วิธีตั้ง COS Panasonic KX-TES824 แยกสิทธิ์โทรออกพนักงานและผู้บริหาร

การตั้งค่า COS Panasonic KX-TES824 แยกสิทธิ์โทรออกพนักงานและผู้บริหาร สามารถทำได้ด้วยโปรแกรม 601, 602 และ 603 เพื่อกำหนดระดับสิทธิ์การโทรออกผ่านสายนอก CO Line ให้โทรศัพท์ภายในแต่ละเครื่องแตกต่างกัน

ตัวอย่างเช่น สำนักงานต้องการให้ผู้บริหารโทรออกภายนอกได้อย่างกว้างขวาง ฝ่ายขายโทรหาลูกค้าได้ แต่พนักงานทั่วไปถูกจำกัดการโทรไปยังหมายเลขต่างประเทศ เบอร์มือถือ หรือหมายเลขบริการเสียเงิน สามารถออกแบบสิทธิ์เหล่านี้ได้ด้วยระบบ Class of Service (COS) และ Toll Restriction (TRS)

Panasonic KX-TES824 รองรับ COS จำนวน 5 ระดับ ตั้งแต่ COS 1 ซึ่งมีสิทธิ์สูงสุด ไปจนถึง COS 5 ซึ่งใช้ตารางข้อจำกัดมากที่สุด โดยสามารถกำหนดสิทธิ์แตกต่างกันตามช่วงกลางวัน กลางคืน และพักกลางวัน

บทความนี้ comsiam อธิบายวิธีตั้ง COS อย่างละเอียด พร้อมตัวอย่างแบ่งสิทธิ์ตามแผนก รหัสโปรแกรม ขั้นตอนตั้งค่าจริงผ่านโทรศัพท์ Panasonic KX-T7730 และวิธีทดสอบการโทรออกหลังเปลี่ยนสิทธิ์

① COS Panasonic KX-TES824 คืออะไร?

COS ย่อมาจาก Class of Service หมายถึงระดับสิทธิ์ของโทรศัพท์ภายในที่ใช้ควบคุมการทำงานบางประเภท โดยเฉพาะการตรวจสอบข้อจำกัดการโทรออกด้วยระบบ TRS

สำหรับ Panasonic KX-TES824 สามารถกำหนด COS ให้โทรศัพท์แต่ละ Extension Jack ได้ตามช่วงเวลาทำงาน

COS ช่วยองค์กรอย่างไร?

  1. แยกสิทธิ์โทรออกระหว่างผู้บริหารกับพนักงาน
  2. จำกัดการโทรต่างประเทศ
  3. จำกัดการโทรไปยังเบอร์มือถือบางกลุ่ม
  4. บล็อกหมายเลขบริการที่ไม่ได้รับอนุญาต
  5. ลดความเสี่ยงค่าโทรศัพท์สูงผิดปกติ
  6. ควบคุมสิทธิ์โทรออกตามช่วงเวลาทำงาน
  7. จัดระดับการใช้โทรศัพท์ให้เหมาะกับแต่ละแผนก
  8. ลดการใช้สายนอกเพื่อวัตถุประสงค์ที่ไม่ได้รับอนุญาต

ข้อสำคัญ: COS ไม่ใช่การกำหนดวงเงินค่าโทรศัพท์ และการเลือก COS ระดับต่ำไม่ได้หมายความว่าเครื่องจะโทรออกไม่ได้โดยอัตโนมัติ ต้องตรวจสอบ Denied Code และ Exception Code ของระบบ TRS ด้วย

② Panasonic KX-TES824 มี COS กี่ระดับ?

Panasonic KX-TES824 รองรับ COS จำนวน 5 ระดับ

COSระดับสิทธิ์ตาราง Denied Code ที่ใช้
COS 1สูงสุดไม่จำกัดด้วยตาราง TRS
COS 2สูงโปรแกรม 302
COS 3ปานกลางโปรแกรม 302–303
COS 4ต่ำโปรแกรม 302–304
COS 5ต่ำสุดโปรแกรม 302–305

COS 1 — สำหรับผู้ที่ต้องการสิทธิ์สูงสุด

COS 1 ไม่ถูกจำกัดด้วยตาราง TRS ตามปกติ เหมาะสำหรับเครื่องที่องค์กรอนุญาตให้โทรออกได้อย่างกว้างขวาง

อย่างไรก็ตาม ยังต้องได้รับสิทธิ์ใช้ CO Line และต้องมีสายนอกพร้อมให้บริการ

COS 2 — สำหรับผู้ใช้งานที่ต้องโทรออกบ่อย

ตรวจสอบหมายเลขต้องห้ามในโปรแกรม 302 เหมาะกับพนักงานที่จำเป็นต้องติดต่อภายนอกเป็นประจำ เช่น ฝ่ายขาย

COS 3 — สำหรับสิทธิ์ระดับกลาง

ตรวจสอบตารางหมายเลขต้องห้ามในโปรแกรม 302 และ 303

COS 4 — สำหรับพนักงานทั่วไป

ตรวจสอบตารางหมายเลขต้องห้ามในโปรแกรม 302–304

COS 5 — สำหรับเครื่องที่ต้องการข้อจำกัดมากที่สุด

ตรวจสอบตารางหมายเลขต้องห้ามในโปรแกรม 302–305

ข้อควรระวัง: COS 5 ไม่ได้หมายความว่าห้ามโทรออกทุกหมายเลขเสมอไป หากตาราง Denied Code ไม่ครอบคลุม หมายเลขบางกลุ่มอาจยังโทรออกได้

③ TRS กับ COS ของ Panasonic KX-TES824 ต่างกันอย่างไร?

ระบบทั้งสองทำงานร่วมกัน แต่มีหน้าที่แตกต่างกัน

รายการCOSTRS
ชื่อเต็มClass of ServiceToll Restriction
หน้าที่กำหนดระดับสิทธิ์ตรวจสอบหมายเลขที่โทรออก
โปรแกรมหลัก601–603302–306
ใช้แยกแต่ละเครื่องได้ผ่าน COS
ใช้ตามช่วงเวลาได้ใช้ตาม COS ของช่วงเวลานั้น
จำกัดเบอร์ต่างประเทศผ่านระดับสิทธิ์ผ่าน Denied Code

ตัวอย่าง

สมมติบริษัทตั้งรหัสโทรต่างประเทศที่ต้องห้ามไว้ในโปรแกรม 302

  • เครื่อง COS 1 ไม่ถูกจำกัดด้วยตารางนี้
  • เครื่อง COS 2 ถูกตรวจสอบด้วยโปรแกรม 302
  • เครื่อง COS 3 ถูกตรวจสอบด้วยโปรแกรม 302–303
  • เครื่อง COS 4 ถูกตรวจสอบด้วยโปรแกรม 302–304
  • เครื่อง COS 5 ถูกตรวจสอบด้วยโปรแกรม 302–305

จึงควรวางแผนตารางหมายเลขต้องห้ามก่อนเลือก COS ให้แต่ละแผนก

④ โปรแกรม COS Panasonic KX-TES824 ที่ต้องรู้

โปรแกรมหลักสำหรับการกำหนดสิทธิ์มีดังนี้

โปรแกรมหน้าที่
601TRS-COS ช่วงกลางวัน
602TRS-COS ช่วงกลางคืน
603TRS-COS ช่วงพักกลางวัน
302Denied Code Class 2
303Denied Code Class 3
304Denied Code Class 4
305Denied Code Class 5
306Exception Code
309Emergency Number
301TRS สำหรับ System Speed Dialling
405–407สิทธิ์ใช้สายนอก CO Line

การกำหนด COS ให้พนักงานไม่ได้หมายความว่าทุกเครื่องจะมีสิทธิ์ใช้ CO Line เท่ากัน เพราะสิทธิ์เลือกสายนอกถูกควบคุมแยกต่างหาก

⑤ วิธีวางแผน COS สำหรับผู้บริหารและพนักงาน

ก่อนเริ่มตั้งค่าควรสำรวจความจำเป็นในการโทรออกของแต่ละตำแหน่ง

ตัวอย่างสำนักงาน 12 เครื่อง

เบอร์ภายในตำแหน่งCOS ตัวอย่าง
101กรรมการผู้จัดการ1
102ผู้จัดการทั่วไป2
103ผู้จัดการฝ่ายขาย2
104ฝ่ายขาย 12
105ฝ่ายขาย 22
106ฝ่ายจัดซื้อ3
107ฝ่ายบัญชี 13
108ฝ่ายบัญชี 23
109ธุรการ4
110ประชาสัมพันธ์4
111ห้องประชุม5
112โทรศัพท์ส่วนกลาง5

ตารางนี้เป็นตัวอย่างการออกแบบนโยบาย ไม่ใช่ค่าเริ่มต้นของตู้ Panasonic

หลักการแบ่งสิทธิ์

  • ผู้บริหาร: ให้สิทธิ์ตามความจำเป็นในการติดต่อธุรกิจ
  • ฝ่ายขาย: อนุญาตกลุ่มหมายเลขลูกค้าที่เกี่ยวข้อง
  • ฝ่ายบัญชี: ควบคุมการโทรออกให้ตรงกับงาน
  • พนักงานทั่วไป: จำกัดหมายเลขที่ไม่มีความจำเป็น
  • โทรศัพท์ส่วนกลาง: ใช้สิทธิ์ต่ำตามนโยบายองค์กร

comsiam แนะนำ ไม่ให้กำหนด COS 1 กับทุกเครื่องเพียงเพราะต้องการหลีกเลี่ยงปัญหาโทรออกไม่ได้ เพราะจะทำให้ข้อจำกัด TRS ไม่มีผลกับเครื่องเหล่านั้น

⑥ สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนตั้งค่า COS

ก่อนเปลี่ยนระบบควรเตรียมดังนี้

  1. ตู้ Panasonic KX-TES824 ที่ทำงานปกติ
  2. โทรศัพท์ Panasonic KX-T7730 หรือรุ่นที่รองรับ System Programming
  3. รหัสผ่านตั้งค่าระบบ
  4. รายชื่อเบอร์ภายในของพนักงาน
  5. หมายเลข Extension Jack ของแต่ละเครื่อง
  6. ตาราง Denied Code เดิม
  7. รายการ Exception Code ที่ใช้งาน
  8. รายการ CO Line ที่เชื่อมต่อ
  9. ตาราง COS ที่ต้องการใช้งาน
  10. แผนทดสอบการโทรออกหลังเปลี่ยนค่า

ควรบันทึกค่าปัจจุบันก่อนแก้ไข โดยเฉพาะระบบที่ใช้งานร่วมกันหลายแผนก

⑦ วิธีเข้า System Programming Panasonic KX-TES824

สามารถตั้งค่าผ่านโทรศัพท์ Panasonic ที่รองรับการโปรแกรมระบบ โดยทั่วไปใช้เครื่องที่ต่อกับ Extension Jack 01

ขั้นตอน

  1. วางหูโทรศัพท์
  2. กดปุ่ม PROGRAM
  3. กด *#
  4. ใส่รหัสผ่าน System Programming
  5. รอให้หน้าจอเข้าสู่โหมดตั้งค่า
  6. เลือกหมายเลขโปรแกรมที่ต้องการ

ตัวอย่าง:

PROGRAM → *# → รหัสผ่าน → 601

หากตู้ยังใช้รหัสผ่านเริ่มต้น อาจเป็น 1234 แต่ควรใช้รหัสปัจจุบันที่ผู้ดูแลระบบกำหนดไว้

ไม่ควรรีเซ็ตตู้เพื่อแก้ปัญหาลืมรหัสผ่านโดยไม่มีข้อมูลสำรอง

⑧ วิธีตั้ง COS Panasonic KX-TES824 ด้วยโปรแกรม 601

โปรแกรม 601 ใช้กำหนด COS ของ Extension Jack ในช่วง Day Mode

ตัวอย่างการตั้งค่า

ต้องการให้ Extension Jack 03 ใช้ COS 2 สำหรับพนักงานฝ่ายขาย

ขั้นตอนตั้งค่า

  1. เข้า System Programming
  2. กด 601
  3. กด NEXT
  4. เลือก Extension Jack หมายเลข 03
  5. กด NEXT เพื่อเข้าสู่ค่าของพอร์ต
  6. กำหนด COS เป็น 2
  7. กด STORE
  8. ตรวจสอบค่าที่บันทึก
  9. กด END เมื่อเสร็จสิ้น

ตัวอย่างลำดับ:

601 → NEXT → 03 → NEXT → 2 → STORE

ปุ่มสำหรับเปลี่ยนพอร์ตหรือเลื่อนไปยังรายการอื่นให้ใช้ตามหน้าจอของโทรศัพท์ที่กำลังโปรแกรม

ตารางตัวอย่าง

Extension Jackผู้ใช้งานCOS Day
01ผู้บริหาร1
02ผู้จัดการ2
03ฝ่ายขาย2
04ฝ่ายบัญชี3
05พนักงานทั่วไป4
06โทรศัพท์ส่วนกลาง5

ควรตรวจสอบว่า Extension Jack ตรงกับเครื่องที่ต้องการเปลี่ยนสิทธิ์จริง เพราะหมายเลขพอร์ตและเบอร์ภายในอาจไม่ตรงกัน

⑨ วิธีตั้ง COS ช่วงกลางคืนด้วยโปรแกรม 602

โปรแกรม 602 ใช้กำหนด COS ใน Night Mode

เหมาะสำหรับบริษัทที่ต้องการลดสิทธิ์โทรออกนอกเวลาทำงาน

ตัวอย่าง

ฝ่ายขายใช้ COS 2 ในช่วงกลางวัน แต่ต้องการเปลี่ยนเป็น COS 4 หลังเลิกงาน

ขั้นตอน

  1. เข้า System Programming
  2. กด 602
  3. กด NEXT
  4. เลือก Extension Jack ของฝ่ายขาย
  5. กด NEXT เพื่อเข้าสู่ค่าของพอร์ต
  6. เปลี่ยน COS เป็น 4
  7. กด STORE
  8. ตรวจสอบผลการตั้งค่า

ตัวอย่าง:

602 → NEXT → 03 → NEXT → 4 → STORE

เมื่อระบบเข้าสู่ Night Mode เครื่องที่กำหนดจะใช้ COS 4 ตามที่บันทึกไว้

อย่างไรก็ตาม ต้องมี Denied Code ในตารางที่ COS 4 ใช้ตรวจสอบด้วย จึงจะเกิดข้อจำกัดตามต้องการ

⑩ วิธีตั้ง COS ช่วงพักกลางวันด้วยโปรแกรม 603

โปรแกรม 603 ใช้กำหนดสิทธิ์โทรออกสำหรับ Lunch Mode

ขั้นตอน

  1. เข้า System Programming
  2. กด 603
  3. กด NEXT
  4. เลือก Extension Jack
  5. กด NEXT เพื่อเข้าสู่ค่าของพอร์ต
  6. กำหนด COS ที่ต้องการ
  7. กด STORE
  8. ตรวจสอบค่าก่อนออกจากโปรแกรม

ตัวอย่าง COS ครบสามช่วงเวลา

ตำแหน่งDayNightLunch
ผู้บริหาร111
ผู้จัดการ232
ฝ่ายขาย243
บัญชี354
พนักงานทั่วไป455
โทรศัพท์ส่วนกลาง555

ตัวอย่างนี้ช่วยให้สำนักงานออกแบบระดับสิทธิ์ตามเวลาทำงานได้ แต่การเปลี่ยนโหมดจริงต้องตรวจสอบการตั้งค่า Time Service ของตู้ด้วย

⑪ วิธีตั้ง Denied Code ให้แต่ละระดับ COS

การกำหนด COS จะมีผลตามที่ต้องการเมื่อมีการตั้งตาราง TRS ที่เหมาะสม

โปรแกรม 302 — Class 2

ใช้กำหนดกลุ่มหมายเลขต้องห้ามสำหรับ COS 2–5

โปรแกรม 303 — Class 3

เพิ่มข้อจำกัดสำหรับ COS 3–5

โปรแกรม 304 — Class 4

เพิ่มข้อจำกัดสำหรับ COS 4–5

โปรแกรม 305 — Class 5

เพิ่มข้อจำกัดสำหรับ COS 5

ตัวอย่างการวางแผน

ตารางกลุ่มหมายเลขที่อาจจำกัด
302รหัสโทรต่างประเทศที่ตรวจสอบแล้ว
303กลุ่มบริการที่มีค่าใช้จ่ายพิเศษ
304กลุ่มเบอร์มือถือที่ไม่จำเป็น
305กลุ่มหมายเลขเพิ่มเติมสำหรับโทรศัพท์ส่วนกลาง

นี่เป็นเพียงตัวอย่างนโยบาย ต้องตรวจสอบรหัสนำหน้าและหมายเลขที่พนักงานจำเป็นต้องใช้ก่อนบันทึกจริง

⑫ วิธีอนุญาตเบอร์ลูกค้าเฉพาะบางแผนก

บางบริษัทต้องการให้พนักงานฝ่ายขายโทรหาลูกค้าบางรายได้ แม้หมายเลขนั้นอยู่ในกลุ่มที่ถูกจำกัด

สามารถใช้โปรแกรม 306 สำหรับ TRS Exception Code

ตัวอย่าง

บริษัทบล็อกกลุ่มเบอร์มือถือบางช่วง แต่ต้องการอนุญาตหมายเลขลูกค้าสำคัญ

ขั้นตอนคือ

  1. ตรวจสอบหมายเลขลูกค้า
  2. ตรวจสอบ Denied Code ที่ทำให้หมายเลขถูกจำกัด
  3. เข้าโปรแกรม 306
  4. เลือกตำแหน่ง Exception Code ที่เหมาะสม
  5. เพิ่มหมายเลขที่ต้องการอนุญาต
  6. กด STORE
  7. ตรวจสอบระดับ COS ของเครื่องฝ่ายขาย
  8. ทดสอบการโทรออก

ข้อจำกัด Exception Code

COSตำแหน่งที่ใช้ได้
COS 201–80
COS 301–60
COS 401–40
COS 501–20

ไม่ควรเพิ่มรหัสยกเว้นที่กว้างเกินไป เพราะอาจทำให้เบอร์ที่ไม่ได้รับอนุญาตโทรออกได้ด้วย

⑬ วิธีตรวจสอบว่าเครื่องอยู่ในโหมดกลางวันหรือกลางคืน

ก่อนตรวจสอบปัญหา COS ควรทราบก่อนว่าระบบกำลังอยู่ใน Time Service Mode ใด

สำหรับโทรศัพท์ Panasonic แบบมีจอที่รองรับ สามารถตรวจสอบสถานะปัจจุบันได้โดยกด # ขณะวางหูตามขั้นตอนของคู่มือ

จอจะแสดงโหมดปัจจุบันชั่วคราว

โหมดที่รองรับ

  • Day Mode
  • Night Mode
  • Lunch Mode

หากเครื่องที่ใช้ COS 2 ใน Day Mode โทรออกไม่ได้ตอนกลางคืน อาจเกิดจากระบบเข้าสู่ Night Mode และเครื่องถูกกำหนด COS 4 หรือ 5 ไว้

การเปลี่ยนโหมดด้วยตนเอง

ผู้ที่มีสิทธิ์ Operator หรือ Manager สามารถใช้รหัสตามคู่มือเพื่อเปลี่ยน Time Service Mode ได้

ตัวอย่าง:

  • 781# สำหรับ Day
  • 782# สำหรับ Night
  • 783# สำหรับ Lunch
  • 780# สำหรับกลับไปใช้การสลับโหมดอัตโนมัติ

การตั้งค่า Time Service ต้องเป็นไปตามสิทธิ์ของเครื่องและโหมดที่ระบบรองรับ

⑭ COS กับสิทธิ์ใช้ CO Line ต่างกันอย่างไร?

แม้ผู้บริหารจะได้รับ COS 1 ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถใช้สายนอกทุกสายได้โดยไม่มีข้อจำกัด

Panasonic KX-TES824 มีโปรแกรม Flexible Outward Dialling สำหรับกำหนดสิทธิ์ใช้ CO Line ของแต่ละ Extension Jack

โปรแกรมหน้าที่
405สิทธิ์ใช้ CO Line ช่วง Day
406สิทธิ์ใช้ CO Line ช่วง Night
407สิทธิ์ใช้ CO Line ช่วง Lunch

ตัวอย่าง

ผู้จัดการได้รับ COS 1 แต่ถูกกำหนด Disable สำหรับ CO 3

เครื่องดังกล่าวจะไม่ได้รับสิทธิ์ใช้ CO 3 เพื่อโทรออกตามเงื่อนไข Flexible Outward Dialling แม้ COS จะเป็นระดับสูงสุดก็ตาม

ดังนั้นต้องตรวจสอบทั้ง COS, TRS และ CO Line Access เมื่อวิเคราะห์ปัญหาโทรออกไม่ได้

⑮ COS กับ Walking COS ต่างกันอย่างไร?

COS ปกติเป็นระดับสิทธิ์ที่กำหนดให้ Extension Jack

ส่วน Walking COS เป็นฟังก์ชันที่ช่วยให้ผู้ใช้ที่ได้รับอนุญาตสามารถใช้ระดับสิทธิ์ของตนจากโทรศัพท์เครื่องอื่นได้ชั่วคราวตามเงื่อนไขของระบบ

ตัวอย่าง

ผู้บริหารเดินไปยังห้องประชุม ซึ่งโทรศัพท์ถูกกำหนด COS 5

หากระบบเปิดและกำหนด Walking COS อย่างเหมาะสม ผู้บริหารอาจใช้สิทธิ์ COS ของตนเพื่อโทรออกจากเครื่องดังกล่าวได้

ข้อควรระวัง

หากองค์กรต้องการจำกัดการโทรออกของพนักงานอย่างเข้มงวด ต้องตรวจสอบสิทธิ์ Walking COS และการรักษาความปลอดภัยของรหัสที่เกี่ยวข้อง

ไม่ควรเปิดเผยรหัสสิทธิ์ของผู้บริหารให้บุคคลอื่นใช้

⑯ ตั้ง COS แล้วพนักงานยังโทรออกเบอร์ต้องห้ามได้ เกิดจากอะไร?

1. ไม่มี Denied Code ที่ตรงกับหมายเลข

COS ใช้ตรวจสอบตารางหมายเลขต้องห้าม แต่หากไม่มีรายการที่ตรงกัน ระบบอาจยังอนุญาตให้โทรออกได้

2. เครื่องใช้ COS 1

COS 1 ไม่ถูกจำกัดด้วยตาราง TRS ตามปกติ

3. มี Exception Code ยกเว้นหมายเลข

ตรวจสอบโปรแกรม 306

4. ระบบอยู่คนละ Time Service Mode

ตรวจสอบโปรแกรม 601–603

5. มีการใช้ Walking COS

ผู้ใช้อาจได้รับสิทธิ์ COS จากเครื่องอื่น

6. ใช้ System Speed Dialling

ต้องตรวจสอบโปรแกรม 301 และสิทธิ์ที่เกี่ยวข้องกับหมายเลขโทรด่วนของระบบ

7. หมายเลขที่โทรไม่ตรงกับรูปแบบ Denied Code

ตรวจสอบรหัสนำหน้าและรูปแบบเลขหมายที่ตู้ใช้เปรียบเทียบจริง

⑰ เปลี่ยน COS แล้วโทรออกไม่ได้ แก้ไขอย่างไร?

หากหลังเปลี่ยน COS พนักงานไม่สามารถโทรออกได้ ให้ตรวจสอบตามลำดับ

  1. ตรวจสอบ Extension Jack ว่าตรงกับเครื่องหรือไม่
  2. ตรวจสอบ COS ปัจจุบันจากโปรแกรม 601–603
  3. ตรวจสอบ Time Service Mode
  4. ตรวจสอบ Denied Code ในโปรแกรม 302–305
  5. ตรวจสอบ Exception Code
  6. ตรวจสอบสิทธิ์ CO Line ในโปรแกรม 405–407
  7. ตรวจสอบ Extension Lock
  8. ตรวจสอบสถานะสายนอก CO
  9. ทดลองโทรหมายเลขภายนอกที่องค์กรได้รับอนุญาต
  10. บันทึกผลการตรวจสอบ

ไม่ควรเปลี่ยนทุกเครื่องกลับเป็น COS 1 เพียงเพื่อแก้ปัญหา เพราะอาจทำให้นโยบายจำกัดการโทรของสำนักงานไม่มีผล

⑱ วิธีทดสอบ COS หลังตั้งค่า

หลังแบ่งสิทธิ์พนักงานและผู้บริหารแล้ว ต้องทดสอบจริงตามกลุ่มผู้ใช้งาน

ทดสอบเครื่องผู้บริหาร

  1. ตรวจสอบ COS ที่กำหนด
  2. ตรวจสอบสิทธิ์ใช้ CO Line
  3. โทรไปยังหมายเลขทดสอบที่ได้รับอนุญาต
  4. ตรวจสอบคุณภาพเสียง

ทดสอบเครื่องฝ่ายขาย

  1. โทรหาหมายเลขลูกค้าที่ได้รับอนุญาต
  2. ตรวจสอบการบล็อกหมายเลขที่กำหนด
  3. ตรวจสอบ Exception Code
  4. ตรวจสอบ COS ใน Night Mode

ทดสอบเครื่องพนักงานทั่วไป

  1. โทรภายใน
  2. โทรออกเบอร์ที่ได้รับอนุญาต
  3. ตรวจสอบการบล็อกหมายเลขต้องห้าม
  4. ตรวจสอบสิทธิ์ใช้ CO Line

ทดสอบโทรศัพท์ส่วนกลาง

  1. ตรวจสอบ COS ระดับต่ำ
  2. ตรวจสอบรายการหมายเลขที่ถูกจำกัด
  3. ตรวจสอบการรับสายเข้า
  4. ตรวจสอบหมายเลขฉุกเฉินและช่องทางติดต่อฉุกเฉินตามแผนขององค์กร

ควรใช้หมายเลขทดสอบที่องค์กรควบคุมหรือได้รับอนุญาต และหลีกเลี่ยงการโทรเข้าหมายเลขฉุกเฉินหรือบริการเสียค่าบริการสูงเพื่อทดสอบโดยไม่จำเป็น

⑲ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการแบ่ง COS

ให้ COS 1 กับทุกเครื่อง

ทำให้ตาราง TRS ไม่สามารถควบคุมการโทรของเครื่องเหล่านั้นได้ตามวัตถุประสงค์

ตั้ง COS 5 แต่ไม่ได้สร้าง Denied Code

อาจยังโทรออกบางหมายเลขได้

ไม่ตรวจสอบ Extension Jack

ทำให้เปลี่ยนสิทธิ์ผิดเครื่อง

ไม่ตั้งค่า Night และ Lunch Mode

ทำให้สิทธิ์โทรออกเปลี่ยนไปเมื่อระบบเปลี่ยนช่วงเวลา

ลืมตรวจสอบ Exception Code

อาจมีหมายเลขที่ได้รับอนุญาตเกินความจำเป็น

ไม่ตรวจสอบ CO Line Access

บางเครื่องอาจโทรออกไม่ได้แม้ใช้ COS 1

ไม่สำรองค่าก่อนตั้งค่า

ทำให้ตรวจสอบหรือย้อนกลับค่าที่เปลี่ยนได้ยาก

⑳ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ COS Panasonic KX-TES824

Panasonic KX-TES824 ตั้ง COS ได้กี่ระดับ?

ตั้งได้ 5 ระดับ ตั้งแต่ COS 1 ถึง COS 5

โปรแกรมอะไรใช้ตั้ง COS กลางวัน?

ใช้โปรแกรม 601

โปรแกรมอะไรใช้ตั้ง COS กลางคืน?

ใช้โปรแกรม 602

โปรแกรมอะไรใช้ตั้ง COS พักกลางวัน?

ใช้โปรแกรม 603

ผู้บริหารจำเป็นต้องใช้ COS 1 ทุกคนหรือไม่?

ไม่จำเป็น ควรเลือกตามสิทธิ์ที่ต้องใช้จริง เพราะ COS 1 ไม่ถูกจำกัดด้วยตาราง TRS

ฝ่ายขายควรใช้ COS อะไร?

ไม่มีระดับตายตัว ต้องพิจารณาจากหมายเลขที่ฝ่ายขายต้องติดต่อและตาราง TRS ขององค์กร

COS 5 ห้ามโทรออกทั้งหมดหรือไม่?

ไม่เสมอไป ขึ้นอยู่กับตาราง Denied Code และข้อยกเว้นที่ตั้งไว้

COS สามารถเปลี่ยนตามเวลาได้หรือไม่?

ได้ โดยใช้โปรแกรม 601, 602 และ 603 ร่วมกับ Time Service Mode

COS กับ TRS เหมือนกันหรือไม่?

ไม่เหมือนกัน COS กำหนดระดับสิทธิ์ ส่วน TRS ตรวจสอบหมายเลขโทรออก

ตั้ง COS แล้วโทรภายในได้หรือไม่?

โดยทั่วไปยังโทรภายในได้ เพราะการจำกัด TRS มุ่งควบคุมการโทรออกสายนอก

COS ใช้ควบคุมวงเงินค่าโทรศัพท์ได้หรือไม่?

ไม่ได้โดยตรง ระบบใช้จำกัดสิทธิ์และหมายเลขโทรออก ไม่ได้กำหนดงบค่าโทรเป็นจำนวนเงินบาท

㉑ สรุปวิธีตั้ง COS Panasonic KX-TES824 แยกสิทธิ์พนักงานและผู้บริหาร

การตั้ง COS บน Panasonic KX-TES824 ช่วยให้องค์กรสามารถแบ่งสิทธิ์โทรออกของผู้บริหารและพนักงานได้อย่างเป็นระบบ ลดความเสี่ยงการใช้สายนอกโดยไม่ได้รับอนุญาต และควบคุมค่าใช้จ่ายจากการโทรได้เหมาะสมกับลักษณะงาน

ขั้นตอนที่ควรดำเนินการมีดังนี้

  1. สำรวจความจำเป็นในการโทรออกของแต่ละแผนก
  2. จัดทำตาราง COS ของพนักงานและผู้บริหาร
  3. ตรวจสอบ Extension Jack ให้ตรงกับเครื่องจริง
  4. ตรวจสอบ Denied Code ในโปรแกรม 302–305
  5. ตรวจสอบ Exception Code ในโปรแกรม 306
  6. ตั้ง COS กลางวันด้วยโปรแกรม 601
  7. ตั้ง COS กลางคืนด้วยโปรแกรม 602
  8. ตั้ง COS พักกลางวันด้วยโปรแกรม 603
  9. ตรวจสอบสิทธิ์ใช้ CO Line
  10. ทดสอบสิทธิ์โทรออกทุกระดับ
  11. บันทึกและสำรองค่าระบบ

สำหรับสำนักงานที่มีพนักงานหลายแผนก comsiam แนะนำให้จัดทำเอกสารระบุหมายเลขภายใน Extension Jack ชื่อผู้ใช้งาน COS ในแต่ละช่วงเวลา และหมายเลขที่ได้รับอนุญาต เพื่อให้ดูแลระบบได้ง่ายและลดความผิดพลาดเมื่อมีการเปลี่ยนพนักงานหรือย้ายโต๊ะทำงาน

การกำหนดสิทธิ์อย่างเหมาะสมช่วยให้องค์กรรักษาความสะดวกในการติดต่อธุรกิจ ขณะเดียวกันยังสามารถควบคุมการโทรออกที่ไม่จำเป็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ComSiam Professional Team