วิธีตั้งเวลารอเลขหลังเสียงต้อนรับ

การตั้งเวลารอให้ผู้โทรกดหมายเลขหลังเสียงต้อนรับบนตู้สาขาโทรศัพท์ Panasonic KX-TES824 เป็นขั้นตอนสำคัญในการปรับแต่งระบบ DISA (Direct Inward System Access) เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกแผนกหรือกดหมายเลขภายในได้ทันเวลา ก่อนที่ระบบจะดำเนินการตามเงื่อนไขเมื่อไม่มีการกดหมายเลข

ตัวอย่างเช่น ลูกค้าโทรเข้าหมายเลขสำนักงานและได้ยินข้อความว่า “ฝ่ายขายกด 1 ฝ่ายบัญชีกด 2 ฝ่ายบริการกด 3” แต่หลังข้อความเสียงจบ ลูกค้าต้องใช้เวลาคิดว่าจะเลือกแผนกใด หากตู้สาขาตั้งเวลารอสั้นเกินไป ระบบอาจส่งสายไปยังเจ้าหน้าที่สำรองหรือตัดสายก่อนที่ลูกค้าจะกดหมายเลข

ในทางกลับกัน หากตั้งเวลารอนานเกินไป ผู้โทรที่ต้องการให้เจ้าหน้าที่รับสายอาจต้องรอโดยไม่จำเป็น ทำให้รู้สึกว่าระบบตอบรับอัตโนมัติทำงานช้า

Panasonic KX-TES824 สามารถปรับเวลารอหมายเลขหลังเสียงต้อนรับได้ผ่านโปรแกรม [505] DISA Wait Time after OGM โดยเลือกระยะเวลา 0, 5, 10 หรือ 15 วินาที ส่วนการกำหนดวิธีจัดการเมื่อผู้โทรไม่กดหมายเลขใช้โปรแกรม [510] DISA No Dial Mode

นอกจากนี้ หากสำนักงานใช้ระบบ Single Digit AA ร่วมกับการกดหมายเลขภายในหลายหลัก ยังต้องตรวจสอบโปรแกรม [517] DISA AA Wait Time ซึ่งเป็นเวลารออีกประเภทหนึ่งและมีหน้าที่แตกต่างจาก [505]

บทความนี้ ComSiam จะอธิบายวิธีตั้งเวลารอเลขหลังเสียงต้อนรับบน Panasonic KX-TES824 พร้อมขั้นตอนกดโปรแกรมจริง ความแตกต่างระหว่าง [505], [504], [515] และ [517] ตัวอย่างการตั้งค่าสำหรับสำนักงาน วิธีทดสอบระบบ ตารางแก้ไขปัญหา Checklist และ FAQ สำหรับช่างติดตั้งและผู้ดูแลระบบโทรศัพท์สำนักงาน

1. DISA Wait Time after OGM คืออะไร

DISA Wait Time after OGM คือระยะเวลาที่ตู้สาขาโทรศัพท์รอรับสัญญาณกดหมายเลข DTMF จากผู้โทร หลังข้อความเสียงต้อนรับ OGM เล่นจบ

OGM ย่อมาจาก Outgoing Message หมายถึงข้อความที่ระบบใช้ต้อนรับผู้โทรหรือแจ้งตัวเลือกของระบบตอบรับอัตโนมัติ

ตัวอย่างการทำงาน

สมมุติสำนักงานใช้ข้อความ OGM ว่า

“สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับสู่บริษัท ABC ฝ่ายขายกด 1 ฝ่ายบัญชีกด 2 ฝ่ายบริการกด 3 ขอบคุณค่ะ”

หลังข้อความจบ ระบบจะรอรับหมายเลขตามค่าที่กำหนดใน [505]

หากผู้โทรกด 2 ภายในช่วงเวลาที่ระบบรับหมายเลขได้ ระบบจะประมวลผลตัวเลขตามโปรแกรม DISA และ AA

แต่หากไม่มีการกดหมายเลขหรือสัญญาณที่ระบบยอมรับจนหมดเวลารอ ตู้จะดำเนินการตาม DISA No Dial Mode [510]

ทำไมเวลารอจึงสำคัญ

การตั้งเวลาให้เหมาะสมช่วยให้

  • ผู้โทรมีเวลาตัดสินใจเลือกแผนก
  • ลดการส่งสายไปยังปลายทางสำรองโดยไม่ตั้งใจ
  • ลดปัญหาผู้โทรถูกตัดสายก่อนเลือกเมนู
  • ช่วยให้ข้อความ OGM และเมนู AA ทำงานสัมพันธ์กัน
  • ลดเวลารอโดยไม่จำเป็น
  • เพิ่มความสะดวกในการติดต่อสำนักงาน

2. Panasonic KX-TES824 ตั้งเวลารอหลัง OGM ได้กี่วินาที

ตาม Panasonic KX-TES824 Feature Guide โปรแกรม [505] รองรับการเลือกระยะเวลารอ 4 ค่า

ค่าในโปรแกรม [505]ระยะเวลารอหลัง OGMลักษณะการใช้งาน
00 วินาทีไม่เพิ่มช่วงรอหลังข้อความ
55 วินาทีเหมาะสำหรับเริ่มทดสอบระบบทั่วไป
1010 วินาทีให้เวลาผู้โทรตัดสินใจมากขึ้น
1515 วินาทีใช้เมื่อมีเหตุผลให้ต้องรอนานขึ้น

ค่าเริ่มต้นจากโรงงานคือ 5 วินาที แต่ตู้ที่ติดตั้งใช้งานจริงอาจถูกปรับเปลี่ยนแล้ว

สามารถตั้ง 3 วินาทีได้หรือไม่

โปรแกรม [505] ไม่มีตัวเลือก 3 วินาทีตามคู่มือที่ตรวจสอบ

ค่า 3 วินาทีปรากฏในโปรแกรมเวลา DISA บางรายการ เช่น [504] แต่เป็นคนละฟังก์ชัน

สามารถตั้ง 20 หรือ 30 วินาทีได้หรือไม่

ไม่ได้ผ่านตัวเลือกมาตรฐานของ [505] ซึ่งรองรับสูงสุด 15 วินาที

ไม่ควรนำค่าของโปรแกรมอื่นมาใช้แทนโดยไม่ตรวจสอบหน้าที่ เพราะแต่ละโปรแกรมควบคุมคนละช่วงของการทำงาน

3. ความแตกต่างระหว่าง [504], [505], [515] และ [517]

โปรแกรมเกี่ยวกับเวลา DISA มีหลายรายการ หากเลือกผิดอาจทำให้ระบบไม่ทำงานตามต้องการ

โปรแกรมชื่อใช้ควบคุม
[504]DISA Delayed Answer Timeเวลาก่อน DISA ตอบรับสายเรียกเข้า
[505]DISA Wait Time after OGMเวลารอหลังข้อความ OGM
[515]Intercept Time for Internal DISAเวลารอรับหมายเลขในเงื่อนไข Internal DISA
[517]DISA AA Wait Timeเวลารอเลขถัดไปเพื่อแยก Single Digit AA กับหมายเลขหลายหลัก

โปรแกรม [504]

กำหนดระยะเวลาหน่วงก่อนระบบ DISA ตอบรับสาย โดยคู่มือระบุตัวเลือก 0, 3, 6 และ 12 วินาที

หากต้องการแก้ปัญหาตู้รับสายเร็วหรือช้าเกินไปก่อนเริ่มข้อความเสียง ต้องตรวจสอบ [504]

โปรแกรม [505]

กำหนดระยะเวลารอหลัง OGM จบ เป็นโปรแกรมหลักของบทความนี้

โปรแกรม [515]

ใช้ในกระบวนการ DISA เมื่อระบบเข้าสู่เงื่อนไขที่ต้องรอหมายเลขหลังเสียงสัญญาณสั้น เช่น กรณีไม่มีข้อความ OGM ที่บันทึกไว้ตามที่คู่มืออธิบาย

รองรับค่ารอ 3, 6 และ 9 วินาที

โปรแกรม [517]

ใช้รอตัวเลขถัดไปในระบบ AA เพื่อช่วยแยกการเลือกเมนูหลักเดียวออกจากการกดหมายเลขหลายหลัก

รองรับค่ารอ 1–5 วินาที

ข้อควรจำ: หากต้องการเพิ่มเวลาที่ลูกค้าใช้ตัดสินใจหลังเสียงต้อนรับ ให้ตรวจ [505] ก่อน แต่หากกด Extension 101 แล้วกลับไปเมนู 1 ให้ตรวจ [517]

4. วิธีตั้งโปรแกรม [505] ทีละขั้นตอน

ตัวอย่าง ต้องการเปลี่ยนเวลารอหลังข้อความเสียงจาก 5 วินาทีเป็น 10 วินาที

ขั้นตอนที่ 1 เตรียมโทรศัพท์หรือโปรแกรมตั้งค่า

ใช้โทรศัพท์ระบบ Panasonic PT ที่รองรับ System Programming และมีสิทธิ์ถูกต้อง หรือใช้ Panasonic KX-TE Maintenance Console ที่เข้ากันได้

ก่อนดำเนินการควรบันทึกค่าปัจจุบันและสำรองข้อมูลโปรแกรมที่เกี่ยวข้อง

ขั้นตอนที่ 2 เข้าสู่ System Programming

เข้าสู่โหมดโปรแกรมระบบตามขั้นตอนของรุ่นโทรศัพท์และสิทธิ์ที่ได้รับ

การกดหมายเลขโปรแกรม 505 ไม่ใช่รหัสใช้งานทั่วไปที่สามารถกดจากโทรศัพท์ SLT โดยตรง

ขั้นตอนที่ 3 กดหมายเลขโปรแกรม 505

เลือก DISA Wait Time after OGM

ขั้นตอนที่ 4 กด NEXT

เข้าสู่หน้าจอเลือกค่าเวลา

ขั้นตอนที่ 5 กด SELECT

เลือกเวลาที่ต้องการ เช่น 10 วินาที

ค่าที่เลือกได้คือ 0, 5, 10 และ 15 วินาที

ขั้นตอนที่ 6 กด STORE

บันทึกการเปลี่ยนแปลง

ขั้นตอนที่ 7 ออกจากโปรแกรม

กด END ตามขั้นตอน PT Programming

ลำดับการกดโปรแกรม

505 → NEXT → SELECT: 10 วินาที → STORE → END

หมายเหตุ: ลำดับนี้ใช้ภายใน System Programming ที่เข้าสู่ระบบเรียบร้อยแล้ว ไม่ใช่การกดเลข 505 จากโทรศัพท์ที่ยกหูอยู่ในโหมดโทรปกติ

ขั้นตอนที่ 8 ทดสอบจากโทรศัพท์ภายนอก

ใช้โทรศัพท์มือถือโทรเข้าหมายเลขสำนักงาน ฟัง OGM จนจบ แล้วตรวจสอบการทำงานของระบบตามเวลาที่เลือก

5. ควรตั้งเวลารอ 5, 10 หรือ 15 วินาที

การเลือกเวลาไม่ควรใช้ค่าเดียวกับทุกสำนักงานโดยไม่ทดสอบ

กรณีสำนักงานมีเมนูสั้น

ตัวอย่าง

“ฝ่ายขายกด 1 ฝ่ายบริการกด 2”

อาจเริ่มทดสอบด้วยค่า 5 วินาที

กรณีสำนักงานมีหลายแผนก

ตัวอย่าง

“ฝ่ายขายกด 1 ฝ่ายบัญชีกด 2 ฝ่ายบริการกด 3 ฝ่ายจัดซื้อกด 4”

อาจทดสอบค่า 5 และ 10 วินาทีเปรียบเทียบกัน เพื่อดูว่าผู้โทรเลือกเมนูได้ทันหรือไม่

กรณีผู้โทรต้องใช้เวลาตัดสินใจ

หากเป็นระบบที่ผู้โทรต้องอ่านข้อความประกอบหรือเลือกบริการหลายประเภท อาจพิจารณาทดสอบ 10–15 วินาที

ตารางแนวทางเลือกค่า

ลักษณะสำนักงานค่าเริ่มทดสอบที่แนะนำ
เมนู 2 ตัวเลือก5 วินาที
เมนู 3–4 ตัวเลือก5 หรือ 10 วินาที
เมนูที่ผู้โทรต้องคิดนาน10 วินาที
ระบบที่ต้องการช่วงรอมากขึ้น15 วินาที
ระบบที่ต้องการลดช่วงรอทดสอบค่า 0 หรือ 5 วินาทีอย่างระมัดระวัง

ค่าดังกล่าวเป็นแนวทางออกแบบ ไม่ใช่คำแนะนำตายตัวจาก Panasonic

ควรพิจารณาพฤติกรรมหลังหมดเวลารอด้วย โดยเฉพาะการส่งสายไปเจ้าหน้าที่และการตัดสาย

6. เวลารอหลัง OGM เกี่ยวข้องกับ DISA No Dial Mode [510] อย่างไร

โปรแกรม [505] และ [510] ทำงานสัมพันธ์กันเมื่อไม่มีการกดหมายเลข

[505] กำหนดว่ารอนานเท่าไร

ตัวอย่าง ตั้ง 10 วินาที

[510] กำหนดว่าจะทำอย่างไรเมื่อหมดเวลารอ

มีตัวเลือกหลักดังนี้

  • Intercept
  • Disconnect

ตัวอย่างการทำงานแบบ Intercept

  1. ลูกค้าโทรเข้าหมายเลขสำนักงาน
  2. ระบบตอบรับและเล่น OGM
  3. ผู้โทรไม่กดหมายเลข
  4. ระบบรอหลัง OGM ตาม [505]
  5. เมื่อหมดเวลา ระบบดำเนินการตาม [510] ที่เลือก Intercept
  6. ระบบพิจารณาปลายทาง Intercept ตามโปรแกรมที่เกี่ยวข้อง

ตัวอย่างการทำงานแบบ Disconnect

  1. ผู้โทรเข้าสู่ DISA
  2. ระบบเล่น OGM
  3. ผู้โทรไม่กดหมายเลข
  4. ระบบรอจนหมดเวลาตาม [505]
  5. ระบบดำเนินการตัดสายตาม [510]

ตารางเปรียบเทียบ

[505][510]ผลที่คาดหวัง
5 วินาทีInterceptรอแล้วส่งสายไปเส้นทาง Intercept
10 วินาทีInterceptเพิ่มเวลาตัดสินใจ ก่อนส่งสาย
5 วินาทีDisconnectรอแล้วตัดสาย
15 วินาทีDisconnectรอนานขึ้นก่อนตัดสาย

พฤติกรรมจริงยังขึ้นอยู่กับการรับ DTMF การตั้งค่าปลายทาง และเงื่อนไขระบบ

7. ตั้งให้รอแล้วไปประชาสัมพันธ์อย่างไร

สำนักงานจำนวนมากต้องการให้ลูกค้าที่ไม่กดเมนูถูกส่งไปยังพนักงานประชาสัมพันธ์

ต้องเข้าใจว่าโปรแกรม [505] ไม่ได้กำหนดหมายเลข Extension ที่จะรับสาย

โปรแกรมที่ต้องตรวจสอบ

  • [510] DISA No Dial Mode
  • [408–410] Flexible Ringing
  • [438–440] DISA IRNA to BV เมื่อรองรับ
  • [414–416] CO Line Mode

ตัวอย่างระบบ

รายการค่า
CO LineCO 1
OGMOGM 1
[505]10 วินาที
[510]Intercept
ปลายทางที่ต้องการประชาสัมพันธ์ Extension 101

วิธีตั้งค่าโดยสรุป

  1. ตรวจสอบว่า CO Line 1 ใช้ DISA
  2. ตรวจสอบว่ามี OGM 1 บันทึกไว้
  3. ตั้ง [505] ตามเวลาที่ต้องการ
  4. ตั้ง [510] เป็น Intercept
  5. ตรวจสอบ Flexible Ringing ของ CO Line ตามช่วงเวลา
  6. ตรวจสอบว่ามี BV Destination ที่มีลำดับความสำคัญก่อนหรือไม่
  7. ทดสอบโทรเข้าจริงและไม่กดหมายเลข
  8. ยืนยันว่าเครื่องประชาสัมพันธ์ได้รับสายตามต้องการ

ข้อควรระวัง: การเปลี่ยน [505] อย่างเดียวไม่สามารถเปลี่ยนปลายทาง Intercept ไปยัง Extension 101 ได้

8. ตั้งเวลารอหลัง OGM แล้วต้องตรวจโปรแกรม AA หรือไม่

ควรตรวจสอบเมื่อระบบใช้ Single Digit AA

โปรแกรม [500]

กำหนดว่า DISA รับหมายเลขแบบ Without AA หรือ With AA

โปรแกรม [501]

กำหนดปลายทางของหมายเลขเมนู 0–9

โปรแกรม [517]

กำหนดเวลารอตัวเลขถัดไปเพื่อแยกการกดเมนูแบบหนึ่งหลักกับหมายเลขหลายหลัก

ตัวอย่าง

สำนักงานมีเมนู

  • กด 1 ฝ่ายขาย
  • กด 2 ฝ่ายบัญชี
  • กด 3 ฝ่ายบริการ

แต่ยังเปิดให้ผู้โทรกด Extension 101 โดยตรงได้

ผู้โทรกด 101

ระบบต้องแยกได้ว่าหมายเลข 1 แรกเป็นส่วนหนึ่งของ Extension 101 ไม่ใช่เมนูฝ่ายขาย

หากกด 101 แล้วไปฝ่ายขาย อาจต้องตรวจสอบโปรแกรม [517] ไม่ใช่ [505]

9. วิธีตั้ง DISA AA Wait Time [517]

สำหรับสำนักงานที่ใช้งาน With AA ร่วมกับ Extension หลายหลัก สามารถตรวจสอบค่า [517] ได้

ค่าที่คู่มือรองรับ

ค่า [517]เวลารอเลขถัดไป
11 วินาที
22 วินาที
33 วินาที
44 วินาที
55 วินาที

ค่าเริ่มต้นตามตารางโปรแกรมคือ 2 วินาที

ขั้นตอนการตั้งค่า

  1. เข้าสู่ System Programming
  2. เลือกโปรแกรม [517]
  3. กด NEXT
  4. ใช้ SELECT เลือกเวลา
  5. กด STORE
  6. กด END
  7. โทรเข้าทดสอบการกดเมนูหนึ่งหลัก
  8. โทรเข้าใหม่เพื่อทดสอบ Extension หลายหลัก

ลำดับการกดโปรแกรม

517 → NEXT → SELECT: 1–5 วินาที → STORE → END

วิธีทดสอบ

ทดสอบกด 1 เพียงหลักเดียว แล้วตรวจสอบการเรียกฝ่ายขาย

จากนั้นโทรเข้าใหม่และกด 101 ต่อเนื่อง แล้วตรวจสอบว่าระบบเรียก Extension 101

หากปรับเวลารอมากเกินไป ผู้โทรที่กดเมนูหนึ่งหลักอาจต้องรอนานก่อนระบบส่งสาย

10. โปรแกรม [504] กับ [505] ต่างกันอย่างไร

ผู้ดูแลระบบบางรายพบว่าโทรเข้ามาแล้วตู้รับสายช้า และเข้าใจว่าต้องเพิ่มหรือลด [505]

แต่ปัญหาดังกล่าวอาจเกี่ยวข้องกับ [504]

DISA Delayed Answer Time [504]

กำหนดเวลาหน่วงก่อนระบบ DISA ตอบรับสายเรียกเข้า

รองรับตัวเลือก

  • 0 วินาที
  • 3 วินาที
  • 6 วินาที
  • 12 วินาที

DISA Wait Time after OGM [505]

กำหนดเวลารอหลังเล่นข้อความ OGM

รองรับตัวเลือก

  • 0 วินาที
  • 5 วินาที
  • 10 วินาที
  • 15 วินาที

ตัวอย่างความแตกต่าง

หากผู้โทรต้องรอนานก่อนระบบเริ่มเสียงต้อนรับ ควรตรวจสอบ [504]

หากข้อความเสียงจบแล้วผู้โทรมีเวลากดเลขน้อยเกินไป ควรตรวจสอบ [505]

ไม่ควรเปลี่ยนทั้งสองโปรแกรมพร้อมกันโดยยังไม่รู้สาเหตุที่แท้จริง

11. ทำไมตั้งเวลารอ 10 วินาทีแล้วระบบยังตัดสายเร็ว

หากปรับ [505] แล้วผู้โทรยังรู้สึกว่าสายถูกตัดเร็ว ควรตรวจสอบเพิ่มเติม

สาเหตุที่ 1 ค่า [510] เป็น Disconnect

เมื่อครบเงื่อนไข No Dial ระบบจะตัดสายตามค่าที่ตั้งไว้

สาเหตุที่ 2 ไม่ได้บันทึกค่า [505]

อาจเลือกเวลาแล้วไม่ได้กด STORE

สาเหตุที่ 3 กำลังทดสอบคนละ CO Line หรือโหมดรับสาย

สายนอกที่โทรเข้าอาจไม่ได้อยู่ในรูปแบบ DISA ที่คาดไว้

สาเหตุที่ 4 ไม่มีข้อความ OGM ที่กำหนด

เมื่อไม่มี OGM ระบบอาจเข้าสู่กระบวนการรับหมายเลขในลักษณะอื่นที่เกี่ยวข้องกับ [515]

สาเหตุที่ 5 สายนอกถูกตัดจากอุปกรณ์ภายนอก

กรณีใช้ ONT หรือ VoIP Gateway อาจมีปัญหาการปลดสายหรือเงื่อนไขของอุปกรณ์ภายนอก

สาเหตุที่ 6 ระบบได้รับ DTMF ที่ไม่ได้ตั้งใจ

เสียงหรือสัญญาณผิดปกติอาจทำให้ระบบตีความว่าได้รับตัวเลขแล้ว

ควรทดสอบจากโทรศัพท์ภายนอกหลายเครื่องและบันทึกช่วงเวลาจริงตั้งแต่ OGM จบจนถึงการเปลี่ยนสถานะ

12. ทำไมเพิ่มเวลารอแล้วลูกค้ารอสายนานขึ้น

การเพิ่มค่า [505] จะทำให้ระบบมีช่วงเวลารอหลัง OGM นานขึ้น

หากสำนักงานตั้ง No Dial Mode เป็น Intercept ลูกค้าที่ไม่กดหมายเลขต้องรอจนระบบเข้าสู่กระบวนการ Intercept ก่อน

ตัวอย่าง

ระบบเดิม

  • OGM จบ
  • รอ 5 วินาที
  • เริ่มกระบวนการ Intercept

ระบบใหม่

  • OGM จบ
  • รอ 15 วินาที
  • เริ่มกระบวนการ Intercept

เวลาที่เพิ่มขึ้นนี้อาจทำให้ผู้โทรที่ต้องการเจ้าหน้าที่รู้สึกว่ารอนาน

วิธีแก้ไข

  • ลดความยาวข้อความ OGM ให้เหมาะสม
  • กำหนดเวลา [505] ให้สมดุล
  • เพิ่มตัวเลือกติดต่อเจ้าหน้าที่ที่ทดสอบแล้ว
  • ตรวจสอบเวลาตอบรับของปลายทาง
  • ทดสอบด้วยผู้ใช้งานจริง
  • พิจารณาปัญหาทั้งระบบ ไม่ใช่ค่าเวลาเพียงรายการเดียว

13. ตัวอย่างตั้งเวลารอสำหรับสำนักงาน 3 แผนก

สมมุติสำนักงานมีโทรศัพท์ภายใน 8 เครื่อง

แผนหมายเลข

Extensionแผนก
101ประชาสัมพันธ์
102ฝ่ายขาย
103ฝ่ายบัญชี
104ฝ่ายบริการ
105ผู้จัดการ
106ฝ่ายจัดซื้อ
107ฝ่ายเทคนิค
108ธุรการ

ข้อความ OGM

“สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับสู่บริษัท ABC ฝ่ายขายกด 1 ฝ่ายบัญชีกด 2 ฝ่ายบริการกด 3 หากไม่ทราบหมายเลขแผนก กรุณารอสักครู่ค่ะ”

ข้อความส่วนท้ายนี้ควรใช้เฉพาะเมื่อกำหนด No Dial Intercept ให้มีเจ้าหน้าที่รับสายตามที่ประกาศจริง

การตั้งค่าตัวอย่าง

โปรแกรมค่า
[414]CO 1 ใช้ DISA OGM 1
[500]With AA
[501]กำหนดเมนู 1–3
[505]10 วินาที
[510]Intercept
[517]2 วินาที หากใช้การกด Extension หลายหลักร่วมด้วย
Flexible Ringingกำหนดเครื่องรับสายสำรอง

วิธีทดสอบ

  1. โทรเข้าจากมือถือ
  2. ฟังข้อความเสียงจนจบ
  3. กด 1 แล้วตรวจสอบฝ่ายขาย
  4. โทรเข้าใหม่
  5. กด 2 แล้วตรวจสอบฝ่ายบัญชี
  6. โทรเข้าใหม่
  7. ไม่กดหมายเลข
  8. จับเวลาหลัง OGM จบ
  9. ตรวจสอบการส่งสายไปประชาสัมพันธ์
  10. บันทึกผลทดสอบ

14. ตาราง Troubleshooting ปัญหาเวลารอหลัง OGM

อาการจุดตรวจสอบแนวทางแก้ไข
OGM จบแล้วรีบส่งสายทันที[505]ตรวจค่า 0 วินาที
OGM จบแล้วรอนาน[505]ตรวจค่า 10 หรือ 15 วินาที
ไม่กดเลขแล้วสายตัด[510]ตรวจ Disconnect
ไม่กดเลขแล้วไปผิดเครื่องFlexible Ringingตรวจปลายทาง
กด 101 แล้วไปเมนู 1[517]ตรวจ AA Wait Time
สายเข้าตอบรับช้า[504]ตรวจ Delayed Answer
ไม่มี OGM แล้วรอผิดเวลา[515]ตรวจ Internal DISA
กลางวันใช้ได้ กลางคืนไม่ได้[414–416]ตรวจ CO Line Mode
กดเมนูแล้วไม่ตอบสนองDTMFตรวจ CO Line/Gateway
เมนูไปผิดแผนก[501]ตรวจ AA Destination
หมดเวลารอแล้วไม่มีเครื่องดัง[408–410], [438–440]ตรวจ Intercept
สายตัดผิดปกติระหว่างข้อความCO Line และ Gatewayตรวจการปลดสาย

15. วิธีทดสอบเวลารอหลังเสียงต้อนรับอย่างเป็นระบบ

ขั้นตอนที่ 1 ตรวจสอบ OGM

ฟังข้อความที่บันทึกไว้และยืนยันว่าข้อความจบครบถ้วน

ขั้นตอนที่ 2 ตรวจสอบค่า [505]

อ่านค่าเวลาปัจจุบันก่อนเปลี่ยนแปลง

ขั้นตอนที่ 3 ทดสอบโดยไม่กดเลข

โทรเข้าจากภายนอก ฟัง OGM แล้วไม่กดตัวเลข

จับเวลาตั้งแต่ข้อความจบจนระบบเริ่มดำเนินการตามเงื่อนไขที่ตั้งไว้

ขั้นตอนที่ 4 ทดสอบกดเลขทันที

โทรเข้าใหม่และกดตัวเลือกทันทีที่เริ่มเล่น OGM

ตรวจสอบว่าระบบรับ DTMF และส่งสายถูกต้อง

ขั้นตอนที่ 5 ทดสอบกดหลังข้อความจบ

กดหมายเลขภายในช่วงเวลาที่ตั้งไว้

ขั้นตอนที่ 6 ทดสอบกดใกล้หมดเวลา

ทดลองกดในช่วงท้ายของเวลารอ เพื่อดูว่าระบบยังประมวลผลได้ตามเงื่อนไขหรือไม่

ขั้นตอนที่ 7 ทดสอบ With AA

ตรวจสอบตัวเลือกหมายเลข 1, 2 และ 3

ขั้นตอนที่ 8 ทดสอบ Extension หลายหลัก

หากใช้ร่วมกับเมนู AA ให้ทดสอบเบอร์ เช่น 101

ขั้นตอนที่ 9 ทดสอบ No Dial

ตรวจสอบว่าระบบส่งสายหรือตัดสายตาม [510]

ขั้นตอนที่ 10 ทดสอบ Day/Night/Lunch

ตรวจสอบการรับสายตามโหมดเวลาที่ใช้งาน

ขั้นตอนที่ 11 คืนค่าระบบ

หากมีการเปลี่ยนโหมดหรือค่าชั่วคราวเพื่อทดสอบ ต้องคืนค่าตามความต้องการของสำนักงาน

ขั้นตอนที่ 12 บันทึกผล

จัดเก็บค่าเดิม ค่าใหม่ วันที่ทดสอบ และผลที่ได้

16. Checklist ตรวจสอบการตั้งเวลารอเลขหลังเสียงต้อนรับ

รายการตรวจสอบผลตรวจ
ตรวจสอบรุ่น Panasonic KX-TES824ผ่าน / ไม่ผ่าน
ตรวจสอบ CO Line [400]ผ่าน / ไม่ผ่าน
ตรวจสอบ CO Line Mode [414–416]ผ่าน / ไม่ผ่าน
ตรวจสอบข้อความ OGMผ่าน / ไม่ผ่าน
ตรวจสอบเวลาตอบรับ [504]ผ่าน / ไม่ผ่าน
ตรวจสอบค่า [505] เดิมผ่าน / ไม่ผ่าน
ตั้งเวลา [505] ตามต้องการผ่าน / ไม่ผ่าน
บันทึกค่าด้วย STOREผ่าน / ไม่ผ่าน
ตรวจสอบ No Dial [510]ผ่าน / ไม่ผ่าน
ตรวจสอบปลายทาง Interceptผ่าน / ไม่ผ่าน
ตรวจสอบ [515] หากเกี่ยวข้องผ่าน / ไม่ผ่าน / ไม่ใช้
ตรวจสอบ [517] หากใช้ AAผ่าน / ไม่ผ่าน / ไม่ใช้
ทดสอบการกดเลขหลัง OGMผ่าน / ไม่ผ่าน
ทดสอบการกดเลขระหว่าง OGMผ่าน / ไม่ผ่าน
ทดสอบการไม่กดหมายเลขผ่าน / ไม่ผ่าน
ทดสอบหมายเลขที่ไม่ถูกต้องผ่าน / ไม่ผ่าน
ทดสอบกด Extension หลายหลักผ่าน / ไม่ผ่าน / ไม่ใช้
ทดสอบการส่งสาย Interceptผ่าน / ไม่ผ่าน
ทดสอบ Day/Night/Lunchผ่าน / ไม่ผ่าน
ตรวจสอบ DTMFผ่าน / ไม่ผ่าน
ตรวจสอบสัญญาณเสียงและ Gatewayผ่าน / ไม่ผ่าน / ไม่ใช้
ตรวจสอบ DISA Securityผ่าน / ไม่ผ่าน
สำรองค่าโปรแกรมผ่าน / ไม่ผ่าน
จัดทำรายงานส่งมอบผ่าน / ไม่ผ่าน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Panasonic KX-TES824 ตั้งเวลารอเลขหลังเสียงต้อนรับได้ไหม

ได้ โดยใช้โปรแกรม [505] DISA Wait Time after OGM ซึ่งรองรับการเลือกเวลา 0, 5, 10 และ 15 วินาที

ค่าเริ่มต้นของ [505] คือเท่าไร

ค่าเริ่มต้นจากโรงงานคือ 5 วินาที แต่ควรตรวจสอบค่าปัจจุบันของเครื่องจริง เพราะอาจได้รับการเปลี่ยนแปลงแล้ว

ถ้าต้องการให้ลูกค้ามีเวลากดเลขมากขึ้นควรตั้งเท่าไร

อาจเริ่มทดสอบ 10 วินาที แล้วพิจารณาปรับตามรูปแบบเมนูและพฤติกรรมผู้โทร โดยไม่จำเป็นต้องใช้เวลาสูงสุดเสมอไป

สามารถตั้งเวลารอ 20 วินาทีได้หรือไม่

โปรแกรม [505] รองรับสูงสุด 15 วินาทีตามคู่มือที่ตรวจสอบ

โปรแกรม [504] ต่างจาก [505] อย่างไร

[504] ใช้หน่วงเวลาก่อนระบบ DISA ตอบรับสาย ส่วน [505] ใช้กำหนดช่วงรอหลัง OGM จบ

โปรแกรม [517] ต่างจาก [505] อย่างไร

[517] ใช้รอตัวเลขถัดไปเพื่อแยกเมนู Single Digit AA ออกจากหมายเลขหลายหลัก ส่วน [505] คือเวลารอหลังข้อความเสียง OGM

ตั้ง [505] เป็น 0 วินาทีจะเกิดอะไรขึ้น

ระบบจะไม่มีช่วงรอเพิ่มเติมหลัง OGM ตามค่าของโปรแกรมนี้ ต้องทดสอบร่วมกับการตั้งค่า No Dial และการกดหมายเลขระหว่าง OGM เพราะอาจกระทบผู้โทรที่ต้องการเวลาตัดสินใจ

ตั้งเวลารอแล้วไม่กดเลข ระบบจะไปที่ไหน

ขึ้นอยู่กับ [510] หากเลือก Intercept ระบบจะพิจารณาปลายทางที่กำหนดไว้ หากเลือก Disconnect ระบบจะตัดสายตามเงื่อนไข

หากต้องการให้รอแล้วไป Operator ใช้โปรแกรมอะไร

ต้องตรวจสอบ [510] ร่วมกับปลายทาง Intercept โดยเฉพาะ Flexible Ringing [408–410] และ DISA IRNA to BV [438–440] เมื่อระบบรองรับ ไม่ใช่กำหนดเพียง [505]

ทำไมกด 101 แล้วระบบไปฝ่ายขายที่เมนู 1

อาจเกี่ยวข้องกับ [517] DISA AA Wait Time ต้องตรวจสอบการแยกการกดหมายเลขหนึ่งหลักกับหลายหลัก

ไม่มีเสียง OGM แล้วเวลารอทำงานอย่างไร

หากระบบไม่มีข้อความ OGM ที่บันทึกไว้ อาจใช้เงื่อนไขรอหมายเลขที่เกี่ยวข้องกับ [515] แทนช่วงรอหลังข้อความ OGM จึงต้องตรวจสอบสถานะการบันทึกเสียงจริง

สามารถปรับเวลารอผ่านคอมพิวเตอร์ได้หรือไม่

สามารถใช้ Panasonic KX-TE Maintenance Console ที่เข้ากันได้ตามสิทธิ์และการเชื่อมต่อที่รองรับ หรือใช้ System Programming จาก PT ที่เหมาะสม

ต้องตั้งเวลารอแยกสำหรับ Day และ Night หรือไม่

โปรแกรม [505] ไม่ใช่ตารางเวลาแยก Day/Night/Lunch แต่ละ CO Line สามารถมี OGM และรูปแบบรับสายต่างกันผ่าน [414–416] จึงควรทดสอบทุกช่วงเวลาโดยใช้ค่า [505] ที่ระบบกำหนด

สรุป วิธีตั้งเวลารอเลขหลังเสียงต้อนรับ

การตั้งเวลารอเลขหลังเสียงต้อนรับบน Panasonic KX-TES824 ทำได้ผ่านโปรแกรม [505] DISA Wait Time after OGM โดยรองรับค่า 0, 5, 10 และ 15 วินาที และมีค่าเริ่มต้น 5 วินาที

หากต้องการให้ผู้โทรมีเวลาตัดสินใจเลือกแผนกมากขึ้น สามารถพิจารณาปรับเป็น 10 หรือ 15 วินาทีตามความเหมาะสม แต่ต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อเวลาที่ผู้โทรต้องรอก่อนระบบส่งสายไปยังเจ้าหน้าที่สำรอง

นอกจากนี้ ต้องตรวจสอบโปรแกรม [510] DISA No Dial Mode เพื่อกำหนดการทำงานเมื่อหมดเวลารอ และตรวจสอบโปรแกรม [517] DISA AA Wait Time หากใช้เมนูหลักเดียวร่วมกับการกดหมายเลข Extension หลายหลัก

ไม่ควรสับสนระหว่าง [504], [505], [515] และ [517] เพราะแต่ละโปรแกรมทำงานในช่วงเวลาต่างกันของระบบ DISA

ก่อนเปิดใช้งานจริงควรทดสอบจากสายนอก ตรวจสอบการกดหมายเลขหลัง OGM การส่งสายเมื่อไม่กดเลข และการทำงานของเมนู AA รวมถึงระบบความปลอดภัยที่เกี่ยวข้อง

ComSiam แนะนำให้เริ่มจากค่าเวลาเดิมที่ใช้งานได้จริง แล้วปรับทีละขั้นตามผลการทดสอบ พร้อมบันทึกค่าโปรแกรมและจัดทำ Checklist ก่อนส่งมอบ เพื่อให้ระบบตอบรับอัตโนมัติสามารถให้บริการลูกค้าได้รวดเร็ว ถูกต้อง และดูแลรักษาได้ง่ายในระยะยาว

ComSiam Professional Team