ComSiam Service
วิธีต่อสายนอกหลายคู่เข้า Panasonic KX-TES824 ไม่ให้หมายเลขโทรศัพท์สลับกัน ต้องเริ่มจากระบุหมายเลขโทรศัพท์และคู่สายต้นทางแต่ละวงจรให้ชัดเจน จากนั้นกำหนดให้คู่สาย LINE-01, LINE-02 และ LINE-03 เชื่อมต่อเข้าพอร์ต CO1, CO2 และ CO3 ตามแผนที่วางไว้ พร้อมติดป้ายทั้งต้นทางและปลายทาง และทดสอบรับสายเข้า–โทรออกแยกทีละพอร์ต
Panasonic KX-TES824 เป็นตู้สาขาโทรศัพท์แบบ Advanced Hybrid System ที่รองรับสายนอกพื้นฐาน 3 ช่อง และขยายได้สูงสุด 8 ช่องด้วยการ์ดขยายที่เหมาะสม การต่อสายนอกหลายคู่จึงต้องจัดการทั้งตำแหน่งพอร์ต หมายเลขโทรศัพท์ จุดจัมเปอร์ใน MDF และการตั้งค่าในตู้สาขาให้ตรงกัน
ปัญหาที่พบบ่อยในสำนักงาน ได้แก่ ลูกค้าโทรเข้าหมายเลขฝ่ายขายแต่ไปดังที่แผนกบัญชี โทรออกแล้วแสดงหมายเลขไม่ตรงกับที่ต้องการ หรือ CO1 กับ CO2 ถูกสลับกันหลังช่างย้ายสายโทรศัพท์
บทความนี้ ComSiam จะอธิบายวิธีเดินสาย CO หลายคู่ การระบุหมายเลขต้นทาง การทำ CO Line Mapping วิธีจัมเปอร์ผ่าน MDF การทดสอบด้วยปุ่ม S-CO และการแก้ปัญหาสายนอกสลับช่อง เพื่อให้ระบบ Panasonic KX-TES824 ใช้งานได้ถูกต้องและตรวจซ่อมง่าย
① สายนอกหลายคู่ของ Panasonic KX-TES824 คืออะไร
สายนอกหลายคู่หมายถึงการนำวงจรโทรศัพท์แอนะล็อกมากกว่าหนึ่งวงจรเชื่อมต่อเข้ากับตู้ PBX
แต่ละวงจรจะมีคู่สาย T และ R ของตัวเอง
ตัวอย่างสำนักงาน
สำนักงานมีหมายเลขโทรศัพท์ภายนอก 3 หมายเลข
- หมายเลขหลักสำนักงาน
- หมายเลขฝ่ายขาย
- หมายเลขฝ่ายบริการลูกค้า
หากแต่ละหมายเลขเป็นบริการแอนะล็อกหนึ่งวงจร สามารถจัดให้เชื่อมต่อกับ CO1, CO2 และ CO3 ตามลำดับได้
ประโยชน์
- แยกหมายเลขโทรศัพท์แต่ละแผนก
- รองรับการสนทนาภายนอกหลายวงจร
- กำหนดสิทธิ์เลือกสายนอกได้
- จัดระบบรับสายเข้าตามแผนกได้
- ตรวจสอบสายนอกที่มีปัญหาได้ง่าย
- เพิ่มความสะดวกในการย้ายหรือเปลี่ยนบริการโทรศัพท์
ข้อควรรู้: หมายเลขโทรศัพท์หนึ่งหมายเลขไม่ได้เท่ากับหนึ่งพอร์ต CO เสมอไป เพราะบริการจากผู้ให้บริการบางประเภทอาจมีหลายหมายเลขหรือมีรูปแบบการกำหนดหมายเลขแตกต่างกัน ต้องตรวจรายละเอียดบริการจริงก่อนออกแบบ
② Panasonic KX-TES824 รองรับสายนอกได้กี่คู่
| รายการ | จำนวน |
|---|---|
| CO พื้นฐาน | 3 |
| CO สูงสุด | 8 |
| Extension พื้นฐาน | 8 |
| Extension สูงสุด | 24 |
การ์ดขยายที่เกี่ยวข้อง
| รุ่นการ์ด | เพิ่ม CO | เพิ่ม Extension |
|---|---|---|
| KX-TE82483 | 3 | 8 Hybrid |
| KX-TE82480 | 2 | 8 SLT |
เมื่อติดตั้งการ์ดตามรูปแบบที่ผู้ผลิตรองรับ จะเพิ่มจำนวนพอร์ต CO จาก 3 เป็นสูงสุด 8 ช่อง
ก่อนวางแผนเดินสายหลายคู่ ควรตรวจจำนวนพอร์ตที่มีอยู่จริง เพื่อไม่ให้เตรียมวงจรเกินจำนวนที่ตู้รองรับ
③ ทำไมสายนอก CO1, CO2 และ CO3 จึงสลับกัน
สายนอกสลับกันอาจเกิดจากความผิดพลาดระหว่างเดินสาย จัมเปอร์ หรือจัดทำเอกสาร
สาเหตุที่พบบ่อย
- ไม่ติดป้ายคู่สายตั้งแต่ต้นทาง
- เข้าสาย MDF ไม่ตรงกับแผน
- สายจัมเปอร์ผิดตำแหน่ง
- เสียบหัว Modular ผิดพอร์ต
- ใช้สีสายแทนการยืนยันวงจร
- หมายเลขบนป้ายไม่ตรงกับหมายเลขจริง
- ผู้ให้บริการเปลี่ยนวงจรโดยไม่มีการอัปเดตข้อมูล
- ช่างย้ายสายโดยไม่ได้บันทึก
- การตั้งค่ารับสายเข้าไม่ตรงกับที่คาด
- ใช้ Automatic Line Access ทดสอบแล้วเข้าใจผิดว่าเลือก CO ช่องที่ต้องการ
ตัวอย่าง
ตั้งใจให้หมายเลขฝ่ายขายเชื่อมกับ CO2 แต่สายจริงถูกเสียบเข้ากับ CO3
เมื่อระบบกำหนดให้ CO2 รับสายเข้าที่ฝ่ายขาย อาจทำให้การรับสายไม่ตรงตามแผนที่วางไว้
การแก้ปัญหาต้องตรวจทั้งสายจริงและโปรแกรม ไม่ใช่ดูเพียงป้าย CO บนตู้
④ พอร์ต CO ใช้สายกี่เส้นต่อหนึ่งวงจร
ตาม Panasonic KX-TES824 Installation Manual พอร์ต Outside CO Line ใช้สายแบบ 2-Conductor Wiring
ประกอบด้วย
- T — Tip
- R — Ring
ตัวอย่างจำนวนคู่สาย
| จำนวน CO | ตัวนำที่ใช้ | คู่สาย |
|---|---|---|
| 1 CO | 2 | 1 |
| 2 CO | 4 | 2 |
| 3 CO | 6 | 3 |
| 5 CO | 10 | 5 |
| 8 CO | 16 | 8 |
จำนวนนี้เป็นจำนวนตัวนำของวงจรที่ใช้งาน ไม่ได้รวมคู่สายสำรอง
ข้อควรระวัง
ห้ามนำ T จากวงจรหนึ่งและ R จากอีกวงจรมาต่อรวมเป็น CO เดียวกัน
ต้องรักษาคู่สายต้นทางของแต่ละวงจรให้ครบตลอดเส้นทาง
⑤ วิธีวางแผน CO Line Mapping ก่อนเดินสาย
CO Line Mapping คือเอกสารที่ระบุความสัมพันธ์ระหว่างหมายเลขโทรศัพท์ภายนอก วงจรต้นทาง จุดต่อ MDF และพอร์ต PBX
ตัวอย่าง
| หมายเลขโทรศัพท์ | รหัสวงจร | พอร์ต PBX | แผนก |
|---|---|---|---|
| เบอร์สำนักงานหลัก | LINE-01 | CO1 | Reception |
| เบอร์ฝ่ายขาย | LINE-02 | CO2 | Sales |
| เบอร์บริการลูกค้า | LINE-03 | CO3 | Service |
ควรบันทึกหมายเลขโทรศัพท์จริงไว้ในเอกสารระบบ แต่ไม่จำเป็นต้องพิมพ์หมายเลขลงบนป้ายสายทุกจุด หากต้องการลดความเสี่ยงจากข้อมูลล้าสมัยเมื่อมีการเปลี่ยนเบอร์
ข้อมูลที่ควรมี
- หมายเลขโทรศัพท์
- รหัสวงจร
- ชื่อผู้ให้บริการ
- ตำแหน่งสายต้นทาง
- จุดต่อ MDF
- หมายเลขพอร์ต CO
- แผนกหรือหน้าที่ของสายนอก
- สถานะการใช้งาน
- วันที่ทดสอบ
- ผู้รับผิดชอบ
⑥ วิธีตั้งรหัส LINE-01 ถึง LINE-08 ให้ไม่สับสน
การกำหนดรหัสวงจรควรใช้รูปแบบเดียวกันทั้งระบบ
ตัวอย่างชื่อ
| รหัส | ความหมาย |
|---|---|
| LINE-01 | วงจรโทรศัพท์ต้นทางหมายเลข 1 |
| LINE-02 | วงจรโทรศัพท์ต้นทางหมายเลข 2 |
| LINE-03 | วงจรโทรศัพท์ต้นทางหมายเลข 3 |
| CO-01 | พอร์ต CO1 ของ PBX |
| CO-02 | พอร์ต CO2 ของ PBX |
| CO-03 | พอร์ต CO3 ของ PBX |
| CAB-CO01 | สายเชื่อมต่อสำหรับ CO1 |
หลักการตั้งป้าย
ควรแยก รหัสวงจรต้นทาง ออกจาก รหัสพอร์ตปลายทาง
ตัวอย่างเช่น LINE-02 อาจถูกย้ายจาก CO2 ไป CO3 ได้ในอนาคต โดยหมายเลขวงจรต้นทางยังเป็น LINE-02 เหมือนเดิม
หากใช้ชื่อ LINE-02 และ CO2 แทนกันทั้งหมด จะทำให้เอกสารสับสนเมื่อมีการย้ายพอร์ต
⑦ อุปกรณ์ที่ใช้ต่อสายนอกหลายคู่
| อุปกรณ์ | หน้าที่ |
|---|---|
| สายโทรศัพท์หลายคู่ | รวมวงจร CO หลายเส้น |
| Modular Plug | เชื่อมต่อพอร์ต CO |
| MDF หรือ Terminal Block | รวมและกระจายสาย |
| Jumper Wire | เชื่อมวงจรระหว่าง Terminal |
| Telephone Test Set | ทดสอบบริการโทรศัพท์ |
| Multimeter ที่เหมาะสม | ตรวจแรงดันตามวิธีปลอดภัย |
| Tone Generator และ Probe | ระบุคู่สายด้วยวิธีที่รองรับ |
| Cable Tester | ตรวจสายที่แยกจากแหล่งแรงดันแล้ว |
| เครื่องพิมพ์ป้าย | ระบุวงจรและพอร์ต |
| Cable Tie หรือ Velcro | จัดระเบียบชุดสาย |
| อุปกรณ์ป้องกันไฟกระชาก | ป้องกันวงจรตามการออกแบบ |
ควรใช้เครื่องมือที่รองรับวงจรโทรศัพท์จริง เพราะสายนอกอาจมีแรงดันขณะพักสายและแรงดันเรียกเข้า
⑧ วิธีตรวจหมายเลขโทรศัพท์ต้นทางก่อนต่อสาย
การระบุหมายเลขต้นทางเป็นขั้นตอนที่ช่วยป้องกันสายนอกสลับกันได้มากที่สุด
ขั้นตอนที่ 1 ตรวจเอกสารผู้ให้บริการ
ตรวจว่ามีบริการโทรศัพท์กี่วงจร และหมายเลขใดสัมพันธ์กับวงจรไหน
ขั้นตอนที่ 2 ตรวจจุดส่งมอบ
ดูว่าแต่ละวงจรออกมาจาก Terminal หรือพอร์ต TEL/FXS ใด
ขั้นตอนที่ 3 ติดป้ายชั่วคราว
กำหนด LINE-01, LINE-02 และ LINE-03 ที่จุดต้นทางก่อน
ขั้นตอนที่ 4 ทดสอบบริการ
ให้ช่างใช้วิธีทดสอบที่เหมาะสมกับวงจร เพื่อตรวจรับสายและโทรออกแยกแต่ละแหล่ง
ขั้นตอนที่ 5 ตรวจหมายเลขที่สัมพันธ์กับวงจร
ใช้หมายเลขโทรศัพท์ทดสอบที่ได้รับอนุญาต โดยพิจารณาว่าหมายเลขผู้โทรที่แสดงอาจถูกกำหนดจากผู้ให้บริการ ไม่ใช่ยืนยันตำแหน่งสายได้ทุกกรณี
ขั้นตอนที่ 6 บันทึกผล
เมื่อยืนยันวงจรได้แล้ว จึงจัดทำตารางหมายเลขและติดป้ายถาวร
ข้อสำคัญ: ไม่ควรใช้ Caller ID ขาออกอย่างเดียวเพื่อระบุคู่สาย เพราะผู้ให้บริการบางระบบอาจกำหนดหมายเลขแสดงผลแตกต่างจากหมายเลขที่รับสายเข้า
⑨ วิธีต่อสายนอก 3 คู่เข้า Panasonic KX-TES824 ทีละขั้นตอน
ตัวอย่างนี้เป็นระบบพื้นฐานที่มี CO1–CO3
ขั้นตอนที่ 1 ตรวจพอร์ต PBX
อ่านพอร์ต CO1, CO2 และ CO3 จากเครื่องจริงและคู่มือ
ขั้นตอนที่ 2 ตรวจสัญญาณต้นทาง
ตรวจว่าแต่ละ LINE เป็นวงจรโทรศัพท์แอนะล็อกที่เข้ากันได้
ขั้นตอนที่ 3 ตรวจแรงดันอย่างปลอดภัย
ใช้เครื่องมือและขั้นตอนที่เหมาะสมก่อนจับต้องหรือเชื่อมต่อวงจร
ขั้นตอนที่ 4 กำหนดรหัสคู่สาย
- LINE-01
- LINE-02
- LINE-03
ขั้นตอนที่ 5 จัดทำผังการเชื่อมต่อ
LINE-01 → CO1
LINE-02 → CO2
LINE-03 → CO3
ขั้นตอนที่ 6 เตรียมสายและหัวต่อ
เลือกสายสองตัวนำสำหรับแต่ละวงจร และหัว Modular ที่เข้ากันได้
ขั้นตอนที่ 7 ตรวจความต่อเนื่อง
เมื่อแยกสายออกจากแหล่งแรงดันและอุปกรณ์ทั้งสองด้านแล้ว ให้ตรวจสายขาด สายช็อตและการสลับตัวนำ
ขั้นตอนที่ 8 ต่อสายผ่าน MDF หากมี
เชื่อมสายแต่ละวงจรเข้าจุด Terminal ที่กำหนด
ขั้นตอนที่ 9 เชื่อมต่อเข้าพอร์ต CO
ให้ช่างเสียบหัวสายที่ผ่านการตรวจแล้วเข้าพอร์ต CO1–CO3 ตามแผน
ขั้นตอนที่ 10 จัดระเบียบสาย
ยึดสายให้ไม่มีแรงดึงต่อพอร์ตและติดป้ายทั้งสองด้าน
ขั้นตอนที่ 11 ตรวจโปรแกรม PBX
ตรวจการเปิดใช้งานพอร์ต สิทธิ์เลือกสายนอก และการกำหนดรับสายเข้า
ขั้นตอนที่ 12 ทดสอบโทรออกทีละ CO
ใช้วิธีเลือกพอร์ตเฉพาะ ไม่ใช้การเลือกอัตโนมัติเพียงอย่างเดียว
ขั้นตอนที่ 13 ทดสอบโทรเข้าทีละหมายเลข
ยืนยันว่าแต่ละวงจรเข้ามายังจุดที่กำหนด
ขั้นตอนที่ 14 จัดทำรายงาน
บันทึกหมายเลขโทรศัพท์ พอร์ตจริง ผลทดสอบและวันที่ตรวจ
⑩ วิธีต่อสายนอกหลายคู่ผ่าน MDF ไม่ให้สลับกัน
การใช้ MDF ช่วยแยกตรวจวงจรต้นทางและสายที่ไปยังตู้ PBX ได้สะดวก
แผนผังตัวอย่าง
ผู้ให้บริการ LINE-01 → MDF-A01 → MDF-B01 → CO1
ผู้ให้บริการ LINE-02 → MDF-A02 → MDF-B02 → CO2
ผู้ให้บริการ LINE-03 → MDF-A03 → MDF-B03 → CO3
ตัวอย่างตาราง
| วงจร | MDF ต้นทาง | MDF ปลายทาง | พอร์ต |
|---|---|---|---|
| LINE-01 | A01 | B01 | CO1 |
| LINE-02 | A02 | B02 | CO2 |
| LINE-03 | A03 | B03 | CO3 |
สิ่งที่ควรทำ
- แยกกลุ่มสาย CO จาก Extension
- ติดป้าย Terminal ทุกจุด
- ใช้ Jumper Wire ตามแผน
- ไม่ปล่อยสายจัมเปอร์พันกัน
- บันทึกตำแหน่งจัมเปอร์
- ตรวจวงจรหลังการเปลี่ยนสายทุกครั้ง
- เก็บคู่สายสำรองแยกจากคู่ที่ใช้งาน
ห้ามใช้การแตะหรือจับตัวนำด้วยมือเพื่อค้นหาคู่สาย เพราะอาจมีแรงดันโทรศัพท์อยู่
⑪ วิธีจัดสีสายโทรศัพท์หลายคู่ให้ถูกต้อง
สายโทรศัพท์หลายคู่มักใช้ระบบรหัสสีเพื่อระบุแต่ละคู่
ตัวอย่างสาย 25 คู่ตามระบบสีมาตรฐานที่ใช้กันทั่วไป
สีหลักกลุ่มแรกคือขาว และสีรองได้แก่
- น้ำเงิน
- ส้ม
- เขียว
- น้ำตาล
- เทา
จึงได้คู่สีลำดับต้น ๆ ดังนี้
| คู่ที่ | สี |
|---|---|
| 1 | ขาว-น้ำเงิน |
| 2 | ขาว-ส้ม |
| 3 | ขาว-เขียว |
| 4 | ขาว-น้ำตาล |
| 5 | ขาว-เทา |
ข้อควรระวัง
ลำดับสีของสายขึ้นอยู่กับมาตรฐานและประเภทสายที่ใช้จริง
บางสายอาจใช้สีต่างออกไป จึงควรตรวจเอกสารสายหรือ Cable Schedule ประกอบ
ไม่ควรสรุปว่าสายสีน้ำเงินต้องเป็น CO1 เสมอ เพราะสีสายเป็นเพียงตัวช่วยระบุคู่ ไม่ใช่หลักฐานว่าวงจรนั้นมีหมายเลขโทรศัพท์อะไร
⑫ ใช้สาย Cat5e สำหรับ CO หลายคู่ได้ไหม
สาย Cat5e มีคู่สายบิดเกลียว 4 คู่ และสามารถใช้เป็นตัวนำสำหรับวงจรโทรศัพท์แอนะล็อกที่เข้ากันได้ หากออกแบบและเข้าขั้วอย่างเหมาะสม
ตัวอย่างการวางแผน
| วงจร | คู่สีในสาย Cat5e |
|---|---|
| CO1 | น้ำเงิน / ขาวน้ำเงิน |
| CO2 | ส้ม / ขาวส้ม |
| CO3 | เขียว / ขาวเขียว |
| คู่สำรอง | น้ำตาล / ขาวน้ำตาล |
นี่เป็นตัวอย่างการจัดคู่เพื่ออธิบายหลักการ ไม่ใช่ข้อบังคับของ Panasonic
ข้อควรระวัง
- ต้องใช้คู่ตัวนำจริง ไม่แยกตัวนำคนละคู่มารวมกัน
- ต้องตรวจแรงดันและชนิดบริการโทรศัพท์
- ห้ามต่อวงจร CO เข้ากับ Ethernet Switch
- ห้ามต่อเข้าพอร์ต PoE
- ต้องแยกและติดป้ายสายให้ชัดเจน
- เลือกขั้วต่อให้เหมาะกับชนิดตัวนำ
- ปฏิบัติตามข้อกำหนดการแยกวงจรและมาตรฐานอาคาร
หากสาย Cat5e เดิมใช้สำหรับระบบ LAN อยู่ ต้องตรวจและแยกวงจรก่อน ไม่ควรแบ่งสายใช้งานโดยเดาสถานะของคู่ที่ว่าง
⑬ วิธีต่อ CO หลายคู่จาก ONT หรือ VoIP Gateway
อาคารบางแห่งได้รับบริการโทรศัพท์หลายวงจรผ่าน ONT หรือ VoIP Gateway
ตัวอย่าง
ONT / Gateway
TEL1 → LINE-01 → CO1
TEL2 → LINE-02 → CO2
FXS3 → LINE-03 → CO3
ขั้นตอนตรวจ
- ตรวจว่าแต่ละพอร์ตเป็น FXS
- ตรวจว่ามีบริการโทรศัพท์พร้อมใช้งาน
- ตรวจว่าวงจรเป็นแอนะล็อกที่เข้ากันได้
- ระบุหมายเลขรับสายเข้าที่สัมพันธ์กับแต่ละพอร์ต
- ติดป้ายพอร์ตต้นทาง
- ตรวจสาย T/R
- เชื่อมต่อเข้าพอร์ต CO ตามตาราง
- ทดสอบรับสายทีละหมายเลข
- ทดสอบโทรออกทีละวงจร
ข้อควรรู้
บาง ONT อาจมี TEL1 และ TEL2 แต่ไม่ได้เปิดบริการครบทั้งสองพอร์ต
นอกจากนี้หลายหมายเลขอาจถูกตั้งให้รับผ่านพอร์ตเดียว ขึ้นอยู่กับบริการของผู้ให้บริการ
จึงต้องตรวจโครงสร้างบริการ ไม่ควรนับจำนวนหมายเลขจากจำนวนช่อง TEL อย่างเดียว
⑭ หมายเลขโทรศัพท์สลับกันเพราะสายหรือโปรแกรม
เมื่อรับสายผิดแผนก ต้องแยกสาเหตุว่ามาจากการต่อสายหรือการตั้งค่าภายใน PBX
กรณีที่ 1 สายสลับ
หมายเลขฝ่ายขายที่ควรอยู่ LINE-02 ถูกเชื่อมเข้ากับ CO3 แทน CO2
กรณีที่ 2 โปรแกรมรับสายไม่ตรง
สายเข้าที่ CO2 ถูกต้องแล้ว แต่กำหนดให้ Extension ฝ่ายบัญชีรับสาย
กรณีที่ 3 Time Service
กลางวันสายเข้าที่ Reception แต่กลางคืนถูกส่งไปยังอีกแผนกตามค่าที่ตั้งไว้
กรณีที่ 4 ผู้ให้บริการเปลี่ยนการกำหนดหมายเลข
หมายเลขโทรศัพท์หลายหมายเลขอาจถูกส่งผ่านพอร์ต FXS ที่ต่างจากเดิม
ตารางวิเคราะห์
| อาการ | ควรตรวจ |
|---|---|
| หมายเลข A เข้าพอร์ต B | วงจรต้นทางและ MDF |
| CO ถูกต้อง แต่ดังผิดแผนก | การกำหนดรับสาย |
| ผิดเฉพาะกลางคืน | Night Mode |
| ผิดหลังเปลี่ยน ONT | การจับคู่หมายเลขกับ FXS |
| โทรออกแสดงหมายเลขแปลก | ผู้ให้บริการและการเลือก CO |
ต้องยืนยันพอร์ตจริงก่อนแก้โปรแกรม เพื่อไม่ให้เปลี่ยนค่าที่ทำงานถูกต้องอยู่แล้ว
⑮ วิธีไล่สายนอก CO1–CO3 ไม่ให้หมายเลขสลับ
ขั้นตอนที่ 1 ตรวจหมายเลขทั้งหมด
จัดทำรายชื่อหมายเลขที่ให้บริการจริง
ขั้นตอนที่ 2 ตรวจแหล่งสัญญาณ
ระบุคู่สายหรือพอร์ต FXS ที่สัมพันธ์กับแต่ละหมายเลข
ขั้นตอนที่ 3 ตรวจ MDF
ตรวจจุด Terminal และ Jumper
ขั้นตอนที่ 4 ตรวจพอร์ต PBX
ยืนยัน LINE-01 เชื่อม CO1 และวงจรอื่นตรงตามตาราง
ขั้นตอนที่ 5 ตรวจการตั้งค่ารับสาย
ดูว่า CO1, CO2 และ CO3 ถูกกำหนดให้โทรศัพท์เครื่องใดรับสาย
ขั้นตอนที่ 6 โทรเข้าทีละหมายเลข
โทรเข้าหมายเลข A แล้วบันทึกวงจรและปลายทางจริง
ทำซ้ำกับหมายเลข B และ C
ขั้นตอนที่ 7 โทรออกทีละ CO
ใช้ S-CO เพื่อเลือกสายนอกที่กำหนดโดยตรง
ขั้นตอนที่ 8 เปรียบเทียบผล
ตรวจว่าสายจริงตรงกับ CO Line Mapping
ขั้นตอนที่ 9 แก้ไขเฉพาะจุด
หากพบสายสลับ ให้แจ้งผู้ใช้งานและแก้ตามแผนที่ปลอดภัย
ขั้นตอนที่ 10 ทดสอบใหม่ทั้งหมด
ตรวจทั้งรับสายเข้าและโทรออกหลังแก้ไข
⑯ วิธีทดสอบ CO1, CO2 และ CO3 ทีละวงจร
การทดสอบต้องแยกแต่ละพอร์ตเพื่อป้องกันการเข้าใจผิด
ตัวอย่างตาราง
| CO | วงจร | โทรเข้า | โทรออก | หมายเลขตรง |
|---|---|---|---|---|
| CO1 | LINE-01 | ผ่าน / ไม่ผ่าน | ผ่าน / ไม่ผ่าน | ใช่ / ไม่ใช่ |
| CO2 | LINE-02 | ผ่าน / ไม่ผ่าน | ผ่าน / ไม่ผ่าน | ใช่ / ไม่ใช่ |
| CO3 | LINE-03 | ผ่าน / ไม่ผ่าน | ผ่าน / ไม่ผ่าน | ใช่ / ไม่ใช่ |
ขั้นตอนการโทรเข้า
- ใช้หมายเลขภายนอกที่ได้รับอนุญาต
- โทรเข้าหมายเลขของ LINE-01
- ตรวจการรับสายผ่าน CO1 ตามแผน
- บันทึกผล
- ทำซ้ำกับ LINE-02 และ LINE-03
ขั้นตอนการโทรออก
- ใช้โทรศัพท์ PT ที่รองรับ
- ตรวจการกำหนดปุ่ม S-CO
- เลือก CO1 โดยตรง
- โทรไปยังหมายเลขทดสอบ
- ตรวจการเชื่อมต่อและเสียง
- ทำซ้ำ CO2 และ CO3
ไม่ควรใช้หมายเลขฉุกเฉินเพื่อทดลองโทรออก
⑰ ทำไมกด 9 แล้วตรวจไม่ได้ว่าเป็น CO ช่องไหน
รหัส Automatic Line Access ใช้ให้ระบบเลือกสายนอกตามเงื่อนไขการตั้งค่า
หากมี CO หลายช่อง ระบบอาจเลือกวงจรที่ว่างโดยอัตโนมัติ
ตัวอย่าง
สำนักงานมี CO1, CO2 และ CO3
เมื่อยกหูแล้วกดรหัสออกสายนอก ระบบอาจเลือก CO2 หาก CO1 กำลังถูกใช้งาน
จึงไม่สามารถสรุปว่าการโทรครั้งนั้นออกผ่าน CO1 ได้
วิธีที่เหมาะสม
ใช้ปุ่ม S-CO สำหรับเลือกสายนอกช่องที่ต้องการบนโทรศัพท์ PT ที่รองรับ
หากต้องการทดสอบ CO3 ให้เลือก S-CO3 ไม่ใช่เพียงรหัส Automatic Line Access
ควรตรวจสิทธิ์โทรออกและการกำหนดปุ่มให้ตรงกับระบบด้วย
⑱ วิธีตั้งปุ่ม S-CO1 ถึง S-CO3 สำหรับตรวจสาย
โทรศัพท์ Panasonic PT ที่รองรับ Flexible CO Button สามารถกำหนดปุ่มสำหรับเลือก CO ช่องเฉพาะได้
ตัวอย่างการตั้ง
- กด PROGRAM
- เลือกปุ่ม Flexible CO ที่ต้องการ
- กด
0สำหรับ S-CO - ป้อนหมายเลขพอร์ต CO
- กด STORE
- กด PROGRAM เพื่อออก
ตัวอย่าง
| ปุ่ม | ค่า |
|---|---|
| ปุ่มที่ 1 | S-CO1 |
| ปุ่มที่ 2 | S-CO2 |
| ปุ่มที่ 3 | S-CO3 |
ข้อควรระวัง
หากปุ่มเดิมถูกกำหนดเป็น DSS หรือ One-touch Dialling ต้องบันทึกค่าก่อนเปลี่ยน
ไม่ควรแก้ปุ่มของเครื่องพนักงานที่กำลังใช้งานอยู่โดยไม่ได้รับอนุญาต
⑲ วิธีตรวจ CO หลายคู่เมื่อโทรออกแสดงหมายเลขผิด
หากโทรออกแล้วปลายทางเห็นหมายเลขไม่ตรงกับที่ต้องการ ต้องแยกสาเหตุหลายส่วน
สิ่งที่ต้องตรวจ
- โทรออกผ่าน CO ช่องใด
- หมายเลขใดสัมพันธ์กับวงจรต้นทาง
- พอร์ต FXS ที่เลือกถูกต้องหรือไม่
- ผู้ให้บริการกำหนด Caller ID ขาออกอย่างไร
- มีการกำหนดหมายเลขกลางสำหรับแสดงผลหรือไม่
- ระบบ Gateway มีการตั้งค่าหมายเลขหรือไม่
- มีการใช้บริการโทรศัพท์ที่รวมหลายหมายเลขอยู่หรือไม่
ข้อควรจำ
หมายเลขที่แสดงบนโทรศัพท์ปลายทางไม่ได้พิสูจน์โดยลำพังว่าเลือก CO ช่องใด เพราะหมายเลขแสดงผลอาจถูกกำหนดจากระบบของผู้ให้บริการ
จึงต้องตรวจทั้ง Port Mapping และข้อมูลบริการต้นทางประกอบ
⑳ ต่อ CO หลายคู่แล้วโทรเข้าผิดแผนกต้องแก้อย่างไร
ขั้นตอนที่ 1 ตรวจว่าหมายเลขโทรศัพท์เข้าวงจรใด
ตรวจ LINE-01, LINE-02 หรือ LINE-03
ขั้นตอนที่ 2 ตรวจพอร์ต CO
ยืนยันว่าคู่สายเข้าพอร์ตตามที่กำหนดจริง
ขั้นตอนที่ 3 ตรวจการกำหนดรับสายเข้า
ดูว่าแต่ละ CO ถูกกำหนดให้ Extension หรือกลุ่มใดรับสาย
ขั้นตอนที่ 4 ตรวจ Time Service
ตรวจ Day, Night และ Lunch Mode
ขั้นตอนที่ 5 ตรวจ DISA หากใช้งาน
ระบบตอบรับอัตโนมัติอาจเปลี่ยนเส้นทางการรับสาย
ขั้นตอนที่ 6 ทดสอบใหม่
โทรเข้าทีละหมายเลขและบันทึกปลายทางที่รับสายจริง
หากสายจริงถูกต้องแล้ว ควรแก้เฉพาะการตั้งค่ารับสายที่ไม่ตรงกับแผน ไม่ควรย้ายสายโดยไม่จำเป็น
㉑ วิธีเพิ่ม CO4–CO8 ไม่ให้สายเดิมสลับ
เมื่อสำนักงานขยายสายนอก ต้องตรวจจำนวนพอร์ตและการ์ดขยายก่อนเริ่มงาน
ขั้นตอนที่ 1 ตรวจการ์ดขยาย
ยืนยันว่ามีพอร์ต CO เพิ่มตามที่ต้องการ
ขั้นตอนที่ 2 สำรองข้อมูลโปรแกรม
เก็บค่าที่เกี่ยวข้องกับสายนอกและสิทธิ์โทรออก
ขั้นตอนที่ 3 ตรวจคู่สายต้นทางใหม่
ติดป้าย LINE-04 เป็นต้นไป
ขั้นตอนที่ 4 ขยายตาราง CO Line Mapping
เพิ่มหมายเลขโทรศัพท์ พอร์ตและจุด MDF
ขั้นตอนที่ 5 ตรวจการเชื่อมต่อ
ใช้คู่สาย T/R สำหรับแต่ละวงจร
ขั้นตอนที่ 6 ตรวจการกำหนด CO ใหม่
ตั้งค่าตามความต้องการของสำนักงาน
ขั้นตอนที่ 7 ทดสอบ CO ใหม่แยกจากของเดิม
ตรวจรับสายและโทรออกทีละวงจร
ขั้นตอนที่ 8 ทดสอบ CO เดิมซ้ำ
ยืนยันว่า CO1–CO3 ยังทำงานเหมือนเดิม
ข้อควรระวัง
ห้ามติดตั้งหรือถอดการ์ดขยายขณะเครื่องมีไฟ ต้องปฏิบัติตามคู่มือการแยกแหล่งจ่ายไฟทั้งหมดก่อนทำงานภายในตู้
㉒ วิธีจัดสาย CO หลายคู่ให้ซ่อมง่าย
การจัดสายต้องคำนึงถึงการตรวจซ่อมในอนาคตด้วย
แนวทางที่แนะนำ
- แยกชุดสาย CO จาก Extension
- ติดป้ายสายทุกวงจร
- ใช้รหัส LINE และ CO แยกกัน
- ยึดสายไม่ให้ดึงพอร์ต Modular
- ใช้ Strap และ Rivet ตามคู่มือ
- จัดสายผ่าน MDF ตามแผน
- ไม่รัดสายแน่นเกินไป
- ไม่ให้สายหักงอ
- ไม่วางสายบังช่องระบายอากาศ
- บันทึกการเปลี่ยนจัมเปอร์ทุกครั้ง
ตัวอย่างป้าย
LINE-01 / MDF-A01
PBX-CO1 / CAB-CO01
การติดป้ายต้นทางและปลายทางช่วยลดเวลาค้นหาสาย เมื่อมีผู้ให้บริการหรือช่างคนใหม่เข้ามาดูแลระบบ
㉓ ตัวอย่างต่อสายนอก 5 คู่ในสำนักงาน
สมมุติสำนักงานมี Panasonic KX-TES824 ที่ติดตั้งการ์ดขยายรองรับ CO จำนวน 5 ช่อง
แผนการใช้งาน
| CO | วงจร | แผนก |
|---|---|---|
| CO1 | LINE-01 | Reception |
| CO2 | LINE-02 | Sales |
| CO3 | LINE-03 | Service |
| CO4 | LINE-04 | Account |
| CO5 | LINE-05 | Management |
ขั้นตอน
- ตรวจพอร์ต CO1–CO5
- ตรวจวงจร LINE-01 ถึง LINE-05
- ตรวจหมายเลขบริการจริง
- ติดป้ายต้นทาง
- ตรวจแรงดันและชนิดวงจร
- เตรียมสาย T/R
- จัดจุดต่อ MDF
- เชื่อมวงจรตามแผน
- ตรวจการตั้งค่า PBX
- ทดสอบรับสายเข้าทุกหมายเลข
- ทดสอบเลือก CO ทุกช่อง
- ตรวจสิทธิ์ของแต่ละแผนก
- บันทึกผลและส่งมอบ
สิ่งที่ควรตรวจเพิ่มเติม
หากมีโทรศัพท์ PT ต้องตรวจการกำหนดปุ่ม Flexible CO ให้สัมพันธ์กับจำนวนสายนอกที่มีจริง
㉔ ตารางแก้ปัญหาสายนอก Panasonic KX-TES824 สลับกัน
| อาการ | สาเหตุที่เป็นไปได้ | วิธีตรวจ |
|---|---|---|
| CO1 กลายเป็นเบอร์ฝ่ายขาย | สายหรือ MDF สลับ | ตรวจ LINE Mapping |
| CO2 โทรออกไม่ได้ | บริการ สาย หรือสิทธิ์ | ตรวจต้นทางและ PBX |
| โทรออกแสดงหมายเลขอื่น | Gateway หรือผู้ให้บริการ | ตรวจ Caller ID และ CO |
| โทรเข้าผิดแผนก | การรับสายหรือสายสลับ | ตรวจ Incoming Call Distribution |
| ผิดเฉพาะเวลากลางคืน | Night Mode | ตรวจ Time Service |
| CO3 ไม่มีสัญญาณ | สายขาดหรือบริการไม่พร้อม | ตรวจวงจร |
| เพิ่ม CO ใหม่แล้วของเดิมเสีย | สายหรือโปรแกรมเปลี่ยน | เปรียบเทียบค่าก่อน–หลัง |
| ปุ่ม CO เลือกช่องผิด | Flexible CO Programming | ตรวจปุ่ม S-CO |
แนวทางตรวจที่ถูกต้อง
ควรระบุปัญหาเป็นหนึ่งในสามกลุ่มก่อน
- วงจรต้นทางผิด
- เส้นทางสายผิด
- การตั้งค่า PBX ผิด
จากนั้นแก้ไขเฉพาะสาเหตุที่ตรวจพบ
㉕ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการต่อสายนอกหลายคู่
1. ไม่ทำ CO Line Mapping
ทำให้หมายเลขโทรศัพท์และพอร์ต CO สับสนกัน
2. ไม่ทดสอบหมายเลขต้นทาง
ทำให้วงจรที่ได้รับจากผู้ให้บริการถูกระบุผิด
3. ใช้สีสายแทนการยืนยันว่าสายเป็นหมายเลขใด
สีสายไม่บอกหมายเลขโทรศัพท์จริง
4. จัมเปอร์ MDF ผิด
ทำให้สายนอกเข้าพอร์ตไม่ตรงตามแผน
5. ไม่ติดป้ายปลายทาง
ทำให้ตรวจซ่อมลำบากเมื่อมีการย้ายสาย
6. ใช้รหัส 9 ทดสอบทุก CO
อาจทำให้ระบบเลือกสายนอกช่องที่ว่างโดยอัตโนมัติ
7. ดู Caller ID แล้วสรุปว่าพอร์ตตรง
ผู้ให้บริการอาจกำหนดหมายเลขแสดงผลต่างจากวงจรจริง
8. ไม่ตรวจพอร์ต FXS ของ ONT
หลายหมายเลขอาจไม่ได้แยกออกคนละพอร์ตตามที่คาด
9. เพิ่ม CO แล้วไม่ทดสอบของเดิม
อาจไม่พบว่าสายหรือโปรแกรมเดิมเปลี่ยนไป
10. ไม่บันทึกการเปลี่ยนสาย
ทำให้เอกสารไม่ตรงกับสภาพระบบจริง
㉖ เช็กลิสต์ต่อสายนอกหลายคู่ Panasonic KX-TES824
ตรวจข้อมูลต้นทาง
- ตรวจจำนวนวงจรโทรศัพท์
- ตรวจจำนวนหมายเลขที่ให้บริการ
- ตรวจผู้ให้บริการ
- ตรวจพอร์ต TEL/FXS หากใช้
- ตรวจชนิดวงจร
- ตรวจแรงดันอย่างปลอดภัย
- ทดสอบบริการต้นทาง
- กำหนด LINE-01 ถึง LINE-08 ตามจริง
ตรวจระบบสาย
- ตรวจจำนวนพอร์ต CO
- ตรวจการ์ดขยาย
- ตรวจขั้ว T/R
- ตรวจหัว Modular
- ตรวจสายขาด
- ตรวจสายช็อต
- ตรวจเส้นทางผ่าน MDF
- ตรวจ Jumper
- ติดป้ายต้นทาง
- ติดป้ายปลายทาง
- จัดสายไม่ให้ดึงพอร์ต
ตรวจโปรแกรม
- ตรวจ CO ที่เปิดใช้งาน
- ตรวจสิทธิ์โทรออก
- ตรวจกลุ่มสายนอก
- ตรวจการกำหนดรับสาย
- ตรวจ Time Service
- ตรวจปุ่ม S-CO
- สำรองค่าโปรแกรมก่อนเปลี่ยน
ทดสอบระบบ
- โทรเข้าทุกหมายเลข
- ยืนยันพอร์ตที่รับสาย
- โทรออกทุก CO
- ตรวจหมายเลขปลายทางที่แสดงเมื่อเหมาะสม
- ตรวจคุณภาพเสียง
- ตรวจการวางสาย
- ทดสอบ Extension ที่เกี่ยวข้อง
- ทดสอบ CO เดิมหลังเพิ่มวงจรใหม่
- บันทึกผลตรวจ
เอกสารส่งมอบ
- CO Line Mapping
- Cable Mapping
- MDF Jumper Schedule
- รายการหมายเลขโทรศัพท์
- ตารางการรับสายเข้า
- รายการสิทธิ์โทรออก
- รายงานทดสอบ
- ภาพถ่ายจุดต่อสาย
- วันที่และผู้รับผิดชอบ
㉗ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการต่อ CO หลายคู่
Panasonic KX-TES824 ต่อสายนอกได้กี่คู่
รองรับ 3 คู่ในระบบพื้นฐาน และสูงสุด 8 คู่เมื่อขยายด้วยการ์ดที่เหมาะสม
CO1, CO2 และ CO3 ใช้สายกี่เส้น
ใช้วงจรละสองตัวนำ T/R รวมสามวงจรเป็นหกตัวนำ
ทำไมหมายเลขโทรศัพท์ CO1 กับ CO2 สลับกัน
อาจเกิดจากการต่อสายผิดพอร์ต จัมเปอร์ MDF ผิด หรือข้อมูลหมายเลขต้นทางไม่ตรงกับที่บันทึกไว้
แก้สายนอกสลับต้องเปลี่ยนโปรแกรมไหม
ไม่เสมอไป หากสาเหตุเกิดจากสาย ต้องแก้เส้นทางสาย แต่หากสายถูกต้องและการรับสายผิดจุด จึงพิจารณาแก้โปรแกรม
Panasonic KX-TES824 ใช้ MDF กับสายนอกหลายคู่ได้ไหม
ได้ และเหมาะกับการจัดคู่สายและตรวจซ่อมเมื่อมีหลายวงจร
ใช้สาย Cat5e ต่อ CO สามคู่ได้ไหม
ได้เมื่อใช้คู่สายที่เหมาะสมและออกแบบเป็นวงจรโทรศัพท์แอนะล็อก โดยไม่เชื่อมต่อเข้ากับ Ethernet หรือ PoE
กด 9 แล้วตรวจ CO1 ได้ไหม
ไม่สามารถยืนยัน CO1 ได้เสมอไป เพราะระบบอาจเลือกสายนอกช่องอื่นโดยอัตโนมัติ
วิธีเลือก CO2 โดยตรงทำอย่างไร
ใช้ปุ่ม S-CO ที่กำหนดให้เลือก CO2 บนโทรศัพท์ PT ที่รองรับ
ทำไมโทรออกแล้วแสดงหมายเลขไม่ตรงกับสายนอก
อาจเกิดจากการเลือก CO ผิดหรือการกำหนด Caller ID ขาออกของผู้ให้บริการหรือ Gateway
CO จาก ONT หลายพอร์ตต่อได้ไหม
ได้เมื่อแต่ละพอร์ตเป็น FXS ที่เปิดบริการและเข้ากันได้กับวงจร CO ของตู้
ต่อ CO4–CO8 ต้องเปลี่ยนตู้ไหม
อาจไม่จำเป็น หากตู้สามารถติดตั้งการ์ดขยายที่รองรับจนถึงความจุสูงสุดได้
หลังเพิ่มสายนอกต้องทดสอบ CO เดิมไหม
ควรทดสอบอีกครั้ง เพื่อยืนยันว่าไม่มีการต่อสายหรือโปรแกรมเดิมเปลี่ยนโดยไม่ตั้งใจ
㉘ สรุปวิธีต่อสายนอกหลายคู่เข้า Panasonic KX-TES824 ไม่ให้หมายเลขสลับกัน
การต่อสายนอกหลายคู่เข้า Panasonic KX-TES824 ต้องเริ่มจากการระบุหมายเลขโทรศัพท์และวงจรต้นทางให้ชัดเจน โดยแยกรหัส LINE-01, LINE-02 และ LINE-03 ออกจากรหัสพอร์ต CO1, CO2 และ CO3
แต่ละสายนอกใช้คู่สาย T/R หนึ่งคู่ และต้องรักษาคู่สายเดิมตลอดเส้นทาง ไม่ว่าจะเดินสายตรงหรือผ่าน MDF
การทำ CO Line Mapping และติดป้ายต้นทาง–ปลายทางเป็นวิธีสำคัญในการป้องกันสายสลับ โดยเฉพาะระบบที่มีการเปลี่ยนผู้ให้บริการ ย้ายพอร์ต หรือเพิ่ม CO4–CO8 ในอนาคต
หลังเชื่อมต่อ ต้องทดสอบรับสายทีละหมายเลขและเลือกสายนอกแต่ละช่องโดยตรงผ่าน S-CO เพื่อยืนยันว่าสายจริงตรงกับพอร์ตที่วางแผน ไม่ควรใช้ Automatic Line Access หรือหมายเลข Caller ID เพียงอย่างเดียวในการยืนยันวงจร
หากพบว่าสายเข้าผิดแผนก ต้องตรวจแยกว่าเกิดจากการต่อสาย MDF การกำหนดพอร์ต CO หรือโปรแกรมรับสายเข้า รวมถึง Time Service ก่อนดำเนินการแก้ไข
ComSiam แนะนำให้ช่างเก็บข้อมูล CO Line Mapping, MDF Jumper Schedule และผลทดสอบโทรเข้า–โทรออกทุกวงจร เพื่อช่วยป้องกันหมายเลขโทรศัพท์สลับกัน ลดเวลาตรวจซ่อม และทำให้ระบบ Panasonic KX-TES824 รองรับการขยายและการบำรุงรักษาในระยะยาวได้อย่างเป็นระบบ
ComSiam Professional Team







