ComSiam Service
การตั้งค่าเสียงเตือนสายเรียกซ้อน Panasonic KX-TES824 หรือ Call Waiting Tone เป็นการปรับเสียงแจ้งเตือนที่ผู้ใช้งานได้ยินเมื่อมีสายใหม่ติดต่อเข้ามาระหว่างกำลังสนทนาทางโทรศัพท์ ช่วยให้พนักงานทราบว่ามีลูกค้าหรือเพื่อนร่วมงานอีกคนกำลังรอสายอยู่ โดยไม่จำเป็นต้องวางสายปัจจุบันทันที
Panasonic KX-TES824 รองรับการเลือกเสียง Call Waiting บนโทรศัพท์ระบบ Panasonic หรือ Proprietary Telephone (PT) ได้สองรูปแบบ ได้แก่ Tone 1 และ Tone 2 ผ่าน Personal Programming โดยใช้รหัส 51 และ 52 ตามลำดับ
อย่างไรก็ตาม การเลือกประเภทเสียงกับการเปิดบริการ Call Waiting เป็นคนละการตั้งค่า หากต้องการให้มีเสียงเตือนสายซ้อนจากสายนอก ต้องเปิดด้วยรหัส 7311# และหากต้องการให้แจ้งเตือนจากสายภายในหรือ Doorphone ต้องเปิดด้วย 7321#
ระบบยังรองรับโทรศัพท์แอนะล็อก Single Line Telephone (SLT) สำหรับการรับเสียง Call Waiting โดยเสียงแจ้งเตือนจะได้ยินผ่านหูโทรศัพท์ แต่การเลือก Tone 1 หรือ Tone 2 ด้วย Personal Programming เป็นความสามารถที่คู่มือระบุสำหรับ PT
บทความนี้จาก ComSiam จะอธิบายวิธีตั้งค่าเสียงเตือนสายเรียกซ้อน Panasonic KX-TES824 อย่างละเอียด ตั้งแต่การเลือก Tone 1 และ Tone 2 วิธีใช้ปุ่ม PROGRAM และ STORE รหัสเปิด–ปิด Call Waiting สำหรับสายนอกและสายภายใน ความแตกต่างระหว่างเสียงเตือนจาก PBX กับผู้ให้บริการโทรศัพท์ รวมถึง Data Line Security และวิธีแก้ปัญหาเมื่อเปิด Call Waiting แล้วไม่มีเสียง
① Call Waiting Tone บน Panasonic KX-TES824 คืออะไร
Call Waiting Tone คือเสียงที่ระบบใช้แจ้งผู้ใช้งานว่ามีการเรียกสายใหม่ระหว่างที่กำลังสนทนาอยู่
ตัวอย่าง
สำนักงานมีหมายเลขภายในดังนี้
| หมายเลขภายใน | ผู้ใช้งาน |
|---|---|
| 101 | พนักงานต้อนรับ |
| 102 | ฝ่ายบัญชี |
| 103 | ฝ่ายขาย |
| 104 | ฝ่ายบริการ |
พนักงานเครื่อง 101 กำลังคุยกับลูกค้ารายแรก
ระหว่างนั้นมีสายใหม่ที่เข้าเงื่อนไข Call Waiting ติดต่อมายังเครื่อง 101 ระบบสามารถส่งเสียงเตือนเพื่อแจ้งว่ามีอีกสายรออยู่
เสียงเตือนช่วยอะไรได้บ้าง
- แจ้งให้ทราบว่ามีสายใหม่ระหว่างสนทนา
- ลดโอกาสพลาดสายลูกค้า
- ช่วยให้พนักงานตัดสินใจว่าจะรับสายใหม่หรือไม่
- รองรับการจัดการสายด้วย Call Hold และ Call Splitting
- สามารถเลือกประเภทเสียงบน PT ได้
- ช่วยแยกการแจ้งสายรอออกจากเสียงเรียกเข้าปกติ
② Panasonic KX-TES824 มีเสียง Call Waiting กี่แบบ
ตาม User Manual ส่วน 3.1.2 โทรศัพท์ PT สามารถเลือก Call Waiting Tone ได้สองรูปแบบ
Tone 1
เป็นเสียงมาตรฐาน หรือ Default Tone
Tone 2
เป็นรูปแบบเสียงพิเศษ หรือ Special Tones
ตารางเปรียบเทียบ
| รายการ | Tone 1 | Tone 2 |
|---|---|---|
| ประเภท | เสียงมาตรฐาน | เสียงพิเศษ |
| รหัส Personal Programming | 51 | 52 |
| เป็นค่าเริ่มต้น | ใช่ | ไม่ใช่ |
| ใช้กับ PT ที่รองรับ | ได้ | ได้ |
| เป็นการเปิด Call Waiting | ไม่ใช่ | ไม่ใช่ |
Tone 1 หรือ Tone 2 แบบไหนดีกว่า
ไม่ได้มีแบบใดทำให้ตู้สาขารับสายได้มากกว่าอีกแบบ
ความแตกต่างอยู่ที่รูปแบบเสียงแจ้งเตือน เพื่อให้ผู้ใช้เลือกเสียงที่สังเกตได้ง่ายและเหมาะกับการใช้งาน
③ วิธีเปลี่ยน Call Waiting เป็น Tone 1 บน PT
ตามคู่มือ Panasonic KX-TES824 การเลือก Call Waiting Tone 1 ใช้ Personal Programming หมายเลข 51
ขั้นตอน
- ตรวจสอบว่าโทรศัพท์ PT อยู่ในสถานะวางหู ไม่มีสายสนทนาหรือสายพักค้าง
- กดปุ่ม
PROGRAM - กด
5 - กด
1 - กดปุ่ม
STORE - กด
PROGRAMอีกครั้งเพื่อออกจากโหมดตั้งค่า
ลำดับปุ่ม
PROGRAM → 51 → STORE → PROGRAM
ผลลัพธ์
โทรศัพท์ PT จะใช้ Call Waiting Tone 1 ตามการตั้งค่าที่รองรับ
ต้องยกหูโทรศัพท์ก่อนหรือไม่
ไม่ต้อง
Personal Programming ต้องทำขณะโทรศัพท์วางหูและไม่มีสายที่กำลังจัดการอยู่
④ วิธีเปลี่ยน Call Waiting เป็น Tone 2 บน PT
หากต้องการใช้เสียง Call Waiting แบบพิเศษ ให้เลือก Personal Programming หมายเลข 52
ขั้นตอน
- วางหูโทรศัพท์ PT
- ตรวจสอบว่าไม่มีสายสนทนาหรือพักสายค้าง
- กด
PROGRAM - กด
5 - กด
2 - กด
STORE - กด
PROGRAMเพื่อออกจากโหมดตั้งค่า
ลำดับปุ่ม
PROGRAM → 52 → STORE → PROGRAM
ตัวอย่าง
พนักงานเครื่อง 101 ต้องการเปลี่ยนจาก Tone 1 เป็น Tone 2
ให้ใช้เครื่อง 101 ตั้งค่าตามขั้นตอนข้างต้น แล้วทดสอบ Call Waiting ด้วยสายจริงที่ควบคุมได้
ต้องเปลี่ยนทุกเครื่องหรือไม่
การเลือก Call Waiting Tone เป็น Personal Programming ของ PT จึงควรตั้งค่าที่เครื่องซึ่งต้องการเปลี่ยนเสียงโดยตรง
⑤ PROGRAM กับ STORE ต่างกันอย่างไร
โทรศัพท์ PT ที่รองรับ Personal Programming ใช้ปุ่ม PROGRAM และ STORE สำหรับกำหนดค่าการใช้งานส่วนบุคคล
PROGRAM
ใช้เข้าสู่หรือออกจากโหมด Personal Programming
STORE
ใช้บันทึกค่าที่เลือก
ตัวอย่าง
ต้องการเลือก Tone 2
- กด PROGRAM เพื่อเข้าโหมด
- กด 52 เพื่อเลือก Tone 2
- กด STORE เพื่อบันทึก
- กด PROGRAM เพื่อออก
หากกด STORE แล้วมีเสียงตอบรับ
คู่มือระบุว่าเมื่อเปลี่ยนค่าแล้ว ปุ่ม STORE จะเปลี่ยนสถานะเป็นสีแดงและมีเสียงตอบรับหนึ่งครั้ง
หากค่าที่ป้อนไม่ถูกต้อง อาจได้ยินเสียงตอบรับสามครั้ง
ข้อควรจำ
การเข้า Personal Programming ไม่เหมือนการเข้า System Programming เพื่อแก้ไขค่าของตู้สาขาทั้งระบบ
⑥ ทำไมกด 51 หรือ 52 แล้วไม่เปลี่ยนเสียง
เพราะ 51 และ 52 เป็นหมายเลขสำหรับ Personal Programming ไม่ใช่รหัสที่กดจาก Dial Tone โดยตรงเพื่อเปลี่ยนเสียง
วิธีที่ถูกต้อง
ต้องใช้
PROGRAM → 51 หรือ 52 → STORE → PROGRAM
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ยกหูแล้วกด 51
- ลืมกด PROGRAM
- ลืมกด STORE
- กด PROGRAM ออกก่อนบันทึก
- โทรศัพท์ไม่รองรับขั้นตอน Personal Programming นี้
- มีสายสนทนาหรือสายพักอยู่ขณะตั้งค่า
แนวทางแก้
ตรวจสอบรุ่น PT และเริ่มตั้งค่าใหม่จากสถานะวางหู
⑦ การเปลี่ยน Tone 1 เป็น Tone 2 ทำให้ Call Waiting เปิดเองหรือไม่
ไม่ทำให้เปิดเอง
เพราะ Panasonic KX-TES824 แยกการตั้งค่าเป็นสองส่วน
ส่วนที่ 1 เลือกเสียง
ใช้ Personal Programming
51เลือก Tone 152เลือก Tone 2
ส่วนที่ 2 เปิดรับสายเรียกซ้อน
ใช้รหัส Feature Setting
7311#เปิด Call Waiting สายนอก7321#เปิด Call Waiting สายภายในและ Doorphone
ตัวอย่าง
หากเครื่อง 101 เลือก Tone 2 แล้ว แต่ยังปิด Call Waiting ทั้งสองประเภทไว้ ก็อาจไม่มีเสียงแจ้งเตือนสายใหม่ตามที่คาด
จึงต้องตรวจสอบทั้งการเลือกเสียงและการเปิดใช้งาน
⑧ วิธีเปิด Call Waiting สำหรับสายนอกด้วย 7311#
หากต้องการให้โทรศัพท์แจ้งเตือนเมื่อมีสายใหม่จาก CO Line เข้ามาระหว่างสนทนา ให้เปิด Outside CO Line Call Waiting
ขั้นตอน
- ยกหูโทรศัพท์เครื่องที่ต้องการเปิด
- รอฟัง Dial Tone
- กด
731 - กด
1เพื่อเลือก Set - กด
# - รอฟัง Confirmation Tone
- วางหู
รหัสรวม
7311#
ตัวอย่าง
เครื่อง 101 ต้องการรับเสียงเตือนจากสายนอกระหว่างสนทนา
ให้กด 7311# จากเครื่อง 101
ค่าเริ่มต้น
คู่มือระบุว่า PBX Call Waiting ถูกปิดไว้เป็นค่าเริ่มต้น
ดังนั้น หากยังไม่เคยเปิดฟังก์ชัน ควรตรวจสอบการตั้งค่านี้ก่อน
⑨ วิธียกเลิก Call Waiting สายนอกด้วย 7310#
หากไม่ต้องการให้เครื่องแจ้งเตือนสายซ้อนจาก CO Line สามารถยกเลิกได้
ขั้นตอน
- ยกหูโทรศัพท์
- กด
731 - กด
0เพื่อ Cancel - กด
# - รอฟัง Confirmation Tone
- วางหู
รหัสรวม
7310#
ปิดแล้วลูกค้ายังโทรเข้าสำนักงานได้หรือไม่
ได้
การปิด Call Waiting เป็นการยกเลิกการแจ้งเตือนสายซ้อนที่เครื่องนั้น ไม่ใช่การปิดระบบรับสายนอกของสำนักงาน
ผลของสายใหม่จะขึ้นอยู่กับการกระจายสายและสถานะที่ตู้สาขากำหนด
⑩ วิธีเปิด Call Waiting สายภายในด้วย 7321#
Panasonic KX-TES824 แยกการเปิด Call Waiting สำหรับ Intercom และ Doorphone ออกจากสายนอก
ขั้นตอน
- ยกหูเครื่องที่ต้องการตั้งค่า
- กด
732 - กด
1 - กด
# - รอฟัง Confirmation Tone
- วางหู
รหัสรวม
7321#
ตัวอย่าง
เครื่อง 101 กำลังคุยกับลูกค้า
เครื่อง 103 ต้องการติดต่อเครื่อง 101
เมื่อมีการแจ้งสายรอจากระบบภายในที่เข้าเงื่อนไข ผู้ใช้เครื่อง 101 จะได้รับ Call Waiting Tone
ต้องเปิดทั้ง 731 และ 732 หรือไม่
หากต้องการรองรับการแจ้งเตือนทั้งสายนอกและสายภายใน ควรเปิดทั้งสองประเภทตามความต้องการ
⑪ วิธียกเลิก Call Waiting สายภายใน
หากไม่ต้องการให้สายภายในหรือ Doorphone ส่งเสียงเตือนระหว่างสนทนา ให้ใช้รหัส
7320#
ขั้นตอน
- ยกหูโทรศัพท์
- กด
732 - กด
0 - กด
# - รอฟัง Confirmation Tone
- วางหู
ผลการตั้งค่า
ระบบจะยกเลิกการแจ้งเตือนสายซ้อนประเภท Intercom/Doorphone สำหรับหมายเลขภายในดังกล่าว
ข้อควรระวัง
การปิด Call Waiting ไม่ได้หมายความว่าโทรศัพท์ภายในถูกปิดการติดต่อทั้งหมด
⑫ ตารางรหัส Call Waiting Panasonic KX-TES824
| การทำงาน | รหัส |
|---|---|
| เปิด Call Waiting สายนอก | 7311# |
| ปิด Call Waiting สายนอก | 7310# |
| เปิด Call Waiting สายภายใน/ประตู | 7321# |
| ปิด Call Waiting สายภายใน/ประตู | 7320# |
| SLT เปิดสายนอกโดยใช้ 0 ปิดท้าย | 73110 |
| SLT ปิดสายนอกโดยใช้ 0 ปิดท้าย | 73100 |
| SLT เปิดสายภายในโดยใช้ 0 ปิดท้าย | 73210 |
| SLT ปิดสายภายในโดยใช้ 0 ปิดท้าย | 73200 |
ทำไม SLT ใช้เลข 0 แทน # ได้
User Manual ส่วน 1.7.3 ระบุว่า SLT สามารถใช้ 0 แทน # ในตำแหน่งปิดท้ายคำสั่งเหล่านี้ได้
ไม่ได้หมายความว่าเลข 0 ใช้แทนเครื่องหมาย # ในคำสั่งทุกประเภทของตู้สาขา
⑬ Tone 1 กับ Tone 2 มีลักษณะเสียงต่างกันอย่างไร
คู่มือ Panasonic แยกเสียงเป็น Default Tone และ Special Tones
Tone 1
เป็นเสียงมาตรฐานที่ระบบกำหนดไว้เป็นค่าเริ่มต้น
Tone 2
เป็นเสียงพิเศษ ซึ่งใช้รูปแบบจังหวะแจ้งเตือนแตกต่างออกไป
ความถี่ในการแจ้งเตือน
ภาพประกอบใน User Manual แสดงความต่างระหว่างรูปแบบเสียงมาตรฐานและเสียงพิเศษ โดยมีกรอบเวลาอ้างอิง 15 วินาทีและ 5 วินาทีสำหรับรูปแบบเสียงที่คู่มือแสดง
เลือกแบบไหนดี
หากผู้ใช้งานคุ้นเคยกับเสียงมาตรฐาน สามารถใช้ Tone 1
หากต้องการแยกเสียงแจ้งเตือนให้สังเกตได้ชัดขึ้น ควรทดลอง Tone 2 แล้วเลือกแบบที่เหมาะกับการทำงานจริง
⑭ PT กับ SLT ได้ยิน Call Waiting ต่างกันอย่างไร
คู่มือส่วน 1.7.3 ระบุว่าระบบแจ้ง Call Waiting ผ่านช่องทางต่างกันตามประเภทโทรศัพท์
โทรศัพท์ PT
เสียงแจ้งเตือนส่งผ่านลำโพงภายในตัวโทรศัพท์ตามความสามารถของรุ่น
โทรศัพท์ SLT
เสียงแจ้งเตือนจะได้ยินผ่านหูโทรศัพท์ขณะสนทนา
เลือก Tone 1 หรือ Tone 2 บน SLT ได้ไหม
คู่มือกำหนดการเปลี่ยน Call Waiting Tone Type Selection ผ่าน Personal Programming ของ PT
จึงไม่ควรแนะนำให้กด PROGRAM → 52 บน SLT ทั่วไป เพราะไม่ได้รองรับวิธีดังกล่าว
SLT ใช้ Call Waiting ได้หรือไม่
ได้ โดยเปิดบริการตามรหัสที่คู่มือกำหนดและปฏิบัติตามขั้นตอนการรับสายซ้อนสำหรับ SLT
⑮ Call Waiting ของ PBX กับผู้ให้บริการโทรศัพท์ต่างกันอย่างไร
Panasonic KX-TES824 อาจได้รับเสียงแจ้งเตือนสายซ้อนจากสองแหล่ง
PBX Call Waiting
เป็นเสียงที่เกิดจากการจัดการสายภายในตู้สาขา
เช่น มีสายนอกอีกเส้นหรือสายภายในใหม่เข้ามาและเข้าเงื่อนไขการแจ้งเตือน
Telephone Company Call Waiting
เป็นบริการจากผู้ให้บริการโทรศัพท์บน CO Line เดียวกัน
ผู้ให้บริการอาจส่งเสียงเตือนเมื่อมีสายใหม่เข้ามาบนคู่สายที่กำลังใช้งาน
ตารางเปรียบเทียบ
| รายการ | PBX | ผู้ให้บริการ |
|---|---|---|
| แหล่งเสียงเตือน | ตู้สาขา | เครือข่ายผู้ให้บริการ |
| เปิดด้วยรหัส 731/732 | ใช่ | ไม่ใช่บริการเดียวกัน |
| เปลี่ยน Tone ด้วย PT Personal Programming | ใช้กับเสียงที่ PBX ควบคุม | ไม่ได้เปลี่ยนเสียงของเครือข่าย |
| ต้องมีบริการจากผู้ให้บริการ | ไม่จำเป็นสำหรับฟังก์ชัน PBX | จำเป็น |
| วิธีรับสาย | ตามสถานะ CO/INTERCOM และ Hold | ใช้ FLASH/RECALL หรือ EFA |
⑯ ทำไมได้ยิน Call Waiting แต่ไม่มีไฟ CO กะพริบ
หากกำลังสนทนาผ่าน CO Line แล้วได้ยินเสียงเตือน แต่ไม่มีปุ่ม CO แสดงสายใหม่ตามลักษณะ PBX Call Waiting เสียงนั้นอาจมาจากบริการของผู้ให้บริการโทรศัพท์
วิธีตรวจสอบ
- ตรวจสอบ CO Line ที่กำลังสนทนา
- ฟังเสียง Call Waiting Tone
- สังเกตไฟของปุ่ม CO
- ตรวจสอบว่ามีสายใหม่จาก CO Line อีกเส้นหรือไม่
- หากไม่มีไฟสายใหม่ ให้พิจารณาบริการ Call Waiting จากผู้ให้บริการ
- ตรวจสอบการรองรับบริการกับผู้ให้บริการโทรศัพท์
ทำไมเรื่องนี้สำคัญ
เพราะการเปลี่ยน Tone 1 เป็น Tone 2 บน PT ไม่ได้เปลี่ยนเสียง Call Waiting ที่ผู้ให้บริการส่งมาจากเครือข่าย
⑰ วิธีรับ Call Waiting จากผู้ให้บริการบน PT
หากผู้ให้บริการรองรับ Call Waiting บน CO Line เดียวกัน สามารถใช้ขั้นตอนที่ Panasonic ระบุไว้
ขั้นตอน
- กำลังสนทนาบนสายนอก
- ได้ยิน Call Waiting Tone จากผู้ให้บริการ
- กด
FLASH/RECALLบน PT - ตรวจสอบว่าผู้ให้บริการเปลี่ยนการเชื่อมต่อไปยังสายใหม่สำเร็จหรือไม่
ข้อควรระวัง
การรับ Call Waiting ของผู้ให้บริการแตกต่างจากการกด HOLD เพื่อรับสายใหม่ที่ตู้สาขาจัดการผ่านอีก CO Line
หากกด FLASH แล้วไม่ได้ผล
ควรตรวจสอบบริการที่สมัครไว้และความเข้ากันได้ของสัญญาณจากผู้ให้บริการ
⑱ วิธีรับ Call Waiting จากผู้ให้บริการบน SLT
สำหรับ SLT คู่มือ Panasonic KX-TES824 ระบุวิธีใช้ External Feature Access
ขั้นตอน
- กำลังสนทนาผ่าน CO Line
- ได้ยินเสียง Call Waiting จากผู้ให้บริการ
- กด Recall/Hookflash
- กด
6 - ตรวจสอบว่าสายใหม่ได้รับการเชื่อมต่อหรือไม่
รูปแบบ
Recall/Hookflash → 6
ข้อควรจำ
รหัส 6 เป็นรหัส External Feature Access ตามขั้นตอนของตู้สาขา
ไม่ใช่รหัสเปิด Call Waiting ภายใน PBX
⑲ Data Line Security คืออะไร
Data Line Security เป็นฟังก์ชันที่ใช้ป้องกันสัญญาณเสียงแจ้งเตือนบางประเภทระหว่างการสนทนา
เหมาะกับหมายเลขภายในที่มีอุปกรณ์รับส่งข้อมูลเชื่อมต่อ เช่น เครื่องแฟกซ์หรืออุปกรณ์สื่อสารข้อมูล
เกี่ยวข้องกับ Call Waiting อย่างไร
คู่มือระบุว่าการเปิด Data Line Security ทำให้ Call Waiting ถูกปิดเพื่อป้องกันเสียงรบกวนการสื่อสาร
ตัวอย่าง
หากหมายเลขภายในใช้สำหรับเครื่องแฟกซ์ ไม่ควรให้มีเสียง Call Waiting เข้ามารบกวนการส่งข้อมูล
ข้อควรระวัง
ไม่ควรยกเลิก Data Line Security บนพอร์ตที่ใช้งานกับอุปกรณ์รับส่งข้อมูลโดยไม่ตรวจสอบผลกระทบ
⑳ วิธีเปิด Data Line Security ด้วย 7301#
ขั้นตอน
- ยกหูโทรศัพท์
- กด
730 - กด
1 - กด
# - รอฟัง Confirmation Tone
- วางหู
รหัสรวม
7301#
ผลลัพธ์
ระบบเปิด Data Line Security เพื่อป้องกันเสียงแจ้งเตือนบางประเภทตามข้อกำหนด
SLT ใช้เลข 0 ปิดท้ายได้ไหม
ได้สำหรับคำสั่งนี้ตามคู่มือ เช่น
73010
㉑ วิธียกเลิก Data Line Security ด้วย 7300#
หากต้องการยกเลิก Data Line Security ต้องตรวจสอบก่อนว่าไม่มีอุปกรณ์สื่อสารข้อมูลที่จำเป็นต้องใช้การป้องกันนี้
ขั้นตอน
- ยกหูโทรศัพท์
- กด
730 - กด
0 - กด
# - รอฟัง Confirmation Tone
- วางหู
รหัสรวม
7300#
หลังยกเลิก
สามารถตรวจสอบการเปิด Call Waiting อีกครั้งด้วยรหัส 731 หรือ 732 ตามประเภทสาย
ข้อควรระวัง
การยกเลิก Data Line Security อาจทำให้เสียงแจ้งเตือนกลับมารบกวนอุปกรณ์รับส่งข้อมูล
จึงควรดำเนินการเฉพาะเมื่อเหมาะสม
㉒ ทำไมเปลี่ยน Tone แล้วไม่มีเสียง Call Waiting
สาเหตุที่ควรตรวจสอบ ได้แก่
1. ยังไม่ได้เปิด Call Waiting
การเลือก Tone ไม่ได้ทำให้ฟังก์ชัน Call Waiting เปิดเอง
2. เปิดผิดประเภทสาย
หากต้องการเสียงเตือนจากสายนอกให้ใช้ 7311#
หากต้องการเสียงเตือนจากสายภายในให้ใช้ 7321#
3. เปิด Data Line Security
หากเปิด 7301# ระบบจะระงับ Call Waiting ตามเงื่อนไข
4. สายใหม่ไม่เข้าเงื่อนไข
ไม่มีการเรียกสายใหม่ที่ระบบกำหนดให้แจ้งเตือนมายังเครื่องนั้น
5. ตั้งค่าจากโทรศัพท์ผิดเครื่อง
การตั้งค่า Personal Programming และการเปิด Call Waiting ควรทำจากเครื่องที่ต้องการใช้งาน
6. โทรศัพท์ไม่รองรับขั้นตอนเปลี่ยน Tone
SLT ไม่ได้ใช้ Personal Programming แบบ PT
㉓ ทำไมเปิด 7311# แล้วไม่ได้ยินเสียงสายนอกซ้อน
ตรวจสอบการตั้งค่า
กดรหัสจากเครื่องที่กำลังจะรับ Call Waiting จริงหรือไม่
ตรวจสอบการกระจายสาย CO Line
สายใหม่อาจถูกกำหนดให้เรียกเครื่องอื่น
ตรวจสอบทรัพยากรสายนอก
หากต้องการให้มีลูกค้าอีกคนโทรเข้าทาง CO Line อื่น ต้องมีสายและการกำหนดรับสายที่รองรับ
ตรวจสอบ Data Line Security
ตรวจสอบว่าไม่ได้เปิดฟังก์ชันดังกล่าวไว้
ตรวจสอบบริการผู้ให้บริการ
หากคาดหวังว่าจะมีสายซ้อนบน CO Line เดียวกัน ต้องตรวจสอบกับผู้ให้บริการ ไม่ใช่เปิด 7311# เพียงอย่างเดียว
㉔ ทำไมเปิด 7321# แล้วไม่มีเสียงจากสายภายใน
สาเหตุที่ควรตรวจสอบ
- เปิดจากเครื่องที่ต้องการใช้งานแล้วหรือไม่
- มีสายภายในพยายามติดต่อจริงหรือไม่
- ผู้โทรใช้ Busy Station Signalling ตามเงื่อนไขหรือไม่
- เครื่องปลายทางมี Data Line Security หรือไม่
- มีสถานะอื่นที่ทำให้ระบบปฏิเสธ Call Waiting หรือไม่
ข้อควรจำ
การเปิด 7321# ไม่ได้หมายความว่าทุกสายภายในที่โทรมาระหว่างสนทนาจะต้องสร้างเสียงเตือนโดยไม่มีเงื่อนไขอื่น
ควรทดสอบด้วยหมายเลขภายในที่ควบคุมได้
㉕ Busy Station Signalling หรือ BSS คืออะไร
Busy Station Signalling เป็นฟังก์ชันที่ช่วยให้ผู้โทรภายในส่งสัญญาณแจ้งไปยังเครื่องที่กำลังสนทนาอยู่ เพื่อให้ทราบว่ามีผู้พยายามติดต่อ
ตัวอย่าง
เครื่อง 101 กำลังคุยกับลูกค้า
เครื่อง 103 โทรหา 101 แล้วพบว่าไม่ว่าง
หากระบบรองรับและปลายทางอนุญาต เครื่อง 103 สามารถใช้ขั้นตอน BSS เพื่อแจ้งให้เครื่อง 101 ทราบว่ามีสายรออยู่
ต่างจากการเปิด 7321# อย่างไร
7321# เป็นการตั้งค่าที่เครื่องปลายทางให้ยอมรับเสียงเตือนสายภายใน
ส่วน BSS เป็นวิธีที่ผู้โทรภายในใช้ส่งการแจ้งสายรอตามเงื่อนไข
หากปลายทางปิด Call Waiting
ระบบอาจไม่อนุญาตให้ส่งสัญญาณ BSS และผู้โทรอาจได้ยิน Reorder Tone
㉖ เสียง Call Waiting ต่างจากเสียง Busy Tone อย่างไร
Call Waiting Tone
เป็นเสียงแจ้งผู้ใช้ที่กำลังสนทนาว่ามีอีกสายรออยู่
Busy Tone
เป็นเสียงที่ผู้โทรอาจได้ยินเมื่อปลายทางไม่ว่าง
Ringback Tone
เป็นเสียงที่ผู้โทรได้ยินขณะระบบกำลังเรียกปลายทาง
Reorder Tone
เป็นเสียงที่ระบบอาจส่งเมื่อคำสั่งไม่สำเร็จหรือไม่สามารถดำเนินการตามเงื่อนไข
ทำไมต้องแยก
เพราะเสียงแต่ละประเภทมีความหมายต่างกัน การเปลี่ยน Call Waiting Tone ไม่ได้เปลี่ยนเสียงทั้งหมดของระบบโทรศัพท์
㉗ เปลี่ยน Tone แล้วกระทบการรับสายปกติหรือไม่
การเปลี่ยน Tone 1 หรือ Tone 2 เป็นการเลือกประเภทเสียงแจ้งเตือน Call Waiting ของ PT
ไม่ได้ใช้เปลี่ยนหมายเลขภายในหรือการกำหนดสายนอก
สิ่งที่ไม่เปลี่ยน
- หมายเลขภายใน
- สิทธิ์โทรออก
- จำนวน CO Line
- Call Transfer
- Call Forwarding
- การตั้งค่าเบอร์รับสายหลักของสำนักงาน
ข้อควรจำ
การเลือกเสียงที่แตกต่างไม่ได้เพิ่มจำนวนสายที่ PBX รองรับ และไม่ได้ทำให้โทรศัพท์สามารถรับสองสายพร้อมกันโดยไม่มีข้อจำกัด
㉘ วิธีทดสอบ Tone 1 กับ Tone 2 อย่างถูกต้อง
ควรใช้โทรศัพท์ PT ที่รองรับ Personal Programming และโทรศัพท์ทดสอบอย่างน้อยสองเครื่อง
ขั้นตอนที่ 1 ตั้ง Tone 1
- วางหู PT
- กด PROGRAM
- กด 51
- กด STORE
- กด PROGRAM เพื่อออก
ขั้นตอนที่ 2 เปิด Call Waiting
หากต้องการทดสอบสายภายใน ให้กด 7321# จากเครื่องที่ต้องการรับเสียงเตือน
ขั้นตอนที่ 3 สร้างการสนทนาปัจจุบัน
ให้เครื่อง 101 สนทนากับเครื่อง 102
ขั้นตอนที่ 4 ส่งการแจ้งเตือนจากอีกเครื่อง
ให้เครื่อง 103 โทรหา 101 และใช้ขั้นตอนการแจ้งสายรอที่ระบบรองรับ
ขั้นตอนที่ 5 ฟังเสียง
ตรวจสอบว่าเครื่อง 101 ได้ยิน Tone 1 หรือไม่
ขั้นตอนที่ 6 เปลี่ยนเป็น Tone 2
วางสายทั้งหมดก่อน แล้วตั้งค่าด้วย
PROGRAM → 52 → STORE → PROGRAM
ขั้นตอนที่ 7 ทดสอบซ้ำ
สร้างเงื่อนไขเดิมและเปรียบเทียบเสียง Call Waiting
㉙ วิธีคืนเสียง Call Waiting เป็นค่าเริ่มต้น
หากทดลอง Tone 2 แล้วต้องการกลับเป็นเสียงมาตรฐาน ไม่จำเป็นต้องรีเซ็ตระบบทั้งหมด
วิธีที่แนะนำ
- วางหู PT
- กด PROGRAM
- กด
51 - กด STORE
- กด PROGRAM เพื่อออก
ผลลัพธ์
เครื่องจะกลับไปเลือก Tone 1 ซึ่งเป็นค่ามาตรฐานตามคู่มือ
ทำไมไม่ควรรีเซ็ต Personal Programming ทั้งหมด
เพราะการรีเซ็ตการตั้งค่าส่วนบุคคลอาจกระทบตัวเลือกอื่น เช่น Line Preference หรือฟังก์ชันเฉพาะเครื่องที่ผู้ใช้งานตั้งไว้
การเปลี่ยนกลับด้วย 51 จึงตรงจุดกว่า
㉚ ตารางแก้ปัญหาเสียง Call Waiting
| อาการ | สิ่งที่ควรตรวจสอบ | แนวทางแก้ |
|---|---|---|
| กด 52 แล้วเสียงไม่เปลี่ยน | ไม่ได้เข้า PROGRAM | ใช้ PROGRAM → 52 → STORE → PROGRAM |
| เปลี่ยน Tone แต่ไม่มีเสียง | ยังปิด Call Waiting | เปิดด้วย 7311# หรือ 7321# |
| สายนอกไม่เตือน | ตั้งค่าผิดประเภท | ตรวจสอบ 7311# |
| สายภายในไม่เตือน | BSS หรือการตั้งค่าปลายทาง | ตรวจสอบ 7321# และเงื่อนไข |
| PT ได้ยินเสียง แต่ SLT ไม่ได้ยิน | โทรศัพท์ต่างประเภท | ตรวจสอบที่หู SLT และรหัสเปิด |
| ได้ยินเสียงแต่ CO ไม่กะพริบ | อาจเป็นผู้ให้บริการ | ตรวจสอบ Telephone Company Call Waiting |
| กด FLASH แล้วสายหลุด | ขั้นตอนหรือสัญญาณ FLASH | ตรวจสอบอุปกรณ์และ Hookflash |
| เปลี่ยน Tone ไม่สำเร็จ | โทรศัพท์ไม่รองรับ Personal Programming | ตรวจสอบรุ่น PT |
| เปิด Call Waiting แล้วไม่มีผล | Data Line Security | ตรวจสอบ 7301#/7300# |
| ต้องการหยุดเสียงเตือน | ยังคงเปิด Call Waiting | ยกเลิกด้วย 7310#/7320# ตามประเภท |
㉛ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการตั้งเสียง Call Waiting
Panasonic KX-TES824 เปลี่ยนเสียง Call Waiting ได้ไหม
ได้บนโทรศัพท์ PT ที่รองรับ Personal Programming โดยเลือก Tone 1 หรือ Tone 2
เปลี่ยนเป็น Tone 1 กดอะไร
PROGRAM → 51 → STORE → PROGRAM
เปลี่ยนเป็น Tone 2 กดอะไร
PROGRAM → 52 → STORE → PROGRAM
Tone 1 กับ Tone 2 ต่างกันอย่างไร
เป็นรูปแบบเสียงแจ้งเตือนต่างกัน โดย Tone 1 เป็นเสียงมาตรฐาน และ Tone 2 เป็นเสียงพิเศษ
Tone ไหนเป็นค่าเริ่มต้น
Tone 1 ตามคู่มือ Panasonic
ต้องยกหูก่อนกด PROGRAM ไหม
ไม่ต้อง ต้องตั้งค่าขณะวางหูและไม่มีสายสนทนาหรือพักสายค้าง
กด 52 แล้วต้องกด STORE ไหม
ต้องกด STORE เพื่อบันทึกการเลือกก่อนออกจากโหมด
เลือก Tone 2 แล้ว Call Waiting เปิดเองไหม
ไม่เปิด ต้องตั้งค่า Call Waiting แยกต่างหาก
เปิด Call Waiting สายนอกกดอะไร
7311#
ปิด Call Waiting สายนอกกดอะไร
7310#
เปิด Call Waiting สายภายในกดอะไร
7321#
ปิด Call Waiting สายภายในกดอะไร
7320#
SLT เปิด Call Waiting ได้ไหม
ได้โดยใช้รหัส Feature Setting ตามคู่มือ
SLT เปลี่ยน Tone 1 เป็น Tone 2 แบบ PT ได้ไหม
คู่มือกำหนดขั้นตอน Personal Programming สำหรับ PT ไม่ได้ระบุให้ SLT ใช้วิธีเดียวกัน
ทำไม Call Waiting ถูกปิดจากโรงงาน
คู่มือระบุค่าเริ่มต้นเป็น Disable เพื่อให้ผู้ใช้งานเลือกเปิดตามความต้องการ
ทำไมได้ยินเสียงสายซ้อนแต่ไฟ CO ไม่กะพริบ
อาจเป็น Call Waiting จากผู้ให้บริการโทรศัพท์บน CO Line เดิม
เปลี่ยน Tone แล้วเปลี่ยนเสียงจากผู้ให้บริการด้วยไหม
ไม่เปลี่ยน เพราะเป็นคนละแหล่งสัญญาณเสียง
PT รับ Call Waiting จากผู้ให้บริการกดอะไร
กด FLASH/RECALL ตามขั้นตอนของคู่มือและบริการที่รองรับ
SLT รับ Call Waiting จากผู้ให้บริการกดอะไร
Recall/Hookflash แล้วกด 6 ตามขั้นตอน External Feature Access
Data Line Security ทำให้ Call Waiting ไม่ทำงานได้ไหม
ได้ เพราะระบบป้องกันเสียงแจ้งเตือนและปิด Call Waiting ตามเงื่อนไข
เปิด Data Line Security กดอะไร
7301#
ยกเลิก Data Line Security กดอะไร
7300#
เปิด 7311# แล้วทำไมยังไม่มีเสียง
อาจไม่มีสายใหม่ที่เข้าเงื่อนไข มี Data Line Security เปิดอยู่ หรือสายไม่ได้ถูกกำหนดให้เรียกเครื่องนั้น
ต้องรีเซ็ตตู้สาขาเมื่อ Call Waiting ไม่มีเสียงไหม
ไม่ควรรีเซ็ตทันที ควรตรวจสอบรหัส การเลือก Tone ประเภทสาย และ Data Line Security ก่อน
㉜ สรุปวิธีตั้งค่าเสียงเตือนสายเรียกซ้อน Panasonic KX-TES824
Panasonic KX-TES824 รองรับการตั้งค่า Call Waiting Tone บนโทรศัพท์ PT โดยสามารถเลือกเสียงมาตรฐาน Tone 1 หรือเสียงพิเศษ Tone 2 ผ่าน Personal Programming
รหัสและขั้นตอนสำคัญ ได้แก่
- เลือก Tone 1:
PROGRAM → 51 → STORE → PROGRAM - เลือก Tone 2:
PROGRAM → 52 → STORE → PROGRAM - ค่าเริ่มต้นคือ Tone 1
- เปิด Call Waiting สายนอก:
7311# - ปิด Call Waiting สายนอก:
7310# - เปิด Call Waiting สายภายใน/ประตู:
7321# - ปิด Call Waiting สายภายใน/ประตู:
7320# - SLT สามารถเปิด Call Waiting แต่ไม่ได้ใช้ Personal Programming แบบ PT
- การเปลี่ยน Tone ไม่ได้เปิด Call Waiting โดยอัตโนมัติ
- Call Waiting ของ PBX ต่างจาก Call Waiting ของผู้ให้บริการ
- เปิด Data Line Security:
7301# - ยกเลิก Data Line Security:
7300# - Data Line Security อาจทำให้ Call Waiting ไม่ทำงาน
- ควรทดสอบเสียงจริงหลังการตั้งค่าทุกครั้ง
หากเปิด Call Waiting แล้วไม่มีเสียง ควรตรวจสอบการเปิดรับสายซ้อนให้ถูกประเภทก่อน จากนั้นตรวจสอบ Data Line Security และสถานะการเรียกสายใหม่
ComSiam แนะนำให้สำนักงานเลือก Call Waiting Tone ให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมการทำงาน และจัดทำคู่มือรหัส 731, 732 และขั้นตอน Personal Programming สำหรับพนักงานที่ใช้ PT เพื่อให้สามารถรับรู้สายเรียกซ้อนและจัดการสายลูกค้าได้อย่างถูกต้อง ลดโอกาสพลาดสายสำคัญผ่าน Panasonic KX-TES824







