วิธีวางแผนเดินสายโทรศัพท์ Panasonic KX-TES824 ภายในอาคาร ให้เป็นระบบและซ่อมง่าย

การวางแผนเดินสายโทรศัพท์ Panasonic KX-TES824 ภายในอาคาร ควรเริ่มจากการสำรวจจำนวนเบอร์ภายใน กำหนดตำแหน่งตู้สาขา แยกเส้นทางสายนอก CO และสาย Extension เลือกชนิดสายให้เหมาะกับโทรศัพท์แต่ละประเภท พร้อมจัดทำแผนผังสายและหมายเลขพอร์ตก่อนเริ่มติดตั้งจริง

Panasonic KX-TES824 เป็นตู้สาขาโทรศัพท์ที่รองรับ 3 สายนอกและ 8 เบอร์ภายในตั้งแต่เริ่มต้น และสามารถขยายได้สูงสุด 8 สายนอกกับ 24 เบอร์ภายในเมื่อใช้การ์ดขยายที่รองรับ การวางแผนสายจึงต้องคำนึงถึงทั้งจำนวนจุดปัจจุบันและการเพิ่มโทรศัพท์ในอนาคต

ปัญหาที่พบบ่อยในสำนักงานคือ สายโทรศัพท์ไม่ติดป้าย เบอร์ภายในสลับกัน สายขาดในผนัง หรือไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าสายจากเครื่องโทรศัพท์แต่ละจุดเชื่อมต่อกับพอร์ตใดของตู้สาขา

บทความนี้ ComSiam จะอธิบายวิธีออกแบบและวางแผนเดินสายโทรศัพท์สำหรับ Panasonic KX-TES824 อย่างละเอียด ตั้งแต่เลือกสาย จำนวนคู่สาย การวางตู้กระจายสาย การเดินสายระหว่างชั้น ไปจนถึงการตรวจสอบและจัดทำเอกสารส่งมอบงาน

① ทำไมต้องวางแผนเดินสาย Panasonic KX-TES824 ก่อนติดตั้ง

การเดินสายโทรศัพท์เป็นพื้นฐานของระบบตู้สาขา หากออกแบบไม่ถูกต้องตั้งแต่ต้น อาจเกิดปัญหาที่แก้ไขยากหลังจากติดตั้งเสร็จแล้ว

ประโยชน์ของการวางแผนสาย

  1. ลดการเดินสายซ้ำซ้อน
  2. ช่วยคำนวณปริมาณสายได้แม่นยำ
  3. แยกสายนอกและสายภายในอย่างชัดเจน
  4. ลดโอกาสคู่สายสลับ
  5. ช่วยเลือกชนิดสายได้เหมาะกับอุปกรณ์
  6. ทำให้ตรวจสอบสายขาดและสายช็อตได้ง่าย
  7. รองรับการเพิ่มเบอร์ภายใน
  8. ลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา

หลักสำคัญ: ต้องทราบว่าพอร์ตใดของตู้สาขาเชื่อมต่อกับโทรศัพท์จุดไหน ผ่านเส้นทางสายและจุดต่อใดบ้าง

② Panasonic KX-TES824 ต้องใช้สายโทรศัพท์กี่คู่

จำนวนคู่สายขึ้นอยู่กับประเภทอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับพอร์ต Extension

ตามคู่มือ Panasonic KX-TES824 Installation Manual หัวข้อ Connecting Extensions ระบุการเดินสายสำหรับโทรศัพท์ประเภทต่าง ๆ ดังนี้

ประเภทอุปกรณ์จำนวนคู่สายขั้วสัญญาณ
โทรศัพท์แอนะล็อก SLT1 คู่T, R
โทรศัพท์ระบบ PT เช่น KX-T77352 คู่T, R, H, L
DSS Console1 คู่H, L
สายนอก CO แบบแอนะล็อก1 คู่T, R

โทรศัพท์แอนะล็อกใช้กี่เส้น

โทรศัพท์แอนะล็อกทั่วไปหรือ Single Line Telephone (SLT) ใช้ตัวนำ 2 เส้นสำหรับสัญญาณ Tip และ Ring

โทรศัพท์ระบบ Panasonic ใช้กี่เส้น

โทรศัพท์ระบบที่รองรับ เช่น Panasonic KX-T7735 ใช้ตัวนำ 4 เส้น หรือ 2 คู่สาย

ดังนั้น หากสำนักงานมีทั้งโทรศัพท์แอนะล็อกและโทรศัพท์ระบบ ต้องแยกประเภทอุปกรณ์ก่อนคำนวณจำนวนคู่สาย

③ เลือกสายโทรศัพท์แบบไหนดีสำหรับ Panasonic KX-TES824

สายที่ใช้งานควรเป็นสายตัวนำทองแดงที่มีคุณสมบัติเหมาะกับระบบโทรศัพท์และระยะทางตามคู่มือ

ประเภทสายที่พบบ่อย

1. สายโทรศัพท์แบบหลายคู่

เหมาะกับงานที่ต้องรวมสายจำนวนมาก เช่น จากตู้สาขาไปยังตู้กระจายสาย

2. สาย UTP Cat5e

สามารถนำมาใช้กับวงจรโทรศัพท์ที่เข้ากันได้ โดยเลือกใช้คู่สายตามผังขาของอุปกรณ์

3. สาย UTP Cat6

สามารถใช้เป็นโครงสร้างสายภายในอาคารได้เมื่อเหมาะกับการติดตั้งและอุปกรณ์ปลายทาง แต่ไม่ได้ทำให้ตู้สาขาแอนะล็อกมีความเร็วหรือความสามารถเพิ่มขึ้น

4. สายโทรศัพท์สำหรับงานภายนอกอาคาร

ใช้เมื่อจำเป็นต้องเดินสายผ่านพื้นที่ภายนอก โดยต้องเลือกสายที่ออกแบบสำหรับสภาพแวดล้อมนั้น และมีมาตรการป้องกันทางไฟฟ้าที่เหมาะสม

ข้อควรระวัง

สาย LAN แบบ Cat5e หรือ Cat6 ไม่ได้หมายความว่าจะเสียบเข้าพอร์ต Ethernet แล้วใช้งานกับ KX-TES824 ได้ทันที เพราะพอร์ต Extension ของตู้เป็นวงจรโทรศัพท์ ไม่ใช่พอร์ตเครือข่าย Ethernet

④ ระยะสายโทรศัพท์ Panasonic KX-TES824 เดินได้ไกลแค่ไหน

คู่มือ Panasonic ระบุระยะสายสูงสุดแยกตามประเภทโทรศัพท์และขนาดตัวนำ

ระยะสายสำหรับโทรศัพท์ระบบ PT และ DSS Console

ขนาดสายระยะสูงสุดตามคู่มือ
เส้นผ่านศูนย์กลาง 0.4 มม.140 เมตร
เส้นผ่านศูนย์กลาง 0.5 มม.229 เมตร
เส้นผ่านศูนย์กลาง 0.65 มม.360 เมตร
สาย CAT5229 เมตร

ระยะสายสำหรับโทรศัพท์แอนะล็อก SLT

ขนาดสายระยะสูงสุดตามคู่มือ
เส้นผ่านศูนย์กลาง 0.4 มม.698 เมตร
เส้นผ่านศูนย์กลาง 0.5 มม.1,128 เมตร
เส้นผ่านศูนย์กลาง 0.65 มม.1,798 เมตร
สาย CAT51,128 เมตร

ระยะข้างต้นเป็นค่าที่ผู้ผลิตระบุสำหรับสายคู่บิดเกลียวภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด ไม่ใช่ระยะรับประกันสำหรับสายทุกยี่ห้อหรือสภาพหน้างานทุกประเภท

ข้อควรรู้

  • ระยะทางต้องนับตามความยาวสายจริง
  • ต้องรวมสาย Patch และสายเชื่อมต่อที่เกี่ยวข้อง
  • คุณภาพสายและจุดต่อมีผลต่อการทำงาน
  • การเดินสายขนานกับแหล่งรบกวนอาจส่งผลต่อคุณภาพเสียง
  • โทรศัพท์ระบบมีข้อจำกัดระยะสั้นกว่าโทรศัพท์ SLT ตามตาราง

ไม่ควรนำเกณฑ์ระยะสาย Ethernet 100 เมตรมาใช้เป็นข้อจำกัดของสายโทรศัพท์แอนะล็อกโดยอัตโนมัติ เพราะเป็นระบบคนละประเภท

⑤ วิธีสำรวจจำนวนจุดโทรศัพท์ภายในอาคาร

ก่อนเริ่มเดินสายควรจัดทำรายการจุดโทรศัพท์ทั้งหมด

ตัวอย่างสำนักงาน

พื้นที่จำนวนจุด
ประชาสัมพันธ์2
ฝ่ายขาย4
บัญชี2
ผู้จัดการ1
ธุรการ2
คลังสินค้า2
ห้องประชุม1
รวม14

สำนักงานตัวอย่างนี้ต้องการอย่างน้อย 14 พอร์ตภายใน หากทุกจุดเชื่อมต่อพอร์ตแยกกัน

จึงควรวางแผนระบบ KX-TES824 ให้รองรับ 16 พอร์ต พร้อมเลือกการ์ดขยายที่เหมาะกับประเภทโทรศัพท์

⑥ วิธีทำแผนผังเดินสายโทรศัพท์ Panasonic KX-TES824

การทำแผนผังสายช่วยให้ช่างเห็นภาพรวมของระบบก่อนเริ่มติดตั้ง

ตัวอย่างโครงสร้างระบบ

สายนอก CO

ผู้ให้บริการโทรศัพท์ → จุดรับสายเข้าอาคารและระบบป้องกัน → จุดรวมสายนอก → พอร์ต CO ของ Panasonic KX-TES824

สายภายใน Extension

Panasonic KX-TES824 → ตู้กระจายสาย MDF → สายโทรศัพท์ภายในอาคาร → เต้ารับโทรศัพท์ → เครื่องโทรศัพท์

ข้อมูลที่ควรอยู่ในแผนผัง

  1. ตำแหน่งตู้สาขา
  2. ตำแหน่งจุดรวมสาย
  3. จำนวนสายนอก CO
  4. หมายเลขพอร์ต Extension
  5. ตำแหน่งเต้ารับโทรศัพท์
  6. เส้นทางเดินสาย
  7. จำนวนคู่สายที่ใช้
  8. หมายเลขสายและจุดจัมเปอร์
  9. จุดต่อสายระหว่างชั้น
  10. จุดสำรองสำหรับอนาคต

ควรใช้หมายเลขสายที่เป็นระบบเดียวกันทั้งแบบแปลน ตู้กระจายสาย และป้ายที่ติดบนเต้ารับ

⑦ วิธีเลือกตำแหน่งตู้สาขาก่อนวางเส้นทางสาย

ตำแหน่งตู้ Panasonic KX-TES824 มีผลต่อความยาวสายและความสะดวกในการซ่อมบำรุง

ตำแหน่งที่เหมาะสม

  • อยู่ภายในอาคารที่แห้งและสะอาด
  • มีผนังรองรับน้ำหนักได้
  • อยู่ใกล้จุดรวมสายหลัก
  • มีระบบไฟฟ้าและสายดินที่ถูกต้อง
  • ไม่อยู่ใกล้แหล่งความร้อน
  • สามารถเข้าถึงเพื่อซ่อมบำรุงได้
  • มีพื้นที่ระบายอากาศตามคู่มือ
  • ไม่เสี่ยงต่อการถูกชนหรือกระแทก

ควรวางเส้นทางสายจากตำแหน่งตู้ที่เลือกจริง ไม่ใช่คำนวณจากระยะเส้นตรงบนแผนผังเพียงอย่างเดียว

⑧ วิธีวางแผนตู้กระจายสายโทรศัพท์ MDF

MDF หรือ Main Distribution Frame เป็นจุดรวมและจัดการคู่สายโทรศัพท์

สำหรับสำนักงานขนาดเล็ก อาจใช้ Distribution Box หรือ Terminal Block ที่เหมาะสมแทนตู้ MDF ขนาดใหญ่ได้

ประโยชน์ของจุดรวมสาย

  1. ตรวจสอบคู่สายได้สะดวก
  2. จัมเปอร์สายไปยังจุดใช้งานได้เป็นระบบ
  3. ลดการถอดเสียบสายบริเวณตู้สาขาบ่อยครั้ง
  4. ทำป้ายหมายเลขพอร์ตได้ง่าย
  5. เพิ่มและย้ายจุดโทรศัพท์ได้สะดวก
  6. แยกตรวจปัญหาสายภายนอกและภายในได้

ตัวอย่างการจัดพอร์ต

Extension Jackจุดกระจายสายจุดใช้งาน
01MDF-01ประชาสัมพันธ์
02MDF-02ผู้จัดการ
03MDF-03ฝ่ายขาย 1
04MDF-04ฝ่ายขาย 2
05MDF-05บัญชี 1
06MDF-06บัญชี 2

ตารางดังกล่าวเป็นตัวอย่างเพื่อวางแผนงาน ไม่ใช่หมายเลขพอร์ตที่ต้องใช้เหมือนกันทุกสำนักงาน

⑨ วิธีแยกเส้นทางสายนอก CO กับสาย Extension

สายนอก CO และสายภายใน Extension มีหน้าที่ต่างกัน จึงควรจัดระบบให้แยกตรวจสอบได้ชัดเจน

สายนอก CO

เชื่อมต่อจากผู้ให้บริการมายังตู้สาขา ใช้ตัวนำ 2 เส้นต่อหนึ่งวงจรแอนะล็อก

ควรตรวจสอบประเภทบริการและระบบป้องกันแรงดันกระชากก่อนเชื่อมต่อ

สายภายใน Extension

เชื่อมต่อจากพอร์ตภายในไปยังโทรศัพท์ของพนักงาน

จำนวนตัวนำขึ้นอยู่กับประเภทโทรศัพท์ เช่น SLT หรือ PT

แนวทางจัดสาย

  • แยกกลุ่ม CO และ Extension ในเอกสาร
  • ใช้ป้ายที่แตกต่างกัน
  • จัดจุดต่อให้ตรวจสอบง่าย
  • ไม่ให้สายดึงรั้งพอร์ตของตู้
  • บันทึกหมายเลขคู่สายและจุดปลายทาง
  • ตรวจสอบทุกวงจรก่อนเปิดใช้งาน

⑩ วิธีเดินสายโทรศัพท์แยกจากสายไฟฟ้า

ไม่ควรเดินสายโทรศัพท์ร่วมกับสายไฟกำลังในลักษณะที่ขัดต่อมาตรฐานการติดตั้ง

เพราะอาจเกิดทั้งปัญหาสัญญาณรบกวนและความเสี่ยงด้านความปลอดภัย

แนวทางที่ควรปฏิบัติ

  1. ใช้เส้นทางสายสื่อสารที่เหมาะสม
  2. แยกรางสายโทรศัพท์กับสายไฟกำลังตามมาตรฐาน
  3. หลีกเลี่ยงการเดินขนานใกล้สายไฟที่มีโหลดสูง
  4. ไม่รวมตัวนำโทรศัพท์และไฟ AC ในท่อเดียวกันโดยไม่มีข้อกำหนดรองรับ
  5. หลีกเลี่ยงพื้นที่ใกล้มอเตอร์หรือเครื่องจักรที่สร้างสัญญาณรบกวน
  6. ใช้วิธีป้องกันที่เหมาะสมเมื่อจำเป็นต้องเดินสายตัดผ่านพื้นที่ไฟฟ้า

ระยะห่างที่ต้องใช้ขึ้นอยู่กับชนิดสาย ระบบราง ตัวกั้น และมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง จึงไม่ควรใช้ตัวเลขระยะห่างเดียวสำหรับทุกสถานการณ์

⑪ วิธีเดินสายโทรศัพท์ Panasonic KX-TES824 ระหว่างชั้น

หากสำนักงานมีหลายชั้น ควรกำหนดเส้นทางสายระหว่างชั้นอย่างเป็นระบบ

ตัวอย่างสำนักงาน 3 ชั้น

ชั้นจำนวนโทรศัพท์
ชั้น 16
ชั้น 25
ชั้น 34
รวม15

สำหรับสำนักงานนี้ สามารถพิจารณาจุดรวมสายหลักใกล้ตู้ KX-TES824 และเดินสายไปยังจุดกระจายสายของแต่ละชั้น

ขั้นตอนวางแผน

  1. ตรวจตำแหน่งตู้สาขาหลัก
  2. ตรวจช่องเดินสายระหว่างชั้น
  3. คำนวณจำนวนคู่สายแต่ละชั้น
  4. เลือกสายที่มีจำนวนคู่เพียงพอ
  5. เผื่อคู่สายสำหรับอนาคต
  6. ตรวจเส้นทางไม่ให้เกิดการบีบหรือหักสาย
  7. กำหนดหมายเลขจุดกระจายสาย
  8. ทดสอบคู่สายหลังติดตั้ง

หากมีข้อกำหนดการป้องกันไฟลามระหว่างชั้น ต้องปิดช่องทะลุผนังและพื้นด้วยระบบ Firestop ที่เหมาะสมตามข้อกำหนดอาคาร

⑫ วิธีคำนวณจำนวนคู่สายสำหรับสำนักงาน

การคำนวณควรเริ่มจากชนิดโทรศัพท์ ไม่ใช่จำนวนเครื่องเพียงอย่างเดียว

ตัวอย่าง

สำนักงานแห่งหนึ่งมีอุปกรณ์ดังนี้

ประเภทโทรศัพท์จำนวนเครื่องจำนวนคู่ต่อเครื่องรวมคู่สาย
โทรศัพท์ SLT818
โทรศัพท์ PT428
รวม1216

ระบบนี้ต้องการตัวนำใช้งานรวมอย่างน้อย 16 คู่สำหรับวงจรที่แยกกันตามตัวอย่าง

หากต้องการเผื่อคู่สายสำรอง 25% จะได้

16 × 25% = 4 คู่

ดังนั้นจำนวนคู่สายรวมที่วางแผนคือ 20 คู่

ตัวเลข 25% เป็นตัวอย่างการเผื่อสำหรับงานออกแบบ ไม่ใช่ข้อกำหนดตายตัวของ Panasonic

หากใช้สายหลายแกน ต้องตรวจจำนวนคู่ในแต่ละเส้นทางจริง เพราะไม่จำเป็นต้องเดินคู่สายทั้ง 20 คู่ไปยังพื้นที่เดียวกันทั้งหมด

⑬ วิธีคำนวณความยาวสายโทรศัพท์ก่อนซื้อ

การคำนวณสายควรใช้ความยาวตามเส้นทางจริง

สูตรเบื้องต้น

ความยาวสายที่ต้องเตรียม = ความยาวเส้นทางเดินสาย + ระยะเผื่อปลายทางและจุดต่อ

ตัวอย่าง

สมมุติว่าจุดโทรศัพท์ฝ่ายขายอยู่ห่างจากตู้ตามเส้นทางเดินสาย 35 เมตร

กำหนดระยะเผื่อที่ตู้และปลายทางรวมอีก 5 เมตร

จะต้องเตรียมสายประมาณ

35 + 5 = 40 เมตร

หากมีโทรศัพท์ 5 จุดที่แต่ละจุดใช้เส้นทางยาว 40 เมตรเท่ากัน

จะใช้สายประมาณ 200 เมตรสำหรับกรณีเดินสายแยกเส้น

แต่ถ้าใช้สายหลายคู่ร่วมกันในเส้นทางหลักแล้วแยกออกตามจุดกระจายสาย ต้องคำนวณเป็นช่วงตามจำนวนเส้นและจำนวนคู่สายของแต่ละช่วงแทน

⑭ วิธีวางแผนสายสำรองสำหรับอนาคต

องค์กรอาจเพิ่มพนักงาน ห้องทำงาน หรือเครื่องโทรศัพท์ใหม่ในอนาคต

จึงควรพิจารณาคู่สายสำรองในเส้นทางหลักตั้งแต่ต้น

สิ่งที่ควรเผื่อ

  • คู่สายสำรองระหว่างตู้กับ MDF
  • คู่สายสำรองระหว่างชั้น
  • พื้นที่ในรางเดินสาย
  • ตำแหน่ง Terminal Block
  • พอร์ตภายในที่สามารถขยายได้
  • พื้นที่สำหรับเพิ่มจุดโทรศัพท์

ข้อควรรู้

แม้จะมีคู่สายสำรองจำนวนมาก แต่ Panasonic KX-TES824 ยังมีขีดจำกัดด้านพอร์ตภายในสูงสุด 24 พอร์ต

ดังนั้นต้องวางแผนทั้งคู่สายและความจุของตู้ ไม่ใช่พิจารณาเฉพาะการเดินสาย

⑮ วิธีต่อสายโทรศัพท์ Panasonic KX-TES824 ผ่านเต้ารับผนัง

การใช้เต้ารับโทรศัพท์ช่วยให้การเชื่อมต่อเครื่องปลายทางมีระเบียบและสะดวกต่อการเปลี่ยนอุปกรณ์

ตัวอย่างเส้นทาง

พอร์ต Extension → ตู้กระจายสาย → สายภายในอาคาร → เต้ารับโทรศัพท์ → สายต่อเครื่อง → โทรศัพท์

สิ่งที่ต้องตรวจ

  1. ประเภทเต้ารับ
  2. จำนวนหน้าสัมผัสที่ใช้งาน
  3. ผังขา T, R, H และ L
  4. จำนวนคู่สายที่เดินมาถึงจุด
  5. ความถูกต้องของการเข้าหัว
  6. ความต่อเนื่องของสาย
  7. สภาพสายต่อเครื่อง

สำหรับโทรศัพท์ระบบ PT ต้องแน่ใจว่าเต้ารับและสายต่อรองรับตัวนำครบตามที่โทรศัพท์รุ่นนั้นต้องใช้

ไม่ควรเลือกเต้ารับที่มีเพียงสองหน้าสัมผัสสำหรับเครื่องที่ต้องใช้สี่ตัวนำ

⑯ ผังสาย Extension ของ Panasonic KX-TES824 ต้องดูอะไรบ้าง

คู่มือ Panasonic ระบุขั้วของพอร์ต Extension ได้แก่

สัญลักษณ์ความหมาย
TTip
RRing
HHigh
LLow

การใช้งานแต่ละประเภท

โทรศัพท์ SLT

ใช้ขั้ว T และ R

โทรศัพท์ PT เช่น KX-T7735

ใช้ขั้ว T, R, H และ L

DSS Console

ใช้ขั้ว H และ L ตามรายละเอียดในคู่มือ

ต้องอ้างอิงรูปภาพ Pinout ของพอร์ตจริงก่อนเข้าหัว เพราะการมองหัว RJ11 หรือหัว Modular จากคนละด้านอาจทำให้เข้าใจตำแหน่งขาสลับกัน

ห้ามนำผังสีสาย Ethernet แบบ T568A หรือ T568B มาใช้แทนผังสัญญาณของตู้โทรศัพท์โดยไม่ตรวจสอบการจับคู่ขาที่ปลายทั้งสองด้าน

⑰ วิธีติดป้ายหมายเลขสายโทรศัพท์ให้ซ่อมง่าย

ระบบที่มีโทรศัพท์หลายเครื่องควรติดป้ายระบุสายทั้งต้นทางและปลายทาง

ตัวอย่างรูปแบบการตั้งชื่อ

รหัสความหมาย
CO-01สายนอกหมายเลข 1
CO-02สายนอกหมายเลข 2
EXT-01พอร์ตภายใน 01
EXT-02พอร์ตภายใน 02
TEL-101จุดโทรศัพท์เบอร์ 101
TEL-102จุดโทรศัพท์เบอร์ 102
MDF-01ตำแหน่งต่อสายหมายเลข 01

จุดที่ควรติดป้าย

  1. สายบริเวณตู้สาขา
  2. สายเข้าตู้ MDF
  3. สายออกจาก MDF
  4. จุดกระจายสายระหว่างชั้น
  5. เต้ารับโทรศัพท์
  6. สายที่มีการจัมเปอร์หรือเปลี่ยนเส้นทาง

ควรใช้ป้ายที่อ่านง่าย ทนทาน และไม่หลุดจากสายเมื่อมีการบำรุงรักษา

⑱ วิธีตรวจสายโทรศัพท์ก่อนต่อเข้า Panasonic KX-TES824

หลังเดินสายเสร็จ ไม่ควรเสียบสายทุกเส้นเข้าตู้ทันทีโดยไม่มีการทดสอบ

ขั้นตอนตรวจสอบ

  1. ตรวจหมายเลขสายต้นทางและปลายทาง
  2. ตรวจชนิดสายและจำนวนตัวนำ
  3. ตรวจความต่อเนื่องของคู่สาย
  4. ตรวจว่ามีสายขาดหรือไม่
  5. ตรวจว่ามีสายลัดวงจรหรือไม่
  6. ตรวจการสลับคู่สาย
  7. ตรวจว่าตัวนำสัมผัสกันผิดตำแหน่งหรือไม่
  8. ตรวจความเสียหายของฉนวน
  9. ตรวจการเข้าหัวและจุดต่อ
  10. บันทึกผลก่อนเชื่อมต่อเข้าตู้

ข้อควรระวัง

การทดสอบด้วยเครื่องวัดความต้านทานหรือความต่อเนื่องต้องทำกับวงจรที่แยกจากตู้สาขาและอุปกรณ์จ่ายแรงดันแล้ว

สายนอก CO อาจมีแรงดัน DC และแรงดันเรียกเข้าที่เป็นอันตรายได้ จึงต้องให้ช่างใช้เครื่องมือและวิธีทดสอบที่เหมาะสม

⑲ วิธีทดสอบเบอร์ภายในหลังเดินสายเสร็จ

เมื่อผ่านการทดสอบสายและเชื่อมต่อระบบตามคู่มือแล้ว ต้องทดสอบโทรศัพท์แต่ละจุด

ตัวอย่างตารางตรวจสอบ

เบอร์ภายในจุดใช้งานผลทดสอบ
101ประชาสัมพันธ์ผ่าน / ไม่ผ่าน
102ผู้จัดการผ่าน / ไม่ผ่าน
103ฝ่ายขาย 1ผ่าน / ไม่ผ่าน
104ฝ่ายขาย 2ผ่าน / ไม่ผ่าน
105บัญชีผ่าน / ไม่ผ่าน
106ธุรการผ่าน / ไม่ผ่าน

รายการที่ต้องทดสอบ

  • มีสัญญาณพร้อมโทร
  • โทรไปยังเบอร์ภายในอื่นได้
  • เครื่องปลายทางดังถูกต้อง
  • สนทนาได้ทั้งสองทาง
  • ไม่มีเสียงรบกวนผิดปกติ
  • วางสายแล้ววงจรกลับสู่สถานะพร้อมใช้งาน
  • ป้ายหมายเลขตรงกับจุดใช้งานจริง

สำหรับโทรศัพท์ระบบ Panasonic ควรตรวจสอบจอแสดงผลและปุ่มฟังก์ชันตามรุ่นที่ติดตั้งเพิ่มเติม

⑳ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการเดินสาย Panasonic KX-TES824

1. ใช้สายเพียงคู่เดียวกับโทรศัพท์ระบบที่ต้องใช้สองคู่

อาจทำให้ฟังก์ชันหรือการทำงานของโทรศัพท์ไม่ครบตามที่กำหนด

2. ไม่ทำแผนผังสาย

เมื่อเกิดปัญหาจะตรวจสอบตำแหน่งสายได้ยาก

3. ไม่ติดป้ายพอร์ต

ทำให้สายนอกหรือเบอร์ภายในสลับกันเมื่อมีการซ่อมบำรุง

4. ใช้คู่สายผิดตำแหน่ง

อาจทำให้โทรศัพท์ไม่มีสัญญาณหรือทำงานผิดปกติ

5. เดินสายใกล้สายไฟกำลัง

เพิ่มความเสี่ยงด้านสัญญาณรบกวนและความปลอดภัยหากติดตั้งไม่เป็นไปตามมาตรฐาน

6. เดินสายเกินระยะที่รองรับ

โดยเฉพาะโทรศัพท์ระบบ PT ซึ่งมีข้อจำกัดระยะต่างจาก SLT

7. ไม่ตรวจสายก่อนเสียบเข้าตู้

อาจทำให้เสียเวลาไล่ปัญหา หรือเสี่ยงต่อความเสียหายหากมีแรงดันผิดปกติ

8. ไม่มีสายสำรอง

ทำให้เพิ่มจุดโทรศัพท์ในอนาคตได้ยาก

9. ใช้สายคุณภาพต่ำ

อาจเกิดปัญหาความต้านทานสูง สัญญาณรบกวน หรือสายชำรุดก่อนเวลา

10. ไม่บันทึกการเปลี่ยนแปลง

เมื่อมีการย้ายเบอร์หรือจัมเปอร์ใหม่ เอกสารระบบอาจไม่ตรงกับหน้างาน

㉑ เช็กลิสต์ก่อนเริ่มเดินสาย Panasonic KX-TES824

  • สำรวจจำนวนเบอร์ภายในทั้งหมด
  • ตรวจจำนวนสายนอก CO
  • ตรวจประเภทโทรศัพท์ SLT และ PT
  • ตรวจจำนวนคู่สายที่แต่ละเครื่องต้องใช้
  • ตรวจความจุพอร์ตของตู้
  • ตรวจการ์ดขยายที่ติดตั้ง
  • กำหนดตำแหน่งตู้สาขา
  • กำหนดตำแหน่ง MDF
  • จัดทำแผนผังเส้นทางสาย
  • เลือกชนิดสายที่เหมาะสม
  • ตรวจระยะสายสูงสุด
  • คำนวณความยาวสาย
  • เผื่อคู่สายสำหรับอนาคต
  • แยกเส้นทางจากสายไฟกำลังตามมาตรฐาน
  • ตรวจจุดเดินสายระหว่างชั้น
  • เตรียมเต้ารับและจุดต่อสาย
  • กำหนดรหัสหมายเลขสาย
  • เตรียมเครื่องมือทดสอบสาย
  • จัดทำแบบฟอร์มตรวจสอบ
  • กำหนดขั้นตอนส่งมอบงาน

㉒ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเดินสาย Panasonic KX-TES824

Panasonic KX-TES824 ใช้สาย LAN Cat5e ได้ไหม

ได้สำหรับวงจรโทรศัพท์ที่เข้ากันได้ โดยต้องเลือกคู่สายและผังขาให้ถูกต้อง แต่ไม่ได้หมายความว่าสามารถต่อพอร์ต Ethernet เข้ากับ Extension ได้โดยตรง

Panasonic KX-TES824 ใช้สายกี่เส้นต่อหนึ่งเบอร์

โทรศัพท์ SLT ใช้ 2 ตัวนำ ส่วนโทรศัพท์ระบบ PT บางรุ่น เช่น KX-T7735 ใช้ 4 ตัวนำ ต้องตรวจสอบตามรุ่นเครื่อง

โทรศัพท์ Panasonic KX-T7735 ใช้สายกี่คู่

ใช้ 2 คู่สาย หรือ 4 ตัวนำ ตามผัง T, R, H และ L ของพอร์ตที่รองรับ

Panasonic KX-TES824 เดินสายโทรศัพท์ได้ไกลกี่เมตร

ขึ้นอยู่กับประเภทโทรศัพท์และขนาดตัวนำ ตัวอย่างเช่น สาย CAT5 ตามคู่มือรองรับสูงสุด 229 เมตรสำหรับ PT/DSS และ 1,128 เมตรสำหรับ SLT ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด

สายโทรศัพท์ใช้ร่วมกับสายไฟในท่อเดียวกันได้ไหม

ไม่ควรทำโดยไม่มีการออกแบบและตรวจสอบตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง เพราะอาจเกิดความเสี่ยงด้านไฟฟ้าและสัญญาณรบกวน

ต้องมีตู้ MDF หรือไม่

ไม่จำเป็นต้องใช้ตู้ MDF ขนาดใหญ่ทุกแห่ง แต่ควรมีจุดกระจายสายหรือจุดต่อสายที่จัดระเบียบเหมาะสมกับจำนวนคู่สายของระบบ

Panasonic KX-TES824 เดินสายระหว่างชั้นได้ไหม

ได้ หากเลือกชนิดสาย ตรวจระยะทาง จัดเส้นทางและป้องกันสายตามข้อกำหนดของอาคาร รวมถึงทดสอบคู่สายก่อนใช้งาน

ใช้สายโทรศัพท์เก่ากับ Panasonic KX-TES824 ได้ไหม

ได้หากสายมีสภาพเหมาะสม จำนวนตัวนำเพียงพอ และผ่านการตรวจสอบความต่อเนื่อง สายขาด สายช็อต และความเข้ากันได้กับโทรศัพท์ที่ใช้งาน

สายโทรศัพท์ 1 คู่ต่อโทรศัพท์ 2 เครื่องได้ไหม

ไม่ควรนำโทรศัพท์สองเครื่องมาต่อขนานโดยไม่ตรวจสอบฟังก์ชันและข้อจำกัดของพอร์ต ระบบรองรับการต่อแบบขนานในบางรูปแบบตามคู่มือ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะได้เบอร์ภายในแยกสองเบอร์

เดินสายเสร็จแล้วต้องตั้งค่าโปรแกรมตู้หรือไม่

ต้องตรวจสอบการกำหนดหมายเลข Extension การรับสายและสิทธิ์การใช้งานตามความต้องการ เพราะการเดินสายถูกต้องไม่ได้หมายความว่าการตั้งค่าระบบจะตรงกับรูปแบบการใช้งานทั้งหมด

㉓ สรุปวิธีวางแผนเดินสายโทรศัพท์ Panasonic KX-TES824 ภายในอาคาร

การเดินสายโทรศัพท์ Panasonic KX-TES824 ให้มีประสิทธิภาพต้องเริ่มจากการสำรวจจำนวนจุดโทรศัพท์และชนิดอุปกรณ์ จากนั้นกำหนดตำแหน่งตู้สาขา จุดกระจายสาย และเส้นทางเดินสายภายในอาคารให้ชัดเจน

โทรศัพท์ SLT ใช้คู่สาย T และ R ส่วนโทรศัพท์ระบบ PT เช่น KX-T7735 ใช้สองคู่สายผ่านขั้ว T, R, H และ L จึงต้องเลือกสายและเต้ารับให้รองรับจำนวนตัวนำที่ต้องใช้จริง

นอกจากนี้ต้องตรวจระยะเดินสายตามคู่มือ แยกเส้นทางจากระบบไฟฟ้าอย่างเหมาะสม และทดสอบคู่สายทุกจุดก่อนเชื่อมต่อเข้าตู้

การทำแผนผังสาย การติดป้ายหมายเลข และการเผื่อคู่สายสำรองเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ขยายระบบและบำรุงรักษาได้ง่ายขึ้น

ComSiam แนะนำให้จัดทำเอกสารแสดงความสัมพันธ์ระหว่างพอร์ต Extension หมายเลขเบอร์ภายใน จุดกระจายสาย และเต้ารับทุกตำแหน่ง พร้อมทดสอบการโทรก่อนส่งมอบงาน เพื่อให้ระบบโทรศัพท์มีความเป็นระเบียบ ลดความผิดพลาด และตรวจแก้ปัญหาได้รวดเร็วในระยะยาว

ComSiam Professional Team