ComSiam Service
งานติดตั้งสายไฟเบอร์ออฟติกไม่ได้ใช้เพียง Fusion Splicer เครื่องเดียว แต่ต้องมีเครื่องมือสำหรับตั้งแต่การเตรียมสาย ปอก Jacket ตัด Fiber ทำความสะอาด เชื่อมต่อ ทดสอบสัญญาณ ไปจนถึงการจัดเก็บรอยต่อและตรวจรับงาน
สำหรับช่างที่ต้องทำงานติดตั้งจริง comsiam แนะนำให้จัดเครื่องมือเป็นชุดตามขั้นตอนการทำงาน เพราะหากขาดเครื่องมือสำคัญเพียงชิ้นเดียว งานอาจต้องหยุดกลางคัน หรือทำให้คุณภาพของรอยต่อและผลการทดสอบต่ำกว่าที่ควร
เครื่องมือช่าง Fiber แบ่งออกเป็นกี่กลุ่ม
สามารถแบ่งได้เป็นกลุ่มหลัก ๆ ดังนี้
- เครื่องมือเตรียม Cable
- เครื่องมือเตรียม Fiber
- เครื่อง Fusion Splicer
- เครื่องมือทำความสะอาด
- เครื่องมือทดสอบ
- เครื่องมือจัดการ ODF และ Closure
- เครื่องมือสำหรับงาน Outdoor
- อุปกรณ์ Safety
- อะไหล่และ Consumable
- เครื่องมือ Documentation
การเตรียมเป็นระบบจะช่วยลดการลืมของหน้างาน
1. Fusion Splicer
Fusion Splicer เป็นเครื่องมือหลักสำหรับเชื่อม Optical Fiber ด้วยการหลอมปลาย Fiber สองเส้นเข้าด้วยกัน
ใช้ในงาน เช่น
- Backbone
- FTTH
- ODF
- Splice Closure
- Fiber Repair
- Outdoor Fiber
- Data Center
คุณภาพของเครื่องมีผลต่อความสะดวกและความสม่ำเสมอของงาน
Fusion Splicer มีแบบไหน
พบได้หลายแบบ เช่น
- Core Alignment
- Cladding Alignment
- Active Alignment
เครื่องแต่ละประเภทมีราคาและความแม่นยำแตกต่างกัน
ช่างควรเลือกให้เหมาะกับปริมาณงานและประเภท Fiber ที่ต้องทำ
Core Alignment คืออะไร
เป็นระบบที่พยายามจัดตำแหน่งแกน Fiber ให้ตรงกันก่อน Fusion
เหมาะกับงานที่ต้องการความแม่นยำสูง เช่น
- Backbone
- Telecom
- Data Center
และงาน Single Mode ที่ต้องควบคุม Loss ให้ต่ำ
Cladding Alignment คืออะไร
เป็นการจัดตำแหน่งโดยอ้างอิง Cladding ของ Fiber
เครื่องประเภทนี้มักมีราคาประหยัดกว่า
เหมาะกับงานทั่วไป เช่น
- FTTH
- Drop Cable
- งานติดตั้งจำนวนมาก
แต่คุณภาพจริงขึ้นอยู่กับเครื่องและฝีมือช่างด้วย
2. Fiber Cleaver
Fiber Cleaver ใช้ตัดปลาย Fiber ให้เรียบและได้มุมเหมาะสมก่อน Fusion
ถือเป็นเครื่องมือสำคัญมาก เพราะต่อให้ Fusion Splicer ดี แต่ Cleave ไม่ดี Loss ก็สามารถสูงได้
Cleaver ที่ดีควรเป็นอย่างไร
ควรให้
- หน้าตัดเรียบ
- Cleave Angle ต่ำ
- ความยาว Fiber สม่ำเสมอ
- Blade คม
และควรดูแล Blade ตามรอบการใช้งาน
Blade Cleaver ใช้ได้นานแค่ไหน
ขึ้นอยู่กับ
- รุ่น
- จำนวนตำแหน่ง Blade
- วิธีใช้งาน
- ความสะอาด
ไม่ควรกำหนดจากจำนวนครั้งแบบตายตัวโดยไม่ดูคู่มือผู้ผลิต
ถ้า Cleave Error เพิ่มขึ้น ควรตรวจ Blade และ Alignment
3. Fiber Stripper
Fiber Stripper ใช้ลอก Coating รอบ Optical Fiber ก่อนทำความสะอาดและ Cleave
ตัวอย่างเครื่องมือที่พบได้ เช่น
- 250 µm Stripper
- 900 µm Stripper
- Multi-Hole Fiber Stripper
ต้องใช้ให้ตรงกับ Buffer และ Coating ของสาย
ใช้คีมปอกสายไฟแทน Fiber Stripper ได้ไหม
ไม่ควร
เพราะ Fiber มีขนาดเล็กและเปราะ
เครื่องมือที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้
- Fiber เป็นรอย
- Fiber แตก
- Coating ปอกไม่สะอาด
ส่งผลต่อคุณภาพรอยต่อ
4. Jacket Stripper
ใช้สำหรับปอก Outer Jacket ของ Cable
ควรเลือกตามประเภทสาย เช่น
- Indoor Cable
- Drop Cable
- Loose Tube
- Armored Cable
สายแต่ละประเภทใช้วิธีเปิด Jacket ต่างกัน
5. Cable Slitter
Cable Slitter ใช้กรีด Jacket ตามแนวยาว
เหมาะกับ Cable ที่ต้องเปิด Jacket ช่วงยาวเพื่อเตรียมเข้า
- ODF
- Closure
- Joint Box
ช่วยลดความเสี่ยงจากการใช้ Cutter กรีดลึกเกินไป
ใช้ Cutter เปิด Jacket ได้ไหม
ทำได้ในบางงาน แต่ต้องระวังมาก
เพราะใบมีดอาจตัดโดน
- Loose Tube
- Strength Member
- Fiber
ช่างมืออาชีพควรใช้เครื่องมือเฉพาะเมื่อเหมาะสม
6. Loose Tube Cutter
สาย Loose Tube ต้องเปิด Tube ก่อนเข้าถึง Fiber ภายใน
เครื่องมือเฉพาะช่วยลดโอกาสกดหรือหัก Fiber
โดยเฉพาะ Cable Core จำนวนมาก
7. Buffer Tube Stripper
ใช้ลอกหรือเปิด Buffer Tube โดยไม่ทำลาย Fiber ด้านใน
เหมาะกับงาน
- Loose Tube
- Backbone
- Outdoor Cable
ต้องปรับให้เหมาะกับ Diameter ของ Tube
8. Kevlar Scissors
ใช้ตัด Aramid Yarn หรือ Kevlar ที่อยู่ภายในสาย Fiber
กรรไกรธรรมดามักตัดยากและเสียคมเร็ว
Kevlar Scissors จึงเป็นเครื่องมือพื้นฐานที่ควรมี
Aramid Yarn มีหน้าที่อะไร
ทำหน้าที่ช่วยรับแรงดึงของ Cable
พบมากใน
- Patch Cord
- Tight Buffer
- Distribution Cable
จึงต้องตัดออกอย่างเรียบร้อยก่อน Terminate หรือ Splice
9. Cleaning Alcohol
Fiber ก่อน Fusion ต้องสะอาดมาก
โดยทั่วไปจะใช้ Isopropyl Alcohol หรือสารทำความสะอาดที่เหมาะกับงาน Optical Fiber
เพื่อกำจัด
- Coating Residue
- ฝุ่น
- น้ำมัน
ก่อน Cleave และ Splice
Alcohol ทุกชนิดใช้ได้ไหม
ไม่ควร
ควรใช้สารที่เหมาะกับ Optical Cleaning และมีความบริสุทธิ์เหมาะสม
ไม่ควรใช้สารที่ทิ้งคราบบน Fiber
10. Lint-Free Wipes
ใช้ร่วมกับ Cleaning Solution
ข้อสำคัญคือควรเป็นวัสดุที่ไม่ทิ้งขุย
เพราะขุยเล็ก ๆ สามารถทำให้
- Cleave ไม่ดี
- Splice Loss สูง
ได้
ใช้ทิชชูทั่วไปได้ไหม
ไม่แนะนำ
เพราะสามารถทิ้ง
- ฝุ่น
- เส้นใย
- คราบ
บน Fiber ได้
11. Fiber Cleaning Pen
ใช้ทำความสะอาด Connector เช่น
- LC
- SC
- MPO
โดยเฉพาะ Connector ที่ติดตั้งอยู่ใน Adapter
ใช้งานสะดวกกว่าการใช้ผ้าในพื้นที่แคบ
Connector สกปรกมีผลมากแค่ไหน
มีผลมาก
สิ่งสกปรกเล็กมากบน Ferrule สามารถทำให้
- Insertion Loss สูง
- Reflection เพิ่ม
- Link Down
ได้
จึงควรตรวจและทำความสะอาดก่อนเชื่อมต่อ
12. Fiber Inspection Microscope
ใช้ตรวจหน้าสัมผัส Connector
ช่วยตรวจ
- ฝุ่น
- รอยขีด
- คราบ
- Damage
ก่อนเสียบเข้ากับอุปกรณ์
ในงาน Data Center ถือว่าเป็นเครื่องมือสำคัญมาก
ควร Inspect ก่อนหรือหลัง Cleaning
แนวทางที่ดีคือ
Inspect → Clean → Inspect
ไม่ควรทำความสะอาดแบบสุ่มโดยไม่ดูสภาพ Connector
13. VFL
VFL หรือ Visual Fault Locator ใช้แสงสีแดงสำหรับตรวจ
- Continuity
- Fiber Break
- Bend รุนแรง
- Core Identification
เหมาะกับสายระยะไม่ไกล
VFL ใช้แทน OTDR ได้ไหม
ไม่ได้
VFL เป็นเครื่องมือ Troubleshooting แบบง่าย
ส่วน OTDR สามารถวิเคราะห์
- ระยะ
- Loss
- Event
- Connector
- Splice
ได้ละเอียดกว่า
14. Optical Power Meter
ใช้วัด Optical Power ที่ปลายสาย
มีประโยชน์สำหรับ
- ตรวจ Signal Level
- ตรวจ Link Loss
- Troubleshooting
ควรเป็นเครื่องมือประจำกระเป๋าช่าง Fiber
Power Meter ใช้ร่วมกับอะไร
มักใช้ร่วมกับ
Optical Light Source
เพื่อทดสอบ End-to-End Insertion Loss
15. Optical Light Source
เป็นแหล่งกำเนิดแสงสำหรับทดสอบ Fiber
ต้องเลือก Wavelength ให้ตรงกับ Fiber Type และ Test Plan
ตัวอย่าง Single Mode มักมี
- 1310 nm
- 1550 nm
ตามการใช้งาน
16. OTDR
OTDR หรือ Optical Time Domain Reflectometer เป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับงาน Fiber Backbone
สามารถช่วยระบุ
- ความยาวสาย
- จุด Splice
- Connector
- Bend
- Break
- Event Loss
พร้อมระยะของเหตุการณ์
ช่างทุกคนต้องมี OTDR ไหม
ถ้าทำงาน
- Backbone
- Fiber Repair
- Commissioning
- Troubleshooting
ควรมีหรือสามารถเข้าถึง OTDR ได้
แต่งาน Patch Cord หรือ FTTH บางประเภทอาจไม่จำเป็นต้องใช้ทุกครั้ง
OTDR ราคาแพงจำเป็นไหม
ไม่จำเป็นต้องเลือกแพงที่สุด
แต่ควรเลือกให้ตรงกับ
- Single Mode/Multimode
- Distance
- Dynamic Range
- Wavelength
- Report Requirement
งานประเภทต่างกันต้องใช้ Specification ต่างกัน
17. Optical Loss Test Set
ในงานที่ต้องการตรวจรับอย่างเป็นระบบ อาจใช้ OLTS
ช่วยวัด End-to-End Insertion Loss ตามวิธีทดสอบที่กำหนด
โดยเฉพาะ Enterprise และ Data Center
OTDR กับ Power Meter อันไหนสำคัญกว่า
ทั้งสองทำหน้าที่ต่างกัน
OTDR
ใช้หาตำแหน่ง Event
Power Meter + Light Source
ใช้วัด Total Link Loss
งานตรวจรับที่ดีจึงอาจใช้ทั้งสองประเภท
18. Splice Protection Sleeve
หลัง Fusion เสร็จ ต้องใช้ Protection Sleeve ป้องกันรอยเชื่อม
ภายใน Sleeve มักมี
- Heat Shrink
- Strength Rod
ช่วยป้องกัน Fiber บริเวณรอยต่อ
Sleeve ต้องเลือกขนาดไหม
ต้อง
มีหลายขนาดและความยาว
ต้องเลือกให้ตรงกับ
- Splice Tray
- Fiber
- Application
19. Splice Tray
ใช้จัดเก็บรอย Fusion Splice
ช่วยป้องกันรอยต่อและควบคุม Bend Radius
ไม่ควรปล่อย Sleeve ลอยอยู่ใน Closure หรือ ODF
20. Fiber Splice Closure
ใช้ป้องกันจุด Splice โดยเฉพาะงาน
- Outdoor
- Aerial
- Underground
- Duct
ต้องเลือกให้ตรงกับ
- Core Capacity
- Cable Entry
- Environment
- Sealing
Closure ต้องมีเครื่องมือพิเศษไหม
บางรุ่นอาจต้องใช้
- Torque Tool
- Sealing Tape
- Cable Gland
- Heat Shrink
ตาม Design ของผู้ผลิต
21. ODF Tools
งาน ODF ควรมี
- Screwdriver
- Nut Driver
- Cable Tie
- Velcro
- Label
- Marker
- Torque Tool ตามความเหมาะสม
เพื่อให้ Fiber ถูกจัดอย่างเป็นระบบ
ใช้ Cable Tie กับ Fiber ได้ไหม
ใช้จัด Cable ได้ แต่ไม่ควรรัดแน่น
Velcro มักเหมาะกว่าในพื้นที่ที่ต้องเปิดแก้บ่อย เพราะลดแรงกด Cable
22. Label Printer
Label เป็นสิ่งที่หลายทีมมองข้าม
แต่ช่วยระบุ
- Cable ID
- Core
- Port
- ต้นทาง
- ปลายทาง
ลดเวลา Troubleshooting ได้มาก
Marker เขียนอย่างเดียวพอไหม
ใช้ได้กับงานเล็ก
แต่ระบบ Backbone ควรใช้ Label ที่อ่านง่ายและทนทานกว่า
โดยเฉพาะงาน Outdoor หรือ Data Center
23. Cable Reel Stand
สำหรับ Cable Reel ขนาดใหญ่ ควรมี
- Reel Stand
- Cable Jack
- Axle
เพื่อปล่อย Cable อย่างควบคุม
ไม่ควรลากสายจาก Reel ที่วางนิ่งอยู่กับพื้น
24. Pulling Rope
ใช้ลาก Cable ผ่าน
- Duct
- Conduit
- Tray
ต้องเลือกเชือกที่มีความแข็งแรงเหมาะกับแรงดึง
และต้องควบคุม Tensile Load ของ Fiber Cable
25. Pulling Grip
ช่วยกระจายแรงดึงไปยัง Cable อย่างเหมาะสม
ดีกว่าการผูกเชือกกับ Jacket แบบสุ่ม
โดยเฉพาะ Backbone ระยะไกล
26. Swivel
Swivel ช่วยลดการบิดของ Cable ระหว่างการ Pulling
มีประโยชน์ใน Route ที่ยาวหรือมีหลาย Bend
ลดโอกาส Cable Twist
27. Cable Lubricant
ในงานดึงสายผ่านท่อ บาง Route อาจใช้ Lubricant ที่เข้ากันได้กับ Cable Jacket
ช่วยลด
- Friction
- Pulling Tension
ต้องเลือกชนิดที่ผู้ผลิต Cable ยอมรับ
ใช้น้ำมันทั่วไปแทน Cable Lubricant ได้ไหม
ไม่ควร
สารบางประเภทสามารถทำลาย Jacket หรือทิ้งคราบ
ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบสำหรับงาน Cable Pulling
28. Measuring Wheel
ใช้วัด Route ก่อนตัด Cable
ช่วยลดความผิดพลาดในการคำนวณความยาว
โดยเฉพาะ
- Campus
- โรงงาน
- Outdoor Route
29. Fish Tape
ใช้ช่วยนำสายหรือ Pulling Rope ผ่าน Conduit
เหมาะกับงานระยะไม่ไกล
แต่ท่อยาวหรือซับซ้อนอาจต้องใช้ระบบ Rodder
30. Duct Rodder
ใช้ดันเชือกหรือ Guide ผ่านท่อยาว
เหมาะกับ
- Underground Duct
- Building Conduit
- Campus
ควรเลือกขนาดและความยาวให้เหมาะกับท่อ
31. Cable Drum Roller
อีกทางเลือกสำหรับรองรับ Cable Reel
ช่วยให้ Reel หมุนได้สะดวกโดยไม่ต้องใช้ Axle บางประเภท
เหมาะกับงานภาคสนาม
32. Tool สำหรับ Armored Fiber
ถ้าเป็น Armored Cable อาจต้องมี
- Armor Cutter
- Heavy-Duty Cable Cutter
- Metal Shears
ตามประเภท Armor
ห้ามใช้ Fiber Stripper พยายามตัด Steel Armor
33. Tube Cutter และ Ring Cutter
Cable บางประเภทต้องเปิด Jacket รอบวง
เครื่องมือเฉพาะช่วยควบคุมความลึก ลดโอกาสตัดโดนชั้นภายใน
34. Torque Wrench หรือ Torque Driver
บาง Closure หรือ Connector ต้องขันตาม Torque ที่กำหนด
การขัน
- น้อยเกินไป → Seal ไม่ดี
- มากเกินไป → Housing เสีย
จึงควรใช้ตามคู่มือผู้ผลิต
35. Multimeter
แม้งาน Fiber จะส่งข้อมูลด้วยแสง แต่ Multimeter ยังมีประโยชน์ในงานที่เกี่ยวข้อง เช่น
- Power Supply
- Hybrid Cable
- Media Converter
- DC System
โดยเฉพาะงาน CCTV และ Telecom
36. Network Tester จำเป็นไหม
ถ้าช่างทำระบบครบทั้ง Fiber และ Ethernet ก็ควรมี
ใช้ทดสอบส่วน Copper ที่ต่อจาก
- Media Converter
- Switch
- ONT
เพราะปัญหา Network ไม่ได้เกิดจาก Fiber เสมอไป
37. Laptop
งาน Fiber ปัจจุบัน Laptop มีประโยชน์มากสำหรับ
- Config Switch
- Download OTDR Result
- ทำ Report
- ดู Datasheet
- บันทึก As-Built
จึงถือเป็นเครื่องมือหน้างานที่สำคัญเช่นกัน
38. กล้องถ่ายรูปหรือโทรศัพท์
ควรถ่ายภาพ
- Cable Route
- ODF
- Core Label
- Splice Tray
- OTDR Result
- Before/After
ไว้เป็น Documentation
ช่วยมากตอน Maintenance ในอนาคต
39. ไฟฉายหรือ Headlamp
จำเป็นมากสำหรับ
- Telecom Room
- Manhole
- ใต้ฝ้า
- Cabinet
- งานกลางคืน
Headlamp ช่วยให้มือทั้งสองข้างว่างสำหรับทำ Fiber
40. Work Table สำหรับ Fusion Splice
พื้นที่ทำ Fusion ควร
- มั่นคง
- สะอาด
- ไม่มีลมแรง
- มีแสงสว่าง
ไม่ควรวาง Fusion Splicer บนพื้นหรือพื้นผิวสั่น
ลมมีผลกับ Fusion Splice ไหม
มีผลต่อความสะอาดและการทำงาน
ฝุ่นสามารถเข้าสู่
- V-Groove
- Electrode Area
- Fiber
ทำให้ Splice Quality ลดลง
41. Fusion Splicer Battery
ควรตรวจ Battery ก่อนออกงาน
โดยเฉพาะงาน Outdoor ที่ไม่มีไฟ
ควรมี
- Battery เต็ม
- Charger
- Power Adapter
และ Power Bank/Power Source ที่เหมาะสมหากระบบรองรับ
42. Electrode สำรอง
Electrode มีอายุการใช้งาน
เมื่อเสื่อมสามารถทำให้ Arc ไม่สม่ำเสมอ
ทีมงานที่ออกต่างจังหวัดหรือพื้นที่ไกลควรมี Spare Electrode ถ้ารุ่นเครื่องรองรับการเปลี่ยนภาคสนาม
43. Cleaver Blade สำรอง
เช่นเดียวกับ Electrode
ถ้า Blade เสียกลางงาน จะทำให้ Cleave Error สูงและ Splice ไม่ผ่าน
ช่างควรเตรียมอะไหล่หรือรู้วิธีเปลี่ยนตำแหน่ง Blade
44. Splice Sleeve สำรอง
ควรเตรียมมากกว่าจำนวน Core จริง
เพราะบางชิ้นอาจ
- เสีย
- หล่น
- Shrink ผิด
โดยเฉพาะงาน 96 หรือ 144 Core
45. Alcohol และ Wipes สำรอง
เป็น Consumable ที่ใช้จำนวนมาก
ไม่ควรออกงานโดยเตรียมพอดีเกินไป
เพราะถ้าหมดจะไม่สามารถทำ Fiber ที่มีคุณภาพต่อได้
46. Fiber Disposal Container
เศษ Fiber มีขนาดเล็ก คม และมองเห็นยาก
จึงควรมีภาชนะเฉพาะสำหรับเก็บเศษ Fiber จาก
- Stripping
- Cleaving
ห้ามทิ้งบนพื้นหรือโต๊ะ
เศษ Fiber อันตรายไหม
อันตราย
สามารถแทงผิวหนังหรือติดเสื้อผ้าได้ และมองเห็นได้ยากมาก
ควรเก็บทันทีหลัง Cleave
47. Safety Glasses
ควรใส่เมื่อตัดหรือเตรียม Fiber
ช่วยลดความเสี่ยงจากเศษ Fiber กระเด็นเข้าตา
48. ถุงมือ
เหมาะกับขั้นตอน
- เปิด Armored Cable
- Cable Pulling
- Outdoor Work
แต่ตอนจับ Bare Fiber ต้องทำงานอย่างระมัดระวังและรักษาความสะอาดตามขั้นตอน
49. Safety Helmet
จำเป็นสำหรับงาน
- Construction Site
- Pole
- Factory
- Outdoor
โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีความเสี่ยงของวัตถุตก
50. Safety Harness
ถ้าทำงานบนที่สูงต้องใช้อุปกรณ์ Fall Protection ตามระบบความปลอดภัยของหน้างาน
ไม่ควรปีนเสาหรือทำงานบนที่สูงโดยไม่มีอุปกรณ์เหมาะสม
เครื่องมือชุดเล็กสำหรับช่าง FTTH
ชุดพื้นฐานอาจประกอบด้วย
- Fiber Stripper
- Drop Cable Stripper
- Cleaver
- Fusion Splicer
- VFL
- Power Meter
- Cleaning Kit
- Sleeve
- SC/APC Tools
- Fiber Disposal Box
เหมาะกับงานบ้านและ Subscriber
ชุดเครื่องมือสำหรับ Backbone
ควรเพิ่ม
- OTDR
- Light Source
- Power Meter
- Cable Slitter
- Loose Tube Tools
- ODF Tools
- Label Printer
- Reel Stand
- Pulling Equipment
เพราะงาน Backbone ซับซ้อนกว่า
ชุดเครื่องมือสำหรับ Outdoor Fiber
ควรเพิ่ม
- Closure Tools
- Duct Rodder
- Pulling Rope
- Pulling Grip
- Swivel
- Waterproof Sealing Tools
- Outdoor Label
- Safety Equipment
ตาม Route
เครื่องมือสำหรับงาน 96–144 Core ต้องเพิ่มอะไร
สิ่งสำคัญคือการจัดการ Core
ควรมี
- Core Identification Sheet
- Label
- Splice Tray จำนวนเพียงพอ
- Fiber Organizer
- OTDR
- Documentation
เพราะ Human Error เป็นความเสี่ยงสูงมาก
ก่อนเริ่ม Fusion ต้องเช็กเครื่องอะไรบ้าง
ควรตรวจ
- Battery
- Electrode
- V-Groove
- Cleaver Blade
- Heater
- Fusion Program
- Fiber Holder
- Cleaning Equipment
ก่อนเริ่มงานจริง
Arc Calibration จำเป็นไหม
เครื่อง Fusion หลายรุ่นมีฟังก์ชัน Arc Calibration
ควรทำตามคำแนะนำของผู้ผลิต โดยเฉพาะเมื่อ
- เปลี่ยนพื้นที่
- อุณหภูมิเปลี่ยนมาก
- ความสูงเปลี่ยน
- Electrode ถูกเปลี่ยน
เพื่อให้ Arc เหมาะกับสภาพแวดล้อม
เครื่องมือแพงที่สุดต้องดีที่สุดไหม
ไม่เสมอไป
เครื่องมือควรเลือกตามงานจริง
เช่นช่าง FTTH จำนวนมากอาจไม่ต้องใช้ OTDR ระดับ Carrier ทุกคน
แต่เครื่องมือหลักควร
- เชื่อถือได้
- Calibration ได้
- มีอะไหล่
- มีบริการหลังการขาย
ซื้อเครื่องมือราคาถูกเกินไปมีความเสี่ยงอะไร
อาจเกิดปัญหา เช่น
- Cleave ไม่สม่ำเสมอ
- Measurement ไม่แม่น
- Battery เสื่อมเร็ว
- ไม่มีอะไหล่
แต่ราคาสูงก็ไม่ได้รับประกันคุณภาพเสมอไป
จึงควรดู Specification และ Reliability
เครื่องมืออะไรไม่ควรประหยัดมากเกินไป
ควรให้ความสำคัญกับ
- Fusion Splicer
- Cleaver
- Fiber Stripper
- OTDR/Power Meter
- Cleaning Tools
เพราะมีผลโดยตรงต่อคุณภาพงาน
เครื่องมือไหนควร Calibration
อุปกรณ์ Measurement เช่น
- Optical Power Meter
- Light Source
- OTDR
ควรได้รับการดูแลและ Calibration ตาม Requirement ของงานและผู้ผลิต
โดยเฉพาะงานที่ต้องออก Test Report
ต้องดูแล Fusion Splicer อย่างไร
ควรทำความสะอาด
- V-Groove
- Fiber Clamp
- Camera Area ตามคู่มือ
- Cleaver
อย่างสม่ำเสมอ
และเก็บเครื่องใน Hard Case
เครื่อง Fusion เปียกฝนทำอย่างไร
ไม่ควรใช้งานในสภาพที่เสี่ยงน้ำเข้าตัวเครื่อง
งาน Outdoor ควรมี
- Tent
- Work Shelter
- Table
ป้องกันฝนและลม
ต้องสำรองเครื่อง Fusion ไหม
โครงการขนาดใหญ่หรือ Deadline สูงควรมี Backup Plan
เพราะถ้า Fusion Splicer เสีย งาน Splice ทั้งหมดอาจหยุดทันที
ต้องมีเครื่องสไปซ์ Ribbon แยกหรือไม่
ถ้าต้องทำ Ribbon Fiber ต้องใช้ Fusion Splicer และ Cleaver ที่รองรับ Ribbon/Mass Fusion ตามระบบ
เครื่อง Single Fiber ทั่วไปไม่ควรถูกสมมติว่าจะทำ Ribbon ได้ทุกเครื่อง
เครื่องมือสำหรับ Fast Connector ต่างไหม
ต่างบางส่วน
อาจใช้
- Stripper
- Cleaver
- Assembly Tool
- VFL
และไม่จำเป็นต้อง Fusion Splice หากเป็น Mechanical/Fast Connector
แต่ Loss และ Reliability ต้องตรงกับงาน
Fusion Splice กับ Fast Connector เลือกแบบไหน
Fusion Splice เหมาะกับ
- Backbone
- Permanent Joint
- งานต้องการ Loss ต่ำ
Fast Connector เหมาะกับ
- งานรวดเร็ว
- FTTH บางจุด
- Repair บางประเภท
ต้องเลือกตาม Application
งาน Fiber ที่ต้องการคุณภาพควรมีเครื่องมือทดสอบอะไรอย่างน้อย
ควรมี
- VFL
- Optical Power Meter
และสำหรับ Backbone ควรเพิ่ม
- Light Source
- OTDR
เพื่อให้ตรวจได้ทั้ง Continuity, Power และ Event
หลัง Fusion ต้องดูค่า Loss บนเครื่องอย่างเดียวพอไหม
ไม่พอ
ค่าที่ Fusion Splicer แสดงมักเป็น Estimated Splice Loss
งานจริงควรทดสอบ Link หลังติดตั้งด้วยเครื่องมือ Optical
ทำไม OTDR ถึงสำคัญหลังสไปซ์
เพราะช่วยเห็นว่าแต่ละจุดมี
- Splice Loss
- Reflection
- Bend
- Break
อยู่ตรงระยะใด
ถ้าต้องทำงานเชื่อม Fiber หรือแก้ไข Backbone สามารถดูรายละเอียด บริการสไปซ์สายไฟเบอร์ออฟติก เพื่อประกอบการวางแผนงานได้
Checklist เครื่องมือช่าง Fiber ฉบับย่อ
ก่อนออกหน้างานควรเช็กอย่างน้อย
เครื่องมือ Fusion
- Fusion Splicer
- Cleaver
- Fiber Stripper
- Sleeve
Cleaning
- Isopropyl Alcohol
- Lint-Free Wipes
- Cleaning Pen
- Inspection Tool
Testing
- VFL
- Power Meter
- Light Source
- OTDR
Cable Preparation
- Jacket Stripper
- Cable Slitter
- Kevlar Scissors
- Tube Cutter
Installation
- Reel Stand
- Pulling Rope
- Pulling Grip
- Duct Rodder
- Measuring Tool
Documentation
- Label Printer
- Marker
- Laptop
- Camera
Safety
- Safety Glasses
- Helmet
- Gloves
- Fiber Disposal Box
- Harness สำหรับงานบนที่สูง
Checklist ก่อนออกไซต์
ควรตรวจ
- Fusion Splicer เปิดติด
- Battery เต็ม
- Cleaver ใช้งานปกติ
- Blade พร้อม
- Stripper พร้อม
- Alcohol เพียงพอ
- Wipes เพียงพอ
- Sleeve มากกว่าจำนวน Core
- OTDR พร้อม
- Power Meter พร้อม
- Adapter ครบ
- Patch Cord Test ครบ
- Label พร้อม
- Drawing พร้อม
- PPE ครบ
จุดผิดพลาดที่พบบ่อยของช่าง Fiber
มี Fusion Splicer แต่ไม่มีเครื่องมือ Test
ทำงานเสร็จแต่ยืนยันคุณภาพ Link ไม่ได้
Cleaver Blade ไม่คม
ทำให้ Fusion Error สูง
ใช้ทิชชูเช็ด Fiber
เพิ่มสิ่งสกปรก
ไม่มี Label
Maintenance ภายหลังยากมาก
ไม่มี Fiber Waste Container
เสี่ยงอันตรายจากเศษแก้ว
ไม่เตรียม Spare Consumable
งานหยุดเพราะ Sleeve หรือ Alcohol หมด
มือใหม่ควรซื้ออะไรเป็นชุดแรก
ถ้าเริ่มทำงาน Fiber จริง ควรมีอย่างน้อย
- Fusion Splicer
- Cleaver
- Stripper
- Kevlar Scissors
- Cleaning Kit
- Sleeve
- VFL
- Optical Power Meter
- Tool Bag
- PPE
จากนั้นค่อยเพิ่ม OTDR และเครื่องมือ Cable Installation ตามประเภทงาน
ถ้างบจำกัดควรลงทุนอะไรก่อน
ให้ลงทุนในเครื่องมือที่มีผลกับ Quality โดยตรงก่อน ได้แก่
- Cleaver ที่เชื่อถือได้
- Fiber Stripper
- Fusion Splicer
- Cleaning Equipment
- Power Meter
แล้วเพิ่มเครื่องมือทดสอบขั้นสูงตามปริมาณงาน
สรุป ช่างติดตั้งไฟเบอร์ต้องมีเครื่องมืออะไรบ้าง
ช่าง Fiber ที่พร้อมทำงานจริงต้องมีมากกว่า Fusion Splicer
เครื่องมือหลักครอบคลุมตั้งแต่
ปอกสาย → เตรียม Fiber → Cleave → Fusion → Protect → Test → Label → Document
ถ้าเป็นงาน Backbone ต้องมีเครื่องมือทดสอบอย่าง OTDR และ Power Meter เพิ่มเข้ามาอย่างจริงจัง
ถ้าเป็นงาน Outdoor ต้องมีเครื่องมือ Pulling, Reel และ Safety เพิ่ม
และถ้าเป็นงาน Core สูง ต้องมีระบบ Label กับ Documentation ที่ดีพอ ๆ กับเครื่องมือสไปซ์
หลักของ comsiam คือเครื่องมือที่ครบไม่ได้ช่วยแค่ทำงานเร็วขึ้น แต่ช่วยลดความผิดพลาด ทำให้ตรวจสอบคุณภาพได้ และทำให้การส่งมอบระบบ Fiber มีมาตรฐานตั้งแต่ต้นจนจบ






