ComSiam Service
วิธีต่อเบอร์ภายในเครื่องแรก Panasonic KX-TES824 ให้เริ่มจากเลือกพอร์ต Extension Jack 01 ของตู้สาขา จากนั้นเลือกโทรศัพท์ที่รองรับ เตรียมสายโทรศัพท์ให้ครบจำนวนตัวนำ และตรวจผังขั้วให้ถูกต้องก่อนเชื่อมต่อ โดยโทรศัพท์ธรรมดา SLT ใช้สาย 2 ตัวนำ T/R ส่วนโทรศัพท์ระบบ Panasonic PT เช่น KX-T7735 ใช้สาย 4 ตัวนำ H/T/R/L
เมื่อเชื่อมต่อเรียบร้อยแล้ว ให้ตรวจสัญญาณพร้อมโทร ตรวจหมายเลข Extension ที่ตั้งไว้ และทดลองโทรจากเครื่องแรกไปยังโทรศัพท์ภายในเครื่องที่สองซึ่งใช้งานได้ เพื่อยืนยันว่าระบบสามารถโทรออกภายใน รับสาย และสนทนาได้ตามปกติ
ตามคู่มือ Panasonic KX-TES824 พอร์ต Jack 01 มีความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะถูกกำหนดให้เป็น Manager Extension โดยอัตโนมัติในระบบเริ่มต้น และเป็นตำแหน่งที่ผู้ผลิตแนะนำให้เชื่อมต่อโทรศัพท์ระบบแบบมีหน้าจอสำหรับการตั้งค่าตู้สาขา
อย่างไรก็ตาม Jack 01 ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นเบอร์ 101 เสมอไป เพราะหมายเลข Extension ขึ้นอยู่กับ Numbering Plan และค่าที่ถูกโปรแกรมไว้
บทความนี้ ComSiam จะอธิบายวิธีต่อโทรศัพท์ภายในเครื่องแรกเข้ากับ Panasonic KX-TES824 อย่างละเอียด ตั้งแต่การเลือก Jack 01 การต่อสาย RJ11 การตรวจสาย การเชื่อมต่อผ่าน MDF การตรวจหมายเลขภายใน การทดสอบโทรศัพท์ และวิธีแก้ปัญหาเมื่อเครื่องแรกไม่มีสัญญาณหรือโทรไม่ได้
① เบอร์ภายในเครื่องแรกของ Panasonic KX-TES824 คืออะไร
เบอร์ภายในเครื่องแรกหมายถึงโทรศัพท์เครื่องแรกที่นำมาเชื่อมต่อกับระบบ Extension ของตู้สาขา
สำหรับการติดตั้งใหม่ นิยมเริ่มจาก Extension Jack 01 เพราะเป็นพอร์ตแรกของระบบพื้นฐาน และมีบทบาทสำคัญกับการตั้งค่าระบบผ่านโทรศัพท์ PT ที่รองรับ
หน้าที่ของเครื่องแรก
- ใช้ตรวจการทำงานพื้นฐานของตู้สาขา
- ใช้ทดสอบสัญญาณพร้อมโทร
- ใช้ทดสอบการโทรไปยัง Extension อื่น
- ใช้ตรวจหมายเลขเบอร์ภายใน
- ใช้เป็นจุดอ้างอิงสำหรับ Port Mapping
- สามารถใช้เป็นเครื่องรับสายหลักของสำนักงานตามการตั้งค่า
- ใช้สำหรับโปรแกรมตู้เมื่อเป็น PT แบบมีหน้าจอที่รองรับ
- ใช้ตรวจฟังก์ชันรับสาย โอนสาย และโทรออกภายนอก
การต่อเครื่องแรกให้ถูกต้องช่วยให้ตรวจสอบขั้นตอนถัดไปได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมีโทรศัพท์หลายเครื่อง
② Panasonic KX-TES824 มีเบอร์ภายในกี่ช่อง
Panasonic KX-TES824 รองรับพอร์ตภายในเริ่มต้น 8 ช่อง
| รายการ | จำนวน |
|---|---|
| Extension พื้นฐาน | 8 |
| Extension สูงสุดเมื่อขยาย | 24 |
| CO พื้นฐาน | 3 |
| CO สูงสุด | 8 |
หมายเลขพอร์ตพื้นฐาน
- Jack 01
- Jack 02
- Jack 03
- Jack 04
- Jack 05
- Jack 06
- Jack 07
- Jack 08
หากติดตั้งการ์ดขยายที่รองรับ จะมีพอร์ต Extension เพิ่มขึ้นตามความสามารถของการ์ด
ข้อควรจำ: Jack Number คือหมายเลขช่องต่อทางกายภาพ ไม่ใช่หมายเลขโทรศัพท์ภายในที่ผู้ใช้กดเสมอไป
③ ทำไมควรเริ่มต่อโทรศัพท์เครื่องแรกที่ Jack 01
ใน Installation Manual หัวข้อ Connecting Extensions Panasonic แนะนำให้เชื่อมต่อโทรศัพท์ระบบแบบมีหน้าจอเข้ากับ Extension Jack 01
เหตุผลสำคัญ
- Jack 01 เป็นพอร์ตแรกของระบบ
- ใช้เป็นจุดตรวจสอบโทรศัพท์ระบบที่รองรับ
- ใช้กับการตั้งค่าระบบจาก Manager Extension ตามข้อกำหนด
- สะดวกต่อการตรวจหมายเลขพอร์ตและสาย
- ช่วยให้จัดทำเอกสารระบบเริ่มต้นได้ง่าย
ข้อควรระวัง
หากเป็นตู้ที่เคยใช้งานแล้ว ต้องตรวจการตั้งค่าปัจจุบันก่อน เพราะอาจมีการเปลี่ยนหมายเลขภายในหรือข้อกำหนดบางส่วนจากค่าเริ่มต้น
ไม่ควรใช้คำสั่งล้างข้อมูลระบบเพียงเพื่อให้ Jack 01 กลับมาเป็นเบอร์ 101 โดยไม่ตรวจผลกระทบ
④ Jack 01 เป็นเบอร์ 101 เสมอหรือไม่
ไม่เสมอไป
หมายเลขภายในขึ้นอยู่กับ Numbering Plan ที่กำหนดไว้ในตู้
ตัวอย่างหมายเลขเริ่มต้นตามคู่มือ
| Numbering Plan | หมายเลขเริ่มต้นของ Jack 01 |
|---|---|
| Plan 1 | 101 |
| Plan 2 | 101 |
| Plan 3 | 11 |
ค่าข้างต้นเป็นตัวอย่างของชุดค่าเริ่มต้นตามคู่มือสำหรับระบบที่เกี่ยวข้อง โดยค่าในบางประเทศหรือภูมิภาคอาจแตกต่างกัน
นอกจากนี้เครื่องที่ผ่านการโปรแกรมมาแล้วอาจใช้หมายเลขอื่นได้
วิธีตรวจให้ถูกต้อง
- ตรวจ Numbering Plan ของตู้
- ตรวจหมายเลข Extension ที่ตั้งไว้
- ตรวจ Jack Number ที่ต่อโทรศัพท์จริง
- ใช้โทรศัพท์ PT ที่รองรับตรวจหมายเลขของตนเอง
- บันทึกหมายเลขลงใน Port Mapping
หลักสำคัญ: ก่อนทดสอบโทรภายใน ต้องยืนยันหมายเลขที่ใช้งานจริง ไม่ควรกด 101 จากการคาดเดาเพียงอย่างเดียว
⑤ โทรศัพท์เครื่องแรกควรใช้ SLT หรือ PT
โทรศัพท์สองประเภทสามารถใช้เป็นเครื่องแรกได้ หากเชื่อมต่อเข้าพอร์ตที่รองรับและมีคุณสมบัติเหมาะสม
| รายการ | SLT | PT |
|---|---|---|
| โทรภายใน | ได้ | ได้ |
| รับสาย | ได้ | ได้ |
| โทรออกผ่าน CO | ตามสิทธิ์ | ตามสิทธิ์ |
| จำนวนตัวนำ | 2 | 4 สำหรับรุ่นที่ระบุ |
| ปุ่ม CO เฉพาะ | ไม่มีแบบ PT | มีในรุ่นที่รองรับ |
| โปรแกรมระบบผ่านโทรศัพท์ | ไม่ใช่วิธีมาตรฐานสำหรับ System Programming | รองรับผ่านรุ่นที่กำหนด |
| หน้าจอ | ขึ้นอยู่กับรุ่น | มีใน PT บางรุ่น |
คำแนะนำ
หากต้องการเริ่มติดตั้งและตั้งค่า Panasonic KX-TES824 ไปพร้อมกัน ควรเตรียมโทรศัพท์ระบบแบบมีหน้าจอที่รองรับ เช่น KX-T7735
หากต้องการตรวจเพียงวงจรโทรศัพท์ภายใน สามารถใช้โทรศัพท์ SLT ที่เข้ากันได้ทดสอบการใช้งานพื้นฐาน
⑥ อุปกรณ์สำหรับต่อเบอร์ภายในเครื่องแรก
| อุปกรณ์ | หน้าที่ |
|---|---|
| Panasonic KX-TES824 | ตู้สาขา |
| โทรศัพท์ PT หรือ SLT | เครื่องแรก |
| สายโทรศัพท์ | เชื่อมต่อ Extension |
| หัว Modular | เชื่อมสายเข้าพอร์ต |
| คีมเข้าหัว | ย้ำหัว |
| เครื่องตรวจสาย | ตรวจความต่อเนื่อง |
| เต้ารับโทรศัพท์ | จุดติดตั้งปลายทาง |
| MDF หากมี | กระจายคู่สาย |
| Cable Label | ระบุหมายเลขสาย |
| โทรศัพท์เครื่องที่สอง | ทดสอบโทรภายใน |
สิ่งที่ควรเตรียมเพิ่ม
- Installation Manual
- User Manual ของโทรศัพท์
- ตารางหมายเลข Extension
- รายการพอร์ตที่มีอยู่จริง
- แบบฟอร์มทดสอบ
การใช้สายสั้นที่ตรวจสอบแล้วสำหรับทดสอบครั้งแรกจะช่วยแยกปัญหาระหว่างตู้กับระบบสายภายในอาคารได้ง่ายขึ้น
⑦ ผังขั้วสายสำหรับโทรศัพท์ SLT เครื่องแรก
โทรศัพท์ SLT ใช้ตัวนำสองเส้น ได้แก่
- T — Tip
- R — Ring
ผังแนวคิด
Panasonic KX-TES824
↓
Extension Jack 01
↓
สาย T/R
↓
โทรศัพท์ SLT
ผังหน้าสัมผัสหัว 6P2C
| ตำแหน่ง | สัญญาณ |
|---|---|
| Pin 1 | ไม่ใช้ |
| Pin 2 | ไม่ใช้ |
| Pin 3 | T |
| Pin 4 | R |
| Pin 5 | ไม่ใช้ |
| Pin 6 | ไม่ใช้ |
การนับ Pin ต้องอ้างอิงทิศทางหัวต่ออย่างถูกต้อง
หากพลิกหัวกลับด้านโดยไม่เปลี่ยนมุมมองการนับ อาจทำให้เกิดความสับสนในการเข้าหัว
⑧ ผังขั้วสำหรับโทรศัพท์ PT เครื่องแรก
โทรศัพท์ Panasonic PT เช่น KX-T7735 ใช้ตัวนำ 4 เส้น
สัญญาณที่ใช้
- H — High
- T — Tip
- R — Ring
- L — Low
ผังการใช้งาน
H — T — R — L
| ตำแหน่งหัว 6P | สัญญาณ |
|---|---|
| Pin 1 | ไม่ใช้ |
| Pin 2 | H |
| Pin 3 | T |
| Pin 4 | R |
| Pin 5 | L |
| Pin 6 | ไม่ใช้ |
สิ่งที่ต้องระวัง
หากนำสายเพียงสองตัวนำมาต่อกับ KX-T7735 อาจทำให้โทรศัพท์ไม่ทำงานตามที่ออกแบบ
ควรตรวจให้ครบทั้งสองคู่สายก่อนนำไปเชื่อมต่อกับ Jack 01
⑨ วิธีเข้าหัว RJ11 สำหรับเบอร์ภายในเครื่องแรก
ขั้นตอนที่ 1 เลือกสายให้เหมาะสม
หากใช้ SLT ให้เตรียมหนึ่งคู่สาย
หากใช้ PT รุ่นที่ต้องการ H/T/R/L ให้เตรียมสองคู่สาย
ขั้นตอนที่ 2 ตรวจสภาพสาย
ตรวจว่าไม่มีรอยหัก ฉนวนแตก หรือปลายสายชำรุด
ขั้นตอนที่ 3 ปอกปลอกสาย
ปอกเพียงส่วนที่จำเป็น โดยไม่ทำให้ฉนวนตัวนำด้านในเสียหาย
ขั้นตอนที่ 4 จัดตำแหน่งตัวนำ
สำหรับ SLT ใช้ขั้ว T/R
สำหรับ PT ใช้ขั้ว H/T/R/L
ขั้นตอนที่ 5 ใส่หัว Modular
ตรวจว่าตัวนำและปลอกสายอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม
ขั้นตอนที่ 6 ย้ำหัว
ใช้คีมที่รองรับชนิดหัวและประเภทตัวนำ
ขั้นตอนที่ 7 ตรวจสาย
ทดสอบความต่อเนื่องและการเรียงสาย โดยแยกสายจากอุปกรณ์และแหล่งแรงดันแล้ว
ขั้นตอนที่ 8 ติดป้าย
ตัวอย่างรหัส:
EXT-01 / CAB-001
ไม่ควรย้ำหัวโดยใช้คีมที่ไม่ตรงชนิด เพราะอาจทำให้หน้าสัมผัสไม่แน่นและเกิดปัญหาในภายหลัง
⑩ วิธีต่อเบอร์ภายในเครื่องแรกเข้าตู้โดยตรง
วิธีนี้เหมาะสำหรับการติดตั้งใหม่และการตรวจระบบด้วยสายสั้นที่เตรียมไว้
แผนผัง
Panasonic KX-TES824
↓
Extension Jack 01
↓
สายโทรศัพท์ที่ตรวจสอบแล้ว
↓
โทรศัพท์เครื่องแรก
ขั้นตอนทีละข้อ
① ตรวจว่าตู้ติดตั้งเรียบร้อยและอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน
② ตรวจตำแหน่ง Extension Jack 01
③ ตรวจว่าไม่ได้เสียบผิดเข้าพอร์ต CO1
④ เลือกโทรศัพท์ SLT หรือ PT ที่เข้ากันได้
⑤ เตรียมสายจำนวนตัวนำให้ครบ
⑥ ตรวจ Pinout ของสายทั้งสองด้าน
⑦ ตรวจไม่พบสายช็อตหรือสายขาด
⑧ เชื่อมต่อสายเข้ากับ Jack 01
⑨ เชื่อมต่ออีกด้านกับช่อง LINE ของโทรศัพท์
⑩ ตรวจการทำงานของโทรศัพท์
⑪ ยกหูหรือเข้าสู่สถานะพร้อมโทร
⑫ ฟังสัญญาณพร้อมโทรภายใน
⑬ บันทึกผลการทดสอบ
หากไม่พบสัญญาณ ให้ตรวจสายและโทรศัพท์ก่อนเปลี่ยนการตั้งค่าระบบ
⑪ วิธีต่อเครื่องแรกผ่านเต้ารับโทรศัพท์ RJ11
ในสำนักงานจริง โทรศัพท์อาจอยู่ห่างจากตู้สาขา จึงต้องเดินสายผ่านเต้ารับผนัง
ตัวอย่าง
Jack 01
↓
สายโทรศัพท์
↓
เต้ารับ TEL-001
↓
สายต่อโทรศัพท์
↓
โทรศัพท์เครื่องแรก
ขั้นตอน
- กำหนดตำแหน่งเต้ารับ
- เลือกเส้นทางเดินสาย
- เดินสายตามมาตรฐานและสภาพหน้างาน
- เข้าสายที่เต้ารับให้ถูกต้อง
- ติดป้าย TEL-001
- ตรวจสายก่อนต่อ PBX
- เชื่อมต่อที่ Jack 01
- เชื่อมต่อโทรศัพท์ปลายทาง
- ทดสอบสัญญาณ
- บันทึก Cable Mapping
หากเป็นโทรศัพท์ PT ต้องเดินสายให้ครบสี่ตัวนำตลอดเส้นทาง ไม่ใช่เพียงส่วนที่เชื่อมกับตู้
⑫ วิธีต่อเบอร์ภายในเครื่องแรกผ่าน MDF
สำหรับสำนักงานที่มีจุดโทรศัพท์หลายจุด การใช้ MDF จะช่วยให้จัดสายและตรวจซ่อมได้ง่าย
ผังตัวอย่าง
Panasonic KX-TES824
↓
Jack 01
↓
MDF ฝั่ง PBX
↓
Jumper Wire
↓
MDF ฝั่งอาคาร
↓
TEL-001
↓
โทรศัพท์เครื่องแรก
ตารางตัวอย่าง
| รายการ | ข้อมูล |
|---|---|
| พอร์ต PBX | Jack 01 |
| เบอร์ตัวอย่าง | 101 |
| Cable ID | CAB-001 |
| MDF ฝั่งตู้ | A01 |
| MDF ฝั่งอาคาร | B01 |
| เต้ารับ | TEL-001 |
หากเป็นโทรศัพท์ PT ต้องบันทึกตำแหน่งทั้งสองคู่สายอย่างครบถ้วน ไม่ใช้ตารางหนึ่งคู่สำหรับอุปกรณ์ที่ต้องใช้สองคู่
ข้อควรระวัง
จุดต่อ MDF ที่หลวมหรือสายจัมเปอร์ผิดสามารถทำให้โทรศัพท์เครื่องแรกไม่มีสัญญาณ แม้พอร์ต Jack 01 และโทรศัพท์ยังอยู่ในสภาพดี
⑬ วิธีตรวจหมายเลข Extension ของเครื่องแรก
หลังต่อสายแล้ว ต้องตรวจหมายเลขภายในจริงก่อนเริ่มทดสอบการโทร
วิธีที่ 1 ใช้โทรศัพท์ PT แบบมีหน้าจอ
คู่มือ Panasonic KX-TES824 User Manual ระบุวิธี Self-extension Number Confirmation สำหรับโทรศัพท์ที่รองรับ
ตัวอย่างขั้นตอน:
- กด PROGRAM
- กด
6 - กด HOLD
- อ่านหมายเลขที่แสดง
- กด PROGRAM เพื่อออก
วิธีที่ 2 ดูข้อมูลจากการตั้งค่าตู้
ผู้ดูแลที่ได้รับอนุญาตสามารถตรวจหมายเลข Extension จากการตั้งค่าระบบ เช่น Extension Number [009]
วิธีที่ 3 เปรียบเทียบ Port Mapping
ตรวจหมายเลขในเอกสารแล้วทดสอบด้วยการโทรจริง
ข้อสำคัญ
หาก Jack 01 ถูกตั้งเป็นเบอร์ 201 ต้องใช้หมายเลข 201 ในการทดสอบ ไม่ใช่ยึดหมายเลข 101 ตามความเคยชิน
⑭ โทรศัพท์เครื่องแรกมีสัญญาณแล้ว แปลว่าพร้อมใช้งานหรือยัง
ยังไม่ควรสรุปว่าระบบพร้อมใช้งานครบทุกฟังก์ชัน
การได้ยินสัญญาณพร้อมโทรเป็นเพียงหนึ่งในผลการตรวจเบื้องต้น
สิ่งที่ต้องตรวจต่อ
- โทรศัพท์รับคำสั่งกดหมายเลขได้
- ระบบรู้จักหมายเลข Extension
- สามารถเรียกเครื่องอื่นได้
- สามารถรับสายได้
- ได้ยินเสียงสนทนาทั้งสองทาง
- วางสายแล้วคืนสถานะปกติ
- ใช้สายนอกได้ตามสิทธิ์หากมีการตั้งค่าแล้ว
หลักการทดสอบ
ควรแยกการทดสอบเป็นสองส่วน
การทดสอบสาย: ตรวจว่าคู่สายถูกต้อง
การทดสอบระบบ: ตรวจว่าโทรศัพท์และ PBX ทำงานร่วมกันได้จริง
⑮ วิธีเตรียมโทรศัพท์เครื่องที่สองสำหรับทดสอบ
หากต้องการพิสูจน์ว่าเครื่องแรกสามารถโทรภายในได้ ต้องมีปลายทางที่รองรับและพร้อมรับสาย
ตัวอย่างการจัดระบบ
| เครื่อง | พอร์ต | เบอร์ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| เครื่องแรก | Jack 01 | 101 |
| เครื่องที่สอง | Jack 02 | 102 |
หมายเลขในตารางเป็นตัวอย่างของระบบที่กำหนดไว้เช่นนั้น
วิธีเตรียมเครื่องที่สอง
- ตรวจพอร์ต Jack 02
- เลือกโทรศัพท์ที่เข้ากันได้
- เตรียมสายจำนวนตัวนำถูกต้อง
- ตรวจความต่อเนื่องของสาย
- เชื่อมต่อเข้าพอร์ต
- ตรวจสัญญาณพร้อมโทร
- ยืนยันหมายเลขภายในจริง
เมื่อเครื่องที่สองพร้อมใช้งานแล้ว จึงเริ่มทดสอบการโทรระหว่างสองเครื่อง
⑯ วิธีทดสอบโทรจากเบอร์ภายในเครื่องแรกไปเครื่องที่สอง
สมมุติระบบตั้งค่าเป็น
- เครื่องแรก = 101
- เครื่องที่สอง = 102
ขั้นตอนทดสอบ
ขั้นตอนที่ 1: ยกหูโทรศัพท์เครื่องแรก
ขั้นตอนที่ 2: ตรวจสัญญาณพร้อมโทร
ขั้นตอนที่ 3: กดหมายเลข 102
ขั้นตอนที่ 4: ตรวจว่าโทรศัพท์เครื่องที่สองดัง
ขั้นตอนที่ 5: รับสายจากเครื่องที่สอง
ขั้นตอนที่ 6: ทดลองสนทนาทั้งสองทาง
ขั้นตอนที่ 7: ตรวจระดับเสียงและความชัดเจน
ขั้นตอนที่ 8: วางสายทั้งสองเครื่อง
ขั้นตอนที่ 9: ตรวจว่าเครื่องกลับสู่สถานะปกติ
ผลที่ควรได้
| รายการ | ผลที่คาดหวัง |
|---|---|
| เครื่องแรกมีสัญญาณพร้อมโทร | ผ่าน |
| กดหมายเลขปลายทางได้ | ผ่าน |
| เครื่องที่สองมีเสียงเรียก | ผ่าน |
| สนทนาได้สองทาง | ผ่าน |
| วางสายได้ | ผ่าน |
หากไม่ผ่านขั้นตอนใด ต้องตรวจสาเหตุของขั้นตอนนั้นก่อน
⑰ วิธีทดสอบโทรย้อนกลับจากเครื่องที่สอง
การทดสอบย้อนกลับมีความสำคัญ เพราะช่วยยืนยันว่าเครื่องแรกสามารถรับสายได้ด้วย
ขั้นตอน
① ยกหูเครื่องที่สอง
② ตรวจสัญญาณพร้อมโทร
③ กดหมายเลขของเครื่องแรก
④ ตรวจว่าเครื่องแรกดัง
⑤ รับสายจากเครื่องแรก
⑥ ทดสอบเสียงสองทาง
⑦ วางสายและตรวจสถานะ
ทำไมต้องทดสอบสองทิศทาง
หากทดสอบเพียงโทรออกจากเครื่องแรก อาจไม่พบปัญหาการรับสาย เสียงเรียก หรือสถานะของเครื่องแรก
การทดสอบไปและกลับช่วยให้ตรวจการทำงานได้ครบมากขึ้น
⑱ วิธีตรวจการทำงานของโทรศัพท์ PT ที่ Jack 01
หากใช้ Panasonic KX-T7735 หรือ PT แบบมีหน้าจอที่รองรับ ต้องตรวจฟังก์ชันเพิ่มเติมจากการโทรธรรมดา
รายการตรวจ
- หน้าจอทำงานตามรุ่น
- ปุ่ม PROGRAM ใช้งานได้
- ปุ่ม SP-PHONE ตอบสนอง
- ปุ่ม HOLD ทำงาน
- ปุ่ม TRANSFER ทำงาน
- ปุ่ม CO แสดงสถานะตามการตั้งค่า
- ตรวจหมายเลข Extension ของตัวเองได้
- โทรภายในได้
- รับสายภายในได้
- สนทนาได้ตามปกติ
ข้อควรระวัง
หากโทรศัพท์ PT ทำงานเพียงบางฟังก์ชัน ควรตรวจทั้งสี่ตัวนำ H/T/R/L และประเภทพอร์ต Hybrid
อย่ารีบใช้คำสั่งล้างข้อมูลระบบ เพราะสาเหตุอาจเกิดจากสายหรือหัว Modular
⑲ วิธีทดสอบการโทรออกภายนอกจากเครื่องแรก
เมื่อระบบมี CO ที่พร้อมใช้งานและผู้ใช้งานได้รับสิทธิ์ สามารถตรวจการโทรออกภายนอกเพิ่มเติมได้
ขั้นตอน
- ตรวจว่ามีสายนอก CO เชื่อมต่อจริง
- ตรวจว่าบริการต้นทางทำงาน
- ตรวจสิทธิ์ของ Extension เครื่องแรก
- เลือกสายนอกตามที่ระบบกำหนด
- กดหมายเลขทดสอบที่ได้รับอนุญาต
- ตรวจการเชื่อมต่อ
- ตรวจเสียงสนทนา
- วางสายและบันทึกผล
ถ้าโทรภายในได้แต่โทรออกไม่ได้
ต้องตรวจ
- สถานะ CO
- สิทธิ์โทรออก
- วิธีเลือกสายนอก
- การตั้งค่ากลุ่ม CO
- บริการจากผู้ให้บริการ
ไม่ควรสรุปว่าพอร์ต Jack 01 เสียทันที
⑳ วิธีตรวจการรับสายภายนอกของเครื่องแรก
หากต้องการให้เครื่องแรกทำหน้าที่รับสายจากลูกค้า ต้องตรวจการกำหนดรับสายเข้าของ PBX
ตัวอย่าง
CO1
↓
Panasonic KX-TES824
↓
Jack 01 / Extension ที่กำหนด
↓
โทรศัพท์ประชาสัมพันธ์
ขั้นตอนทดสอบ
- ตรวจหมายเลขโทรศัพท์ภายนอก
- ตรวจการกำหนดรับสายเข้า
- ตรวจ Time Service
- โทรเข้าจากภายนอก
- ตรวจว่าเครื่องแรกดังตามแผน
- รับสาย
- ทดสอบเสียง
- วางสาย
ข้อสำคัญ
หากเครื่องแรกไม่ดังเมื่อมีสายเข้า ไม่ได้หมายความว่าต่อสาย Extension ผิดเสมอไป
ต้องตรวจการกำหนดการรับสาย CO และโหมดเวลาของระบบร่วมด้วย
㉑ โทรศัพท์เครื่องแรกไม่มีสัญญาณ ต้องตรวจอะไร
หากต่อ Jack 01 แล้วโทรศัพท์ไม่มีสัญญาณพร้อมโทร ให้ตรวจตามลำดับ
1. ตรวจไฟของตู้
ตู้เปิดทำงานตามปกติหรือไม่
2. ตรวจพอร์ต
เสียบที่ Jack 01 ของกลุ่ม Extension จริงหรือไม่
3. ตรวจประเภทโทรศัพท์
SLT หรือ PT เข้ากันกับพอร์ตหรือไม่
4. ตรวจสาย
สายมีตัวนำครบหรือไม่
5. ตรวจหัว Modular
มีสลักหักหรือหน้าสัมผัสเสียหายหรือไม่
6. ตรวจ Pinout
T/R และ H/L ถูกต้องหรือไม่
7. ตรวจจุดต่อ MDF
มีสายหลุดหรือจัมเปอร์ผิดหรือไม่
8. ทดลองด้วยสายสั้นที่ผ่านการตรวจ
ช่วยแยกปัญหาสายภายในอาคารออกจากโทรศัพท์และตู้
9. ทดลองโทรศัพท์ที่ทราบว่าใช้งานได้
ช่วยตรวจว่าอาการเกิดจากตัวโทรศัพท์หรือไม่
10. ประเมินพอร์ตและระบบ
หากสายกับโทรศัพท์ปกติแล้วจึงตรวจพอร์ตและสถานะเครื่องเพิ่มเติม
ข้อควรระวัง: ก่อนวัดความต้านทานหรือความต่อเนื่อง ต้องแยกคู่สายจากแหล่งแรงดันและอุปกรณ์ทั้งสองด้าน
㉒ โทรศัพท์เครื่องแรกกดเบอร์ 102 แล้วไม่ดัง เกิดจากอะไร
สาเหตุที่พบได้
- Jack 02 ยังไม่มีโทรศัพท์
- โทรศัพท์ปลายทางยังไม่พร้อม
- หมายเลข Extension ปลายทางไม่ใช่ 102
- Numbering Plan แตกต่างจากที่คาด
- โทรศัพท์เครื่องแรกส่งสัญญาณกดหมายเลขไม่ถูกต้อง
- สายของเครื่องที่สองมีปัญหา
- จุดต่อ MDF ผิด
- การตั้งค่าระบบมีผลต่อการโทร
- โทรศัพท์ปลายทางอยู่ในสถานะที่ไม่รับสายตามปกติ
วิธีแก้ไข
เริ่มจากยืนยันหมายเลข Extension ที่แท้จริงของเครื่องที่สอง แล้วตรวจสัญญาณพร้อมโทรและสถานะโทรศัพท์ปลายทาง
หากหมายเลขเครื่องที่สองเป็น 202 ต้องโทรไป 202 ไม่ใช่ 102
ไม่ควรเปลี่ยน Numbering Plan ทั้งระบบเพียงเพราะกดหมายเลขตัวอย่างไม่ได้
㉓ วิธีแยกปัญหาพอร์ต Jack 01 กับสายโทรศัพท์
หากเครื่องแรกใช้งานไม่ได้ ต้องตรวจให้ทราบว่าสาเหตุเกิดจากพอร์ตหรือเส้นทางสาย
แนวทางทดสอบ
ขั้นตอนที่ 1: ตรวจโทรศัพท์ที่ใช้งานได้แน่นอน
ขั้นตอนที่ 2: ตรวจสายสั้นด้วย Cable Tester
ขั้นตอนที่ 3: ตรวจว่าเป็นพอร์ต Extension และชนิดอุปกรณ์ถูกต้อง
ขั้นตอนที่ 4: ทดลองเชื่อมต่อด้วยสายที่ผ่านการตรวจในสภาพที่ควบคุมได้
ขั้นตอนที่ 5: ตรวจการทำงานของโทรศัพท์
ขั้นตอนที่ 6: เปรียบเทียบกับการเชื่อมต่อผ่านสายอาคารเดิม
ตัวอย่างผล
| ผลทดสอบ | แนวทางวิเคราะห์ |
|---|---|
| สายสั้นใช้ได้ สายอาคารใช้ไม่ได้ | ตรวจสายอาคารและ MDF |
| โทรศัพท์ A ใช้ไม่ได้ แต่โทรศัพท์ B ใช้ได้ | ตรวจโทรศัพท์ A |
| ทุกเครื่องใช้ไม่ได้ที่ Jack 01 | ตรวจพอร์ตและสถานะระบบ |
| โทรภายในได้ แต่โทรออกไม่ได้ | ตรวจ CO และสิทธิ์ |
| PT ไม่ทำงาน แต่ SLT ทำงาน | ตรวจสาย H/L และความเข้ากันได้ของ PT |
การเปรียบเทียบต้องใช้โทรศัพท์และพอร์ตที่เข้ากันได้ ไม่ควรนำวงจรที่ไม่ทราบแหล่งแรงดันมาเสียบสลับเพื่อทดลอง
㉔ วิธีจัดป้ายเครื่องแรกให้ตรวจซ่อมง่าย
เมื่อเครื่องแรกผ่านการทดสอบแล้ว ควรติดป้ายให้สัมพันธ์กับพอร์ตจริง
ตัวอย่าง
| รายการ | รหัส |
|---|---|
| พอร์ต PBX | EXT-01 |
| Cable ID | CAB-001 |
| MDF | MDF-E01 |
| เต้ารับ | TEL-001 |
| Extension ตัวอย่าง | 101 |
| จุดใช้งาน | Reception |
หลักการติดป้าย
ควรติดป้ายที่
- สายบริเวณตู้
- จุดต่อ MDF
- เต้ารับ
- ตัวเครื่องโทรศัพท์
- เอกสาร Port Mapping
ป้าย Cable ID ควรคงที่แม้มีการเปลี่ยนหมายเลข Extension ในอนาคต
㉕ ตัวอย่างติดตั้งเครื่องแรกเป็นโทรศัพท์ประชาสัมพันธ์
สมมุติสำนักงานต้องการใช้ Panasonic KX-T7735 เป็นโทรศัพท์เครื่องแรก
ข้อมูลตัวอย่าง
- PBX: Panasonic KX-TES824
- โทรศัพท์: KX-T7735
- พอร์ต: Hybrid Jack 01
- หมายเลข Extension ตัวอย่าง: 101
- Cable ID: CAB-001
- จุดใช้งาน: Reception
ขั้นตอนติดตั้ง
① ตรวจอุปกรณ์ครบ
② ตรวจพอร์ต Hybrid Jack 01
③ เตรียมสาย 4 ตัวนำ
④ เข้าหัวตาม H/T/R/L
⑤ ตรวจสายด้วย Cable Tester
⑥ เชื่อมต่อโทรศัพท์กับตู้
⑦ ตรวจหน้าจอและปุ่ม
⑧ ตรวจหมายเลข Extension จริง
⑨ ต่อเครื่องที่สองสำหรับทดสอบ
⑩ ทดสอบโทรไปและกลับ
⑪ ตรวจปุ่ม CO, HOLD และ TRANSFER ตามการตั้งค่า
⑫ ทดลองรับสายเข้าจาก CO หากระบบพร้อม
⑬ ติดป้ายและทำรายงาน
ข้อดีของรูปแบบนี้
การใช้ PT แบบมีหน้าจอที่ Jack 01 ช่วยให้ตรวจหมายเลขภายในและจัดการฟังก์ชันบางส่วนได้สะดวกกว่าการใช้โทรศัพท์ SLT เพียงอย่างเดียว
㉖ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการต่อเครื่องแรก
1. เข้าใจว่า Jack 01 ต้องเป็น 101 เสมอ
หมายเลข Extension สามารถเปลี่ยนได้ตาม Numbering Plan และโปรแกรมตู้
2. เสียบสายเข้าพอร์ต CO1
พอร์ต CO1 ไม่ใช่พอร์ต Extension Jack 01
3. ใช้สายสองตัวนำกับโทรศัพท์ PT
อาจทำให้โทรศัพท์ระบบไม่ทำงานครบฟังก์ชัน
4. ต่อ H/L และ T/R ผิด
ทำให้โทรศัพท์ PT ทำงานผิดปกติ
5. ไม่ตรวจหัว Modular
สลักหักหรือหน้าสัมผัสเสียอาจทำให้สัญญาณขาดหาย
6. ไม่ตรวจ MDF
อาจมีจุดต่อหลวมและคู่สายสลับ
7. ไม่มีโทรศัพท์เครื่องที่สอง
ทำให้ยังไม่สามารถยืนยันการโทรภายในระหว่างเครื่องได้ครบ
8. ทดสอบแค่ยกหู
การมีสัญญาณพร้อมโทรไม่ยืนยันว่าระบบทุกฟังก์ชันทำงานได้
9. รีเซ็ตตู้ทันทีเมื่อโทรไม่ได้
อาจทำให้ข้อมูลเดิมสูญหายโดยไม่แก้สาเหตุจริง
10. ไม่บันทึกหมายเลข Extension
ทำให้ตรวจซ่อมและย้ายเบอร์ในอนาคตยุ่งยาก
㉗ เช็กลิสต์ต่อเบอร์ภายในเครื่องแรก Panasonic KX-TES824
เตรียมอุปกรณ์
- ตรวจรุ่น Panasonic KX-TES824
- ตรวจพอร์ต Jack 01
- ตรวจโทรศัพท์ SLT หรือ PT
- ตรวจความเข้ากันได้ของโทรศัพท์
- เตรียมสายครบจำนวนตัวนำ
- เตรียมหัว Modular
- เตรียมเครื่องทดสอบสาย
- เตรียมโทรศัพท์เครื่องที่สอง
ตรวจระบบสาย
- ตรวจ T/R สำหรับ SLT
- ตรวจ H/T/R/L สำหรับ PT
- ตรวจ Pinout
- ตรวจสายขาด
- ตรวจสายช็อต
- ตรวจคู่สายสลับ
- ตรวจจุดต่อ MDF
- ตรวจเต้ารับปลายทาง
- ตรวจไม่มีแรงดันผิดปกติ
- จัดสายไม่ให้ดึงพอร์ต
ตรวจหมายเลข
- ตรวจ Numbering Plan
- ตรวจ Extension เครื่องแรก
- ตรวจ Extension เครื่องที่สอง
- ตรวจ Jack Number
- ตรวจ Port Mapping
- ติดป้าย Cable ID
ทดสอบโทรศัพท์
- เครื่องแรกมีสัญญาณพร้อมโทร
- เครื่องที่สองมีสัญญาณพร้อมโทร
- โทรจากเครื่องแรกไปเครื่องที่สองได้
- โทรย้อนกลับได้
- รับสายได้
- สนทนาได้สองทาง
- ไม่มีเสียงซ่าผิดปกติ
- วางสายได้
- ทดสอบโทรออกผ่าน CO หากใช้งาน
- ทดสอบรับสายภายนอกตามการตั้งค่า
เอกสารส่งมอบ
- Port Mapping
- Cable Mapping
- หมายเลข Extension จริง
- ประเภทโทรศัพท์
- ผลทดสอบการโทร
- วันที่ตรวจ
- ชื่อผู้ติดตั้ง
- รายการปัญหาและวิธีแก้ไข
㉘ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเบอร์ภายในเครื่องแรก
Panasonic KX-TES824 ต้องต่อเครื่องแรกที่พอร์ตไหน
สำหรับการเริ่มต้นและตรวจระบบนิยมใช้ Extension Jack 01 โดยเฉพาะเมื่อใช้ PT แบบมีหน้าจอสำหรับตั้งค่าระบบ
Jack 01 ของ Panasonic KX-TES824 คือเบอร์ 101 ใช่ไหม
เป็นค่าเริ่มต้นในบาง Numbering Plan แต่ไม่ใช่ทุกกรณี ต้องตรวจหมายเลขที่ตั้งไว้จริง
Jack 01 ต่อโทรศัพท์ธรรมดาได้ไหม
ได้ หากใช้โทรศัพท์ SLT ที่เข้ากันได้และต่อคู่สาย T/R ถูกต้อง
Jack 01 ต่อ Panasonic KX-T7735 ได้ไหม
ได้เมื่อใช้สาย 4 ตัวนำ H/T/R/L และโทรศัพท์เข้ากันกับระบบ
โทรศัพท์เครื่องแรกใช้สายกี่เส้น
SLT ใช้สองตัวนำ ส่วน PT เช่น KX-T7735 ใช้สี่ตัวนำ
Panasonic KX-TES824 ต่อโทรศัพท์เครื่องแรกผ่าน MDF ได้ไหม
ได้ โดยต้องตรวจคู่สายและจุดจัมเปอร์ให้ตรงกับ Port Mapping
ต่อเครื่องแรกแล้วไม่มีสัญญาณต้องทำอย่างไร
ตรวจไฟตู้ พอร์ต Jack 01 สายโทรศัพท์ หัว Modular และชนิดโทรศัพท์ก่อน
วิธีดูหมายเลข Extension ของตัวเองทำอย่างไร
สำหรับ PT แบบมีหน้าจอที่รองรับ สามารถใช้ Personal Programming เพื่อแสดงหมายเลขของตนเองตามคู่มือ เช่น PROGRAM ตามด้วย 6 และ HOLD
ต่อโทรศัพท์เครื่องเดียวแล้วทดสอบโทรภายในได้ไหม
ยังไม่สามารถทดสอบการสนทนาระหว่าง Extension สองเครื่องได้ครบ ควรเตรียมเครื่องที่สองที่ใช้งานได้
โทรไปเบอร์ 102 แล้วไม่ดังเกิดจากอะไร
อาจเกิดจากปลายทางยังไม่ได้ต่อ สายเสีย หรือหมายเลข Extension ไม่ใช่ 102 ตามที่คาดไว้
Jack 01 เป็น Manager Extension ไหม
ในระบบเริ่มต้นตามคู่มือ Panasonic ระบุว่า Jack 01 ถูกกำหนดเป็น Manager Extension โดยอัตโนมัติ แต่ควรตรวจสภาพการตั้งค่าจริงหากเป็นเครื่องที่เคยใช้งานแล้ว
หลังต่อเครื่องแรกเสร็จต้องทดสอบอะไร
ทดสอบสัญญาณพร้อมโทร หมายเลขภายใน การโทรไปและกลับ การรับสาย คุณภาพเสียง และฟังก์ชันที่จำเป็น
㉙ สรุปวิธีต่อเบอร์ภายในเครื่องแรก Panasonic KX-TES824
การต่อเบอร์ภายในเครื่องแรกของ Panasonic KX-TES824 ควรเริ่มจาก Extension Jack 01 โดยเลือกโทรศัพท์ SLT หรือ PT ที่เข้ากันได้ และเตรียมสายให้ครบตามประเภทอุปกรณ์
โทรศัพท์ SLT ใช้คู่สาย T/R จำนวนสองตัวนำ ส่วนโทรศัพท์ระบบ Panasonic เช่น KX-T7735 ใช้ H/T/R/L รวมสี่ตัวนำบนพอร์ต Hybrid
หลังต่อสายต้องตรวจสัญญาณพร้อมโทรและยืนยันหมายเลข Extension ที่ตั้งไว้จริง เพราะ Jack 01 อาจเป็นเบอร์ 101 หรือหมายเลขอื่นตาม Numbering Plan
การทดสอบให้ครบควรต่อโทรศัพท์เครื่องที่สองเข้าพอร์ตที่รองรับ แล้วทดลองโทรจากเครื่องแรกไปเครื่องที่สอง และโทรย้อนกลับ เพื่อยืนยันทั้งการเรียกสาย การรับสาย และการสนทนาสองทาง
หากพบปัญหาไม่มีสัญญาณหรือกดหมายเลขไม่ได้ ควรตรวจสาย หัว Modular จุด MDF ประเภทโทรศัพท์ และค่าหมายเลขภายในก่อนสรุปว่าเครื่องหรือตู้สาขาเสีย
ComSiam แนะนำให้ใช้โทรศัพท์ PT แบบมีหน้าจอที่ Jack 01 สำหรับงานติดตั้งที่ต้องตั้งค่าและตรวจระบบ พร้อมจัดทำ Port Mapping และบันทึกผลทดสอบทุกขั้นตอน เพื่อให้สามารถขยายโทรศัพท์ภายในเครื่องต่อ ๆ ไปได้อย่างเป็นระบบและลดความผิดพลาดในการติดตั้ง
ComSiam Professional Team







