วิธีโปรแกรม KX-TES824 ผ่านเครื่องโทรศัพท์

การโปรแกรม Panasonic KX-TES824 ผ่านเครื่องโทรศัพท์ต้องใช้โทรศัพท์ระบบ Panasonic แบบมีจอที่รองรับ เช่น KX-T7730 พร้อมรหัสผ่านระบบ จากนั้นเข้าโหมด System Programming เลือกรหัสโปรแกรม แก้ค่าตามหน้าจอ และกดบันทึกก่อนออกจากโหมด

สำหรับมือใหม่ comsiam แนะนำให้เริ่มจากการตรวจค่าและแก้ทีละรายการ โดยจดค่าเดิมไว้ก่อนเสมอ บทความนี้ใช้ปุ่มของ KX-T7730 เป็นตัวอย่าง พร้อมขั้นตอนเปิดหรือปิดพอร์ตสายนอกที่สามารถนำไปตรวจและตั้งค่าตามระบบจริงได้

① ต้องใช้เครื่องโทรศัพท์รุ่นไหน

ควรใช้ โทรศัพท์ระบบ Panasonic แบบแอนะล็อกที่มีจอและรองรับงานโปรแกรม เช่น KX-T7730 โดยเตรียมเครื่องที่ Extension Jack 01 เป็นจุดเริ่มต้นตามแนวทางในคู่มือ

สิ่งที่ต้องมี ได้แก่

  • เครื่องโทรศัพท์ระบบที่เข้ากันได้
  • สายเชื่อมต่อครบตามข้อกำหนดของเครื่อง
  • พอร์ต Hybrid ที่ใช้งานปกติ
  • รหัสผ่านระบบ หรือ System Password
  • รายการค่าที่ต้องการตรวจหรือเปลี่ยน

โทรศัพท์ธรรมดาแบบ SLT ไม่ใช่เครื่องสำหรับทำ System Programming ตามขั้นตอนปุ่มในบทความนี้

Jack 01 คือหมายเลขพอร์ต ไม่ใช่หมายเลขภายในที่กดโทรเสมอไป ต้องตรวจตำแหน่งสายจริงก่อนเริ่มงาน

② รู้จักปุ่มโปรแกรมบน KX-T7730

เมื่อเข้าสู่โหมดโปรแกรม ปุ่มบางปุ่มจะทำหน้าที่ต่างจากการโทรตามปกติ

ชื่อที่ใช้ในขั้นตอนปุ่มบน KX-T7730หน้าที่
PROGRAMPROGRAMเข้าและออกจากงานโปรแกรม
NEXTSP-PHONEไปขั้นตอนหรือรายการถัดไป
PREVREDIALย้อนรายการตามลำดับที่โปรแกรมรองรับ
SELECTAUTO ANS/MUTEเลือกค่าหรือตัวเลือก
STOREAUTO DIAL/STOREบันทึกค่า
ENDHOLDจบรายการโปรแกรมปัจจุบัน

ตัวอย่างเช่น เมื่อขั้นตอนเขียนว่า “กด NEXT” ให้กดปุ่ม SP-PHONE บนเครื่อง KX-T7730

หากใช้เครื่องรุ่นอื่น ต้องตรวจตำแหน่งและหน้าที่ปุ่มของรุ่นนั้นก่อน ไม่ควรเดาจากตำแหน่งปุ่มที่คล้ายกัน

③ เตรียมข้อมูลก่อนแก้ค่า

ก่อนเข้าโปรแกรม ให้จดอย่างน้อยสามรายการ

  1. ต้องการแก้อะไร เช่น ปิด CO 3 ที่ไม่มีบริการ
  2. ค่าเดิมเป็นอะไร เพื่อใช้ตรวจและย้อนกลับ
  3. จะทดสอบอย่างไร เช่น ทดลองยึดสายนอกหลังแก้ค่า

ตัวอย่างบันทึกงาน

รายการค่าเดิมค่าที่ต้องการ
CO 1ตรวจจากหน้าจอConnect
CO 2ตรวจจากหน้าจอConnect
CO 3ตรวจจากหน้าจอNot connect หากไม่มีบริการ

หากตู้มีค่าซับซ้อน ควรสำรองผ่านเครื่องมือที่รองรับก่อน ส่วนการจดค่าด้วยมือช่วยติดตามงานได้ แต่ไม่ใช่ไฟล์สำรองครบทั้งระบบ

④ วิธีเข้าโหมด System Programming

ให้วางหูโทรศัพท์ไว้ ไม่อยู่ระหว่างสนทนา แล้วทำตามลำดับนี้

  1. กด PROGRAM
  2. กด *
  3. กด #
  4. ใส่ System Password
  5. ตรวจว่าหน้าจอเข้าสู่จุดรับรหัสโปรแกรมระบบ

ลำดับโดยย่อคือ

PROGRAM → * → # → System Password

รหัสเริ่มต้นตามคู่มือคือ 1234 แต่ใช้ได้เฉพาะเครื่องที่ยังไม่ได้เปลี่ยนรหัส หากมีผู้ดูแลตั้งรหัสใหม่แล้ว ต้องใช้รหัสปัจจุบัน

อย่าสับสน System Password กับรหัสของเบอร์ภายในหรือ Manager Password เพราะสิทธิ์และขอบเขตการตั้งค่าไม่เหมือนกัน

ระบบรองรับงานโปรแกรมระบบครั้งละหนึ่งเซสชัน หากมีผู้เชื่อมต่อโปรแกรมจากคอมพิวเตอร์อยู่ ให้จบงานนั้นก่อนเริ่มจากโทรศัพท์

⑤ ลำดับการแก้โปรแกรมที่ควรจำ

โดยทั่วไป การตั้งค่าจะมีโครงสร้างดังนี้

รหัสโปรแกรม → NEXT → เลือกพอร์ตหรือรายการ → เลือกค่า → STORE → END

แต่แต่ละโปรแกรมอาจมีจำนวนช่องข้อมูลและวิธีเลื่อนต่างกัน จึงต้องอ่านหน้าจอและขั้นตอนของรหัสนั้นโดยเฉพาะ

ข้อสำคัญคือ

  • อ่านค่าปัจจุบันก่อนเปลี่ยน
  • ตรวจพอร์ตหรือรายการที่เลือก
  • กด STORE เพื่อบันทึก
  • กด END เพื่อจบรายการ
  • ออกจากโหมดแล้วทดสอบการทำงานจริง

กด SELECT เปลี่ยนข้อความบนจอแล้ว ยังต้องกด STORE ตามขั้นตอนเพื่อบันทึกค่า

⑥ ตัวอย่างเปิดใช้สายนอกด้วยโปรแกรม 400

โปรแกรม 400 — CO Line Connection ใช้กำหนดว่าพอร์ตสายนอกเชื่อมต่อใช้งานหรือไม่

ตัวเลือกหลัก ได้แก่

ค่าความหมาย
Connectกำหนดพอร์ตเป็นสายนอกที่เชื่อมต่อใช้งาน
Not connectกำหนดพอร์ตเป็นสายนอกที่ไม่ได้เชื่อมต่อ

ตัวอย่างตั้ง CO 1 เป็น Connect

หลังเข้าโหมด System Programming แล้ว

  1. กด 400
  2. กด SP-PHONE ซึ่งทำหน้าที่ NEXT
  3. กด 1 เพื่อเลือก CO 1
  4. กด AUTO ANS/MUTE จนแสดง Connect
  5. กด AUTO DIAL/STORE
  6. กด HOLD เพื่อจบรายการ
  7. กด PROGRAM เพื่อออกจากโหมดเมื่อทำงานเสร็จ
400 → SP-PHONE → 1 → AUTO ANS/MUTE เลือก Connect
→ AUTO DIAL/STORE → HOLD → PROGRAM

การตั้ง Connect ไม่ได้สร้างสัญญาณโทรศัพท์ ต้องมีบริการและสายต้นทางที่เหมาะสมต่ออยู่กับพอร์ตนั้นด้วย

⑦ ตัวอย่างปิด CO 3 ที่ไม่ได้ใช้งาน

หากตู้มีพอร์ตสายนอกสามช่อง แต่ใช้บริการจริงเฉพาะ CO 1 และ CO 2 สามารถตรวจและกำหนด CO 3 เป็น Not connect ได้

หลังเข้า System Programming

  1. กด 400
  2. กด SP-PHONE
  3. กด 3 เพื่อเลือก CO 3
  4. กด AUTO ANS/MUTE จนแสดง Not connect
  5. กด AUTO DIAL/STORE
  6. กด HOLD
  7. กด PROGRAM เพื่อออกเมื่อเสร็จ
400 → SP-PHONE → 3 → AUTO ANS/MUTE เลือก Not connect
→ AUTO DIAL/STORE → HOLD → PROGRAM

ก่อนทำต้องยืนยันว่า CO 3 ไม่มีบริการที่ต้องใช้จริง เพราะการปิดผิดพอร์ตอาจกระทบการโทรของสำนักงาน

สำหรับการตั้งค่ากับ comsiam ควรเลือกแก้พอร์ตทีละเส้นก่อนใช้ตัวเลือกแบบรวม เพื่อให้ตรวจผลและย้อนค่าได้ชัดเจน

⑧ รหัสโปรแกรมพื้นฐานที่ควรรู้

ตารางนี้ใช้ค้นหาประเภทงาน ไม่ใช่ลำดับกดที่นำไปใช้แทนกันได้ทุกโปรแกรม

รหัสหน้าที่
000ตั้งวันและเวลา
002ตั้งรหัสผ่านระบบ
400กำหนดการเชื่อมต่อสายนอก
401กำหนดรูปแบบการส่งเลขหมายของสายนอก
405สิทธิ์ใช้สายนอกช่วงกลางวัน
406สิทธิ์ใช้สายนอกช่วงกลางคืน
407สิทธิ์ใช้สายนอกช่วงพักกลางวัน
408กำหนดเครื่องที่ดังช่วงกลางวัน
409กำหนดเครื่องที่ดังช่วงกลางคืน
410กำหนดเครื่องที่ดังช่วงพักกลางวัน
414–416กำหนดโหมดรับสายสายนอกตามช่วงเวลา

โปรแกรม 405–407 เป็นสิทธิ์ใช้สายนอก ส่วน 408–410 เป็นการกำหนดเสียงเรียกเข้า จึงต้องแยกให้ถูกก่อนแก้ค่า

การจำกัดหมายเลขที่โทรได้ยังเกี่ยวข้องกับการตั้งค่าส่วนอื่น ไม่ใช่การอนุญาตใช้พอร์ตสายนอกเพียงอย่างเดียว

⑨ ทำไมตั้งเครื่องให้ดังแล้วสายยังไม่เข้า

การกำหนดเสียงเรียกเข้าไม่ได้ทำงานแยกจากโหมดรับสายทั้งหมด

หากสายนอกตั้งเป็น DISA, UCD หรือ DIL ต้องตรวจเส้นทางรับสายและปลายทางที่เกี่ยวข้องด้วย ไม่ควรเปลี่ยนเพียง 408 แล้วคาดหวังว่าสายทุกประเภทจะดังเหมือนกัน

ตรวจตามลำดับนี้

  1. พอร์ตมีสัญญาณสายเข้าจริงหรือไม่
  2. ตู้กำลังอยู่ในโหมดกลางวัน กลางคืน หรือพักกลางวัน
  3. สายนอกใช้โหมดรับสายใด
  4. เครื่องหรือกลุ่มปลายทางถูกกำหนดไว้หรือไม่
  5. สายและเครื่องปลายทางใช้งานปกติหรือไม่

หากระบบเดิมมีเสียงต้อนรับอยู่แล้ว อย่าเปลี่ยนโหมดรับสายโดยยังไม่ได้จดค่าเดิม เพราะอาจทำให้ข้อความหรือเมนูหยุดทำงาน

⑩ ความหมายของเครื่องหมาย * ในงานโปรแกรม

บางโปรแกรมใช้ * เป็นตัวเลือกทุกพอร์ตหรือทุกรายการ ตามช่องข้อมูลและข้อกำหนดของโปรแกรมนั้น

จึงต้องแยกจากเครื่องหมาย * ที่ใช้ตอนเข้าโหมด System Programming ซึ่งเป็นคนละขั้นตอนกัน

สำหรับมือใหม่ควรเลือกหมายเลขพอร์ตที่ต้องการโดยตรงก่อน เช่น CO 1 หรือ CO 3 ไม่ใช้ * โดยยังไม่ทราบขอบเขต เพราะอาจเปลี่ยนค่าหลายเส้นพร้อมกัน

⑪ วิธีออกจากโหมดและตรวจค่าที่บันทึก

หลังตั้งค่าแต่ละรายการ

  1. กด STORE ตามขั้นตอนของโปรแกรม
  2. กด HOLD ซึ่งทำหน้าที่ END
  3. กด PROGRAM เมื่อจบงานทั้งหมด
  4. ตรวจว่าเครื่องกลับสู่การใช้งานปกติ
  5. ทดสอบผลตามรายการที่เปลี่ยน
  6. เข้าไปอ่านค่าอีกครั้งหากต้องการยืนยัน

ไม่จำเป็นต้องรีสตาร์ตตู้ทุกครั้งหลังเปลี่ยนค่า ให้ทำตามข้อกำหนดของโปรแกรมที่แก้ ไม่ปิดเปิดระบบโดยไม่มีเหตุผล เพราะอาจตัดสายที่กำลังสนทนาอยู่

⑫ แก้ปัญหาเข้าโปรแกรมไม่ได้

อาการสิ่งที่ควรตรวจ
กดแล้วไม่เข้าสู่ System Programmingเครื่องที่รองรับ ลำดับปุ่ม และสถานะวางหู
รหัสไม่ผ่านใช้ System Password ปัจจุบันหรือไม่
เครื่องไม่มีจอหรือปุ่มไม่ตรงรุ่นเครื่องเหมาะกับงานนี้หรือไม่
PT หน้าจอไม่ติดพอร์ต Hybrid และสายสองคู่
ระบบไม่ยอมให้เริ่มงานโปรแกรมมีเซสชันจากเครื่องอื่นหรือคอมพิวเตอร์อยู่หรือไม่
เปลี่ยนแล้วค่าไม่อยู่กด STORE และตรวจผลบันทึกหรือไม่
ค่าเปลี่ยนแล้วผลไม่ตรงพอร์ต โหมดเวลา และค่าที่เกี่ยวข้อง

หากไม่ทราบรหัส ให้ตรวจเอกสารหรือสอบถามผู้ดูแลเดิมก่อน ไม่ควรล้างข้อมูลทั้งระบบเพียงเพื่อทดลองเข้าถึงค่าตู้

⑬ ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยง

  • ใช้รหัสจากตู้คนละรุ่น
  • สับสนหมายเลข Jack กับหมายเลขภายใน
  • เปลี่ยนค่าทุกพอร์ตโดยไม่ตั้งใจ
  • แก้เฉพาะกลางวัน แต่ทดสอบในโหมดกลางคืน
  • เปลี่ยนตัวเลือกแล้วไม่กด STORE
  • ปิดพอร์ตสายนอกที่ยังใช้งานอยู่
  • ใช้โปรแกรม 999 — System Data Clear โดยไม่ต้องการล้างข้อมูล
  • เปลี่ยนหลายรายการพร้อมกันจนไม่ทราบสาเหตุเมื่อระบบผิดปกติ

ควรบันทึกทุกครั้งว่าแก้รหัสใด พอร์ตใด และเปลี่ยนจากค่าใดเป็นค่าใด เพื่อช่วยดูแลระบบภายหลัง

⑭ สรุป

การโปรแกรม KX-TES824 ผ่านโทรศัพท์เริ่มจากเครื่อง PT แบบมีจอที่รองรับ กด PROGRAM → * → # → System Password แล้วเลือกรหัสโปรแกรมตามงาน ทุกครั้งต้องตรวจรายการที่เลือก กด STORE และออกมาทดสอบผลจริง

สำหรับการดูแลระบบกับ comsiam ควรจดค่าเดิม แก้ทีละพอร์ต และแยกสิทธิ์โทรออก เสียงเรียกเข้า และโหมดรับสายให้ถูกต้อง เพื่อปรับระบบได้ตรงงานโดยไม่กระทบส่วนที่ใช้งานอยู่

ComSiam Professional Team