วิธีตั้งค่า DISA Ring Time After Intercept โปรแกรม 509 Panasonic KX-TES824 ตั้งเวลารอสายปลายทางสำรองก่อนตัดสาย

วิธีตั้งค่า DISA Ring Time After Intercept โปรแกรม 509 บน Panasonic KX-TES824 เป็นการกำหนดระยะเวลาที่โทรศัพท์ภายในปลายทางสำรองจะมีเสียงเรียกเข้า หลังจากระบบ DISA ส่งต่อสายด้วยฟังก์ชัน Intercept Routing เนื่องจากหมายเลขภายในที่ผู้โทรเลือกไม่มีพนักงานรับสายภายในเวลาที่กำหนด

โปรแกรม 509 รองรับระยะเวลา 10, 20, 30, 40, 60 และ 120 วินาที โดยค่าเริ่มต้นจากโรงงานคือ 20 วินาที

ตัวอย่างเช่น ลูกค้าโทรเข้าหมายเลขบริษัท ได้ยินข้อความเสียงต้อนรับ OGM แล้วกด 1 เพื่อเลือกฝ่ายขาย แต่โทรศัพท์ฝ่ายขายดัง 20 วินาทีแล้วยังไม่มีผู้รับ ระบบจึงส่งสายไปยังพนักงานต้อนรับตามการตั้งค่า Intercept

หากโปรแกรม 509 ตั้งเป็น 30 วินาที พนักงานต้อนรับจะมีเวลาอีก 30 วินาทีในการรับสาย หากยังไม่มีผู้รับเมื่อครบเวลาที่กำหนด ระบบจะตัดสายตามเงื่อนไขการทำงานของ DISA Intercept

บทความนี้ ComSiam จะอธิบายวิธีตั้งโปรแกรม 509 อย่างละเอียด ทั้งการเลือกเวลารอ การเข้า System Programming การตั้งค่าร่วมกับโปรแกรม 507 และ 508 การกำหนดปลายทางสำรอง การทดสอบด้วยโทรศัพท์มือถือ และวิธีแก้ไขเมื่อสายถูกตัดหรือโทรศัพท์ปลายทางสำรองไม่ดัง

① DISA Ring Time After Intercept คืออะไร?

DISA Ring Time After Intercept คือช่วงเวลาที่ตู้สาขาอนุญาตให้ปลายทางสำรองมีเสียงเรียกเข้า หลังสายถูกส่งต่อจากหมายเลขภายในเดิมผ่านระบบ Intercept Routing

DISA ย่อมาจาก Direct Inward System Access เป็นระบบที่อนุญาตให้ผู้โทรจากภายนอกเลือกหมายเลขภายในหรือแผนกได้โดยตรง

ตัวอย่างการทำงาน

① ลูกค้าโทรเข้าหมายเลขบริษัท

② ระบบ DISA เล่นข้อความเสียงต้อนรับ OGM

③ ลูกค้ากดหมายเลข 102

④ โทรศัพท์ภายใน 102 ดัง

⑤ ไม่มีพนักงานรับสาย

⑥ ระบบรอจนครบเวลาของโปรแกรม 508

⑦ ระบบใช้ Intercept Routing ตามโปรแกรม 507

⑧ ส่งสายไปยังปลายทางสำรอง

⑨ โทรศัพท์ปลายทางสำรองดังตามเวลาของโปรแกรม 509

⑩ หากมีผู้รับ ระบบเชื่อมต่อการสนทนา

⑪ หากไม่มีผู้รับเมื่อครบเวลา ระบบตัดสายตามเงื่อนไข

จุดสำคัญ

โปรแกรม 509 ใช้กำหนดเวลารอที่ปลายทางสำรอง ไม่ใช่เวลาที่โทรศัพท์ปลายทางแรกดัง

หากต้องการปรับเวลารอของปลายทางแรก ต้องใช้โปรแกรม 508

② โปรแกรม 509 รองรับเวลาเท่าไร?

Panasonic KX-TES824 รองรับระยะเวลาทั้งหมด 6 ค่า

ค่าโปรแกรมเวลารอหลัง Intercept
1010 วินาที
2020 วินาที
3030 วินาที
4040 วินาที
6060 วินาที
120120 วินาที

ค่าเริ่มต้นจากโรงงาน

20 วินาที

วิธีเลือกค่า

  • 10 วินาที เหมาะเมื่อมีพนักงานสำรองพร้อมรับสายทันที
  • 20 วินาที เป็นจุดเริ่มต้นมาตรฐาน
  • 30 วินาที ให้พนักงานสำรองมีเวลาเพิ่มขึ้น
  • 40 วินาที เหมาะเมื่อจำเป็นต้องเพิ่มเวลารอ
  • 60 วินาที ควรใช้เมื่อมีเหตุผลทางการทำงาน
  • 120 วินาที เป็นเวลาสูงสุดและอาจทำให้ผู้โทรรอนานเกินไป

ควรเลือกเวลาที่สมดุลระหว่างโอกาสรับสายกับเวลารอของลูกค้า

③ โปรแกรม 509 ทำงานในขั้นตอนไหนของ DISA?

ลำดับการทำงานของระบบเป็นดังนี้

สายเข้าจากภายนอก

↓

ระบบ DISA รับสาย

↓

เล่นข้อความ OGM

↓

ผู้โทรเลือกหมายเลขภายใน

↓

โทรศัพท์ปลายทางแรกดัง

↓

โปรแกรม 508 — Ring Time Before Intercept

↓

ไม่มีผู้รับสาย

↓

โปรแกรม 507 — Intercept Mode

↓

ส่งสายไปยังปลายทางสำรอง

↓

โปรแกรม 509 — Ring Time After Intercept

↓

มีผู้รับสาย → สนทนา

ไม่มีผู้รับจนหมดเวลา → ตัดสาย

ตัวอย่าง

ตั้งโปรแกรมดังนี้

  • 507 = Intercept
  • 508 = 20 วินาที
  • 509 = 30 วินาที

หากไม่มีใครรับสายทั้งสองปลายทาง ระบบอาจใช้ช่วงเวลาเรียกเครื่องภายในรวมประมาณ 50 วินาที ก่อนรวมเวลาที่เกิดขึ้นในขั้นตอนอื่น เช่น การเล่น OGM

④ โปรแกรม 509 ต่างจากโปรแกรม 508 อย่างไร?

ทั้งสองโปรแกรมใช้กำหนดเวลาการเรียกปลายทาง แต่ทำงานต่างช่วงกัน

รายการโปรแกรม 508โปรแกรม 509
ชื่อRing Time Before InterceptRing Time After Intercept
จุดเริ่มต้นเริ่มเรียกปลายทางแรกเริ่มเรียกปลายทางสำรอง
ค่าที่รองรับ10–120 วินาทีตามตัวเลือก10–120 วินาทีตามตัวเลือก
ค่าเริ่มต้น20 วินาที20 วินาที
เมื่อหมดเวลาดำเนินการตามโปรแกรม 507ตัดสายหากไม่มีผู้รับตามเงื่อนไข

ตัวอย่าง

ฝ่ายขายดัง 20 วินาทีโดยไม่มีผู้รับ เป็นช่วงของโปรแกรม 508

ระบบส่งสายต่อไปยังพนักงานต้อนรับ

พนักงานต้อนรับดัง 30 วินาที เป็นช่วงของโปรแกรม 509

หากต้องการเพิ่มเวลารอพนักงานต้อนรับ ให้แก้โปรแกรม 509 ไม่ใช่ 508

⑤ โปรแกรม 507 เกี่ยวข้องกับโปรแกรม 509 อย่างไร?

โปรแกรม 507 หรือ DISA Intercept Mode เป็นตัวกำหนดว่าระบบจะส่งสายต่อหรือยุติสาย เมื่อปลายทางแรกไม่รับสาย

ตัวเลือกโปรแกรม 507

ตัวเลือกการทำงาน
Disconnectตัดสายเมื่อครบเวลาของโปรแกรม 508
Interceptส่งสายไปปลายทางสำรอง

หากเลือก Disconnect

ระบบจะไม่เข้าสู่การเรียกปลายทางสำรองในรูปแบบ Intercept ตามเส้นทางปกติ

ดังนั้นการเปลี่ยนโปรแกรม 509 อาจไม่ส่งผลต่อสถานการณ์ที่กำลังทดสอบ

หากเลือก Intercept

ระบบจะพิจารณาปลายทางสำรองตามการตั้งค่าที่เกี่ยวข้อง และใช้โปรแกรม 509 กำหนดช่วงเวลาเรียกปลายทางหลัง Intercept

ข้อควรจำ

หากต้องการใช้โปรแกรม 509 กับสายที่ไม่มีผู้รับ ต้องตรวจสอบว่าโปรแกรม 507 เลือก Intercept และกำหนดปลายทางสำรองได้ถูกต้อง

⑥ ปลายทางสำรองของ DISA คืออะไร?

ปลายทางสำรองหรือ Intercept Destination คือเครื่องหรือระบบที่ได้รับสายแทนปลายทางแรก เมื่อไม่มีผู้รับภายในเวลาที่กำหนด

ตัวอย่างปลายทางสำรอง

  • พนักงานต้อนรับ
  • โทรศัพท์แผนกบริการ
  • กลุ่มโทรศัพท์ที่กำหนดให้รับสาย
  • Built-in Voice Message เมื่อมีอุปกรณ์และการตั้งค่าที่รองรับ

ลำดับที่เกี่ยวข้อง

ระบบ Panasonic KX-TES824 พิจารณาปลายทาง Intercept ตามลำดับดังนี้

① DISA IRNA to BV โปรแกรม 438–440

② Flexible Ringing โปรแกรม 408–410

ข้อควรระวัง

หากกำหนด BV ไว้ ระบบอาจส่งสายเข้าสู่ระบบรับข้อความก่อนพนักงานต้อนรับ

จึงต้องตรวจสอบลำดับปลายทางจริง ไม่ใช่คาดว่าจะไปหมายเลข 101 เสมอไป

⑦ โปรแกรมที่เกี่ยวข้องกับ Ring Time After Intercept

โปรแกรมหน้าที่
408–410Flexible Ringing ตามช่วงเวลา
414–416กำหนดรูปแบบรับสาย CO Line
438–440DISA IRNA to BV
500DISA Incoming Call Dial Mode
501DISA Built-in AA
506DISA Busy Mode
507DISA Intercept Mode
508Ring Time Before Intercept
509Ring Time After Intercept
510DISA No Dial Mode
511DISA Security Mode

หลักการตรวจสอบ

หากปลายทางสำรองไม่ดัง ควรตรวจสอบการกำหนดปลายทางก่อนเปลี่ยนเวลาของโปรแกรม 509

หากปลายทางสำรองดัง แต่ระบบตัดสายเร็วหรือช้าเกินไป จึงควรตรวจสอบค่าโปรแกรม 509 เป็นอันดับต้น ๆ

⑧ ควรตั้งโปรแกรม 509 กี่วินาที?

ควรเลือกจากความพร้อมของผู้รับสายสำรอง

10 วินาที

เหมาะกับสำนักงานที่มีพนักงานต้อนรับประจำอยู่ใกล้โทรศัพท์ตลอดเวลา

แต่หากพนักงานจำเป็นต้องหยุดงานอื่นก่อนรับสาย อาจสั้นเกินไป

20 วินาที

เป็นค่าเริ่มต้น เหมาะสำหรับใช้ทดสอบระบบทั่วไป

30 วินาที

เหมาะกับสำนักงานที่ต้องการให้พนักงานต้อนรับมีเวลารับสายเพิ่มขึ้น

40 วินาที

เหมาะกับกรณีที่เครื่องรับสายสำรองไม่ได้มีพนักงานเฝ้าตลอดเวลา

60 วินาที

ผู้โทรอาจต้องรอนานขึ้นหลังจากรอเครื่องแรกมาแล้ว

120 วินาที

เป็นเวลาสูงสุดของโปรแกรม และควรใช้ด้วยความระมัดระวัง

คำแนะนำ

สำหรับสำนักงานที่มีพนักงานรับสายสำรองจริง สามารถเริ่มจาก 20 หรือ 30 วินาที แล้วปรับตามผลทดสอบ

⑨ เตรียมข้อมูลก่อนตั้งโปรแกรม 509

ก่อนเปลี่ยนค่าควรตรวจสอบดังนี้

① หมายเลขโทรศัพท์บริษัท

② พอร์ต CO ที่ใช้ DISA

③ ข้อความ OGM ที่เปิดใช้งาน

④ ค่าโปรแกรม 507 ปัจจุบัน

⑤ ค่าโปรแกรม 508 ปัจจุบัน

⑥ ค่าโปรแกรม 509 เดิม

⑦ โทรศัพท์ปลายทางแรก

⑧ โทรศัพท์ปลายทางสำรอง

⑨ การตั้งค่า BV หากมี

⑩ การตั้งค่า Flexible Ringing

⑪ โหมด Day, Night หรือ Lunch

⑫ มือถือสำหรับโทรทดสอบจากภายนอก

ข้อสำคัญ

ควรบันทึกค่าเดิมก่อนเปลี่ยนทุกครั้ง และทดสอบในช่วงที่ไม่รบกวนการรับสายลูกค้า

⑩ วิธีเข้า System Programming Panasonic KX-TES824

การตั้งโปรแกรม 509 ต้องใช้โทรศัพท์ Panasonic แบบ Proprietary Telephone ที่รองรับ System Programming และได้รับสิทธิ์ในการตั้งค่าระบบ

ขั้นตอน

① วางหูโทรศัพท์ให้อยู่ในสถานะปกติ

② กด PROGRAM

③ กด *#

④ ป้อนรหัสผ่าน System Programming ที่ได้รับอนุญาต

⑤ รอให้เครื่องเข้าสู่โหมดโปรแกรม

⑥ เลือกหมายเลขโปรแกรมที่ต้องการ

ข้อควรระวัง

หากเข้าโปรแกรมไม่ได้ ควรตรวจสอบสิทธิ์เครื่องและรหัสผ่านก่อน

ไม่ควรรีเซ็ตตู้สาขาเพียงเพราะไม่สามารถเข้าสู่หน้าตั้งค่าได้

⑪ วิธีตั้งโปรแกรม 509 เป็น 20 วินาที

ตัวอย่างนี้เป็นการใช้ค่าเริ่มต้นของระบบ

ขั้นตอน

① เข้า System Programming

② กดหมายเลข 509

③ กด NEXT

④ ตรวจสอบค่าปัจจุบัน

⑤ ใช้ SELECT เลือก 20 s

⑥ ตรวจสอบค่าบนหน้าจอ

⑦ กด STORE เพื่อบันทึก

⑧ กด END เพื่อออกจากโปรแกรม

ลำดับคำสั่ง

509 → NEXT → SELECT (20 s) → STORE → END

ผลลัพธ์

เมื่อระบบส่งสายไปยังปลายทางสำรองผ่าน DISA Intercept ปลายทางนั้นจะมีเวลารับสายตามค่าที่กำหนด

หากไม่มีผู้รับจนหมดเวลา ระบบจะตัดสายตามเงื่อนไขการทำงานที่รองรับ

⑫ วิธีตั้งโปรแกรม 509 เป็น 30 วินาที

หากต้องการเพิ่มเวลารอให้พนักงานรับสายสำรอง สามารถเลือก 30 วินาทีได้

ขั้นตอน

① เข้า System Programming

② กด 509

③ กด NEXT

④ ใช้ SELECT เลือก 30 s

⑤ กด STORE

⑥ กด END

ลำดับคำสั่ง

509 → NEXT → SELECT (30 s) → STORE → END

ตัวอย่าง

ฝ่ายขายไม่รับสายภายใน 20 วินาที

ระบบส่งไปพนักงานต้อนรับ

พนักงานต้อนรับมีเวลาอีก 30 วินาทีในการรับสาย

ข้อควรระวัง

ต้องตรวจสอบว่าปลายทางสำรองถูกกำหนดไว้จริง มิฉะนั้นการเพิ่มเวลาจะไม่ช่วยแก้ปัญหาการส่งสายผิดเส้นทาง

⑬ วิธีตั้งโปรแกรม 509 เป็น 10 วินาที

ค่า 10 วินาทีเหมาะกับระบบที่ต้องการให้การเรียกปลายทางสำรองสิ้นสุดเร็ว

ขั้นตอน

① เข้า System Programming

② กด 509

③ กด NEXT

④ ใช้ SELECT เลือก 10 s

⑤ กด STORE

⑥ กด END

ผลลัพธ์

เมื่อระบบเข้าสู่การเรียกปลายทางสำรอง จะมีเวลารอ 10 วินาทีตามเงื่อนไข

ข้อควรพิจารณา

ระยะเวลาดังกล่าวอาจสั้นเกินไปหากพนักงานต้องเดินมารับโทรศัพท์หรือกำลังทำงานอื่นอยู่

ควรทดสอบจริงก่อนนำไปใช้

⑭ วิธีตั้งโปรแกรม 509 เป็น 40 วินาที

หากต้องการให้ปลายทางสำรองดังนานขึ้น สามารถเลือก 40 วินาที

ขั้นตอน

① เข้า System Programming

② เลือกโปรแกรม 509

③ กด NEXT

④ เลือก 40 s

⑤ กด STORE

⑥ กด END

ตัวอย่าง

โปรแกรม 508 = 20 วินาที

โปรแกรม 509 = 40 วินาที

หากไม่มีผู้รับทั้งสองปลายทาง ผู้โทรอาจต้องรอช่วงเรียกเครื่องรวมประมาณ 60 วินาที

ยังไม่รวมเวลาที่ใช้ก่อนหน้านั้นในการเล่น OGM หรือรับหมายเลข

คำแนะนำ

ควรประเมินว่าการเพิ่มเวลารอช่วยให้มีผู้รับสายมากขึ้นจริงหรือไม่

⑮ วิธีตั้งโปรแกรม 509 เป็น 60 หรือ 120 วินาที

โปรแกรม 509 รองรับเวลารอที่ยาวขึ้นสำหรับระบบที่มีความจำเป็นเฉพาะ

ตั้ง 60 วินาที

509 → NEXT → SELECT (60 s) → STORE → END

ตั้ง 120 วินาที

509 → NEXT → SELECT (120 s) → STORE → END

ความแตกต่าง

60 วินาทีให้เวลารอหลัง Intercept 1 นาที

120 วินาทีให้เวลารอหลัง Intercept 2 นาที

ข้อควรระวัง

หากปลายทางแรกใช้โปรแกรม 508 เป็น 120 วินาที และปลายทางสำรองใช้โปรแกรม 509 เป็น 120 วินาที ผู้โทรอาจต้องรอช่วงเรียกเครื่องรวมถึงประมาณ 4 นาที

เวลารอระดับนี้มักไม่เหมาะกับหมายเลขติดต่อทั่วไปที่ต้องการบริการรวดเร็ว

จึงควรพิจารณาลดเวลารอหรือออกแบบระบบรับข้อความแทนการให้ผู้โทรรอนาน

⑯ วิธีตั้งให้ฝ่ายขายไม่รับแล้วไปพนักงานต้อนรับ

สมมติสำนักงานมี

  • CO1 = หมายเลขบริษัท
  • Jack 02 = ฝ่ายขาย
  • Jack 01 = พนักงานต้อนรับ
  • OGM1 = เสียงต้อนรับหลัก

ความต้องการ

ลูกค้ากด 1 ไปฝ่ายขาย

หากไม่มีผู้รับภายใน 20 วินาที ให้ส่งไปพนักงานต้อนรับ

พนักงานต้อนรับมีเวลาอีก 30 วินาทีในการรับสาย

ตารางตั้งค่า

โปรแกรมค่าเป้าหมาย
414CO1 = DISA OGM1
500With AA
501 AA 1Jack 02
507Intercept
50820 วินาที
50930 วินาที
438–440ตรวจสอบการตั้งค่า BV
408–410กำหนดปลายทางรับสายสำรอง

ขั้นตอนทดสอบ

① ให้ฝ่ายขายอยู่ในสถานะว่าง

② ให้พนักงานต้อนรับพร้อมรับสาย

③ ใช้มือถือโทรเข้าหมายเลขบริษัท

④ กด 1

⑤ ปล่อยให้ฝ่ายขายดังโดยไม่มีผู้รับ

⑥ รอจนครบเวลาโปรแกรม 508

⑦ ตรวจสอบการส่งสายไปพนักงานต้อนรับ

⑧ ตรวจสอบว่าพนักงานต้อนรับสามารถรับสายภายในเวลา 509

⑨ ทดลองสนทนา

⑩ วางสายและตรวจสอบการคืน CO Line

⑰ วิธีตรวจสอบปลายทาง Intercept

หากปลายทางสำรองไม่ดัง ต้องตรวจสอบเส้นทางส่งสายก่อน

โปรแกรม 438–440

ใช้กำหนด DISA IRNA to BV ตามโหมดเวลา

โปรแกรม 408–410

ใช้กำหนด Flexible Ringing ของ CO Line ตาม Day, Night และ Lunch

ลำดับการตรวจสอบ

① ตรวจสอบโปรแกรม 507 เป็น Intercept

② ตรวจสอบว่าปลายทาง BV ถูกกำหนดไว้หรือไม่

③ ตรวจสอบโปรแกรม Flexible Ringing ของช่วงเวลาที่กำลังใช้งาน

④ ตรวจสอบหมายเลข Extension Jack

⑤ ตรวจสอบว่าเครื่องปลายทางสำรองใช้งานได้จริง

⑥ โทรทดสอบใหม่

ข้อควรจำ

หากสายถูกส่งเข้าสู่ระบบ BV ตามการตั้งค่าที่รองรับ อาจไม่มีขั้นตอนเรียกโทรศัพท์สำรองที่ผู้ดูแลคาดไว้

ดังนั้นโปรแกรม 509 ไม่จำเป็นต้องมีผลเป็นการเรียกโทรศัพท์ในทุกเส้นทาง Intercept

⑱ วิธีทดสอบโปรแกรม 509 จากโทรศัพท์มือถือ

ควรทดสอบด้วยสายเรียกเข้าจากภายนอกจริง

ขั้นตอน

① ตรวจสอบโปรแกรม 507 เป็น Intercept

② ตรวจสอบค่าโปรแกรม 508

③ ตรวจสอบค่าโปรแกรม 509

④ ตรวจสอบเครื่องปลายทางสำรอง

⑤ ใช้มือถือโทรเข้าหมายเลขบริษัท

⑥ รอฟัง OGM

⑦ กดเลือกหมายเลขภายในเป้าหมาย

⑧ ปล่อยให้เครื่องแรกดังแต่ไม่มีผู้รับ

⑨ รอจนระบบเข้าสู่ Intercept

⑩ เริ่มจับเวลาตั้งแต่ปลายทางสำรองเริ่มดัง

⑪ ปล่อยให้ปลายทางสำรองไม่มีผู้รับ

⑫ ตรวจสอบว่าเมื่อหมดเวลาระบบตัดสายตามที่กำหนด

⑬ ตรวจสอบพอร์ต CO คืนสถานะ

ตารางบันทึกผล

รายการค่าที่กำหนดผลจริง
โปรแกรม 507Interceptผ่าน / ไม่ผ่าน
โปรแกรม 50820 วินาทีบันทึกจริง
โปรแกรม 50930 วินาทีบันทึกจริง
ปลายทางสำรองJack 01ถูกต้อง / ไม่ถูกต้อง
เมื่อหมดเวลาตัดสายผ่าน / ไม่ผ่าน
พอร์ต CO คืนสถานะต้องคืนผ่าน / ไม่ผ่าน

⑲ เมื่อครบเวลา 509 แล้วระบบทำอะไร?

สำหรับกรณี DISA Intercept ที่โทรศัพท์ปลายทางสำรองดัง แต่ไม่มีผู้รับภายในเวลาที่โปรแกรม 509 กำหนด ระบบจะตัดสายตามเงื่อนไขของฟังก์ชัน

ตัวอย่าง

ฝ่ายขายไม่รับสาย

ระบบส่งต่อไปพนักงานต้อนรับ

พนักงานต้อนรับดัง 30 วินาที

ไม่มีผู้รับ

ครบเวลา 509

ระบบตัดสาย

สิ่งที่ควรตรวจสอบหลังตัดสาย

① ผู้โทรหลุดจากการเชื่อมต่อแล้ว

② เครื่องปลายทางสำรองหยุดดัง

③ พอร์ต CO คืนสถานะ

④ สามารถโทรเข้าหมายเลขบริษัทได้อีกครั้ง

ข้อสำคัญ

การตั้งโปรแกรม 509 ไม่ได้ทำให้ระบบวนกลับไปเล่น OGM หรือส่งไปยังปลายทางสำรองชั้นถัดไปโดยอัตโนมัติ

ควรยึดพฤติกรรมการตัดสายตามที่คู่มือระบุ และออกแบบระบบรับสายให้มีผู้รับหรือระบบข้อความพร้อมทำงานก่อนถึงขั้นตอนนี้

⑳ โปรแกรม 509 กับกรณีปลายทางไม่ว่างเกี่ยวข้องกันหรือไม่?

โปรแกรม 509 ใช้กับการเรียกปลายทางหลัง Intercept ไม่ใช่โปรแกรมหลักสำหรับจัดการเครื่องที่กำลังไม่ว่าง

กรณีเครื่องไม่ว่าง

ใช้โปรแกรม 506 หรือ DISA Busy Mode

กรณีเครื่องดังแต่ไม่มีผู้รับ

ใช้โปรแกรม 507–509

กรณีผู้โทรไม่กดหมายเลข

เกี่ยวข้องกับโปรแกรม 505 และ 510

ตารางเปรียบเทียบ

อาการโปรแกรมหลัก
เครื่องปลายทางกำลังสนทนา506
เครื่องแรกดังแต่ไม่มีผู้รับ507, 508
เครื่องสำรองดังแต่ไม่มีผู้รับ509
ผู้โทรไม่กดเมนู505, 510

ควรแยกสถานการณ์ก่อนแก้ไข เพื่อไม่ให้เปลี่ยนเวลาในส่วนที่ไม่เกี่ยวข้อง

㉑ โปรแกรม 509 ใช้แยกเวลาตาม CO Line ได้หรือไม่?

โปรแกรม 509 เป็นค่าระดับระบบสำหรับ DISA Ring Time After Intercept และไม่มีขั้นตอนเลือก CO Line แยกในคำสั่งโปรแกรมนี้

ตัวอย่าง

สำนักงานมี

  • CO1 ใช้ DISA OGM1
  • CO2 ใช้ DISA OGM2

หากตั้งโปรแกรม 509 เป็น 30 วินาที ค่านี้ใช้กับกระบวนการ DISA Intercept ตามขอบเขตที่ระบบรองรับ

ข้อควรจำ

ไม่สามารถกำหนด CO1 เป็น 20 วินาที และ CO2 เป็น 60 วินาทีด้วยโปรแกรม 509 เพียงรายการเดียว

อย่างไรก็ตาม ปลายทาง Intercept สามารถแตกต่างกันตามโปรแกรมและโหมดเวลาที่เกี่ยวข้อง

㉒ ตั้งโปรแกรม 509 แล้วเครื่องสำรองไม่ดัง เกิดจากอะไร?

สาเหตุที่ควรตรวจสอบ

① โปรแกรม 507 ไม่ได้เลือก Intercept

② โปรแกรม 508 ยังไม่หมดเวลา

③ มีการกำหนด BV ให้รับสายก่อน

④ Flexible Ringing ไม่ได้กำหนดเครื่องที่ต้องการ

⑤ เลือก Extension Jack ผิด

⑥ ระบบอยู่ใน Night หรือ Lunch Mode

⑦ เครื่องปลายทางสำรองมีปัญหา

⑧ ผู้โทรวางสายก่อนเข้าสู่ Intercept

วิธีแก้ไข

① ตรวจสอบค่าโปรแกรม 507

② ตรวจสอบโปรแกรม 508

③ ตรวจสอบ 438–440

④ ตรวจสอบ 408–410

⑤ ทดสอบเครื่องปลายทางสำรองโดยตรง

⑥ โทรเข้าจากมือถืออีกครั้ง

ไม่ควรเพิ่มค่าโปรแกรม 509 เพื่อแก้ปัญหาเครื่องสำรองไม่ดัง เพราะเวลารอไม่สามารถสร้างปลายทางที่ยังไม่ได้กำหนดไว้

㉓ ตั้งโปรแกรม 509 เป็น 30 วินาที แต่สายตัดเร็วกว่าที่คาด

ควรตรวจสอบว่าการตัดสายเกิดขึ้นก่อนหรือหลังระบบเข้าสู่ Intercept

กรณีที่ 1 — ตัดก่อน Intercept

ตรวจสอบโปรแกรม 507 และ 508

กรณีที่ 2 — เข้าสู่ Intercept แล้วเครื่องไม่ดัง

ตรวจสอบปลายทาง BV และ Flexible Ringing

กรณีที่ 3 — เครื่องสำรองดังแต่ตัดเร็วกว่าค่า 509

ตรวจสอบว่าโปรแกรม 509 บันทึกถูกต้องหรือไม่ และจับเวลาจากจุดที่เริ่มเรียกปลายทางสำรองจริง

กรณีที่ 4 — ผู้โทรวางสายเอง

ต้องแยกการตัดสายจากต้นทางออกจากการตัดสายโดยตู้สาขา

คำแนะนำ

ควรทดสอบหลายครั้งและบันทึกเวลาจริง เพื่อแยกข้อผิดพลาดจากการตั้งค่ากับการนับเวลาผิดช่วง

㉔ วิธีตรวจเมื่อใช้สายนอกจาก ONT

หากสำนักงานใช้บริการโทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ต การเชื่อมต่ออาจเป็นดังนี้

ONT TEL1 → CO1 → Panasonic KX-TES824 → DISA

ขั้นตอนตรวจสอบ

① ตรวจสอบว่า ONT รับสายเข้าได้

② ตรวจสอบ CO1 ใช้ DISA

③ ตรวจสอบ OGM

④ ทดสอบการกดเมนู DTMF

⑤ ตรวจสอบว่าเครื่องแรกดัง

⑥ ปล่อยให้ครบเวลาของโปรแกรม 508

⑦ ตรวจสอบการเข้าสู่ Intercept

⑧ ตรวจสอบเวลาของโปรแกรม 509

⑨ ตรวจสอบการตัดสายเมื่อไม่มีผู้รับ

⑩ ตรวจสอบการคืนสถานะ CO

หาก CO Line ค้างหลังผู้โทรวาง

ควรตรวจสอบ Disconnect Supervision หรือ CPC ของ ONT แยกต่างหาก

โปรแกรม 509 ไม่ใช่โปรแกรมควบคุมสัญญาณตัดสายจาก ONT โดยตรง

㉕ ตารางวิเคราะห์ปัญหา DISA Ring Time After Intercept

อาการจุดที่ควรตรวจ
เครื่องแรกดังนานเกินไปโปรแกรม 508
ไม่มีการส่งสายไปเครื่องสำรองโปรแกรม 507 และปลายทาง Intercept
เครื่องสำรองดังสั้นเกินไปโปรแกรม 509
เครื่องสำรองดังนานเกินไปโปรแกรม 509
สายไป BV แทนเครื่องสำรองโปรแกรม 438–440
พนักงานต้อนรับไม่ดังโปรแกรม 408–410
ตัดสายก่อนเริ่ม Interceptโปรแกรม 507, 508
เครื่องแรกไม่ว่างโปรแกรม 506
ไม่มีการกดเมนูโปรแกรม 505, 510
CO ค้างหลังวางสายCPC และสัญญาณตัดสาย
โทรจากมือถือบางเครื่องกดเมนูไม่ได้DTMF และเส้นทางโทรศัพท์

ตารางนี้ใช้เป็นแนวทางตรวจสอบเบื้องต้น ไม่ควรสรุปสาเหตุโดยไม่มีการทดสอบจริง

㉖ ตัวอย่างออกแบบเวลารับสายของสำนักงาน

สมมติสำนักงานต้องการให้ลูกค้ากดเลือกแผนก แล้วส่งไปพนักงานต้อนรับหากไม่มีผู้รับ

โครงสร้าง

  • CO1 = หมายเลขโทรศัพท์หลัก
  • OGM1 = เสียงต้อนรับบริษัท
  • AA 1 = ฝ่ายขาย
  • AA 2 = ฝ่ายบัญชี
  • AA 3 = ฝ่ายบริการ
  • Jack 01 = พนักงานต้อนรับ

ตารางตั้งค่า

โปรแกรมค่าเป้าหมาย
414CO1 = DISA OGM1
500With AA
501กำหนดปลายทางเมนู
507Intercept
50820 วินาที
50930 วินาที
438ตรวจสอบ BV
408กำหนดเครื่องรับสายสำรอง
511Trunk Security

วิธีทดสอบ

① ใช้มือถือโทรเข้าหมายเลขบริษัท

② กด 1 เพื่อเลือกฝ่ายขาย

③ ปล่อยให้ฝ่ายขายดัง 20 วินาทีโดยไม่มีผู้รับ

④ ตรวจสอบว่าระบบส่งไปพนักงานต้อนรับ

⑤ ให้พนักงานต้อนรับรับสายภายใน 30 วินาที

⑥ ทดสอบการสนทนา

⑦ วางสายและตรวจสอบการคืน CO

ทดสอบเพิ่มเติม

ควรทดลองกรณีที่ไม่มีผู้รับแม้แต่ปลายทางสำรอง เพื่อยืนยันว่าระบบตัดสายเมื่อครบเวลาของโปรแกรม 509

㉗ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อปรับโปรแกรม 509

1. สับสนกับโปรแกรม 508

ทำให้เพิ่มเวลาเครื่องแรกแทนเครื่องสำรอง

2. ไม่เปิด Intercept ในโปรแกรม 507

ทำให้ระบบไม่เข้าสู่ขั้นตอนการเรียกปลายทางสำรอง

3. ไม่กำหนด Flexible Ringing

ทำให้เครื่องสำรองไม่ได้รับสายตามแผน

4. ไม่ตรวจสอบ BV

สายอาจถูกส่งเข้าสู่ระบบรับข้อความก่อน

5. เลือกเวลานานเกินไป

ทำให้ลูกค้ารอเป็นเวลานานก่อนระบบตัดสาย

6. จับเวลาตั้งแต่เริ่มโทรเข้า

ทำให้เข้าใจผิดว่าโปรแกรม 509 ทำงานนานกว่าค่าจริง

7. ไม่ทดสอบเมื่อไม่มีผู้รับทั้งสองปลายทาง

ทำให้ไม่ทราบว่าระบบตัดสายหลัง Intercept ตามที่ควรหรือไม่

8. ไม่ตรวจสอบพอร์ต CO หลังสิ้นสุดสาย

อาจพลาดปัญหาการคืนสายหรือสัญญาณตัดสายจากผู้ให้บริการ

㉘ Checklist ตั้งค่าโปรแกรม 509

  • ตรวจสอบหมายเลขสายนอก
  • ตรวจสอบ CO Line
  • ตรวจสอบ DISA OGM
  • ตรวจสอบโปรแกรม 500 และ 501
  • ตรวจสอบโปรแกรม 507
  • ตรวจสอบโปรแกรม 508
  • บันทึกค่าโปรแกรม 509 เดิม
  • เลือก 10, 20, 30, 40, 60 หรือ 120 วินาที
  • กด STORE บันทึกแล้ว
  • ตรวจสอบโปรแกรม 438–440
  • ตรวจสอบโปรแกรม 408–410
  • ตรวจสอบ Extension Jack ของเครื่องสำรอง
  • ทดสอบปลายทางแรกไม่มีผู้รับ
  • ตรวจสอบการเข้าสู่ Intercept
  • ตรวจสอบเครื่องปลายทางสำรองดัง
  • จับเวลาการเรียกปลายทางสำรอง
  • ทดสอบกรณีเครื่องสำรองรับสาย
  • ทดสอบกรณีเครื่องสำรองไม่รับสาย
  • ตรวจสอบการตัดสายเมื่อหมดเวลา
  • ตรวจสอบการคืน CO Line
  • ทดสอบ Day/Night/Lunch ตามที่ใช้งาน
  • บันทึกผลการทดสอบ
  • คืนค่าเดิมหากผลไม่เหมาะสม

㉙ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรม 509

Panasonic KX-TES824 โปรแกรม 509 คืออะไร?

คือ DISA Ring Time After Intercept ใช้กำหนดระยะเวลาที่โทรศัพท์ปลายทางสำรองมีเสียงเรียกเข้า หลังระบบส่งต่อสายด้วย Intercept Routing

โปรแกรม 509 ตั้งค่าได้กี่วินาที?

ตั้งได้ 10, 20, 30, 40, 60 และ 120 วินาที

ค่าเริ่มต้นของโปรแกรม 509 คือเท่าไร?

ค่าเริ่มต้นจากโรงงานคือ 20 วินาที

โปรแกรม 509 กับ 508 ต่างกันอย่างไร?

508 กำหนดเวลารอปลายทางแรก ส่วน 509 กำหนดเวลารอปลายทางสำรองหลัง Intercept

โปรแกรม 509 ต้องใช้ร่วมกับ 507 หรือไม่?

ต้องตรวจสอบโปรแกรม 507 เป็น Intercept เพื่อให้ระบบเข้าสู่การเรียกปลายทางสำรองตามรูปแบบนี้

ตั้งโปรแกรม 509 เป็น 30 วินาทีทำอย่างไร?

เข้า System Programming เลือก 509 กด NEXT เลือก 30 วินาที แล้วกด STORE

ครบเวลาโปรแกรม 509 แล้วจะเกิดอะไรขึ้น?

หากปลายทางสำรองที่ถูกเรียกไม่มีผู้รับจนหมดเวลา ระบบจะตัดสายตามเงื่อนไข DISA Intercept

ทำไมตั้ง 509 แล้วโทรศัพท์พนักงานต้อนรับไม่ดัง?

ต้องตรวจสอบเส้นทาง Intercept รวมถึงโปรแกรม 438–440 และ 408–410 เพราะโปรแกรม 509 กำหนดเวลา ไม่ได้กำหนดปลายทาง

โปรแกรม 509 ใช้แก้ปัญหาเครื่องไม่ว่างหรือไม่?

ไม่ใช่โปรแกรมหลักของกรณีเครื่องไม่ว่าง ต้องตรวจสอบโปรแกรม 506

ตั้ง 120 วินาทีดีหรือไม่?

ควรใช้เฉพาะเมื่อมีความจำเป็น เนื่องจากผู้โทรอาจต้องรอเพิ่มอีก 2 นาทีหลังส่งสายไปปลายทางสำรอง

㉚ สรุปวิธีตั้งค่า DISA Ring Time After Intercept โปรแกรม 509 Panasonic KX-TES824

การตั้งค่า DISA Ring Time After Intercept โปรแกรม 509 บน Panasonic KX-TES824 ใช้กำหนดเวลาที่โทรศัพท์ปลายทางสำรองสามารถดังรอให้พนักงานรับสาย หลังระบบ DISA ส่งต่อสายด้วย Intercept Routing

โปรแกรม 509 รองรับค่า 10, 20, 30, 40, 60 และ 120 วินาที โดยค่าเริ่มต้นจากโรงงานคือ 20 วินาที

โปรแกรมนี้ทำงานร่วมกับโปรแกรม 507 และ 508 โดยโปรแกรม 508 กำหนดเวลารอปลายทางแรก ส่วนโปรแกรม 507 กำหนดว่าจะ Intercept หรือ Disconnect เมื่อปลายทางแรกไม่มีผู้รับ

หากเลือก Intercept และมีปลายทางสำรองที่กำหนดไว้ ระบบจะเข้าสู่การส่งสายตามลำดับที่รองรับ ก่อนใช้ระยะเวลาของโปรแกรม 509 สำหรับการเรียกปลายทางสำรอง

หากปลายทางสำรองยังไม่มีผู้รับเมื่อครบเวลาของโปรแกรม 509 ระบบจะตัดสายตามเงื่อนไขของ DISA Intercept

สิ่งสำคัญคือการตั้งเวลารอเพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ปัญหาปลายทางสำรองไม่ดังได้ ต้องตรวจสอบการตั้งค่า BV โปรแกรม 438–440 และ Flexible Ringing โปรแกรม 408–410 ให้ถูกต้องด้วย

ComSiam แนะนำให้เริ่มทดสอบโปรแกรม 509 ที่ 20 หรือ 30 วินาที พร้อมทดสอบทั้งกรณีมีผู้รับและไม่มีผู้รับที่ปลายทางสำรอง เพื่อให้ระบบ Panasonic KX-TES824 สามารถจัดการสายเรียกเข้าที่ถูกส่งต่อได้อย่างเหมาะสม ลดเวลารอที่ไม่จำเป็น และเพิ่มโอกาสให้พนักงานรับสายลูกค้าได้สำเร็จ

ComSiam Professional Team