วิธีตั้งค่า COS Panasonic KX-TES824 แยกสิทธิ์โทรออกแต่ละเบอร์ภายใน

วิธีตั้งค่า COS Panasonic KX-TES824 สามารถทำได้ด้วยโปรแกรม 601, 602 และ 603 เพื่อกำหนดสิทธิ์โทรออกของโทรศัพท์แต่ละเครื่องภายในสำนักงาน โดยแยกระดับสิทธิ์ตั้งแต่ COS 1 ถึง COS 5 และตั้งค่าแตกต่างกันได้ตามช่วงกลางวัน กลางคืน และพักกลางวัน

หากสำนักงานต้องการให้ผู้บริหารโทรออกได้ทุกหมายเลข ฝ่ายขายโทรหาลูกค้าได้ หรือจำกัดไม่ให้โทรศัพท์ส่วนกลางโทรออกบางประเภท ระบบ Class of Service (COS) สามารถใช้ควบคุมสิทธิ์เหล่านี้ร่วมกับ Toll Restriction (TRS) ได้

บทความนี้ comsiam อธิบายวิธีตั้งค่า COS บน Panasonic KX-TES824 อย่างละเอียด พร้อมรหัสโปรแกรม ขั้นตอนตั้งค่าจริง ตัวอย่างแบ่งสิทธิ์พนักงาน และวิธีตรวจสอบเมื่อเปลี่ยน COS แล้วโทรออกไม่ได้

① COS Panasonic KX-TES824 คืออะไร?

COS ย่อมาจาก Class of Service หมายถึงระดับสิทธิ์การใช้งานโทรศัพท์ที่กำหนดให้เครื่องภายในแต่ละพอร์ตของตู้สาขา

สำหรับ Panasonic KX-TES824 ระบบ COS ใช้กำหนดระดับการจำกัดหมายเลขโทรออกผ่าน TRS โดยแบ่งออกเป็น 5 ระดับ

COS มีประโยชน์อย่างไร?

  1. กำหนดสิทธิ์โทรออกให้แต่ละเครื่องแตกต่างกัน
  2. จำกัดการโทรไปยังหมายเลขที่ไม่ได้รับอนุญาต
  3. ควบคุมสิทธิ์โทรออกของพนักงานแต่ละแผนก
  4. แยกระดับสิทธิ์ระหว่างผู้บริหารกับพนักงานทั่วไป
  5. กำหนดสิทธิ์โทรออกตามช่วงเวลาทำงาน
  6. ลดความเสี่ยงค่าโทรศัพท์จากการโทรที่ไม่ได้รับอนุญาต
  7. ใช้งานร่วมกับ Walking COS เพื่อใช้สิทธิ์ของตนจากเครื่องอื่น

ข้อสำคัญ: การกำหนด COS เพียงอย่างเดียวอาจยังไม่ทำให้หมายเลขถูกบล็อก ต้องตั้งตาราง TRS ที่เกี่ยวข้องด้วย

② COS Panasonic KX-TES824 มีกี่ระดับ?

Panasonic KX-TES824 รองรับ COS จำนวน 5 ระดับ

COSระดับสิทธิ์ตารางหมายเลขต้องห้าม
COS 1สูงสุดไม่จำกัดด้วยตาราง TRS
COS 2สูงClass 2
COS 3ปานกลางClass 2–3
COS 4ต่ำClass 2–4
COS 5ต่ำสุดClass 2–5

COS 1 — สิทธิ์สูงสุด

ไม่ถูกจำกัดด้วยตาราง TRS เหมาะสำหรับเครื่องที่องค์กรอนุญาตให้โทรออกได้อย่างกว้างขวาง เช่น เครื่องผู้บริหารหรือผู้ดูแลระบบ

อย่างไรก็ตาม ยังต้องมีสิทธิ์ใช้สายนอกและสายนอกต้องพร้อมให้บริการ

COS 2 — จำกัดหมายเลขบางประเภท

ตรวจสอบหมายเลขต้องห้ามที่กำหนดในโปรแกรม 302 เหมาะกับตำแหน่งงานที่ต้องโทรออกเป็นประจำ แต่ต้องจำกัดหมายเลขบางกลุ่ม

COS 3 — เพิ่มข้อจำกัด

ตรวจสอบหมายเลขต้องห้ามจากโปรแกรม 302 และ 303 เหมาะสำหรับพนักงานที่ได้รับอนุญาตให้ใช้สายนอกตามความจำเป็น

COS 4 — จำกัดมากขึ้น

ตรวจสอบหมายเลขต้องห้ามจากโปรแกรม 302–304 เหมาะกับโทรศัพท์ที่ต้องการควบคุมการโทรออกเข้มงวดขึ้น

COS 5 — ระดับสิทธิ์ต่ำสุด

ตรวจสอบหมายเลขต้องห้ามจากโปรแกรม 302–305 เหมาะสำหรับโทรศัพท์ส่วนกลางหรือพื้นที่ที่ต้องการจำกัดการโทรออกมากที่สุด

COS 5 ไม่ได้หมายความว่าห้ามโทรออกสายนอกทุกหมายเลขโดยอัตโนมัติ เพราะยังขึ้นอยู่กับตารางหมายเลขต้องห้ามและหมายเลขยกเว้นที่ตั้งไว้

③ รหัสโปรแกรม COS Panasonic KX-TES824 ที่ต้องใช้

การตั้ง COS แบ่งออกเป็น 3 โปรแกรมหลัก

โปรแกรมหน้าที่
601ตั้ง COS ช่วงกลางวัน (Day)
602ตั้ง COS ช่วงกลางคืน (Night)
603ตั้ง COS ช่วงพักกลางวัน (Lunch)

ส่วนตารางหมายเลขที่ใช้กำหนดข้อจำกัดเกี่ยวข้องกับโปรแกรมดังนี้

โปรแกรมหน้าที่
302TRS Denied Code Class 2
303TRS Denied Code Class 3
304TRS Denied Code Class 4
305TRS Denied Code Class 5
306TRS Exception Code

ผู้ดูแลระบบควรวางแผนทั้ง COS และ TRS ร่วมกัน ไม่ควรตั้ง COS โดยไม่ตรวจสอบรายการหมายเลขต้องห้ามเดิมในตู้สาขา

④ สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนตั้ง COS

ก่อนเริ่มตั้งค่า ให้ตรวจสอบสิ่งต่อไปนี้

  1. ตู้ Panasonic KX-TES824 ทำงานปกติ
  2. มีโทรศัพท์ Panasonic แบบ Proprietary Telephone ที่รองรับ System Programming เช่น KX-T7730
  3. มีสิทธิ์เข้า System Programming ตามการกำหนดของระบบ
  4. ทราบรหัสผ่านสำหรับเข้าตั้งค่าตู้สาขา
  5. มีรายการเบอร์ภายในของพนักงาน
  6. ทราบว่าแต่ละเบอร์เชื่อมต่อกับ Extension Jack หมายเลขใด
  7. วางแผนระดับ COS ที่ต้องการใช้

แนะนำให้บันทึกค่าปัจจุบันและสำรองการตั้งค่าก่อนเปลี่ยนระบบ โดยเฉพาะสำนักงานที่มีการใช้งานโทรศัพท์ตลอดวัน

⑤ วิธีเข้าโหมด Programming Panasonic KX-TES824

ตัวอย่างการเข้าโปรแกรมผ่านโทรศัพท์ Panasonic KX-T7730

  1. ใช้เครื่องโทรศัพท์ที่ได้รับสิทธิ์เข้า System Programming โดยปกติเป็นเครื่องที่ต่อกับ Extension Jack 01
  2. วางหูโทรศัพท์ไว้
  3. กดปุ่ม PROGRAM
  4. กด *#
  5. ใส่รหัสผ่าน System Programming
  6. เมื่อเข้าสู่ระบบแล้ว ให้เลือกโปรแกรม 601, 602 หรือ 603 ตามต้องการ

ตัวอย่างลำดับการกด:

*PROGRAM → # → รหัสผ่านระบบ → 601

หากใช้รหัสผ่านเริ่มต้นของระบบ อาจเป็น 1234 แต่ถ้ามีการเปลี่ยนรหัสผ่านแล้ว ต้องใช้รหัสปัจจุบัน

ไม่ควรรีเซ็ตตู้เพื่อแก้ปัญหาลืมรหัสผ่านโดยไม่ได้สำรองข้อมูล เพราะอาจทำให้ค่าที่ใช้งานอยู่สูญหาย

⑥ วิธีตั้งค่า COS ช่วงกลางวันด้วยโปรแกรม 601

โปรแกรม 601 ใช้กำหนดระดับสิทธิ์โทรออกของแต่ละ Extension Jack ในช่วง Day Mode

ขั้นตอนตั้งค่า COS Day Mode

  1. เข้า System Programming
  2. กด 601
  3. กดปุ่ม NEXT
  4. เลือกหมายเลข Extension Jack ที่ต้องการ เช่น 01
  5. ระบุระดับ COS ตั้งแต่ 1 ถึง 5
  6. กด STORE เพื่อบันทึกค่า
  7. เลือก Extension Jack ถัดไปตามต้องการ
  8. เมื่อเสร็จแล้วกด END

ตัวอย่างการตั้งค่า

สมมติต้องการให้เครื่องที่ต่อกับ Extension Jack 03 ใช้ COS 2

ลำดับการทำงานคือ:

601 → NEXT → 03 → 2 → STORE

เมื่อตั้งค่าแล้ว เครื่องที่ต่อกับพอร์ต 03 จะใช้ COS 2 ในช่วง Day Mode

หมายเหตุ: ปุ่ม NEXT, STORE และการเลือกค่าอาจแสดงหรือใช้งานต่างกันตามรุ่นโทรศัพท์และสถานะหน้าจอ ควรตรวจสอบค่าที่หน้าจอแสดงก่อนบันทึกทุกครั้ง

⑦ วิธีตั้ง COS ช่วงกลางคืนด้วยโปรแกรม 602

โปรแกรม 602 ใช้กำหนดสิทธิ์โทรออกในช่วง Night Mode

เหมาะสำหรับสำนักงานที่ต้องการลดสิทธิ์โทรออกหลังเลิกงาน

ขั้นตอนตั้งค่า

  1. เข้า System Programming
  2. กด 602
  3. กด NEXT
  4. เลือก Extension Jack ที่ต้องการ
  5. กำหนด COS ระดับ 1–5
  6. กด STORE
  7. ตรวจสอบค่าก่อนออกจากโปรแกรม

ตัวอย่างการใช้งาน

สำนักงานแห่งหนึ่งอนุญาตให้ฝ่ายขายใช้ COS 2 ในช่วงกลางวัน แต่เมื่อหมดเวลาทำงานต้องการเปลี่ยนเป็น COS 5

สามารถกำหนดได้ดังนี้

  • โปรแกรม 601: COS 2
  • โปรแกรม 602: COS 5

เมื่อระบบเข้าสู่ Night Mode สิทธิ์การโทรจะเปลี่ยนไปตาม COS ที่ตั้งไว้ โดยต้องมีตาราง TRS รองรับข้อจำกัดที่ต้องการ

⑧ วิธีตั้ง COS ช่วงพักกลางวันด้วยโปรแกรม 603

โปรแกรม 603 ใช้กำหนด COS ระหว่าง Lunch Mode

ตัวอย่างเช่น สำนักงานอาจต้องการให้พนักงานบางกลุ่มโทรออกได้เฉพาะหมายเลขที่จำเป็นระหว่างพักกลางวัน

ขั้นตอนตั้งค่า

  1. เข้า System Programming
  2. กด 603
  3. กด NEXT
  4. เลือกหมายเลข Extension Jack
  5. กำหนด COS ที่ต้องการ
  6. กด STORE
  7. ตรวจสอบและออกจากโปรแกรม

ตัวอย่างการตั้งค่า COS ทั้ง 3 ช่วงเวลา

พอร์ตเครื่องDayNightLunch
Jack 01COS 1COS 1COS 1
Jack 02COS 2COS 5COS 3
Jack 03COS 3COS 5COS 4
Jack 04COS 4COS 5COS 5

ตารางนี้เป็นตัวอย่างสำหรับออกแบบระบบ ไม่ใช่ค่าเริ่มต้นจากโรงงาน

การตั้งค่า COS ในแต่ละช่วงเวลาต้องใช้งานร่วมกับระบบ Time Service ที่กำหนดช่วงเวลาและสถานะ Day, Night และ Lunch ของตู้

⑨ ตัวอย่างแบ่ง COS ตามแผนกในสำนักงาน

การตั้ง COS ที่ดีควรพิจารณาจากความจำเป็นในการโทรออกของแต่ละตำแหน่ง ไม่ใช่กำหนดสิทธิ์สูงสุดให้ทุกเครื่อง

ตัวอย่างสำนักงาน 10 เครื่อง

ตำแหน่งCOS ตัวอย่าง
ผู้จัดการ1
ผู้ช่วยผู้จัดการ2
ฝ่ายขาย 12
ฝ่ายขาย 22
ฝ่ายบัญชี 13
ฝ่ายบัญชี 23
ฝ่ายจัดซื้อ3
พนักงานทั่วไป4
เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์4
โทรศัพท์ส่วนกลาง5

comsiam แนะนำ ให้เริ่มจากการสำรวจหมายเลขที่แต่ละแผนกจำเป็นต้องโทรจริง แล้วสร้าง Denied Code ให้สอดคล้องกับระดับ COS ก่อนนำไปใช้ทั้งสำนักงาน

หากกำหนดสิทธิ์เข้มงวดมากเกินไป อาจทำให้พนักงานโทรหาลูกค้า คู่ค้า หรือหมายเลขที่จำเป็นไม่ได้

⑩ COS กับ TRS ต้องตั้งค่าร่วมกันอย่างไร?

COS ใช้กำหนดระดับสิทธิ์ ส่วน TRS ใช้ตรวจสอบหมายเลขโทรออกตามตารางที่กำหนด

ตัวอย่างเช่น

  • โปรแกรม 302 กำหนดหมายเลขต้องห้ามกลุ่ม A
  • โปรแกรม 303 กำหนดหมายเลขต้องห้ามกลุ่ม B
  • โปรแกรม 304 กำหนดหมายเลขต้องห้ามกลุ่ม C
  • โปรแกรม 305 กำหนดหมายเลขต้องห้ามกลุ่ม D

ผลคือ

  • COS 1 ไม่ถูกจำกัดด้วยตารางดังกล่าว
  • COS 2 ตรวจกลุ่ม A
  • COS 3 ตรวจกลุ่ม A และ B
  • COS 4 ตรวจกลุ่ม A, B และ C
  • COS 5 ตรวจทุกกลุ่ม A, B, C และ D

ระบบยังตรวจสอบ Exception Code ตามสิทธิ์ของ COS นั้น ๆ ด้วย จึงควรตรวจสอบโปรแกรม 306 ก่อนสรุปว่าหมายเลขใดโทรได้หรือไม่ได้

⑪ COS กับเบอร์ภายในเป็นหมายเลขเดียวกันหรือไม่?

ไม่จำเป็น

Panasonic KX-TES824 ใช้หมายเลข Extension Jack เป็นตัวอ้างอิงในการตั้ง COS

ตัวอย่าง:

เบอร์ภายในExtension JackCOS
101011
102022
103033
104044

หมายเลขในตารางเป็นเพียงตัวอย่างที่สมมติขึ้น

หากมีการเปลี่ยนหมายเลขเบอร์ภายใน หรือสลับสายโทรศัพท์ระหว่างพอร์ต ต้องตรวจสอบการกำหนด Extension Jack ใหม่

การตั้งผิดพอร์ตอาจทำให้เครื่องที่ต้องการจำกัดการโทรไม่ได้รับข้อจำกัดตามที่ออกแบบไว้

⑫ เปลี่ยน COS แล้วโทรออกไม่ได้ แก้ไขอย่างไร?

1. ตรวจสอบระดับ COS

ตรวจสอบว่าพอร์ตเครื่องได้รับ COS ที่ต้องการจริงจากโปรแกรม 601, 602 หรือ 603

2. ตรวจสอบตาราง TRS

ตรวจสอบโปรแกรม 302–305 ว่ามีหมายเลขต้องห้ามที่ตรงกับเบอร์ที่กำลังโทรหรือไม่

3. ตรวจสอบ Exception Code

หากเบอร์ที่จำเป็นถูกบล็อก ให้ตรวจสอบโปรแกรม 306 ว่ามีรายการยกเว้นที่ถูกต้องและใช้ได้กับ COS นั้นหรือไม่

4. ตรวจสอบโหมดเวลาปัจจุบัน

เครื่องอาจถูกตั้ง COS 2 ในช่วง Day แต่ใช้ COS 5 ในช่วง Night

5. ตรวจสอบสิทธิ์เลือกสายนอก

COS ไม่ใช่เงื่อนไขเดียวของการโทรออก ต้องตรวจสอบสิทธิ์เข้าถึงพอร์ต CO และการเลือกสายนอกด้วย

6. ตรวจสอบ Extension Lock

หากเครื่องถูกล็อกด้วย Extension Lock อาจมีระดับ TRS ที่เกี่ยวข้องกับการล็อก ซึ่งต้องตรวจสอบแยกต่างหาก

⑬ วิธีทดสอบ COS หลังตั้งค่าทุกเครื่อง

หลังตั้งค่า ควรตรวจสอบการโทรออกตามรายการต่อไปนี้

  1. ทดสอบโทรภายในระหว่างพนักงาน
  2. ทดสอบโทรออกเบอร์ที่อนุญาต
  3. ตรวจสอบหมายเลขที่ต้องถูกจำกัด
  4. ทดสอบสิทธิ์โทรออกของแต่ละ COS
  5. ตรวจสอบ Day Mode
  6. ตรวจสอบ Night Mode
  7. ตรวจสอบ Lunch Mode
  8. ตรวจสอบการรับสายเข้า
  9. ตรวจสอบสิทธิ์การใช้สายนอก
  10. บันทึกผลการทดสอบทุกเครื่อง

ไม่ควรทดสอบโดยโทรไปยังหมายเลขฉุกเฉินหรือหมายเลขบริการที่มีค่าใช้จ่ายสูงโดยไม่จำเป็น

⑭ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ COS Panasonic KX-TES824

Panasonic KX-TES824 ตั้ง COS ได้กี่ระดับ?

ตั้งได้ 5 ระดับ คือ COS 1 ถึง COS 5 โดย COS 1 มีสิทธิ์สูงสุด และ COS 5 มีข้อจำกัดจากตาราง TRS มากที่สุด

สามารถตั้ง COS แยกแต่ละเบอร์ได้หรือไม่?

ได้ โดยกำหนดสิทธิ์ให้แต่ละ Extension Jack ผ่านโปรแกรม 601–603

เปลี่ยน COS ต้องรีสตาร์ตตู้หรือไม่?

โดยทั่วไปการตั้งค่าผ่าน System Programming จะถูกบันทึกด้วย STORE ไม่จำเป็นต้องรีสตาร์ตตู้สำหรับการเปลี่ยน COS ตามปกติ

COS 5 โทรภายในได้หรือไม่?

COS 5 เป็นระดับจำกัดการโทรออกสายนอกด้วย TRS ไม่ได้หมายความว่าห้ามโทรภายในตามปกติ

ตั้ง COS แล้วทำไมโทรออกยังได้ทุกเบอร์?

อาจเกิดจากตาราง Denied Code ยังไม่ได้กำหนด หรือรายการที่กำหนดไม่ตรงกับหมายเลขที่โทรออกจริง

ตั้ง COS ต่างกันระหว่างกลางวันกับกลางคืนได้หรือไม่?

ได้ โดยใช้โปรแกรม 601 สำหรับ Day, 602 สำหรับ Night และ 603 สำหรับ Lunch

COS กับ Walking COS ต่างกันอย่างไร?

COS เป็นสิทธิ์ประจำเครื่อง ส่วน Walking COS ช่วยให้ผู้ใช้สามารถใช้สิทธิ์ของตนชั่วคราวจากเครื่องอื่นได้ตามเงื่อนไขของระบบ

⑮ สรุปวิธีตั้งค่า COS Panasonic KX-TES824

การตั้ง COS ช่วยให้สำนักงานกำหนดสิทธิ์โทรออกได้เหมาะสมกับแต่ละตำแหน่ง ลดการใช้งานสายนอกที่ไม่จำเป็น และควบคุมข้อจำกัดการโทรได้อย่างเป็นระบบ

ขั้นตอนสำคัญประกอบด้วย

  1. ตรวจสอบรายการเบอร์ภายในและ Extension Jack
  2. วางแผน COS 1–5 ให้แต่ละตำแหน่ง
  3. ตรวจสอบตาราง TRS ที่เกี่ยวข้อง
  4. ใช้โปรแกรม 601 ตั้ง COS ช่วงกลางวัน
  5. ใช้โปรแกรม 602 ตั้ง COS ช่วงกลางคืน
  6. ใช้โปรแกรม 603 ตั้ง COS ช่วงพักกลางวัน
  7. ทดสอบสิทธิ์โทรออกตามหมายเลขที่อนุญาตและต้องห้าม
  8. บันทึกการตั้งค่าไว้สำหรับการดูแลระบบในอนาคต

สำหรับสำนักงานที่มีการเปลี่ยนพนักงานหรือย้ายตำแหน่งโทรศัพท์บ่อย comsiam แนะนำให้จัดทำตาราง COS ประจำทุกพอร์ต พร้อมบันทึกวันที่แก้ไขและผู้รับผิดชอบ เพื่อให้ตรวจสอบการตั้งค่าได้ง่ายและลดปัญหาโทรออกไม่ได้หลังเปลี่ยนระบบ

ComSiam Professional Team