วิธีทดสอบสายนอกก่อนต่อเข้า Panasonic KX-TES824 ตรวจอย่างไรว่าใช้ได้ พร้อมวิธีเช็ก CO1–CO8 ทีละขั้นตอน

วิธีทดสอบสายนอกก่อนต่อเข้า Panasonic KX-TES824 ต้องตรวจให้แน่ใจก่อนว่าวงจรโทรศัพท์จากผู้ให้บริการหรือพอร์ต TEL/FXS ของ ONT และ VoIP Gateway เป็นสัญญาณโทรศัพท์แอนะล็อกที่เข้ากันได้ จากนั้นตรวจสภาพสาย แรงดันด้วยเครื่องมือที่เหมาะสม และทดลองโทรเข้า–โทรออกจากวงจรต้นทางโดยไม่ผ่านตู้สาขา เมื่อยืนยันว่าวงจรทำงานปกติแล้วจึงเตรียมเชื่อมต่อกับพอร์ต CO ของ Panasonic KX-TES824

การตรวจสายนอกก่อนเสียบเข้าตู้เป็นขั้นตอนสำคัญ เพราะช่วยแยกปัญหาจากผู้ให้บริการออกจากปัญหาของ PBX ได้อย่างชัดเจน หากนำสายที่ยังไม่ทราบชนิดสัญญาณหรือสภาพแรงดันไปต่อเข้าพอร์ต CO โดยตรง อาจทำให้เกิดอาการโทรออกไม่ได้ รับสายไม่ได้ เสียงสนทนาผิดปกติ หรือในกรณีที่มีแรงดันผิดประเภทอาจทำให้อุปกรณ์เสียหาย

Panasonic KX-TES824 เป็นตู้สาขาโทรศัพท์แบบ Advanced Hybrid System ที่รองรับสายนอกพื้นฐาน 3 ช่อง และขยายได้สูงสุด 8 ช่อง พอร์ตสายนอกใช้วงจรโทรศัพท์แอนะล็อกแบบ 2 ตัวนำ ได้แก่ T (Tip) และ R (Ring)

สำหรับสำนักงานที่ใช้โทรศัพท์ผ่านไฟเบอร์ออปติก ต้องตรวจว่า ONT มีพอร์ต TEL/FXS ที่เปิดบริการแล้ว เพราะพอร์ต LAN ของ ONT ไม่สามารถนำมาเชื่อมกับ CO ของตู้โดยตรงได้

บทความนี้ ComSiam จะอธิบายวิธีทดสอบสายนอก Panasonic KX-TES824 อย่างละเอียด ตั้งแต่ตรวจสัญญาณ PSTN และ FXS การวัดแรงดันอย่างปลอดภัย การตรวจหัว RJ11 การทดสอบโทรเข้า–โทรออก การใช้ Telephone Test Set การตรวจผ่าน MDF และการแยกปัญหาก่อนเชื่อมต่อ CO1–CO8

① สายนอก CO ของ Panasonic KX-TES824 คืออะไร

CO ย่อมาจาก Central Office Line หมายถึงวงจรสายนอกที่เชื่อมต่อจากบริการโทรศัพท์ภายนอกเข้าสู่ระบบ PBX

หน้าที่ของสายนอก CO

① ใช้โทรออกไปยังหมายเลขภายนอก

② รับสายจากลูกค้าหรือผู้ติดต่อ

③ เชื่อมต่อกับบริการโทรศัพท์แอนะล็อก

④ รองรับการกำหนดสิทธิ์โทรออกของ Extension

⑤ สามารถกำหนดจุดรับสายเข้าตามการตั้งค่า

⑥ ใช้งานร่วมกับระบบตอบรับอัตโนมัติที่รองรับ

⑦ ช่วยให้สำนักงานใช้หมายเลขโทรศัพท์ภายนอกร่วมกันหลายเบอร์ภายใน

ตัวอย่าง

สำนักงานมีหมายเลขโทรศัพท์หลักหนึ่งหมายเลข

ผู้ให้บริการส่งสัญญาณโทรศัพท์แอนะล็อกมาให้หนึ่งวงจร

ช่างนำวงจรนั้นเชื่อมเข้าพอร์ต CO1 ของ Panasonic KX-TES824

หลังตั้งค่าระบบแล้ว โทรศัพท์ภายในที่ได้รับสิทธิ์สามารถใช้ CO1 โทรออก และรับสายตามการกำหนดของตู้ได้

② Panasonic KX-TES824 มีพอร์ตสายนอก CO กี่ช่อง

รายการจำนวน
CO พื้นฐาน3 ช่อง
CO สูงสุดเมื่อขยาย8 ช่อง
Extension พื้นฐาน8 พอร์ต
Extension สูงสุด24 พอร์ต

พอร์ตสายนอกพื้นฐาน

  • CO1
  • CO2
  • CO3

หากติดตั้งการ์ดขยายที่รองรับ อาจเพิ่มพอร์ตเป็น CO4–CO8 ตามรูปแบบการขยายที่ผู้ผลิตกำหนด

ก่อนตรวจสาย

ต้องตรวจจำนวนพอร์ตที่มีอยู่จริงก่อน เพราะตู้ที่ไม่ได้ติดตั้งการ์ดขยายจะไม่มีพอร์ต CO เพิ่มครบถึง CO8

ไม่ควรสมมุติว่าทุกเครื่องมีพอร์ต 8 ช่องพร้อมใช้งานตั้งแต่แรก

③ สายนอกแบบไหนที่ต่อเข้า KX-TES824 ได้

พอร์ต CO ของ KX-TES824 ออกแบบสำหรับวงจรโทรศัพท์แอนะล็อกที่เข้ากันได้

ตัวอย่างแหล่งสัญญาณ

  1. สายโทรศัพท์แอนะล็อกจากผู้ให้บริการ
  2. พอร์ต TEL/FXS ของ ONT
  3. พอร์ต FXS ของ VoIP Gateway
  4. พอร์ตโทรศัพท์แอนะล็อกที่จ่ายบริการจากอุปกรณ์ที่เข้ากันได้

ตารางเปรียบเทียบ

แหล่งสัญญาณต่อ CO ได้โดยตรงหรือไม่
สายโทรศัพท์ PSTN แอนะล็อกได้เมื่อเข้ากันได้
ONT พอร์ต TEL/FXSได้เมื่อเปิดบริการและเข้ากันได้
VoIP Gateway พอร์ต FXSได้เมื่อเข้ากันได้
ONT พอร์ต LANไม่ได้
Ethernet Switchไม่ได้
PoE Switchไม่ได้
สายไฟเบอร์ออปติกโดยตรงไม่ได้
VoIP Gateway พอร์ต FXOไม่ใช่แหล่งจ่ายสัญญาณ FXS สำหรับ CO

ข้อควรจำ

พอร์ต CO เป็นฝั่งรับวงจรโทรศัพท์แอนะล็อก ไม่ใช่ช่องเชื่อมต่อ Ethernet หรือ Fiber Optic

④ สายนอก CO ใช้สายกี่เส้น

ตาม Installation Manual ของ Panasonic KX-TES824 การเชื่อมต่อ Outside CO Line ใช้สายแบบ 2-Conductor Wiring

ตัวนำที่ใช้

  • T — Tip
  • R — Ring

ผังพื้นฐาน

ผู้ให้บริการโทรศัพท์

↓

คู่สาย T/R

↓

Terminal Board หรือเต้ารับโทรศัพท์

↓

สาย Modular

↓

พอร์ต CO ของ KX-TES824

ตาราง

จำนวนวงจร COจำนวนตัวนำ
1 CO2
2 CO4
3 CO6
5 CO10
8 CO16

จำนวนนี้เป็นตัวนำที่ใช้สำหรับแต่ละวงจร ไม่รวมสายสำรอง

ข้อควรระวัง

ต้องรักษาคู่สาย T/R ของแต่ละวงจร ไม่ควรนำ T จากวงจรหนึ่งและ R จากอีกวงจรมาต่อรวมกัน

⑤ ทำไมต้องทดสอบสายนอกก่อนเสียบตู้

การตรวจสายนอกล่วงหน้าช่วยลดความเสี่ยงจากการวิเคราะห์ปัญหาผิดจุด

ประโยชน์

① ยืนยันว่าผู้ให้บริการเปิดบริการแล้ว

② ตรวจว่าเป็นสัญญาณโทรศัพท์แอนะล็อกจริง

③ ตรวจว่ามีหมายเลขโทรศัพท์ตามที่ต้องการ

④ ตรวจว่าสามารถโทรออกได้

⑤ ตรวจว่าสามารถรับสายเข้าได้

⑥ ตรวจคุณภาพเสียงของวงจร

⑦ ตรวจสายชำรุดหรือคู่สายผิด

⑧ ตรวจแรงดันผิดประเภท

⑨ ลดความเสี่ยงต่อพอร์ต CO

⑩ ช่วยให้ส่งมอบงานได้อย่างมั่นใจ

ตัวอย่าง

หากสายนอกโทรออกไม่ได้ตั้งแต่ยังไม่เชื่อม PBX ต้องตรวจปัญหาที่บริการต้นทางก่อน ไม่ควรสรุปว่าตู้ KX-TES824 เสีย

⑥ อุปกรณ์สำหรับทดสอบสายนอกโทรศัพท์

อุปกรณ์หน้าที่
Telephone Test Setทดสอบวงจรโทรศัพท์ที่รองรับ
โทรศัพท์แอนะล็อกที่เข้ากันได้ทดลองบริการต้นทาง
Digital Multimeterตรวจแรงดันตามพิกัดและขั้นตอนที่เหมาะสม
Telephone Line Testerตรวจสถานะวงจร
Cable Testerตรวจสายเมื่อแยกจากแหล่งแรงดันแล้ว
Modular Breakout Adapterช่วยเข้าถึงจุดตรวจตามผัง
Tone Generator และ Probeระบุคู่สายด้วยวิธีที่เหมาะสม
คีมเข้าหัว Modularแก้ไขหัวที่เสีย
Cable Labelติดป้ายสายนอก
CO Line Mappingจับคู่หมายเลขโทรศัพท์กับพอร์ต
แบบฟอร์มทดสอบบันทึกผล

ข้อแนะนำ

สำหรับช่างที่ตรวจสายนอกเป็นประจำ ควรใช้ Telephone Test Set ที่รองรับสภาวะของวงจรโทรศัพท์ มากกว่าใช้เครื่องทดสอบสาย LAN ทั่วไปกับคู่สายที่ยังมีไฟ

⑦ ข้อควรระวังก่อนตรวจสายนอก CO

วงจรสายนอกอาจมีแรงดันไฟฟ้าแม้ยังไม่ได้ต่อเข้าตู้ PBX

วงจรโทรศัพท์แอนะล็อกแบบดั้งเดิมอาจมีแรงดัน DC ขณะวางหู และแรงดัน AC ระหว่างมีสายเรียกเข้า

สิ่งที่ห้ามทำ

  • ห้ามใช้มือแตะปลายสายทองแดงเปลือย
  • ห้ามนำ T และ R มาแตะกันเพื่อทดลอง
  • ห้ามใช้โหมด Continuity กับสายที่ยังมีแรงดัน
  • ห้ามใช้โหมด Resistance วัดบนวงจรที่กำลังจ่ายสัญญาณ
  • ห้ามนำสายที่ไม่ทราบชนิดมาเสียบ CO ทันที
  • ห้ามใช้หัว RJ11 ที่มีรอยไหม้
  • ห้ามทดลองด้วยหมายเลขฉุกเฉิน
  • ห้ามเปิดหรือดัดแปลงอุปกรณ์ของผู้ให้บริการโดยไม่ได้รับอนุญาต

กรณีต้องหยุดงาน

หากพบแรงดันผิดประเภท รอยไหม้ กลิ่นผิดปกติ หรือสงสัยว่าสายโทรศัพท์สัมผัสไฟฟ้ากำลัง ต้องหยุดการเชื่อมต่อ และให้ผู้ชำนาญตรวจสอบก่อน

⑧ ก่อนทดสอบต้องรู้ข้อมูลสายนอกอะไรบ้าง

ควรเตรียมข้อมูลของแต่ละวงจรให้ครบ

รายการข้อมูล

  1. หมายเลขโทรศัพท์
  2. ชื่อผู้ให้บริการ
  3. ประเภทบริการ
  4. จุดส่งมอบสาย
  5. หมายเลขพอร์ต TEL/FXS หากใช้
  6. จุด MDF
  7. Cable ID
  8. พอร์ต CO ที่ต้องการเชื่อม
  9. ผู้รับผิดชอบวงจร
  10. สถานะการเปิดบริการ

ตัวอย่างตาราง

รายการข้อมูลตัวอย่าง
หมายเลขเบอร์สำนักงานหลัก
วงจรLINE-01
ผู้ให้บริการผู้ให้บริการ A
ต้นทางONT TEL1
จุด MDFCO-IN-01
พอร์ตเป้าหมายCO1
สถานะรอทดสอบ

การจัดข้อมูลก่อนเริ่มงานช่วยป้องกันสายนอกสลับกันหลังเชื่อมตู้

⑨ วิธีตรวจชนิดสัญญาณจากผู้ให้บริการ

ขั้นตอนที่ 1 ตรวจเอกสารบริการ

อ่านว่าผู้ให้บริการส่งมอบวงจรโทรศัพท์ประเภทใด

ขั้นตอนที่ 2 ตรวจอุปกรณ์ต้นทาง

ดูว่าเป็นสายโทรศัพท์แอนะล็อกโดยตรง หรือผ่าน ONT/Gateway

ขั้นตอนที่ 3 ตรวจพอร์ต

หากผ่าน ONT ต้องระบุพอร์ต TEL หรือ FXS

ขั้นตอนที่ 4 ตรวจสถานะการเปิดบริการ

ตรวจว่าหมายเลขโทรศัพท์เปิดใช้งานแล้ว

ขั้นตอนที่ 5 ตรวจข้อมูลทางเทคนิค

ยืนยันว่าสัญญาณโทรศัพท์แอนะล็อกนั้นเข้ากันได้กับวงจร CO ของ KX-TES824

ขั้นตอนที่ 6 บันทึกผล

ระบุชนิดวงจรไว้ใน CO Line Mapping

ข้อควรจำ

การเห็นหัว RJ11 ไม่ได้ยืนยันว่าสัญญาณที่อยู่ภายในเป็นบริการโทรศัพท์ที่ใช้งานได้ ต้องตรวจแหล่งสัญญาณจริง

⑩ วิธีตรวจพอร์ต TEL ของ ONT ก่อนต่อ CO

หากสำนักงานใช้ระบบโทรศัพท์ผ่านไฟเบอร์ออปติก ให้เริ่มจาก ONT

ผังการเชื่อมต่อ

Fiber Optic

↓

ONT

↓

TEL1 / FXS

↓

คู่สาย T/R

↓

CO1 ของ Panasonic KX-TES824

ขั้นตอนตรวจ

① ตรวจว่า ONT มีไฟเลี้ยงและทำงานตามปกติ

② ตรวจว่าบริการอินเทอร์เน็ตหรือโครงข่ายที่จำเป็นพร้อมใช้งาน

③ ตรวจสถานะบริการโทรศัพท์ตามข้อมูลผู้ให้บริการ

④ ระบุพอร์ต TEL1 หรือ TEL2 ที่ได้รับการเปิดบริการ

⑤ ตรวจว่าพอร์ตนั้นเป็น FXS

⑥ ใช้โทรศัพท์หรือ Test Set ที่รองรับตรวจบริการต้นทางตามวิธีปลอดภัย

⑦ ทดลองโทรออก

⑧ ทดลองโทรเข้า

⑨ บันทึกหมายเลขและพอร์ตจริง

⑩ เมื่อผ่านการตรวจ จึงเตรียมสายไปยัง PBX

ข้อควรระวัง

พอร์ต LAN ของ ONT ไม่ใช่ช่องจ่ายสัญญาณโทรศัพท์แอนะล็อกสำหรับ CO

นอกจากนี้ หาก ONT ไม่มีไฟ บริการโทรศัพท์ที่ผ่าน ONT อาจหยุดทำงาน แม้ PBX จะยังมีไฟสำรอง

⑪ วิธีตรวจพอร์ต FXS ของ VoIP Gateway

VoIP Gateway บางรุ่นสามารถแปลงบริการ VoIP ให้เป็นสัญญาณแอนะล็อกสำหรับพอร์ต CO ของ PBX

ผัง

VoIP Network

↓

VoIP Gateway

↓

FXS

↓

T/R

↓

KX-TES824 CO

จุดที่ต้องตรวจ

  1. Gateway มีพอร์ต FXS จริง
  2. ระบบลงทะเบียนบริการโทรศัพท์สำเร็จ
  3. พอร์ตได้รับการกำหนดหมายเลขที่ต้องการ
  4. โทรออกได้
  5. รับสายเข้าได้
  6. สัญญาณ Ringing เข้ากันได้
  7. การส่งสัญญาณกดหมายเลขทำงาน
  8. การวางสายและคืนสถานะเป็นปกติ
  9. ระบบไฟของ Gateway พร้อมใช้งาน

FXS กับ FXO ต่างกันอย่างไร

FXS: จ่ายวงจรโทรศัพท์แอนะล็อกให้โทรศัพท์หรือพอร์ต CO ที่เข้ากันได้

FXO: รับสัญญาณจากวงจรโทรศัพท์แอนะล็อก

จึงควรใช้พอร์ต FXS ที่เข้ากันได้เป็นแหล่งสัญญาณให้ CO ไม่ใช่นำพอร์ต FXO มาต่อแทนโดยตรง

⑫ วิธีตรวจแรงดันสายนอกก่อนต่อเข้า PBX

การตรวจแรงดันควรดำเนินการโดยช่างที่มีความชำนาญ โดยใช้เครื่องวัดที่รองรับวงจรโทรศัพท์แอนะล็อกและแรงดัน Ringing

ขั้นตอน

① ระบุคู่สาย T/R

② ตรวจสถานะบริการ

③ ตรวจว่าไม่มีความเสียหายภายนอกที่อาจเป็นอันตราย

④ เลือกเครื่องวัดและอุปกรณ์ต่อทดสอบที่เหมาะสม

⑤ ตรวจแรงดัน DC ตามสภาวะวงจร

⑥ ตรวจแรงดัน AC เมื่อจำเป็นตามวิธีที่ปลอดภัย

⑦ บันทึกสถานะวางหูหรือเรียกเข้า

⑧ เปรียบเทียบผลกับข้อมูลอุปกรณ์ต้นทาง

⑨ หากพบแรงดันผิดประเภท ให้หยุดการเชื่อมต่อ

⑩ ดำเนินการทดสอบอื่นต่อเมื่อวงจรปลอดภัย

ข้อสำคัญ

ไม่ควรใช้ค่าแรงดัน 48V เป็นเกณฑ์ตายตัวในการตัดสินว่าวงจรทุกประเภทใช้งานได้

แรงดันจาก FXS ของ ONT/Gateway อาจแตกต่างจากสายโทรศัพท์ PSTN แบบดั้งเดิม

⑬ วิธีทดสอบสายนอกด้วยโทรศัพท์แอนะล็อก

วิธีนี้ช่วยตรวจการทำงานของบริการต้นทางโดยไม่ผ่าน PBX

ต้องใช้โทรศัพท์ที่รองรับวงจรนั้น และเชื่อมต่อที่จุดส่งมอบซึ่งได้รับอนุญาตและผ่านการตรวจความปลอดภัยแล้ว

ขั้นตอน

① ตรวจชนิดสัญญาณและความเข้ากันได้

② ตรวจจุดส่งมอบโทรศัพท์

③ ตรวจสภาพสายและแรงดันด้วยวิธีที่เหมาะสม

④ ใช้โทรศัพท์ทดสอบที่ทราบว่าใช้งานได้

⑤ เชื่อมต่อผ่านช่องทดสอบหรือเต้ารับที่เหมาะสม

⑥ ตรวจสัญญาณพร้อมโทร

⑦ กดหมายเลขภายนอกที่ได้รับอนุญาตสำหรับทดสอบ

⑧ ตรวจว่าปลายทางรับสายได้

⑨ ทดสอบเสียงสนทนาทั้งสองทาง

⑩ วางสาย

⑪ ทดลองโทรเข้าจากโทรศัพท์อีกเครื่อง

⑫ บันทึกผล

หากไม่พบสัญญาณพร้อมโทร

ให้ตรวจสถานะบริการ อุปกรณ์ต้นทาง และจุดส่งมอบก่อน

ไม่ควรนำวงจรที่ยังไม่ผ่านการตรวจไปเสียบ PBX เพื่อดูว่าจะใช้งานได้หรือไม่

⑭ วิธีทดสอบสายนอกด้วย Telephone Test Set

Telephone Test Set เป็นเครื่องมือสำหรับช่างโทรศัพท์ที่ออกแบบมาสำหรับตรวจวงจรบางประเภท

สิ่งที่ตรวจได้ตามความสามารถของรุ่น

  • สถานะวงจร
  • สัญญาณพร้อมโทร
  • การโทรออก
  • การรับสาย
  • คุณภาพเสียง
  • การส่งสัญญาณกดหมายเลข

ขั้นตอนทั่วไป

  1. ตรวจพิกัดและข้อกำหนดของ Test Set
  2. ระบุประเภทวงจร
  3. ตรวจความปลอดภัย
  4. ใช้จุดทดสอบที่ได้รับอนุญาต
  5. ตรวจสถานะวงจร
  6. ทดสอบโทรออก
  7. ทดสอบโทรเข้า
  8. ตรวจคุณภาพเสียง
  9. บันทึกผล

ข้อควรระวัง

Telephone Test Set ไม่ได้รองรับทุกประเภทวงจรเหมือนกัน ต้องตรวจคู่มือของรุ่นที่ใช้งานก่อน

⑮ วิธีทดสอบโทรออกจากสายนอกก่อนต่อ KX-TES824

ขั้นตอนที่ 1 ยืนยันวงจร

ตรวจว่ากำลังทดสอบ LINE-01 หรือวงจรที่ต้องการจริง

ขั้นตอนที่ 2 ยืนยันอุปกรณ์ทดสอบ

ใช้โทรศัพท์หรือ Test Set ที่รองรับและผ่านการตรวจแล้ว

ขั้นตอนที่ 3 ตรวจสัญญาณพร้อมโทร

ยืนยันว่าบริการต้นทางอยู่ในสถานะพร้อมใช้งาน

ขั้นตอนที่ 4 กดหมายเลขทดสอบ

ใช้หมายเลขโทรศัพท์ที่ได้รับอนุญาต

ขั้นตอนที่ 5 ตรวจการเชื่อมต่อ

ตรวจว่าปลายทางได้รับสาย

ขั้นตอนที่ 6 ทดสอบเสียง

สนทนาทั้งสองทิศทาง

ขั้นตอนที่ 7 ตรวจการวางสาย

วางสายและตรวจว่าวงจรกลับสู่สถานะพร้อมใช้งาน

ขั้นตอนที่ 8 บันทึกผล

รายการผล
มีสัญญาณพร้อมโทรผ่าน / ไม่ผ่าน
กดหมายเลขได้ผ่าน / ไม่ผ่าน
โทรออกสำเร็จผ่าน / ไม่ผ่าน
เสียงขาไปปกติผ่าน / ไม่ผ่าน
เสียงขากลับปกติผ่าน / ไม่ผ่าน
วางสายปกติผ่าน / ไม่ผ่าน

⑯ วิธีทดสอบโทรเข้าหมายเลขสายนอก

การทดสอบโทรเข้าช่วยยืนยันว่าหมายเลขจากผู้ให้บริการถูกส่งมายังวงจรที่กำลังตรวจ

ขั้นตอน

① ตรวจหมายเลขโทรศัพท์ของ LINE-01

② ตรวจว่ามีอุปกรณ์ทดสอบที่รองรับเชื่อมต่อกับจุดส่งมอบ

③ ใช้โทรศัพท์ภายนอกโทรเข้าหมายเลขนั้น

④ ตรวจว่ามีสัญญาณเรียกเข้าที่อุปกรณ์ทดสอบ

⑤ รับสาย

⑥ ทดลองสนทนา

⑦ ตรวจเสียงสองทาง

⑧ วางสาย

⑨ บันทึกผล

ตัวอย่างตาราง

รายการผลตรวจ
หมายเลขรับสายถูกต้องผ่าน / ไม่ผ่าน
มีสัญญาณ Ringingผ่าน / ไม่ผ่าน
รับสายได้ผ่าน / ไม่ผ่าน
เสียงสนทนาปกติผ่าน / ไม่ผ่าน
วางสายได้ผ่าน / ไม่ผ่าน

ข้อสำคัญ

หากโทรออกได้แต่โทรเข้าไม่ได้ ปัญหาอาจเกี่ยวข้องกับการกำหนดหมายเลขของผู้ให้บริการหรือระบบต้นทาง

ต้องตรวจสาเหตุก่อนนำสายนั้นไปเชื่อมกับ PBX

⑰ วิธีตรวจหมายเลขโทรศัพท์สายนอกไม่ให้สลับกัน

หากสำนักงานมีหลายหมายเลข ต้องตรวจทีละวงจร

ตัวอย่าง

วงจรต้นทางพอร์ตเป้าหมาย
LINE-01TEL1CO1
LINE-02TEL2CO2
LINE-03FXS3CO3

วิธีตรวจ

  1. ระบุวงจรต้นทาง
  2. ตรวจหมายเลขที่ผู้ให้บริการกำหนด
  3. ตรวจการโทรเข้าของแต่ละหมายเลข
  4. ตรวจว่าหมายเลขสัมพันธ์กับพอร์ตต้นทางใด
  5. ติดป้าย LINE-01 เป็นต้นไป
  6. บันทึกคู่สายที่ MDF
  7. เชื่อมเข้าพอร์ต CO ตามแผน

ข้อควรระวัง

ไม่ควรดูเพียงหมายเลข Caller ID ขาออกแล้วสรุปว่าวงจรนั้นเป็นหมายเลขโทรศัพท์ใด เพราะบางบริการกำหนดหมายเลขแสดงผลแยกจากหมายเลขรับสายเข้า

⑱ วิธีตรวจหัว RJ11 ก่อนเสียบ CO

ตาม Panasonic Installation Manual พอร์ต CO ใช้สายแบบสองตัวนำ T/R

ผังหน้าสัมผัส

สำหรับหัว Modular 6 ตำแหน่งที่ใช้สองหน้าสัมผัสกลาง สามารถแสดงแนวคิดได้ดังนี้

– | – | T | R | – | –

สิ่งที่ต้องตรวจ

  • ใช้คู่สาย T/R ถูกต้อง
  • หัว Modular เหมาะกับชนิดสาย
  • หน้าสัมผัสไม่บิดงอ
  • สลักล็อกไม่หัก
  • ไม่มีเศษทองแดงสัมผัสกัน
  • สายไม่มีรอยชำรุด
  • ไม่มีการต่อผิดเข้าขั้ว H/L

วิธีตรวจความต่อเนื่อง

ต้องแยกสายออกจากแหล่งแรงดันและอุปกรณ์ทั้งสองด้านก่อนใช้ Cable Tester หรือ Multimeter ในโหมด Continuity

ไม่ควรนำเครื่องทดสอบสายแบบไม่มีไฟไปต่อกับวงจรสายนอกที่ยังมีสัญญาณ

⑲ วิธีตรวจสายช็อตและสายขาดก่อนต่อ CO

สายขาด (Open)

ตัวนำไม่ต่อถึงปลายทางตามที่ควรเป็น

สายช็อต (Short)

ตัวนำ T และ R สัมผัสกันผิดปกติ หรือมีการลัดวงจรไปยังตัวนำอื่น

ขั้นตอนตรวจ

① ระบุสายที่จะตรวจ

② แยกออกจากผู้ให้บริการ อุปกรณ์ต้นทาง และ PBX ตามขั้นตอนที่ได้รับอนุญาต

③ ตรวจยืนยันว่าไม่มีแรงดัน

④ ต่อ Cable Tester

⑤ ตรวจความต่อเนื่องของ T

⑥ ตรวจความต่อเนื่องของ R

⑦ ตรวจการลัดวงจรระหว่างตัวนำ

⑧ ตรวจ Wire Map

⑨ บันทึกผล

⑩ ซ่อมสายที่ผิดปกติและทดสอบซ้ำ

ข้อควรจำ

ห้ามใช้เครื่องวัดความต้านทานกับวงจรที่ยังเชื่อมต่อกับ ONT, FXS หรือบริการโทรศัพท์ภายนอก

ค่าที่วัดอาจมาจากวงจรอิเล็กทรอนิกส์และอาจทำให้เครื่องมือเสียหายได้

⑳ วิธีตรวจสายนอกที่ผ่าน MDF ก่อนต่อ PBX

สำนักงานหลายแห่งมีตู้ MDF สำหรับกระจายสายโทรศัพท์

ผัง

สายนอก LINE-01

↓

MDF ฝั่งผู้ให้บริการ

↓

Jumper Wire

↓

MDF ฝั่ง PBX

↓

สาย Modular

↓

CO1

จุดที่ต้องตรวจ

  1. จุดส่งมอบบริการ
  2. คู่สายต้นทาง
  3. Terminal CO-IN
  4. Jumper
  5. Terminal PBX-CO
  6. สายจาก MDF ไป CO
  7. หัว Modular
  8. ป้าย Cable ID

ขั้นตอน

① ตรวจหมายเลขวงจรจากเอกสาร

② ตรวจจุดต่อ MDF

③ ตรวจสภาพ Jumper

④ แยกส่วนที่จะใช้ทดสอบสายอย่างปลอดภัย

⑤ ตรวจความต่อเนื่องและการลัดวงจร

⑥ ตรวจแรงดันของบริการต้นทางด้วยเครื่องมือที่รองรับ

⑦ ยืนยันว่าการเชื่อมต่อถูกต้อง

⑧ เตรียมสายไปยัง PBX

ข้อควรระวัง

ไม่ควรดึง Jumper ของสายนอกที่กำลังใช้งานโดยไม่แจ้งผู้เกี่ยวข้อง และไม่ควรทดลองต่อสายนอกเข้าพอร์ต Extension

㉑ วิธีตรวจสายนอก CO1–CO3 ทีละคู่

หากมีสามวงจร ต้องตรวจแยกแต่ละคู่

ตารางทดสอบ

วงจรโทรออกโทรเข้าเสียงสถานะ
LINE-01ผ่าน/ไม่ผ่านผ่าน/ไม่ผ่านปกติ/ผิดปกติ__________
LINE-02ผ่าน/ไม่ผ่านผ่าน/ไม่ผ่านปกติ/ผิดปกติ__________
LINE-03ผ่าน/ไม่ผ่านผ่าน/ไม่ผ่านปกติ/ผิดปกติ__________

ลำดับตรวจ

  1. ตรวจ LINE-01 จนครบ
  2. บันทึกหมายเลขและผล
  3. ตรวจ LINE-02
  4. บันทึกหมายเลขและผล
  5. ตรวจ LINE-03
  6. บันทึกหมายเลขและผล
  7. เปรียบเทียบกับ CO Line Mapping
  8. ติดป้ายถาวร

ทำไมต้องตรวจทีละคู่

หากตรวจหลายวงจรพร้อมกัน อาจสับสนว่าหมายเลขใดสัมพันธ์กับสายใด โดยเฉพาะเมื่อมีการจัมเปอร์ผ่าน MDF หรือ ONT หลายพอร์ต

㉒ สายนอกมีสัญญาณพร้อมโทร แต่โทรออกไม่ได้ เกิดจากอะไร

การมี Dial Tone ไม่ได้ยืนยันว่าบริการโทรศัพท์ใช้งานได้ครบทุกฟังก์ชัน

สาเหตุที่เป็นไปได้

  • บริการโทรออกยังไม่เปิด
  • หมายเลขถูกจำกัดการโทร
  • รูปแบบการกดหมายเลขไม่ถูกต้อง
  • โหมดการส่งสัญญาณกดหมายเลขไม่ตรงกับต้นทาง
  • อุปกรณ์ ONT/Gateway ผิดปกติ
  • ระบบผู้ให้บริการมีปัญหา
  • คุณภาพคู่สายไม่ดี

วิธีตรวจ

① ทดลองใช้หมายเลขที่ได้รับอนุญาต

② ตรวจรูปแบบการกดหมายเลข

③ ตรวจ Dial Mode ที่บริการรองรับ

④ ตรวจสถานะผู้ให้บริการ

⑤ ตรวจคุณภาพเสียงและสัญญาณ

⑥ บันทึกข้อความหรืออาการที่พบ

⑦ ติดต่อผู้ให้บริการหากวงจรต้นทางโทรออกไม่ได้

ข้อสำคัญ

หากทดสอบโดยไม่ผ่าน PBX แล้วยังโทรออกไม่ได้ ต้องแก้ปัญหาที่บริการต้นทางก่อนตรวจการตั้งค่าพอร์ต CO ของ KX-TES824

㉓ สายนอกโทรออกได้แต่โทรเข้าไม่ได้ ต้องตรวจอะไร

สาเหตุที่พบได้

  1. ผู้ให้บริการยังไม่เปิดรับสายเข้า
  2. หมายเลขรับสายไม่ตรงกับพอร์ตที่ทดสอบ
  3. ONT/Gateway กำหนดหมายเลขเข้าผิด
  4. สัญญาณ Ringing มีปัญหา
  5. มีการตั้งค่าปฏิเสธหรือส่งต่อสาย
  6. บริการโทรศัพท์ต้นทางผิดปกติ

ขั้นตอน

① ยืนยันหมายเลขที่ต้องการรับสาย

② ตรวจวงจรที่กำลังทดสอบ

③ ใช้โทรศัพท์ภายนอกโทรเข้าหมายเลขนั้น

④ ตรวจสัญญาณเรียกเข้าที่อุปกรณ์ทดสอบ

⑤ ตรวจสถานะ ONT หรือ Gateway

⑥ ตรวจข้อมูลบริการจากผู้ให้บริการ

⑦ แก้ไขสาเหตุ

⑧ ทดสอบโทรเข้าอีกครั้ง

ข้อควรจำ

หากสายนอกยังไม่ได้เชื่อมกับ PBX การตั้งค่ารับสายของ KX-TES824 ยังไม่ใช่สาเหตุของการทดสอบโทรเข้าที่ล้มเหลวในจุดต้นทาง

㉔ วิธีตรวจคุณภาพเสียงของสายนอก

การทดสอบคุณภาพเสียงช่วยค้นหาปัญหาที่อาจไม่เห็นจากการมี Dial Tone

สิ่งที่ต้องฟัง

  • เสียงฮัม
  • เสียงซ่า
  • เสียงแตก
  • เสียงขาดหาย
  • เสียงเบาผิดปกติ
  • ได้ยินเพียงฝ่ายเดียว
  • มีสัญญาณรบกวนเป็นช่วง

ขั้นตอน

  1. โทรไปยังหมายเลขทดสอบ
  2. พูดประโยคที่ชัดเจน
  3. ให้ปลายทางตอบกลับ
  4. ตรวจเสียงทั้งสองทิศทาง
  5. ทดลองสนทนาต่อเนื่องตามความเหมาะสม
  6. วางสาย
  7. ตรวจการคืนสถานะวงจร

ตาราง

รายการผล
เสียงขาไปปกติ / ผิดปกติ
เสียงขากลับปกติ / ผิดปกติ
เสียงฮัมมี / ไม่มี
เสียงซ่ามี / ไม่มี
เสียงขาดหายมี / ไม่มี
วางสายสำเร็จใช่ / ไม่ใช่

ข้อแนะนำ

หากสายนอกมีเสียงผิดปกติตั้งแต่ก่อนเข้าตู้ ควรตรวจบริการและสายต้นทางก่อนเชื่อมกับ PBX

㉕ วิธีตรวจสายนอกเมื่อมีเสียงฮัมหรือเสียงซ่า

สาเหตุที่อาจเกี่ยวข้อง

  • จุดต่อ MDF หลวม
  • สายเสื่อม
  • มีความชื้น
  • หัว Modular ไม่แน่น
  • สัญญาณรบกวน
  • อุปกรณ์ ONT/Gateway
  • ระบบไฟหรือกราวด์ที่เกี่ยวข้อง

วิธีตรวจ

① ตรวจว่าอาการเกิดทุกวงจรหรือเพียงวงจรเดียว

② ตรวจบริการต้นทางด้วยอุปกรณ์ที่เหมาะสม

③ ตรวจสายและหัวต่อ

④ ตรวจ MDF

⑤ ตรวจจุดที่มีความชื้น

⑥ ตรวจคุณภาพเสียงซ้ำ

⑦ หากสงสัยปัญหาไฟฟ้าหรือกราวด์ ให้ผู้ชำนาญตรวจระบบ

ข้อควรระวัง

ไม่ควรถอดสายดินของ PBX หรือ ONT เพื่อทดลองแก้เสียงฮัม เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงไฟฟ้าดูด

㉖ สายนอกผ่านการทดสอบแล้ว ต้องเตรียมอะไรก่อนเสียบ CO

เช็กลิสต์

  • ตรวจว่าเป็นวงจรแอนะล็อกที่เข้ากันได้
  • ตรวจแรงดันและความปลอดภัย
  • โทรออกได้
  • โทรเข้าได้
  • คุณภาพเสียงผ่าน
  • วางสายแล้ววงจรกลับสู่สถานะปกติ
  • ตรวจหัว RJ11
  • ตรวจคู่ T/R
  • ตรวจไม่มีสายขาดหรือช็อต
  • ตรวจจุด MDF
  • ติดป้าย LINE-01
  • ยืนยันพอร์ต CO1 ที่ต้องการใช้งาน
  • ตรวจอุปกรณ์ป้องกันแรงดันกระชากตามการออกแบบ
  • บันทึกผลตรวจ

ขั้นตอนสุดท้าย

หลังผ่านการตรวจ จึงให้ช่างเชื่อมสายเข้าพอร์ต CO ที่ถูกต้องตามขั้นตอนการติดตั้งของผู้ผลิต

ไม่ควรนำสายที่พบแรงดันผิดประเภทหรือยังไม่ทราบชนิดวงจรไปเชื่อมกับ PBX

㉗ วิธีตรวจโปรแกรม CO หลังต่อสายนอก

เมื่อสายนอกต้นทางผ่านการตรวจและเชื่อมกับ PBX แล้ว ขั้นตอนถัดไปคือทดสอบการทำงานผ่านตู้

รายการสำคัญ

โปรแกรมหน้าที่
[400] CO Line Connectionกำหนดการเชื่อมต่อพอร์ต CO
[401] Dial Modeกำหนดรูปแบบการส่งสัญญาณโทรออกตามรุ่นและภูมิภาคที่รองรับ

โปรแกรม [400]

พอร์ต CO ที่มีสายนอกจริงควรกำหนดสถานะให้ตรงกับการใช้งาน

ส่วนพอร์ตที่ไม่ได้ต่อสายนอกควรกำหนดเป็น Not Connect ตามแนวทางของ Panasonic

โปรแกรม [401]

เกี่ยวข้องกับ Dial Mode เช่น DTMF หรือ Pulse ตามเงื่อนไขของรุ่นและประเทศ

ข้อควรระวัง

ไม่ใช่ทุกโปรแกรมจะมีตัวเลือกเหมือนกันทุกประเทศหรือภูมิภาค ต้องตรวจคู่มือที่ตรงกับรุ่นและเวอร์ชันของตู้

ควรสำรองค่าปัจจุบันก่อนแก้ไขโปรแกรม

㉘ ทำไมต่อสายนอกแล้วกด 9 ยังโทรไม่ได้

รหัส Automatic Line Access ใช้ให้ตู้เลือกสายนอกตามเงื่อนไขของระบบ แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะเลือก CO1 เสมอไป

สาเหตุที่เป็นไปได้

  1. CO ที่เชื่อมจริงไม่ได้เปิดใช้งานในโปรแกรม
  2. พอร์ตที่ไม่ได้ต่อสายถูกกำหนดเป็น Connect
  3. ระบบเลือก CO ที่ไม่มีวงจรจริง
  4. Extension ไม่มีสิทธิ์โทรออก
  5. รูปแบบการกดหมายเลขไม่ถูกต้อง
  6. สายนอกต้นทางมีปัญหา
  7. Dial Mode ไม่ตรงกับบริการ

สิ่งที่ควรตรวจ

  • CO Line Connection [400]
  • Dial Mode [401] ตามรุ่น
  • สิทธิ์ Outgoing CO
  • วิธีเลือก CO เฉพาะช่อง
  • สถานะพอร์ตจริง

ข้อควรจำ

คู่มือ Panasonic ระบุว่าการเลือกสายนอกอัตโนมัติอาจพิจารณา CO ที่ว่างตามลำดับที่ระบบกำหนด ดังนั้นหากตั้งพอร์ตที่ไม่มีสายไว้เป็น Connect อาจทำให้เลือกช่องที่ไม่มีบริการจริง

㉙ วิธีทดสอบ CO1 หลังเชื่อมสายนอกเข้าตู้

ขั้นตอน

① ตรวจว่าสายนอก LINE-01 ผ่านการทดสอบก่อนเข้าตู้แล้ว

② ตรวจสาย T/R

③ ตรวจว่าต่อเข้าพอร์ต CO1 จริง

④ ตรวจการตั้งค่า CO Line Connection

⑤ ตรวจสิทธิ์โทรออกของ Extension ทดสอบ

⑥ เลือก CO1 โดยตรงผ่านวิธีที่ระบบรองรับ เช่นปุ่ม S-CO1 ที่ตั้งค่าไว้บนโทรศัพท์ PT

⑦ โทรไปยังหมายเลขทดสอบ

⑧ ตรวจคุณภาพเสียง

⑨ วางสาย

⑩ ใช้โทรศัพท์ภายนอกโทรเข้าหมายเลข LINE-01

⑪ ตรวจว่าระบบรับสายตามการกำหนด

⑫ บันทึกผล

ข้อควรระวัง

การกด 9 อย่างเดียวอาจทำให้ระบบเลือก CO2 หรือ CO3 ได้ ไม่ควรใช้เป็นวิธีเดียวในการยืนยันว่า CO1 ทำงานจริง

㉚ วิธีทดสอบ CO หลายช่องหลังติดตั้ง

สำหรับสำนักงานที่มีสายนอกหลายวงจร ควรทดสอบแต่ละ CO แยกกัน

ตารางตัวอย่าง

COวงจรต้นทางโทรออกโทรเข้าผลรวม
CO1LINE-01ผ่าน/ไม่ผ่านผ่าน/ไม่ผ่าน__________
CO2LINE-02ผ่าน/ไม่ผ่านผ่าน/ไม่ผ่าน__________
CO3LINE-03ผ่าน/ไม่ผ่านผ่าน/ไม่ผ่าน__________
CO4LINE-04ผ่าน/ไม่ผ่านผ่าน/ไม่ผ่าน__________
CO5LINE-05ผ่าน/ไม่ผ่านผ่าน/ไม่ผ่าน__________
CO6LINE-06ผ่าน/ไม่ผ่านผ่าน/ไม่ผ่าน__________
CO7LINE-07ผ่าน/ไม่ผ่านผ่าน/ไม่ผ่าน__________
CO8LINE-08ผ่าน/ไม่ผ่านผ่าน/ไม่ผ่าน__________

วิธีดำเนินการ

  1. ตรวจจำนวนพอร์ตที่มีจริง
  2. ตรวจว่ามีวงจรเชื่อมต่อช่องใดบ้าง
  3. เลือก CO แต่ละช่องโดยตรง
  4. ทดสอบโทรออก
  5. ทดสอบโทรเข้า
  6. ตรวจเสียงสนทนา
  7. บันทึกหมายเลขโทรศัพท์
  8. ตรวจช่องที่ไม่ได้ต่อสาย
  9. เปรียบเทียบกับ CO Line Mapping

ช่องที่ไม่ได้ติดตั้งหรือไม่มีวงจรจริงให้ระบุ Not Installed หรือ Not Connected ในเอกสาร ไม่ต้องทดสอบเหมือนช่องที่มีบริการ

㉛ ตารางวิเคราะห์สายนอกก่อนต่อเข้า KX-TES824

อาการสาเหตุที่เป็นไปได้จุดตรวจ
ไม่มี Dial Toneบริการไม่พร้อมหรือสายเสียผู้ให้บริการ / ONT
โทรออกไม่ได้บริการหรือการกดหมายเลขต้นทาง
โทรเข้าไม่ได้หมายเลขหรือ Routing ต้นทางผู้ให้บริการ / Gateway
ไม่มีเสียงสนทนาสายหรืออุปกรณ์ต้นทางจุดส่งมอบ
เสียงซ่าจุดต่อหรือสายเสื่อมMDF / RJ11
มีแรงดันผิดประเภทความผิดปกติที่อาจเป็นอันตรายหยุดงานและให้ช่างตรวจ
สายสลับหมายเลขMapping ผิดLINE / MDF
ต่อ PBX แล้วโทรออกไม่ได้CO Program หรือสิทธิ์KX-TES824
กด 9 แล้วไม่มีสัญญาณระบบเลือก CO ที่ไม่มีสาย[400] และการเลือก CO
โทรเข้า PBX แล้วไม่ดังการกำหนดรับสายเข้าIncoming Call Setting

㉜ ตัวอย่างตรวจสายนอก 3 วงจรก่อนติดตั้งสำนักงาน

สมมุติสำนักงานเตรียมสายนอก 3 วงจรจาก ONT/Gateway

ข้อมูลระบบ

  • Panasonic KX-TES824 จำนวน 1 เครื่อง
  • LINE-01 จำนวน 1 วงจร
  • LINE-02 จำนวน 1 วงจร
  • LINE-03 จำนวน 1 วงจร
  • MDF จำนวน 1 จุด
  • โทรศัพท์ภายใน 8 เครื่อง

ตารางแผน

วงจรต้นทางพอร์ต PBX
LINE-01TEL1CO1
LINE-02TEL2CO2
LINE-03FXS3CO3

ขั้นตอนตรวจ

① ตรวจบริการของแต่ละพอร์ตต้นทาง

② ตรวจว่าพอร์ตเป็น FXS

③ ตรวจความปลอดภัยของวงจร

④ ทดสอบ LINE-01 โทรออก

⑤ ทดสอบ LINE-01 โทรเข้า

⑥ ตรวจคุณภาพเสียง LINE-01

⑦ ดำเนินการซ้ำกับ LINE-02

⑧ ดำเนินการซ้ำกับ LINE-03

⑨ ตรวจคู่สายผ่าน MDF

⑩ ตรวจหัว Modular

⑪ ติดป้าย LINE-01 ถึง LINE-03

⑫ เชื่อมเข้าพอร์ต CO ตามแผน

⑬ ตรวจโปรแกรม [400]

⑭ ตรวจ Dial Mode ตามความจำเป็น

⑮ ทดสอบผ่าน PBX ทีละ CO

⑯ บันทึกผลส่งมอบ

ข้อดี

หากมีวงจรใดโทรไม่ได้ตั้งแต่ต้นทาง จะสามารถแยกปัญหาออกจาก PBX ได้ทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาปรับโปรแกรมตู้โดยไม่มีข้อมูลรองรับ

㉝ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการทดสอบสายนอก

1. ไม่ทดสอบก่อนเสียบ CO

ทำให้ไม่ทราบว่าสายเสียตั้งแต่ต้นทางหรือไม่

2. นำพอร์ต LAN ต่อเข้า CO

เป็นการเชื่อมต่อผิดประเภทวงจร

3. เข้าใจว่า ONT มี TEL2 แล้วต้องใช้งานได้

พอร์ตอาจยังไม่ได้เปิดบริการ

4. ไม่ทดสอบรับสายเข้า

ทำให้ไม่พบปัญหาหมายเลขโทรศัพท์ต้นทาง

5. ใช้ Caller ID ขาออกยืนยันหมายเลขเพียงอย่างเดียว

บางบริการกำหนดหมายเลขแสดงผลแตกต่างจากหมายเลขรับสาย

6. ใช้ Multimeter โหมด Ohm กับสายมีไฟ

เสี่ยงทำให้เครื่องมือเสียหาย

7. ไม่ตรวจหัว RJ11

อาจพบคู่ T/R ไม่ตรงตำแหน่ง

8. ไม่ตรวจ Jumper MDF

ทำให้หมายเลขหรือวงจรสลับกัน

9. ตั้ง CO ที่ไม่มีสายเป็น Connect

อาจทำให้ระบบเลือกช่องที่ไม่มีบริการ

10. ใช้รหัส Automatic Line Access แล้วสรุปว่าทดสอบ CO1

ระบบอาจเลือก CO ช่องอื่น

㉞ เช็กลิสต์ทดสอบสายนอกก่อนต่อ Panasonic KX-TES824

ตรวจบริการต้นทาง

  • ตรวจชนิดบริการโทรศัพท์
  • ตรวจแหล่งสัญญาณ
  • ตรวจพอร์ต TEL/FXS
  • ตรวจการเปิดบริการ
  • ตรวจหมายเลขโทรศัพท์
  • ตรวจว่าเป็นแอนะล็อกที่เข้ากันได้

ตรวจความปลอดภัย

  • ตรวจสภาพสาย
  • ตรวจรอยไหม้
  • ตรวจความชื้น
  • ตรวจแรงดันด้วยเครื่องมือที่เหมาะสม
  • ไม่สัมผัสตัวนำเปลือย
  • ไม่ลัดวงจร T/R
  • ไม่ใช้ Continuity บนวงจรมีไฟ
  • ตรวจความเสี่ยงจากไฟฟ้ากำลัง

ทดสอบสัญญาณต้นทาง

  • มี Dial Tone
  • กดหมายเลขได้
  • โทรออกสำเร็จ
  • รับสายเข้าสำเร็จ
  • เสียงขาไปปกติ
  • เสียงขากลับปกติ
  • วางสายได้
  • หมายเลขสัมพันธ์กับวงจรที่ตรวจ

ตรวจสาย

  • ตรวจ T/R
  • ตรวจหัว RJ11
  • ตรวจ Cable ID
  • ตรวจ MDF
  • ตรวจ Jumper
  • ตรวจสายขาด
  • ตรวจสายช็อต
  • ตรวจสายสลับ

หลังต่อเข้าตู้

  • ตรวจพอร์ต CO ที่ถูกต้อง
  • ตรวจ CO Line Connection [400]
  • ตรวจ Dial Mode ตามความจำเป็น
  • ตรวจสิทธิ์โทรออก
  • เลือก CO โดยตรงได้
  • โทรออกผ่าน PBX ได้
  • โทรเข้าผ่าน PBX ได้
  • เสียงสนทนาปกติ
  • บันทึกผลครบ

㉟ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทดสอบสายนอก KX-TES824

ต้องทดสอบสายนอกก่อนต่อ Panasonic KX-TES824 ไหม

ควรทดสอบทุกวงจร เพื่อยืนยันว่าบริการต้นทางพร้อมใช้งานก่อนเชื่อมกับ PBX

สายนอก CO ใช้สายกี่เส้น

ใช้สองตัวนำ ได้แก่ T และ R

ใช้โทรศัพท์ธรรมดาทดสอบสายนอกได้ไหม

ได้เมื่อเป็นโทรศัพท์แอนะล็อกที่เข้ากันได้ และต่อผ่านจุดทดสอบที่ได้รับอนุญาตและปลอดภัย

ใช้ Telephone Test Set ตรวจได้ไหม

ได้หาก Test Set รองรับประเภทวงจรและวิธีตรวจนั้น

สายนอกไม่มี Dial Tone เกิดจากอะไร

อาจเกิดจากบริการไม่พร้อม อุปกรณ์ต้นทางผิดปกติ สายขาด หรือจุดต่อมีปัญหา

สายนอกมี Dial Tone แต่โทรออกไม่ได้เกิดจากอะไร

อาจเกิดจากการจำกัดบริการ รูปแบบหมายเลข Dial Mode หรืออุปกรณ์ต้นทาง

สายนอกโทรออกได้แต่โทรเข้าไม่ได้เกิดจากอะไร

อาจเกิดจากการกำหนดหมายเลขหรือการรับสายของบริการต้นทาง

ต่อสายนอกจาก ONT เข้า KX-TES824 ได้ไหม

ได้เมื่อใช้พอร์ต TEL/FXS ที่รองรับบริการแอนะล็อกและเข้ากันกับพอร์ต CO

ต่อพอร์ต LAN ของ ONT เข้า CO ได้ไหม

ไม่ได้ เพราะพอร์ต LAN เป็น Ethernet ไม่ใช่วงจรโทรศัพท์แอนะล็อก

ใช้ Multimeter วัดแรงดันสายนอกได้ไหม

ได้โดยผู้มีความรู้และใช้เครื่องวัดที่มีพิกัดรองรับสภาพวงจร

วัดความต้านทานสายนอกที่ยังมีไฟได้ไหม

ไม่ได้ ต้องแยกวงจรจากแหล่งแรงดันและอุปกรณ์ก่อน

ตรวจหมายเลขสายนอกหลายคู่ไม่ให้สลับอย่างไร

ตรวจการโทรเข้าของแต่ละวงจรและบันทึกหมายเลขคู่กับพอร์ตต้นทางและ Cable ID

สายนอกผ่านการทดสอบแล้ว แต่ต่อ PBX โทรไม่ได้เกิดจากอะไร

ควรตรวจพอร์ต CO การตั้งค่า [400] สิทธิ์โทรออก วิธีเลือกสายนอก และ Dial Mode

โปรแกรม [400] ของ Panasonic KX-TES824 คืออะไร

ใช้กำหนดสถานะการเชื่อมต่อของพอร์ตสายนอก CO ตามการตั้งค่าระบบ

หลังต่อ CO ต้องทดสอบอะไรอีก

ทดสอบการเลือก CO โดยตรง โทรออก รับสายเข้า คุณภาพเสียง และการวางสาย พร้อมบันทึกผล

㊱ สรุปวิธีทดสอบสายนอกก่อนต่อ Panasonic KX-TES824

การทดสอบสายนอกก่อนต่อเข้า Panasonic KX-TES824 เป็นขั้นตอนสำคัญของงานติดตั้งตู้สาขา เพราะช่วยยืนยันว่าบริการโทรศัพท์จากผู้ให้บริการ ONT หรือ VoIP Gateway พร้อมใช้งานจริง ก่อนเชื่อมต่อกับพอร์ต CO

สิ่งที่ต้องตรวจ ได้แก่ ชนิดสัญญาณโทรศัพท์แอนะล็อก คู่สาย T/R สภาพหัว RJ11 แรงดันที่เหมาะสม การโทรออก การรับสายเข้า คุณภาพเสียง และการคืนสถานะหลังวางสาย

หากมีหลายวงจร ต้องตรวจหมายเลขโทรศัพท์ทีละคู่สาย และจัดทำ CO Line Mapping เพื่อป้องกันการนำหมายเลขไปต่อผิดพอร์ต

สำหรับระบบที่ใช้ ONT ต้องตรวจพอร์ต TEL/FXS และสถานะการเปิดบริการ ไม่ควรนำพอร์ต Ethernet หรือ PoE มาเชื่อมกับ CO ของตู้

หลังสายนอกผ่านการทดสอบแล้ว จึงเชื่อมเข้าพอร์ต CO ที่ถูกต้อง ตรวจโปรแกรม CO Line Connection [400] และทดสอบการโทรผ่าน PBX โดยเลือกสายนอกที่ต้องการโดยตรง

หากบริการต้นทางโทรไม่ได้ตั้งแต่ก่อนเชื่อมตู้ ควรแก้ไขที่แหล่งสัญญาณก่อน ไม่ควรรีเซ็ตหรือเปลี่ยนการตั้งค่า Panasonic KX-TES824 โดยไม่มีสาเหตุรองรับ

ComSiam แนะนำให้ช่างติดตั้งและซ่อมบำรุงตรวจสายนอกทุกวงจรก่อนเชื่อมต่อ PBX พร้อมเก็บผลการทดสอบและเอกสาร CO Line Mapping เพื่อช่วยลดเวลาตรวจซ่อม ป้องกันความผิดพลาดจากการต่อสาย และเพิ่มความมั่นใจในการส่งมอบระบบโทรศัพท์สำนักงาน

ComSiam Professional Team