02 Sales | Disable | Enable |
| 03 Meeting Room | Enable | Disable |
ข้อมูลนี้เป็นตัวอย่างสมมุติสำหรับอธิบายหลักการ
ขั้นตอนตั้งค่าทั่วไป
① เข้าโปรแกรม 405 สำหรับช่วง Day
② เลือก CO Line ที่ต้องการ
③ เลือก Extension Jack
④ ตรวจสถานะปัจจุบัน
⑤ เลือก Enable หรือ Disable
⑥ กด STORE
⑦ ทำซ้ำกับเครื่องที่เกี่ยวข้อง
⑧ ตรวจโปรแกรม 406 และ 407 หากต้องการสิทธิ์แตกต่างกันตามช่วงเวลา
⑨ ทดสอบด้วยเครื่องจริง
ข้อควรจำ
การอนุญาตใช้ CO Line ยังต้องพิจารณา COS และข้อจำกัดการโทรออกอื่นร่วมด้วย
ดังนั้น Enable ไม่ได้หมายความว่าเครื่องจะโทรได้ทุกหมายเลขเสมอไป
⑩ วิธีตั้งเครื่องรับสายเข้าด้วยโปรแกรม 408–410
หากต้องการให้สายนอกโทรเข้ามาแล้วดังที่โทรศัพท์ภายในที่กำหนด ต้องตรวจ Flexible Ringing
โปรแกรมที่ใช้ ได้แก่
| โปรแกรม | ช่วงเวลา |
|---|---|
| 408 | Day |
| 409 | Night |
| 410 | Lunch |
ตัวอย่าง
สำนักงานมี CO 1 เป็นเบอร์หลัก
ช่วงกลางวันต้องการให้
- Reception ดัง
- ฝ่ายขายดัง
- ห้องประชุมไม่ดัง
ตัวอย่างการตั้งค่า
| Extension Jack | CO 1 ช่วง Day |
|---|---|
| 01 Reception | Enable |
| 02 Sales | Enable |
| 03 Meeting Room | Disable |
ขั้นตอนตั้งค่าทั่วไป
① เข้าโปรแกรม 408
② เลือก CO Line
③ เลือก Extension Jack
④ ตรวจค่าเดิม
⑤ ตั้ง Enable หรือ Disable
⑥ กด STORE
⑦ ตรวจเครื่องอื่นที่ต้องการให้ดัง
⑧ ตั้งค่า Night และ Lunch ตามแผนด้วยโปรแกรม 409 และ 410
⑨ ทดสอบโทรเข้าจากภายนอก
ข้อควรระวัง
Flexible Ringing ไม่ใช่ตัวกำหนดการรับสายสำหรับทุกโหมด
หาก CO Line ใช้ DISA, UCD หรือโหมดอื่น ต้องตรวจการทำงานของ CO Line Mode และฟังก์ชันที่เกี่ยวข้องด้วย
⑪ วิธีตรวจ CO Line Mode ด้วยโปรแกรม 414–416
โปรแกรม 414–416 ใช้กำหนดโหมดการรับสายเข้าจากสายนอกตามช่วงเวลา
| โปรแกรม | ช่วงเวลา |
|---|---|
| 414 | Day |
| 415 | Night |
| 416 | Lunch |
ตัวอย่างโหมดที่เกี่ยวข้อง
- Normal
- DISA
- UCD
- โหมดอื่นตามความสามารถและอุปกรณ์ที่รองรับ
Normal Mode
โดยทั่วไปเป็นรูปแบบที่สายเข้าจะถูกส่งไปยังเครื่องภายในตามการตั้งค่าการรับสายที่เกี่ยวข้อง
DISA Mode
ใช้ระบบตอบรับอัตโนมัติและให้ผู้โทรเลือกปลายทางตามที่ตั้งค่าไว้
UCD Mode
ใช้กระจายสายไปยังกลุ่มพนักงานตามระบบที่กำหนด
ตัวอย่าง
CO 1 อาจถูกตั้งเป็น Normal ในช่วง Day และ DISA ในช่วง Night ตามความต้องการของสำนักงาน
ต้องตรวจอะไร?
① CO Line หมายเลขใดใช้โหมดอะไร
② โหมด Day, Night และ Lunch ตรงกับแผนหรือไม่
③ เครื่องหรือกลุ่มปลายทางถูกต้องหรือไม่
④ อุปกรณ์เสริมที่ต้องใช้ติดตั้งพร้อมหรือไม่
⑤ ระบบตอบรับหรือการกระจายสายทำงานได้จริงหรือไม่
ไม่ควรเปลี่ยน CO Line Mode โดยไม่มีแผน เพราะอาจทำให้ผู้โทรจากภายนอกไม่สามารถติดต่อสำนักงานได้ตามปกติ
⑫ วิธีตั้ง Dial Mode ของ CO Line ด้วยโปรแกรม 401
Dial Mode กำหนดรูปแบบสัญญาณที่ระบบใช้เมื่อโทรออกผ่านสายนอก
โปรแกรมที่เกี่ยวข้องคือ 401
ตัวเลือกที่อาจพบ
- DTMF
- Pulse
- Call Block
ตัวเลือกขึ้นอยู่กับรุ่นย่อยและการรองรับตามคู่มือ
DTMF คืออะไร?
DTMF คือการส่งเสียงสัญญาณตามปุ่มตัวเลขโทรศัพท์ ซึ่งเป็นรูปแบบที่ใช้กันทั่วไปกับระบบโทรศัพท์อนาล็อกและอุปกรณ์เชื่อมต่อหลายประเภท
Pulse คืออะไร?
Pulse เป็นการส่งหมายเลขด้วยจังหวะพัลส์ที่พบในระบบโทรศัพท์รุ่นเก่า
ควรเลือกอะไร?
สำหรับบริการที่ต้องใช้ Tone Dialling ให้เลือก DTMF
แต่ต้องตรวจสอบข้อกำหนดของคู่สายหรือ Analog Gateway ที่ใช้จริงก่อนเปลี่ยนค่า
อาการเมื่อ Dial Mode ไม่ตรง
- เลือกสายนอกได้แต่กดหมายเลขไม่ออก
- ปลายทางไม่ตอบสนองต่อเลขที่กด
- บางระบบไม่รับ DTMF ตามที่ต้องการ
การเปลี่ยน Dial Mode ควรทำเฉพาะเมื่อยืนยันว่าเกี่ยวข้องกับปัญหานั้นจริง
⑬ วิธีตั้งกลุ่มสายนอก CO Line Group
หากสำนักงานมีหลายสายนอก สามารถกำหนดกลุ่มสายนอกเพื่อใช้ตามแผนการทำงาน
โปรแกรมที่เกี่ยวข้องคือ 404 หรือ CO Line Group Number
ตัวอย่าง
สำนักงานมีสายนอก 4 เส้น
ต้องการแบ่งเป็น
- Group 1 สำหรับสายทั่วไป
- Group 2 สำหรับฝ่ายขาย
ตัวอย่างการกำหนด
| CO Line | Group |
|---|---|
| CO 1 | 1 |
| CO 2 | 1 |
| CO 3 | 2 |
| CO 4 | 2 |
ทำไมต้องแบ่งกลุ่ม?
① ช่วยจัดสรรการใช้สายนอก
② ลดการแย่งใช้คู่สายระหว่างแผนก
③ รองรับการเลือกสายนอกตามกลุ่ม
④ ช่วยแยกงานโทรศัพท์แต่ละประเภท
ข้อควรระวัง
การกำหนด CO Line Group เพียงอย่างเดียวไม่ได้จำกัดว่าเครื่องใดใช้กลุ่มนั้นได้ทั้งหมด ต้องตรวจสิทธิ์เลือกสายนอกและรูปแบบการโทรออกที่เกี่ยวข้องด้วย
⑭ วิธีโทรออกผ่าน CO Line บน KX-TES824
เมื่อกำหนดการเชื่อมต่อและสิทธิ์เรียบร้อยแล้ว ให้ทดลองโทรออก
วิธีที่ 1 เลือกสายนอกอัตโนมัติ
ตามค่าเริ่มต้นที่ใช้กันทั่วไป การกด 9 จะเป็นการขอสายนอกแบบ Automatic Line Access
จากนั้นกดหมายเลขปลายทาง
อย่างไรก็ตาม รหัสเลือกสายนอกอาจถูกปรับเปลี่ยนตาม Numbering Plan ของระบบ จึงควรตรวจสอบค่าปัจจุบันก่อนใช้
วิธีที่ 2 กดปุ่ม CO บนโทรศัพท์ระบบ
หากใช้ KX-T7730 และกำหนดปุ่ม CO ไว้ สามารถกดเลือกสายนอกตามปุ่มที่รองรับได้
วิธีที่ 3 เลือกกลุ่มสายนอก
ระบบรองรับการเลือกสายนอกตามกลุ่มด้วยรหัสฟังก์ชันที่ตั้งไว้
วิธีทดสอบ
① เลือกเครื่องที่ได้รับสิทธิ์โทรออก
② เลือก CO Line ตามวิธีที่ใช้จริง
③ ฟังสัญญาณสายนอก
④ กดหมายเลขทดสอบ
⑤ ตรวจสอบว่าปลายทางรับสายได้
⑥ สนทนาและตรวจคุณภาพเสียง
⑦ วางสาย
⑧ ตรวจว่า CO Line กลับเป็นสถานะว่าง
⑮ วิธีตรวจสายนอกทีละเส้น
หากมี CO Line หลายเส้น ไม่ควรทดสอบเพียงการโทรออกแบบอัตโนมัติครั้งเดียว
เพราะระบบอาจเลือกใช้สายนอกเส้นหนึ่งตลอด ทำให้ไม่ทราบว่าเส้นอื่นเสียหรือถูกตั้งค่าผิด
ขั้นตอน
① ตรวจสอบจำนวนสายนอกจริง
② เตรียมโทรศัพท์ที่มีสิทธิ์เลือก CO Line
③ เลือก CO 1 โดยตรงตามวิธีที่ระบบรองรับ
④ ตรวจสอบสัญญาณ
⑤ ทดลองโทรออก
⑥ วางสาย
⑦ เลือก CO 2
⑧ ทำซ้ำจนตรวจครบทุกเส้น
ตัวอย่างตารางตรวจสอบ
| CO Line | สัญญาณ | โทรออก | โทรเข้า |
|---|---|---|---|
| CO 1 | ผ่าน | ผ่าน | ผ่าน |
| CO 2 | ผ่าน | ผ่าน | ผ่าน |
| CO 3 | ไม่ผ่าน | ไม่ผ่าน | ต้องตรวจ |
เป็นตัวอย่างผลการทดสอบสมมุติ
หากมีสายที่ไม่ผ่าน
ต้องแยกปัญหาระหว่างคู่สายจากผู้ให้บริการ การเดินสาย พอร์ต CO และโปรแกรมที่เกี่ยวข้อง
ไม่ควรรีเซ็ตตู้ทั้งหมดทันที
⑯ วิธีทดสอบการรับสายจากภายนอก
เมื่อกำหนดเครื่องรับสายด้วยโปรแกรมที่เกี่ยวข้องแล้ว ต้องโทรเข้าทดสอบจริง
ขั้นตอน
① เตรียมโทรศัพท์มือถือสำหรับทดสอบ
② โทรเข้าหมายเลขสำนักงาน
③ ตรวจสอบว่า CO Line ใดได้รับสาย
④ ฟังเสียงเรียกจากฝั่งผู้โทร
⑤ ตรวจสอบว่าโทรศัพท์ภายในเครื่องใดดัง
⑥ เปรียบเทียบกับแผนรับสาย
⑦ ให้พนักงานรับสาย
⑧ ทดสอบเสียงสนทนาสองทาง
⑨ ทดลองโอนสายหากสำนักงานใช้งาน
⑩ วางสายและตรวจสถานะ CO Line
ถ้าโทรเข้าแล้วไม่มีเครื่องใดดัง
ตรวจสอบว่า
- หมายเลขโทรศัพท์ภายนอกทำงานหรือไม่
- CO Line มีสัญญาณเรียกเข้าถึงตู้หรือไม่
- ระบบอยู่ใน Day, Night หรือ Lunch Mode ใด
- โหมด CO Line เป็น Normal, DISA หรือ UCD
- มีเครื่องที่ได้รับการกำหนดให้รับสายหรือไม่
- โทรศัพท์ปลายทางพร้อมใช้งานหรือไม่
⑰ ตั้ง CO Line แล้วโทรออกไม่ได้ แก้ปัญหาตามอาการ
อาการที่ 1 ไม่มีสัญญาณสายนอก
ให้ตรวจสายจริง พอร์ต CO และโปรแกรม 400
อาการที่ 2 มีสัญญาณแต่กดหมายเลขไม่ออก
ตรวจ Dial Mode โปรแกรม 401 และรูปแบบการกดหมายเลข
อาการที่ 3 บางเครื่องโทรออกได้ บางเครื่องไม่ได้
ตรวจ Flexible Outward Dialling โปรแกรม 405–407 และสิทธิ์โทรออก
อาการที่ 4 โทรออกได้เฉพาะกลางวัน
ตรวจค่า Day, Night และ Lunch รวมถึงสิทธิ์ในช่วงเวลาที่เกี่ยวข้อง
อาการที่ 5 กด 9 แล้วไม่มีสายนอก
ตรวจรหัส Automatic Line Access, กลุ่มสายนอก และสถานะสายว่าง
อาการที่ 6 เลือกสายนอกแล้วสายค้าง
ตรวจสภาพคู่สายและเงื่อนไขการตัดสายตามระบบที่ใช้งาน
อาการที่ 7 โทรเข้าผิดเครื่อง
ตรวจ CO Line Mode และ Flexible Ringing ของช่วงเวลาที่ใช้งานจริง
แนวทางที่เหมาะสมคือแก้ตามอาการและทดสอบทีละส่วน ไม่ใช่เปลี่ยนหลายโปรแกรมพร้อมกันโดยไม่ทราบผลกระทบ
⑱ โปรแกรม CO Line ที่ช่าง KX-TES824 ควรรู้
| โปรแกรม | ชื่อรายการ | ใช้ทำอะไร |
|---|---|---|
| 400 | CO Line Connection | เปิดหรือปิดการใช้งานพอร์ตสายนอก |
| 401 | Dial Mode | กำหนด DTMF หรือ Pulse ตามรุ่น |
| 404 | CO Line Group Number | กำหนดกลุ่มสายนอก |
| 405 | Flexible Outward Dialling — Day | สิทธิ์ใช้สายนอกกลางวัน |
| 406 | Flexible Outward Dialling — Night | สิทธิ์ใช้สายนอกกลางคืน |
| 407 | Flexible Outward Dialling — Lunch | สิทธิ์ใช้สายนอกช่วงพัก |
| 408 | Flexible Ringing — Day | กำหนดเครื่องดังช่วงกลางวัน |
| 409 | Flexible Ringing — Night | กำหนดเครื่องดังช่วงกลางคืน |
| 410 | Flexible Ringing — Lunch | กำหนดเครื่องดังช่วงพัก |
| 414 | CO Line Mode — Day | โหมดรับสายช่วงกลางวัน |
| 415 | CO Line Mode — Night | โหมดรับสายช่วงกลางคืน |
| 416 | CO Line Mode — Lunch | โหมดรับสายช่วงพัก |
โปรแกรมเหล่านี้เป็นกลุ่มหลักสำหรับเริ่มตรวจสอบ CO Line แต่การใช้งานจริงอาจต้องตรวจรายการอื่นเพิ่มเติม เช่น COS, ARS, Incoming Call Distribution และการตั้งค่าของอุปกรณ์เสริม
⑲ ตัวอย่างตั้งค่า CO Line สำหรับสำนักงานขนาดเล็ก
สมมุติสำนักงานมี
- สายนอก 3 เส้น
- เบอร์ภายใน 8 เครื่อง
- Reception อยู่ Jack 01
- Sales อยู่ Jack 02 และ 03
- Manager อยู่ Jack 04
ต้องการให้ทุกแผนกใช้ CO 1 ได้ แต่ CO 2 เป็นสายฝ่ายขาย และ CO 3 เป็นสายสำรองของสำนักงาน
ตัวอย่างแผนสายนอก
| CO Line | หน้าที่ | สถานะ |
|---|---|---|
| CO 1 | สายสำนักงานหลัก | Connect |
| CO 2 | ฝ่ายขาย | Connect |
| CO 3 | สายสำรอง | Connect |
ตัวอย่างสิทธิ์โทรออกช่วง Day
| Extension | CO 1 | CO 2 | CO 3 |
|---|---|---|---|
| Reception | Enable | Disable | Enable |
| Sales 1 | Enable | Enable | Disable |
| Sales 2 | Enable | Enable | Disable |
| Manager | Enable | Enable | Enable |
ตัวอย่างการรับสายช่วง Day
CO 1: Reception ดัง
CO 2: Sales 1 และ Sales 2 ดัง
CO 3: Manager ดัง
ขั้นตอนตั้งค่าตามแผน
① ตรวจให้แน่ใจว่ามีคู่สายจริงครบ 3 เส้น
② กำหนดโปรแกรม 400 เป็น Connect สำหรับ CO 1–3
③ กำหนดสิทธิ์ใช้สายนอกในโปรแกรม 405
④ ตรวจสิทธิ์ Night และ Lunch ตามนโยบาย
⑤ กำหนดเครื่องรับสายในโปรแกรม 408 ตามโหมด Normal ที่เกี่ยวข้อง
⑥ ตรวจโปรแกรม 414–416
⑦ ทดสอบการโทรออกของแต่ละแผนก
⑧ โทรเข้าทุกหมายเลขภายนอก
⑨ ทดสอบช่วงเวลาอื่นตามที่สำนักงานกำหนด
⑩ Backup หลังตรวจสอบเรียบร้อย
ตัวอย่างนี้เป็นแผนการตั้งค่า ไม่ใช่ค่าเริ่มต้นของตู้ทุกเครื่อง ต้องปรับให้ตรงกับรูปแบบธุรกิจจริง
⑳ วิธี Backup ก่อนและหลังตั้งค่า CO Line
การปรับ CO Line อาจมีผลต่อผู้ใช้งานหลายเครื่อง จึงควรเก็บข้อมูลเดิมทุกครั้ง
ก่อนเริ่ม
① เปิด KX-TE Maintenance Console
② เชื่อมต่อกับตู้
③ เลือก File → File Transfer PBX to PC
④ บันทึกเป็นไฟล์ Before
⑤ ตรวจสอบว่าไฟล์เปิดอ่านได้
หลังแก้ไข
① อ่านค่าจากตู้
② ทดสอบโทรเข้าและโทรออก
③ ตรวจสิทธิ์ของเบอร์ภายใน
④ ตรวจการรับสายตามช่วงเวลา
⑤ เลือก File Transfer PBX to PC อีกครั้ง
⑥ บันทึกเป็นไฟล์ After
⑦ เก็บสองไฟล์แยกจากกัน
ประโยชน์
หากมีพนักงานแจ้งว่า CO Line เคยใช้งานได้ก่อนเปลี่ยนโปรแกรม ผู้ดูแลสามารถตรวจข้อมูล Before และ After เพื่อระบุรายการที่เปลี่ยนได้ง่ายขึ้น
ไม่ควรใช้คำสั่ง PC to PBX โดยไม่ตั้งใจ เพราะเป็นการส่งไฟล์กลับเข้าตู้และอาจเขียนทับค่าที่กำลังใช้งาน
㉑ ตารางแก้ปัญหา CO Line KX-TES824
| อาการ | โปรแกรมหรือจุดตรวจ | แนวทางแก้ไข |
|---|---|---|
| CO Line ไม่มีสัญญาณ | คู่สายจริงและ 400 | ตรวจสายและสถานะ Connect |
| กดสายนอกแล้วไม่ว่าง | คู่สายและการใช้สาย | ตรวจสถานะสาย |
| โทรออกได้บางเครื่อง | 405–407 | ตรวจสิทธิ์ใช้ CO |
| โทรออกไม่ได้บางหมายเลข | COS และข้อจำกัดการโทร | ตรวจสิทธิ์ |
| กดหมายเลขแล้วไม่ออก | 401 | ตรวจ Dial Mode |
| สายโทรเข้าไม่ดัง | 408–410 | ตรวจ Flexible Ringing |
| สายเข้าไม่ถึงเครื่อง | 414–416 | ตรวจ CO Line Mode |
| กลางคืนรับสายผิดเครื่อง | 409 และ 415 | ตรวจ Night Mode |
| เลือกสายนอกผิดกลุ่ม | 404 | ตรวจ CO Line Group |
| กด 9 แล้วไม่มีสาย | การเลือกสายอัตโนมัติ | ตรวจสายว่างและสิทธิ์ |
| มี CO Port ว่างแต่ตั้ง Connect | 400 | กำหนด Not Connect |
| โทรออกได้แต่โทรเข้าไม่ได้ | โหมดรับสายและคู่สาย | ทดสอบจากภายนอก |
| โทรเข้าได้แต่โทรออกไม่ได้ | สิทธิ์และ Dial Mode | ตรวจ 405–407 และ 401 |
㉒ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการตั้งค่า CO Line KX-TES824
KX-TES824 ตั้งค่าสายนอกใช้โปรแกรมอะไร?
โปรแกรมหลักคือ 400 สำหรับ CO Line Connection และต้องตรวจโปรแกรมสิทธิ์โทรออกและการรับสายเข้าร่วมด้วย
โปรแกรม 400 คืออะไร?
ใช้กำหนดให้พอร์ต CO Line เป็น Connect หรือ Not Connect
CO Line ที่ไม่มีคู่สายควรตั้งอะไร?
ควรตั้งเป็น Not Connect เพื่อป้องกันระบบเลือกพอร์ตที่ไม่มีสัญญาณ
เปิด CO Line แล้วทำไมโทรออกไม่ได้?
อาจเกิดจากไม่มีสัญญาณคู่สาย สิทธิ์โทรออกไม่อนุญาต Dial Mode ไม่ตรง หรือระบบเลือกสายนอกผิด
โปรแกรม 405 ใช้ทำอะไร?
ใช้กำหนดสิทธิ์ใช้สายนอกของเบอร์ภายในในช่วง Day
โปรแกรม 406 และ 407 คืออะไร?
ใช้กำหนดสิทธิ์ใช้สายนอกช่วง Night และ Lunch ตามลำดับ
โปรแกรม 408 คืออะไร?
ใช้กำหนด Flexible Ringing ในช่วง Day สำหรับการรับสายเข้าตามเงื่อนไขของระบบ
โปรแกรม 414 คืออะไร?
ใช้กำหนด CO Line Mode ในช่วง Day
KX-TES824 มีสายนอกได้สูงสุดกี่เส้น?
รองรับได้สูงสุด 8 CO Lines เมื่อมีการติดตั้งอุปกรณ์ขยายที่เหมาะสม
ใช้สายนอกจาก Router Fiber ได้ไหม?
ได้เมื่อ Router หรือ Gateway จ่ายสัญญาณโทรศัพท์อนาล็อกผ่านพอร์ตที่เข้ากันได้กับ CO Line ต้องไม่ใช้พอร์ต LAN เชื่อมต่อโดยตรง
กด 9 เพื่อโทรออกได้ไหม?
ตามการตั้งค่าทั่วไปใช้ 9 สำหรับ Automatic Line Access แต่รหัสอาจถูกเปลี่ยนได้ ต้องตรวจระบบจริง
ทำไมโทรเข้าได้แต่โทรออกไม่ได้?
ควรตรวจ Flexible Outward Dialling, COS, Dial Mode และสถานะสายนอก
ทำไมโทรออกได้แต่ไม่มีเครื่องรับสายเข้า?
ควรตรวจ Flexible Ringing, CO Line Mode และช่วงเวลาที่ใช้งาน
ตั้ง CO Line แล้วต้อง Restart ตู้ไหม?
ไม่ควรรีสตาร์ตโดยอัตโนมัติเพียงเพราะตั้งค่าเสร็จ ให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขการบันทึกและการมีผลของโปรแกรมที่แก้ไข แล้วทดสอบก่อน
จำเป็นต้อง Backup ก่อนตั้งค่าไหม?
ควรทำ โดยเฉพาะตู้ที่ใช้งานจริง เพราะการตั้งค่า CO Line อาจมีผลต่อการโทรของพนักงานหลายคน
㉓ สรุปวิธีตั้งค่าสายนอก Panasonic KX-TES824 ให้โทรเข้าและโทรออกได้
การตั้งค่าสายนอก CO Line ของ Panasonic KX-TES824 ให้ใช้งานสมบูรณ์ ต้องตรวจสอบทั้งการเชื่อมต่อคู่สายจริงและการตั้งค่าโปรแกรม
ลำดับสำคัญคือ ตรวจคู่สาย → เปิด CO Line ด้วยโปรแกรม 400 → ตรวจ Dial Mode → กำหนดสิทธิ์โทรออก 405–407 → กำหนดการรับสาย 408–410 → ตรวจโหมดรับสาย 414–416 → ทดสอบจริง
หากเปิด CO Line แล้วโทรออกไม่ได้ ไม่ควรสรุปทันทีว่าตู้เสีย เพราะอาจเกิดจากสิทธิ์เครื่องภายใน กลุ่มสายนอก รูปแบบการโทร หรือสัญญาณจากผู้ให้บริการ
หากโทรออกได้แต่รับสายไม่ได้ ต้องตรวจ Incoming Call Mode และการกำหนดเครื่องรับสายตามช่วงเวลาที่ใช้งานจริง
สำหรับสำนักงานที่มีหลายแผนก ควรจัดทำตาราง CO Line และ Extension Jack ก่อนเริ่มตั้งค่า เพื่อกำหนดสิทธิ์การโทรและเครื่องรับสายให้ตรงกับการทำงาน
ComSiam แนะนำให้ช่างติดตั้งและผู้ดูแลระบบสำรองข้อมูลก่อนเปลี่ยนโปรแกรม ตรวจสอบคู่สายทุกเส้น และทดสอบทั้งสายเข้าและสายออกหลังตั้งค่า พร้อมเก็บบันทึก CO Line, Extension Jack และผลทดสอบไว้สำหรับการบำรุงรักษา Panasonic KX-TES824 ในอนาคต
ComSiam Professional Team







