ComSiam Service
การทำรายงานตรวจสาย Panasonic KX-TES824 ก่อนส่งมอบงานติดตั้ง ต้องรวบรวมข้อมูลพอร์ต CO และ Extension หมายเลขภายใน เส้นทางเดินสายผ่าน MDF หมายเลขเต้ารับ ผลทดสอบสายโทรศัพท์ และผลการโทรเข้า–ออกจริง พร้อมระบุสถานะผ่านหรือไม่ผ่านของแต่ละจุดอย่างชัดเจน
รายงานตรวจรับงานที่สมบูรณ์ควรมีเอกสารหลักอย่างน้อย 5 ชุด ได้แก่ System Information, CO Line Mapping, Extension Port Mapping, Cable Test Report และ Functional Test Report พร้อมบันทึกข้อบกพร่องที่ต้องแก้ไขก่อนลูกค้าลงนามรับมอบงาน
การติดตั้งตู้สาขาที่โทรศัพท์ทุกเครื่องมีสัญญาณพร้อมโทร ไม่ได้แปลว่าระบบผ่านการตรวจรับแล้ว เพราะอาจยังมีปัญหาเบอร์ภายในสลับ สายขาดบางตัวนำ โทรศัพท์ PT ทำงานไม่ครบ โทรออกผ่าน CO ไม่ได้ หรือการรับสายช่วงกลางคืนไม่ตรงตามที่ลูกค้าต้องการ
สำหรับ Panasonic KX-TES824 รุ่นพื้นฐานรองรับสายนอก CO จำนวน 3 ช่อง และ Extension จำนวน 8 พอร์ต โดยสามารถขยายได้สูงสุด 8 CO และ 24 Extension ด้วยอุปกรณ์ที่รองรับ ดังนั้นแบบฟอร์มตรวจรับต้องปรับตามจำนวนพอร์ตที่ติดตั้งจริง ไม่ควรกรอกช่องที่ไม่ได้ติดตั้งว่าเป็นการทดสอบผ่าน
บทความนี้ ComSiam จะอธิบายวิธีจัดทำรายงานตรวจรับงาน Panasonic KX-TES824 ตั้งแต่ข้อมูลโครงการ รายละเอียดตู้สาขา แผนผัง MDF ผลตรวจสาย ผลทดสอบ CO และ Extension การตรวจฟังก์ชันโทรศัพท์ การจัดทำ Punch List การสำรองข้อมูลโปรแกรม ไปจนถึงแบบฟอร์มลงนามส่งมอบงานที่สามารถนำไปปรับใช้กับโครงการจริงได้
① รายงานตรวจสาย Panasonic KX-TES824 คืออะไร
รายงานตรวจสาย หรือ Cable Testing Report เป็นเอกสารบันทึกข้อมูลและผลตรวจสอบสายโทรศัพท์ที่เชื่อมต่อกับตู้สาขา Panasonic KX-TES824
วัตถุประสงค์
① ยืนยันว่าติดตั้งสายตามแบบ
② ตรวจหมายเลขพอร์ต CO และ Extension
③ ตรวจเส้นทางสายผ่าน MDF
④ ตรวจหมายเลขเต้ารับ
⑤ ตรวจสายขาดและสายช็อต
⑥ ตรวจความถูกต้องของตัวนำ
⑦ ตรวจหมายเลข Extension
⑧ ตรวจการโทรจริง
⑨ บันทึกข้อบกพร่องและการแก้ไข
⑩ ใช้เป็นหลักฐานส่งมอบงาน
ข้อสำคัญ
รายงานควรสะท้อนผลตรวจจริงของแต่ละจุด ไม่ใช่กรอกผ่านล่วงหน้าก่อนทดสอบระบบ
② ทำไมต้องทำรายงานก่อนส่งมอบงานติดตั้ง
สำนักงานที่มีโทรศัพท์หลายเครื่องอาจพบปัญหาหลังติดตั้ง แม้ระบบจะใช้งานได้ในช่วงแรก
ประโยชน์ของรายงาน
- ลูกค้าตรวจสอบได้ว่างานเสร็จตามขอบเขต
- ช่างมีหลักฐานผลการทดสอบ
- ตรวจพบเบอร์ภายในสลับก่อนใช้งานจริง
- ใช้ข้อมูลซ่อมบำรุงในอนาคต
- ตรวจสอบงานที่มีการย้ายหรือเพิ่ม Extension ได้
- ลดข้อโต้แย้งเกี่ยวกับงานที่ยังไม่เรียบร้อย
- เป็นข้อมูลตั้งต้นสำหรับการดูแลระบบครั้งถัดไป
ตัวอย่าง
สำนักงานติดตั้งโทรศัพท์ 16 เครื่อง แต่มี Extension 112 โทรได้โดยไม่ได้ยินเสียงเรียกเข้าปกติ
หากมีรายงานตรวจรับแยกทุกจุด จะสามารถทราบได้ทันทีว่าเบอร์ดังกล่าวเคยผ่านการทดสอบอะไรบ้าง และต้องตรวจซ้ำตรงไหน
③ เอกสารที่ควรจัดเตรียมก่อนตรวจรับ
| เอกสาร | รายละเอียด |
|---|---|
| System Information | ข้อมูล PBX และโครงการ |
| CO Line Mapping | ตารางสายนอก |
| Extension Port Mapping | ตารางพอร์ตและหมายเลขภายใน |
| MDF Jumper Schedule | ตารางจุดจัมเปอร์ |
| Cable Test Report | ผลตรวจตัวนำและสาย |
| Functional Test Report | ผลทดสอบการโทร |
| Configuration Record | บันทึกการตั้งค่าระบบ |
| Punch List | รายการข้อบกพร่อง |
| As-Built Drawing | แบบตามการติดตั้งจริง |
| Handover Certificate | เอกสารส่งมอบงาน |
ข้อแนะนำ
ควรจัดเก็บเอกสารในรูปแบบที่ค้นหาได้ง่าย เช่น PDF สำหรับการส่งมอบ และไฟล์ตารางที่แก้ไขได้สำหรับการบำรุงรักษา
④ ข้อมูลโครงการที่ต้องระบุในรายงาน
แบบฟอร์มข้อมูลโครงการ
| รายการ | ข้อมูล |
|---|---|
| ชื่อโครงการ | __________________ |
| ชื่อลูกค้า | __________________ |
| สถานที่ติดตั้ง | __________________ |
| วันที่เริ่มงาน | __________________ |
| วันที่ตรวจรับ | __________________ |
| บริษัทผู้ติดตั้ง | __________________ |
| ผู้ควบคุมงาน | __________________ |
| ผู้ทดสอบระบบ | __________________ |
| ผู้ตรวจรับฝ่ายลูกค้า | __________________ |
| หมายเลขรายงาน | __________________ |
| ฉบับแก้ไข | __________________ |
ข้อสำคัญ
ควรมีหมายเลขรายงานและวันที่แก้ไขเอกสาร เพื่อแยกผลตรวจครั้งแรกออกจากรายงานหลังแก้ไขงานได้อย่างชัดเจน
⑤ วิธีบันทึกข้อมูลตัวตู้ Panasonic KX-TES824
ตาราง System Information
| รายการ | ข้อมูล |
|---|---|
| ยี่ห้อ | Panasonic |
| รุ่น | KX-TES824 |
| Serial Number | __________________ |
| Software Version | __________________ |
| Firmware/Program Version | __________________ |
| จำนวน CO ที่ติดตั้ง | __________________ |
| จำนวน Extension ที่ติดตั้ง | __________________ |
| การ์ดขยาย | __________________ |
| ตำแหน่งติดตั้ง | __________________ |
| แหล่งจ่ายไฟ | __________________ |
| ระบบไฟสำรอง | __________________ |
| ผู้ดูแลระบบ | __________________ |
สิ่งที่ควรถ่ายภาพ
① ตัวตู้ด้านหน้า
② ตำแหน่งติดตั้ง
③ ป้ายรุ่นและหมายเลขเครื่อง
④ พอร์ต CO และ Extension
⑤ การ์ดขยายที่ติดตั้งจริง
⑥ การจัดสายเข้า–ออกตู้
ข้อควรระวัง
ไม่ควรเปิดเผยหมายเลข Serial หรือข้อมูลระบบที่มีความอ่อนไหวต่อสาธารณะโดยไม่จำเป็น
ข้อมูลดังกล่าวควรอยู่ในเอกสารส่งมอบของเจ้าของระบบเท่านั้น
⑥ วิธีตรวจจำนวน CO และ Extension ที่ติดตั้งจริง
Panasonic KX-TES824 มีความจุพื้นฐานและความจุสูงสุดแตกต่างกัน
| รายการ | พื้นฐาน | สูงสุด |
|---|---|---|
| Outside CO Line | 3 | 8 |
| Extension | 8 | 24 |
ขั้นตอน
- ตรวจรุ่นตัวตู้
- ตรวจการ์ดขยาย
- ตรวจพอร์ตที่มีจริง
- ตรวจจำนวนสายนอกที่ต่อใช้งาน
- ตรวจจำนวน Extension ที่เดินสาย
- ตรวจจำนวนโทรศัพท์ที่ติดตั้ง
- เปรียบเทียบกับขอบเขตงาน
- บันทึกผล
ตัวอย่าง
ลูกค้าจ้างติดตั้ง 3 CO และ 16 Extension
รายงานต้องระบุว่าได้ติดตั้งการ์ดขยายที่รองรับจำนวน Extension ดังกล่าวจริง และผ่านการตรวจรับกี่จุด
ห้ามระบุว่าทดสอบครบ 24 พอร์ต หากตู้มีพอร์ตติดตั้งจริงเพียง 16 พอร์ต
⑦ วิธีทำ CO Line Mapping
CO Line Mapping คือเอกสารระบุความสัมพันธ์ระหว่างวงจรโทรศัพท์ภายนอกกับพอร์ต CO ของ PBX
ตารางตัวอย่าง
| CO | แหล่งสัญญาณ | จุด MDF | สถานะ | ผลทดสอบ |
|---|---|---|---|---|
| CO1 | ONT TEL1 | CO-IN-01 | Connect | ______ |
| CO2 | ONT TEL2 | CO-IN-02 | Connect | ______ |
| CO3 | PSTN Line | CO-IN-03 | Connect | ______ |
| CO4 | — | — | Not Installed | N/A |
ข้อมูลเพิ่มเติมที่ควรบันทึก
- หมายเลขโทรศัพท์ภายนอก
- ผู้ให้บริการ
- หมายเลขวงจร
- หมายเลขพอร์ต FXS หากมี
- หมายเลข Terminal
- จำนวนช่องสนทนาที่รองรับ
- ผลทดสอบสาย
- ผลโทรเข้าและโทรออก
ข้อควรจำ
ไม่ควรใช้เพียงหมายเลข Caller ID ขาออกเพื่อยืนยันหมายเลขประจำวงจร เพราะบริการบางประเภทสามารถกำหนดหมายเลขแสดงผลแยกจากหมายเลขที่รับสายเข้าได้
⑧ วิธีทำ Extension Port Mapping
เป็นเอกสารสำคัญที่สุดสำหรับงานดูแลและตรวจซ่อมระบบโทรศัพท์ภายใน
ตัวอย่าง 8 Extension
| Jack | Extension | Wall Jack | ตำแหน่ง |
|---|---|---|---|
| 01 | 101 | TEL-001 | Reception |
| 02 | 102 | TEL-002 | Manager |
| 03 | 103 | TEL-003 | Sales |
| 04 | 104 | TEL-004 | Account |
| 05 | 105 | TEL-005 | Admin |
| 06 | 106 | TEL-006 | Warehouse |
| 07 | 107 | TEL-007 | Meeting |
| 08 | 108 | TEL-008 | Service |
สิ่งที่ต้องบันทึกเพิ่มเติม
- ประเภทโทรศัพท์ PT หรือ SLT
- ยี่ห้อและรุ่นโทรศัพท์
- Cable ID
- จุด MDF
- ระยะสาย
- สิทธิ์ใช้ CO
- ผลตรวจสาย
- ผลทดสอบโทรศัพท์
ข้อสำคัญ
ตัวเลข 101–108 เป็นตัวอย่างสำหรับระบบที่ใช้หมายเลขตามลำดับดังกล่าว ต้องตรวจค่า Extension Number จริงก่อนกรอกรายงาน
⑨ วิธีทำ MDF Jumper Schedule
MDF Jumper Schedule เป็นตารางแสดงการเชื่อมต่อระหว่าง Terminal ฝั่ง PBX กับ Terminal ฝั่งสายอาคาร
ตัวอย่าง
| PBX Port | MDF A | MDF B | Cable ID | Wall Jack |
|---|---|---|---|---|
| EXT01 | A01 | B01 | TEL-C01 | TEL-001 |
| EXT02 | A02 | B02 | TEL-C02 | TEL-002 |
| EXT03 | A03 | B03 | TEL-C03 | TEL-003 |
| EXT04 | A04 | B04 | TEL-C04 | TEL-004 |
| EXT05 | A05 | B05 | TEL-C05 | TEL-005 |
ขั้นตอนจัดทำ
① ตรวจพอร์ตต้นทาง
② ตรวจคู่สายที่ออกจาก PBX
③ ระบุ Terminal ฝั่ง A
④ ระบุ Jumper Wire
⑤ ระบุ Terminal ฝั่ง B
⑥ ระบุ Cable ID ปลายทาง
⑦ ระบุเต้ารับ
⑧ ตรวจความสัมพันธ์กับ Extension Number
⑨ บันทึกผล
ข้อควรระวัง
ห้ามใช้สีสายเพียงอย่างเดียวในการยืนยันคู่สาย เพราะสายหลายเส้นอาจใช้คู่สีเดียวกัน
ควรใช้ Cable ID และผลตรวจความต่อเนื่องประกอบ
⑩ วิธีบันทึกประเภทสายโทรศัพท์ที่ใช้
ตาราง Cable Specification
| รายการ | ข้อมูล |
|---|---|
| Cable ID | __________________ |
| Cable Type | __________________ |
| จำนวนคู่สาย | __________________ |
| ขนาดตัวนำ | __________________ |
| ชนิดตัวนำ | __________________ |
| ความยาวโดยประมาณ | __________________ |
| การเดินสาย | ท่อ / ราง / ฝ้า / อื่น ๆ |
| จุดเริ่มต้น | __________________ |
| จุดสิ้นสุด | __________________ |
| จำนวนจุดต่อ | __________________ |
สิ่งที่ควรตรวจ
- เป็นสายทองแดงตามข้อกำหนดหรือไม่
- ขนาดตัวนำเหมาะสมหรือไม่
- ฉนวนชำรุดหรือไม่
- มีสาย CCA ที่ไม่ตรงข้อกำหนดหรือไม่
- มีจุดต่อกลางทางหรือไม่
- มีการเดินสายภายนอกอาคารหรือไม่
ข้อสำคัญ
หากมีหลายชนิดสายอยู่ในโครงการ ต้องแยกบันทึกตาม Cable ID ไม่ควรระบุเพียงว่าสายโทรศัพท์ทั้งหมดเป็นประเภทเดียวกันโดยไม่ตรวจจริง
⑪ วิธีบันทึกระยะเดินสายโทรศัพท์
ระยะสายมีผลต่อการออกแบบและการตรวจคุณภาพระบบ
หลักการ
ให้รวมความยาวตั้งแต่ PBX ผ่านจุดต่อทั้งหมดจนถึงโทรศัพท์
ตัวอย่าง
| ช่วงสาย | ระยะ |
|---|---|
| PBX → MDF | 5 เมตร |
| MDF Jumper | 2 เมตร |
| MDF → Wall Jack | 90 เมตร |
| Wall Jack → Phone | 3 เมตร |
| รวม | 100 เมตร |
วิธีบันทึก
ควรระบุว่าวัดจากการสำรวจจริง เครื่องทดสอบ หรือประมาณจากแบบ เพื่อแยกค่าที่ตรวจวัดได้ออกจากค่าประมาณ
ข้อควรจำ
ระยะทางต้องเทียบกับประเภทโทรศัพท์ PT หรือ SLT และชนิดสายที่ใช้ตามคู่มือ Panasonic ไม่ควรนำขีดจำกัดของ SLT ไปใช้กับ PT โดยตรง
⑫ วิธีตรวจสายขาด Open Circuit
สายขาดหมายถึงตัวนำที่ควรเชื่อมต่อถึงกันแต่ไม่ต่อถึงปลายทาง
ขั้นตอน
- ระบุ Cable ID
- แจ้งผู้ใช้งานก่อนหยุดวงจร
- แยกสายจาก PBX โทรศัพท์ และแหล่งแรงดัน
- ยืนยันความปลอดภัย
- ต่อ Cable Tester ที่รองรับ
- ตรวจ Wire Map
- ตรวจตัวนำที่ไม่ต่อถึง
- บันทึกตำแหน่ง
- แก้ไข
- ทดสอบซ้ำ
แบบบันทึก
| Cable ID | ผล Open | ตัวนำที่ผิดปกติ |
|---|---|---|
| TEL-C01 | Pass/Fail | ______ |
| TEL-C02 | Pass/Fail | ______ |
| TEL-C03 | Pass/Fail | ______ |
ข้อสำคัญ
ห้ามใช้เครื่องทดสอบแบบไม่มีไฟกับสายที่ยังต่อกับวงจร PBX หรือสายนอกที่มีแรงดัน
⑬ วิธีตรวจสายช็อต Short Circuit
จุดที่พบปัญหาบ่อย
① หัว RJ11
② Terminal MDF
③ จุดจัมเปอร์
④ สายถูกกดทับ
⑤ ฉนวนชำรุด
⑥ เต้ารับมีความชื้น
⑦ ตัวนำสัมผัสกันผิดปกติ
ขั้นตอน
ตรวจความปลอดภัยและแยกวงจรก่อนใช้เครื่องตรวจ Short หรือ Resistance ที่เหมาะสม
หากพบความผิดปกติให้บันทึก Cable ID และตำแหน่งที่ตรวจพบ ก่อนซ่อมและตรวจซ้ำ
ตาราง
| Cable ID | Short Test | ผล |
|---|---|---|
| TEL-C01 | Pass | ผ่าน |
| TEL-C02 | Fail | ไม่ผ่าน |
| TEL-C03 | Pass | ผ่าน |
ข้อควรระวัง
หากพบว่ามีแรงดันไฟฟ้าจากวงจรอื่นเข้าสู่สายโทรศัพท์ ต้องหยุดตรวจแบบปกติ และให้ผู้มีความชำนาญตรวจแยกแหล่งแรงดันก่อน
⑭ วิธีตรวจตัวนำสำหรับโทรศัพท์ SLT
โทรศัพท์ SLT ใช้ตัวนำสองเส้น ได้แก่ T และ R
ตารางตรวจ
| รายการ | ผล |
|---|---|
| T ต่อถึงปลายทาง | Pass/Fail |
| R ต่อถึงปลายทาง | Pass/Fail |
| ไม่มี Short | Pass/Fail |
| ไม่มี Open | Pass/Fail |
| Wire Map ถูกต้อง | Pass/Fail |
ขั้นตอน
① ตรวจชนิดโทรศัพท์
② ตรวจพอร์ต Extension
③ ตรวจสายสองตัวนำ
④ ตรวจจุดต่อ MDF
⑤ ตรวจเต้ารับ
⑥ ตรวจด้วยเครื่องมือที่เหมาะสม
⑦ เชื่อมโทรศัพท์กลับ
⑧ ทดสอบการโทร
ข้อสำคัญ
สาย SLT ที่ผ่าน Wire Map ยังต้องทดสอบการใช้งานจริง เพราะผลการตรวจตัวนำเพียงอย่างเดียวไม่ยืนยันว่าพอร์ตและโทรศัพท์ทำงานสมบูรณ์
⑮ วิธีตรวจตัวนำสำหรับโทรศัพท์ PT
โทรศัพท์ Panasonic PT ที่รองรับ เช่น KX-T7735 ใช้ตัวนำสี่เส้น
H — T — R — L
ตารางตรวจ
| ตัวนำ | ผล |
|---|---|
| H | Pass/Fail |
| T | Pass/Fail |
| R | Pass/Fail |
| L | Pass/Fail |
| Short Test | Pass/Fail |
| Open Test | Pass/Fail |
| Wire Map | Pass/Fail |
ต้องตรวจเพิ่มเติม
- หน้าจอทำงาน
- ปุ่ม CO ทำงาน
- ปุ่มฟังก์ชันใช้งานได้
- โทรภายในได้
- รับสายได้
- เสียงสนทนาปกติ
ข้อควรจำ
โทรศัพท์ PT ที่มี Dial Tone แต่หน้าจอหรือฟังก์ชันบางส่วนไม่ทำงาน อาจมีปัญหาที่ตัวนำ H/L จึงไม่ควรตรวจเฉพาะ T/R
⑯ วิธีทำตาราง Cable Test Report
แบบฟอร์มพร้อมใช้งาน
| Cable ID | Type | Open | Short | Wire Map | Result |
|---|---|---|---|---|---|
| TEL-C01 | PT | P | P | P | PASS |
| TEL-C02 | PT | P | P | P | PASS |
| TEL-C03 | SLT | P | P | P | PASS |
| TEL-C04 | SLT | P | P | P | PASS |
| TEL-C05 | SLT | P | P | P | PASS |
| TEL-C06 | SLT | P | P | P | PASS |
| TEL-C07 | SLT | P | P | P | PASS |
| TEL-C08 | SLT | P | P | P | PASS |
ข้อมูลในตารางเป็นตัวอย่างการกรอก ไม่ใช่ผลตรวจจริง
ความหมาย
- P = Pass
- F = Fail
- N/A = Not Applicable
ข้อสำคัญ
หากพบ Fail ต้องระบุหมายเหตุและหมายเลขรายการแก้ไขก่อนเปลี่ยนเป็นสถานะ Pass ในรายงานฉบับสุดท้าย
⑰ วิธีทดสอบหมายเลข Extension ไม่ให้สลับกัน
หลังเดินสายเสร็จต้องยืนยันว่าแต่ละเบอร์ตรงกับจุดใช้งานจริง
ตัวอย่าง
| Extension | ตำแหน่งที่ควรดัง | ผล |
|---|---|---|
| 101 | Reception | ______ |
| 102 | Manager | ______ |
| 103 | Sales | ______ |
| 104 | Account | ______ |
| 105 | Admin | ______ |
| 106 | Warehouse | ______ |
| 107 | Meeting | ______ |
| 108 | Service | ______ |
วิธีตรวจ
① โทรจากเครื่องทดสอบไปยัง 101
② ตรวจว่า Reception ดัง
③ รับสายและตรวจเสียง
④ ทำซ้ำกับ 102–108
⑤ ตรวจตำแหน่งที่ดังจริง
⑥ ตรวจหมายเลขในโปรแกรมเมื่อพบความผิดปกติ
⑦ ตรวจ MDF หากสงสัยสายสลับ
⑧ บันทึกผล
ข้อสำคัญ
หมายเลขพอร์ตจริงและหมายเลข Extension ที่ผู้ใช้กดเป็นข้อมูลคนละส่วน ต้องตรวจทั้งคู่
⑱ วิธีทำ Functional Test Report
Functional Test Report บันทึกผลทดสอบการใช้งานจริงของระบบโทรศัพท์
ตัวอย่าง
| Extension | Dial Tone | โทรภายใน | รับสาย | เสียง | ผลรวม |
|---|---|---|---|---|---|
| 101 | P | P | P | P | PASS |
| 102 | P | P | P | P | PASS |
| 103 | P | P | P | P | PASS |
| 104 | P | P | P | P | PASS |
| 105 | P | P | P | P | PASS |
| 106 | P | P | P | P | PASS |
| 107 | P | P | P | P | PASS |
| 108 | P | P | P | P | PASS |
เป็นตัวอย่างการแสดงผล ต้องแทนด้วยผลทดสอบจริง
ต้องทดสอบอย่างไร
- ตรวจ Dial Tone
- โทรไปยัง Extension อื่น
- ยืนยันปลายทางที่ดัง
- รับสาย
- สนทนาสองทาง
- วางสาย
- ตรวจสถานะคืนเป็นว่าง
- บันทึกผล
ข้อควรจำ
การมี Dial Tone ไม่เพียงพอต่อการรับรองว่าหมายเลขภายในผ่านการตรวจรับแล้ว
⑲ วิธีทดสอบสายนอก CO ก่อนส่งมอบ
รายการตรวจ
- CO ที่มีวงจรจริง
- หมายเลขโทรศัพท์
- ประเภทบริการ
- สัญญาณพร้อมโทร
- โทรออกได้
- รับสายเข้าได้
- เสียงสนทนาปกติ
- วางสายแล้วคืนสถานะ
ตาราง CO Test Report
| CO | โทรออก | โทรเข้า | เสียง | คืนสถานะ | ผล |
|---|---|---|---|---|---|
| CO1 | ____ | ____ | ____ | ____ | ____ |
| CO2 | ____ | ____ | ____ | ____ | ____ |
| CO3 | ____ | ____ | ____ | ____ | ____ |
ข้อสำคัญ
หากใช้ ONT หรือ VoIP Gateway ต้องตรวจจำนวนช่องสนทนาและเส้นทางการโทรตามบริการจริงด้วย
ควรเลือกทดสอบ CO แต่ละช่องโดยตรง ไม่ใช้เพียงรหัสเลือกสายนอกอัตโนมัติเพื่อสรุปผลทุกช่อง
⑳ วิธีบันทึกการทดสอบ Day, Night และ Lunch
ในระบบที่มีการกำหนดรับสายตามช่วงเวลา ต้องทดสอบทุกโหมดที่ใช้งานจริง
ตัวอย่าง
| Mode | CO | จุดที่ต้องดัง | ผล |
|---|---|---|---|
| Day | CO1 | Reception 101 | ____ |
| Night | CO1 | Security 106 | ____ |
| Lunch | CO1 | Reception 101 | ____ |
ขั้นตอน
① ตรวจค่าการตั้งค่าปัจจุบัน
② บันทึกโหมดเดิม
③ เปลี่ยนเข้าสู่โหมดที่ต้องทดสอบด้วยสิทธิ์ที่เหมาะสม
④ โทรเข้าหมายเลขภายนอก
⑤ ตรวจปลายทางที่ดัง
⑥ บันทึกผล
⑦ ทดสอบโหมดอื่นตามแผน
⑧ คืนระบบสู่โหมดใช้งานจริง
ข้อควรระวัง
หลังทดสอบต้องตรวจว่าระบบอยู่ในโหมดที่ลูกค้าต้องการ เพื่อไม่ให้สายโทรเข้าไปยังแผนกผิดหลังส่งมอบงาน
㉑ วิธีตรวจปุ่ม CO และ DSS
โทรศัพท์ Panasonic PT อาจมีปุ่ม CO และ DSS ที่กำหนดค่าไว้
รายการตรวจ
① ปุ่ม CO1 ตรงกับวงจรที่กำหนด
② ปุ่ม CO2 ตรงกับวงจรที่กำหนด
③ ไฟแสดงสถานะทำงานตามความสามารถของรุ่น
④ DSS เรียกหมายเลขถูกต้อง
⑤ การโอนสายทำงานตามการตั้งค่า
⑥ ปุ่มฟังก์ชันที่ลูกค้าใช้งานได้รับการทดสอบ
ตาราง
| ปุ่ม | การกำหนด | ผล |
|---|---|---|
| CO1 | สายนอก 1 | ____ |
| CO2 | สายนอก 2 | ____ |
| DSS1 | Extension 101 | ____ |
| DSS2 | Extension 102 | ____ |
ข้อสำคัญ
ป้ายข้อความที่ติดบนปุ่มไม่ได้ยืนยันการตั้งค่าในระบบ ต้องทดลองใช้งานจริง
㉒ วิธีบันทึกผลทดสอบโทรศัพท์ DECT
หากโครงการมีฐานโทรศัพท์ไร้สาย DECT ต้องจัดรายการตรวจเพิ่มเติม
รายการ
- ฐานมีไฟ
- ต่อ Extension ถูกต้อง
- Handset ลงทะเบียนกับฐาน
- โทรภายในได้
- รับสายได้
- โทรผ่าน CO ได้ตามสิทธิ์
- โอนสายได้เมื่อรองรับ
- สัญญาณครอบคลุมพื้นที่ที่ตกลงกัน
- แบตเตอรี่และแท่นชาร์จทำงาน
ตาราง
| DECT | Extension | จุดติดตั้ง | ผล |
|---|---|---|---|
| DECT-01 | 105 | Warehouse | ____ |
| DECT-02 | 106 | Service | ____ |
ข้อควรจำ
การทดสอบ DECT ต้องตรวจทั้งเส้นทางสายจาก PBX และสัญญาณไร้สายระหว่างฐานกับ Handset
㉓ วิธีบันทึกผลทดสอบเครื่องแฟกซ์
รายการทดสอบ
① ตรวจ Extension สำหรับเครื่องแฟกซ์
② ตรวจช่อง LINE
③ ตรวจการส่งเอกสาร
④ ตรวจการรับเอกสาร
⑤ ตรวจความครบถ้วนของหน้า
⑥ ตรวจรายงานการส่ง
⑦ ตรวจระบบรับสายอัตโนมัติ
⑧ ตรวจการคืนสถานะสาย
ตาราง
| รายการ | ผล |
|---|---|
| Fax Extension | __________ |
| Fax Number | __________ |
| ส่งหนึ่งหน้า | ผ่าน/ไม่ผ่าน |
| ส่งหลายหน้า | ผ่าน/ไม่ผ่าน |
| รับแฟกซ์ | ผ่าน/ไม่ผ่าน |
| คุณภาพเอกสาร | ผ่าน/ไม่ผ่าน |
| รายงานผล | __________ |
ข้อสำคัญ
หากใช้แฟกซ์ผ่าน ONT หรือ VoIP Gateway ต้องทดสอบเอกสารจริง ไม่ควรถือว่าการโทรเสียงได้เป็นหลักฐานว่าแฟกซ์ทำงานสมบูรณ์
㉔ วิธีบันทึกผลการทดสอบระบบตอบรับอัตโนมัติ DISA
หากลูกค้าใช้ DISA ต้องตรวจการทำงานตามการออกแบบ
สิ่งที่ต้องทดสอบ
- รับสายเข้าจาก CO ที่กำหนด
- เล่นข้อความตอบรับถูกต้อง
- ผู้โทรกดหมายเลขภายในได้
- ระบบส่งสายถึงปลายทาง
- กรณีไม่กดหมายเลขทำงานตามแผน
- กรณีกดผิดทำงานตามแผน
- การสิ้นสุดสายปกติ
ตาราง
| Test Case | ผล |
|---|---|
| DISA รับสาย | ____ |
| เล่น OGM | ____ |
| กด Extension | ____ |
| ไม่กดหมายเลข | ____ |
| กดผิด | ____ |
| วางสาย | ____ |
ข้อควรจำ
รายงานควรระบุเฉพาะฟังก์ชัน DISA ที่ได้ติดตั้งและเปิดใช้งานจริง ไม่จำเป็นต้องกรอกผ่านให้ทุกความสามารถที่ตัวตู้รองรับ
㉕ วิธีทำ Punch List ก่อนส่งมอบ
Punch List คือรายการปัญหาที่ตรวจพบและต้องแก้ไขก่อนปิดงาน
ตัวอย่าง
| No. | จุด | ปัญหา | แนวทางแก้ | สถานะ |
|---|---|---|---|---|
| 01 | TEL-003 | เบอร์สลับ | ตรวจ Jumper | Open |
| 02 | TEL-005 | ไม่มี Dial Tone | ตรวจสาย | Open |
| 03 | TEL-006 | PT หน้าจอไม่ติด | ตรวจ H/L | Open |
| 04 | CO2 | โทรออกไม่ได้ | ตรวจบริการ | Open |
ขั้นตอน
① บันทึกข้อบกพร่อง
② ระบุตำแหน่ง
③ ระบุความรุนแรงหรือผลกระทบ
④ กำหนดผู้รับผิดชอบ
⑤ กำหนดแนวทางแก้
⑥ ดำเนินการแก้
⑦ ทดสอบซ้ำ
⑧ บันทึกวันที่ปิดรายการ
⑨ แนบหลักฐาน
ข้อสำคัญ
ห้ามปิด Punch List เพียงเพราะได้ดำเนินการซ่อมแล้ว ต้องมีผลทดสอบซ้ำว่าปัญหาหายจริง
㉖ วิธีบันทึกผลทดสอบซ้ำหลังแก้ไข
ตัวอย่าง
| รายการ | ผลเดิม | การแก้ไข | ผลใหม่ |
|---|---|---|---|
| TEL-003 | หมายเลขสลับ | แก้ Jumper | ผ่าน |
| TEL-005 | ไม่มี Dial Tone | เปลี่ยนสาย | ผ่าน |
| TEL-006 | PT หน้าจอดับ | แก้ตัวนำ H/L | ผ่าน |
ข้อมูลที่ต้องมี
- วันที่ตรวจครั้งแรก
- อาการที่พบ
- ผู้ดำเนินการแก้ไข
- รายละเอียดการแก้
- วันที่ทดสอบซ้ำ
- วิธีที่ใช้ทดสอบ
- ผลการทดสอบ
- ผู้ยืนยันผล
ข้อควรจำ
หากการแก้ปัญหามีการย้ายสายหรือเปลี่ยนโปรแกรม ต้องตรวจจุดอื่นที่อาจได้รับผลกระทบด้วย
㉗ วิธีจัดทำ As-Built Drawing
As-Built Drawing คือแบบที่แสดงสภาพการติดตั้งจริงหลังงานเสร็จ ไม่ใช่เพียงแบบที่ใช้วางแผนก่อนติดตั้ง
ควรแสดงข้อมูล
① ตำแหน่งตู้ PBX
② ตำแหน่ง MDF
③ เส้นทางสายหลัก
④ จุดพักสาย
⑤ หมายเลขเต้ารับ
⑥ ห้องหรือแผนก
⑦ หมายเลข Cable ID
⑧ จุดติดตั้งโทรศัพท์
⑨ จุดติดตั้ง ONT/Gateway เมื่อมี
⑩ การเชื่อมต่ออุปกรณ์อื่น
ตัวอย่างผัง
Panasonic KX-TES824
↓
MDF-01
↓
สาย CAB-001 → TEL-001 → Reception
สาย CAB-002 → TEL-002 → Manager
สาย CAB-003 → TEL-003 → Sales
สาย CAB-004 → TEL-004 → Account
ข้อสำคัญ
หากมีการเปลี่ยนเส้นทางสายจริงจากแบบเดิม ต้องปรับ As-Built ให้ตรงกับงานติดตั้ง ไม่ควรส่งแบบที่ไม่ตรงสภาพจริง
㉘ วิธีบันทึกและสำรองข้อมูลโปรแกรม PBX
Panasonic KX-TES824 รองรับการตั้งค่าระบบผ่านโทรศัพท์ PT ที่เหมาะสม และเครื่องมือ KX-TE Maintenance Console ตามคู่มือ
ข้อมูลที่ควรสำรอง
- หมายเลข Extension
- สถานะพอร์ต CO
- การกำหนดรับสายเข้า
- สิทธิ์การโทรออก
- Numbering Plan
- การตั้งค่า Day/Night/Lunch
- การกำหนดปุ่มและฟังก์ชันที่สำคัญ
- ข้อมูล DISA เมื่อมีการใช้งาน
ขั้นตอน
① ตรวจสิทธิ์ผู้ดูแลระบบ
② ตรวจเวอร์ชันโปรแกรมและเครื่องมือ
③ ใช้วิธีสำรองข้อมูลตามคู่มือ
④ ตั้งชื่อไฟล์ให้ระบุโครงการและวันที่
⑤ ตรวจว่าไฟล์สำรองถูกสร้างสำเร็จ
⑥ จัดเก็บในที่ปลอดภัย
⑦ จำกัดการเข้าถึง
⑧ บันทึกสถานที่จัดเก็บไว้ในเอกสารส่งมอบ
ข้อควรระวัง
ไฟล์สำรองอาจมีข้อมูลการตั้งค่าที่มีความอ่อนไหว ไม่ควรเผยแพร่ต่อสาธารณะหรือส่งให้ผู้ที่ไม่มีสิทธิ์
㉙ วิธีถ่ายภาพประกอบรายงานติดตั้ง
ภาพที่ควรมี
- ตู้สาขาด้านหน้า
- ป้ายรุ่นตัวตู้
- ตำแหน่งติดตั้งตู้
- การจัดสายเข้าตู้
- MDF ก่อนและหลังจัดสาย
- ป้าย Cable ID
- จุด Jumper สำคัญ
- เต้ารับโทรศัพท์
- โทรศัพท์ PT
- โทรศัพท์ SLT
- จุด ONT หรือ Gateway ถ้ามี
- ภาพอุปกรณ์หลังส่งมอบ
การตั้งชื่อภาพตัวอย่าง
- kx-tes824-pbx-installation
- kx-tes824-mdf-wiring
- kx-tes824-extension-port
- kx-tes824-co-line
- kx-tes824-rj11-outlet
- kx-tes824-cable-label
- kx-tes824-testing
- kx-tes824-handover
ข้อควรจำ
ไม่ควรให้ภาพรายงานเผยรหัสผ่าน หน้าจอข้อมูลลับ หรือรายละเอียดที่ลูกค้าไม่ได้อนุญาตให้เปิดเผย
㉚ วิธีทำสรุปผลการตรวจรับงาน
รายงานควรมีหน้าสรุปที่ลูกค้าอ่านแล้วเข้าใจได้ทันที
ตัวอย่าง Summary Report
| รายการ | จำนวน |
|---|---|
| CO ที่ติดตั้ง | 3 |
| CO ที่ผ่านการทดสอบ | 3 |
| Extension ที่ติดตั้ง | 8 |
| Extension ที่ผ่านการทดสอบ | 8 |
| Cable Test ผ่าน | 8 |
| รายการ Punch List ทั้งหมด | 2 |
| รายการที่แก้ไขแล้ว | 2 |
| รายการค้าง | 0 |
ตัวเลขในตารางเป็นตัวอย่างสมมุติ
เกณฑ์ปิดงาน
- รายการตามขอบเขตได้รับการตรวจครบ
- งานที่ไม่ผ่านได้รับการแก้ไข
- ทดสอบซ้ำผ่าน
- เอกสาร As-Built ตรงกับสภาพจริง
- ส่งมอบข้อมูลการใช้งาน
- ผู้เกี่ยวข้องตรวจรับตามข้อตกลง
ข้อควรระวัง
หากยังมีงานค้าง ควรระบุสถานะและข้อตกลงในการส่งมอบให้ชัดเจน ไม่ควรระบุว่างานสมบูรณ์ทั้งหมด
㉛ แบบฟอร์มลงนามส่งมอบงาน Panasonic KX-TES824
เอกสารตรวจรับและส่งมอบระบบโทรศัพท์
ชื่อโครงการ: ________________________
สถานที่ติดตั้ง: ________________________
รุ่นตู้สาขา: Panasonic KX-TES824
หมายเลขเครื่อง: ________________________
วันที่ส่งมอบ: ________________________
รายการส่งมอบ
- ตู้สาขาติดตั้งแล้ว
- พอร์ต CO ตรวจสอบแล้ว
- พอร์ต Extension ตรวจสอบแล้ว
- สายโทรศัพท์ผ่านการตรวจ
- หมายเลขภายในตรงกับแผน
- โทรเข้า–ออกได้ตามขอบเขต
- ทดสอบฟังก์ชันที่ใช้งานแล้ว
- เอกสาร Port Mapping ครบ
- เอกสาร MDF Jumper ครบ
- รายงาน Cable Test ครบ
- As-Built Drawing ครบ
- รายการ Punch List ได้รับการจัดการ
- ส่งมอบข้อมูลการดูแลระบบแล้ว
ผลการตรวจรับ:
[ ] รับมอบครบถ้วน
[ ] รับมอบโดยมีข้อสังเกตตามเอกสารแนบ
[ ] ยังไม่รับมอบ
ผู้ส่งมอบ: ________________________
ตำแหน่ง: ________________________
ลายมือชื่อ: ________________________
วันที่: ________________________
ผู้ตรวจรับ: ________________________
ตำแหน่ง: ________________________
ลายมือชื่อ: ________________________
วันที่: ________________________
㉜ ตัวอย่างรายงานตรวจรับสำนักงาน 8 Extension
ข้อมูลโครงการสมมุติ
สำนักงาน A ติดตั้ง Panasonic KX-TES824 ดังนี้
- CO 3 วงจร
- Extension 8 จุด
- โทรศัพท์ PT 2 เครื่อง
- โทรศัพท์ SLT 6 เครื่อง
- MDF 1 จุด
ผลตรวจตัวอย่าง
| รายการ | ผล |
|---|---|
| ติดตั้งตู้ | ผ่าน |
| ตรวจสาย CO1–CO3 | ผ่าน |
| ตรวจ Extension 101–108 | ผ่าน |
| ตรวจ PT 2 เครื่อง | ผ่าน |
| ตรวจ SLT 6 เครื่อง | ผ่าน |
| ตรวจ MDF Jumper | ผ่าน |
| โทรภายใน | ผ่าน |
| โทรออก | ผ่าน |
| รับสายเข้า | ผ่าน |
| ระบบโอนสาย | ผ่าน |
| Port Mapping | ส่งมอบ |
| As-Built | ส่งมอบ |
สรุป
โครงการตัวอย่างผ่านการตรวจตามขอบเขตสมมุติและมีเอกสารพร้อมส่งมอบ
หมายเหตุ: ตารางเป็นตัวอย่างการเขียนรายงาน ไม่ใช่หลักฐานว่าโครงการใดได้รับการตรวจจริง
㉝ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการทำรายงานตรวจสาย
1. กรอก Pass ทุกจุดโดยไม่ทดสอบ
ทำให้รายงานไม่มีความน่าเชื่อถือ
2. ไม่ระบุหมายเลข Cable ID
ตรวจย้อนกลับไม่ได้
3. ไม่แยก Jack Number กับ Extension Number
อาจทำให้ข้อมูลหมายเลขสับสน
4. ไม่ระบุชนิดโทรศัพท์
ทำให้ไม่ทราบว่าต้องตรวจสองหรือสี่ตัวนำ
5. ไม่ตรวจ CO แยกแต่ละช่อง
อาจมีช่องที่ใช้งานไม่ได้แต่ไม่ถูกตรวจพบ
6. ไม่ตรวจสายเข้าตามโหมดเวลา
อาจส่งสายผิดห้องช่วงกลางคืน
7. ไม่บันทึก Punch List
ทำให้งานค้างไม่มีผู้รับผิดชอบชัดเจน
8. ไม่ตรวจซ้ำหลังซ่อม
ไม่มีหลักฐานว่าปัญหาได้รับการแก้ไขจริง
9. ไม่แก้ As-Built
ข้อมูลไม่ตรงกับสภาพการติดตั้ง
10. ไม่สำรองข้อมูลโปรแกรม
เพิ่มความยุ่งยากในการกู้คืนระบบในอนาคต
㉞ เช็กลิสต์รายงานตรวจรับงานฉบับสุดท้าย
ข้อมูลโครงการ
- ชื่อโครงการ
- สถานที่
- วันที่ตรวจ
- ผู้ติดตั้ง
- ผู้ตรวจรับ
- หมายเลขรายงาน
ข้อมูลตู้ PBX
- รุ่น KX-TES824
- Serial Number
- จำนวน CO
- จำนวน Extension
- การ์ดขยาย
- Software Version
- สถานะระบบไฟ
- ระบบไฟสำรองเมื่อเกี่ยวข้อง
ข้อมูลสาย
- Cable ID
- ชนิดสาย
- ขนาดตัวนำ
- ความยาว
- ตำแหน่ง MDF
- Jumper Schedule
- Wall Jack
- ผล Open
- ผล Short
- ผล Wire Map
การทดสอบโทรศัพท์
- Dial Tone
- หมายเลข Extension ถูกต้อง
- โทรภายใน
- รับสายภายใน
- เสียงสนทนาสองทาง
- โทรออก CO
- รับสาย CO
- โอนสาย
- ปุ่ม CO/DSS ตามที่ติดตั้ง
- DECT เมื่อมี
- Fax เมื่อมี
- DISA เมื่อมี
ตรวจส่งมอบ
- Punch List ครบ
- ตรวจซ้ำหลังแก้
- As-Built Drawing
- CO Line Mapping
- Extension Port Mapping
- MDF Jumper Schedule
- Cable Test Report
- Functional Test Report
- Configuration Backup
- รายงานภาพถ่าย
- ใบตรวจรับและลายมือชื่อ
㉟ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับรายงานตรวจสาย KX-TES824
รายงานตรวจสาย Panasonic KX-TES824 ต้องมีอะไรบ้าง
ควรมีข้อมูลโครงการ รายละเอียด PBX ตาราง CO และ Extension ผลตรวจสาย ผลทดสอบโทรศัพท์ รายการแก้ไข และเอกสารส่งมอบ
ต้องตรวจทุก Extension หรือไม่
ควรตรวจทุกพอร์ตที่อยู่ในขอบเขตงานและมีการติดตั้งใช้งานจริง
ต้องทำ Port Mapping หรือไม่
ควรทำ เพราะช่วยระบุความสัมพันธ์ระหว่างพอร์ตจริง หมายเลขภายใน และจุดใช้งาน
Cable Test Report ต่างจาก Functional Test Report อย่างไร
Cable Test Report เน้นความถูกต้องของสายและตัวนำ ส่วน Functional Test Report เน้นผลการโทรและฟังก์ชันของระบบ
โทรศัพท์มี Dial Tone ถือว่าผ่านไหม
ยังไม่เพียงพอ ต้องทดสอบหมายเลขปลายทาง การรับสาย และคุณภาพเสียง
ต้องตรวจ CO ทุกช่องไหม
ควรตรวจทุก CO ที่เชื่อมต่อใช้งานจริง ส่วนช่องที่ไม่ได้ติดตั้งให้ระบุ N/A หรือ Not Installed ตามสถานะ
PT กับ SLT ใช้แบบฟอร์มเดียวกันได้ไหม
ใช้แบบฟอร์มหลักร่วมกันได้ แต่ควรเพิ่มรายการตรวจ H/T/R/L สำหรับ PT และ T/R สำหรับ SLT
ทำไมต้องมี MDF Jumper Schedule
เพื่อใช้ตรวจว่าพอร์ต PBX เชื่อมไปยังสายและเต้ารับจุดใด ช่วยลดความผิดพลาดในการแก้สายภายหลัง
Punch List คืออะไร
รายการข้อบกพร่องที่ต้องดำเนินการแก้ไข พร้อมผลทดสอบซ้ำก่อนปิดงาน
ต้องมีภาพถ่ายประกอบไหม
ควรมี โดยเฉพาะตู้สาขา MDF ป้ายสาย และอุปกรณ์ที่ติดตั้งจริง
ต้องสำรองข้อมูลโปรแกรมหรือไม่
ควรสำรองด้วยวิธีที่ผู้ผลิตรองรับ และจัดเก็บภายใต้สิทธิ์ของเจ้าของระบบ
ต้องทดสอบ Day/Night/Lunch ทุกงานไหม
ควรทดสอบเฉพาะโหมดที่อยู่ในขอบเขตการติดตั้งและใช้งานจริง
ต้องทำ As-Built Drawing หรือไม่
ควรทำเพื่อให้เอกสารตรงกับสภาพหน้างานหลังติดตั้งเสร็จ
หากยังมีงานค้างสามารถส่งมอบได้ไหม
ขึ้นอยู่กับข้อตกลงและการยอมรับของลูกค้า แต่ต้องแสดงรายการค้างและสถานะให้ชัดเจน ไม่ควรระบุว่าผ่านทั้งหมด
ควรเก็บรายงานไว้นานแค่ไหน
ควรเก็บตลอดช่วงที่ระบบยังใช้งานและมีการบำรุงรักษา พร้อมอัปเดตเมื่อมีการย้ายสาย เพิ่ม Extension หรือเปลี่ยนการตั้งค่า
㊱ สรุปวิธีทำรายงานตรวจสาย Panasonic KX-TES824 ก่อนส่งมอบงาน
การทำรายงานตรวจสาย Panasonic KX-TES824 เป็นขั้นตอนสำคัญในการตรวจรับงานติดตั้งระบบโทรศัพท์ เพราะช่วยยืนยันว่าการเดินสายและการเชื่อมต่อทำงานถูกต้องตามแผน และมีหลักฐานสำหรับดูแลระบบในอนาคต
เอกสารหลักควรประกอบด้วย System Information, CO Line Mapping, Extension Port Mapping, MDF Jumper Schedule, Cable Test Report และ Functional Test Report พร้อม As-Built Drawing และผลการแก้ไข Punch List
ทุก Extension ที่ติดตั้งต้องตรวจหมายเลขพอร์ตจริง หมายเลขภายใน จุด MDF เต้ารับ และผลการโทรเข้า–ออก โดยโทรศัพท์ SLT ต้องตรวจคู่ T/R ส่วนโทรศัพท์ PT ต้องตรวจ H/T/R/L ให้ครบ
สำหรับพอร์ต CO ต้องตรวจการโทรออก การรับสาย และสถานะหลังวางสาย รวมถึงการกำหนดการรับสายตามโหมดเวลาที่เปิดใช้งานจริง
หากพบข้อบกพร่อง ต้องบันทึกเป็น Punch List แก้ไข และทดสอบซ้ำก่อนเปลี่ยนสถานะเป็นผ่าน
หลังจากระบบทำงานครบตามขอบเขต ควรสำรองค่าการตั้งค่า PBX จัดทำภาพถ่ายการติดตั้งและเอกสาร As-Built พร้อมส่งมอบข้อมูลให้ผู้ดูแลระบบของลูกค้าอย่างเป็นระเบียบ
ComSiam แนะนำให้ผู้รับเหมางานโทรศัพท์และช่างติดตั้ง Panasonic KX-TES824 ใช้รายงานตรวจรับมาตรฐานทุกโครงการ ไม่ว่าจะเป็นงานติดตั้งใหม่ งานย้ายตู้ งานเพิ่มพอร์ต หรือการปรับปรุงระบบเดิม เพื่อยกระดับคุณภาพงาน ลดปัญหาหลังส่งมอบ และทำให้การบำรุงรักษาระบบโทรศัพท์ในระยะยาวมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ComSiam Professional Team







