ComSiam Service
หลายคนเห็นสายไฟเบอร์ออฟติกมีขนาดเล็กมาก จึงสงสัยว่าทำไมสายเส้นเล็กถึงสามารถส่งอินเทอร์เน็ตระดับ 1 Gbps, 10 Gbps หรือสูงกว่านั้นได้ ทั้งที่สายทองแดงบางชนิดมีขนาดใหญ่กว่าอย่างชัดเจน
คำตอบสำคัญคือ ความเร็วของระบบสื่อสารไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดสายภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับตัวกลางที่ใช้ส่งสัญญาณ แบนด์วิดท์ วิธีมอดูเลต ความถี่ของคลื่น และอุปกรณ์ที่อยู่ต้นทางกับปลายทาง
Fiber ใช้แสงเป็นตัวพาข้อมูล จึงมีศักยภาพด้าน Bandwidth สูงมาก แม้ Core ที่นำแสงจะเล็กกว่าความหนาของเส้นผมมนุษย์หลายเท่า
สำหรับผู้ที่กำลังศึกษา Fiber comsiam แนะนำให้แยกคำว่า “สายเล็ก” ออกจากคำว่า “ความจุต่ำ” เพราะสองเรื่องนี้ไม่ได้สัมพันธ์กันตรง ๆ ในระบบ Optical Communication
หากกำลังวาง Backbone หรือเดิน Fiber เพื่อรองรับระบบความเร็วสูง สามารถดูรายละเอียด บริการเดินสายไฟเบอร์ออฟติก สำหรับงานติดตั้ง สไปซ์ และตรวจค่า Loss ได้
① Fiber Core เล็กแค่ไหน
Single Mode Fiber ที่ใช้กันแพร่หลายมี Core ประมาณ 9 ไมครอน
1 ไมครอนเท่ากับ 0.001 มิลลิเมตร
ดังนั้น Core ของ Single Mode จึงมีขนาดประมาณ
0.009 มิลลิเมตร
เท่านั้น
แม้เล็กมาก แต่สามารถนำ Optical Signal ที่มี Bandwidth สูงได้
② สายที่เราเห็นไม่ได้มีแต่ Core
สาย Fiber ภายนอกที่เราเห็นอาจมีขนาดหลายมิลลิเมตร เพราะประกอบด้วยชั้นต่าง ๆ เช่น
- Core
- Cladding
- Coating
- Buffer
- Strength Member
- Jacket
ดังนั้น Core ที่ส่งแสงจริงมีขนาดเล็กกว่าตัวสายภายนอกมาก
③ ขนาดสายไม่ได้เป็นตัวกำหนดความเร็วโดยตรง
ความเร็วของ Network ไม่ได้วัดจากความหนาของสาย
ตัวอย่าง
สาย Fiber ขนาดเล็ก
→ 10 Gbps
สายทองแดงขนาดใหญ่กว่า
→ อาจใช้งานเพียง 1 Gbps
เหตุผลคือทั้งสองใช้หลักการส่งสัญญาณต่างกัน
Fiber ใช้ Optical Signal
Copper ใช้ Electrical Signal
④ ทำไมแสงถึงส่งข้อมูลได้มาก
คลื่นแสงมีความถี่สูงมาก
จึงสามารถใช้เป็น Carrier สำหรับข้อมูลที่มี Bandwidth สูงได้
ในระบบ Fiber ยังสามารถใช้เทคนิคต่าง ๆ เพิ่ม Capacity เช่น
- Modulation
- Multiplexing
- WDM
- DWDM
- Coherent Transmission
จึงสามารถเพิ่มปริมาณข้อมูลได้โดยไม่ต้องทำสายให้ใหญ่ขึ้นตามสัดส่วน
⑤ Fiber 1 Core ส่งได้มากกว่า 1 Gbps หรือไม่
ได้มาก
Fiber Core เดียวสามารถใช้กับระบบหลายระดับ เช่น
- 1G
- 10G
- 25G
- 100G
และสูงกว่านี้ตามเทคโนโลยี
ดังนั้นคำว่า “1 Core” หมายถึงจำนวนเส้น Fiber ไม่ได้หมายถึงความเร็ว 1 Gbps
⑥ ทำไมเปลี่ยน Module แล้ว Fiber เดิมเร็วขึ้นได้
เพราะสาย Fiber ทำหน้าที่เป็น Transmission Medium
ส่วนการกำหนดความเร็วขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ Optical ด้วย
ตัวอย่าง
Fiber OS2 เดิม
↓
SFP 1G
= 1GbE
เปลี่ยนเป็น
Fiber OS2 เดิม
↓
SFP+ 10G
= 10GbE
หาก Fiber และ Link Budget รองรับ ก็อาจอัปเกรดได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนสาย
⑦ Bandwidth ของ Fiber สูงหมายความว่าอย่างไร
หมายถึงตัวกลางสามารถรองรับช่วงความถี่ของสัญญาณได้กว้าง
เมื่อ Bandwidth สูง ระบบสามารถเข้ารหัสและส่งข้อมูลจำนวนมากต่อหน่วยเวลาได้
จึงเหมาะกับ
- Internet Backbone
- Data Center
- Cloud
- Telecom
- High-Speed LAN
⑧ Fiber เส้นเดียวส่งหลายสัญญาณพร้อมกันได้อย่างไร
สามารถใช้ WDM
WDM ย่อมาจาก
Wavelength Division Multiplexing
เป็นการใช้แสงหลาย Wavelength ผ่าน Core เดียวกัน
ตัวอย่างเชิงแนวคิด
1310 nm → ข้อมูลชุดหนึ่ง
1490 nm → ข้อมูลอีกชุด
1550 nm → ข้อมูลอีกชุด
จึงสามารถเพิ่ม Capacity โดยไม่ต้องเพิ่ม Core เท่ากับจำนวน Channel
⑨ เปรียบเทียบกับถนนได้อย่างไร
ลองนึกว่า Fiber Core เป็นถนนหนึ่งเส้น
แทนที่จะขยายถนนให้กว้างขึ้นอย่างเดียว เราสามารถเพิ่ม “ช่องทางของแสง” ด้วย Wavelength ต่าง ๆ
เหมือนรถหลายประเภทเดินทางบนระบบเดียวกันโดยถูกแยกด้วยช่องทางเฉพาะ
นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่ Fiber สามารถมี Capacity สูงมากแม้ Core มีขนาดเล็ก
⑩ DWDM ทำให้ Fiber เร็วขึ้นอย่างไร
DWDM คือ Dense Wavelength Division Multiplexing
ใช้ Wavelength จำนวนมากที่จัดวางใกล้กันบน Fiber เส้นเดียว
ถ้าแต่ละ Wavelength ส่งข้อมูลความเร็วสูง แล้วรวมหลาย Channel เข้าด้วยกัน Capacity รวมจะสูงมาก
จึงนิยมใน
- Telecom Backbone
- Long Haul
- Data Center Interconnect
⑪ ความเร็วของแสงทำให้ Internet เร็วหรือไม่
ช่วย แต่ไม่ใช่เหตุผลทั้งหมด
แสงเดินทางเร็วมาก แต่ Capacity ของ Fiber มาจากทั้ง
- Bandwidth
- Modulation
- Wavelength
- Optical Equipment
ดังนั้นไม่ได้เร็วเพียงเพราะ “แสงวิ่งเร็ว”
⑫ Fiber กับ Copper ต่างกันเรื่อง Bandwidth อย่างไร
Copper สามารถรองรับความเร็วสูงได้เช่นกัน แต่เมื่อความถี่สูงและระยะไกลจะมีปัญหามากขึ้น เช่น
- Attenuation
- Crosstalk
- EMI
- Signal Integrity
Fiber มีข้อได้เปรียบในหลายเรื่องเหล่านี้
จึงเหมาะกับความเร็วสูงและระยะไกลกว่า
⑬ ทำไมสาย Fiber ไม่ต้องมีทองแดงเส้นใหญ่ ๆ
เพราะไม่ได้ส่งกระแสไฟฟ้าเพื่อพาข้อมูล
Optical Signal เดินผ่านเส้นใยแก้ว
จึงไม่ต้องเพิ่มพื้นที่หน้าตัดของตัวนำแบบเดียวกับสายไฟกำลัง
ความหนาของ Jacket ส่วนใหญ่มีไว้เพื่อป้องกัน ไม่ได้มีไว้เพิ่มความสามารถนำข้อมูลโดยตรง
⑭ Fiber เล็กลงเรื่อย ๆ ได้ไหม
มีข้อจำกัดทาง Optical และ Mechanical
Core ต้องถูกออกแบบให้เหมาะกับ Wavelength และ Mode ของแสง
นอกจากนี้สายยังต้องมีชั้นป้องกันเพื่อให้
- ติดตั้งได้
- ไม่ขาดง่าย
- ไม่งอเกินไป
- ทนแรงดึง
ดังนั้นขนาดภายนอกไม่ได้ลดตาม Core อย่างเดียว
⑮ Single Mode Core เล็กกว่าทำไมกลับส่งไกลกว่า
เพราะ Core เล็กช่วยลดจำนวน Mode ของแสง
ทำให้เกิด Modal Dispersion ต่ำมากเมื่อเทียบกับ Multimode
สัญญาณจึงคงรูปได้ดีกว่าในระยะไกล
นี่เป็นเหตุผลสำคัญที่ Single Mode เหมาะกับ Backbone ระยะหลายกิโลเมตร
⑯ Multimode Core ใหญ่กว่า ทำไมส่งไม่ไกลเท่า Single Mode
เพราะแสงเดินทางได้หลาย Mode
แต่ละ Mode อาจใช้เส้นทางแตกต่างกัน ทำให้มาถึงปลายทางไม่พร้อมกัน
เมื่อระยะไกลขึ้น Pulse จึงกระจายตัวมากขึ้น
ทำให้มีข้อจำกัดด้าน Bandwidth-Distance
⑰ ขนาด Core ใหญ่กว่าไม่ได้หมายความว่าเร็วกว่าใช่ไหม
ใช่
นี่เป็นความเข้าใจผิดที่พบบ่อย
Multimode Core ใหญ่กว่า Single Mode แต่ไม่ได้หมายความว่ารองรับระยะทางหรือ Capacity สูงกว่าในทุกระบบ
ความสามารถต้องดูจากมาตรฐาน Optical ทั้งหมด
⑱ Fiber 1 Core กับ 12 Core ต่างกันที่ความเร็วไหม
ต่างกันที่จำนวนเส้น Fiber ที่มีให้ใช้งาน
12 Core สามารถรองรับหลาย Link หรือหลายบริการพร้อมกันได้
แต่ Core หนึ่งเส้นไม่ได้เร็วขึ้นเพราะ Cable มี 12 Core
ตัวอย่าง
12 Core อาจใช้เป็น
- Link A = 2 Core
- Link B = 2 Core
- Link C = 2 Core
- Core สำรอง = 6 Core
⑲ Core เยอะช่วยอะไร
ช่วยเรื่อง
- จำนวน Link
- Redundancy
- Expansion
- Backup Core
- หลายระบบในสายเดียว
จึงนิยมเผื่อ Core ใน Backbone เพราะค่าเพิ่มของ Cable อาจถูกกว่าค่าเดินสายใหม่ในอนาคต
⑳ Fiber Core เดียวรับส่งพร้อมกันได้ไหม
ได้ในระบบ BiDi หรือ PON
ใช้ Wavelength ต่างกันในแต่ละทิศทาง
ตัวอย่าง
Tx λ1
Rx λ2
จึงสามารถใช้ Fiber Core เดียวสำหรับ Full-Duplex Communication ได้ในระบบที่รองรับ
㉑ ถ้าใช้ 2 Core จะเร็วเป็นสองเท่าหรือไม่
ไม่เสมอไป
Ethernet Duplex แบบทั่วไปใช้
Core 1 → Tx
Core 2 → Rx
ทั้งสอง Core ทำงานร่วมกันเป็น Link เดียว
ดังนั้นไม่ได้หมายความว่า 10G 2 Core เท่ากับ 20G โดยอัตโนมัติ
㉒ ทำไม Fiber เหมาะกับ 100G และ 400G
เพราะรองรับ Bandwidth สูง และสามารถใช้หลายเทคนิคเพิ่ม Capacity ได้
เช่น
- Parallel Optics
- WDM
- PAM4
- Coherent Modulation
ระบบ Copper ที่ความเร็วสูงมากและระยะไกลจะมีข้อจำกัดมากกว่า
㉓ สายเล็กช่วยเรื่องการเดินสายหรือไม่
ช่วยในหลายกรณี
Fiber Cable สามารถมีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับ Capacity ที่รองรับ
ทำให้
- ใช้พื้นที่รางน้อย
- น้ำหนักต่ำ
- เดิน Backbone จำนวนมากได้
โดยเฉพาะ Data Center และ Telecom ที่ต้องจัดการ Link จำนวนมาก
㉔ Fiber เบากว่าสาย Copper ไหม
ในหลายรูปแบบใช่ โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบ Capacity เท่ากันในระบบขนาดใหญ่
Copper หลายคู่จำนวนมากมีน้ำหนักสูง
Fiber สามารถส่งข้อมูล Capacity สูงผ่านสายที่เล็กและเบากว่าได้
㉕ Fiber เล็กแล้วเปราะง่ายไหม
Core ทำจากแก้วและมีความละเอียดมาก จึงต้องมีชั้นป้องกัน
แต่ Fiber Cable สำหรับใช้งานจริงสามารถแข็งแรงมากได้ เช่น
- Armored Fiber
- Outdoor Fiber
- ADSS
- Drop Cable
ดังนั้นต้องแยกระหว่าง “เส้นใยเปล่า” กับ “สาย Fiber สำเร็จรูป”
㉖ สาย Patch Cord เล็กทำไมต้องระวังเป็นพิเศษ
Patch Cord มีโครงสร้างเล็กและยืดหยุ่น
ถ้าถูก
- หนีบ
- พับ
- ดึง
- เหยียบ
อาจเกิด Bend Loss หรือ Fiber เสียได้
จึงไม่ควรใช้ Patch Cord เป็นสาย Outdoor Backbone แบบถาวร
㉗ Bend Insensitive Fiber ช่วยอะไร
Fiber แบบ Bend Insensitive ถูกออกแบบให้ทนต่อการโค้งงอได้ดีกว่าแบบทั่วไป
เหมาะกับ
- FTTH
- อาคาร
- บ้าน
- พื้นที่แคบ
แต่ยังต้องเคารพ Minimum Bend Radius ของสาย
㉘ ทำไมเส้นเล็กแต่ต้องใช้เครื่องมือแพง
เพราะการทำงานกับ Core ขนาดไมครอนต้องใช้ความแม่นยำสูง
เครื่องมือ เช่น
- Precision Cleaver
- Fusion Splicer
- Fiber Microscope
- OTDR
ช่วยให้การตัด Align และตรวจวัดทำได้ละเอียด
㉙ Fusion Splicer ต้อง Align อะไร
ต้องจัดแนว Fiber สองเส้นให้ Core อยู่ตรงกันให้มากที่สุด
ถ้า Alignment ผิด อาจเกิด Loss สูง
เพราะ Core Single Mode มีขนาดเพียงประมาณ 9 ไมครอน
ความคลาดเคลื่อนเล็กน้อยจึงมีผลได้
㉚ ทำไม Connector ต้องสะอาดมาก
เพราะ Core เล็กมาก
ฝุ่นที่ดูเล็กด้วยตาอาจปิดพื้นที่ Optical Path ได้มากเมื่อเทียบกับขนาด Core
จึงสามารถทำให้
- Loss เพิ่ม
- Reflection เพิ่ม
- Link มีปัญหา
ได้ง่าย
㉛ Fiber เส้นเล็กทำไมส่งไกลเป็นสิบกิโลเมตรได้
เพราะ Optical Attenuation ของ Single Mode ต่ำมากในช่วง Wavelength ที่เหมาะสม
เมื่อรวมกับ Laser และ Receiver ที่มีความไวสูง จึงส่งข้อมูลได้ไกลมาก
ระยะจริงขึ้นอยู่กับ Optical Budget ของระบบ
㉜ ความเร็วกับระยะเกี่ยวกันไหม
เกี่ยว
แต่ไม่ได้หมายความว่าสายยิ่งไกล ความเร็วจะค่อย ๆ ลด
ระบบถูกออกแบบเป็นมาตรฐาน เช่น
10G รองรับถึงระยะหนึ่ง
ถ้าอยู่ใน Spec ก็ยังทำงานที่ 10G
หากเกิน Limit อาจเกิด Error หรือ Link Down
㉝ Fiber เส้นเดิมใช้งานได้นานแค่ไหน
ถ้าสายมีคุณภาพและติดตั้งดี สามารถใช้งานได้ยาวนาน
และอาจอัปเกรดอุปกรณ์ปลายทางในอนาคตโดยยังใช้ Fiber เดิม
นี่คือหนึ่งในข้อดีของการลงทุน Backbone Fiber ที่มีคุณภาพ
㉞ อินเทอร์เน็ตบ้านใช้ Fiber เล็กแค่ไหน
Drop Fiber ของ FTTH อาจมีเพียง 1 Core
แต่ Core เดียวนี้สามารถรับส่งบริการ Internet ความเร็วสูงได้ตามมาตรฐาน PON ที่ใช้
ดังนั้นจำนวน Core น้อยไม่ได้แปลว่า Bandwidth ต่ำ
㉟ ทำไม Fiber บ้านเส้นเดียวแชร์หลายบ้านได้
ระบบ PON ใช้ Optical Splitter
OLT
↓
Fiber
↓
Splitter
↓
หลาย ONT
Bandwidth ถูกบริหารตามเทคโนโลยีและผู้ให้บริการ
ดังนั้น Fiber Core เส้นหนึ่งในส่วน Feeder สามารถเป็นส่วนหนึ่งของระบบที่ให้บริการผู้ใช้หลายรายได้
㊱ ถ้าอยากเร็วขึ้นต้องเปลี่ยนสาย Fiber เสมอไหม
ไม่
ต้องตรวจคอขวดก่อน
อาจอยู่ที่
- ONT
- Router
- SFP
- Switch
- Ethernet Port
- Wi-Fi
ถ้าสาย Fiber เดิมรองรับ การอัปเกรดอุปกรณ์อาจเพียงพอ
㊲ ตัวอย่างอัปเกรด 1G เป็น 10G
ระบบเดิม
Switch 1G
↓
OS2 Fiber
↓
Switch 1G
อาจเปลี่ยนเป็น
Switch 10G
↓
OS2 Fiber เดิม
↓
Switch 10G
หาก Fiber, Connector และ Loss อยู่ใน Spec
ก็ไม่ต้องเดินสายใหม่
㊳ แล้วถ้าค่า Loss สูงล่ะ
ควรตรวจว่าเกิดจาก
- Connector สกปรก
- Fiber งอ
- Splice Loss สูง
- Adapter เสีย
- สายเสีย
ก่อนเปลี่ยนอุปกรณ์ความเร็วสูง
หากเป็น Backbone เดิมที่มีหลายจุดเชื่อม สามารถใช้ บริการสไปซ์และตรวจสายไฟเบอร์ เพื่อวัด Loss และแก้จุดเชื่อมที่มีปัญหาได้
㊴ Fiber เล็กช่วยลดพื้นที่ตู้ Rack ไหม
ช่วยได้มากในระบบความหนาแน่นสูง
Data Center สามารถรวม Fiber จำนวนมากไว้ใน
- Patch Panel
- MPO/MTP
- High-Density Cassette
ใช้พื้นที่น้อยเมื่อเทียบกับ Copper จำนวนมากที่มี Capacity เทียบเท่ากัน
㊵ ทำไม Telecom ถึงยังลงทุน Fiber จำนวนมาก
เพราะ Fiber มีคุณสมบัติเหมาะกับการเป็น Infrastructure ระยะยาว
- Bandwidth สูง
- Loss ต่ำ
- ระยะไกล
- WDM
- รองรับการอัปเกรด
- ขนาดเล็ก
เมื่อเทคโนโลยี Optical ใหม่ออกมา หลายกรณีสามารถใช้ Fiber Infrastructure เดิมต่อได้
㊶ บ้านทั่วไปได้ประโยชน์จาก Capacity สูงแค่ไหน
ในปัจจุบันบ้านส่วนใหญ่อาจใช้เพียง 500 Mbps, 1 Gbps หรือ Multi-Gig
แต่ Fiber Infrastructure ทำให้ผู้ให้บริการสามารถเพิ่มความเร็วในอนาคตได้ง่ายกว่าระบบ Copper รุ่นเก่า
จึงเป็นเหตุผลที่ FTTH มีอายุการใช้งานเชิงเทคโนโลยียาว
㊷ อย่าดูขนาดสายเพื่อเดาความเร็ว
สายใหญ่ไม่ได้หมายความว่าเร็วกว่า
สายเล็กไม่ได้หมายความว่าช้า
ควรดู
- Fiber Type
- Ethernet Standard
- Optical Module
- Wavelength
- Speed
- Distance
จึงจะบอกความสามารถจริงได้
㊸ ก่อนซื้อ Fiber ควรดูอะไรแทนขนาดสาย
อย่างน้อยควรดู
- Single Mode หรือ Multimode
- OS/OM
- จำนวน Core
- Indoor/Outdoor
- Connector
- Jacket
- ระยะ
- Transceiver
- Speed
- Bend Radius
สิ่งเหล่านี้สำคัญกว่าความหนาของสายภายนอก
㊹ สรุป สาย Fiber เล็กทำไมส่งข้อมูลได้เร็วมาก
เหตุผลหลักคือ Fiber ไม่ได้ใช้ขนาดของตัวนำเป็นตัวกำหนด Capacity แบบง่าย ๆ แต่ใช้ Optical Signal ที่มี Bandwidth สูงมาก
Fiber Core ขนาดเล็กสามารถรองรับข้อมูลจำนวนมหาศาลผ่านเทคนิค เช่น
- High-Speed Modulation
- WDM
- DWDM
- Multiple Optical Channels
จึงสามารถใช้สายเส้นเล็กสำหรับระบบ 1G, 10G, 100G หรือมากกว่านั้นได้ตามอุปกรณ์และมาตรฐาน
สิ่งที่ผู้ใช้ควรสนใจจึงไม่ใช่ว่า “สายหนาหรือบาง” แต่ต้องดูว่า Fiber Type, Optical Module, ระยะทาง และ Link Budget รองรับระบบที่ต้องการหรือไม่
สำหรับบ้านและสำนักงาน comsiam แนะนำให้ลงทุนกับ Infrastructure ที่เลือกชนิด Fiber ถูกต้อง เดินสายดี และมีท่อรองรับการขยาย เพราะ Fiber ที่ติดตั้งดีในวันนี้อาจรองรับการอัปเกรดความเร็วได้อีกหลายรุ่นโดยไม่ต้องรื้อเดินสายใหม่ทั้งหมด






