Miller Stripper คืออะไร? วิธีใช้คีมปอกสายไฟเบอร์ไม่ให้ Fiber หัก พร้อมเทคนิคช่างมืออาชีพ

Miller Stripper คือคีมปอกเส้นใยแก้วนำแสง (Fiber Optic Stripping Tool) ที่ใช้กำจัดชั้น Coating หรือ Buffer ก่อนนำเส้นใยไปตัดด้วย Fiber Cleaver และเชื่อมต่อด้วย Fusion Splicer

เครื่องมือชนิดนี้ได้รับความนิยมในงานติดตั้งสายไฟเบอร์ออฟติก งาน FTTH และงานสไปซ์สาย เพราะมีขนาดกะทัดรัด ใช้งานสะดวก และสามารถปอกชั้นเคลือบได้อย่างแม่นยำเมื่อเลือกเครื่องมือให้ตรงกับขนาดเส้นใย

อย่างไรก็ตาม หากใช้ Miller Stripper ผิดวิธี อาจทำให้เส้นใยแก้วนำแสงหัก เกิดรอยขีดข่วน หรือแตกร้าวในระดับที่มองไม่เห็น ส่งผลต่อความแข็งแรงของรอยสไปซ์และความน่าเชื่อถือของระบบในระยะยาว

บทความนี้ comsiam จะอธิบายตั้งแต่โครงสร้างของ Miller Stripper ความแตกต่างของแต่ละรุ่น วิธีปอกสาย 250 และ 900 ไมครอน การแก้ปัญหาเส้นใยหัก ตลอดจนวิธีดูแลรักษาเครื่องมือสำหรับช่างไฟเบอร์ออฟติก

① Miller Stripper คืออะไร?

Miller Stripper เป็นชื่อเรียกคีมปอกไฟเบอร์ประเภทหนึ่ง โดย Miller เป็นแบรนด์เครื่องมือที่อยู่ภายใต้ Ripley Tools

เครื่องมือมีลักษณะคล้ายคีมปอกสายไฟขนาดเล็ก แต่ส่วนใบมีดและช่องปอกถูกผลิตให้มีความแม่นยำสูงสำหรับการปอกชั้นเคลือบเส้นใยแก้วนำแสง

หน้าที่หลัก ได้แก่

  • ปอก Primary Coating ของเส้นใยไฟเบอร์
  • ปอก Tight Buffer ในรุ่นที่รองรับ
  • เตรียมเส้นใยก่อน Fusion Splicing
  • เตรียมเส้นใยสำหรับเข้าหัว Connector
  • ใช้กับสาย Pigtail และสาย Fiber Optic ตามขนาดที่กำหนด
  • ลดความเสี่ยงต่อการทำให้แก้วเป็นรอยเมื่อใช้ถูกวิธี

ข้อสำคัญ: Miller Stripper ไม่ได้ใช้แทน Fiber Cleaver เพราะ Miller Stripper ใช้ปอกชั้นเคลือบ ส่วน Fiber Cleaver ใช้เตรียมหน้าตัดของเส้นใยแก้ว

② โครงสร้างของ Miller Stripper มีอะไรบ้าง?

Miller Stripper แบบทั่วไปประกอบด้วยส่วนสำคัญดังนี้

  1. Handle — ด้ามจับ: ใช้ควบคุมแรงขณะปอกสาย
  2. Pivot Joint — จุดหมุน: ทำให้ปากคีมเปิดและปิดได้อย่างแม่นยำ
  3. Return Spring — สปริงคืนตัว: ช่วยเปิดปากคีมหลังใช้งาน
  4. Precision Blade — ใบมีดละเอียด: ใช้ตัดหรือแยกชั้นเคลือบ
  5. Stripping Hole — ช่องปอก: กำหนดขนาดเส้นใยที่รองรับ
  6. V-Opening — ร่องรูปตัว V: ช่วยจัดตำแหน่งวัสดุที่ต้องการปอก

คีมบางรุ่นมีช่องปอกเพียงช่องเดียว ขณะที่บางรุ่นมีสองหรือสามช่องสำหรับวัสดุต่างขนาดกัน

③ Miller Stripper มีกี่แบบ?

หากแบ่งตามรูปแบบช่องปอก สามารถจำแนกรุ่นที่นิยมได้ดังนี้

Miller Stripper แบบ 1 รู

ตัวอย่างคือ Miller FO 103-S ซึ่งออกแบบสำหรับปอกชั้นเคลือบขนาด 250 µm ให้เหลือเส้นใยแก้วขนาด 125 µm

เหมาะกับช่างที่ทำงานกับ Primary Coating ขนาดมาตรฐานเป็นประจำ

จุดเด่นคือมีโครงสร้างเรียบง่ายและไม่ต้องปรับตั้งใบมีดของรุ่นมาตรฐาน

Miller Stripper แบบ 2 รู

คีมแบบ 2 รูรองรับการปอกสองระดับตามสเปกของแต่ละรุ่น เช่น ปอก Tight Buffer และปอก Primary Coating

เหมาะกับงาน Pigtail หรือสายที่มีชั้นป้องกันหลายระดับ

Miller Stripper แบบ 3 รู

รุ่น FO 103-T-250-J ของ Ripley Tools เป็นตัวอย่างของคีม 3 รูที่มีการใช้งานดังนี้

ช่องปอกการใช้งาน
ช่องที่ 1Jacket 1.6–3.0 มม. ลงถึง Buffer 600–900 µm
ช่องที่ 2Buffer 600–900 µm ลงถึง Coating 250 µm
ช่องที่ 3Coating 250 µm ลงถึง Bare Fiber 125 µm

ขนาดดังกล่าวเป็นข้อมูลเฉพาะของรุ่นตัวอย่าง ไม่ได้หมายความว่าคีม 3 รูทุกยี่ห้อจะมีขนาดเหมือนกัน

④ ขนาด 125, 250 และ 900 µm หมายถึงอะไร?

ช่างมือใหม่มักสับสนว่าตัวเลขทั้งสามเป็นขนาด Core ซึ่งไม่ถูกต้อง

ขนาดความหมาย
125 µmขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง Cladding ของเส้นใยแก้วทั่วไป
250 µmขนาดภายนอกของ Primary Coating แบบทั่วไป
900 µmขนาดภายนอกของ Tight Buffer แบบทั่วไป

สำหรับ Single-mode Fiber ขนาด Core อาจอยู่ประมาณ 8–10 µm ส่วน Multimode Fiber ที่ใช้กันทั่วไปมี Core ขนาด 50 หรือ 62.5 µm

ดังนั้นการเลือก Miller Stripper ต้องพิจารณาขนาดของชั้นเคลือบ ไม่ใช่พิจารณาเพียงว่าเป็น Single-mode หรือ Multimode

⑤ วิธีใช้ Miller Stripper ไม่ให้ Fiber หัก

การปอกไฟเบอร์อย่างถูกต้องต้องควบคุมทั้งตำแหน่งใบมีด ทิศทางการดึง และแรงที่กระทำต่อเส้นใย

แผนภาพวิธีปอกเส้นใยที่ถูกต้อง

ขั้นตอนที่ 1 ตรวจสอบชนิดและขนาด Fiber

ก่อนปอกสายต้องทราบขนาด Coating ที่ต้องการกำจัด เช่น 250 µm หรือชั้น Tight Buffer 900 µm

ห้ามใช้ช่องปอกที่ไม่ตรงกับขนาดวัสดุ เพราะอาจทำให้ใบมีดสัมผัสผิวแก้ว

ขั้นตอนที่ 2 ตรวจสอบ Miller Stripper

ตรวจสอบสภาพคีมก่อนใช้งาน ได้แก่

  • ไม่มีเศษ Coating ติดอยู่ในช่องปอก
  • ใบมีดไม่มีรอยบิ่น
  • ปากคีมเปิดและปิดได้ตามปกติ
  • สปริงคืนตัวทำงานได้
  • ไม่มีสนิมหรือความเสียหายที่ส่วนใบมีด

ขั้นตอนที่ 3 กำหนดระยะปอก

ตรวจสอบระยะ Stripping Length ตามคู่มือเครื่อง Fusion Splicer หรือ Connector ที่ใช้งาน

ไม่ควรกำหนดระยะปอกแบบเดียวกันสำหรับเครื่องมือและคอนเน็กเตอร์ทุกประเภท

ขั้นตอนที่ 4 จับ Fiber ให้อยู่ในแนวเหมาะสม

ใช้มือข้างหนึ่งจับส่วนของเส้นใยที่ยังมีชั้นป้องกัน ส่วนอีกมือจับ Miller Stripper

จัดมุมเครื่องมือให้เส้นใยไม่โค้งงอหรือถูกงัดที่ปากคีม

เทคนิคการจับอาจแตกต่างกันตามรุ่น Miller และรูปทรงใบมีด ต้องใช้วิธีที่ผู้ผลิตแนะนำเป็นหลัก

ขั้นตอนที่ 5 ปิดคีมให้ถูกตำแหน่ง

วาง Fiber ลงในช่องปอกอย่างระมัดระวัง จากนั้นปิดคีมตามกลไกที่ออกแบบไว้

ไม่ควรบีบหรือบิดเครื่องมือผิดรูป และไม่ควรพยายามปรับช่องปอกที่ตั้งค่ามาจากโรงงาน

ขั้นตอนที่ 6 ดึงเพื่อปอก Coating

เคลื่อนคีมตามแนวเส้นใยอย่างช้าและสม่ำเสมอ โดยไม่เพิ่มแรงกระชาก

สำหรับ Miller FO 103-S ผู้ผลิตแนะนำให้รักษาตำแหน่งเครื่องมือให้เหมาะสมกับแนวเส้นใยและดึงด้วยแรงควบคุม

หากรู้สึกว่าฝืดผิดปกติ ควรหยุดตรวจสอบ ไม่ฝืนดึงจนเส้นใยหัก

ขั้นตอนที่ 7 ตรวจสอบ Bare Fiber

หลังปอกให้ตรวจสอบว่า

  • Coating ถูกกำจัดตามระยะ
  • ไม่มีเศษวัสดุติดบนเส้นใย
  • ไม่พบเส้นใยแตกหรือหัก
  • ไม่มีความเสียหายที่มองเห็นได้

แม้ไม่เห็นรอย ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่มีความเสียหายระดับจุลภาค จึงต้องใช้เครื่องมือที่เหมาะสมและเทคนิคที่ถูกต้องตั้งแต่ต้น

ขั้นตอนที่ 8 ทำความสะอาดและ Cleave

ใช้วัสดุทำความสะอาดที่เหมาะกับการเตรียมเส้นใย แล้วตัดปลายด้วย Fiber Cleaver ตามข้อกำหนดเครื่องสไปซ์

หลังจากนั้นจึงนำเส้นใยเข้าสู่ขั้นตอน Fusion Splicing

⑥ วิธีใช้ Miller Stripper กับ Fiber 250 µm

สำหรับเส้นใยที่มี Primary Coating ขนาด 250 µm และ Cladding 125 µm สามารถใช้ Miller FO 103-S รุ่นมาตรฐานหรือเครื่องมือที่มีสเปกเทียบเท่าได้

ขั้นตอนโดยสรุปคือ

  1. ตรวจสอบขนาด Coating
  2. ตรวจความสะอาดของช่องปอก
  3. กำหนดระยะปอกจากคู่มืออุปกรณ์ปลายทาง
  4. วางเส้นใยลงในช่องปอกที่ถูกต้อง
  5. รักษาแนวเส้นใยไม่ให้ถูกงัด
  6. ดึงปอกอย่างนุ่มนวลและต่อเนื่อง
  7. ตรวจสอบสภาพผิวแก้ว
  8. ทำความสะอาดและตัดปลายเส้นใย

ข้อควรระวัง: หากเส้นใยมี Coating ขนาด 200 µm หรือขนาดพิเศษ ต้องใช้เครื่องมือที่ผู้ผลิตรับรองว่าสามารถรองรับได้ ไม่ควรนำรุ่น 250 µm ไปใช้แทนโดยอัตโนมัติ

⑦ วิธีใช้ Miller Stripper กับ Fiber 900 µm

สาย Pigtail หรือ Tight-Buffered Fiber มักมีชั้นป้องกันขนาด 900 µm

ในกรณีที่ใช้ Miller Stripper แบบ 3 รูซึ่งรองรับชั้นดังกล่าว สามารถปอกเป็นสองขั้นตอนหลักได้

ขั้นแรก: ปอก Tight Buffer 900 µm ให้เหลือ Coating 250 µm

ขั้นที่สอง: ปอก Primary Coating 250 µm ให้เหลือ Bare Fiber 125 µm

สำหรับเส้นใยที่มีการออกแบบเฉพาะหรือ Buffer ยึดแน่นกับ Coating อาจต้องใช้วิธีเตรียมสายตามคู่มือผู้ผลิต ไม่ควรฝืนปอกยาวครั้งเดียวหากเกิดแรงต้านสูง

⑧ ทำไมใช้ Miller Stripper แล้ว Fiber หัก?

สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่

1. ใช้ช่องปอกผิดขนาด

ช่องปอกที่ไม่ตรงกับ Coating อาจทำให้ใบมีดทำรอยบนผิวแก้ว หรือทำให้ไม่สามารถแยก Coating ออกได้ตามปกติ

2. จับคีมผิดมุม

หากเส้นใยงอตรงปากคีมระหว่างปอก จะเกิดความเค้นเฉพาะจุด ทำให้เส้นใยหักได้

3. ดึงเร็วหรือกระชากเกินไป

การใช้แรงดึงไม่สม่ำเสมอสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียหายของเส้นใย

4. ใบมีดสกปรก

เศษ Coating อาจติดในร่องปอก ทำให้เครื่องมือทำงานไม่แม่นยำ

5. ใบมีดเสียหาย

ใบมีดที่บิ่นหรือผิดรูปอาจทำให้เส้นใยเป็นรอย แม้ผู้ใช้งานจะจับคีมถูกวิธี

6. เส้นใยเดิมมีความเสียหาย

สายที่ถูกกดทับ งอเกินข้อกำหนด หรือผ่านการใช้งานไม่เหมาะสม อาจมีจุดอ่อนก่อนเริ่มปอก

7. ปอก Coating ยาวเกินความเหมาะสม

การปอกวัสดุบางชนิดเป็นระยะยาวในครั้งเดียวอาจต้องใช้แรงมากขึ้น ควรทำตามระยะและวิธีปอกที่ผู้ผลิตกำหนด

⑨ วิธีแก้ปัญหา Miller Stripper ทำ Fiber หักบ่อย

อาการสาเหตุที่ควรตรวจสอบแนวทางแก้ไข
Fiber หักทันทีเมื่อปิดคีมช่องปอกผิดหรือใบมีดเสียตรวจสเปกและเปลี่ยนเครื่องมือถ้าจำเป็น
หักขณะดึง Coatingมุมดึงผิดหรือแรงมากปรับแนวและลดแรงกระชาก
หักซ้ำบริเวณเดิมช่องปอกสกปรกหรือมีรอยตรวจทำความสะอาดและทดสอบใหม่
Coating ปอกไม่หมดขนาดเครื่องมือไม่ตรงเลือกช่องปอกที่รองรับ
ปอกแล้ว Fiber มีรอยใบมีดผิดรูปหรือปอกผิดวิธีหยุดใช้เครื่องมือจนตรวจสอบแล้ว
สายเก่าปอกแล้วหักง่ายสภาพเส้นใยเสื่อมหรือเสียหายทดลองส่วนสายที่มีสภาพดีกว่า

หากพบว่า Fiber หักบ่อยแม้เปลี่ยนเทคนิคการปอกแล้ว ให้เปรียบเทียบกับเครื่องมืออีกตัวที่ผ่านการตรวจสอบ เพื่อช่วยแยกว่าปัญหาเกิดจากเครื่องมือหรือสภาพสาย

⑩ Miller Stripper กับ Fiber Stripper ทั่วไปต่างกันอย่างไร?

คำว่า Fiber Stripper เป็นชื่อเรียกเครื่องมือปอกชั้นเส้นใยโดยรวม ส่วน Miller Stripper เป็นชื่อที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์และรูปแบบเครื่องมือที่นิยมใช้งาน

หัวข้อMiller StripperFiber Stripper ทั่วไป
ประเภทเครื่องมือปอก Fiber เฉพาะกลุ่มชื่อรวมเครื่องมือหลายแบบ
ช่องปอกขึ้นอยู่กับรุ่นมีทั้ง 1, 2, 3 ช่องหรือรูปแบบอื่น
การใช้งานปอก Coating/Buffer ตามสเปกปอกตามรูปแบบที่ออกแบบไว้
การตั้งใบมีดหลายรุ่นตั้งค่าจากโรงงานมีทั้งแบบตั้งค่าและปรับได้
คุณภาพงานขึ้นอยู่กับรุ่นและวิธีใช้ขึ้นอยู่กับรุ่นและวิธีใช้

ไม่ควรตัดสินว่าคีมชนิดใดดีกว่าเพียงจากชื่อแบรนด์ ควรพิจารณาความเข้ากันได้กับเส้นใย ความแม่นยำ และความสะดวกในการทำงานจริง

⑪ คีม Miller Stripper ใช้กับ Single-mode และ Multimode ได้หรือไม่?

สามารถใช้งานได้ทั้งสองประเภทเมื่อขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง Cladding และ Coating ตรงกับสเปกเครื่องมือ

ตัวอย่างเช่น เส้นใย Single-mode และ Multimode บางรุ่นต่างก็มี Cladding ขนาด 125 µm และ Primary Coating ขนาด 250 µm

แต่หากเส้นใยใช้ขนาด Coating พิเศษ จะต้องเลือกเครื่องมือให้เหมาะสม

จึงไม่ควรใช้ประเภท Single-mode หรือ Multimode เป็นเกณฑ์เพียงอย่างเดียวในการเลือกคีมปอก

⑫ เทคนิคช่างมืออาชีพสำหรับการปอก Fiber

ในการทำงานภาคสนาม ช่างควรให้ความสำคัญกับความสม่ำเสมอและการลดโอกาสทำงานซ้ำ

เทคนิคที่ 1 ตรวจเครื่องมือก่อนเริ่มงาน

ทดลองปอกกับเส้นใยตัวอย่างชนิดเดียวกับที่จะติดตั้งจริง หากมีปัญหาให้แก้ไขก่อนเริ่มสไปซ์จำนวนมาก

เทคนิคที่ 2 ไม่ฝืนเมื่อ Coating ปอกยาก

ถ้าเกิดแรงต้านสูง ให้ตรวจสอบชนิดวัสดุ ความสะอาดของใบมีด และแนวการปอก แทนที่จะใช้แรงเพิ่มทันที

เทคนิคที่ 3 ลดการสัมผัส Bare Fiber

หลังปอกเส้นใยแล้วควรทำความสะอาดและเตรียมสไปซ์ตามลำดับ หลีกเลี่ยงการสัมผัสผิวแก้วด้วยมือเปล่า

เทคนิคที่ 4 ตรวจสภาพหลังปอกทุกครั้ง

เส้นใยที่ดูผิดปกติควรถูกตัดส่วนเสียหายออกแล้วเตรียมใหม่ เพราะความเสียหายบนผิวแก้วอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการแตกหักในอนาคต

เทคนิคที่ 5 จัดเครื่องมือให้อยู่ในตำแหน่งทำงานสะดวก

วาง Stripper, Cleaning Kit, Cleaver และ Fusion Splicer ตามลำดับขั้นตอน จะช่วยลดการเคลื่อนย้ายเส้นใยที่เปิด Coating แล้วโดยไม่จำเป็น

⑬ วิธีทำความสะอาด Miller Stripper

เครื่องมือที่สะอาดช่วยให้ปอก Coating ได้อย่างสม่ำเสมอ และลดปัญหาเศษวัสดุติดค้าง

แนวทางดูแลรักษามีดังนี้

  1. ตรวจสอบว่าไม่มีเศษ Coating ติดในช่องปอก
  2. ใช้แปรงขนนุ่มที่เหมาะสมทำความสะอาดตามคู่มือเครื่องมือ
  3. ตรวจสภาพใบมีดและกลไกปิดเปิด
  4. ไม่ใช้วัสดุแข็งขูดภายในช่องปอก
  5. ไม่ดัดแปลงรูปทรงของใบมีด
  6. ไม่ฝืนเปิดปากคีมเกินระยะที่ออกแบบไว้
  7. เก็บในกล่องเครื่องมือเพื่อป้องกันการกระแทกและความชื้น

สำหรับ Miller FO 103-S ช่องปอกได้รับการตั้งค่าจากโรงงาน จึงไม่ควรดัดแปลงหรือปรับช่องใบมีดเอง

⑭ เมื่อไรควรเปลี่ยน Miller Stripper?

ควรพิจารณาเปลี่ยนหรือส่งตรวจสอบเครื่องมือเมื่อพบอาการดังต่อไปนี้

  • เส้นใยหักซ้ำทั้งที่ใช้เทคนิคถูกต้อง
  • ใบมีดมีรอยบิ่น
  • ปากคีมปิดไม่ตรงตำแหน่ง
  • กลไกฝืดหรือผิดรูป
  • Coating ถูกปอกไม่สม่ำเสมอ
  • เครื่องมือได้รับการกระแทกอย่างรุนแรง
  • ผลการทดสอบกับเส้นใยตัวอย่างไม่ผ่านเกณฑ์

ไม่ควรกำหนดอายุการใช้งานเป็นจำนวนครั้งตายตัวสำหรับทุกเครื่องมือ เพราะขึ้นอยู่กับรุ่น ความถี่ในการใช้งานและสภาพการดูแลรักษา

⑮ ข้อควรระวังในการใช้ Miller Stripper

  • สวมแว่นตานิรภัยระหว่างเตรียมเส้นใย
  • ไม่ใช้คีมผิดขนาด Coating
  • ไม่กระชากเส้นใยระหว่างปอก
  • ไม่งอเส้นใยบริเวณปากคีม
  • ไม่จับหรือปัดเศษแก้วด้วยมือเปล่า
  • เก็บเศษเส้นใยในภาชนะเฉพาะ
  • ไม่มองเข้าไปในปลายเส้นใยที่อาจมีสัญญาณแสง
  • ไม่ใช้งานเครื่องมือที่ใบมีดเสียหาย

⑯ Checklist ก่อนใช้ Miller Stripper

รายการตรวจสอบเครื่องมือและขั้นตอน

0/10ตรวจสอบชนิดสาย Single-mode หรือ Multimodeตรวจสอบขนาด Coating และ Bufferเลือกช่องปอกตรงกับขนาดเส้นใยตรวจสอบความสะอาดของใบมีดตรวจสอบสปริงและการปิดเปิดคีมกำหนด Stripping Length ตามคู่มือจับเส้นใยให้ไม่งอบริเวณปากคีมดึงปอกอย่างนุ่มนวลและสม่ำเสมอตรวจสอบสภาพ Bare Fiber หลังปอกทำความสะอาดและ Cleave ก่อนสไปซ์

ล้างรายการ คัดลอก Checklist

⑰ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Miller Stripper

Miller Stripper ใช้กับ Fiber 250 µm ได้หรือไม่?

ได้ หากเป็นรุ่นที่รองรับการปอก Primary Coating 250 µm ให้เหลือ Bare Fiber 125 µm เช่น FO 103-S รุ่นมาตรฐาน

Miller Stripper แบบ 1 รูและ 3 รูต่างกันอย่างไร?

แบบ 1 รูรองรับการปอกขนาดเฉพาะตามสเปก ส่วนแบบ 3 รูสามารถปอกวัสดุหลายชั้นตามขนาดของแต่ละช่อง จึงเหมาะกับงานที่มีทั้ง Jacket, Tight Buffer และ Coating

ทำไมใช้ Miller Stripper แล้ว Fiber หัก?

อาจเกิดจากเครื่องมือผิดขนาด ใบมีดเสียหาย ช่องปอกสกปรก การจับผิดมุม หรือการออกแรงดึงมากเกินไป

Miller Stripper ใช้แทน Fiber Cleaver ได้ไหม?

ไม่ได้ Miller Stripper ใช้กำจัดชั้น Coating ส่วน Fiber Cleaver ใช้สร้างหน้าตัดเส้นใยให้เหมาะกับการสไปซ์

Miller Stripper ต้องตั้งใบมีดหรือไม่?

ขึ้นอยู่กับรุ่น แต่รุ่น Miller FO 103-S และ FO 103-T-250-J ของ Ripley Tools เป็นเครื่องมือที่ตั้งค่าช่องปอกจากโรงงาน ไม่จำเป็นต้องปรับตั้งใบมีดในการใช้งานทั่วไป

คีม Miller Stripper รุ่นเดียวใช้ได้กับ Fiber ทุกประเภทไหม?

ไม่ควรสรุปเช่นนั้น ต้องตรวจสอบขนาด Coating, Buffer และ Cladding ให้ตรงกับข้อกำหนดของเครื่องมือก่อนเสมอ

⑱ สรุป Miller Stripper ใช้อย่างไรให้ Fiber ไม่หัก?

Miller Stripper เป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับการปอกเส้นใยแก้วนำแสงก่อนสไปซ์และเข้าหัว Connector การใช้งานที่ถูกต้องต้องอาศัยการเลือกช่องปอกที่เหมาะสม การควบคุมแนวเส้นใย และการดึง Coating อย่างนุ่มนวล

หากเส้นใยหักบ่อย ต้องตรวจสอบสภาพใบมีด ขนาดของชั้นเคลือบ เทคนิคการปอก และความเสียหายเดิมของสาย

สำหรับงานติดตั้งระบบ Fiber Optic ที่ต้องการความแม่นยำ สามารถดูรายละเอียด บริการเชื่อมต่อและสไปซ์สายไฟเบอร์ออฟติก จาก comsiam เพื่อศึกษาแนวทางบริการติดตั้งและบำรุงรักษาระบบเครือข่ายไฟเบอร์

ComSiam Professional Team