ComSiam Service
วิธีทดสอบเบอร์ภายใน Panasonic KX-TES824 หลังเดินสายเสร็จ ต้องตรวจตั้งแต่หมายเลขพอร์ต Extension สายโทรศัพท์จากตู้ผ่าน MDF ไปยังเต้ารับ ตรวจสายขาด สายช็อต สายสลับ แล้วทดสอบโทรศัพท์ทุกเครื่องให้สามารถโทรออกภายใน รับสายภายใน สนทนาได้สองทาง และใช้สายนอก CO ได้ตามสิทธิ์ที่กำหนด
การทดสอบที่ถูกต้องไม่ใช่เพียงยกหูแล้วได้ยิน Dial Tone เพราะโทรศัพท์บางเครื่องอาจมีสัญญาณพร้อมโทร แต่หมายเลขสลับ รับสายไม่ได้ โทรออกภายนอกไม่ได้ หรือเสียงสนทนาขาดหาย
สำหรับ Panasonic KX-TES824 โทรศัพท์ธรรมดา SLT ใช้ตัวนำ T/R จำนวน 2 เส้น ส่วนโทรศัพท์ระบบ PT เช่น Panasonic KX-T7735 ใช้ H/T/R/L จำนวน 4 เส้น ดังนั้นขั้นตอนตรวจสายต้องแตกต่างกันตามประเภทโทรศัพท์
ตัวอย่างผังการตรวจรับงาน
Panasonic KX-TES824
↓
Extension Jack
↓
สายจาก PBX ไป MDF
↓
Jumper Wire
↓
สายโทรศัพท์ภายในอาคาร
↓
เต้ารับ RJ11
↓
โทรศัพท์ SLT หรือ PT
↓
ทดสอบโทรเข้า–ออกและตรวจคุณภาพเสียง
บทความนี้ ComSiam จะอธิบายวิธีตรวจรับงานติดตั้ง Panasonic KX-TES824 อย่างละเอียด ตั้งแต่การทำ Port Mapping การใช้ Cable Tester การตรวจหมายเลข Extension การทดสอบโทรศัพท์ทั้ง 8 พอร์ต การตรวจการโทรผ่าน CO การทดสอบ Day/Night/Lunch และแบบฟอร์มตรวจรับงานพร้อมใช้งานจริง
① ทำไมต้องทดสอบเบอร์ภายในหลังเดินสายโทรศัพท์เสร็จ
หลังติดตั้งระบบโทรศัพท์ แม้จะเข้าสายครบทุกจุดแล้ว ก็ยังไม่สามารถรับประกันได้ว่าระบบทำงานสมบูรณ์
ปัญหาที่อาจเกิดขึ้น
① สายโทรศัพท์ขาดระหว่างทาง
② หัว RJ11 เข้าผิดขั้ว
③ Jumper Wire ที่ MDF ไม่แน่น
④ โทรศัพท์ต่อผิด Extension Jack
⑤ หมายเลข Extension สลับกัน
⑥ โทรศัพท์ PT ใช้สายไม่ครบ 4 ตัวนำ
⑦ โทรศัพท์ไม่มีสัญญาณพร้อมโทร
⑧ โทรศัพท์รับสายไม่ได้
⑨ โทรภายในได้ แต่โทรออก CO ไม่ได้
⑩ โทรศัพท์มีเสียงซ่าหรือเสียงฮัม
⑪ มีการตั้งค่าโหมดรับสายไม่ตรงตามแผน
⑫ ไม่สามารถโอนสายได้
เป้าหมายการตรวจรับ
ทุกจุดต้องผ่านการทดสอบทั้งด้านสายสัญญาณ หมายเลขโทรศัพท์ และฟังก์ชันที่ผู้ใช้ต้องการ
② Panasonic KX-TES824 มีเบอร์ภายในกี่พอร์ต
ตู้ Panasonic KX-TES824 มีพอร์ต Extension พื้นฐาน 8 พอร์ต และสามารถขยายได้สูงสุด 24 พอร์ตด้วยการ์ดที่รองรับ
ตารางความจุระบบ
| รายการ | จำนวน |
|---|---|
| CO พื้นฐาน | 3 |
| CO สูงสุด | 8 |
| Extension พื้นฐาน | 8 |
| Extension สูงสุด | 24 |
ตัวอย่างหมายเลขเริ่มต้น
| Jack | Extension ตัวอย่าง |
|---|---|
| 01 | 101 |
| 02 | 102 |
| 03 | 103 |
| 04 | 104 |
| 05 | 105 |
| 06 | 106 |
| 07 | 107 |
| 08 | 108 |
ข้อควรจำ
Jack Number คือหมายเลขพอร์ตจริง ส่วน Extension Number คือหมายเลขที่โปรแกรมไว้สำหรับโทรเรียก
ไม่ควรถือว่าระบบทุกเครื่องต้องใช้หมายเลข 101–108 เพราะผู้ดูแลอาจเปลี่ยน Numbering Plan หรือหมายเลข Extension ไปแล้ว
③ ต้องเตรียมเครื่องมืออะไรบ้างสำหรับตรวจรับงาน
| เครื่องมือ | หน้าที่ |
|---|---|
| Cable Tester | ตรวจ Wire Map และสายผิดปกติ |
| Digital Multimeter | ตรวจแรงดันและความต่อเนื่องอย่างถูกวิธี |
| Tone Generator | ระบุคู่สาย |
| Probe | ค้นหาสายที่ MDF |
| Telephone Test Set | ทดสอบวงจรโทรศัพท์ที่รองรับ |
| โทรศัพท์ SLT | ทดสอบพอร์ตแอนะล็อก |
| โทรศัพท์ PT ที่เข้ากันได้ | ทดสอบฟังก์ชันระบบ |
| สาย RJ11 สำรอง | แยกปัญหาสายต่อเครื่อง |
| Punch Down Tool | ซ่อมจุดต่อ IDC |
| Label Printer | ติดป้าย |
| Port Mapping | ตรวจหมายเลขพอร์ต |
| แบบฟอร์ม Commissioning | บันทึกผลตรวจ |
ก่อนเริ่มงาน
ควรตรวจเครื่องมือว่าใช้งานได้จริง โดยเฉพาะ Cable Tester และสายทดสอบ เพื่อไม่ให้เครื่องมือที่เสียสร้างผลการตรวจผิดพลาด
④ ข้อควรระวังก่อนตรวจสายโทรศัพท์
พอร์ต Extension ของตู้ PBX อาจมีไฟเลี้ยงโทรศัพท์ ส่วน CO อาจมีแรงดันจากผู้ให้บริการหรืออุปกรณ์ FXS
ข้อปฏิบัติ
① ระบุชนิดวงจรให้ถูกต้อง
② ตรวจว่ากำลังทดสอบ CO หรือ Extension
③ แจ้งผู้ใช้งานก่อนหยุดบริการ
④ ตรวจแรงดันด้วยเครื่องมือที่มีพิกัดเหมาะสม
⑤ แยกสายออกจาก PBX และอุปกรณ์ทั้งสองด้านก่อนใช้ Cable Tester แบบไม่มีไฟ
⑥ ยืนยันว่าไม่มีแรงดันก่อนใช้โหมด Continuity หรือ Resistance
⑦ ไม่ใช้เครื่องทดสอบฉนวนแรงดันสูงกับอุปกรณ์ที่ยังเชื่อมต่อ
⑧ ไม่จัมเปอร์หรือเชื่อมตัวนำเข้าด้วยกันขณะสายมีไฟ
ข้อสำคัญ
ห้ามใช้ Multimeter โหมด Ohm หรือ Continuity กับสายที่ยังได้รับแรงดันจาก PBX หรือสายนอก
และไม่ควรนำสายที่ไม่ทราบชนิดไปเสียบพอร์ตอื่นเพื่อทดลองโดยพลการ
⑤ วิธีจัดทำ Extension Port Mapping ก่อนทดสอบ
Port Mapping คือเอกสารแสดงความสัมพันธ์ระหว่างพอร์ต PBX หมายเลขภายใน จุด MDF และเต้ารับปลายทาง
ตัวอย่าง
| Jack | Extension | MDF | เต้ารับ | จุดใช้งาน |
|---|---|---|---|---|
| 01 | 101 | A01→B01 | TEL-001 | Reception |
| 02 | 102 | A02→B02 | TEL-002 | Manager |
| 03 | 103 | A03→B03 | TEL-003 | Sales |
| 04 | 104 | A04→B04 | TEL-004 | Account |
| 05 | 105 | A05→B05 | TEL-005 | Admin |
| 06 | 106 | A06→B06 | TEL-006 | Warehouse |
| 07 | 107 | A07→B07 | TEL-007 | Meeting |
| 08 | 108 | A08→B08 | TEL-008 | Service |
ขั้นตอน
- ระบุหมายเลข Jack ที่ติดตั้งจริง
- ตรวจหมายเลข Extension จากโปรแกรม
- ระบุ Terminal MDF
- ระบุ Cable ID
- ระบุเต้ารับ
- ระบุห้องและแผนก
- ระบุชนิดโทรศัพท์
- ลงผลตรวจของแต่ละจุด
ข้อควรจำ
ตารางนี้เป็นตัวอย่าง ไม่ใช่ข้อมูลจริงของทุกตู้
ห้ามใช้เอกสารเดิมโดยไม่ตรวจยืนยัน หากระบบเคยมีการย้ายสายหรือเปลี่ยนโปรแกรม
⑥ วิธีตรวจสายจาก PBX ไปยัง MDF
ผัง
Extension Jack 01
↓
สายโทรศัพท์จาก PBX
↓
MDF-A01
ขั้นตอน
① ตรวจหมายเลขพอร์ตจากป้ายบนตู้
② ตรวจสายที่ต่ออยู่กับพอร์ต
③ ตรวจสภาพหัว Modular
④ ระบุ Terminal ปลายทางที่ MDF
⑤ แยกสายออกจากอุปกรณ์และแหล่งแรงดัน
⑥ ตรวจความต่อเนื่องของตัวนำ
⑦ ตรวจ Wire Map
⑧ ตรวจไม่มี Short หรือ Open
⑨ บันทึกผล
สำหรับ SLT
ตรวจคู่ T/R
สำหรับ PT
ตรวจทั้ง H/T/R/L
ผลตรวจที่ต้องการ
สายจากพอร์ต PBX ต้องไปถึง Terminal ที่ระบุใน Port Mapping โดยไม่มีตัวนำสลับหรือขาด
⑦ วิธีตรวจ Jumper Wire ที่ MDF
Jumper Wire ทำหน้าที่เชื่อม Terminal ฝั่ง PBX กับ Terminal ฝั่งสายอาคาร
จุดที่ต้องตรวจ
- ตำแหน่ง Jumper ถูกต้อง
- ตัวนำครบ
- สายไม่ถูกดึงตึง
- ขั้ว IDC แน่น
- ไม่มีเศษทองแดง
- ไม่มีตัวนำผิดคู่
- ไม่มีรอยกัดกร่อน
- มีป้ายระบุคู่สาย
ขั้นตอน
① ตรวจ Jumper Schedule
② ตรวจตำแหน่งต้นทาง
③ ตรวจตำแหน่งปลายทาง
④ ตรวจสายด้วยสายตา
⑤ แยกวงจรอย่างปลอดภัย
⑥ ตรวจความต่อเนื่อง
⑦ ตรวจว่าไม่มี Short
⑧ ตรวจว่าคู่สายไม่สลับ
⑨ ลงบันทึกผล
ข้อสำคัญ
หากพบการจัมเปอร์ผิด ต้องแก้ไขตามผังที่ยืนยันแล้ว ไม่ควรย้าย Jumper โดยไม่มีข้อมูล เพราะอาจทำให้เบอร์อื่นหยุดทำงาน
⑧ วิธีตรวจสายจาก MDF ไปยังเต้ารับ
ผัง
MDF-B01
↓
สายอาคาร CAB-001
↓
เต้ารับ TEL-001
ขั้นตอน
- ตรวจ Cable ID
- ตรวจจุดเริ่มสายที่ MDF
- ตรวจตำแหน่งเต้ารับจริง
- แยกวงจรจากอุปกรณ์และแหล่งแรงดัน
- ใช้ Cable Tester ตรวจ Wire Map
- ตรวจ Open
- ตรวจ Short
- ตรวจ Miswire
- ตรวจคู่สาย T/R
- ตรวจ H/L เพิ่มเติมสำหรับ PT
- บันทึกผล
ตัวอย่าง
หากสายจาก MDF-B01 ไปถึง TEL-003 แทน TEL-001 แสดงว่าผังสายหรือป้ายปลายทางไม่ตรงกับสภาพจริง
ต้องแก้ไขเอกสารหรือการเชื่อมต่อให้ตรงกับแผนที่ได้รับอนุมัติ
⑨ วิธีตรวจหัว RJ11 ของโทรศัพท์ทุกเครื่อง
จุดที่ต้องตรวจ
① หัวไม่แตก
② สลักล็อกสมบูรณ์
③ หน้าสัมผัสไม่บิด
④ ไม่มีคราบกัดกร่อน
⑤ สายไม่ถูกกดทับ
⑥ จำนวนตัวนำเหมาะกับโทรศัพท์
⑦ ผังสายถูกต้อง
⑧ หัวเสียบแน่น
ตัวอย่าง
โทรศัพท์ SLT ใช้คู่ T/R
โทรศัพท์ PT เช่น KX-T7735 ต้องใช้สี่ตัวนำ H/T/R/L
ข้อควรระวัง
สายที่ใช้ได้กับ SLT สองตัวนำ ไม่ได้หมายความว่าจะใช้ได้กับโทรศัพท์ PT ที่ต้องใช้สี่ตัวนำ
⑩ วิธีทดสอบสายสำหรับโทรศัพท์ SLT
โทรศัพท์ SLT เป็นอุปกรณ์ที่ใช้คู่สาย T/R
ขั้นตอน
① ตรวจว่าพอร์ต Extension รองรับ SLT
② ตรวจสาย RJ11 สองตัวนำ
③ ตรวจคู่ T/R
④ ตรวจความต่อเนื่อง
⑤ ตรวจไม่มี Short
⑥ ต่อโทรศัพท์ทดสอบที่เข้ากันได้
⑦ ยกหูตรวจ Dial Tone
⑧ โทรหา Extension อื่น
⑨ รับสายจาก Extension อื่น
⑩ ตรวจเสียงสนทนา
⑪ วางสาย
⑫ ตรวจว่าวงจรคืนสถานะว่าง
ข้อควรจำ
หากโทรศัพท์ SLT ที่ไวต่อขั้วทำงานผิดปกติ ต้องตรวจการจัดขั้ว T/R ด้วย
⑪ วิธีทดสอบสายสำหรับโทรศัพท์ Panasonic PT
โทรศัพท์ PT เช่น KX-T7735 ใช้สี่ตัวนำ
H — T — R — L
ตารางตรวจ
| ตัวนำ | ผลตรวจ |
|---|---|
| H | ผ่าน / ไม่ผ่าน |
| T | ผ่าน / ไม่ผ่าน |
| R | ผ่าน / ไม่ผ่าน |
| L | ผ่าน / ไม่ผ่าน |
ขั้นตอน
- ตรวจพอร์ต Hybrid
- ตรวจสายสี่ตัวนำ
- ตรวจคู่ H/L
- ตรวจคู่ T/R
- ตรวจไม่มีตัวนำสลับผิด
- ต่อโทรศัพท์ PT ที่เข้ากันได้
- ตรวจหน้าจอ
- ตรวจสัญญาณพร้อมโทร
- โทรภายใน
- รับสายภายใน
- ตรวจปุ่ม CO
- ตรวจปุ่ม DSS ตามการตั้งค่า
- ตรวจ SP-PHONE หากมี
- ตรวจเสียงสนทนา
- วางสาย
ข้อสำคัญ
หากโทรศัพท์ PT มี Dial Tone แต่ปุ่มหรือหน้าจอทำงานผิดปกติ ต้องตรวจคู่ H/L และความเข้ากันได้ของพอร์ตเพิ่มเติม
⑫ วิธีตรวจหมายเลข Extension จริงของแต่ละเครื่อง
หมายเลขที่ติดบนเครื่องอาจไม่ตรงกับหมายเลขที่โปรแกรมไว้
วิธีที่ 1 ตรวจจากโทรศัพท์ PT ที่มีจอ
สำหรับ Panasonic Display PT ที่รองรับ ตาม User Manual สามารถตรวจหมายเลข Extension โดยกดเครื่องหมาย * สองครั้งขณะวางหู หรือใช้ Personal Programming ตามคู่มือ
วิธีที่ 2 ตรวจจากโปรแกรมระบบ
ใช้ข้อมูล Extension Number [009] ภายใต้สิทธิ์ผู้ดูแล
วิธีที่ 3 โทรทดสอบ
ใช้โทรศัพท์อีกเครื่องกดหมายเลขภายในที่ระบุ แล้วตรวจว่าเครื่องปลายทางที่ถูกต้องดังจริง
ตารางตัวอย่าง
| Jack | เบอร์ที่ต้องการ | เบอร์จริง | ผล |
|---|---|---|---|
| 01 | 101 | ______ | ______ |
| 02 | 102 | ______ | ______ |
| 03 | 103 | ______ | ______ |
| 04 | 104 | ______ | ______ |
ข้อควรจำ
การโทรทดสอบช่วยยืนยันว่าหมายเลขไปถึงเครื่องที่ถูกต้อง แต่ไม่สามารถแทนการตรวจ Port Mapping ทั้งหมดได้
⑬ วิธีทดสอบ Dial Tone ทุกเบอร์
Dial Tone คือสัญญาณที่บอกว่าโทรศัพท์อยู่ในสถานะพร้อมใช้งานตามรูปแบบของวงจร
ขั้นตอน
① ตรวจโทรศัพท์มีไฟหรือทำงานตามประเภทอุปกรณ์
② ยกหูหรือกด SP-PHONE
③ ฟังสัญญาณพร้อมโทร
④ ตรวจว่าเสียงต่อเนื่องตามปกติ
⑤ ทดลองกดหมายเลขภายใน
⑥ ตรวจการตอบสนองของระบบ
แบบฟอร์ม
| Extension | Dial Tone |
|---|---|
| 101 | ผ่าน / ไม่ผ่าน |
| 102 | ผ่าน / ไม่ผ่าน |
| 103 | ผ่าน / ไม่ผ่าน |
| 104 | ผ่าน / ไม่ผ่าน |
| 105 | ผ่าน / ไม่ผ่าน |
| 106 | ผ่าน / ไม่ผ่าน |
| 107 | ผ่าน / ไม่ผ่าน |
| 108 | ผ่าน / ไม่ผ่าน |
ข้อสำคัญ
หากมี Dial Tone แต่โทรไม่ได้ ยังต้องตรวจการกดหมายเลขและการตั้งค่าระบบเพิ่มเติม
⑭ วิธีทดสอบโทรภายในระหว่าง Extension
การโทรภายในเป็นการตรวจความสามารถพื้นฐานของตู้สาขา
ตัวอย่าง
Extension 101 โทรหา 102
Extension 102 โทรหา 103
Extension 103 โทรหา 104
ขั้นตอน
- ยกหู Extension ต้นทาง
- ตรวจ Dial Tone
- กดหมายเลขปลายทาง
- ตรวจว่าเครื่องปลายทางดัง
- รับสาย
- ทดลองพูดจากต้นทาง
- ทดลองตอบจากปลายทาง
- ตรวจเสียงชัดเจน
- วางสาย
- ตรวจวงจรคืนสถานะว่าง
ตารางตรวจ
| ต้นทาง | ปลายทาง | ผล |
|---|---|---|
| 101 | 102 | ______ |
| 102 | 103 | ______ |
| 103 | 104 | ______ |
| 104 | 105 | ______ |
| 105 | 106 | ______ |
| 106 | 107 | ______ |
| 107 | 108 | ______ |
| 108 | 101 | ______ |
ข้อควรจำ
การทดสอบแต่ละเบอร์ควรมีทั้งการโทรออกและการรับสาย ไม่ใช่ให้เครื่องหนึ่งรับสายอย่างเดียวตลอดการตรวจ
⑮ วิธีตรวจว่าเบอร์ภายในไม่สลับกัน
เบอร์ภายในสลับเป็นหนึ่งในปัญหาที่พบหลังเดินสายหรือจัมเปอร์ MDF
ตัวอย่าง
ต้องการให้
- 101 อยู่ Reception
- 102 อยู่ Manager
- 103 อยู่ Sales
แต่เมื่อโทร 102 กลับดังที่โต๊ะ Sales
จุดที่ต้องตรวจ
① Extension Number จริง
② Jack Number
③ สายจาก PBX ไป MDF
④ Jumper Wire
⑤ สายจาก MDF ไปเต้ารับ
⑥ ป้ายเครื่องโทรศัพท์
วิธีตรวจ
โทรหาแต่ละหมายเลข แล้วให้ผู้ตรวจที่ปลายทางยืนยันตำแหน่งโต๊ะ ห้อง และหมายเลขที่ได้ยินเรียก
ตาราง
| หมายเลข | ตำแหน่งที่ต้องดัง | ตำแหน่งจริง | ผล |
|---|---|---|---|
| 101 | Reception | ______ | ______ |
| 102 | Manager | ______ | ______ |
| 103 | Sales | ______ | ______ |
ข้อสำคัญ
หากหมายเลขสลับ ต้องแยกก่อนว่าเกิดจากการเดินสายหรือโปรแกรม [009] ไม่ควรแก้ทั้งสองอย่างพร้อมกันโดยไม่มีแผน
⑯ วิธีทดสอบเสียงสนทนาให้ชัดทั้งสองทาง
หลังโทรติด ต้องตรวจคุณภาพเสียงด้วย
สิ่งที่ต้องตรวจ
- เสียงขาไป
- เสียงขากลับ
- เสียงฮัม
- เสียงซ่า
- เสียงแตก
- เสียงขาดหาย
- ระดับเสียง
- สัญญาณหลุดระหว่างสนทนา
ขั้นตอน
① โทรจาก Extension A ไป B
② ให้ A พูดประโยคทดสอบ
③ ให้ B ตอบกลับ
④ ฟังเสียงทั้งสองทาง
⑤ สนทนาต่อเนื่องตามช่วงเวลาที่เหมาะสม
⑥ วางสาย
⑦ สลับบทบาทต้นทาง–ปลายทางเมื่อจำเป็น
ข้อควรจำ
หากเสียงผิดปกติเพียงบางคู่สาย ควรตรวจโทรศัพท์และจุดต่อสายที่เกี่ยวข้องก่อนสรุปว่าตู้สาขามีปัญหา
⑰ วิธีทดสอบการรับสายภายในทุกเครื่อง
ขั้นตอน
- ใช้ Extension ทดสอบโทรหาแต่ละหมายเลข
- ตรวจว่าเครื่องที่กำหนดดัง
- ตรวจเสียงเรียกเข้า
- ยกหูรับสาย
- ตรวจเสียงสนทนา
- วางสาย
- ตรวจสถานะคืนเป็นว่าง
สิ่งที่ต้องสังเกต
- โทรศัพท์ไม่ดัง
- ดังผิดห้อง
- ดังพร้อมกันโดยไม่ตั้งใจ
- ยกหูแล้วไม่มีเสียง
- วางสายแล้วระบบยัง Busy
- มีการส่งต่อสายไปอีกหมายเลข
ข้อสำคัญ
ระบบที่ตั้ง Call Forwarding หรือการรับสายรูปแบบพิเศษไว้ต้องตรวจว่าพฤติกรรมตรงกับความต้องการของผู้ใช้งานจริง
⑱ วิธีทดสอบการโทรออกผ่าน CO
หลังตรวจโทรภายในแล้ว ต้องตรวจการโทรออกผ่านสายนอกที่เชื่อมต่อจริง
ขั้นตอน
① ตรวจว่าบริการสายนอกใช้งานได้
② ตรวจหมายเลข CO
③ ตรวจสิทธิ์โทรออกของ Extension
④ เลือก CO ตามวิธีที่ระบบกำหนด
⑤ กดหมายเลขภายนอกสำหรับทดสอบ
⑥ ตรวจว่าปลายทางรับสาย
⑦ ทดลองสนทนา
⑧ วางสาย
⑨ ตรวจ CO คืนสถานะว่าง
ข้อควรจำ
การกดรหัสเลือกสายนอกอัตโนมัติ เช่น 9 ในบาง Numbering Plan อาจไม่ได้เลือก CO1 เสมอไป
หากต้องทดสอบ CO1 โดยเฉพาะ ควรเลือกสายนอกช่องนั้นโดยตรงผ่านวิธีที่ระบบและโทรศัพท์รองรับ
⑲ วิธีทดสอบสิทธิ์โทรออกของแต่ละ Extension
ไม่ใช่ทุก Extension จำเป็นต้องมีสิทธิ์โทรออกเหมือนกัน
ตัวอย่าง
| Extension | สิทธิ์ตามแผน |
|---|---|
| 101 | โทรออกทั่วไป |
| 102 | โทรออกทั่วไป |
| 103 | โทรออกตามข้อกำหนด |
| 104 | โทรออกตามข้อกำหนด |
| 105 | โทรภายในเท่านั้น |
| 106 | โทรออกทั่วไป |
วิธีตรวจ
- ตรวจสิทธิ์ที่ลูกค้าต้องการ
- ตรวจการตั้งค่าระบบ
- ใช้หมายเลขทดสอบที่ได้รับอนุญาต
- ตรวจการใช้ CO
- ตรวจหมายเลขที่ต้องห้ามตามแผน
- บันทึกผล
ข้อควรระวัง
ไม่ควรทดลองโทรไปหมายเลขฉุกเฉินหรือหมายเลขที่มีค่าใช้จ่ายสูงเพื่อทดสอบสิทธิ์
ควรใช้หมายเลขทดสอบที่เหมาะสมและได้รับอนุญาต
⑳ วิธีทดสอบรับสายจาก CO
ตัวอย่าง
ผู้โทรภายนอก
↓
CO1
↓
Panasonic KX-TES824
↓
Extension 101
↓
Reception
ขั้นตอน
① ใช้โทรศัพท์ภายนอกโทรเข้าหมายเลขสำนักงาน
② ตรวจว่า CO รับสายเรียกเข้า
③ ตรวจว่า Extension ที่กำหนดดัง
④ ให้พนักงานรับสาย
⑤ ตรวจเสียงสนทนา
⑥ วางสาย
⑦ ตรวจว่าสายคืนสถานะว่าง
ข้อสำคัญ
ต้องตรวจว่าหมายเลขภายนอกสัมพันธ์กับ CO ที่ใช้งานจริง เพื่อไม่ให้การทดสอบผ่านโดยบังเอิญจากสายนอกอีกช่อง
㉑ วิธีทดสอบ Day, Night และ Lunch Mode
Panasonic KX-TES824 รองรับการกำหนดลักษณะการรับสายตามช่วงเวลาที่ระบบใช้
ตัวอย่าง
| โหมด | จุดรับสายตามแผน |
|---|---|
| Day | Reception 101 |
| Night | Security 106 |
| Lunch | Reception 101 และ Manager 102 |
ตารางนี้เป็นตัวอย่างการออกแบบ ไม่ใช่ค่าเริ่มต้นของทุกตู้
ขั้นตอน
- ตรวจว่าแต่ละโหมดกำหนดอย่างไร
- ตรวจการตั้งค่ารับสายเข้า
- ทดสอบโหมด Day
- ทดสอบโหมด Night
- ทดสอบโหมด Lunch
- ตรวจตำแหน่งที่ดังจริง
- บันทึกผล
- คืนระบบสู่โหมดใช้งานตามปกติ
โปรแกรมที่อาจเกี่ยวข้อง
- [408] Flexible Ringing — Day
- [409] Flexible Ringing — Night
- [410] Flexible Ringing — Lunch
ข้อควรระวัง
หากจำเป็นต้องเปลี่ยนโหมดเพื่อทดสอบ ต้องได้รับอนุญาตและบันทึกโหมดเดิมไว้ก่อน เพื่อป้องกันการส่งสายเข้าไปผิดแผนกหลังตรวจเสร็จ
㉒ วิธีทดสอบปุ่ม CO ของโทรศัพท์ PT
โทรศัพท์ Panasonic PT หลายรุ่นมีปุ่ม CO สำหรับจัดการสายนอก
สิ่งที่ต้องตรวจ
① ปุ่มที่กำหนดเป็น CO1 ทำงานถูกต้อง
② ปุ่ม CO2 ทำงานตามการตั้งค่า
③ ปุ่ม CO3 ทำงานตามการตั้งค่า
④ ไฟแสดงสถานะสัมพันธ์กับการใช้สาย
⑤ สามารถเลือกสายนอกได้ตามสิทธิ์
⑥ รับสายเข้าจาก CO ที่กำหนดได้
วิธีตรวจ
ใช้โทรศัพท์ PT ที่รองรับ เลือก CO ที่ต้องการแล้วโทรทดสอบไปยังหมายเลขภายนอกที่ได้รับอนุญาต
ตรวจสถานะไฟและการคืนสถานะหลังวางสาย
ข้อสำคัญ
ปุ่มที่มีข้อความ CO1 ไม่ได้ยืนยันว่าถูกโปรแกรมเป็น Single-CO1 จริงเสมอไป ต้องตรวจการกำหนดปุ่มตามระบบด้วย
㉓ วิธีทดสอบปุ่ม DSS และการโทรด่วน
สำหรับโทรศัพท์ PT หรือ DSS Console ที่มีปุ่มเรียกหมายเลขภายใน
ตัวอย่าง
ปุ่ม DSS1 → Extension 101
ปุ่ม DSS2 → Extension 102
ปุ่ม DSS3 → Extension 103
ขั้นตอน
- ตรวจรายการปุ่มจากเอกสาร
- ตรวจหมายเลข Extension จริง
- กดปุ่ม DSS ทีละปุ่ม
- ตรวจเครื่องปลายทางที่ดัง
- ทดสอบการสนทนา
- ตรวจไฟสถานะหากรองรับ
- บันทึกผล
ข้อควรจำ
หากมีการเปลี่ยนหมายเลข Extension แต่ไม่ได้อัปเดตปุ่ม DSS อาจเกิดการโทรผิดแผนก แม้สายโทรศัพท์ทุกเส้นจะต่อถูกต้องแล้ว
㉔ วิธีทดสอบการโอนสายระหว่าง Extension
การโอนสายเป็นฟังก์ชันสำคัญสำหรับสำนักงาน
ตัวอย่าง
Reception 101 รับสายลูกค้าแล้วโอนไป Sales 103
ขั้นตอนตรวจ
① โทรจากภายนอกเข้ามายัง Reception
② รับสาย
③ ใช้ฟังก์ชัน Call Transfer ตามประเภทโทรศัพท์
④ กดหมายเลข Extension 103
⑤ ตรวจว่า Sales ได้รับสาย
⑥ ดำเนินการโอนสายให้เสร็จ
⑦ ตรวจว่าลูกค้าสนทนากับ Sales ได้
⑧ ตรวจว่า Reception หลุดจากสายตามรูปแบบการโอน
ทดสอบทั้งสองแบบเมื่อใช้งาน
- โอนสายแบบแจ้งก่อน
- โอนสายแบบไม่แจ้งก่อน
ข้อควรระวัง
โทรศัพท์ PT และ SLT อาจมีวิธีใช้ปุ่มต่างกัน โดย SLT บางรุ่นต้องใช้ปุ่ม Flash/Recall
ต้องใช้ขั้นตอนตามคู่มือและฟังก์ชันที่เปิดใช้งานจริง
㉕ วิธีทดสอบโทรศัพท์ DECT หลังเดินสายเสร็จ
หากมีโทรศัพท์ไร้สาย DECT ต้องตรวจเพิ่มเติมจากโทรศัพท์ SLT ทั่วไป
จุดตรวจ
- ฐาน DECT ต่อพอร์ต Extension ถูกต้อง
- สาย RJ11 ใช้งานได้
- ฐานมีไฟ
- Handset ลงทะเบียนกับฐาน
- โทรภายในได้
- โทรออกผ่าน CO ได้ตามสิทธิ์
- รับสายได้
- เสียงสนทนาปกติ
- ทดสอบระยะสัญญาณ
- ตรวจแบตเตอรี่และการชาร์จ
ข้อสำคัญ
หาก Handset ขึ้น No Link ต้องตรวจระบบไร้สายและฐาน ส่วน No Line มักต้องตรวจวงจรสายโทรศัพท์ที่เชื่อมฐานร่วมด้วย
㉖ วิธีทดสอบเครื่องแฟกซ์หลังเดินสายเสร็จ
หากระบบมีเครื่องแฟกซ์ต้องตรวจการส่งและรับเอกสารจริง
ขั้นตอน
① ตรวจพอร์ต Extension ที่ต่อแฟกซ์
② ตรวจสาย T/R
③ ตรวจช่อง LINE ของเครื่องแฟกซ์
④ ตรวจสิทธิ์โทรออก
⑤ ตรวจเส้นทางรับสายเข้า
⑥ ส่งแฟกซ์ทดสอบหนึ่งหน้า
⑦ รับแฟกซ์ทดสอบหนึ่งหน้า
⑧ ทดลองหลายหน้าเมื่อเหมาะสม
⑨ ตรวจ Transmission Report
⑩ ตรวจเอกสารที่รับได้
ข้อควรจำ
เครื่องแฟกซ์ที่โทรเสียงผ่านวงจรได้ ไม่ได้หมายความว่ารับส่งข้อมูลแฟกซ์ผ่าน VoIP ได้สมบูรณ์ ต้องทดสอบเอกสารจริง
㉗ วิธีตรวจ Extension ที่มีสายยาว
สิ่งที่ต้องตรวจ
- ความยาวสายรวม
- ขนาดตัวนำ
- ชนิดสาย
- จำนวนจุดต่อ
- คุณภาพหัว RJ11
- การทำงานของ PT หรือ SLT
- เสียงสนทนา
- การรับสัญญาณเรียกเข้า
ระยะตามคู่มือ Panasonic
| สาย | PT/DSS | SLT |
|---|---|---|
| Ø 0.4 มม. | 140 ม. | 698 ม. |
| Ø 0.5 มม. | 229 ม. | 1,128 ม. |
| Ø 0.65 มม. | 360 ม. | 1,798 ม. |
| CAT5 | 229 ม. | 1,128 ม. |
ข้อสำคัญ
ต้องตรวจว่าความยาวสายอยู่ในข้อกำหนดของผู้ผลิต และไม่ควรถือว่าระยะอยู่ในเกณฑ์แล้วจะผ่านการตรวจรับโดยไม่ทดสอบโทรจริง
㉘ วิธีตรวจระบบเมื่อโทรศัพท์บางเครื่องไม่มีสัญญาณ
กรณีเสียเพียงเครื่องเดียว
ตรวจ
① โทรศัพท์
② สาย Modular
③ เต้ารับ RJ11
④ สายจากเต้ารับถึง MDF
⑤ Jumper
⑥ สายจาก MDF ถึง PBX
⑦ พอร์ต Extension
กรณีเสียหลายเครื่องพร้อมกัน
ตรวจสถานะไฟของ PBX และระบบส่วนกลางก่อน
วิธีแยก
หากโทรศัพท์ที่เข้ากันได้ใช้งานได้เมื่อทดสอบด้วยสายสั้นที่ถูกต้องใกล้ PBX แต่ใช้ไม่ได้ที่จุดปลายทาง ควรเน้นตรวจเส้นทางสายอาคาร
ข้อควรระวัง
ไม่ควรรีเซ็ตหรือคืนค่าโรงงานทันที เพราะอาจกระทบโปรแกรมเดิม
㉙ วิธีทดสอบระบบ 8 เบอร์ให้ครบทุกจุด
ตารางตรวจรับระบบตัวอย่าง
| Extension | Dial Tone | โทรออกภายใน | รับสายภายใน | เสียงสองทาง |
|---|---|---|---|---|
| 101 | □ | □ | □ | □ |
| 102 | □ | □ | □ | □ |
| 103 | □ | □ | □ | □ |
| 104 | □ | □ | □ | □ |
| 105 | □ | □ | □ | □ |
| 106 | □ | □ | □ | □ |
| 107 | □ | □ | □ | □ |
| 108 | □ | □ | □ | □ |
วิธีกรอก
ผ่าน = P
ไม่ผ่าน = F
ไม่เกี่ยวข้อง = N/A
สิ่งที่ต้องเพิ่ม
หากมี PT, DECT, Fax หรือการตั้งค่าพิเศษ ต้องเพิ่มรายการทดสอบเฉพาะของอุปกรณ์นั้น
ข้อสำคัญ
ตรวจทุกเบอร์จริง ไม่ควรกรอกผ่านเพียงเพราะโทรศัพท์แสดงสัญญาณพร้อมโทร
㉚ วิธีทดสอบการโทรหลายสายพร้อมกัน
หากติดตั้ง CO มากกว่าหนึ่งวงจร ควรตรวจการใช้งานพร้อมกันตามความสามารถของระบบและบริการ
ตัวอย่าง
- Extension 101 โทรออกผ่าน CO1
- Extension 102 โทรออกผ่าน CO2
- Extension 103 โทรออกผ่าน CO3
ขั้นตอน
① ตรวจ CO แต่ละช่องใช้งานได้แยกกัน
② ตรวจสิทธิ์ Extension ที่ใช้ทดสอบ
③ เริ่มการโทรผ่าน CO1
④ เริ่มการโทรผ่าน CO2
⑤ เริ่มการโทรผ่าน CO3 หากมีบริการจริง
⑥ ตรวจเสียงแต่ละสาย
⑦ ตรวจสถานะ CO
⑧ วางสายทุกวงจร
⑨ ตรวจพอร์ตคืนสถานะว่าง
ข้อควรระวัง
จำนวนช่องโทรพร้อมกันอาจถูกจำกัดโดยบริการ ONT หรือ VoIP Gateway ด้วย ไม่ได้ขึ้นกับจำนวนพอร์ต CO ของตู้เพียงอย่างเดียว
㉛ วิธีทดสอบหลังไฟดับหรือระบบเริ่มทำงานใหม่
ระบบที่มี UPS หรือการเชื่อมต่อโทรศัพท์ผ่าน ONT อาจต้องทดสอบการทำงานหลังไฟฟ้าขัดข้อง
สิ่งที่ควรตรวจ
- PBX กลับมาทำงานตามปกติ
- ONT หรือ Gateway กลับมาออนไลน์
- สายนอกพร้อมใช้งาน
- Extension มี Dial Tone
- โปรแกรมยังตรงกับแผน
- ระบบรับสายเข้าอยู่ในโหมดที่ถูกต้อง
วิธีตรวจ
หลังระบบได้รับไฟและเข้าสู่สถานะพร้อมใช้งาน ให้ทดสอบโทรภายใน โทรภายนอก และรับสายเข้าอีกครั้ง
ข้อควรระวัง
ไม่ควรตัดไฟอุปกรณ์ที่กำลังให้บริการจริงเพื่อทดลองโดยไม่ได้รับอนุญาต และต้องปฏิบัติตามขั้นตอนของผู้ผลิตเมื่อต้องตรวจระบบไฟสำรอง
㉜ วิธีทดสอบระบบหลังแก้ไขโปรแกรม PBX
หากมีการเปลี่ยนหมายเลข Extension หรือการกำหนด CO ต้องทดสอบรายการที่ได้รับผลกระทบ
ตัวอย่าง
เปลี่ยนหมายเลข Extension 103 เป็น 203
ต้องตรวจ
① หมายเลขใหม่ใช้งานได้
② หมายเลขเดิมไม่ได้ใช้งานผิดจากแผน
③ โทรจากเบอร์อื่นมายัง 203 ได้
④ โทรออกจาก 203 ได้ตามสิทธิ์
⑤ ปุ่ม DSS ที่เกี่ยวข้องถูกปรับ
⑥ การโอนสายยังถูกต้อง
⑦ การส่งต่อสายที่เกี่ยวข้องยังถูกต้อง
⑧ เอกสาร Port Mapping ได้รับการปรับปรุง
ข้อสำคัญ
ไม่ควรเปลี่ยนโปรแกรมแล้วทดสอบเพียงเครื่องที่แก้ไข เพราะอาจกระทบฟังก์ชันของโทรศัพท์เครื่องอื่น
㉝ วิธีทำรายงานตรวจรับงาน Panasonic KX-TES824
รายงานตรวจรับควรมีข้อมูลทั้งระบบและผลทดสอบรายจุด
ข้อมูลโครงการ
| รายการ | ข้อมูล |
|---|---|
| ชื่อโครงการ | __________ |
| สถานที่ | __________ |
| วันที่ตรวจ | __________ |
| รุ่น PBX | Panasonic KX-TES824 |
| จำนวน CO | __________ |
| จำนวน Extension | __________ |
| จำนวน PT | __________ |
| จำนวน SLT | __________ |
| จำนวน DECT | __________ |
| จำนวน Fax | __________ |
| ผู้ตรวจ | __________ |
ข้อมูลราย Extension
| รายการ | ข้อมูล |
|---|---|
| Jack Number | __________ |
| Extension Number | __________ |
| Cable ID | __________ |
| MDF Terminal | __________ |
| Wall Jack | __________ |
| ห้อง/แผนก | __________ |
| ประเภทโทรศัพท์ | __________ |
| ผล Wire Map | __________ |
| ผล Dial Tone | __________ |
| ผลโทรภายใน | __________ |
| ผลรับสาย | __________ |
| ผลโทร CO | __________ |
| ผลเสียง | __________ |
| สถานะรวม | ผ่าน / ไม่ผ่าน |
㉞ วิธีทำ Punch List งานที่ยังไม่ผ่าน
Punch List คือรายการข้อบกพร่องที่ต้องแก้ไขก่อนส่งมอบงาน
ตัวอย่าง
| ลำดับ | จุด | ปัญหา | การแก้ไข | สถานะ |
|---|---|---|---|---|
| 1 | TEL-003 | โทรผิดเบอร์ | ตรวจ Jumper | รอแก้ |
| 2 | TEL-005 | ไม่มี Dial Tone | ตรวจสาย | รอแก้ |
| 3 | TEL-006 | PT หน้าจอไม่ติด | ตรวจ H/L | รอแก้ |
| 4 | CO2 | โทรออกไม่ได้ | ตรวจต้นทาง | รอแก้ |
ขั้นตอน
① บันทึกปัญหาที่ตรวจพบ
② ระบุตำแหน่ง
③ ระบุผู้รับผิดชอบ
④ กำหนดแนวทางแก้
⑤ ดำเนินการแก้ไข
⑥ ทดสอบซ้ำ
⑦ ลงสถานะผ่าน
⑧ เก็บหลักฐาน
ข้อสำคัญ
ไม่ควรเปลี่ยนสถานะเป็นผ่านหากยังไม่มีผลทดสอบยืนยัน
㉟ ขั้นตอนส่งมอบระบบโทรศัพท์ให้ลูกค้า
หลังผ่านการตรวจรับ ควรส่งมอบข้อมูลที่ลูกค้าจำเป็นต้องใช้ในการดูแลระบบ
เอกสารสำคัญ
- Extension List
- CO Line Mapping
- MDF Jumper Schedule
- Cable Mapping
- ผลตรวจสาย
- ผลทดสอบโทรศัพท์
- รายการการตั้งค่าที่เกี่ยวข้อง
- รายงานข้อบกพร่องที่แก้ไขแล้ว
- คู่มือการใช้งานพื้นฐาน
- ข้อมูลติดต่อผู้รับผิดชอบ
ควรสอนผู้ใช้อะไรบ้าง
- โทรภายใน
- โทรออกภายนอก
- รับสาย
- โอนสาย
- ใช้ปุ่ม CO
- ใช้ปุ่ม DSS
- วิธีแจ้งปัญหาเมื่อโทรศัพท์ไม่มีสัญญาณ
ข้อแนะนำ
ควรสำรองข้อมูลโปรแกรมของ PBX และจัดเก็บอย่างปลอดภัย โดยไม่เปิดเผยรหัสผ่านระบบแก่ผู้ที่ไม่มีสิทธิ์
㊱ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการตรวจรับงานติดตั้ง
1. ตรวจแค่ Dial Tone
แต่ไม่ได้ทดสอบการโทรจริง
2. ไม่ตรวจเบอร์ที่ดัง
ทำให้เบอร์สลับกันโดยไม่รู้ตัว
3. ไม่ตรวจ H/L ของ PT
ทำให้โทรศัพท์ระบบทำงานไม่สมบูรณ์
4. ไม่ตรวจการโทรย้อนกลับ
ทำให้ทดสอบต้นทางและปลายทางไม่ครบ
5. ไม่ทดสอบ CO ทีละช่อง
อาจมีพอร์ตหนึ่งที่ไม่ได้เชื่อมบริการจริง
6. ไม่ทดสอบ Day/Night
ทำให้สายเข้าดังผิดแผนกนอกเวลางาน
7. ไม่ตรวจเสียงสองทาง
ทำให้มองข้ามปัญหาคุณภาพสาย
8. ไม่อัปเดต Port Mapping
ทำให้การซ่อมในอนาคตยุ่งยาก
9. ไม่ทดสอบหลังแก้ไข
อาจมีปัญหาใหม่เกิดขึ้นระหว่างซ่อม
10. ไม่บันทึกผลตรวจ
ทำให้ไม่มีหลักฐานว่างานผ่านการทดสอบจริง
㊲ เช็กลิสต์ตรวจรับงาน Panasonic KX-TES824 ฉบับเต็ม
ตรวจตัวตู้
- ตู้ทำงานปกติ
- ระบบไฟเหมาะสม
- ติดตั้งในตำแหน่งเหมาะสม
- ตรวจระบบสายดินโดยผู้ชำนาญ
- ตรวจการ์ดขยายที่ติดตั้งจริง
- ตรวจพอร์ต CO
- ตรวจพอร์ต Extension
ตรวจสาย
- ตรวจ Cable ID
- ตรวจ RJ11
- ตรวจ MDF
- ตรวจ Jumper
- ตรวจเต้ารับ
- ตรวจ T/R
- ตรวจ H/L สำหรับ PT
- ตรวจ Open
- ตรวจ Short
- ตรวจ Miswire
- ตรวจระยะสาย
ตรวจหมายเลข
- ตรวจ Jack Number
- ตรวจ Extension Number
- ตรวจหมายเลขบนเครื่อง
- ตรวจตำแหน่งโต๊ะ
- ไม่มีหมายเลขสลับ
- Port Mapping ตรงจริง
ตรวจการโทร
- ทุกเครื่องมี Dial Tone
- โทรภายในได้
- รับสายภายในได้
- เสียงสองทางปกติ
- โทรออก CO ได้ตามสิทธิ์
- รับสายภายนอกได้
- โอนสายได้ตามความต้องการ
- วางสายแล้วระบบคืนสถานะ
ตรวจฟังก์ชันพิเศษ
- PT หน้าจอทำงาน
- ปุ่ม CO ทำงาน
- DSS ถูกหมายเลข
- DECT ใช้งานได้
- Fax ส่งและรับได้
- Day Mode ถูกต้อง
- Night Mode ถูกต้อง
- Lunch Mode ถูกต้อง
- DISA ทำงานเมื่อมีการใช้งาน
- การส่งต่อสายถูกต้องเมื่อกำหนดไว้
ตรวจส่งมอบ
- ทดสอบครบทุกจุด
- แก้ Punch List ครบ
- มีรายงานตรวจรับ
- มี Extension List
- มี MDF Jumper Schedule
- มี CO Line Mapping
- มีผลทดสอบสาย
- สำรองการตั้งค่าตามความเหมาะสม
- ส่งมอบข้อมูลให้ผู้รับผิดชอบ
㊳ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทดสอบเบอร์ภายใน KX-TES824
หลังเดินสาย Panasonic KX-TES824 ต้องทดสอบอะไรบ้าง
ควรตรวจ Wire Map หมายเลข Extension, Dial Tone, โทรภายใน, รับสาย, เสียงสองทาง และการใช้ CO ตามสิทธิ์
ต้องทดสอบทุก Extension หรือไม่
ควรทดสอบทุกพอร์ตที่มีการติดตั้งใช้งานจริง เพื่อยืนยันว่าทุกจุดใช้งานได้ตามแผน
มี Dial Tone แปลว่าสายผ่านแล้วไหม
ยังไม่เพียงพอ ต้องตรวจหมายเลขปลายทาง การรับสาย และคุณภาพเสียงด้วย
วิธีตรวจเบอร์ภายในสลับกันทำอย่างไร
โทรเรียกแต่ละหมายเลขและตรวจว่าดังตรงตำแหน่งจริง จากนั้นเทียบกับ Jack Number และ Port Mapping
SLT ใช้สายกี่เส้น
ใช้สองตัวนำ T/R
PT อย่าง KX-T7735 ใช้สายกี่เส้น
ใช้สี่ตัวนำ H/T/R/L
ใช้ Cable Tester ตรวจสายโทรศัพท์ได้ไหม
ได้หากเครื่องรองรับสายประเภทนั้น และต้องแยกวงจรจากแรงดันก่อนทดสอบ
วิธีตรวจหมายเลข Extension จากโทรศัพท์ PT ทำอย่างไร
โทรศัพท์ Display PT ที่รองรับสามารถกด ** ขณะวางหูหรือใช้ Personal Programming ตามคู่มือ
ทดสอบ CO1 อย่างไรให้มั่นใจว่าใช้ CO1 จริง
ควรเลือก CO1 โดยตรงผ่านปุ่มหรือวิธีที่ระบบรองรับ แทนการใช้รหัสเลือกสายนอกอัตโนมัติเพียงอย่างเดียว
ทำไมต้องทดสอบ Day/Night/Lunch
เพราะเส้นทางรับสายเข้าอาจแตกต่างกันตามโหมดเวลา
โทรศัพท์ PT หน้าจอไม่ติดหลังเดินสายเกิดจากอะไร
อาจเกิดจากคู่ H/L ขาด การเข้าหัวผิด พอร์ตไม่รองรับ หรือเครื่องมีปัญหา
โทรศัพท์ทุกเครื่องโทรภายในได้ แต่โทรออกไม่ได้เกิดจากอะไร
ควรตรวจสายนอก CO, สิทธิ์โทรออก และการตั้งค่าเลือกสายนอก
ต้องทดสอบการโอนสายหรือไม่
ควรทดสอบหากเป็นฟังก์ชันที่ผู้ใช้งานต้องการ โดยตรวจทั้งโทรศัพท์ PT และ SLT ที่เกี่ยวข้อง
ต้องทำรายงานตรวจรับหรือไม่
ควรทำเพื่อเป็นหลักฐานและช่วยให้ตรวจซ่อมในอนาคตได้รวดเร็ว
หลังแก้ไขสายที่เสียต้องทดสอบซ้ำไหม
ต้องทดสอบซ้ำทั้งจุดที่แก้ไขและส่วนที่อาจได้รับผลกระทบ
㊴ สรุปวิธีทดสอบเบอร์ภายใน Panasonic KX-TES824 ทุกจุดหลังเดินสายเสร็จ
การตรวจรับงานติดตั้ง Panasonic KX-TES824 ต้องตรวจทั้งระบบสายสัญญาณ หมายเลข Extension และฟังก์ชันการโทรจริง เพื่อให้มั่นใจว่าทุกจุดสามารถใช้งานได้ตามความต้องการของสำนักงาน
ขั้นตอนหลักเริ่มจากตรวจสายตั้งแต่ PBX ผ่าน MDF ไปยังเต้ารับ ตรวจ RJ11 และ Wire Map ให้ถูกต้อง โดย SLT ใช้คู่ T/R ส่วน PT เช่น KX-T7735 ต้องตรวจครบสี่ตัวนำ H/T/R/L
หลังจากนั้นตรวจหมายเลข Extension ว่าตรงกับตำแหน่งใช้งาน แล้วทดสอบการโทรภายในทั้งขาไปและขากลับ ตรวจเสียงสนทนาและการวางสาย
สำหรับระบบที่มีสายนอก CO ต้องตรวจโทรออกและรับสายเข้าทีละวงจร พร้อมทดสอบสิทธิ์การโทรของแต่ละ Extension และการกระจายสายเข้าในโหมด Day/Night/Lunch
หากมีโทรศัพท์ DECT เครื่องแฟกซ์ หรือ DSS Console ต้องทดสอบฟังก์ชันเฉพาะของอุปกรณ์นั้นเพิ่มเติม
เมื่อพบข้อผิดพลาด ควรจัดทำ Punch List และแก้ไขให้ครบก่อนส่งมอบ พร้อมทดสอบซ้ำเพื่อยืนยันผล
เอกสารที่ควรเก็บ ได้แก่ Extension Port Mapping, Cable Mapping, MDF Jumper Schedule, CO Line Mapping และรายงานตรวจรับงาน
ComSiam แนะนำให้ช่างติดตั้งระบบโทรศัพท์ Panasonic KX-TES824 ใช้แบบฟอร์ม Commissioning ทุกโครงการ และบันทึกผลตรวจจริงทุกพอร์ต เพื่อช่วยลดปัญหาหลังส่งมอบ เพิ่มความมั่นใจให้ผู้ใช้งาน และทำให้การบำรุงรักษาระบบโทรศัพท์ในอนาคตเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
ComSiam Professional Team







