ComSiam Service
การตั้งค่า TRS Panasonic KX-TES824 เป็นวิธีควบคุมสิทธิ์การโทรออกของโทรศัพท์ภายในสำนักงาน ช่วยกำหนดว่าเครื่องใดสามารถโทรออกสายนอกได้ เครื่องใดต้องถูกจำกัดหมายเลข และเครื่องใดได้รับอนุญาตให้โทรออกตามเงื่อนไขที่ผู้ดูแลระบบกำหนด
ระบบ TRS หรือ Toll Restriction ทำงานร่วมกับ Class of Service (COS) เพื่อแยกระดับสิทธิ์โทรออกของเบอร์ภายใน สามารถตั้งค่าต่างกันตามช่วงกลางวัน กลางคืน และพักกลางวันได้
บทความนี้ comsiam อธิบายหลักการทำงานของ TRS ระดับ COS ทั้ง 5 ระดับ รหัสโปรแกรมที่เกี่ยวข้อง ขั้นตอนตั้งค่าผ่านโทรศัพท์ Panasonic และวิธีทดสอบระบบก่อนใช้งานจริง
① TRS Panasonic KX-TES824 คืออะไร?
TRS (Toll Restriction) คือระบบจำกัดการโทรออกสายนอกของตู้สาขาโทรศัพท์ Panasonic KX-TES824 โดยตรวจสอบหมายเลขที่ผู้ใช้งานกดโทรออก แล้วนำไปเปรียบเทียบกับรายการหมายเลขที่ห้ามโทรและหมายเลขที่ได้รับการยกเว้น
ระบบนี้เหมาะสำหรับสำนักงาน บริษัท โรงแรม ร้านค้า และองค์กรที่ต้องการควบคุมการใช้สายนอก
TRS ช่วยควบคุมการโทรออกอะไรได้บ้าง?
- จำกัดการโทรออกไปยังกลุ่มหมายเลขที่กำหนด
- ป้องกันการโทรต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต
- จำกัดการโทรไปยังเบอร์มือถือหรือเบอร์บริการบางประเภท
- แยกสิทธิ์โทรออกระหว่างพนักงานกับผู้บริหาร
- กำหนดข้อยกเว้นสำหรับหมายเลขที่จำเป็น
- เปลี่ยนสิทธิ์โทรออกตามช่วงเวลาทำงาน
ข้อสำคัญ: TRS ไม่ใช่ระบบคำนวณค่าโทรศัพท์โดยตรง แต่เป็นระบบควบคุมปลายทางที่อนุญาตให้โทร ช่วยลดความเสี่ยงจากการโทรออกที่ไม่จำเป็นหรือไม่ได้รับอนุญาต
② TRS กับ COS ของ Panasonic KX-TES824 ต่างกันอย่างไร?
TRS เป็นระบบตรวจสอบและจำกัดหมายเลขโทรออก ส่วน COS (Class of Service) คือระดับสิทธิ์ที่กำหนดให้แต่ละเครื่องภายใน
Panasonic KX-TES824 มี COS สำหรับ TRS ทั้งหมด 5 ระดับ
| ระดับ | การทำงาน |
|---|---|
| COS 1 | อนุญาตโทรออกทุกหมายเลขโดยไม่ถูกจำกัดด้วยตาราง TRS |
| COS 2 | ตรวจตารางหมายเลขต้องห้าม Class 2 |
| COS 3 | ตรวจตารางหมายเลขต้องห้าม Class 2–3 |
| COS 4 | ตรวจตารางหมายเลขต้องห้าม Class 2–4 |
| COS 5 | ตรวจตารางหมายเลขต้องห้าม Class 2–5 |
COS 1 มีสิทธิ์สูงสุด ส่วน COS 5 มีการตรวจสอบข้อจำกัดมากที่สุด ทั้งนี้หมายเลขที่โทรได้จริงขึ้นอยู่กับรายการ Denied Code และ Exception Code ที่ตั้งไว้
ไม่ควรเข้าใจว่า COS 5 จะโทรออกสายนอกไม่ได้โดยอัตโนมัติ เพราะถ้าไม่ได้กำหนดรายการหมายเลขต้องห้ามให้ครอบคลุม ก็ยังอาจโทรออกบางหมายเลขได้
③ รหัสโปรแกรม TRS Panasonic KX-TES824 ที่ต้องรู้
| โปรแกรม | หน้าที่ |
|---|---|
| 301 | กำหนดระดับ TRS ของ System Speed Dialling |
| 302 | ตั้งหมายเลขต้องห้าม Class 2 |
| 303 | ตั้งหมายเลขต้องห้าม Class 3 |
| 304 | ตั้งหมายเลขต้องห้าม Class 4 |
| 305 | ตั้งหมายเลขต้องห้าม Class 5 |
| 306 | ตั้งหมายเลขยกเว้น TRS |
| 309 | ตั้งหมายเลขฉุกเฉิน |
| 601 | กำหนด COS ช่วงกลางวัน |
| 602 | กำหนด COS ช่วงกลางคืน |
| 603 | กำหนด COS ช่วงพักกลางวัน |
รหัสเหล่านี้เป็นหัวใจหลักของการออกแบบสิทธิ์โทรออก โดยต้องตั้งตารางหมายเลขให้สัมพันธ์กับ COS ของเครื่องภายใน
④ อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมก่อนตั้งค่า TRS
ก่อนเริ่มตั้งค่า ควรเตรียมอุปกรณ์และข้อมูลดังนี้
- ตู้สาขาโทรศัพท์ Panasonic KX-TES824 ที่ทำงานปกติ
- โทรศัพท์ Panasonic แบบ Proprietary Telephone ที่มีจอแสดงผล เช่น KX-T7730
- เครื่องโทรศัพท์สำหรับเข้าระบบ Programming โดยปกติใช้พอร์ต Extension Jack 01
- รหัสผ่าน System Programming ของตู้
- รายชื่อเบอร์ภายในและหมายเลขพอร์ต Extension Jack
- ตารางสิทธิ์โทรออกที่ต้องการกำหนด
ควรสำรองค่าระบบก่อนแก้ไข โดยเฉพาะตู้ที่ใช้งานในสำนักงานจริง เพราะการเปลี่ยนตาราง TRS อาจส่งผลต่อโทรศัพท์หลายเครื่องพร้อมกัน
⑤ วิธีเข้าโหมด Programming Panasonic KX-TES824
สำหรับโทรศัพท์ Panasonic KX-T7730 ที่ใช้เข้าระบบได้ ให้ดำเนินการดังนี้
- ตรวจสอบว่าโทรศัพท์เชื่อมต่อกับพอร์ตที่ได้รับสิทธิ์เข้า System Programming
- วางหูโทรศัพท์ไว้ตามปกติ
- กดปุ่ม PROGRAM
- กด
*# - ใส่รหัสผ่านระบบ เช่น
1234หากยังใช้ค่าเริ่มต้น - เมื่อเข้าสู่โหมดตั้งค่าแล้ว ให้ใส่หมายเลขโปรแกรมที่ต้องการ
ตัวอย่างลำดับการเข้าโปรแกรม:
PROGRAM → *# → รหัสผ่านระบบ → หมายเลขโปรแกรม
รหัส 1234 เป็นค่าเริ่มต้น ไม่ใช่รหัสที่ใช้ได้กับทุกเครื่อง หากมีการเปลี่ยนรหัสไว้แล้วต้องใช้รหัสปัจจุบันของระบบ
⑥ วิธีตั้งหมายเลขต้องห้ามด้วยโปรแกรม 302–305
โปรแกรม 302–305 ใช้กำหนดตารางหมายเลขที่ไม่อนุญาตให้โทรออก โดยแต่ละตารางมีผลกับ COS ที่เกี่ยวข้อง
ตัวอย่างการตั้งค่าด้วยโปรแกรม 302
สมมติผู้ดูแลต้องการสร้างข้อจำกัดสำหรับหมายเลขโทรออกที่ขึ้นต้นด้วยรหัส 00 โดยต้องตรวจสอบก่อนว่าระบบใช้รูปแบบหมายเลขดังกล่าวจริง
- เข้า System Programming
- ใส่โปรแกรม
302 - กด NEXT
- เลือกตำแหน่งรหัสหมายเลขต้องห้าม เช่น
01 - ใส่รหัสนำหน้าหมายเลข
00 - กด STORE เพื่อบันทึก
- ตรวจสอบค่าที่แสดงก่อนออกจากโปรแกรม
เมื่อตั้งค่าแล้ว เครื่องภายในที่อยู่ใน COS 2–5 จะนำตารางนี้ไปใช้ตรวจสอบตามหลักการของ TRS
ข้อควรระวัง: ตัวอย่าง 00 เป็นเพียงการสาธิต การโทรจริงอาจมีรหัสขอสายนอก รหัสผู้ให้บริการ หรือรูปแบบเลขหมายที่แตกต่างกัน ต้องตรวจสอบเลขหมายที่ตู้ส่งออกจริงก่อนกำหนดรายการห้ามโทร
ตารางโปรแกรมหมายเลขต้องห้าม
- โปรแกรม 302 รองรับรายการ Class 2 จำนวน 20 รายการ
- โปรแกรม 303 รองรับรายการ Class 3 จำนวน 20 รายการ
- โปรแกรม 304 รองรับรายการ Class 4 จำนวน 20 รายการ
- โปรแกรม 305 รองรับรายการ Class 5 จำนวน 20 รายการ
จำนวนรายการที่ COS ใช้ตรวจสอบจะเพิ่มขึ้นตามระดับที่กำหนด
⑦ วิธีตั้ง COS ให้แต่ละเบอร์ภายใน
เมื่อสร้างตารางหมายเลขต้องห้ามแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือกำหนด COS ให้ Extension Jack แต่ละพอร์ต
ตัวอย่างตั้ง COS ช่วงกลางวันด้วยโปรแกรม 601
- เข้า System Programming
- ใส่โปรแกรม
601 - กด NEXT
- เลือกหมายเลข Extension Jack ที่ต้องการตั้งค่า
- ระบุ COS ตั้งแต่ 1 ถึง 5
- กด STORE
- ทำซ้ำกับพอร์ตอื่นตามแผน
- กด END เมื่อเสร็จสิ้น
ตัวอย่างการวางแผนสิทธิ์ภายในสำนักงาน:
| กลุ่มผู้ใช้งาน | COS ตัวอย่าง |
|---|---|
| ผู้บริหาร | COS 1 |
| ฝ่ายขาย | COS 2 |
| ฝ่ายบัญชี | COS 3 |
| พนักงานทั่วไป | COS 4 |
| โทรศัพท์ส่วนกลาง | COS 5 |
ตารางนี้เป็นเพียงตัวอย่างการออกแบบสิทธิ์ ไม่ใช่ค่าที่ Panasonic กำหนดไว้ตายตัว ผู้ดูแลต้องกำหนด Denied Code ให้ตรงกับนโยบายขององค์กรด้วย
หมายเหตุ: โปรแกรมนี้ใช้หมายเลข Extension Jack ไม่ใช่หมายเลขเบอร์ภายในโดยตรง จึงต้องตรวจสอบความสัมพันธ์ระหว่างพอร์ตกับเบอร์ก่อนเปลี่ยนค่า
⑧ วิธีตั้งสิทธิ์โทรออกกลางวัน กลางคืน และพักกลางวัน
Panasonic KX-TES824 สามารถกำหนด COS แยกตามช่วงเวลาได้
โปรแกรม 601 — Day Mode
กำหนดสิทธิ์โทรออกในเวลาทำการ เช่น อนุญาตให้ฝ่ายขายโทรหาลูกค้าและคู่ค้าตามนโยบาย
โปรแกรม 602 — Night Mode
กำหนดสิทธิ์โทรออกนอกเวลาทำการ เช่น ลดสิทธิ์การโทรออกของโทรศัพท์ส่วนกลางเมื่อสำนักงานปิด
โปรแกรม 603 — Lunch Mode
กำหนดสิทธิ์โทรออกระหว่างพักกลางวัน เพื่อควบคุมการใช้งานตามรูปแบบขององค์กร
การตั้ง COS แยกทั้งสามโปรแกรมไม่ได้ทำให้ระบบสลับช่วงเวลาได้เองเสมอไป ต้องตรวจสอบการตั้งค่าระบบ Time Service ที่เกี่ยวข้องด้วย
⑨ วิธีตั้งหมายเลขยกเว้น TRS
ในบางกรณี สำนักงานจำเป็นต้องบล็อกหมายเลขหลายกลุ่ม แต่ยังต้องอนุญาตเบอร์ลูกค้า คู่ค้า หรือหมายเลขที่จำเป็น
Panasonic KX-TES824 ใช้โปรแกรม 306 สำหรับกำหนด Exception Code
ตัวอย่างแนวทางใช้งาน:
- กำหนดกลุ่มหมายเลขต้องห้าม
- ระบุหมายเลขที่ต้องได้รับการยกเว้น
- บันทึกหมายเลขยกเว้นในโปรแกรม 306
- ตรวจสอบว่า COS ของเครื่องนั้นครอบคลุมตำแหน่ง Exception Code ที่ใช้
- ทดสอบทั้งเบอร์ที่อนุญาตและเบอร์ที่ยังต้องห้าม
อย่าใช้ Exception Code ที่กว้างเกินจำเป็น เพราะอาจทำให้หมายเลขอื่นที่ควรถูกจำกัดสามารถโทรออกได้
สำหรับหมายเลขฉุกเฉิน ควรตรวจสอบโปรแกรม 309 และทดสอบตามขั้นตอนที่ไม่รบกวนหน่วยงานฉุกเฉิน
⑩ วิธีทดสอบ TRS หลังตั้งค่า Panasonic KX-TES824
หลังเปลี่ยนระบบ TRS ต้องตรวจสอบการทำงานทุกครั้ง
ทดสอบเครื่องภายใน
- เลือกเครื่องที่ได้รับ COS 1 แล้วทดสอบโทรออกไปยังหมายเลขที่ได้รับอนุญาต
- เลือกเครื่อง COS 2–5 แล้วตรวจสอบว่าหมายเลขต้องห้ามถูกบล็อกตามแผน
- ทดสอบหมายเลขยกเว้นที่ตั้งไว้
- ตรวจสอบสิทธิ์ใน Day, Night และ Lunch Mode
- ทดสอบการโทรภายในว่าใช้งานได้ปกติ
- ตรวจสอบการรับสายเข้าหลังเปลี่ยนค่าระบบ
ควรใช้หมายเลขทดสอบที่องค์กรควบคุมหรือได้รับอนุญาต ไม่ทดลองโทรไปยังเบอร์เสียค่าบริการสูงหรือเบอร์ฉุกเฉินโดยไม่จำเป็น
⑪ ตั้ง TRS แล้วโทรออกไม่ได้ เกิดจากอะไร?
1. เลือก COS ไม่ตรงกับสิทธิ์ที่ต้องการ
ตรวจสอบโปรแกรม 601–603 ว่าเครื่องภายในถูกกำหนด COS ถูกต้องหรือไม่
2. กำหนด Denied Code กว้างเกินไป
ถ้าตั้งรหัสนำหน้าที่ตรงกับหมายเลขจำนวนมาก อาจทำให้สายที่ควรโทรได้ถูกจำกัดด้วย
3. ตั้ง Exception Code ไม่ถูกต้อง
ตรวจสอบรายการในโปรแกรม 306 รวมถึงระดับ COS ที่ใช้งานรายการนั้น
4. ระบบอยู่คนละโหมดเวลา
เครื่องเดียวกันอาจมี COS แตกต่างกันระหว่างกลางวัน กลางคืน และพักกลางวัน
5. ปัญหาไม่ได้เกิดจาก TRS
หากการตั้ง TRS ถูกต้องแล้ว แต่ยังโทรออกไม่ได้ ต้องตรวจสอบการเลือกสายนอก พอร์ต CO สถานะสาย และบริการของผู้ให้บริการโทรศัพท์
⑫ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ TRS Panasonic KX-TES824
TRS กับ COS เหมือนกันหรือไม่?
ไม่เหมือนกัน TRS เป็นระบบควบคุมการโทรออก ส่วน COS เป็นระดับสิทธิ์ที่ใช้กำหนดเงื่อนไขการตรวจสอบ
COS 1 โทรออกได้ทุกเบอร์หรือไม่?
COS 1 ไม่ถูกจำกัดโดยตาราง TRS ตามปกติ แต่การโทรออกยังขึ้นอยู่กับสิทธิ์การใช้สายนอกและสถานะบริการอื่นของระบบ
COS 5 โทรออกภายนอกไม่ได้เลยหรือไม่?
ไม่จำเป็น COS 5 ใช้ตารางข้อจำกัดมากที่สุด แต่ความสามารถในการโทรออกขึ้นอยู่กับรายการต้องห้ามและรายการยกเว้นที่ตั้งไว้
ตั้ง TRS แยกแต่ละเบอร์ได้หรือไม่?
ได้ โดยกำหนด COS ให้แต่ละ Extension Jack ผ่านโปรแกรม 601, 602 และ 603
TRS บล็อกเบอร์มือถือได้หรือไม่?
ทำได้ตามรูปแบบหมายเลขที่ตั้งใน Denied Code แต่ต้องตรวจสอบรูปแบบหมายเลขที่โทรออกจริง รวมถึงเลขหมายที่มีรหัสนำหน้าพิเศษ
TRS ใช้ควบคุมค่าโทรศัพท์ได้จริงหรือไม่?
ช่วยลดโอกาสการโทรไปยังหมายเลขที่ไม่ได้รับอนุญาต แต่ไม่ได้ใช้แทนระบบตรวจสอบยอดค่าโทรหรือระบบบัญชีค่าใช้จ่าย
⑬ สรุปวิธีตั้งค่า TRS Panasonic KX-TES824
การตั้งค่า TRS ให้ถูกต้องควรดำเนินการตามลำดับดังนี้
- วางแผนสิทธิ์โทรออกของแต่ละแผนก
- กำหนดตารางหมายเลขต้องห้ามด้วยโปรแกรม 302–305
- กำหนดหมายเลขยกเว้นด้วยโปรแกรม 306
- ตรวจสอบหมายเลขฉุกเฉินในโปรแกรม 309
- กำหนด COS ของแต่ละเครื่องด้วยโปรแกรม 601–603
- ทดสอบสิทธิ์โทรออกในทุกช่วงเวลา
- สำรองค่าระบบและบันทึกการเปลี่ยนแปลง
การตั้งค่าอย่างเป็นระบบช่วยให้องค์กรควบคุมการโทรออกได้แม่นยำ ลดการใช้สายนอกโดยไม่ได้รับอนุญาต และลดความเสี่ยงค่าโทรศัพท์สูงโดยไม่จำเป็น
สำหรับผู้ดูแลระบบโทรศัพท์สำนักงาน comsiam แนะนำให้จัดทำตาราง COS ประจำแต่ละ Extension Jack และตรวจสอบทุกครั้งเมื่อมีการย้ายพนักงาน เปลี่ยนแผนก หรือเพิ่มเครื่องโทรศัพท์ใหม่
ComSiam Professional Team







