วิธีตั้งค่า DISA Ring Time Before Intercept โปรแกรม 508 Panasonic KX-TES824 ตั้งเวลารอสายก่อนโอนไปปลายทางสำรอง

วิธีตั้งค่า DISA Ring Time Before Intercept โปรแกรม 508 บน Panasonic KX-TES824 เป็นการกำหนดระยะเวลาที่โทรศัพท์ภายในซึ่งผู้โทรเลือกผ่านระบบ DISA สามารถดังรอให้พนักงานรับสาย ก่อนที่ตู้สาขาจะดำเนินการตาม DISA Intercept Mode โปรแกรม 507

โปรแกรม 508 รองรับระยะเวลา 6 ค่า ได้แก่ 10, 20, 30, 40, 60 และ 120 วินาที โดยค่าเริ่มต้นจากโรงงานคือ 20 วินาที

ตัวอย่างเช่น ลูกค้าโทรเข้าหมายเลขบริษัท ได้ยินเสียงต้อนรับ OGM แล้วกด 1 เพื่อเลือกฝ่ายขาย โทรศัพท์ฝ่ายขายดังแต่ไม่มีพนักงานรับสาย หากกำหนดโปรแกรม 508 เป็น 20 วินาที ระบบจะรอให้ปลายทางรับสายตามช่วงเวลาที่ตั้งไว้ ก่อนเข้าสู่การจัดการแบบ Intercept หรือ Disconnect ตามโปรแกรม 507

หากเลือก Intercept ระบบสามารถส่งสายไปยังปลายทางสำรอง เช่น พนักงานต้อนรับหรือระบบรับข้อความตามการตั้งค่าที่รองรับ แต่หากเลือก Disconnect ระบบจะตัดสายเมื่อครบเงื่อนไขเวลา

บทความนี้ ComSiam จะอธิบายวิธีตั้งโปรแกรม 508 อย่างละเอียด ตั้งแต่การเลือกเวลารอ การเข้า System Programming การใช้ร่วมกับโปรแกรม 507 และ 509 การกำหนดปลายทางสำรอง การทดสอบจากมือถือ และวิธีแก้ไขเมื่อโทรศัพท์ดังนานเกินไปหรือระบบไม่ส่งสายตามต้องการ

① DISA Ring Time Before Intercept คืออะไร?

DISA Ring Time Before Intercept คือระยะเวลาที่ตู้สาขาอนุญาตให้ปลายทางที่ถูกเลือกผ่าน DISA มีเสียงเรียกเข้า ก่อนเข้าสู่กระบวนการจัดการกรณีไม่มีผู้รับสาย

ตัวอย่างการทำงาน

① ลูกค้าโทรเข้าหมายเลขบริษัท

② ระบบ DISA ตอบรับสาย

③ เล่นข้อความเสียงต้อนรับ OGM

④ ลูกค้ากด 1 เพื่อเลือกฝ่ายขาย

⑤ ระบบส่งสายไปยังเครื่องฝ่ายขาย

⑥ โทรศัพท์ฝ่ายขายเริ่มมีเสียงเรียกเข้า

⑦ ระบบรอตามเวลาของโปรแกรม 508

⑧ หากพนักงานรับทันเวลา ระบบเชื่อมต่อการสนทนา

⑨ หากไม่มีผู้รับ ระบบดำเนินการตามโปรแกรม 507

จุดสำคัญ

โปรแกรม 508 ใช้ควบคุมเวลารอให้ปลายทางรับสายหลังจากเลือกหมายเลขแล้ว

ไม่ได้ใช้กำหนดเวลาหน่วงก่อนเริ่ม OGM และไม่ได้ใช้กำหนดเวลาที่ผู้โทรสามารถกดหมายเลขหลัง OGM จบ

② โปรแกรม 508 ตั้งค่าได้กี่วินาที?

ตามคู่มือ Panasonic KX-TES824 โปรแกรม 508 รองรับค่าต่อไปนี้

ค่าเวลารอก่อน Intercept
1010 วินาที
2020 วินาที
3030 วินาที
4040 วินาที
6060 วินาที
120120 วินาที

ค่าเริ่มต้นจากโรงงาน

20 วินาที

ความหมาย

หากตั้งโปรแกรม 508 เป็น 30 วินาที โทรศัพท์ปลายทางจะมีช่วงเวลารับสายตามที่ระบบกำหนด ก่อนเข้าสู่ขั้นตอน Intercept หรือ Disconnect หากไม่มีผู้รับ

ข้อควรจำ

ค่าโปรแกรม 508 เป็นเวลาควบคุมภายในระบบ

เวลาที่ผู้โทรรู้สึกว่ารอทั้งหมดอาจรวมการตั้งสาย การเล่น OGM และขั้นตอนอื่นก่อนเริ่มเรียกโทรศัพท์ปลายทางด้วย

③ โปรแกรม 508 ทำงานในลำดับใดของ DISA?

ลำดับการทำงานโดยทั่วไปเป็นดังนี้

สายเข้าจากภายนอก

↓

CO Line ของ Panasonic KX-TES824

↓

ระบบ DISA ตอบรับ

↓

เล่น OGM

↓

ผู้โทรกดหมายเลขหรือเมนู AA

↓

ระบบเลือกหมายเลขภายใน

↓

โทรศัพท์ปลายทางดัง

↓

โปรแกรม 508 — Ring Time Before Intercept

↓

หากไม่มีผู้รับ ดำเนินการตามโปรแกรม 507

↓

ถ้าเป็น Intercept ส่งไปปลายทางสำรอง

↓

โปรแกรม 509 — Ring Time After Intercept

ตัวอย่าง

บริษัทกำหนด

  • AA 1 = ฝ่ายขาย
  • โปรแกรม 508 = 20 วินาที
  • โปรแกรม 507 = Intercept
  • โปรแกรม 509 = 30 วินาที

ลูกค้ากด 1 แล้วฝ่ายขายดังรอ 20 วินาที

หากไม่มีผู้รับ ระบบส่งสายไปปลายทางสำรองตามการตั้งค่า

จากนั้นเข้าสู่ช่วงเวลารอรับสายของปลายทาง Intercept ตามโปรแกรม 509

④ โปรแกรม 508 แตกต่างจาก 504, 505 และ 509 อย่างไร?

โปรแกรมเหล่านี้เกี่ยวข้องกับเวลา แต่ทำงานคนละช่วง

โปรแกรมชื่อหน้าที่
504DISA Delayed Answer Timeหน่วงก่อน DISA ตอบรับ
505DISA Wait Time after OGMรอหมายเลขหลัง OGM จบ
508DISA Ring Time before Interceptรอให้ปลายทางแรกตอบรับ
509DISA Ring Time after Interceptรอให้ปลายทางสำรองตอบรับ

ตัวอย่างความแตกต่าง

โปรแกรม 504: ลูกค้าโทรเข้ามาแล้วรอก่อนเริ่มระบบตอบรับ

โปรแกรม 505: เสียงต้อนรับจบแล้ว ระบบรอให้กดเลข

โปรแกรม 508: ลูกค้ากดเลือกฝ่ายขายแล้ว โทรศัพท์ฝ่ายขายดังรอให้พนักงานรับ

โปรแกรม 509: ฝ่ายขายไม่รับ ระบบส่งต่อไปพนักงานต้อนรับแล้วรอให้รับสาย

การแยกหน้าที่ให้ถูกต้องจะช่วยป้องกันการแก้ไขโปรแกรมผิดจุด

⑤ โปรแกรม 507 เกี่ยวข้องกับโปรแกรม 508 อย่างไร?

โปรแกรม 507 คือ DISA Intercept Mode

ใช้กำหนดการทำงานเมื่อปลายทางไม่รับภายในระยะเวลาที่โปรแกรม 508 กำหนด

ตัวเลือกโปรแกรม 507

ตัวเลือกผลลัพธ์เมื่อครบเวลา 508
Disconnectตัดสาย
Interceptส่งสายไปปลายทางสำรองตามการตั้งค่า

ตัวอย่าง Disconnect

ฝ่ายขายดัง 20 วินาที ไม่มีใครรับ

เมื่อครบเวลา ระบบตัดสาย

ตัวอย่าง Intercept

ฝ่ายขายดัง 20 วินาที ไม่มีใครรับ

เมื่อครบเวลา ระบบส่งสายไปยังปลายทางสำรอง

ข้อควรจำ

โปรแกรม 508 กำหนดว่า รอนานเท่าไร

โปรแกรม 507 กำหนดว่า เมื่อครบเวลาแล้วจะทำอะไร

จึงควรตรวจสอบทั้งสองโปรแกรมร่วมกัน

⑥ โปรแกรม 509 ทำงานต่อจากโปรแกรม 508 อย่างไร?

โปรแกรม 509 ใช้กำหนดระยะเวลาเรียกปลายทางสำรองหลังระบบเข้าสู่ Intercept

ตัวอย่าง

ฝ่ายขายดัง 20 วินาที ตามโปรแกรม 508

ไม่มีผู้รับสาย

ระบบส่งต่อไปยังพนักงานต้อนรับ

พนักงานต้อนรับดังรออีก 30 วินาที ตามโปรแกรม 509

ค่าของโปรแกรม 509

รองรับ

  • 10 วินาที
  • 20 วินาที
  • 30 วินาที
  • 40 วินาที
  • 60 วินาที
  • 120 วินาที

ค่าเริ่มต้นคือ 20 วินาที

ข้อควรระวัง

หากเพิ่มทั้งโปรแกรม 508 และ 509 เป็นค่าสูงสุด ผู้โทรอาจต้องรอนานมากก่อนกระบวนการจัดการสายสิ้นสุด

ควรพิจารณาประสบการณ์ของลูกค้า ไม่ใช่เพิ่มเวลารอทุกขั้นตอนโดยไม่มีเหตุผล

⑦ โปรแกรมใดเกี่ยวข้องกับการตั้ง Ring Time Before Intercept?

โปรแกรมหน้าที่
408–410Flexible Ringing ตามโหมดเวลา
414–416CO Line Mode
438–440DISA IRNA to BV
500DISA Incoming Call Dial Mode
501DISA Built-in AA
506DISA Busy Mode
507DISA Intercept Mode
508DISA Ring Time before Intercept
509DISA Ring Time after Intercept
510DISA No Dial Mode
511DISA Security Mode

ไม่จำเป็นต้องแก้ทุกโปรแกรมพร้อมกัน

ควรตรวจสอบเฉพาะส่วนที่สัมพันธ์กับรูปแบบการรับสายของสำนักงาน

⑧ ควรตั้งโปรแกรม 508 กี่วินาทีดีที่สุด?

ควรเลือกตามลักษณะงานและความพร้อมของพนักงาน

10 วินาที

เหมาะกับระบบที่ต้องการส่งสายไปปลายทางสำรองรวดเร็ว

แต่พนักงานอาจมีเวลารับสายค่อนข้างสั้น

20 วินาที

เป็นค่าเริ่มต้นจากโรงงาน เหมาะสำหรับใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการทดสอบ

30 วินาที

เหมาะกับสำนักงานที่ต้องการเพิ่มเวลารอให้พนักงานเล็กน้อย

40 วินาที

เหมาะกับการใช้งานที่พนักงานอาจไม่ได้อยู่ใกล้โทรศัพท์ตลอดเวลา แต่ยังต้องพิจารณาความอดทนของผู้โทร

60 วินาที

ให้เวลารอมากขึ้น แต่เสี่ยงให้ลูกค้าต้องรอนานก่อนส่งต่อ

120 วินาที

เป็นตัวเลือกสูงสุด ควรใช้เฉพาะกรณีที่มีความจำเป็นชัดเจน

ข้อแนะนำ

สำนักงานทั่วไปสามารถเริ่มจาก 20 วินาที แล้วทดลอง 30 วินาทีหากพบว่าพนักงานรับสายไม่ทัน

หากต้องการลดสายที่ลูกค้าวางก่อนรับ อาจพิจารณาลดเวลารอและเปิด Intercept ไปยังพนักงานสำรอง

⑨ เตรียมระบบก่อนตั้งโปรแกรม 508

ก่อนเปลี่ยนค่าควรตรวจสอบข้อมูลดังนี้

① หมายเลขโทรศัพท์บริษัท

② พอร์ต CO ที่รับสาย

③ รูปแบบการรับสาย DISA

④ หมายเลข OGM ที่ใช้

⑤ โปรแกรม 500 และ 501 หากใช้เมนู AA

⑥ หมายเลขภายในที่จะทดสอบ

⑦ ค่าโปรแกรม 507 ปัจจุบัน

⑧ ค่าโปรแกรม 508 เดิม

⑨ ค่าโปรแกรม 509 เดิม

⑩ ปลายทาง Intercept ที่กำหนด

⑪ โหมด Day, Night หรือ Lunch

⑫ เครื่องโทรศัพท์มือถือสำหรับทดสอบ

คำแนะนำ

ควรบันทึกค่าเดิมก่อนแก้ไข และเตรียมวิธีกลับไปใช้การตั้งค่าเดิม หากผลการทดสอบไม่เหมาะสม

⑩ วิธีเข้า System Programming Panasonic KX-TES824

การเปลี่ยนโปรแกรม 508 ต้องใช้ Panasonic Proprietary Telephone ที่รองรับการตั้งโปรแกรมระบบและได้รับสิทธิ์

ขั้นตอน

① วางหูโทรศัพท์

② กด PROGRAM

③ กด *#

④ ใส่รหัสผ่าน System Programming ที่ได้รับอนุญาต

⑤ รอให้เครื่องเข้าสู่หน้าตั้งค่าระบบ

⑥ เลือกหมายเลขโปรแกรมที่ต้องการ

ข้อควรระวัง

หากเข้าโปรแกรมไม่ได้ ให้ตรวจสอบสิทธิ์ของเครื่องและรหัสผ่านระบบก่อน

ไม่ควรรีเซ็ตตู้สาขาเพียงเพราะไม่สามารถเข้าหน้าตั้งค่าได้

⑪ วิธีตั้งโปรแกรม 508 เป็น 20 วินาที

ตัวอย่างนี้เป็นการตั้งค่าตามค่าเริ่มต้นจากโรงงาน

ขั้นตอน

① เข้า System Programming

② กดหมายเลข 508

③ กด NEXT

④ ตรวจสอบค่าเดิม

⑤ ใช้ SELECT เลือก 20 s

⑥ ตรวจสอบค่าบนหน้าจอ

⑦ กด STORE

⑧ กด END

ลำดับคำสั่ง

508 → NEXT → SELECT (20 s) → STORE → END

ผลลัพธ์

เมื่อผู้โทรเลือกหมายเลขภายในผ่าน DISA โทรศัพท์ปลายทางจะมีช่วงเวลารับสายตามที่กำหนดไว้ ก่อนเข้าสู่กระบวนการของโปรแกรม 507 หากไม่มีผู้รับ

หลังตั้งค่า

ควรโทรทดสอบจริงและจับเวลาการเรียกปลายทาง

⑫ วิธีตั้งโปรแกรม 508 เป็น 10 วินาที

หากต้องการลดเวลารอก่อนส่งต่อ สามารถเลือก 10 วินาที

ขั้นตอน

① เข้า System Programming

② เลือก 508

③ กด NEXT

④ ใช้ SELECT เลือก 10 s

⑤ กด STORE

⑥ กด END

ลำดับคำสั่ง

508 → NEXT → SELECT (10 s) → STORE → END

เหมาะกับกรณีใด?

สำนักงานที่มีพนักงานสำรองพร้อมรับสาย และต้องการไม่ให้ผู้โทรรอปลายทางแรกนาน

ข้อควรระวัง

หากพนักงานต้องใช้เวลาเดินไปยังโทรศัพท์ 10 วินาทีอาจสั้นเกินไป

ต้องทดสอบกับสภาพการทำงานจริงก่อนใช้

⑬ วิธีตั้งโปรแกรม 508 เป็น 30 วินาที

หากต้องการให้พนักงานมีเวลารับสายเพิ่มจากค่าเริ่มต้น สามารถเลือก 30 วินาที

ขั้นตอน

① เข้า System Programming

② กด 508

③ กด NEXT

④ ใช้ SELECT เลือก 30 s

⑤ กด STORE

⑥ กด END

ลำดับคำสั่ง

508 → NEXT → SELECT (30 s) → STORE → END

ตัวอย่าง

ฝ่ายขายมีพนักงานอยู่หลายโต๊ะ แต่ไม่สามารถรับโทรศัพท์ได้ทันภายใน 20 วินาที

อาจทดลองเพิ่มเป็น 30 วินาที

การทดสอบ

ให้โทรเข้าผ่าน DISA เลือกฝ่ายขาย และปล่อยให้โทรศัพท์ดังโดยไม่มีผู้รับ จากนั้นตรวจสอบว่าระบบเข้าสู่การจัดการตามโปรแกรม 507 เมื่อใด

⑭ วิธีตั้งโปรแกรม 508 เป็น 40 วินาที

ค่า 40 วินาทีเหมาะกับกรณีที่ต้องการเพิ่มเวลารับสายมากขึ้น

ขั้นตอน

① เข้า System Programming

② เลือก 508

③ กด NEXT

④ ใช้ SELECT เลือก 40 s

⑤ กด STORE

⑥ กด END

ข้อควรพิจารณา

หากตั้งเป็น 40 วินาที และตั้งโปรแกรม 509 อีก 40 วินาที ผู้โทรอาจใช้เวลารอเฉพาะสองช่วงนี้รวมกันได้สูงสุดประมาณ 80 วินาที ก่อนพิจารณาเวลาส่วนอื่นของการโทร

จึงควรประเมินว่าผู้โทรยอมรับเวลารอระดับนี้ได้หรือไม่

⑮ วิธีตั้งโปรแกรม 508 เป็น 60 วินาที

โปรแกรม 508 สามารถเลือก 60 วินาทีได้

ขั้นตอน

① เข้า System Programming

② กด 508

③ กด NEXT

④ เลือก 60 s

⑤ กด STORE

⑥ กด END

ข้อดี

ช่วยให้พนักงานมีเวลามากขึ้นก่อนระบบเข้าสู่ Intercept

ข้อเสีย

ผู้โทรอาจวางสายก่อนครบเวลา โดยเฉพาะเมื่อไม่มีเสียงหรือข้อความแจ้งว่ากำลังรอให้พนักงานรับสาย

คำแนะนำ

ควรใช้เมื่อมีเหตุผลทางการใช้งานชัดเจน และทดสอบผลจริงก่อนเปิดใช้งานกับลูกค้า

⑯ วิธีตั้งโปรแกรม 508 เป็น 120 วินาที

ค่า 120 วินาทีเป็นตัวเลือกเวลาสูงสุดของโปรแกรม 508

ขั้นตอน

① เข้า System Programming

② กด 508

③ กด NEXT

④ ใช้ SELECT เลือก 120 s

⑤ กด STORE

⑥ กด END

ข้อควรระวัง

120 วินาทีเท่ากับ 2 นาที

หากโทรศัพท์ปลายทางไม่มีผู้รับ ผู้โทรอาจต้องรอถึงช่วงเวลานี้ก่อนที่ระบบจะดำเนินการตามโปรแกรม 507

เวลารอระดับนี้อาจไม่เหมาะกับหมายเลขบริการลูกค้าทั่วไป

คำแนะนำ

ไม่ควรเลือก 120 วินาทีเพียงเพราะต้องการให้ระบบมีเวลารอนานที่สุด

ควรพิจารณาการมีพนักงานสำรองหรือระบบรับข้อความที่เหมาะสมแทน

⑰ โปรแกรม 508 เป็นค่ารวมของระบบหรือแยกตาม CO Line?

โปรแกรม 508 เป็นการกำหนดเวลารอก่อน Intercept ของ DISA โดยไม่มีขั้นตอนเลือก CO Line แยกในคำสั่งนี้

ตัวอย่าง

สำนักงานมี

  • CO1 ใช้ DISA OGM1
  • CO2 ใช้ DISA OGM2

หากตั้งโปรแกรม 508 เป็น 20 วินาที ค่านี้ใช้ตามขอบเขตของการทำงาน DISA ที่เกี่ยวข้อง

ข้อควรจำ

ไม่ควรสมมติว่าสามารถตั้ง CO1 เป็น 10 วินาที และ CO2 เป็น 60 วินาทีผ่านโปรแกรม 508 โดยตรง

หากองค์กรต้องการเวลารอแตกต่างกันตามประเภทสาย อาจต้องตรวจสอบความสามารถของระบบอื่นหรือออกแบบการรับสายเพิ่มเติม

⑱ วิธีตั้งให้ฝ่ายขายดัง 20 วินาทีแล้วไปโอเปอเรเตอร์

สมมติบริษัทต้องการให้ผู้โทรกด 1 ฝ่ายขาย แล้วหากไม่มีผู้รับภายใน 20 วินาที ให้ส่งสายไปพนักงานต้อนรับ

ตัวอย่างระบบ

  • CO1 = หมายเลขบริษัท
  • OGM1 = เสียงต้อนรับหลัก
  • Jack 02 = ฝ่ายขาย
  • Jack 01 = พนักงานต้อนรับ

ตารางการตั้งค่า

โปรแกรมค่าเป้าหมาย
414CO1 = DISA OGM1
500With AA
501 AA 1Jack 02
507Intercept
50820 วินาที
50930 วินาที
438–440ตรวจสอบเส้นทาง BV
408–410กำหนดเครื่องรับสายสำรองตามโหมดเวลา

ขั้นตอนทดสอบ

① ให้โทรศัพท์ฝ่ายขายอยู่ในสถานะว่าง

② ให้พนักงานต้อนรับพร้อมรับสาย

③ ใช้มือถือโทรเข้าหมายเลขบริษัท

④ กด 1

⑤ ปล่อยให้ฝ่ายขายดังแต่ไม่มีผู้รับ

⑥ รอจนครบเวลาของโปรแกรม 508

⑦ ตรวจสอบว่าระบบเข้าสู่ Intercept

⑧ ตรวจสอบว่าพนักงานต้อนรับได้รับสายตามแผนหรือไม่

ข้อควรระวัง

ต้องตรวจสอบว่ามีการกำหนด Built-in Voice Message เป็นปลายทาง Intercept ก่อน Flexible Ringing หรือไม่

เพราะเส้นทางสำรองของระบบมีลำดับความสำคัญตามที่คู่มือกำหนด

⑲ วิธีตรวจปลายทาง Intercept ผ่านโปรแกรม 408–410

โปรแกรม Flexible Ringing ใช้กำหนดโทรศัพท์ภายในที่เกี่ยวข้องกับการรับสายตามโหมดเวลา และอาจเป็นปลายทาง Intercept ตามลำดับที่ระบบรองรับ

โปรแกรมโหมด
408Day
409Night
410Lunch

ตัวอย่าง

ต้องการให้ Jack 01 เป็นเครื่องรับสายสำรองใน Day Mode

ควรตรวจสอบโปรแกรม 408 ว่า CO1 กำหนดให้ Jack 01 มีเสียงเรียกเข้าตามรูปแบบที่ต้องการ

ขั้นตอนตรวจสอบ

① เข้า System Programming

② เลือกโปรแกรม 408

③ เลือก CO1

④ ตรวจสอบ Extension Jack 01

⑤ ตรวจสอบสิทธิ์เสียงเรียกเข้า

⑥ บันทึกค่าเมื่อมีการแก้ไข

⑦ โทรทดสอบจริง

ข้อสำคัญ

การกำหนด Flexible Ringing ต้องใช้หมายเลข Extension Jack ให้ถูกต้อง

หากเบอร์ 101 อยู่ที่ Jack 01 ให้เลือก Jack 01 ไม่ใช่ใช้เลข 101 แทน

⑳ โปรแกรม 438–440 เกี่ยวข้องกับการ Intercept อย่างไร?

โปรแกรม 438–440 คือ DISA IRNA to BV แยกตามโหมดเวลา

โปรแกรมโหมด
438Day
439Night
440Lunch

หน้าที่

ใช้กำหนดการส่งสายที่ไม่มีผู้รับไปยังระบบ Built-in Voice Message ตามเงื่อนไขและความสามารถที่ติดตั้ง

ลำดับปลายทาง Intercept

เมื่อโปรแกรม 507 เป็น Intercept ระบบพิจารณาปลายทางสำรองตามลำดับสำคัญ ได้แก่

① DISA IRNA to BV โปรแกรม 438–440

② Flexible Ringing โปรแกรม 408–410

ข้อควรระวัง

ถ้าระบบติดตั้งและกำหนด BV ไว้ สายอาจเข้าสู่ระบบรับข้อความก่อนโทรศัพท์พนักงานต้อนรับ

ควรตรวจสอบลำดับนี้ก่อนสรุปว่าการตั้งโปรแกรม 508 ไม่ทำงาน

㉑ วิธีทดสอบ Ring Time Before Intercept จากมือถือ

ควรทดสอบด้วยโทรศัพท์ภายนอก เพื่อให้เห็นพฤติกรรมจริงของระบบ DISA

ขั้นตอน

① ตรวจสอบค่าโปรแกรม 508

② ตรวจสอบโปรแกรม 507

③ ตรวจสอบเครื่องปลายทางสำรอง

④ ใช้มือถือโทรเข้าหมายเลขบริษัท

⑤ รอให้ระบบเล่น OGM

⑥ กดหมายเลขเครื่องภายใน เช่น 102

⑦ ตรวจสอบว่าเครื่อง 102 เริ่มดัง

⑧ เริ่มจับเวลาจากช่วงเริ่มเรียกปลายทาง

⑨ ไม่ให้พนักงานรับสาย

⑩ บันทึกเวลาที่ระบบเปลี่ยนไปใช้ Intercept หรือ Disconnect

⑪ ตรวจสอบสถานะ CO Line หลังการทดสอบ

ตัวอย่างตาราง

ค่าโปรแกรม 508เวลาที่วัดจริงผล
10 วินาทีบันทึกจริงผ่าน / ไม่ผ่าน
20 วินาทีบันทึกจริงผ่าน / ไม่ผ่าน
30 วินาทีบันทึกจริงผ่าน / ไม่ผ่าน
40 วินาทีบันทึกจริงผ่าน / ไม่ผ่าน

ข้อควรจำ

ควรจับเวลาจากช่วงที่ระบบเริ่มเรียกปลายทาง ไม่ใช่จากเวลาที่ผู้ใช้กดปุ่มโทรออกบนมือถือ

เพราะก่อนหน้านั้นอาจมีช่วงเล่น OGM และการประมวลผลหมายเลขอยู่แล้ว

㉒ โปรแกรม 508 ตั้ง 20 วินาที แต่โทรศัพท์ดังนานกว่า เกิดจากอะไร?

1. เริ่มจับเวลาผิดช่วง

หากเริ่มนับตั้งแต่ผู้โทรเข้าหมายเลขบริษัท เวลาจะรวมขั้นตอนก่อนเลือกเบอร์ภายในด้วย

2. เข้าใจช่วง Intercept ผิด

บางครั้งระบบเข้าสู่ปลายทางสำรองแล้ว แต่ผู้ทดสอบยังคิดว่าเป็นการเรียกปลายทางเดิม

3. มีการตั้งโปรแกรม 509 เพิ่มเติม

เมื่อระบบเข้าสู่ Intercept จะมีเวลารอรับสายของปลายทางสำรองอีกช่วงหนึ่ง

4. ระบบอยู่ในสถานการณ์ Busy ไม่ใช่ No Answer

อาจใช้โปรแกรม 506 แทน 508

5. การกำหนดปลายทางไม่ตรงกับการทดสอบ

ต้องตรวจสอบหมายเลข AA และ Extension Jack ที่เลือกจริง

6. การทำงานของกลุ่มโทรศัพท์

หากเป็น Extension Group อาจมีพฤติกรรมการเรียกต่างจากโทรศัพท์เครื่องเดียวตามระบบที่ใช้

แนวทางแก้ไข

ควรทดสอบด้วยปลายทางเครื่องเดียวก่อน แล้วจึงทดสอบกลุ่มตามการตั้งค่าจริง

㉓ โปรแกรม 508 ตั้ง 10 วินาที แต่ระบบตัดสายเร็วเกินไป แก้อย่างไร?

หากลูกค้าแจ้งว่าโทรศัพท์ดังเพียงสั้น ๆ แล้วถูกตัดสาย ควรตรวจสอบลำดับดังนี้

① ตรวจสอบว่าโปรแกรม 508 เป็น 10 วินาทีจริงหรือไม่

② ตรวจสอบโปรแกรม 507 ว่าเลือก Disconnect หรือ Intercept

③ หากต้องการให้ปลายทางมีเวลารับมากขึ้น ให้ทดลอง 20 วินาที

④ หากต้องการให้ไปเครื่องสำรอง ให้ตรวจสอบโปรแกรม 507 เป็น Intercept

⑤ ตรวจสอบปลายทาง BV และ Flexible Ringing

⑥ โทรทดสอบใหม่

คำแนะนำ

การเพิ่มเป็น 20 หรือ 30 วินาทีอาจเหมาะกับสำนักงานที่พนักงานต้องใช้เวลาเดินมารับโทรศัพท์

แต่ควรทดสอบว่าผู้โทรไม่ต้องรอนานเกินไป

㉔ วิธีตรวจเมื่อใช้ ONT หรือ VoIP Gateway

หากสำนักงานใช้สายนอกจาก ONT เชื่อมต่อเข้าตู้สาขา ควรทดสอบระบบตามเส้นทางจริง

ONT TEL1 → CO1 → Panasonic KX-TES824 → DISA

จุดที่ควรตรวจสอบ

① ONT รับสายเข้าได้ตามปกติ

② CO1 ใช้ DISA ในโหมดเวลาที่ถูกต้อง

③ OGM เล่นครบ

④ ผู้โทรสามารถกดหมายเลข DTMF ได้

⑤ ระบบส่งสายไปยังเครื่องภายในได้

⑥ เครื่องปลายทางมีเสียงเรียกเข้า

⑦ โปรแกรม 508 ควบคุมเวลารอตามแผน

⑧ โปรแกรม 507 ดำเนินการถูกต้องเมื่อไม่มีผู้รับ

⑨ พอร์ต CO คืนสถานะหลังการโทร

หากผู้โทรวางก่อนครบเวลา

ควรตรวจสอบการคืนสายและ Disconnect Supervision ของ ONT หากเกิดอาการ CO ค้าง

การเปลี่ยนโปรแกรม 508 ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาสัญญาณตัดสายจาก ONT โดยตรง

㉕ ตารางวิเคราะห์ปัญหาโปรแกรม 508

อาการจุดที่ควรตรวจสอบ
โทรศัพท์ดังนานเกินไปค่า 508 และช่วงเวลาที่จับ
โทรศัพท์ดังสั้นเกินไปค่า 508
ไม่มีผู้รับแล้วสายตัดโปรแกรม 507
ไม่มีผู้รับแล้วไม่ไปเครื่องสำรองโปรแกรม 507 และปลายทาง Intercept
ไป BV แทนโอเปอเรเตอร์โปรแกรม 438–440
เครื่องสำรองไม่ดังโปรแกรม 408–410
เวลาเรียกเครื่องสำรองนานเกินไปโปรแกรม 509
เครื่องไม่ว่างแล้วตัดสายโปรแกรม 506
ไม่กดเมนูแล้วตัดสายโปรแกรม 505 และ 510
กดเมนูแล้วไปผิดเครื่องโปรแกรม 500 และ 501
พอร์ต CO ค้างหลังผู้โทรวางCPC และการคืนสายนอก

การตรวจสอบควรเริ่มจากอาการที่เกิดขึ้นจริง ไม่ควรเปลี่ยนโปรแกรมหลายตัวพร้อมกัน

㉖ ตัวอย่างออกแบบเวลารอ DISA สำหรับสำนักงาน

สมมติสำนักงานมีแผนกต่อไปนี้

  • ฝ่ายขาย
  • ฝ่ายบัญชี
  • ฝ่ายบริการ
  • พนักงานต้อนรับ

ต้องการให้ผู้โทรติดต่อแต่ละแผนกโดยตรง แต่เมื่อไม่มีคนรับให้ส่งสายไปพนักงานต้อนรับ

ตารางตัวอย่าง

โปรแกรมค่าเป้าหมาย
414CO1 = DISA OGM1
500With AA
501 AA 1ฝ่ายขาย
501 AA 2ฝ่ายบัญชี
501 AA 3ฝ่ายบริการ
507Intercept
50820 วินาที
50930 วินาที
408ตรวจสอบเครื่องสำรองช่วงกลางวัน
438ตรวจสอบ BV หากมี
511Trunk Security

ตัวอย่างลำดับ

① ลูกค้ากด 1 เพื่อเลือกฝ่ายขาย

② ฝ่ายขายดัง 20 วินาที

③ ไม่มีผู้รับ

④ ระบบเข้าสู่ Intercept

⑤ โทรศัพท์พนักงานต้อนรับดังตามการตั้งค่า

⑥ หากพนักงานต้อนรับรับสาย ก็สนทนากับลูกค้าได้

ผลที่ต้องการ

ลูกค้าไม่จำเป็นต้องโทรกลับมาใหม่ทันทีเมื่อฝ่ายขายไม่มีผู้รับ

แต่อาจได้รับการดูแลจากพนักงานสำรองแทน

㉗ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อปรับโปรแกรม 508

1. เข้าใจว่า 508 เป็นเวลารอหลัง OGM

ความจริงโปรแกรม 505 ใช้รอหมายเลขหลัง OGM

2. ตั้ง 508 สูงเกินไป

อาจทำให้ผู้โทรรอนานจนวางสาย

3. ตั้ง 508 ต่ำเกินไป

พนักงานอาจรับไม่ทันก่อนระบบส่งต่อ

4. ไม่ตรวจสอบโปรแกรม 507

ทำให้ไม่ทราบว่าเมื่อครบเวลาระบบจะตัดสายหรือส่งต่อ

5. ไม่ตรวจสอบโปรแกรม 509

ทำให้เวลารวมหลังส่งต่อยาวกว่าที่คาด

6. ไม่กำหนดปลายทางสำรอง

ทำให้ Intercept ไม่เป็นไปตามแผน

7. ไม่ตรวจสอบโหมดเวลา

Day, Night และ Lunch อาจมีปลายทางรับสายต่างกัน

8. ทดสอบเพียงจากเครื่องภายใน

อาจไม่เห็นพฤติกรรมจริงของ DISA จากสายนอก

㉘ Checklist ตั้งค่าโปรแกรม 508

  • ตรวจสอบพอร์ต CO
  • ตรวจสอบการรับสายด้วย DISA
  • ตรวจสอบ OGM
  • ตรวจสอบโปรแกรม 500
  • ตรวจสอบโปรแกรม 501
  • บันทึกค่าโปรแกรม 508 เดิม
  • เลือก 10, 20, 30, 40, 60 หรือ 120 วินาที
  • กด STORE เพื่อบันทึกแล้ว
  • ตรวจสอบโปรแกรม 507
  • ตรวจสอบโปรแกรม 509
  • ตรวจสอบโปรแกรม 408–410
  • ตรวจสอบโปรแกรม 438–440
  • ตรวจสอบปลายทางสำรอง
  • ตรวจสอบ Extension Jack
  • ทดสอบเครื่องปลายทางในสถานะว่าง
  • ปล่อยให้เครื่องดังโดยไม่มีผู้รับ
  • จับเวลาก่อนเข้าสู่ Intercept
  • ตรวจสอบพฤติกรรมเมื่อครบเวลา
  • ตรวจสอบการเรียกเครื่องสำรอง
  • ทดสอบการรับสายของพนักงานสำรอง
  • ทดสอบการวางสาย
  • ตรวจสอบการคืน CO Line
  • ทดสอบโหมดกลางคืน หากใช้งาน
  • บันทึกผลการทดสอบแล้ว

㉙ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรม 508

Panasonic KX-TES824 โปรแกรม 508 คืออะไร?

คือ DISA Ring Time Before Intercept ใช้กำหนดเวลาที่ปลายทางซึ่งผู้โทรเลือกผ่าน DISA สามารถดังรอให้พนักงานรับสาย ก่อนเข้าสู่การจัดการตามโปรแกรม 507

โปรแกรม 508 ตั้งค่าได้กี่วินาที?

ตั้งได้ 10, 20, 30, 40, 60 และ 120 วินาที

ค่าเริ่มต้นของโปรแกรม 508 คือเท่าไร?

ค่าเริ่มต้นจากโรงงานคือ 20 วินาที

โปรแกรม 508 กับ 509 ต่างกันอย่างไร?

508 ใช้ควบคุมเวลารอปลายทางแรกก่อน Intercept ส่วน 509 ใช้ควบคุมเวลารอปลายทางสำรองหลัง Intercept

โปรแกรม 508 กับ 507 ต่างกันอย่างไร?

508 กำหนดเวลารอ ส่วน 507 กำหนดว่าจะ Intercept หรือ Disconnect เมื่อปลายทางไม่รับภายในเวลาที่กำหนด

ตั้งโปรแกรม 508 เป็น 30 วินาทีได้หรือไม่?

ได้ โดยเข้า System Programming เลือก 508 แล้วเลือก 30 วินาทีและกด STORE

ตั้ง 120 วินาทีดีหรือไม่?

ควรใช้เฉพาะเมื่อมีเหตุผลชัดเจน เพราะผู้โทรอาจต้องรอนานถึง 2 นาทีก่อนระบบส่งต่อหรือตัดสาย

หากตั้ง Intercept แล้วไม่ไปพนักงานต้อนรับต้องตรวจอะไร?

ตรวจสอบโปรแกรม 507 ปลายทาง BV โปรแกรม 438–440 และ Flexible Ringing โปรแกรม 408–410

โปรแกรม 508 ใช้แก้กรณีเครื่องไม่ว่างได้หรือไม่?

ไม่ใช่โปรแกรมหลักสำหรับกรณีเครื่องไม่ว่าง ต้องตรวจสอบ DISA Busy Mode โปรแกรม 506

โปรแกรม 508 ใช้กับสายนอกจาก ONT ได้หรือไม่?

ได้เมื่อสายเข้าผ่าน DISA ของ KX-TES824 ตามเงื่อนไขระบบ แต่ต้องตรวจสอบการรับสาย DTMF และการคืนสายของ ONT แยกต่างหาก

㉚ สรุปวิธีตั้งค่า DISA Ring Time Before Intercept โปรแกรม 508 Panasonic KX-TES824

การตั้งค่า DISA Ring Time Before Intercept โปรแกรม 508 บน Panasonic KX-TES824 ใช้กำหนดระยะเวลาที่โทรศัพท์ปลายทางดังรอให้พนักงานรับสาย หลังผู้โทรจากภายนอกเลือกหมายเลขผ่านระบบ DISA

โปรแกรมรองรับค่า 10, 20, 30, 40, 60 และ 120 วินาที โดยค่าเริ่มต้นจากโรงงานคือ 20 วินาที

หากปลายทางไม่มีผู้รับภายในเวลาที่กำหนด ระบบจะดำเนินการตามโปรแกรม 507 ซึ่งสามารถเลือก Intercept หรือ Disconnect ได้

หากเลือก Intercept ต้องตรวจสอบปลายทางสำรองตามลำดับของระบบ โดยเฉพาะ DISA IRNA to BV โปรแกรม 438–440 และ Flexible Ringing โปรแกรม 408–410

นอกจากนี้ควรตรวจสอบโปรแกรม 509 ซึ่งกำหนดเวลารอรับสายหลังเข้าสู่ Intercept เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้โทรต้องรอนานเกินความจำเป็น

การเลือกเวลาที่เหมาะสมควรพิจารณาจากความพร้อมของพนักงาน ประเภทของงาน และระยะเวลาที่ลูกค้ายอมรับได้ ไม่จำเป็นต้องเลือกค่าสูงสุดเสมอไป

หลังตั้งค่า ควรทดสอบจากโทรศัพท์มือถือจริง โดยปล่อยให้เครื่องปลายทางดังแต่ไม่มีผู้รับ แล้วจับเวลาจนระบบส่งต่อหรือตัดสายตามแผน พร้อมตรวจสอบว่าพอร์ต CO คืนสถานะอย่างถูกต้องหลังสิ้นสุดการโทร

ComSiam แนะนำให้เริ่มจากค่า 20 วินาที แล้วปรับเพิ่มหรือลดตามผลทดสอบจริง พร้อมกำหนดปลายทางสำรองให้พร้อมใช้งาน วิธีนี้ช่วยลดโอกาสพลาดสายจากลูกค้าและทำให้ระบบตอบรับอัตโนมัติ Panasonic KX-TES824 จัดการสายที่ไม่มีผู้รับได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ComSiam Professional Team