Panasonic KX-TES824 ต้องใช้สายนอกกี่คู่ วิธีคำนวณให้เหมาะกับสำนักงาน

Panasonic KX-TES824 ต้องใช้สายนอกกี่คู่? คำตอบขึ้นอยู่กับจำนวนสายโทรศัพท์ที่ต้องรับและโทรออกพร้อมกัน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนพนักงานหรือจำนวนเบอร์ภายในเพียงอย่างเดียว โดยตู้ Panasonic KX-TES824 รองรับสายนอก CO เริ่มต้น 3 สาย และสามารถขยายได้สูงสุด 8 สาย เมื่อมีการ์ดขยายที่เข้ากันได้

ตัวอย่างเช่น สำนักงานมีโทรศัพท์ภายใน 16 เครื่อง แต่มีผู้ใช้งานโทรออกพร้อมกันไม่เกิน 3 คน อาจเริ่มต้นวางแผนด้วยสายนอก 3 สายได้ อย่างไรก็ตาม หากต้องรับสายลูกค้าระหว่างที่ฝ่ายขายกำลังโทรออก จำเป็นต้องพิจารณาปริมาณการโทรในช่วงเวลาเร่งด่วนร่วมด้วย

บทความนี้ ComSiam จะอธิบายวิธีคำนวณจำนวนสายนอก Panasonic KX-TES824 อย่างละเอียด ตั้งแต่การประเมินจำนวนคู่สาย การเลือกการ์ดขยาย การตรวจสอบระบบโทรศัพท์จากผู้ให้บริการ ไปจนถึงตัวอย่างออกแบบระบบสำหรับสำนักงาน 8, 16 และ 24 เบอร์ภายใน

① สายนอก CO ของ Panasonic KX-TES824 คืออะไร

CO ย่อมาจาก Central Office โดยในระบบตู้สาขาโทรศัพท์ Panasonic ใช้เรียกวงจรโทรศัพท์ภายนอกที่เชื่อมต่อระบบ PBX กับเครือข่ายโทรศัพท์ของผู้ให้บริการ

สายนอก CO มีหน้าที่รองรับการโทรออกไปยังหมายเลขภายนอก และรับสายเรียกเข้าจากลูกค้าหรือบุคคลภายนอกองค์กร

สายนอกกับเบอร์ภายในต่างกันอย่างไร

รายการสายนอก COเบอร์ภายใน Extension
หน้าที่ติดต่อเครือข่ายภายนอกติดต่อภายในองค์กร
เชื่อมต่อกับวงจรโทรศัพท์จากผู้ให้บริการโทรศัพท์ของพนักงาน
ความจุเริ่มต้น3 สาย8 พอร์ต
ความจุสูงสุด8 สาย24 พอร์ต
การเพิ่มจำนวนการ์ดขยาย CO ที่รองรับการ์ดขยาย Extension ที่รองรับ

ข้อสำคัญ: โทรศัพท์ภายในหลายเครื่องสามารถใช้สายนอกร่วมกันได้ แต่จำนวนการสนทนาภายนอกพร้อมกันจะถูกจำกัดด้วยจำนวนวงจร CO ที่พร้อมใช้งาน

② Panasonic KX-TES824 รองรับสายนอกสูงสุดกี่คู่

Panasonic KX-TES824 เป็นระบบ Advanced Hybrid PBX ที่มีความจุเริ่มต้น 3 สายนอก และ 8 เบอร์ภายใน

สามารถติดตั้งการ์ดขยายที่เหมาะสมเพื่อเพิ่มจำนวนสายนอกและพอร์ตภายในได้

ความจุของระบบ

รูปแบบระบบจำนวนสายนอกจำนวนเบอร์ภายใน
ตู้พื้นฐาน38
ติดตั้งการ์ด KX-TE82480516
ติดตั้งการ์ด KX-TE82483616
ขยายระบบเต็มรูปแบบที่รองรับ824

รูปแบบการขยายแต่ละแบบขึ้นอยู่กับการ์ดที่ติดตั้งร่วมกันและข้อกำหนดของตู้สาขา ไม่สามารถเพิ่มจำนวนสายนอกเกิน 8 สายได้ด้วยการใส่การ์ดเพิ่มเติม

สายนอก 1 คู่ หมายถึงอะไร

สำหรับวงจรโทรศัพท์แอนะล็อกทั่วไป สายนอกหนึ่งวงจรมักใช้สายทองแดง 2 เส้น หรือ 1 คู่สาย

แต่หากใช้บริการผ่าน ONT หรือ VoIP Gateway ต้องนับจำนวนพอร์ต FXS และจำนวนช่องสัญญาณที่ผู้ให้บริการรองรับจริงร่วมด้วย

ดังนั้น จำนวนหมายเลขโทรศัพท์ จำนวนคู่สาย และจำนวนการโทรพร้อมกันอาจไม่เท่ากันเสมอไป

③ วิธีคำนวณจำนวนสายนอก Panasonic KX-TES824 เบื้องต้น

วิธีคำนวณที่เข้าใจง่ายที่สุดคือประเมินจำนวนสายโทรศัพท์ภายนอกที่ต้องใช้งานพร้อมกันในช่วงเวลาที่มีการโทรมากที่สุด

สูตรคำนวณเบื้องต้น

จำนวน CO ที่ต้องการ = จำนวนการสนทนาภายนอกพร้อมกันสูงสุดที่ต้องรองรับ

ตัวอย่างสำนักงานแห่งหนึ่งมีความต้องการดังนี้

  • ฝ่ายขายโทรออกพร้อมกัน 2 คน
  • ฝ่ายบัญชีโทรออกพร้อมกัน 1 คน
  • ต้องการเหลือช่องสำหรับรับสายลูกค้า 1 สาย

ดังนั้นต้องเตรียม

2 + 1 + 1 = 4 สายนอก

สำนักงานแห่งนี้ควรพิจารณาระบบที่รองรับสายนอกอย่างน้อย 4 วงจร

เนื่องจาก Panasonic KX-TES824 พื้นฐานมี 3 สายนอก จึงต้องตรวจสอบการติดตั้งการ์ดขยายที่เหมาะสมเพื่อเพิ่มความจุ

อย่างไรก็ตาม ตัวอย่างนี้เป็นการวางแผนจากจำนวนสายพร้อมกันที่ต้องการรับประกัน หากต้องการออกแบบจากปริมาณการโทรเฉลี่ยและโอกาสสายไม่ว่าง ควรใช้ข้อมูล Traffic และวิธีคำนวณทางโทรคมนาคมประกอบ

④ ตัวอย่างสำนักงาน 8 เบอร์ภายใน ควรใช้กี่สายนอก

สำนักงานขนาดเล็กที่มีโทรศัพท์ภายใน 8 เครื่อง อาจใช้งานสายนอกเริ่มต้น 3 สายได้อย่างเหมาะสม หากปริมาณการโทรไม่ได้สูงมาก

ตัวอย่างสำนักงาน

แผนกเบอร์ภายในการใช้งาน
ประชาสัมพันธ์1รับสายลูกค้า
ฝ่ายขาย3โทรออกและรับสาย
บัญชี2ติดต่อคู่ค้า
ผู้จัดการ1ติดต่อภายนอก
ห้องประชุม1โทรเป็นครั้งคราว
รวม8

ตัวอย่างการจัดสรร 3 สายนอก

  • CO1 รองรับสายเรียกเข้าจากลูกค้า
  • CO2 ใช้สำหรับติดต่อภายนอก
  • CO3 ใช้เป็นวงจรร่วมสำหรับสายเรียกเข้าและโทรออก

การกำหนดดังกล่าวเป็นตัวอย่างเชิงนโยบาย ไม่ใช่การแบ่งวงจรถาวรโดยอัตโนมัติ ต้องตั้งค่าการรับสายและสิทธิ์ใช้สายนอกให้ตรงกับความต้องการ

คำแนะนำ: หากสำนักงานมีผู้โทรเข้าติดต่อเป็นจำนวนมาก ควรบันทึกสถิติการโทรก่อนสรุปว่าสายนอก 3 สายเพียงพอ

⑤ สำนักงาน 16 เบอร์ภายใน ควรใช้สายนอกกี่คู่

สำนักงาน 16 เบอร์ภายในมีขนาดใหญ่ขึ้น และอาจมีการโทรเข้าโทรออกพร้อมกันมากกว่าสำนักงานขนาดเล็ก

แต่ไม่สามารถสรุปได้ว่าต้องใช้ 5 หรือ 6 สายนอกทุกแห่ง

ตัวอย่างสำนักงาน 16 เบอร์

แผนกจำนวนเบอร์
ฝ่ายขาย6
ประชาสัมพันธ์2
บัญชี2
ธุรการ2
ผู้บริหาร2
คลังสินค้า2
รวม16

สมมุติว่าช่วงเวลาเร่งด่วนมีความต้องการดังนี้

  • ฝ่ายขายต้องโทรออกพร้อมกัน 3 สาย
  • ประชาสัมพันธ์ต้องรับสายพร้อมกัน 2 สาย

หากต้องการรองรับการสนทนาทั้งหมดพร้อมกันโดยไม่แย่งวงจร ควรมีอย่างน้อย 5 สายนอก

ตู้ Panasonic KX-TES824 ที่ติดตั้งการ์ด KX-TE82480 ตามรูปแบบที่รองรับ สามารถมีความจุ 5 สายนอก และ 16 เบอร์ภายในได้

หากมีความต้องการมากกว่านี้ อาจพิจารณารูปแบบ 6 สายนอกตามการ์ดขยายที่รองรับ

⑥ สำนักงาน 24 เบอร์ภายใน ต้องใช้สายนอก 8 คู่หรือไม่

ไม่จำเป็นต้องติดตั้ง 8 สายนอกเสมอไป แม้ระบบจะรองรับ 24 เบอร์ภายในก็ตาม

จำนวนสายนอกควรอ้างอิงจากปริมาณการใช้งานจริง

ตัวอย่างเปรียบเทียบ

ลักษณะธุรกิจจำนวนเบอร์ภายในแนวทางประเมิน CO
สำนักงานธุรการ24อาจเริ่มประเมิน 3–5 สาย
สำนักงานฝ่ายขาย24อาจต้องประเมิน 5–8 สาย
บริษัทที่รับสายลูกค้าจำนวนมาก24ต้องวิเคราะห์ปริมาณสายเรียกเข้า
โรงแรมขนาดเล็ก24ขึ้นอยู่กับรูปแบบการใช้โทรศัพท์ของแขก

ตัวเลขในตารางเป็นช่วงสำหรับเริ่มสำรวจเท่านั้น ไม่ใช่ขนาดระบบที่รับประกันว่าเพียงพอสำหรับธุรกิจแต่ละประเภท

หากมีปริมาณการโทรภายนอกพร้อมกันเกิน 8 สายอย่างต่อเนื่อง Panasonic KX-TES824 อาจไม่เหมาะสม ควรประเมินตู้สาขาที่รองรับจำนวนช่องสัญญาณมากกว่า

⑦ วิธีคำนวณจากจำนวนการโทรในช่วงเวลาเร่งด่วน

สำหรับสำนักงานที่มีสายเรียกเข้าจำนวนมาก การวิเคราะห์ปริมาณการโทรจะช่วยให้เลือกจำนวนสายนอกได้แม่นยำกว่าการคาดเดาจากจำนวนพนักงาน

ข้อมูลที่ควรเก็บ ได้แก่

  1. จำนวนการโทรเข้าต่อชั่วโมง
  2. จำนวนการโทรออกต่อชั่วโมง
  3. ระยะเวลาสนทนาเฉลี่ย
  4. จำนวนการโทรพร้อมกันสูงสุด
  5. จำนวนครั้งที่ลูกค้าโทรแล้วพบว่าสายไม่ว่าง
  6. ช่วงเวลาที่มีการใช้งานสูงสุด

ตัวอย่างการคำนวณ Traffic แบบ Erlang

สมมุติว่าในชั่วโมงเร่งด่วน สำนักงานมีการสนทนาภายนอกทั้งหมด 30 ครั้ง และแต่ละครั้งใช้เวลาเฉลี่ย 4 นาที

ปริมาณการใช้งานคำนวณได้ดังนี้

Traffic (Erlang) = จำนวนการโทร × เวลาสนทนาเฉลี่ยเป็นนาที ÷ 60

30 × 4 ÷ 60 = 2 Erlang

ผลลัพธ์ 2 Erlang หมายถึงภาระการใช้งานเฉลี่ยเทียบเท่าวงจรที่ถูกใช้งานเต็มเวลา 2 วงจรในหนึ่งชั่วโมง ไม่ได้หมายความว่าใช้ CO เพียง 2 สายแล้วจะไม่มีสายไม่ว่าง

ในการออกแบบระบบโทรศัพท์ ควรใช้แบบจำลอง Erlang B เพื่อประเมินโอกาสที่การโทรครั้งใหม่จะไม่สามารถใช้สายนอกได้ เพราะทุกวงจรกำลังถูกใช้งานอยู่

ตัวอย่างผลคำนวณ Erlang B ที่ Traffic 2 Erlang

จำนวน COโอกาสที่สายไม่ว่างโดยประมาณ
321.1%
49.5%
53.7%
61.2%
70.35%

ตัวเลขนี้เป็นผลทางทฤษฎี ภายใต้สมมุติฐานของ Erlang B เช่น การโทรที่เข้ามาแล้วไม่มีวงจรว่างจะไม่รอคิว และรูปแบบการโทรสอดคล้องกับแบบจำลอง

ดังนั้น สำหรับปริมาณ 2 Erlang หากกำหนดเป้าหมายให้โอกาสสายไม่ว่างต่ำกว่า 2% จะต้องเตรียมอย่างน้อย 6 วงจรตามตัวอย่างนี้

การใช้งานจริงอาจแตกต่างออกไปเมื่อมีระบบรอสาย การโทรซ้ำ การจัดกลุ่ม CO หรือข้อจำกัดจากผู้ให้บริการ

⑧ วิธีเลือกจำนวนสายนอกให้เหมาะกับฝ่ายขาย

ฝ่ายขายมักเป็นแผนกที่ใช้โทรศัพท์ภายนอกจำนวนมาก โดยเฉพาะธุรกิจที่ติดต่อหาลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

สิ่งที่ควรตรวจสอบ

  • จำนวนพนักงานฝ่ายขาย
  • จำนวนคนที่โทรออกพร้อมกันจริง
  • ระยะเวลาการสนทนาเฉลี่ย
  • เวลาที่มีการโทรหนาแน่น
  • ความจำเป็นในการรับสายกลับจากลูกค้า
  • นโยบายสำรองวงจรเพื่อให้ลูกค้าโทรเข้าได้

ตัวอย่างเช่น ฝ่ายขายมีพนักงาน 8 คน แต่มีการโทรออกพร้อมกันสูงสุด 5 คน

หากต้องการรับสายลูกค้าเพิ่มได้อีก 2 สายโดยไม่แย่งวงจร ควรเตรียมอย่างน้อย 7 สายนอก

อย่างไรก็ตาม หากต้องการใช้จำนวน CO น้อยลง ต้องยอมรับความเป็นไปได้ที่จะมีผู้ใช้งานบางรายรอวงจรว่าง

⑨ จำนวนสายนอกสำหรับสำนักงานที่เน้นรับสายลูกค้า

บริษัทที่ให้บริการลูกค้าหรือมีงานประชาสัมพันธ์เป็นหลัก ต้องให้ความสำคัญกับจำนวนสายเรียกเข้าพร้อมกัน

หากลูกค้าโทรเข้ามาขณะที่ทุกวงจร CO ถูกใช้งานอยู่ ลูกค้าอาจได้รับสัญญาณไม่ว่างหรือถูกจัดการตามบริการของผู้ให้บริการ

แนวทางวางแผน

  1. ตรวจจำนวนลูกค้าที่โทรเข้าช่วงเวลาเร่งด่วน
  2. ตรวจระยะเวลาที่พนักงานใช้สนทนา
  3. ประเมินความเสียหายจากการรับสายไม่ได้
  4. กำหนดระดับโอกาสสายไม่ว่างที่ยอมรับได้
  5. คำนวณจำนวน CO ที่ต้องใช้
  6. ทดสอบการโทรเข้าพร้อมกันหลังติดตั้ง

ควรแยกความหมายระหว่างจำนวนพนักงานรับสายกับจำนวนวงจร CO เพราะแม้มีพนักงานรับสายหลายคน แต่หากจำนวน CO ไม่เพียงพอ ก็ไม่สามารถรับการโทรภายนอกพร้อมกันเกินความจุของวงจรได้

⑩ การ์ดขยายสายนอก Panasonic KX-TES824 มีรุ่นอะไรบ้าง

หากสายนอกพื้นฐาน 3 วงจรไม่เพียงพอ สามารถติดตั้งการ์ดขยายที่รองรับตามคู่มือได้

รุ่นการ์ดขยายที่สำคัญ

รุ่นการ์ดเพิ่ม COเพิ่ม Extension
KX-TE8248028 SLT
KX-TE8248338 Hybrid
KX-TE8247408 SLT

KX-TE82480 เหมาะกับงานแบบไหน

เหมาะกับระบบที่ต้องเพิ่มสายนอก 2 วงจร พร้อมเพิ่มพอร์ตโทรศัพท์แอนะล็อกอีก 8 พอร์ต

KX-TE82483 เหมาะกับงานแบบไหน

เหมาะกับระบบที่ต้องเพิ่มสายนอก 3 วงจร พร้อมเพิ่มพอร์ตภายในแบบ Hybrid อีก 8 พอร์ต

KX-TE82474 ใช้เพิ่ม CO ได้หรือไม่

ไม่ได้ เพราะเป็นการ์ดสำหรับเพิ่มพอร์ตโทรศัพท์ภายในแบบ SLT จำนวน 8 พอร์ต ไม่มีพอร์ต CO เพิ่มเติม

ก่อนสั่งซื้อการ์ด ควรตรวจสอบตำแหน่งติดตั้ง รูปแบบการใช้งานร่วมกับการ์ดอื่น และความเข้ากันได้กับเครื่องจริงทุกครั้ง

⑪ วิธีตรวจจำนวนสายนอกที่ติดตั้งอยู่ในตู้

สำหรับตู้ Panasonic KX-TES824 ที่ใช้งานแล้ว สามารถตรวจสอบจำนวนสายนอกที่มีอยู่ได้โดยเริ่มจากข้อมูลอุปกรณ์และการตั้งค่าระบบ

ขั้นตอนตรวจสอบ

  1. ตรวจสอบรุ่นตู้ว่าเป็น KX-TES824
  2. ตรวจสอบเอกสารการติดตั้งเดิม
  3. ตรวจสอบว่ามีการ์ดขยาย CO รุ่นใด
  4. ตรวจจำนวนพอร์ต CO ที่มีอยู่
  5. ตรวจจำนวนวงจรที่เชื่อมต่อจริง
  6. ตรวจว่าสายนอกใดถูกเปิดใช้งานในโปรแกรม
  7. ทดสอบการโทรเข้าและโทรออกแต่ละวงจร

ข้อควรระวัง: พอร์ต CO ที่มีอยู่ไม่ได้หมายความว่ามีบริการสายนอกเชื่อมต่ออยู่ทุกพอร์ต และการเปิดฝาตู้เพื่อตรวจการ์ดต้องปฏิบัติตามคู่มือและข้อกำหนดด้านความปลอดภัย

⑫ วิธีตรวจสอบสายนอกจากผู้ให้บริการก่อนต่อเข้าตู้

ก่อนเชื่อมต่อสายนอกเข้ากับ KX-TES824 ต้องตรวจสอบว่าวงจรจากผู้ให้บริการเป็นสัญญาณโทรศัพท์แอนะล็อกที่เข้ากันได้

ขั้นตอนตรวจสอบเบื้องต้น

  1. ตรวจสอบประเภทบริการโทรศัพท์
  2. ตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ที่ได้รับ
  3. ตรวจสอบจำนวนช่องสัญญาณที่รองรับพร้อมกัน
  4. ตรวจสอบพอร์ตหรือคู่สายที่ส่งมอบ
  5. ให้ช่างทดสอบการโทรออกและรับสายด้วยอุปกรณ์ที่เหมาะสม
  6. บันทึกหมายเลขให้สัมพันธ์กับพอร์ต CO
  7. ตรวจสอบระบบป้องกันไฟกระชากและสายดิน

ไม่ควรนำสายจากอุปกรณ์ที่ไม่ทราบชนิดสัญญาณมาเสียบเข้าพอร์ต CO โดยตรง เพราะอาจทำให้อุปกรณ์เสียหายได้

⑬ ใช้พอร์ต TEL ของ ONT เป็นสายนอก CO ได้หรือไม่

สามารถทำได้ในกรณีที่พอร์ต TEL ของ ONT จ่ายสัญญาณโทรศัพท์แอนะล็อกแบบ FXS และเข้ากันได้กับพอร์ต CO ของ KX-TES824

ตัวอย่างการเชื่อมต่อ

ONT พอร์ต TEL → สายโทรศัพท์ → พอร์ต CO ของ Panasonic KX-TES824

สิ่งที่ต้องตรวจสอบ

  • พอร์ต TEL มีบริการโทรศัพท์เปิดใช้งานแล้วหรือไม่
  • โทรออกและรับสายด้วยโทรศัพท์แอนะล็อกได้หรือไม่
  • ผู้ให้บริการรองรับจำนวนการโทรพร้อมกันเท่าใด
  • มีปัญหาเกี่ยวกับการตรวจจับสัญญาณวางสายหรือไม่
  • มีระบบสำรองไฟสำหรับ ONT หรือไม่

หาก ONT มีพอร์ต TEL เพียง 1 พอร์ต ไม่ได้หมายความว่าสามารถต่อแยกเข้าหลายพอร์ต CO แล้วเพิ่มจำนวนการโทรพร้อมกันได้

การเพิ่มจำนวนช่องสัญญาณต้องอาศัยความสามารถของอุปกรณ์และบริการจากผู้ให้บริการจริง

⑭ ใช้ VoIP Gateway เพิ่มสายนอก Panasonic KX-TES824 ได้ไหม

สามารถเชื่อมต่อ Panasonic KX-TES824 กับระบบ VoIP ผ่าน Gateway ที่เหมาะสมได้

สำหรับการส่งสัญญาณโทรศัพท์เข้าสู่พอร์ต CO ของ KX-TES824 ฝั่ง Gateway ต้องให้สัญญาณโทรศัพท์แอนะล็อกแบบ FXS ที่เข้ากันได้

ตัวอย่างระบบ

ผู้ให้บริการ SIP → VoIP Gateway ที่มีพอร์ต FXS → Panasonic KX-TES824 พอร์ต CO → โทรศัพท์ภายใน

สิ่งที่ต้องพิจารณา

  1. จำนวนพอร์ต FXS ของ Gateway
  2. จำนวน SIP Channels ที่บริการรองรับ
  3. ความเข้ากันได้ของสัญญาณโทรศัพท์
  4. คุณภาพเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
  5. ความล่าช้าและคุณภาพเสียง
  6. ระบบสำรองไฟ
  7. การตรวจจับการวางสาย
  8. การส่งหมายเลข Caller ID

ข้อสำคัญ: Panasonic KX-TES824 ไม่มีพอร์ต SIP Trunk ในตัว จึงไม่สามารถต่อสาย LAN จาก Router เข้าพอร์ต CO แล้วใช้บริการ SIP ได้โดยตรง

⑮ วิธีตั้งค่าการใช้สายนอกหลังเชื่อมต่อ CO

หลังติดตั้งสายนอกแล้ว ต้องตรวจสอบและตั้งค่าระบบให้สอดคล้องกับนโยบายการใช้งาน

หัวข้อสำคัญที่ต้องตรวจสอบ ได้แก่

  • การเปิดหรือปิดการใช้งานวงจร CO
  • การกำหนดสิทธิ์โทรออกของเบอร์ภายใน
  • การจัดกลุ่มสายนอก
  • การกระจายสายเรียกเข้า
  • การเลือกวงจรสายนอกอัตโนมัติ
  • การตั้งค่าการรับสายช่วงกลางวันและกลางคืน
  • การจำกัดการโทรออกบางประเภท

วิธีเรียกใช้สายนอก

KX-TES824 รองรับการเลือกสายนอกอัตโนมัติด้วยรหัสการใช้งานที่กำหนดตาม Numbering Plan เช่น 9 หรือ 0 ขึ้นอยู่กับการตั้งค่าระบบ

ผู้ใช้อาจต้องกดรหัสเรียกสายนอกก่อนหมายเลขปลายทาง

ก่อนเปลี่ยนโปรแกรมควรสำรองหรือบันทึกการตั้งค่าเดิม และตรวจสอบคู่มือให้ตรงกับเวอร์ชันและภูมิภาคของตู้

⑯ วิธีแบ่งสายนอกให้แต่ละแผนกใช้งาน

หากองค์กรมีหลายแผนก สามารถวางแผนกำหนดสิทธิ์การใช้สายนอกให้แตกต่างกันตามความจำเป็น

ตัวอย่างแนวทาง

แผนกแนวทางการใช้งาน
ประชาสัมพันธ์รับสายลูกค้าและโอนสาย
ฝ่ายขายรับสายและโทรออกได้
บัญชีโทรออกตามสิทธิ์ที่กำหนด
คลังสินค้าเน้นโทรภายในและโทรออกที่จำเป็น
ผู้บริหารใช้วงจร CO ตามนโยบายพิเศษ

การแบ่งสิทธิ์ไม่จำเป็นต้องกำหนด CO หนึ่งสายต่อหนึ่งแผนกเสมอไป เพราะการใช้วงจรร่วมกันอาจช่วยให้ใช้ความจุของระบบได้คุ้มค่ากว่า

ควรใช้ฟังก์ชันการกำหนดสิทธิ์และกลุ่มสายนอกตามความสามารถที่คู่มือรองรับ

⑰ สายนอกเต็มทุกคู่ โทรออกไม่ได้ เกิดจากอะไร

หากโทรศัพท์ภายในมีสัญญาณ แต่ไม่สามารถโทรออกภายนอกได้ สาเหตุหนึ่งอาจเกิดจากวงจร CO ทั้งหมดกำลังถูกใช้งานอยู่

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรสรุปทันทีว่าเป็นปัญหาสายนอกไม่เพียงพอ

สาเหตุที่ควรตรวจสอบ

  1. สายนอกทุกวงจรกำลังใช้งาน
  2. บางพอร์ต CO ไม่มีบริการโทรศัพท์
  3. สายโทรศัพท์ภายนอกขาดหรือหลุด
  4. ตั้งค่าสิทธิ์โทรออกไม่ถูกต้อง
  5. ตั้งค่ากลุ่ม CO ไม่ตรงกับการใช้งาน
  6. มีปัญหาการตรวจจับการวางสาย
  7. อุปกรณ์ ONT หรือ Gateway ขัดข้อง
  8. บริการของผู้ให้บริการมีปัญหา

แนวทางตรวจสอบ

เริ่มจากตรวจสถานะวงจร CO และทดสอบการโทรทีละสาย จากนั้นตรวจสิทธิ์โทรออกและอุปกรณ์ต้นทางตามลำดับ

หากยืนยันได้ว่าทุกวงจรถูกใช้งานจริงในช่วงเวลาเร่งด่วนบ่อยครั้ง จึงควรประเมินการเพิ่มสายนอกหรือปรับระบบโทรศัพท์

⑱ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการเลือกจำนวน CO

1. คิดว่าสำนักงาน 16 เบอร์ต้องใช้ 16 สายนอก

ไม่ถูกต้อง เพราะจำนวนเบอร์ภายในกับจำนวนสายนอกเป็นคนละส่วนของระบบ

2. เลือกจำนวน CO ตามจำนวนหมายเลขโทรศัพท์

หมายเลขโทรศัพท์หนึ่งหมายเลขอาจรองรับช่องสัญญาณได้ต่างกันตามบริการ ขณะที่วงจรแอนะล็อกหนึ่งวงจรโดยทั่วไปใช้สนทนาได้หนึ่งสายพร้อมกัน

3. ไม่สำรวจช่วงเวลาเร่งด่วน

ทำให้ประเมินจำนวน CO ต่ำกว่าการใช้งานจริง

4. ไม่ตรวจการ์ดขยาย

อาจซื้อสายนอกเพิ่มจากผู้ให้บริการแล้วพบว่าตู้ไม่มีพอร์ต CO ว่าง

5. ไม่ตรวจประเภทบริการโทรศัพท์

อาจเข้าใจผิดว่าสามารถต่อ SIP Trunk หรือสาย LAN เข้าพอร์ต CO ได้โดยตรง

6. ไม่ทดสอบการโทรพร้อมกัน

แม้โทรทีละสายได้ แต่ยังอาจพบข้อจำกัดเมื่อมีหลายคนใช้งานพร้อมกัน

⑲ เช็กลิสต์ก่อนตัดสินใจว่าจะใช้สายนอกกี่คู่

  • ตรวจจำนวนเบอร์ภายในทั้งหมด
  • ตรวจจำนวนคนที่โทรออกพร้อมกัน
  • ตรวจจำนวนสายเรียกเข้าพร้อมกัน
  • ตรวจช่วงเวลาเร่งด่วน
  • ตรวจระยะเวลาสนทนาเฉลี่ย
  • กำหนดระดับโอกาสสายไม่ว่างที่ยอมรับได้
  • ตรวจจำนวนสายนอกที่ใช้อยู่
  • ตรวจจำนวนพอร์ต CO ที่มี
  • ตรวจรุ่นการ์ดขยาย
  • ตรวจจำนวนช่องสัญญาณจากผู้ให้บริการ
  • ตรวจระบบ ONT หรือ VoIP Gateway
  • ตรวจความจำเป็นในการสำรองวงจร
  • ทดสอบการโทรพร้อมกันก่อนส่งมอบงาน

⑳ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสายนอก Panasonic KX-TES824

Panasonic KX-TES824 มีสายนอกมาให้กี่สาย?

ตัวเครื่องพื้นฐานมีพอร์ต CO จำนวน 3 พอร์ต แต่ต้องมีวงจรจากผู้ให้บริการเชื่อมต่อเข้ามาจึงจะใช้งานโทรศัพท์ภายนอกได้

Panasonic KX-TES824 เพิ่มสายนอกได้สูงสุดเท่าไร?

รองรับได้สูงสุด 8 สายนอก เมื่อใช้รูปแบบการขยายที่รองรับตามคู่มือติดตั้ง

มีเบอร์ภายใน 16 เบอร์ ใช้สายนอก 3 สายได้ไหม?

ได้ หากลักษณะการใช้งานและจำนวนการโทรพร้อมกันไม่เกินความจุที่ยอมรับได้ แต่หากมีการโทรพร้อมกันบ่อยควรประเมินเพิ่มสายนอก

Panasonic KX-TES824 ใช้สายนอก 4 คู่ได้ไหม?

สามารถเชื่อมต่อบริการสายนอก 4 วงจรได้เมื่อมีการขยายพอร์ต CO ให้เพียงพอและกำหนดค่าระบบถูกต้อง อย่างไรก็ตาม การ์ดที่ใช้เพิ่มพอร์ตอาจทำให้เครื่องมีความจุทางกายภาพ 5 หรือ 6 พอร์ต แม้เชื่อมต่อใช้งานจริงเพียง 4 วงจรก็ตาม

มีสายนอก 3 สาย โทรออกพร้อมกันได้กี่คน?

สำหรับวงจร CO แอนะล็อกทั่วไปที่ใช้งานได้ครบ 3 วงจร สามารถรองรับการสนทนาภายนอกพร้อมกันได้ 3 สาย โดยต้องไม่มีวงจรใดถูกใช้งานอยู่ก่อนและการตั้งค่าสิทธิ์อนุญาต

เพิ่มการ์ด CO แล้วต้องตั้งค่าโปรแกรมหรือไม่?

ต้องตรวจสอบการตั้งค่าที่เกี่ยวข้องกับการเปิดใช้งาน CO การรับสาย การโทรออก และการจัดกลุ่มสายนอก เพื่อให้การ์ดและวงจรใหม่ทำงานตรงตามความต้องการ

ถ้าต้องการรับสายพร้อมกันมากกว่า 8 สายทำอย่างไร?

ควรพิจารณาระบบตู้สาขารุ่นอื่นหรือ IP PBX ที่รองรับจำนวนช่องสัญญาณมากกว่า 8 ช่อง แทนการพยายามขยาย KX-TES824 เกินขีดจำกัดของรุ่น

㉑ สรุป Panasonic KX-TES824 ต้องใช้สายนอกกี่คู่จึงเหมาะสม

การเลือกจำนวนสายนอกของ Panasonic KX-TES824 ต้องพิจารณาจากจำนวนการสนทนาภายนอกพร้อมกันเป็นหลัก ไม่ใช่พิจารณาเฉพาะจำนวนเบอร์ภายในหรือจำนวนพนักงาน

ตู้พื้นฐานรองรับ 3 สายนอก และสามารถขยายได้สูงสุด 8 สายตามรูปแบบการ์ดที่รองรับ

สำนักงานขนาดเล็กอาจเริ่มจากความจุพื้นฐานได้ ขณะที่สำนักงานฝ่ายขายหรือธุรกิจที่มีสายเรียกเข้าจำนวนมากควรใช้ข้อมูลชั่วโมงเร่งด่วนประกอบการคำนวณ เพื่อป้องกันปัญหาสายไม่ว่างและลดโอกาสพลาดการติดต่อจากลูกค้า

ComSiam แนะนำให้สำรวจจำนวนการโทรพร้อมกัน ตรวจความจุพอร์ต CO ตรวจบริการจากผู้ให้บริการ และจัดทำแผนผังวงจรให้ครบถ้วนก่อนติดตั้ง การวางแผนที่ถูกต้องตั้งแต่ต้นจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการขยายระบบและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานโทรศัพท์ภายในองค์กรในระยะยาว