ComSiam Service
วิธีตรวจสอบและแก้ปัญหา DISA ไม่ตัดสายหลังผู้โทรวาง Panasonic KX-TES824 เป็นแนวทางสำหรับผู้ดูแลตู้สาขาโทรศัพท์ที่พบว่า เมื่อบุคคลภายนอกโทรเข้าระบบ DISA แล้ววางสายไป แต่ตู้สาขายังคงแสดงว่าสายนอก CO Line ถูกใช้งานอยู่ ส่งผลให้หมายเลขโทรศัพท์ไม่ว่าง สายเข้าใหม่ไม่สามารถเชื่อมต่อได้ หรือระบบยังคงทำงานเหมือนมีผู้โทรค้างสายอยู่
ปัญหานี้มักเกี่ยวข้องกับการตรวจจับสัญญาณสิ้นสุดการโทรจากผู้ให้บริการ ซึ่งเรียกว่า Calling Party Control (CPC) รวมถึงการตรวจจับ Busy Tone แบบวนซ้ำ หรือ Cyclic Tone Detection และการตั้งค่าการจำกัดระยะเวลาการโทรระหว่างสายนอกสองสาย
ตัวอย่างเช่น บริษัทเชื่อมต่อ ONT TEL1 เข้าพอร์ต CO1 ของ Panasonic KX-TES824 และตั้งให้รับสายด้วย DISA OGM1 เมื่อลูกค้าโทรเข้ามาแล้ววางสายก่อนกดเมนู ระบบควรตรวจพบการสิ้นสุดการเชื่อมต่อและคืน CO1 ให้พร้อมรับสายถัดไป
แต่หาก ONT ไม่ส่งสัญญาณ CPC หรือส่งสัญญาณที่ตู้สาขาตรวจจับไม่ได้ CO1 อาจยังคงถูกใช้งานจนกว่าระบบจะตัดสายด้วยเงื่อนไขอื่น
ปัญหานี้อาจเกิดได้ทั้งกับสายโทรศัพท์อนาล็อกจากผู้ให้บริการ สายนอกจาก ONT และการเชื่อมต่อผ่าน VoIP Gateway
โปรแกรมสำคัญที่ควรตรวจสอบคือ 420, 421 และ 513 โดยต้องแยกโปรแกรม 422 ซึ่งใช้กำหนด Disconnect Time ออกจากการตรวจจับสัญญาณ CPC และตรวจโปรแกรม 205 เพิ่มเติมหากมีการโทรแบบ CO-to-CO
บทความนี้ ComSiam จะอธิบายวิธีแยกสาเหตุ ตรวจสอบโปรแกรมที่เกี่ยวข้อง ประสานผู้ให้บริการ และทดสอบการคืน CO Line หลังผู้โทรวางอย่างเป็นขั้นตอน เพื่อแก้ปัญหาได้ตรงจุดโดยไม่ต้องรีเซ็ตตู้สาขาโดยไม่จำเป็น
① DISA ไม่ตัดสายหลังผู้โทรวางคืออะไร?
เป็นอาการที่ตู้สาขายังไม่ยุติการเชื่อมต่อสายนอก ทั้งที่ผู้โทรจากภายนอกวางสายหรือยกเลิกการโทรไปแล้ว
ตัวอย่าง
① ลูกค้าโทรเข้าหมายเลขบริษัท
② สายเข้าทาง CO1
③ ระบบ DISA ตอบรับ
④ เล่นข้อความ OGM
⑤ ลูกค้าวางสาย
⑥ ตู้สาขายังไม่คืน CO1
⑦ ผู้โทรรายถัดไปอาจไม่สามารถใช้ช่องสายนอกดังกล่าวได้
ผลกระทบ
- CO Line ไม่ว่างโดยไม่มีการสนทนาจริง
- สายเรียกเข้าใหม่อาจติดต่อไม่ได้
- ระบบตอบรับอัตโนมัติทำงานผิดปกติ
- พนักงานอาจเห็นไฟ CO ติดค้าง
- อาจเกิดการใช้ทรัพยากรสายนอกโดยไม่จำเป็น
- กรณี CO-to-CO อาจมีผลต่อค่าโทรศัพท์
ข้อควรจำ
ต้องแยกระหว่างไฟ CO ที่แสดงสถานะค้างจริง กับไฟแสดงสายเรียกเข้าหรือสายพัก เพราะมีความหมายต่างกัน
② อาการ DISA ไม่ตัดสายพบได้กี่รูปแบบ?
| อาการ | จุดที่ควรตรวจสอบ |
|---|---|
| ผู้โทรวางแล้ว CO ยังไม่ว่าง | CPC โปรแกรม 420 |
| ONT ไม่คืนสาย | สัญญาณจาก ONT และ CPC |
| ระบบเล่น OGM ต่อหลังผู้โทรวาง | CPC และ Cyclic Tone |
| บาง CO ค้าง แต่บาง CO ปกติ | ค่าโปรแกรมราย CO |
| CO-to-CO ค้างหลังคู่สนทนาวาง | CPC, Reverse Signal, โปรแกรม 205 |
| ได้ยิน Busy Tone แต่ DISA ยังไม่ตัด | โปรแกรม 513 |
| โทรจากมือถือเครือข่ายหนึ่งค้าง แต่อีกเครือข่ายไม่ค้าง | เส้นทางสัญญาณของผู้ให้บริการ |
| ผู้โทรไม่กดเลขแล้วระบบไม่ตัดตามที่ต้องการ | โปรแกรม 505, 510 |
| ปลายทางไม่ว่างแล้วสายไม่จบ | โปรแกรม 506 |
| ปลายทางไม่มีผู้รับแล้วสายค้าง | โปรแกรม 507–509 |
คำแนะนำ
เริ่มจากระบุว่าเกิดกับสายประเภทใดและเหตุการณ์ช่วงไหน ไม่ควรเปลี่ยนโปรแกรมทุกตัวพร้อมกัน
③ CPC คืออะไร?
CPC ย่อมาจาก Calling Party Control
คือสัญญาณที่ผู้ให้บริการหรืออุปกรณ์ต้นทางส่งมาเพื่อแจ้งว่าฝ่ายตรงข้ามวางสายแล้ว
ในระบบสายนอกอนาล็อก CPC อาจอยู่ในรูปการขัดจังหวะกระแสในวงจรสายเป็นช่วงสั้น ๆ
การทำงาน
ผู้โทรวางสาย
↓
ผู้ให้บริการหรือ ONT ส่ง CPC
↓
พอร์ต CO รับสัญญาณ
↓
Panasonic KX-TES824 ตรวจสอบสัญญาณ
↓
ระบบตัดการเชื่อมต่อ
↓
คืน CO Line ให้พร้อมใช้งาน
ข้อสำคัญ
หากต้นทางไม่ส่ง CPC หรือรูปแบบสัญญาณไม่ตรงกับค่าที่ระบบตรวจจับไว้ ตู้สาขาอาจไม่รู้ว่าผู้โทรวางสายแล้ว
④ โปรแกรม 420 คืออะไร?
โปรแกรม 420 คือ CPC Signal Detection—Incoming
ใช้กำหนดการตรวจจับสัญญาณ CPC สำหรับสายนอกที่รับสายเข้า
ข้อมูลทางเทคนิค
| รายการ | ค่า |
|---|---|
| หมายเลขโปรแกรม | 420 |
| ชื่อ | CPC Signal Detection—Incoming |
| CO Line | 1–8 ตามที่ติดตั้ง |
| ค่า 00 | Disable |
| ค่า 01–75 | ระยะเวลาตรวจจับ 22–614 ms |
| ระยะเพิ่ม | 8 ms ต่อระดับ |
| ค่าเริ่มต้น | 00 หรือ Disable |
ความหมาย
ระบบสามารถกำหนดระยะเวลาของสัญญาณ CPC ที่ยอมรับได้ตามลักษณะบริการสายนอก
ข้อควรระวัง
ค่า 01–75 ไม่ใช่จำนวนวินาที แต่เป็นหมายเลขที่สัมพันธ์กับระยะเวลาการตรวจจับระดับมิลลิวินาที
ควรเลือกจากข้อมูลของผู้ให้บริการและผลการทดสอบจริง
⑤ วิธีตรวจสอบโปรแกรม 420
ก่อนปรับค่าควรจดค่าปัจจุบันของแต่ละ CO Line ไว้เสมอ
ขั้นตอน
① ใช้ Panasonic Proprietary Telephone ที่รองรับ System Programming
② กด PROGRAM
③ กด *#
④ ป้อน System Password ที่ได้รับอนุญาต
⑤ กดหมายเลขโปรแกรม 420
⑥ กด NEXT
⑦ เลือก CO Line ที่มีปัญหา เช่น 1
⑧ ตรวจสอบค่าที่แสดง
⑨ บันทึกค่าเดิม
⑩ ออกจากโปรแกรมโดยไม่เปลี่ยนค่า หากยังไม่มีข้อมูลสัญญาณ CPC
โครงสร้างคำสั่ง
420 → NEXT → CO Line → ตรวจค่า
ตัวอย่าง
CO1 = 00
หมายความว่าปิดการตรวจจับ CPC สำหรับสายเข้าพอร์ตนั้น
ข้อสำคัญ
ไม่ควรเปลี่ยนจาก 00 เป็นค่าใดค่าหนึ่งโดยเดา เพราะหากกำหนดไม่เหมาะสมอาจเกิดการตัดสายผิดจังหวะหรือยังตรวจจับสัญญาณไม่ได้
⑥ วิธีตั้งโปรแกรม 420 ให้ตรวจจับ CPC
ควรดำเนินการหลังยืนยันว่าผู้ให้บริการหรือ ONT ส่ง CPC และทราบรูปแบบสัญญาณที่เหมาะสม
ขั้นตอน
① ตรวจสอบข้อมูล CPC จากผู้ให้บริการ
② บันทึกค่าโปรแกรม 420 เดิม
③ เข้า System Programming
④ กด 420
⑤ กด NEXT
⑥ เลือก CO Line ที่ต้องการ
⑦ ป้อนค่าตรวจจับที่เหมาะกับระยะเวลาสัญญาณ CPC
⑧ ตรวจสอบค่าบนหน้าจอ
⑨ กด STORE
⑩ กด END
⑪ ทดสอบสายเข้าและการวางสาย
โครงสร้างคำสั่ง
420 → NEXT → CO Line → CPC Detection Value → STORE → END
ตัวอย่างการคำนวณ
คู่มือกำหนดว่า
- ค่า 01 = 22 ms
- แต่ละระดับเพิ่ม 8 ms
- ค่า 75 = 614 ms
คำเตือน
ค่าที่ใช้จริงต้องสัมพันธ์กับระยะเวลาสัญญาณจากผู้ให้บริการหรืออุปกรณ์ต้นทาง ไม่ควรเลือกค่าสูงสุดหรือค่าต่ำสุดโดยไม่มีผลทดสอบรองรับ
⑦ โปรแกรม 421 คืออะไร?
โปรแกรม 421 คือ CPC Signal Detection—Outgoing
ใช้กำหนดการตรวจจับ CPC ของสายโทรออกตามเงื่อนไขการทำงานของตู้สาขา
ตัวเลือก
- Enable
- Disable
ความแตกต่าง
โปรแกรม 420 ใช้กำหนดระยะเวลาการตรวจจับ CPC สำหรับสายเข้า
โปรแกรม 421 ใช้เปิดหรือปิดการตรวจจับ CPC สำหรับสายออกตามเงื่อนไขของระบบ
ข้อสำคัญจากคู่มือ
เมื่อโปรแกรม 421 เป็น Disable การตรวจจับ CPC ยังมีขอบเขตการทำงานในสายเข้าหรือหลังสายออกถูกพักสายตามที่คู่มือกำหนด
จึงไม่ควรสรุปว่า Disable ในโปรแกรม 421 หมายถึงตู้สาขาไม่ตรวจ CPC ในทุกสถานการณ์
⑧ วิธีตรวจและตั้งโปรแกรม 421
ขั้นตอน
① เข้า System Programming
② กดหมายเลข 421
③ กด NEXT
④ เลือก CO Line
⑤ ตรวจสอบ Enable หรือ Disable
⑥ เปรียบเทียบกับลักษณะสัญญาณจริง
⑦ หากจำเป็นต้องเปลี่ยน ให้ใช้ SELECT เลือกค่า
⑧ กด STORE
⑨ กด END
โครงสร้างคำสั่ง
421 → NEXT → CO Line → SELECT (Enable/Disable) → STORE → END
ข้อควรระวัง
การเปิดใช้งานโดยไม่มีการตรวจสอบรูปแบบ CPC ของผู้ให้บริการอาจกระทบการสนทนาบางกรณี
ควรทดสอบสายออกและสายเข้าที่เกี่ยวข้องหลังเปลี่ยนค่า
⑨ โปรแกรม 422 เกี่ยวข้องกับปัญหา CO Line ค้างหรือไม่?
โปรแกรม 422 คือ Disconnect Time
เป็นการกำหนดระยะเวลาส่งสัญญาณตัดสายจากระบบในกระบวนการที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่โปรแกรมตรวจจับ CPC ของสายเข้าโดยตรง
เปรียบเทียบ
| โปรแกรม | หน้าที่ |
|---|---|
| 420 | ตรวจจับ CPC ของสายเข้า |
| 421 | ตรวจจับ CPC ของสายออก |
| 422 | กำหนด Disconnect Time |
ข้อสำคัญ
หากปัญหาคือผู้โทรวางสายแล้ว ONT ไม่ส่งสัญญาณ CPC การปรับโปรแกรม 422 ไม่ใช่วิธีแก้หลักโดยอัตโนมัติ
คำแนะนำ
ให้ตรวจโปรแกรม 420 และการส่ง CPC จากผู้ให้บริการก่อน แล้วจึงพิจารณาโปรแกรม 422 เฉพาะกรณีที่สัมพันธ์กับอาการและข้อกำหนดทางเทคนิค
⑩ Cyclic Tone คืออะไร?
Cyclic Tone คือเสียงสัญญาณที่เกิดซ้ำเป็นจังหวะ เช่น เสียง Busy Tone หรือสัญญาณจากเครือข่ายที่มีรูปแบบวนซ้ำ
ระบบสามารถใช้การตรวจจับเสียงลักษณะนี้เพื่อช่วยพิจารณาสิ้นสุดสายบางประเภท
ตัวอย่าง
ผู้โทรวางสาย
↓
ผู้ให้บริการส่ง Busy Tone เป็นจังหวะ
↓
ตู้สาขาตรวจจับรูปแบบเสียง
↓
ระบบดำเนินการตัดสายเมื่อเข้าเงื่อนไข
ข้อควรจำ
การตรวจจับ Cyclic Tone ไม่เหมือนการตรวจจับ CPC
CPC เป็นสัญญาณทางไฟฟ้าของวงจรสาย ส่วน Cyclic Tone เป็นการตรวจจับรูปแบบเสียงที่ส่งมาตามเส้นทางโทรศัพท์
⑪ โปรแกรม 513 คืออะไร?
โปรแกรม 513 คือ Cyclic Tone Detection
ใช้กำหนดจำนวนครั้งที่ระบบต้องตรวจพบเสียง Cyclic Tone ระหว่าง DISA/UCD OGM ก่อนดำเนินการตามฟังก์ชันที่เกี่ยวข้อง
ตัวเลือก
- Disable
- 2 times
- 3 times
- 4 times
การทำงาน
ระบบสามารถตรวจจับเสียง Cyclic Tone ระหว่างการเล่นข้อความ DISA OGM เพื่อช่วยตัดการเชื่อมต่อที่เข้าเงื่อนไข
ข้อสำคัญ
โปรแกรมนี้ใช้ประกอบการจัดการสายและไม่ได้ทดแทนการส่ง CPC จากผู้ให้บริการ
⑫ วิธีตรวจสอบโปรแกรม 513
ขั้นตอน
① เข้า System Programming
② กดหมายเลข 513
③ กด NEXT
④ ตรวจสอบค่าปัจจุบัน
⑤ บันทึกว่าตั้ง Disable หรือจำนวนครั้งเท่าไร
⑥ ตรวจสอบรูปแบบเสียงจากผู้ให้บริการ
⑦ หากมีเหตุผลต้องเปลี่ยน ให้ใช้ SELECT
⑧ กด STORE
⑨ กด END
ลำดับคำสั่ง
513 → NEXT → SELECT → STORE → END
คำแนะนำ
ควรใช้ผลการทดสอบเสียงจริงประกอบการเลือกจำนวนครั้ง เพราะหากตั้งไม่เหมาะสม ระบบอาจไม่ตรวจพบสัญญาณหรืออาจตัดสายผิดพลาดในบางสถานการณ์
⑬ CPC กับ Cyclic Tone ควรตรวจอะไรก่อน?
ให้ตรวจตามลักษณะสัญญาณของสายนอก
กรณีผู้ให้บริการส่ง CPC
ควรตรวจโปรแกรม 420 เป็นหลัก
กรณีไม่มี CPC แต่มี Busy Tone วนซ้ำ
ควรตรวจความสามารถในการตรวจ Cyclic Tone ของระบบและโปรแกรม 513
กรณีใช้ ONT
ต้องสอบถามหรือทดสอบว่า ONT มีการส่ง CPC หรือสัญญาณตัดสายประเภทใดให้พอร์ต CO
ตารางสรุป
| สัญญาณที่มี | จุดตรวจ |
|---|---|
| CPC จากสายนอก | โปรแกรม 420 |
| CPC ในสายออก | โปรแกรม 421 |
| Cyclic Tone ระหว่าง OGM | โปรแกรม 513 |
| Reverse Signal | การรองรับสัญญาณของระบบและสายนอก |
| ไม่ทราบสัญญาณ | ตรวจผู้ให้บริการก่อน |
⑭ ทำไม ONT ทำให้ DISA ไม่ตัดสายได้?
ONT หรือ Optical Network Terminal เป็นอุปกรณ์ที่อาจให้บริการพอร์ตโทรศัพท์อนาล็อกผ่านเครือข่ายไฟเบอร์ออปติก
การเชื่อมต่อ
ONT TEL1 → CO1 → Panasonic KX-TES824 → DISA
สาเหตุที่เป็นไปได้
① ONT ไม่ส่ง CPC
② ระยะเวลาสัญญาณ CPC ไม่ตรงกับค่าที่ตู้สาขาตรวจจับ
③ ONT ส่ง Busy Tone แต่ระบบไม่ได้ตรวจจับตามเงื่อนไข
④ การตั้งค่าบริการโทรศัพท์ของผู้ให้บริการไม่เหมาะกับตู้สาขาอนาล็อก
⑤ ปัญหาการเชื่อมต่อทางไฟฟ้าหรือสายโทรศัพท์
ข้อสำคัญ
ONT แต่ละรุ่นอาจมีการจัดการสัญญาณตัดสายแตกต่างกัน
จึงต้องตรวจสอบจากผู้ให้บริการและอุปกรณ์ที่ใช้งานจริง
⑮ วิธีตรวจสอบ ONT เมื่อ CO Line ไม่คืนสาย
ขั้นตอน
① ระบุหมายเลขโทรศัพท์ที่มีปัญหา
② ตรวจว่ามาจาก ONT พอร์ตใด
③ ตรวจว่าเชื่อมต่อกับ CO Line ใด
④ โทรเข้าจากมือถือ
⑤ รอให้ DISA ตอบรับ
⑥ วางสายจากมือถือ
⑦ ตรวจว่าพอร์ต CO คืนสถานะหรือไม่
⑧ ตรวจโปรแกรม 420
⑨ ตรวจโปรแกรม 513
⑩ ขอข้อมูล CPC จากผู้ให้บริการ
ตัวอย่าง
ONT TEL1 ต่อ CO1
มือถือโทรเข้าระบบ DISA
เมื่อวางสายแล้ว CO1 ยังไม่ว่าง
ควรตรวจว่า ONT ส่ง CPC มาหรือไม่ และโปรแกรม 420 กำหนดไว้ให้ตรวจจับสัญญาณนั้นหรือไม่
⑯ ต้องแจ้งผู้ให้บริการเรื่องอะไร?
ควรอธิบายอาการให้ชัดเจนว่าเป็นระบบตู้สาขาโทรศัพท์อนาล็อกที่ต้องอาศัยสัญญาณตัดสาย
ข้อมูลที่ควรแจ้ง
- รุ่นตู้สาขา Panasonic KX-TES824
- หมายเลขโทรศัพท์ที่มีปัญหา
- รุ่น ONT หรือ VoIP Gateway
- พอร์ต TEL ที่ใช้
- พอร์ต CO ของตู้สาขา
- อาการสายไม่คืนหลังผู้โทรวาง
- ระยะเวลาที่สายยังค้าง
- ผลการทดสอบจากมือถือ
คำถามที่ควรถาม
① พอร์ตโทรศัพท์ส่ง CPC หรือไม่
② CPC มีระยะเวลากี่มิลลิวินาที
③ สามารถปรับระยะเวลาหรือรูปแบบการส่ง CPC ได้หรือไม่
④ มีการส่ง Busy Tone หลังผู้โทรวางหรือไม่
⑤ มี Reverse Signal หรือวิธีส่งสัญญาณสิ้นสุดสายแบบอื่นหรือไม่
คำแนะนำ
ไม่ควรแก้การตั้งค่า ONT ที่อยู่ภายใต้การจัดการของผู้ให้บริการโดยไม่มีสิทธิ์หรือข้อมูลทางเทคนิคที่จำเป็น
⑰ วิธีทดสอบว่าปัญหาเกิดจาก ONT หรือตู้สาขา
ใช้วิธีเปรียบเทียบเส้นทางที่ทราบว่าใช้งานได้
ตัวอย่าง
- CO1 ต่อ ONT TEL1
- CO2 ต่อสายนอกอีกเส้นที่ใช้งานได้ตามปกติ
ขั้นตอน
① ตรวจค่าโปรแกรม 420 ของ CO1
② ตรวจค่าโปรแกรม 420 ของ CO2
③ โทรเข้า CO1 และทดสอบวางสาย
④ ตรวจการคืนสถานะ
⑤ โทรเข้า CO2 และทดสอบแบบเดียวกัน
⑥ เปรียบเทียบผล
วิเคราะห์
หาก CO2 คืนสายตามปกติ แต่ CO1 ค้าง อาจต้องตรวจความแตกต่างของสัญญาณต้นทางและค่าของแต่ละพอร์ต
ข้อควรระวัง
ไม่ควรสลับสายจริงทันทีโดยไม่มีแผนและบันทึกค่า เพราะอาจกระทบบริการลูกค้า
⑱ โปรแกรม 510 เกี่ยวข้องกับการตัดสายอย่างไร?
โปรแกรม 510 คือ DISA No Dial Mode
ใช้กำหนดการจัดการกรณีผู้โทรไม่กดหมายเลขหรือไม่ได้ส่งสัญญาณที่ระบบรับได้ภายในเวลาที่กำหนด
ตัวเลือก
- Disconnect
- Intercept
ตัวอย่าง
ผู้โทรเข้าสู่ DISA
ฟัง OGM
ไม่กดหมายเลขใดเลย
เมื่อหมดเวลารอ ระบบดำเนินการตามโปรแกรม 510
ข้อสำคัญ
โปรแกรม 510 ใช้จัดการกรณี No Dial
ไม่ใช่โปรแกรมตรวจจับว่าผู้โทรวางสายแล้ว
หาก CPC ไม่ทำงาน การเลือก Disconnect ในโปรแกรม 510 ไม่ได้ทดแทนการตรวจจับการวางสายทุกกรณี
⑲ โปรแกรม 505 เกี่ยวข้องอย่างไร?
โปรแกรม 505 คือ DISA Wait Time after OGM
ใช้กำหนดระยะเวลารอรับหมายเลขหลัง OGM จบ
ค่าที่รองรับ
- 0 วินาที
- 5 วินาที
- 10 วินาที
- 15 วินาที
ความสัมพันธ์กับโปรแกรม 510
โปรแกรม 505 กำหนดเวลารอ
โปรแกรม 510 กำหนดว่าจะ Disconnect หรือ Intercept เมื่อไม่มีการกดหมายเลขตามเงื่อนไข
ข้อควรจำ
ทั้งสองโปรแกรมไม่ได้เป็นตัวตรวจจับสัญญาณ CPC จากสายนอก
หากผู้โทรวางสายแล้ว CO ไม่คืนเพราะไม่มีสัญญาณตัดสาย ต้องตรวจสัญญาณและโปรแกรม 420 เพิ่มเติม
⑳ โปรแกรม 205 ใช้แก้ CO-to-CO ค้างได้อย่างไร?
โปรแกรม 205 คือ CO-to-CO Line Call Duration
ใช้กำหนดระยะเวลาสูงสุดของการโทรที่เชื่อมต่อระหว่างสายนอกสองสาย
ค่าที่รองรับ
1–32 นาที
ตัวอย่าง
ผู้โทรจากภายนอกใช้บริการที่ได้รับอนุญาตและเชื่อมต่อระหว่าง CO1 กับ CO2
ระบบสามารถจำกัดระยะเวลาของการเชื่อมต่อตามค่าที่ตั้งไว้
การทำงาน
ระบบส่งเสียงเตือนก่อนหมดเวลา 15 วินาที และตัดการเชื่อมต่อเมื่อครบเวลาตามเงื่อนไข
ข้อสำคัญ
โปรแกรม 205 ไม่ได้ทำให้ตู้สาขาตรวจพบว่าผู้โทรวางสายทันที
แต่เป็นมาตรการจำกัดเวลาการเชื่อมต่อ CO-to-CO เพิ่มเติม
㉑ วิธีตรวจสอบโปรแกรม 205
ขั้นตอน
① เข้า System Programming
② กด 205
③ กด NEXT
④ ตรวจสอบเวลาที่ตั้งไว้
⑤ เปรียบเทียบกับความจำเป็นขององค์กร
⑥ หากต้องการเปลี่ยน ให้เลือกเวลาที่เหมาะสมในช่วง 1–32 นาที
⑦ กด STORE
⑧ กด END
โครงสร้างคำสั่ง
205 → NEXT → Duration → STORE → END
ข้อควรระวัง
ควรตรวจสอบว่าระบบมีการใช้ CO-to-CO สำหรับงานใดอยู่จริง เพราะการจำกัดเวลาสั้นเกินไปอาจกระทบการสนทนาที่ได้รับอนุญาต
㉒ ทำไมการโทร CO-to-CO จึงต้องตรวจ CPC เป็นพิเศษ?
เพราะการโทรแบบ CO-to-CO เชื่อมต่อสายนอกสองเส้นเข้าหากันโดยตรงตามความสามารถของระบบ
ตัวอย่าง
CO1 รับสายจากผู้โทรภายนอก
ตู้สาขาเชื่อมต่อไป CO2
คู่สนทนาทั้งสองฝ่ายเป็นบุคคลภายนอก
หากฝ่ายหนึ่งวางสาย
ระบบควรตรวจจับสัญญาณสิ้นสุดการโทรแล้วดำเนินการตัดการเชื่อมต่อ
ความเสี่ยง
หากไม่ตรวจจับสัญญาณปลายสายได้ถูกต้อง อาจทำให้การเชื่อมต่อใช้เวลานานเกินจำเป็น
แนวทาง
ควรตรวจ CPC โปรแกรม 420 และ 421 พร้อมโปรแกรม 205 และมาตรการจำกัดสิทธิ์โทรออก
㉓ Reverse Signal หรือ Polarity Reverse คืออะไร?
เป็นการเปลี่ยนขั้วของวงจรสายนอกตามความสามารถของเครือข่าย เพื่อแจ้งเหตุการณ์ในกระบวนการโทร เช่น การรับสายหรือสิ้นสุดการโทร
Panasonic KX-TES824 รองรับการทำงานเกี่ยวกับ Polarity Reverse Detection ตามเงื่อนไขของระบบ
โปรแกรมที่เกี่ยวข้อง
โปรแกรม 424 — Polarity Reverse Detection
สิ่งที่ควรตรวจสอบ
① ผู้ให้บริการรองรับ Reverse Signal หรือไม่
② สัญญาณส่งในเหตุการณ์ใด
③ ตู้สาขาตั้งค่าไว้ตรงตามบริการหรือไม่
④ การตรวจจับมีผลต่อรายการโทรหรือการเชื่อมต่ออย่างไร
ข้อควรระวัง
ไม่ควรเปิด Polarity Reverse Detection เพียงเพราะ CO Line ค้าง โดยยังไม่ทราบว่าสายนอกส่งสัญญาณประเภทนี้จริงหรือไม่
㉔ วิธีทดสอบ DISA วางสายแล้ว CO คืนสถานะ
การทดสอบควรทำด้วยมือถือที่ควบคุมได้ และทดสอบทีละพอร์ต
ขั้นตอน
① ตรวจสอบ CO Line ที่ต้องการทดสอบ
② ตรวจว่าระบบรับสายด้วย DISA
③ ใช้มือถือโทรเข้าหมายเลขนั้น
④ รอให้ OGM เริ่มเล่น
⑤ วางสายจากมือถือก่อน OGM จบ
⑥ ตรวจสถานะ CO Line
⑦ บันทึกเวลาที่ CO คืนสถานะ
⑧ ทดสอบอีกครั้งโดยรอ OGM จบก่อนวางสาย
⑨ ทดสอบอีกครั้งหลังเลือกหมายเลขภายในและเริ่มสนทนา
⑩ เปรียบเทียบผลทั้งสามรูปแบบ
ตารางบันทึกผล
| สถานการณ์ | CO คืนสาย | เวลาที่ใช้ |
|---|---|---|
| วางระหว่าง OGM | ผ่าน / ไม่ผ่าน | บันทึก |
| วางหลัง OGM | ผ่าน / ไม่ผ่าน | บันทึก |
| วางหลังต่อเบอร์ภายใน | ผ่าน / ไม่ผ่าน | บันทึก |
ข้อสำคัญ
การทดสอบหลายสถานการณ์ช่วยบอกได้ว่าปัญหาเกิดเฉพาะช่วงเล่น OGM หรือเกิดตลอดการเชื่อมต่อของสายนอก
㉕ วิธีทดสอบเมื่อ CO Line ค้างเฉพาะบางพอร์ต
สมมติระบบมี
- CO1 = ONT TEL1
- CO2 = ONT TEL2
- CO3 = สายนอกอีกบริการหนึ่ง
ขั้นตอน
① ตรวจโปรแกรม 420 ของ CO1–CO3
② ตรวจโปรแกรม 421 ของแต่ละพอร์ต
③ ตรวจสถานะโปรแกรม 513
④ โทรทดสอบแยกแต่ละ CO
⑤ บันทึกพอร์ตที่ไม่คืนสาย
⑥ เปรียบเทียบกับรุ่นและการตั้งค่าอุปกรณ์ต้นทาง
⑦ ให้ผู้ดูแลหรือผู้ให้บริการตรวจสอบสัญญาณ CPC ที่เกี่ยวข้อง
ตัวอย่างผล
CO1 ค้าง
CO2 ปกติ
CO3 ปกติ
แนวทางวิเคราะห์
ให้ตรวจเฉพาะเส้นทาง CO1 และความแตกต่างของสัญญาณก่อน ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทุกพอร์ตพร้อมกัน
㉖ วิธีแก้ปัญหาเมื่อผู้โทรวางสาย แต่ยังได้ยิน Busy Tone ใน DISA
หากผู้โทรวางสายแล้ว ตู้สาขายังได้ยิน Busy Tone วนซ้ำ แสดงว่าควรตรวจการรับรู้สัญญาณสิ้นสุดสาย
ขั้นตอน
① ตรวจว่าต้นทางส่ง CPC หรือไม่
② ตรวจโปรแกรม 420
③ ตรวจว่ามี Cyclic Tone จริงหรือไม่
④ ตรวจโปรแกรม 513
⑤ ตรวจว่าปัญหาเกิดระหว่าง OGM หรือหลังส่งสายไปปลายทาง
⑥ ทดสอบจากมือถือหลายเครือข่ายหากมี
⑦ ประสานผู้ให้บริการเมื่อสัญญาณตัดสายไม่ตรงกับที่ระบบรองรับ
ข้อควรจำ
Cyclic Tone Detection ใช้ภายใต้เงื่อนไขที่คู่มือกำหนด ไม่ควรถือว่าสามารถตรวจทุกประเภทของ Busy Tone ได้โดยไม่มีข้อจำกัด
㉗ ตัวอย่างแก้ DISA ไม่ตัดสายผ่าน ONT
สมมติสำนักงานมีระบบดังนี้
- ONT TEL1 ต่อ CO1
- CO1 ตั้งเป็น DISA OGM1
- โปรแกรม 420 ของ CO1 เป็น 00
- เมื่อมือถือวางสายแล้ว CO1 ยังค้าง
แนวทางตรวจสอบ
① ตรวจว่า CO1 รับสายได้ปกติ
② ทดสอบมือถือโทรเข้า DISA
③ วางสายระหว่าง OGM
④ ตรวจสถานะ CO1
⑤ บันทึกว่าระบบไม่คืนสาย
⑥ ตรวจโปรแกรม 420
⑦ สอบถามผู้ให้บริการว่า ONT ส่ง CPC หรือไม่
⑧ หากส่ง ให้ตรวจระยะเวลาสัญญาณ
⑨ กำหนดโปรแกรม 420 ตามข้อมูลและผลทดสอบ
⑩ ทดสอบการโทรซ้ำ
ผลที่ต้องการ
เมื่อผู้โทรวางสาย ระบบตรวจพบเหตุการณ์สิ้นสุดการเชื่อมต่อและคืน CO1 ให้พร้อมใช้งานโดยไม่ตัดสายปกติผิดพลาด
㉘ หากเปิด CPC แล้วสายหลุดเอง ต้องทำอย่างไร?
ปัญหาสายหลุดหลังเปิด CPC อาจเกิดจากการตรวจจับสัญญาณผิดหรือค่าที่ไม่เหมาะสมกับบริการสายนอก
ขั้นตอน
① บันทึกช่วงเวลาที่สายหลุด
② ตรวจว่าหลุดขณะสนทนาหรือขณะ OGM
③ เปรียบเทียบค่าโปรแกรม 420 ก่อนและหลังแก้ไข
④ ตรวจรูปแบบ CPC ของผู้ให้บริการ
⑤ ตรวจว่ามีการตรวจจับสัญญาณรบกวนเป็น CPC หรือไม่
⑥ ให้ผู้ดูแลประเมินการปรับค่าหรือย้อนกลับไปยังค่าที่บันทึกไว้
⑦ ทดสอบการสนทนาเป็นเวลานานพอเหมาะสม
ข้อควรระวัง
ไม่ควรเพิ่มหรือลดค่าตรวจจับแบบสุ่ม เพราะอาจทำให้ระบบตัดสายผิดพลาดหรือไม่ตัดสายตามต้องการ
㉙ ตารางวิเคราะห์ DISA ไม่ตัดสายหลังผู้โทรวาง
| อาการ | สาเหตุที่ควรตรวจสอบ |
|---|---|
| CO ค้างหลังมือถือวาง | CPC โปรแกรม 420 |
| ค้างเฉพาะสายออก | CPC โปรแกรม 421 |
| ได้ยิน Busy Tone วนซ้ำ | โปรแกรม 513 |
| ค้างเฉพาะ ONT | การส่ง CPC จาก ONT |
| ค้างเฉพาะ CO1 | สัญญาณและค่าของ CO1 |
| CO-to-CO ค้าง | CPC และโปรแกรม 205 |
| ไม่มีเลขกดแล้วระบบไม่ตัดตามนโยบาย | โปรแกรม 505 และ 510 |
| เครื่องไม่ว่างแล้วสายไม่จบ | โปรแกรม 506 |
| เครื่องไม่รับแล้วสายวน | โปรแกรม 507–509 |
| เปิด CPC แล้วสายหลุด | ค่า Detection และสัญญาณต้นทาง |
| ปรับ 422 แล้วไม่หาย | ต้องแยก Disconnect Time จาก CPC Detection |
| สายนอกไม่คืนหลังโอนสายออกภายนอก | CPC, Reverse Signal และ CO-to-CO |
㉚ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อแก้ DISA ไม่ตัดสาย
1. คิดว่าโปรแกรม 510 เป็นตัวตรวจผู้โทรวางสาย
จริง ๆ โปรแกรม 510 ใช้กำหนดการทำงานเมื่อไม่มีการกดหมายเลขตามเงื่อนไข ไม่ได้ตรวจ CPC โดยตรง
2. เปิดโปรแกรม 421 แต่ไม่ตรวจ 420
อาจตรวจผิดประเภทสายนอกที่มีปัญหา
3. ปรับโปรแกรม 422 แทน 420
ทำให้ปัญหาการตรวจ CPC ยังอยู่
4. เลือกค่า CPC โดยไม่รู้ระยะสัญญาณ
เสี่ยงต่อการตัดสายผิดพลาด
5. ไม่ตรวจ ONT
อาจแก้ตู้สาขาอย่างเดียวทั้งที่ต้นทางไม่ได้ส่ง CPC
6. ใช้ Cyclic Tone Detection แทน CPC ทุกกรณี
ฟังก์ชันตรวจเสียงมีขอบเขตการใช้งาน ไม่ใช่ตัวแทน CPC แบบสมบูรณ์
7. ไม่ตรวจโปรแกรม 205 เมื่อมี CO-to-CO
ทำให้ขาดมาตรการจำกัดเวลาการเชื่อมต่อ
8. ไม่เก็บค่าเดิมก่อนเปลี่ยน
ทำให้ย้อนกลับได้ยากเมื่อเกิดปัญหาใหม่
9. รีเซ็ตตู้สาขาโดยไม่จำเป็น
อาจกระทบค่ารับสาย ข้อความเสียง และสิทธิ์การโทรทั้งหมด
㉛ Checklist ตรวจสอบ DISA ไม่ตัดสาย
- ระบุหมายเลขโทรศัพท์ที่มีปัญหา
- ระบุ CO Line ที่รับสาย
- ตรวจว่ามาจาก ONT หรือสายนอกประเภทอื่น
- ตรวจว่า DISA รับสายได้ปกติ
- ทดสอบวางสายระหว่าง OGM
- ทดสอบวางสายหลัง OGM
- ทดสอบวางสายหลังต่อเครื่องภายใน
- บันทึกเวลาที่ CO คืนสถานะ
- ตรวจโปรแกรม 420
- ตรวจโปรแกรม 421
- แยกหน้าที่โปรแกรม 422
- ตรวจโปรแกรม 513
- ตรวจผู้ให้บริการส่ง CPC หรือไม่
- ตรวจระยะเวลาของสัญญาณ CPC
- ตรวจว่ามี Cyclic Tone หรือไม่
- ตรวจ Reverse Signal หากเกี่ยวข้อง
- ตรวจโปรแกรม 424 ตามเงื่อนไข
- ตรวจโปรแกรม 505
- ตรวจโปรแกรม 510
- ตรวจโปรแกรม 506 หากปลายทางไม่ว่าง
- ตรวจโปรแกรม 507–509 หากปลายทางไม่รับ
- ตรวจโปรแกรม 205 หากมี CO-to-CO
- เปรียบเทียบ CO Line ที่ปกติกับพอร์ตที่มีปัญหา
- บันทึกค่าเดิมก่อนแก้ไข
- ทดสอบหลังเปลี่ยนค่า
- ตรวจไม่ให้เกิดสายหลุดระหว่างสนทนาปกติ
- ตรวจการคืน CO Line
- บันทึกผลและเวลาทดสอบ
- ประสานผู้ให้บริการหากต้นทางไม่ส่งสัญญาณที่เหมาะสม
㉜ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ DISA ไม่ตัดสาย
Panasonic KX-TES824 DISA ไม่ตัดสายเกิดจากอะไร?
อาจเกิดจากไม่ได้รับสัญญาณ CPC จากผู้ให้บริการ การตั้งโปรแกรม 420 ไม่เหมาะสม หรือเงื่อนไขการตรวจ Cyclic Tone และการเชื่อมต่อสายนอก
โปรแกรมอะไรใช้แก้ CO Line ไม่คืนหลังผู้โทรวาง?
โปรแกรมสำคัญคือ 420 สำหรับ CPC Signal Detection—Incoming โดยต้องตรวจสัญญาณจากผู้ให้บริการร่วมด้วย
โปรแกรม 420 ค่า 00 หมายถึงอะไร?
หมายถึง Disable หรือปิดการตรวจจับ CPC สำหรับสายเข้าพอร์ตที่กำหนด
โปรแกรม 420 ตั้งค่าได้เท่าไร?
ใช้ค่า 00–75 โดย 00 คือ Disable และ 01–75 เลือกระยะตรวจจับ 22–614 มิลลิวินาที
โปรแกรม 421 คืออะไร?
ใช้กำหนด CPC Signal Detection สำหรับสายออกตามเงื่อนไขที่ระบบรองรับ
โปรแกรม 422 ใช้ตรวจ CPC หรือไม่?
ไม่ใช่โปรแกรมตรวจจับ CPC ของสายเข้าโดยตรง แต่เป็น Disconnect Time ซึ่งต้องแยกจากโปรแกรม 420
โปรแกรม 513 คืออะไร?
Cyclic Tone Detection ใช้กำหนดจำนวนครั้งที่ต้องตรวจพบเสียงสัญญาณวนซ้ำระหว่าง DISA/UCD OGM ตามเงื่อนไขระบบ
ทำไมใช้ ONT แล้ว CO Line ค้าง?
อาจเกิดจาก ONT ไม่ส่ง CPC หรือรูปแบบสัญญาณไม่ตรงกับค่าที่ KX-TES824 ตรวจจับ ต้องตรวจสอบกับผู้ให้บริการ
โปรแกรม 205 ช่วยแก้ CO-to-CO ค้างได้หรือไม่?
ใช้จำกัดระยะเวลาของการโทร CO-to-CO ได้ แต่ไม่ได้ทดแทนการตรวจพบว่าคู่สนทนาวางสายทันที
ต้องรีเซ็ตตู้สาขาเพื่อแก้ DISA ไม่ตัดสายหรือไม่?
ไม่ควรรีเซ็ตเป็นวิธีแรก ควรตรวจสัญญาณ CPC การตั้งค่าแต่ละ CO และอุปกรณ์ต้นทางก่อน
㉝ สรุปวิธีตรวจสอบและแก้ปัญหา DISA ไม่ตัดสายหลังผู้โทรวาง Panasonic KX-TES824
ปัญหา DISA ไม่ตัดสายหลังผู้โทรวางของ Panasonic KX-TES824 มักเกี่ยวข้องกับการตรวจจับสัญญาณสิ้นสุดการโทรจากสายนอก โดยเฉพาะ CPC หรือ Calling Party Control ที่ผู้ให้บริการหรือ ONT ส่งให้ตู้สาขา
โปรแกรมสำคัญที่สุดสำหรับการตรวจ CPC ของสายเข้าคือโปรแกรม 420 ซึ่งรองรับค่า 00 สำหรับ Disable และค่า 01–75 สำหรับกำหนดระยะเวลาการตรวจจับตั้งแต่ 22–614 มิลลิวินาที
หากมีปัญหากับสายโทรออก ต้องพิจารณาโปรแกรม 421 และหากพบเสียง Busy Tone แบบวนซ้ำระหว่าง DISA OGM ควรตรวจโปรแกรม 513 ซึ่งใช้กำหนด Cyclic Tone Detection
สำหรับการโทรแบบ CO-to-CO ควรตรวจโปรแกรม 205 เพื่อจำกัดระยะเวลาการเชื่อมต่อร่วมด้วย แต่ต้องเข้าใจว่าโปรแกรมนี้ไม่ได้ใช้ตรวจจับการวางสายทันที
หากสำนักงานเชื่อมต่อ ONT TEL1 เข้าพอร์ต CO1 และพบว่าเมื่อผู้โทรวางสายแล้ว CO1 ยังไม่ว่าง ควรตรวจว่า ONT ส่ง CPC หรือไม่ และระยะเวลาสัญญาณเหมาะกับค่าที่ตู้สาขากำหนดไว้หรือไม่
ควรแยกปัญหาผู้โทรไม่กดหมายเลขออกจากปัญหาผู้โทรวางสาย เพราะโปรแกรม 505 และ 510 ใช้จัดการกรณีไม่มีการกดเลข ไม่ได้ทำหน้าที่ตรวจ CPC โดยตรง
ก่อนเปลี่ยนค่าใด ๆ ควรบันทึกค่าเดิมและทดสอบจากมือถือจริง โดยตรวจทั้งการวางสายระหว่าง OGM หลัง OGM และหลังเชื่อมต่อเครื่องภายใน รวมถึงตรวจว่าการสนทนาปกติไม่ถูกตัดก่อนเวลา
ComSiam แนะนำให้ตรวจสอบตามลำดับ ผู้ให้บริการหรือ ONT → CO Line → CPC โปรแกรม 420/421 → Cyclic Tone โปรแกรม 513 → CO-to-CO โปรแกรม 205 → ทดสอบคืนสาย เพื่อแก้ปัญหาอย่างตรงจุด ลดสายนอกค้าง และทำให้ Panasonic KX-TES824 พร้อมรับสายลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
ComSiam Professional Team







