วิธีตั้ง Dial Mode ตู้ KX-TES824 เลือก Tone หรือ Pulse ให้ถูกต้อง

วิธีตั้ง Dial Mode ตู้ Panasonic KX-TES824 ให้เลือก Tone หรือ Pulse ได้ถูกต้อง ใช้โปรแกรม 401 หรือ Dial Mode โดยเข้า System Programming ผ่านโทรศัพท์ KX-T7730 จากนั้นเลือกหมายเลขสายนอก CO Line ที่ต้องการ กำหนดโหมดเป็น DTMF (Tone), Pulse หรือ Call Block ตามประเภทสัญญาณของผู้ให้บริการ แล้วกด STORE เพื่อบันทึก

หากตู้ KX-TES824 มีเสียงสัญญาณสายนอกตามปกติ แต่เมื่อกดหมายเลขโทรศัพท์แล้วไม่สามารถโทรออกได้ หนึ่งในสาเหตุที่ควรตรวจสอบคือ Dial Mode ของ CO Line ไม่ตรงกับสัญญาณที่ผู้ให้บริการหรืออุปกรณ์ Voice Gateway รองรับ

ตัวอย่างเช่น สำนักงานเชื่อมต่อคู่สายอนาล็อกจาก Router หรืออุปกรณ์แปลงสัญญาณโทรศัพท์เข้าพอร์ต CO 1 แต่ตั้ง Dial Mode เป็น Pulse ทั้งที่อุปกรณ์ต้นทางรองรับการรับหมายเลขแบบ DTMF เท่านั้น อาจทำให้เลือกสายนอกได้แต่หมายเลขที่กดไม่ถูกส่งออกอย่างถูกต้อง

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรเปลี่ยนทุก CO Line เป็น Tone ทันทีโดยไม่ตรวจสอบ เพราะบางระบบยังอาจใช้ Pulse หรือมีเงื่อนไขจากระบบโทรศัพท์ต้นทางที่แตกต่างกัน

บทความนี้ ComSiam จะอธิบายความแตกต่างระหว่าง Tone และ Pulse วิธีตั้งโปรแกรม 401 ผ่าน KX-T7730 วิธีตรวจ Pulse Speed โปรแกรม 402 การแปลง Pulse เป็น Tone และขั้นตอนแก้ปัญหาเมื่อ KX-TES824 กดหมายเลขแล้วโทรออกไม่ได้ พร้อมตัวอย่างการตั้งค่าที่นำไปใช้ตรวจสอบหน้างานได้จริง

① วิธีตั้ง Dial Mode KX-TES824 แบบรวดเร็ว

หากทราบแล้วว่าคู่สายภายนอกต้องใช้ DTMF หรือ Pulse ให้ดำเนินการดังนี้

① ตรวจสอบหมายเลข CO Line ที่มีปัญหา

② ตรวจสอบประเภทสัญญาณที่ผู้ให้บริการรองรับ

③ Backup ค่าโปรแกรมเดิม

④ ใช้โทรศัพท์ KX-T7730 ที่ Extension Jack 01

⑤ วางหูโทรศัพท์แล้วกด PROGRAM

⑥ กด * ตามด้วย #

⑦ ป้อน System Password ปัจจุบัน

⑧ กดรหัสโปรแกรม 401

⑨ กด NEXT หรือ SP-PHONE

⑩ เลือกหมายเลข CO Line เช่น 1

⑪ ตรวจค่า Dial Mode ปัจจุบัน

⑫ กด SELECT เพื่อเลือก DTMF, Pulse หรือ Call Block

⑬ กด AUTO DIAL/STORE เพื่อบันทึก

⑭ อ่านค่าที่บันทึกกลับอีกครั้ง

⑮ ออกจาก System Programming

⑯ เลือก CO Line ที่ตั้งค่าแล้วโดยตรง

⑰ ทดลองโทรออกไปยังหมายเลขที่ได้รับอนุญาต

⑱ ตรวจสอบว่าส่งหมายเลขและสนทนาได้ตามปกติ

ลำดับสำคัญ: PROGRAM → * → # → Password → 401 → NEXT → CO Line → SELECT → STORE

การกำหนด Dial Mode ทำเป็นราย CO Line ได้ ไม่จำเป็นต้องใช้ค่าเดียวกันทุกสายนอก

② Dial Mode ของ KX-TES824 คืออะไร?

Dial Mode คือรูปแบบสัญญาณที่ตู้สาขาใช้ส่งหมายเลขโทรศัพท์ออกไปยังสายนอก

หลังจาก Extension เลือก CO Line แล้ว ตู้ต้องส่งตัวเลขที่ผู้ใช้กดไปยังเครือข่ายโทรศัพท์ภายนอกในรูปแบบที่ปลายทางเข้าใจ

KX-TES824 รองรับการตั้งค่า Dial Mode ของแต่ละ CO Line ผ่านโปรแกรม 401

ทำไม Dial Mode จึงสำคัญ?

หากรูปแบบการส่งหมายเลขไม่ตรงกับคู่สายหรืออุปกรณ์ต้นทาง อาจเกิดอาการดังนี้

  • เลือกสายนอกได้ แต่กดหมายเลขแล้วไม่โทรออก
  • ได้ยิน Dial Tone แต่ไม่มีการตอบสนองหลังจากกดตัวเลข
  • กดหมายเลขแล้วปลายทางไม่เชื่อมต่อ
  • ระบบโทรศัพท์ต้นทางไม่รับหมายเลข
  • โทรออกบางคู่สายได้ แต่บางคู่สายไม่ได้

อย่างไรก็ตาม อาการเหล่านี้อาจเกิดจากปัจจัยอื่นได้เช่นกัน เช่น สิทธิ์โทรออก คู่สายเสีย หรือการตั้งค่า Gateway

จึงต้องตรวจสอบหลายส่วนประกอบกัน

③ Tone หรือ DTMF คืออะไร?

Tone Dialling คือการส่งหมายเลขด้วยสัญญาณเสียงหลายความถี่

ชื่อทางเทคนิคคือ DTMF (Dual-Tone Multi-Frequency)

เมื่อกดปุ่มตัวเลขบนโทรศัพท์ ระบบจะส่งสัญญาณเสียงที่ประกอบด้วยความถี่สองชุดสำหรับแต่ละปุ่ม

ตัวอย่าง

เมื่อกดหมายเลข 1, 2 และ 3 จะมีการส่งสัญญาณ DTMF ตามลำดับ

อุปกรณ์โทรศัพท์ต้นทางที่รองรับจะรับสัญญาณเหล่านี้และนำไปใช้ประมวลผลหมายเลขปลายทาง

ข้อดีของ DTMF

① ส่งหมายเลขได้รวดเร็ว

② ใช้งานกับระบบโทรศัพท์สมัยใหม่จำนวนมาก

③ รองรับระบบตอบรับอัตโนมัติที่ตรวจจับเสียงกดปุ่ม

④ เหมาะกับ Analog Gateway ที่รองรับ DTMF

⑤ ใช้กับบริการ IVR และระบบกดเมนูได้ตามข้อกำหนดของบริการ

ตัวอย่างการใช้งาน

สำนักงานใช้ Router Fiber ที่มีพอร์ต Phone แบบอนาล็อก และต่อเข้าพอร์ต CO ของ KX-TES824

หากพอร์ต Phone ดังกล่าวรองรับ DTMF และกำหนดให้รับหมายเลขแบบ Tone ควรตั้ง Dial Mode ให้สอดคล้องกัน

④ Pulse Dialling คืออะไร?

Pulse Dialling คือการส่งหมายเลขโทรศัพท์ด้วยจังหวะการตัดต่อวงจรเป็นพัลส์

ระบบนี้มีพื้นฐานมาจากโทรศัพท์แบบหมุนหน้าปัดในอดีต

หลักการ

เมื่อส่งตัวเลข ระบบจะสร้างจำนวนพัลส์ตามหลักการของการหมุนหมายเลข

อุปกรณ์โทรศัพท์ต้นทางต้องสามารถตรวจจับพัลส์ดังกล่าวได้

ตัวอย่าง

หมายเลขต่าง ๆ ถูกแทนด้วยจำนวนพัลส์ตามระบบ Pulse Dialling

โดยเลข 0 มีรูปแบบการส่งตามมาตรฐานการนับพัลส์ ไม่ใช่การส่งเสียง DTMF แบบโทรศัพท์ Tone

ข้อจำกัดของ Pulse

① ส่งหมายเลขช้ากว่า DTMF

② อุปกรณ์สมัยใหม่บางประเภทไม่รองรับ

③ อาจมีปัญหากับ Analog Gateway ที่รับเฉพาะ Tone

④ การใช้งานเมนู IVR อาจต้องแปลงเป็น DTMF

⑤ ต้องตรวจความเร็ว Pulse ให้ตรงกับอุปกรณ์ต้นทาง

Pulse ยังใช้ได้ไหม?

ใช้ได้เฉพาะเมื่อบริการโทรศัพท์หรืออุปกรณ์ต้นทางรองรับ

ไม่ควรสมมุติว่าคู่สายอนาล็อกทุกเส้นในปัจจุบันรองรับ Pulse Dialling

⑤ Tone กับ Pulse ต่างกันอย่างไร?

รายการTone / DTMFPulse
รูปแบบสัญญาณเสียงหลายความถี่จังหวะพัลส์
ความเร็วส่งหมายเลขโดยทั่วไปเร็วกว่าโดยทั่วไปช้ากว่า
อุปกรณ์ที่พบระบบโทรศัพท์สมัยใหม่ระบบรุ่นเก่าบางประเภท
ระบบ IVRใช้งานได้เมื่อบริการรองรับอาจต้องแปลงเป็น Tone
โปรแกรม KX-TES824401401
การตั้งความเร็ว Pulseไม่ใช้โปรแกรม 402ใช้โปรแกรม 402 เมื่อจำเป็น
การตรวจความยาวเสียงอาจเกี่ยวข้องกับ 210ไม่ใช้ลักษณะเดียวกัน

ควรเลือกแบบไหนดี?

ให้เลือกตามความสามารถของผู้ให้บริการและอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยู่จริง

หากบริการรองรับ DTMF และต้องการรับหมายเลขแบบ Tone ให้เลือก DTMF

หากบริการกำหนด Pulse ให้เลือก Pulse และตรวจ Pulse Speed

หากมีเงื่อนไขสัญญาณเฉพาะเกี่ยวกับ Call Blocking ต้องตรวจคู่มือและบริการก่อนเลือกโหมดดังกล่าว

⑥ โปรแกรม 401 ของ KX-TES824 มีตัวเลือกอะไรบ้าง?

ตาม Panasonic Feature Guide โปรแกรม 401 มีชื่อว่า Dial Mode

ตัวเลือกหลัก ได้แก่

1. DTMF

ส่งหมายเลขผ่านสายนอกด้วยสัญญาณ Tone

2. Pulse

ส่งหมายเลขผ่านสายนอกด้วยพัลส์

3. Call Block

ใช้สำหรับเงื่อนไขบริการที่กำหนดให้ส่ง Pulse แม้อุปกรณ์ต้นทางจะรองรับทั้ง DTMF และ Pulse

ตารางการเลือก

โหมดลักษณะการส่งหมายเลขเหมาะกับ
DTMFสัญญาณ Toneบริการที่กำหนด Tone
Pulseสัญญาณพัลส์บริการที่กำหนด Pulse
Call Blockส่ง Pulse ตามเงื่อนไขของโหมดคู่สายที่มีข้อกำหนดเฉพาะ

ข้อควรระวัง

Call Block ไม่ใช่ฟังก์ชันสำหรับห้ามพนักงานโทรออกทุกหมายเลข

และไม่ใช่ระบบ Toll Restriction

หากต้องการจำกัดสิทธิ์การโทรของพนักงาน ต้องตรวจโปรแกรม 405–407 หรือระบบ TRS ตามวัตถุประสงค์

⑦ ควรตั้ง DTMF หรือ Pulse เมื่อใช้ Router Fiber?

สำนักงานจำนวนมากใช้บริการโทรศัพท์ผ่าน Internet Router หรือ Voice Gateway ที่มีพอร์ต Phone

อุปกรณ์เหล่านี้อาจแปลงบริการโทรศัพท์ผ่านเครือข่าย IP ให้เป็นสัญญาณอนาล็อกสำหรับตู้สาขา

สิ่งที่ต้องตรวจสอบ

① Router มีพอร์ต Phone หรือ FXS ที่ใช้งานกับคู่สายอนาล็อกหรือไม่

② พอร์ตนั้นรองรับ DTMF หรือไม่

③ มีการรองรับ Pulse Dialling หรือไม่

④ ผู้ให้บริการกำหนดรูปแบบการส่งหมายเลขอย่างไร

⑤ มีรหัสหรือ Prefix ที่ต้องกดเพิ่มเติมหรือไม่

⑥ อุปกรณ์ต้นทางรับ DTMF ผ่านรูปแบบใดภายในระบบของตน

กรณีที่พบบ่อย

หาก Gateway รองรับการรับหมายเลขด้วย DTMF แต่ไม่รองรับ Pulse การตั้ง CO Line เป็น Pulse อาจทำให้กดหมายเลขแล้วโทรออกไม่ได้

แนวทาง

ควรตรวจคู่มือ Gateway และทดสอบบริการจริงก่อนตั้งค่า

ห้ามต่อสาย LAN จากพอร์ต Ethernet เข้าพอร์ต CO ของ KX-TES824 โดยตรง เพราะพอร์ต CO ออกแบบมาสำหรับสัญญาณโทรศัพท์อนาล็อกที่เข้ากันได้

⑧ ก่อนเปลี่ยน Dial Mode ต้องตรวจอะไรบ้าง?

ไม่ควรรีบแก้โปรแกรม 401 โดยยังไม่ตรวจสอบอาการ

Checklist ก่อนตั้งค่า

① โทรศัพท์ภายในมี Dial Tone หรือไม่

② CO Line มีสัญญาณภายนอกหรือไม่

③ พอร์ต CO ถูกตั้ง Connect หรือไม่

④ Extension ได้รับสิทธิ์ใช้ CO Line หรือไม่

⑤ CO Line ที่เลือกตรงกับคู่สายที่มีปัญหาหรือไม่

⑥ รูปแบบหมายเลขที่กดถูกต้องหรือไม่

⑦ อุปกรณ์ต้นทางต้องการ DTMF หรือ Pulse

⑧ ค่าโปรแกรม 401 ปัจจุบันเป็นอะไร

⑨ มีการใช้ Host PBX หรือ Gateway เพิ่มเติมหรือไม่

⑩ มีไฟล์ Backup ก่อนแก้ไขหรือไม่

ตัวอย่าง

ถ้า CO 1 โทรออกได้ แต่ CO 2 เลือกสายได้และกดหมายเลขไม่ออก ควรตรวจโปรแกรม 401 เฉพาะ CO 2 ก่อน

ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน CO 1 ซึ่งทำงานได้ตามปกติ

⑨ วิธีตรวจ CO Line Connection ด้วยโปรแกรม 400

ก่อนแก้ Dial Mode ให้ตรวจว่า CO Line ที่มีปัญหาเปิดใช้งานอยู่

โปรแกรมที่เกี่ยวข้องคือ

400 — CO Line Connection

ค่าที่พบ

  • Connect
  • Not Connect

ตัวอย่าง

CO Lineคู่สายจริงค่า 400
CO 1มีConnect
CO 2มีConnect
CO 3ไม่มีNot Connect

ขั้นตอนตรวจสอบ

① เข้า System Programming

② กด 400

③ กด NEXT

④ เลือกหมายเลข CO Line

⑤ อ่านสถานะปัจจุบัน

⑥ เปรียบเทียบกับคู่สายจริง

⑦ หากจำเป็นจึงแก้ไขและกด STORE

ข้อควรจำ

Dial Mode ไม่สามารถทำให้ CO Line ที่ไม่มีคู่สายจริงกลับมามีสัญญาณได้

หากปัญหาเกิดจากการต่อสายหรือสถานะพอร์ต ต้องแก้ส่วนดังกล่าวก่อน

⑩ วิธีเข้า System Programming ผ่าน KX-T7730

การตั้ง Dial Mode ผ่านโทรศัพท์สามารถทำได้เมื่อใช้อุปกรณ์และสิทธิ์ที่เหมาะสม

อุปกรณ์

  • Panasonic KX-T7730
  • ตู้ Panasonic KX-TES824
  • การเชื่อมต่อกับ Extension Jack 01
  • System Password ที่ถูกต้อง

ขั้นตอน

① วางหูโทรศัพท์

② กด PROGRAM

③ กด *

④ กด #

⑤ ป้อน System Password ปัจจุบัน

⑥ รอเข้าสู่ System Programming

⑦ กดหมายเลขโปรแกรม 401

⑧ กด NEXT เพื่อเข้าสู่รายการ

รหัสผ่านเริ่มต้น

System Password สำหรับการโปรแกรมจากโรงงานโดยทั่วไปคือ 1234

หากมีการเปลี่ยนแล้ว ต้องใช้รหัสปัจจุบัน

ไม่ควรล้างค่าโรงงานเพียงเพราะไม่สามารถเข้าโปรแกรมด้วยรหัสเริ่มต้นได้

⑪ วิธีตั้ง CO Line 1 เป็น DTMF ด้วยโปรแกรม 401

สมมุติ CO 1 เชื่อมต่อกับ Voice Gateway ที่ต้องการรับหมายเลขแบบ Tone

ขั้นตอนที่ 1 เข้าโปรแกรม

กด

401

ขั้นตอนที่ 2 กด NEXT

กด SP-PHONE หรือ NEXT

ขั้นตอนที่ 3 เลือก CO Line

เลือกหมายเลข

1

ขั้นตอนที่ 4 ตรวจค่าเดิม

อ่านว่า CO 1 ถูกตั้งเป็น DTMF, Pulse หรือ Call Block

ขั้นตอนที่ 5 เลือก DTMF

กด SELECT จนแสดง

DTMF

ขั้นตอนที่ 6 บันทึก

กด AUTO DIAL/STORE

ขั้นตอนที่ 7 ตรวจค่ากลับ

อ่านค่า CO 1 อีกครั้งว่าบันทึกเป็น DTMF แล้ว

ขั้นตอนที่ 8 ออกจากโปรแกรม

ใช้ปุ่มนำทาง END และออกจาก System Programming

ขั้นตอนที่ 9 ทดสอบ

เลือก CO 1 จากโทรศัพท์ที่มีสิทธิ์ แล้วกดหมายเลขปลายทางที่ใช้ทดสอบ

ผลที่ต้องการ

  • ได้ Dial Tone
  • กดหมายเลขแล้วต้นทางรับสัญญาณได้
  • ระบบเชื่อมต่อสายไปยังหมายเลขปลายทาง
  • สามารถสนทนาได้ทั้งสองทาง

หากเลือก DTMF แล้วยังโทรออกไม่ได้ ต้องตรวจสาเหตุอื่นต่อ ไม่ควรเปลี่ยนสลับ Tone/Pulse ซ้ำโดยไม่วิเคราะห์

⑫ วิธีตั้ง CO Line 2 เป็น Pulse

หาก CO 2 เชื่อมต่อกับระบบโทรศัพท์ที่กำหนดให้ส่งหมายเลขแบบ Pulse สามารถตั้งแยกจาก CO 1 ได้

ขั้นตอน

① เข้า System Programming

② กด 401

③ กด NEXT

④ เลือก CO Line 2

⑤ ตรวจ Dial Mode เดิม

⑥ กด SELECT เลือก Pulse

⑦ กด STORE

⑧ ตรวจค่าที่บันทึก

⑨ ออกจากโปรแกรม

⑩ ทดลองโทรออกผ่าน CO 2 โดยตรง

ตัวอย่างการตั้งค่าหลายสาย

CO LineประเภทบริการDial Mode
CO 1Gateway รองรับ DTMFDTMF
CO 2ระบบที่กำหนด PulsePulse
CO 3Gateway รองรับ DTMFDTMF

ตารางนี้เป็นตัวอย่าง ไม่ใช่ค่าที่เหมาะกับสำนักงานทุกแห่ง

ข้อสำคัญ

หากใช้ Pulse ต้องตรวจความเร็วพัลส์ด้วยโปรแกรม 402 ตามความสามารถของอุปกรณ์ต้นทาง

⑬ โปรแกรม 402 Pulse Speed คืออะไร?

โปรแกรม 402 ใช้กำหนดความเร็วของการส่งหมายเลขแบบ Pulse

ตาม Feature Guide ของ Panasonic มีสองระดับ ได้แก่

  • Low Speed — 10 pps
  • High Speed — 20 pps

pps หมายถึง pulses per second หรือจำนวนพัลส์ต่อวินาที

ตารางเปรียบเทียบ

ค่าความเร็ว
Low10 pps
High20 pps

ต้องตั้งเมื่อไร?

ควรตรวจโปรแกรม 402 เมื่อ CO Line ใช้ Pulse หรือ Call Block และมีข้อกำหนดความเร็วจากผู้ให้บริการหรือระบบโทรศัพท์ต้นทาง

หากใช้ DTMF ต้องตั้ง 402 ไหม?

โดยทั่วไปไม่จำเป็น เพราะโปรแกรม 402 ใช้กับความเร็วของการส่ง Pulse

ข้อควรระวัง

ไม่ควรเปลี่ยนจาก 10 pps เป็น 20 pps เพียงเพื่อหวังให้โทรออกเร็วขึ้น เพราะอุปกรณ์ต้นทางอาจไม่รองรับความเร็วที่เปลี่ยน

⑭ วิธีตั้ง Pulse Speed ผ่านโปรแกรม 402

สมมุติว่าคู่สาย CO 2 ถูกกำหนดเป็น Pulse และผู้ให้บริการระบุให้ใช้ 10 pps

ขั้นตอน

① เข้า System Programming

② กด 402

③ กด NEXT

④ เลือก CO Line 2

⑤ ตรวจค่าเดิม

⑥ กด SELECT เพื่อเลือก Low Speed

⑦ กด STORE

⑧ อ่านค่ากลับ

⑨ ออกจากโปรแกรม

⑩ ทดลองโทรออกผ่าน CO 2

หากผู้ให้บริการกำหนด 20 pps

ให้เลือก High Speed ตามข้อกำหนดของบริการ

สิ่งที่ต้องตรวจหลังแก้ไข

  • ระบบส่งหมายเลขได้ครบ
  • ปลายทางเชื่อมต่อถูกต้อง
  • ไม่มีปัญหาเกี่ยวกับการตรวจจับพัลส์
  • การกดหมายเลขหลายหลักทำงานถูกต้อง

การเลือก Pulse Speed ต้องอาศัยข้อกำหนดทางเทคนิคของคู่สาย ไม่ควรอาศัยการคาดเดา

⑮ Call Block Mode ของโปรแกรม 401 คืออะไร?

Call Block เป็นหนึ่งในตัวเลือกของ Dial Mode

ตาม Feature Guide อธิบายว่าเหมาะกับกรณีที่ผู้ให้บริการหรือ Host PBX สามารถรับทั้ง DTMF และ Pulse แต่เงื่อนไขการให้บริการกำหนดให้ใช้ Pulse

เมื่อใช้ Call Block ระบบจะส่งหมายเลขที่ผู้ใช้กดผ่านโทรศัพท์แบบ Tone ออกไปเป็นสัญญาณ Pulse ตามลักษณะการทำงานของโหมด

ตัวอย่าง

สำนักงานใช้ Host PBX รุ่นเก่าที่รับทั้งสองรูปแบบ แต่เงื่อนไขบริการกำหนดให้ใช้การส่งหมายเลขแบบ Pulse

ในกรณีนี้อาจต้องพิจารณา Call Block ตามคู่มือ

สิ่งที่ต้องเข้าใจ

Call Block ในโปรแกรม 401 ไม่ใช่คำสั่งปิด CO Line

ไม่ใช่คำสั่งบล็อกหมายเลขปลายทางทั้งหมด

และไม่ใช่ระบบ Toll Restriction

คำแนะนำ

ไม่ควรเลือก Call Block หากไม่มีเงื่อนไขทางเทคนิคที่จำเป็น เพราะอาจทำให้ระบบที่คาดหวัง DTMF รับหมายเลขไม่ได้

⑯ Pulse to Tone Conversion คืออะไร?

Panasonic KX-TES824 มีฟังก์ชัน Pulse to Tone Conversion สำหรับคู่สายที่ใช้ Pulse หรือ Call Block

ช่วยให้ผู้ใช้เปลี่ยนจากการส่ง Pulse มาเป็น DTMF ชั่วคราวระหว่างการโทร เพื่อใช้งานบริการที่ต้องรับเสียงกดปุ่ม

ตัวอย่าง

สำนักงานใช้สายนอกที่กำหนดเป็น Pulse

ผู้ใช้โทรไปยังระบบตอบรับอัตโนมัติซึ่งแจ้งว่า

“กด 1 เพื่อเลือกฝ่ายขาย”

หากต้องส่ง DTMF ให้ระบบดังกล่าว สามารถใช้ฟังก์ชัน Pulse to Tone Conversion ตามที่คู่มือรองรับ

วิธีเปลี่ยน

ตามคู่มือ สามารถใช้การรอระยะเวลาที่ระบบกำหนด หรือกดปุ่ม # ตามเงื่อนไขของฟังก์ชัน

ข้อควรระวัง

ฟังก์ชันนี้ใช้เปลี่ยน Pulse เป็น Tone ไม่ใช่เปลี่ยน Tone กลับเป็น Pulse

และใช้กับ CO Line ที่ตั้ง Pulse หรือ Call Block ตามเงื่อนไขที่คู่มือระบุ

⑰ กดหมายเลขได้แต่ระบบ IVR ไม่รับ DTMF ต้องตรวจอะไร?

บางสำนักงานโทรออกได้ตามปกติ แต่เมื่อปลายทางเป็นระบบตอบรับอัตโนมัติ ผู้ใช้กด 1 หรือ 2 แล้วระบบไม่ตอบสนอง

อาการนี้แตกต่างจากกรณีที่โทรออกไม่ได้ตั้งแต่ต้น

สิ่งที่ต้องตรวจ

① CO Line ใช้ Dial Mode อะไร

② ระบบปลายทางต้องการ DTMF หรือไม่

③ มีการใช้ Pulse to Tone Conversion หรือไม่

④ โทรศัพท์ส่งปุ่มตัวเลขระหว่างสนทนาได้หรือไม่

⑤ Gateway รองรับการส่ง DTMF ระหว่างสนทนาหรือไม่

⑥ ปลายทางเป็นบริการผ่าน VoIP ที่มีการแปลงสัญญาณหรือไม่

⑦ มีปัญหา DTMF Duration หรือไม่

แนวทาง

หากคู่สายเป็น Pulse ให้ตรวจวิธีแปลงเป็น Tone

หากคู่สายเป็น DTMF อยู่แล้ว ให้ตรวจสัญญาณและอุปกรณ์ Voice Gateway หรือระบบปลายทางเพิ่มเติม

ไม่ควรเปลี่ยน CO Line เป็น Pulse เพื่อแก้ปัญหา IVR โดยไม่มีเหตุผลทางเทคนิค

⑱ โปรแกรม 210 DTMF Time เกี่ยวข้องอย่างไร?

โปรแกรม 210 หรือ DTMF Time ใช้กำหนดระยะเวลาขั้นต่ำของสัญญาณ DTMF ที่ส่งออกผ่าน CO Line ตามความสามารถของระบบ

ทำไมจึงสำคัญ?

อุปกรณ์ปลายทางบางประเภทอาจต้องการสัญญาณ DTMF ที่มีความยาวเพียงพอจึงจะตรวจจับได้

ตัวอย่างอาการ

  • โทรออกได้
  • เชื่อมต่อกับระบบตอบรับอัตโนมัติได้
  • แต่ระบบปลายทางไม่รับตัวเลขที่กดบางครั้ง

สิ่งที่ควรตรวจ

① Dial Mode เป็น DTMF หรือไม่

② ปัญหาเกิดกับทุกหมายเลขหรือเฉพาะบริการหนึ่ง

③ สัญญาณ DTMF ถูกส่งจาก Gateway อย่างไร

④ ค่า DTMF Time ปัจจุบันเป็นเท่าไร

⑤ คู่มืออุปกรณ์ปลายทางกำหนดความยาวสัญญาณหรือไม่

ข้อควรระวัง

การเปลี่ยน DTMF Time ไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกปัญหาที่เกี่ยวกับตัวเลข

ควรตรวจต้นเหตุจากทั้งตู้ Gateway และระบบปลายทางก่อน

⑲ วิธีตั้ง Dial Mode ผ่าน KX-TE Maintenance Console

หากมีคอมพิวเตอร์ที่รองรับ สามารถตรวจและปรับ Dial Mode ผ่าน KX-TE Maintenance Console ได้

ขั้นตอน

① เปิด KX-TE Maintenance Console

② เข้าสู่ระบบด้วยสิทธิ์ที่ได้รับอนุญาต

③ เชื่อมต่อกับ PBX ผ่าน USB หรือ RS-232C

④ ป้อน System Password ปัจจุบัน

⑤ ตรวจว่าเป็นการเชื่อมต่อกับตู้จริง

⑥ Backup ค่าโปรแกรมเดิม

⑦ เปิดรายการ Dial Mode ของ CO Line

⑧ เลือกหมายเลข CO Line ที่ต้องการ

⑨ อ่านค่าเดิม

⑩ เลือก DTMF, Pulse หรือ Call Block ตามข้อกำหนด

⑪ บันทึกค่าลง PBX

⑫ อ่านค่ากลับ

⑬ ทดสอบโทรออก

ข้อดี

สามารถตรวจ Dial Mode หลาย CO Line ได้สะดวก โดยเฉพาะระบบที่มีทั้งคู่สายอนาล็อกจากผู้ให้บริการและสายจาก Voice Gateway

ข้อควรระวัง

ชื่อและตำแหน่งเมนูขึ้นอยู่กับเวอร์ชัน Maintenance Console

ควรตรวจว่าไม่ได้แก้เพียงไฟล์ Offline โดยเข้าใจว่าได้บันทึกค่าไปยัง PBX แล้ว

⑳ กดเลขแล้วไม่ออก ทั้งที่มี Dial Tone แก้ยังไง?

หากโทรศัพท์สามารถเลือกสายนอกและได้ Dial Tone แต่กดหมายเลขแล้วไม่มีการตอบสนอง ควรตรวจอย่างเป็นลำดับ

ขั้นตอนที่ 1 ตรวจ CO Line

ยืนยันว่ากำลังใช้สายนอกเส้นใด

ขั้นตอนที่ 2 ตรวจสัญญาณคู่สาย

ให้ช่างที่มีความชำนาญตรวจการทำงานของคู่สายภายนอกอย่างปลอดภัย

ขั้นตอนที่ 3 ตรวจ Dial Mode

อ่านโปรแกรม 401 ของ CO Line นั้น

ขั้นตอนที่ 4 ตรวจข้อกำหนดผู้ให้บริการ

ยืนยันว่าควรใช้ DTMF หรือ Pulse

ขั้นตอนที่ 5 ตรวจสิทธิ์การโทร

ตรวจโปรแกรม 405–407 และ TRS หากเกี่ยวข้อง

ขั้นตอนที่ 6 ตรวจ Gateway

หากใช้ Voice Gateway ให้ตรวจว่าพอร์ตโทรศัพท์รองรับการรับหมายเลขตามโหมดที่ตั้งไว้

ขั้นตอนที่ 7 เปลี่ยนเฉพาะค่าที่ผิด

หากพบว่า Dial Mode ไม่ตรง จึงแก้โปรแกรม 401 แล้วบันทึก

ขั้นตอนที่ 8 ทดสอบ

โทรไปยังหมายเลขที่ได้รับอนุญาตและตรวจการเชื่อมต่อจริง

ข้อควรจำ

การมี Dial Tone ไม่ได้ยืนยันว่า Dial Mode ถูกต้อง และการโทรออกไม่ได้ก็ไม่ได้พิสูจน์ว่า Dial Mode เป็นสาเหตุเสมอไป

㉑ ตัวอย่างตั้ง Dial Mode สำหรับสำนักงานที่ใช้ CO Line 3 เส้น

สมมุติสำนักงานมี KX-TES824 พร้อมสายนอกดังนี้

  • CO 1 ต่อจาก Analog Gateway
  • CO 2 ต่อจากบริการอนาล็อกที่รองรับ DTMF
  • CO 3 ต่อจากระบบโทรศัพท์รุ่นเก่าที่กำหนด Pulse

ตัวอย่างค่าที่ต้องการ

CO Lineอุปกรณ์ต้นทางDial Mode
CO 1Analog Gateway รองรับ ToneDTMF
CO 2คู่สายรองรับ ToneDTMF
CO 3ระบบต้นทางกำหนด PulsePulse

ขั้นตอน

① ตรวจคู่สายจริงทั้งสามเส้น

② ยืนยันรูปแบบการส่งหมายเลขของแต่ละบริการ

③ Backup ค่าโปรแกรม

④ เข้าโปรแกรม 401

⑤ ตั้ง CO 1 เป็น DTMF

⑥ ตั้ง CO 2 เป็น DTMF

⑦ ตั้ง CO 3 เป็น Pulse

⑧ ตรวจโปรแกรม 402 สำหรับ CO 3

⑨ บันทึกและอ่านค่ากลับ

⑩ ทดสอบโทรออกผ่าน CO 1

⑪ ทดสอบโทรออกผ่าน CO 2

⑫ ทดสอบโทรออกผ่าน CO 3

⑬ ตรวจการใช้งานระบบ IVR หากจำเป็น

⑭ Backup หลังทดสอบเสร็จ

ข้อสำคัญ

ตารางนี้เป็นเพียงตัวอย่าง

ไม่ใช่คำแนะนำให้ตั้ง CO 3 เป็น Pulse โดยอัตโนมัติ

ต้องยืนยันจากผู้ให้บริการหรือคู่มือของอุปกรณ์ต้นทางก่อนเสมอ

㉒ ตารางแก้ปัญหา Dial Mode KX-TES824

อาการจุดที่ควรตรวจแนวทางแก้ไข
มี Dial Tone แต่โทรออกไม่ได้401ตรวจ DTMF/Pulse
Gateway ไม่รับตัวเลข401 และ Gatewayตรวจรูปแบบการส่งหมายเลข
โทรออกช้าผิดปกติPulse และ 402ตรวจความเร็วพัลส์
Pulse ส่งเลขไม่ครบ402 และคู่สายตรวจ Pulse Speed
โทรออกได้ แต่ IVR ไม่รับเลขPulse to Toneตรวจการแปลงเป็น DTMF
ใช้ DTMF แต่ IVR ไม่ตอบสนอง210 และ Gatewayตรวจสัญญาณ DTMF
CO 1 โทรได้ แต่ CO 2 โทรไม่ได้401 ราย COเปรียบเทียบค่า
CO Line ไม่มีสัญญาณ400 และคู่สายตรวจ Connect
บางเครื่องโทรออกไม่ได้405–407ตรวจสิทธิ์
โทรบางหมายเลขไม่ได้COS/TRSตรวจข้อจำกัด
กด 9 แล้วใช้ผิด COAutomatic Line Accessตรวจสายที่เลือกจริง
Call Block ใช้ไม่ตรงระบบ401ตรวจข้อกำหนดบริการ
เปลี่ยน Dial Mode แล้วยังไม่ได้Gateway/ผู้ให้บริการตรวจสาเหตุอื่น
โปรแกรม 401 ไม่มีบางรุ่นModel Codeตรวจคู่มือรุ่นย่อย
ตั้งค่าแล้วค่ากลับไม่ตรงSTORE/Consoleอ่านค่าจาก PBX จริง

㉓ วิธีทดสอบ Dial Mode หลังตั้งค่า

หลังตั้งโปรแกรม 401 ไม่ควรทดสอบเพียงครั้งเดียวแล้วสรุปว่าทำงานสมบูรณ์

การทดสอบที่ 1 โทรออกผ่าน CO ที่แก้ไข

① เลือก CO Line โดยตรง

② ตรวจ Dial Tone

③ กดหมายเลขทดสอบที่ได้รับอนุญาต

④ ตรวจว่าปลายทางรับสายได้

⑤ สนทนาและวางสาย

การทดสอบที่ 2 โทรหมายเลขที่มีจำนวนหลักต่างกัน

ใช้หมายเลขทดสอบที่ได้รับอนุญาตและมีความยาวแตกต่างกัน เพื่อตรวจว่าการส่งหมายเลขถูกต้อง

การทดสอบที่ 3 ตรวจ IVR

หากสำนักงานต้องใช้ระบบกดเมนูปลายทาง ให้ทดสอบกับบริการหรือระบบทดสอบที่ได้รับอนุญาต

การทดสอบที่ 4 ตรวจ CO Line อื่น

ยืนยันว่า CO Line ที่ไม่ได้แก้ไขยังทำงานเหมือนเดิม

การทดสอบที่ 5 บันทึกค่า

จัดเก็บผลการทดสอบและ Dial Mode ของแต่ละ CO Line สำหรับการบำรุงรักษาครั้งต่อไป

㉔ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Dial Mode KX-TES824

Dial Mode KX-TES824 ใช้โปรแกรมอะไร?

ใช้โปรแกรม 401 หรือ Dial Mode

Tone กับ DTMF เหมือนกันไหม?

ในการตั้ง Dial Mode ของตู้ KX-TES824 คำว่า Tone โดยทั่วไปหมายถึง DTMF

Pulse คืออะไร?

เป็นการส่งหมายเลขด้วยจังหวะพัลส์แทนสัญญาณเสียง DTMF

ควรเลือก Tone หรือ Pulse?

เลือกตามรูปแบบที่ผู้ให้บริการหรืออุปกรณ์โทรศัพท์ต้นทางรองรับและกำหนดให้ใช้งาน

ใช้ Router Fiber ควรตั้ง Dial Mode อะไร?

ต้องตรวจพอร์ต Phone/FXS ของ Router หรือ Gateway และความสามารถในการรับหมายเลข หากรองรับ DTMF ให้ตั้งตามข้อกำหนดนั้น

โปรแกรม 401 ตั้งแยกแต่ละ CO Line ได้ไหม?

ได้ สามารถกำหนด Dial Mode เป็นราย CO Line

โปรแกรม 401 มีตัวเลือกอะไรบ้าง?

ตามคู่มือที่รองรับมี DTMF, Pulse และ Call Block

Call Block คือการห้ามโทรออกใช่ไหม?

ไม่ใช่ เป็นตัวเลือก Dial Mode สำหรับเงื่อนไขการส่งหมายเลขเฉพาะ ไม่ใช่ระบบจำกัดสิทธิ์โทรออก

โปรแกรม 402 ใช้ทำอะไร?

ใช้กำหนด Pulse Speed สำหรับคู่สายที่ใช้ Pulse หรือ Call Block ตามเงื่อนไข

Pulse Speed มีค่าอะไรบ้าง?

Low Speed 10 pps และ High Speed 20 pps

ใช้ DTMF ต้องตั้งโปรแกรม 402 หรือไม่?

โดยทั่วไปไม่จำเป็น เพราะโปรแกรม 402 ใช้กำหนดความเร็ว Pulse

ทำไมกดเลขแล้วไม่ออกทั้งที่มี Dial Tone?

อาจเกิดจาก Dial Mode ไม่ตรง ข้อจำกัดการโทร รูปแบบหมายเลข หรือปัญหาของ Gateway และคู่สาย

Pulse to Tone Conversion ทำได้ไหม?

ได้ตามฟังก์ชันที่คู่มือรองรับสำหรับ CO Line ที่ใช้ Pulse หรือ Call Block

เปลี่ยนเป็น Tone แล้วระบบ IVR จะทำงานทันทีไหม?

ไม่รับประกัน ต้องตรวจการส่ง DTMF ระหว่างสนทนาและอุปกรณ์ต้นทางร่วมด้วย

โปรแกรม 210 คืออะไร?

เป็น DTMF Time ใช้กับการกำหนดระยะเวลาของสัญญาณ DTMF ตามที่ระบบรองรับ

เปลี่ยน Dial Mode แล้วต้องรีสตาร์ตตู้ไหม?

ควรบันทึกและทดสอบตามขั้นตอนก่อน ไม่ควรรีสตาร์ตทั้งตู้โดยไม่มีข้อกำหนดหรือเหตุจำเป็น

KX-TES824 ทุก Model Code ใช้โปรแกรม 401 ได้ไหม?

ไม่ทุกกรณี คู่มือระบุข้อยกเว้นสำหรับรุ่นบางรหัสพื้นที่ เช่น AL จึงควรตรวจ Model Code ก่อน

ตั้ง Dial Mode ผ่านคอมพิวเตอร์ได้ไหม?

ได้ โดยใช้ KX-TE Maintenance Console ที่รองรับและเชื่อมต่อกับตู้สำเร็จ

ต้อง Backup ก่อนเปลี่ยน Dial Mode หรือไม่?

ควร Backup และบันทึกค่าเดิม เพราะการเปลี่ยน Dial Mode อาจทำให้คู่สายที่เคยโทรออกได้กลับใช้งานไม่ได้ หากเลือกโหมดไม่ตรงกับบริการ

㉕ สรุปวิธีตั้ง Dial Mode Panasonic KX-TES824 ให้เลือก Tone หรือ Pulse ถูกต้อง

การตั้ง Dial Mode บน Panasonic KX-TES824 เป็นส่วนสำคัญของระบบโทรออกผ่าน CO Line โดยเฉพาะเมื่อเชื่อมต่อกับคู่สายอนาล็อก ระบบโทรศัพท์รุ่นเก่า หรืออุปกรณ์ Voice Gateway

ขั้นตอนสำคัญคือ ตรวจประเภทคู่สาย → เข้าโปรแกรม 401 → เลือก CO Line → ตั้ง DTMF/Pulse ตามข้อกำหนด → STORE → ทดสอบโทรออก

DTMF หรือ Tone เหมาะกับบริการที่รับหมายเลขผ่านสัญญาณเสียงหลายความถี่ ส่วน Pulse ใช้กับระบบที่รองรับหรือกำหนดการส่งหมายเลขแบบพัลส์

หากเลือก Pulse หรือ Call Block ต้องตรวจ Pulse Speed ผ่านโปรแกรม 402 ตามข้อกำหนดของอุปกรณ์ต้นทาง

สำหรับกรณีโทรออกได้ แต่กดเมนู IVR ไม่ทำงาน ควรตรวจ Pulse to Tone Conversion, DTMF Time และการส่งสัญญาณของ Gateway เพิ่มเติม

หากมี Dial Tone แต่กดหมายเลขไม่ออก ไม่ควรสรุปว่า Dial Mode ผิดทันที ต้องตรวจคู่สายจริง สิทธิ์โทรออกและหมายเลข CO ที่ระบบเลือกด้วย

การตั้งโปรแกรม 401 สามารถทำเป็นราย CO Line จึงควรแก้เฉพาะสายที่มีปัญหา โดยไม่กระทบคู่สายอื่นที่ยังใช้งานได้ตามปกติ

ComSiam แนะนำให้ช่างติดตั้งและผู้ดูแลระบบโทรศัพท์บันทึกประเภทบริการ Dial Mode และ Pulse Speed ของแต่ละ CO Line พร้อมเก็บ Backup ก่อนและหลังแก้ไข เพื่อให้ Panasonic KX-TES824 ส่งหมายเลขโทรออกได้ถูกต้อง ลดปัญหากดเลขแล้วไม่เชื่อมต่อ และช่วยให้การบำรุงรักษาระบบโทรศัพท์สำนักงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ComSiam Professional Team