ComSiam Service
การคำนวณจำนวนเบอร์ภายใน Panasonic KX-TES824 เป็นขั้นตอนสำคัญก่อนติดตั้งตู้สาขาโทรศัพท์ เพราะหากเลือกจำนวนพอร์ตไม่เพียงพอ อาจทำให้ต้องซื้อการ์ดขยายเพิ่มเติม เดินสายใหม่ หรือเปลี่ยนระบบโทรศัพท์ก่อนเวลาอันควร
หลายสำนักงานเข้าใจว่าจำนวนเบอร์ภายในต้องเท่ากับจำนวนพนักงานทั้งหมด แต่ความจริงแล้วต้องพิจารณาจำนวนจุดโทรศัพท์ที่ใช้งานจริง โทรศัพท์ส่วนกลาง ห้องประชุม เครื่องแฟกซ์ และความต้องการขยายระบบในอนาคตร่วมด้วย
บทความนี้ ComSiam จะอธิบายวิธีคำนวณเบอร์ภายในของ Panasonic KX-TES824 ตั้งแต่ 8 เบอร์ 16 เบอร์ จนถึง 24 เบอร์ พร้อมตัวอย่างการคำนวณ การเลือกการ์ดขยาย และข้อควรระวังก่อนติดตั้งจริง
① Panasonic KX-TES824 รองรับเบอร์ภายในได้สูงสุดกี่เบอร์
Panasonic KX-TES824 เป็นตู้สาขาโทรศัพท์แบบ Advanced Hybrid System ออกแบบมาสำหรับสำนักงานและธุรกิจขนาดเล็กถึงขนาดกลางที่ต้องการระบบโทรศัพท์ภายใน
ตัวเครื่องพื้นฐานรองรับ 3 สายนอก และ 8 เบอร์ภายใน และสามารถขยายความจุได้เมื่อใช้การ์ดที่เข้ากันได้
| รายการ | จำนวน |
|---|---|
| เบอร์ภายในเริ่มต้น | 8 เบอร์ |
| เบอร์ภายในสูงสุด | 24 เบอร์ |
| สายนอกเริ่มต้น | 3 สาย |
| สายนอกสูงสุด | 8 สาย |
| จำนวนเบอร์ภายในที่เพิ่มได้ | 16 เบอร์ |
| จำนวนพอร์ตภายในสูงสุด | 24 พอร์ต |
สรุป: Panasonic KX-TES824 รองรับเบอร์ภายในได้สูงสุด 24 พอร์ตทางกายภาพ แต่จำนวนที่ใช้งานได้จริงขึ้นอยู่กับการ์ดขยาย ประเภทโทรศัพท์ และการกำหนดค่าระบบ
② วิธีนับจำนวนเบอร์ภายในที่ต้องใช้งานจริง
ก่อนเลือกความจุตู้สาขาโทรศัพท์ ต้องนับจำนวนจุดใช้งานภายในอาคารให้ครบถ้วน
ไม่ควรนับเฉพาะโต๊ะพนักงาน เพราะบางจุดอาจใช้โทรศัพท์ร่วมกัน ขณะที่บางพื้นที่จำเป็นต้องมีโทรศัพท์เฉพาะจุด
จุดโทรศัพท์ที่ควรนำมาคำนวณ
- โทรศัพท์ประจำโต๊ะพนักงาน
- โทรศัพท์ประชาสัมพันธ์
- โทรศัพท์ผู้จัดการ
- โทรศัพท์ห้องประชุม
- โทรศัพท์คลังสินค้า
- โทรศัพท์ฝ่ายรักษาความปลอดภัย
- โทรศัพท์จุดบริการลูกค้า
- เครื่องแฟกซ์ที่ต้องการพอร์ตแยก
- โทรศัพท์ไร้สายที่ใช้ฐานเชื่อมต่อกับพอร์ตภายใน
- จุดโทรศัพท์สำรองสำหรับอนาคต
ตัวอย่างสำนักงานขนาดเล็ก
สำนักงานแห่งหนึ่งมีพนักงาน 10 คน แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องใช้โทรศัพท์ 10 เบอร์เสมอไป
| พื้นที่ | จำนวนเบอร์ |
|---|---|
| ประชาสัมพันธ์ | 1 |
| ฝ่ายขาย | 3 |
| ฝ่ายบัญชี | 2 |
| ผู้จัดการ | 1 |
| ห้องประชุม | 1 |
| รวม | 8 |
สำนักงานแห่งนี้ต้องการโทรศัพท์ภายใน 8 จุด จึงสามารถใช้ความจุเริ่มต้นของ Panasonic KX-TES824 ได้ หากประเภทโทรศัพท์และพอร์ตทั้งหมดเข้ากันได้
อย่างไรก็ตาม หากต้องการเพิ่มเครื่องแฟกซ์หรือจุดโทรศัพท์สำรอง จะต้องพิจารณาความจุเพิ่มเติม
③ สูตรคำนวณจำนวนเบอร์ภายใน Panasonic KX-TES824
สูตรเบื้องต้นที่ใช้สำหรับวางแผนระบบโทรศัพท์มีดังนี้
จำนวนเบอร์ภายในที่ต้องการ = จุดโทรศัพท์ใช้งานจริง + จุดอุปกรณ์พิเศษ + จำนวนจุดสำรอง
ตัวอย่างเช่น
- โทรศัพท์ใช้งานจริง 12 จุด
- เครื่องแฟกซ์ 1 จุด
- โทรศัพท์สำรอง 3 จุด
จำนวนพอร์ตที่ต้องเตรียมคือ
12 + 1 + 3 = 16 พอร์ต
ดังนั้นสำนักงานนี้ควรวางแผนระบบให้รองรับอย่างน้อย 16 พอร์ตภายใน
ควรเผื่อเบอร์ภายในกี่เปอร์เซ็นต์
สำหรับสำนักงานที่มีแนวโน้มเพิ่มพนักงาน อาจใช้แนวทางเผื่อจำนวนจุดโทรศัพท์ประมาณ 20–30% ของจำนวนจุดปัจจุบันเป็นจุดเริ่มต้นในการวางแผน
ตัวอย่าง มีโทรศัพท์ 12 จุด ต้องการเผื่อ 25%
12 × 25% = 3 จุด
ดังนั้นจำนวนจุดที่ควรเตรียมคือ
12 + 3 = 15 จุด
เมื่อนำมาเทียบกับความจุของ KX-TES824 ควรวางแผนสำหรับระบบ 16 พอร์ต
หมายเหตุ: อัตราเผื่อดังกล่าวเป็นคำแนะนำด้านการวางแผน ไม่ใช่ข้อกำหนดทางเทคนิคของ Panasonic หากมีข้อมูลการขยายธุรกิจที่ชัดเจน ควรใช้ตัวเลขตามแผนจริงแทนการประมาณด้วยเปอร์เซ็นต์
④ Panasonic KX-TES824 แบบ 8 เบอร์ เหมาะกับสำนักงานแบบไหน
ระบบ 8 เบอร์ภายในเหมาะกับสำนักงานที่มีจุดโทรศัพท์ไม่มาก และยังไม่มีความจำเป็นต้องเพิ่มจำนวนโทรศัพท์เกินความจุพื้นฐาน
ตัวอย่างธุรกิจที่อาจเหมาะสม
- สำนักงานขนาดเล็ก
- ร้านขายสินค้า
- คลินิกขนาดเล็ก
- บริษัทที่มีฝ่ายธุรการและฝ่ายขายไม่กี่คน
- ร้านอะไหล่และศูนย์บริการ
- สำนักงานสาขาย่อย
ตัวอย่างการจัดสรร 8 เบอร์
| เบอร์ตัวอย่าง | ผู้ใช้งาน |
|---|---|
| 101 | ประชาสัมพันธ์ |
| 102 | ผู้จัดการ |
| 103 | ฝ่ายขาย 1 |
| 104 | ฝ่ายขาย 2 |
| 105 | บัญชี |
| 106 | ธุรการ |
| 107 | คลังสินค้า |
| 108 | ห้องประชุม |
หมายเลข 101–108 เป็นตัวอย่างตามแผนหมายเลขที่รองรับในบางการตั้งค่า ต้องตรวจสอบ Numbering Plan ของตู้ก่อนกำหนดจริง
ข้อควรพิจารณา: หากใช้ครบ 8 พอร์ตแล้ว จะไม่มีพอร์ตว่างสำหรับติดตั้งโทรศัพท์เพิ่มเติมจนกว่าจะขยายระบบ
⑤ Panasonic KX-TES824 แบบ 16 เบอร์ เหมาะกับใคร
ระบบ 16 เบอร์เหมาะกับสำนักงานที่มีจำนวนพนักงานและจุดใช้งานมากกว่า 8 จุด แต่ยังไม่จำเป็นต้องใช้ความจุสูงสุด 24 เบอร์
ตัวอย่างสำนักงาน 16 จุด
| แผนก | จำนวนเบอร์ |
|---|---|
| ประชาสัมพันธ์ | 2 |
| ฝ่ายขาย | 5 |
| บัญชี | 2 |
| ธุรการ | 2 |
| ผู้จัดการ | 1 |
| ห้องประชุม | 1 |
| คลังสินค้า | 2 |
| เครื่องแฟกซ์ | 1 |
| รวม | 16 |
ระบบนี้ต้องใช้พอร์ตภายใน 16 พอร์ต ซึ่งเกินความจุเริ่มต้น 8 พอร์ตของ KX-TES824
จึงต้องติดตั้งการ์ดขยายที่เหมาะสมเพื่อเพิ่มความจุอีก 8 พอร์ต
ก่อนซื้อควรตรวจสอบว่าจุดใดต้องใช้โทรศัพท์แอนะล็อก และจุดใดต้องใช้โทรศัพท์ระบบ Panasonic เพราะการ์ดแต่ละรุ่นรองรับอุปกรณ์ต่างกัน
⑥ Panasonic KX-TES824 แบบ 24 เบอร์ เหมาะกับสำนักงานขนาดไหน
ความจุ 24 เบอร์เป็นความจุสูงสุดของ Panasonic KX-TES824
เหมาะกับสำนักงานที่มีจุดโทรศัพท์จำนวนมาก แต่ยังอยู่ภายในขีดจำกัดของระบบ
ตัวอย่างการจัดสรร 24 พอร์ต
| แผนก | จำนวน |
|---|---|
| ประชาสัมพันธ์ | 2 |
| ฝ่ายขาย | 7 |
| บัญชี | 3 |
| ธุรการ | 3 |
| ผู้บริหาร | 2 |
| คลังสินค้า | 3 |
| ห้องประชุม | 2 |
| เครื่องแฟกซ์ | 1 |
| สำรอง | 1 |
| รวม | 24 |
ข้อจำกัดสำคัญ: หากใช้ครบ 24 พอร์ตแล้ว ระบบจะไม่สามารถเพิ่มพอร์ตภายในเกินขีดจำกัดที่ออกแบบไว้ได้ด้วยการติดตั้งการ์ดเพิ่มอีก
หากธุรกิจมีแนวโน้มขยายเกิน 24 จุด ควรพิจารณาตู้สาขารุ่นที่รองรับความจุมากกว่า หรือประเมินระบบ IP PBX ที่เหมาะสม
⑦ วิธีเลือกการ์ดขยาย Panasonic KX-TES824 ให้ตรงจำนวนเบอร์
Panasonic KX-TES824 รองรับการ์ดขยายหลายประเภท โดยแต่ละรุ่นให้จำนวนและชนิดพอร์ตต่างกัน
การ์ดขยายที่ควรรู้จัก
| รุ่นการ์ด | เพิ่มสายนอก | เพิ่มเบอร์ภายใน |
|---|---|---|
| KX-TE82474 | 0 | 8 SLT |
| KX-TE82480 | 2 | 8 SLT |
| KX-TE82483 | 3 | 8 Hybrid |
SLT หมายถึง Single Line Telephone หรือโทรศัพท์แอนะล็อกทั่วไป
Hybrid Extension เป็นพอร์ตที่รองรับรูปแบบการเชื่อมต่อโทรศัพท์ตามข้อกำหนดของระบบ ซึ่งต้องตรวจสอบชนิดและรุ่นโทรศัพท์ที่ใช้จริง
ตัวอย่างการเลือกการ์ด
กรณีต้องการ 16 เบอร์ และใช้โทรศัพท์แอนะล็อกทั้งหมด
สามารถพิจารณาการ์ด KX-TE82474 เพื่อเพิ่มอีก 8 พอร์ต โดยต้องตรวจสอบความเข้ากันได้และตำแหน่งติดตั้งการ์ด
กรณีต้องการเพิ่ม 8 เบอร์ พร้อมสายนอกอีก 2 สาย
สามารถพิจารณาการ์ด KX-TE82480
กรณีต้องการเพิ่ม 8 เบอร์แบบ Hybrid พร้อมสายนอกอีก 3 สาย
สามารถพิจารณาการ์ด KX-TE82483
การเลือกการ์ดต้องตรวจสอบรูปแบบการติดตั้งและจำนวนสายนอกสูงสุดของตู้ด้วย ไม่สามารถรวมจำนวนสายนอกจากการ์ดทุกใบโดยไม่คำนึงถึงข้อจำกัดระบบได้
⑧ วิธีคำนวณจำนวนการ์ดขยายที่ต้องใช้
เนื่องจากตัวเครื่องพื้นฐานรองรับ 8 เบอร์ภายใน และการ์ดขยายกลุ่มนี้เพิ่มความจุครั้งละ 8 พอร์ต จึงสามารถวางแผนจำนวนพอร์ตได้ดังนี้
| ความต้องการ | ความจุที่ควรเตรียม | การ์ดขยาย |
|---|---|---|
| 1–8 จุด | 8 พอร์ต | ไม่ต้องเพิ่ม |
| 9–16 จุด | 16 พอร์ต | 1 ใบ |
| 17–24 จุด | 24 พอร์ต | 2 ใบ |
| มากกว่า 24 จุด | เกินความสามารถระบบ | ต้องพิจารณาระบบอื่น |
ตารางนี้ใช้เพื่อคำนวณจำนวนพอร์ตภายในเบื้องต้น ไม่ใช่การยืนยันว่าการ์ดทุกชนิดสามารถติดตั้งร่วมกันได้ทุกรูปแบบ
ก่อนติดตั้งจริงต้องตรวจสอบตารางการขยายระบบและข้อกำหนดของการ์ดตามคู่มือตู้สาขา
⑨ จำนวนเบอร์ภายในกับจำนวนสายนอก CO ต่างกันอย่างไร
คำถามที่พบเป็นประจำคือ หากมีเบอร์ภายใน 16 เบอร์ ต้องติดตั้งสายนอก 16 สายด้วยหรือไม่
คำตอบคือ ไม่จำเป็น
เบอร์ภายในใช้สำหรับเชื่อมต่อโทรศัพท์แต่ละจุดเข้ากับระบบ ขณะที่สายนอก CO เป็นวงจรที่เชื่อมต่อออกไปยังเครือข่ายโทรศัพท์ภายนอก
ตัวอย่าง
สำนักงานมีโทรศัพท์ภายใน 16 เครื่อง และมีสายนอก 3 สาย
- โทรศัพท์ภายในสามารถโทรหากันตามความสามารถของระบบ
- การโทรออกภายนอกผ่าน CO จะถูกจำกัดตามจำนวนวงจรสายนอกที่พร้อมใช้งาน
- หากสายนอกทั้ง 3 สายกำลังถูกใช้งาน ผู้ใช้คนถัดไปอาจไม่สามารถโทรออกผ่านสายนอกได้จนกว่าจะมีวงจรว่าง
ดังนั้น จำนวนเบอร์ภายในและจำนวนสายนอกต้องคำนวณแยกกัน
⑩ วิธีคำนวณเบอร์ภายในสำหรับสำนักงานหลายแผนก
สำนักงานที่มีหลายแผนกควรแบ่งการคำนวณตามพื้นที่ใช้งานจริง
ขั้นตอนที่ 1 แยกพื้นที่
สำรวจทุกแผนก ห้องทำงาน ห้องประชุม และพื้นที่บริการ
ขั้นตอนที่ 2 นับอุปกรณ์
ตรวจว่าจุดใดต้องมีโทรศัพท์ประจำ และจุดใดสามารถใช้โทรศัพท์ร่วมกันได้
ขั้นตอนที่ 3 เพิ่มอุปกรณ์พิเศษ
เช่น เครื่องแฟกซ์ โทรศัพท์ส่วนกลาง หรือฐานโทรศัพท์ไร้สายที่ต้องการพอร์ตแยก
ขั้นตอนที่ 4 เผื่อการขยาย
พิจารณาจำนวนตำแหน่งงานใหม่ตามแผนของบริษัท
ขั้นตอนที่ 5 เปรียบเทียบความจุ
เลือกจำนวนพอร์ต 8, 16 หรือ 24 พอร์ตให้ครอบคลุมความต้องการ พร้อมตรวจสอบชนิดพอร์ตด้วย
⑪ วิธีคำนวณเบอร์ภายในสำหรับโรงแรมและที่พักขนาดเล็ก
โรงแรมและที่พักมีลักษณะการใช้งานแตกต่างจากสำนักงาน เพราะอาจต้องมีโทรศัพท์ประจำห้องพักและพื้นที่บริการ
ตัวอย่างโรงแรมขนาดเล็ก
| จุดใช้งาน | จำนวน |
|---|---|
| ห้องพัก | 12 |
| เคาน์เตอร์ต้อนรับ | 2 |
| สำนักงาน | 1 |
| ห้องแม่บ้าน | 1 |
| ห้องรักษาความปลอดภัย | 1 |
| รวม | 17 |
โรงแรมนี้ต้องการ 17 พอร์ตภายใน หากใช้โทรศัพท์หนึ่งเครื่องต่อหนึ่งห้องและไม่มีอุปกรณ์อื่นเพิ่มเติม
จึงต้องวางแผนตู้ให้รองรับ 24 พอร์ต ไม่ใช่ 16 พอร์ต
นอกจากจำนวนพอร์ตแล้ว ยังต้องตรวจสอบฟังก์ชันที่โรงแรมต้องการ เช่น การจำกัดสิทธิ์โทรออก การเรียกพนักงานต้อนรับ และการจัดการการโทรของห้องพัก
⑫ โทรศัพท์ระบบ Panasonic นับจำนวนเบอร์ภายในอย่างไร
การนับโทรศัพท์ระบบหรือ Proprietary Telephone (PT) ต้องพิจารณาทั้งจำนวนอุปกรณ์และชนิดพอร์ตที่รองรับ
โทรศัพท์ระบบ Panasonic บางรุ่นต้องใช้พอร์ตแบบ Hybrid และการเดินสายตามข้อกำหนดเฉพาะ
ตัวอย่างเช่น หากสำนักงานต้องการ
- โทรศัพท์ระบบ Panasonic 4 เครื่อง
- โทรศัพท์แอนะล็อก 8 เครื่อง
จะต้องมีความจุรองรับจุดใช้งานอย่างน้อย 12 จุด พร้อมจำนวนพอร์ตชนิดที่เหมาะสมสำหรับโทรศัพท์แต่ละประเภท
ข้อควรระวัง: อย่าคำนวณเพียงจำนวนพอร์ตทั้งหมดแล้วสรุปว่าใช้โทรศัพท์ระบบได้ทุกพอร์ต เพราะการ์ดขยาย SLT ไม่ได้รองรับฟังก์ชันแบบเดียวกับการ์ด Hybrid
สำหรับการต่ออุปกรณ์หลายชนิดหรือการใช้งานแบบพิเศษ ต้องตรวจสอบแผนผังวงจรและข้อจำกัดการเชื่อมต่อของ Panasonic ก่อนเสมอ
⑬ วิธีวางแผนหมายเลข Extension ไม่ให้สับสน
เมื่อทราบจำนวนเบอร์ภายในแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือจัดทำแผนหมายเลข Extension
ควรกำหนดหมายเลขให้สัมพันธ์กับแผนก เพื่อให้ผู้ใช้จดจำได้ง่าย
ตัวอย่างการจัดหมายเลข
| หมายเลขตัวอย่าง | แผนก |
|---|---|
| 101–102 | ประชาสัมพันธ์ |
| 103–107 | ฝ่ายขาย |
| 108–109 | บัญชี |
| 110–111 | ธุรการ |
| 112 | ผู้จัดการ |
| 113–114 | คลังสินค้า |
| 115 | ห้องประชุม |
| 116 | เครื่องแฟกซ์ |
สำหรับ KX-TES824 การกำหนดหมายเลขภายในเกี่ยวข้องกับโปรแกรม Extension Number [009] และ Numbering Plan ของระบบ
หมายเลขที่ใช้ได้ขึ้นอยู่กับแผนหมายเลขและรหัสภูมิภาคที่กำหนดไว้ในเครื่อง
ไม่ควรเปลี่ยนหมายเลขจริงก่อนตรวจสอบการตั้งค่าปัจจุบัน เพราะอาจกระทบการโทรภายในและหมายเลขที่ผู้ใช้งานคุ้นเคย
⑭ จำนวนพอร์ตกับหมายเลขโทรศัพท์ภายในเป็นสิ่งเดียวกันหรือไม่
แม้จะเกี่ยวข้องกัน แต่ทั้งสองอย่างไม่ใช่สิ่งเดียวกัน
พอร์ตภายใน (Extension Port) คือจุดเชื่อมต่อทางกายภาพบนตู้สาขา
หมายเลขภายใน (Extension Number) คือหมายเลขที่ใช้เรียกโทรศัพท์ผ่านระบบตู้สาขา
ตัวอย่างเช่น
พอร์ตภายในหมายเลข 01 อาจถูกตั้งให้เป็นเบอร์ 101 ส่วนพอร์ตหมายเลข 02 อาจเป็นเบอร์ 102
เมื่อเปลี่ยนหมายเลขภายในด้วยโปรแกรม ตัวพอร์ตทางกายภาพไม่ได้เปลี่ยนตำแหน่งตามไปด้วย
ดังนั้น ช่างควรทำตารางแสดงความสัมพันธ์ระหว่างพอร์ต หมายเลข Extension และจุดใช้งานจริงทุกครั้ง
⑮ วิธีตรวจสอบจำนวนพอร์ตว่างของตู้ที่ติดตั้งแล้ว
หากมี Panasonic KX-TES824 ใช้งานอยู่ และต้องการเพิ่มโทรศัพท์ ควรตรวจสอบความจุที่เหลือก่อนจัดซื้ออุปกรณ์
ขั้นตอนตรวจสอบ
- ตรวจจำนวนโทรศัพท์ที่ใช้งานจริง
- ตรวจการ์ดขยายที่ติดตั้งอยู่ในตู้
- ตรวจจำนวนพอร์ตภายในทั้งหมด
- ตรวจว่าพอร์ตใดกำลังใช้งาน
- ตรวจพอร์ตที่ว่างว่าอยู่ในสภาพใช้งานได้
- ตรวจชนิดพอร์ตว่าเหมาะกับโทรศัพท์ใหม่หรือไม่
- ตรวจแผนหมายเลขภายในที่ใช้ในระบบ
- บันทึกพอร์ตสำรองและหมายเลขที่สามารถจัดสรรได้
หากจำเป็นต้องเปิดฝาตู้เพื่อตรวจสอบการ์ด ควรปฏิบัติตามขั้นตอนตัดแหล่งจ่ายไฟและข้อควรระวังในคู่มือติดตั้ง ห้ามถอดหรือเสียบการ์ดขยายขณะเครื่องทำงานโดยไม่มีข้อกำหนดรองรับ
⑯ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการคำนวณเบอร์ภายใน
1. นับจำนวนพนักงานแทนจำนวนโทรศัพท์
จำนวนพนักงานอาจไม่ตรงกับจำนวนจุดโทรศัพท์ที่ต้องติดตั้งจริง
2. ไม่เผื่อจุดโทรศัพท์สำรอง
เมื่อมีพนักงานเพิ่มอาจต้องซื้อการ์ดขยายเร็วกว่าที่คาด
3. ลืมนับเครื่องแฟกซ์และอุปกรณ์พิเศษ
ทำให้จำนวนพอร์ตที่จัดเตรียมไว้ไม่เพียงพอ
4. เลือกการ์ดขยายผิดประเภท
อาจมีจำนวนพอร์ตครบ แต่ไม่รองรับโทรศัพท์ระบบที่ต้องการใช้งาน
5. สับสนระหว่าง CO กับ Extension
จำนวนสายนอกไม่ใช่จำนวนเบอร์ภายใน และต้องวางแผนแยกจากกัน
6. ใช้ความจุสูงสุดโดยไม่พิจารณาอนาคต
หากใช้งานครบ 24 พอร์ตแล้ว อาจต้องเปลี่ยนไปใช้ตู้รุ่นอื่นเมื่อต้องการขยาย
⑰ เช็กลิสต์ก่อนเลือกจำนวนเบอร์ภายใน
- นับจำนวนจุดโทรศัพท์ทั้งหมด
- แยกโทรศัพท์ส่วนกลางและโทรศัพท์ประจำโต๊ะ
- ตรวจจำนวนเครื่องแฟกซ์
- ตรวจจำนวนฐานโทรศัพท์ไร้สาย
- ตรวจจำนวนโทรศัพท์ระบบ Panasonic
- ตรวจประเภทพอร์ตที่อุปกรณ์ต้องใช้
- กำหนดจำนวนจุดสำรอง
- ตรวจจำนวนพอร์ตบนตัวเครื่อง
- ตรวจการ์ดขยายที่มีอยู่
- วางแผนหมายเลข Extension
- ตรวจความจุสูงสุด 24 พอร์ต
- จัดทำแผนผังพอร์ตและคู่สายก่อนติดตั้ง
⑱ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับจำนวนเบอร์ภายใน Panasonic KX-TES824
Panasonic KX-TES824 รองรับเบอร์ภายในกี่เบอร์?
รองรับ 8 เบอร์ในระบบพื้นฐาน และขยายได้สูงสุด 24 พอร์ตภายในเมื่อใช้การ์ดที่เข้ากันได้
ถ้ามีโทรศัพท์ 10 เครื่อง ต้องใช้การ์ดขยายหรือไม่?
ต้องวางแผนขยายความจุจาก 8 พอร์ตเป็นอย่างน้อย 16 พอร์ต หากโทรศัพท์ทั้ง 10 เครื่องต้องใช้พอร์ตภายในแยกกัน
มีโทรศัพท์ 20 เครื่อง ใช้ Panasonic KX-TES824 ได้ไหม?
ได้ หากติดตั้งการ์ดขยายที่รองรับจนระบบมีความจุเพียงพอ และมีชนิดพอร์ตเหมาะกับโทรศัพท์ทั้งหมด
Panasonic KX-TES824 เพิ่มเป็น 32 เบอร์ได้ไหม?
ไม่ได้ด้วยการขยายพอร์ตตามความสามารถมาตรฐานของรุ่นนี้ เพราะรองรับสูงสุด 24 พอร์ตภายใน หากต้องการมากกว่า 24 พอร์ตควรเลือกระบบอื่น
โทรศัพท์ 16 เครื่อง ต้องมีสายนอก 16 สายหรือไม่?
ไม่จำเป็น จำนวนสายนอกขึ้นอยู่กับความต้องการรับสายและโทรออกพร้อมกัน ไม่ได้กำหนดจากจำนวนโทรศัพท์ภายในโดยตรง
ซื้อการ์ดขยาย 8 เบอร์มาใส่เองได้ไหม?
ต้องตรวจสอบรุ่นการ์ด ความเข้ากันได้ และขั้นตอนติดตั้งตามคู่มือก่อน งานติดตั้งภายในตู้ควรให้ช่างที่มีความรู้ดำเนินการ โดยปิดระบบและแยกแหล่งจ่ายไฟตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัย
⑲ สรุปวิธีคำนวณจำนวนเบอร์ภายใน Panasonic KX-TES824
การคำนวณจำนวนเบอร์ภายใน Panasonic KX-TES824 ควรเริ่มจากจำนวนจุดโทรศัพท์ใช้งานจริง รวมอุปกรณ์พิเศษ และเผื่อการขยายในอนาคต ก่อนนำจำนวนที่ได้ไปเปรียบเทียบกับความจุของระบบ
หลักการเลือกความจุเบื้องต้นคือ
- 1–8 จุด: ใช้ระบบพื้นฐาน 8 พอร์ต
- 9–16 จุด: วางแผนขยายเป็น 16 พอร์ต
- 17–24 จุด: วางแผนขยายเป็น 24 พอร์ต
- มากกว่า 24 จุด: พิจารณาตู้สาขาที่รองรับความจุสูงกว่า
ที่สำคัญ ไม่ควรเลือกการ์ดจากจำนวนพอร์ตเพียงอย่างเดียว แต่ต้องตรวจสอบประเภทโทรศัพท์ จำนวนสายนอก และรูปแบบการขยายที่คู่มือรองรับด้วย
ComSiam แนะนำให้จัดทำตารางจำนวนเบอร์ภายใน แผนผังพอร์ต และแผนขยายระบบก่อนจัดซื้ออุปกรณ์ทุกครั้ง เพื่อช่วยให้ติดตั้งได้ตรงความต้องการ ลดต้นทุนที่ไม่จำเป็น และดูแลระบบโทรศัพท์ได้สะดวกในระยะยาว







