วิธีตั้งค่า DISA Wait Time after OGM โปรแกรม 505 Panasonic KX-TES824 ตั้งเวลารอกดเลขหลังเสียงต้อนรับ

วิธีตั้งค่า DISA Wait Time after OGM โปรแกรม 505 บน Panasonic KX-TES824 เป็นการกำหนดระยะเวลาที่ตู้สาขาโทรศัพท์รอรับสัญญาณกดหมายเลข DTMF หรือสัญญาณแฟกซ์ CNG หลังจากข้อความเสียงต้อนรับ OGM เล่นจบ เพื่อให้ผู้โทรจากภายนอกมีเวลาเลือกหมายเลขภายในหรือเมนูตอบรับอัตโนมัติ

โปรแกรม 505 สามารถกำหนดได้ 4 ค่า ได้แก่ 0, 5, 10 และ 15 วินาที โดยค่าเริ่มต้นจากโรงงานคือ 5 วินาที หากต้องการให้ผู้โทรมีเวลาตัดสินใจเลือกแผนกมากขึ้น สามารถทดลองเพิ่มเวลารอเป็น 10 หรือ 15 วินาทีตามความเหมาะสม

ตัวอย่างเช่น ลูกค้าโทรเข้าหมายเลขบริษัท ได้ยินข้อความเสียงว่า “ติดต่อฝ่ายขาย กด 1 ติดต่อฝ่ายบัญชี กด 2 ติดต่อฝ่ายบริการ กด 3” เมื่อ OGM เล่นจบ ระบบจะใช้เวลารอตามโปรแกรม 505 เพื่อตรวจจับหมายเลขที่ลูกค้ากด

หากผู้โทรไม่กดหมายเลขภายในเวลาที่กำหนด ระบบจะเข้าสู่การจัดการสายตามโปรแกรม 510 หรือ DISA No Dial Mode ซึ่งอาจกำหนดให้ตัดสายหรือส่งไปยังปลายทาง Intercept

บทความนี้ ComSiam จะอธิบายวิธีตั้งค่าโปรแกรม 505 อย่างละเอียด ตั้งแต่การเข้า System Programming การเปลี่ยนเวลารอ การตรวจสอบ DTMF การใช้งานร่วมกับเมนู AA การตรวจสัญญาณแฟกซ์ และวิธีแก้ไขเมื่อกดหมายเลขหลังเสียงต้อนรับไม่ได้

① DISA Wait Time after OGM คืออะไร?

DISA Wait Time after OGM คือระยะเวลาที่ระบบ Panasonic KX-TES824 ตรวจจับสัญญาณจากผู้โทรต่ออีกช่วงหนึ่ง หลังข้อความเสียงต้อนรับเล่นจบแล้ว

คำว่า DISA ย่อมาจาก Direct Inward System Access เป็นระบบให้ผู้โทรจากภายนอกกดหมายเลขเพื่อติดต่อเครื่องภายในหรือเลือกเมนูได้โดยตรง

ส่วน OGM ย่อมาจาก Outgoing Message หมายถึงข้อความเสียงต้อนรับที่ระบบเล่นให้ผู้โทรฟัง

ตัวอย่างการทำงาน

① ลูกค้าโทรเข้าหมายเลขบริษัท

② ระบบ DISA รับสาย

③ ระบบเล่นข้อความเสียง OGM1

④ OGM1 เล่นจบ

⑤ โปรแกรม 505 เริ่มกำหนดช่วงเวลารอเพิ่มเติม

⑥ ลูกค้ากดหมายเลขที่ต้องการ

⑦ ระบบตรวจสอบสัญญาณ DTMF

⑧ หากหมายเลขถูกต้อง ระบบดำเนินการตามหมายเลขที่ได้รับ

สิ่งสำคัญ

โปรแกรม 505 ไม่ใช่เวลาหน่วงก่อน DISA รับสาย

และไม่ใช่เวลาที่โทรศัพท์ปลายทางดังหลังผู้โทรเลือกแผนก

แต่เป็นช่วงเวลาตรวจจับสัญญาณหลัง OGM เล่นจบโดยเฉพาะ

② โปรแกรม 505 ตั้งค่าได้กี่วินาที?

Panasonic KX-TES824 รองรับระยะเวลารอ 4 ค่า

ค่าโปรแกรมเวลารอหลัง OGM
00 วินาที
55 วินาที
1010 วินาที
1515 วินาที

ค่าเริ่มต้นจากโรงงาน

5 วินาที

ความหมายของแต่ละค่า

0 วินาที: ไม่เพิ่มช่วงเวลาตรวจจับหลัง OGM จบ

5 วินาที: ระยะเวลารอมาตรฐานจากโรงงาน

10 วินาที: เพิ่มเวลาให้ผู้โทรตัดสินใจหรือกดหมายเลข

15 วินาที: ให้เวลารอเพิ่มเติมสูงสุดตามที่โปรแกรมรองรับ

ควรเลือกค่าไหน?

สำหรับสำนักงานทั่วไปสามารถเริ่มจาก 5 วินาที แล้วทดสอบจริง

หากผู้โทรต้องใช้เวลามากขึ้น อาจทดลอง 10 วินาที โดยพิจารณาทั้งความสะดวกของลูกค้าและเวลารอเมื่อไม่มีการกดเลข

③ โปรแกรม 505 ทำงานช่วงใดของการรับสาย DISA?

ควรเข้าใจลำดับการทำงานทั้งหมดก่อนปรับค่า

ลำดับการรับสาย

สายเข้าจากผู้ให้บริการ

↓

CO Line ของ Panasonic KX-TES824

↓

โปรแกรม 504 กำหนดเวลาหน่วงก่อนตอบรับ

↓

ระบบ DISA รับสาย

↓

เล่นเสียง OGM

↓

โปรแกรม 505 กำหนดช่วงรอหลัง OGM

↓

ตรวจจับ DTMF หรือ CNG

↓

ดำเนินการตามหมายเลขหรือเงื่อนไข No Dial

ตัวอย่าง

สมมติว่า

  • โปรแกรม 504 = 3 วินาที
  • OGM ใช้เวลาเล่น 15 วินาที
  • โปรแกรม 505 = 5 วินาที

หากผู้โทรไม่กดหมายเลขเลย ระบบจะมีช่วงหน่วงก่อนรับสาย ตามด้วยช่วงเล่น OGM และช่วงรอหลัง OGM ก่อนเข้าสู่การจัดการแบบ No Dial

ตัวเลขนี้เป็นตัวอย่างลำดับเวลา ไม่ใช่ระยะเวลารวมที่ผู้โทรทุกคนจะได้รับ เพราะยังมีเวลาการตั้งสายและเงื่อนไขอื่นของระบบโทรศัพท์ด้วย

④ โปรแกรม 505 ต่างจาก 504 และ 517 อย่างไร?

โปรแกรมทั้งสามเกี่ยวข้องกับการตั้งเวลา แต่ควบคุมคนละขั้นตอน

โปรแกรมชื่อหน้าที่
504DISA Delayed Answer Timeหน่วงก่อน DISA ตอบรับสาย
505DISA Wait Time after OGMรอตรวจจับสัญญาณหลัง OGM จบ
517DISA AA Wait Timeรอเลขถัดไปเพื่อแยก AA กับหมายเลขหลายหลัก

ตัวอย่างโปรแกรม 504

บริษัทตั้งให้ระบบหน่วง 3 วินาทีก่อน DISA ตอบรับสาย

ตัวอย่างโปรแกรม 505

ระบบเล่น OGM จบแล้วรออีก 5 วินาทีให้ลูกค้ากดเลข

ตัวอย่างโปรแกรม 517

ผู้โทรกด 1 ซึ่งอาจเป็นเมนู AA 1 หรือเลขหลักแรกของหมายเลขภายใน 102

ระบบรอเลขถัดไปตามโปรแกรม 517

ข้อควรจำ

หาก OGM เริ่มช้า ให้ตรวจโปรแกรม 504

หากผู้โทรกดเลขหลัง OGM ไม่ทัน ให้ตรวจโปรแกรม 505

หากกดหมายเลขภายในหลายหลักแล้วระบบเลือก AA เร็วเกินไป ให้ตรวจโปรแกรม 517

⑤ โปรแกรมที่เกี่ยวข้องกับ DISA Wait Time after OGM

โปรแกรมหน้าที่
414–416กำหนด CO Line ให้ใช้ DISA ตามโหมดเวลา
500เลือก With AA หรือ Without AA
501กำหนดปลายทางเมนู AA
503FAX Connection
504DISA Delayed Answer Time
505DISA Wait Time after OGM
510DISA No Dial Mode
514FAX Tone Detection
515Intercept Time for Internal DISA
517DISA AA Wait Time
511DISA Security Mode

โปรแกรมที่ควรตรวจสอบเป็นพิเศษ

หากต้องการให้ผู้โทรกดเมนู 1, 2 หรือ 3 ต้องตรวจสอบโปรแกรม 500 และ 501

หากต้องการกำหนดการทำงานเมื่อไม่กดเลข ต้องตรวจสอบโปรแกรม 510

หากระบบเชื่อมต่อเครื่องแฟกซ์ ต้องตรวจสอบโปรแกรม 503 และ 514 ร่วมด้วย

⑥ เตรียมระบบก่อนปรับโปรแกรม 505

ก่อนเปลี่ยนค่าเวลารอ ควรตรวจสอบข้อมูลต่อไปนี้

1. ตรวจสอบ CO Line

ยืนยันว่าเบอร์โทรศัพท์บริษัทเชื่อมต่อกับ CO1, CO2 หรือสายนอกหมายเลขใด

2. ตรวจสอบการรับสายด้วย DISA

ตรวจสอบโปรแกรม 414–416 ตามโหมดเวลาที่ใช้งาน

3. ตรวจสอบข้อความ OGM

ควรฟังข้อความเสียงต้อนรับให้ครบ เพื่อยืนยันว่าไม่มีเสียงขาดหายหรือข้อความไม่ตรงกับเมนู

4. ตรวจสอบระบบ AA

หากประกาศให้กด 1, 2 หรือ 3 ต้องกำหนดปลายทางในโปรแกรม 501 ให้ถูกต้อง

5. ตรวจสอบค่าโปรแกรม 505 เดิม

บันทึกค่าปัจจุบันก่อนปรับ

6. ตรวจสอบโปรแกรม 510

ต้องทราบว่าหากไม่มีการกดเลข ระบบจะตัดสายหรือส่งต่อไปยังปลายทางสำรอง

7. เตรียมโทรศัพท์มือถือ

ใช้โทรศัพท์จากภายนอกเพื่อทดสอบการกดหมายเลขจริง

8. เลือกช่วงเวลาปรับค่า

ควรดำเนินการในช่วงที่ไม่กระทบการรับสายของลูกค้า

⑦ วิธีเข้า System Programming Panasonic KX-TES824

การตั้งโปรแกรม 505 ต้องใช้เครื่องโทรศัพท์ Panasonic แบบ Proprietary Telephone ที่รองรับ System Programming และได้รับสิทธิ์จากผู้ดูแลระบบ

ตัวอย่างเช่น Panasonic KX-T7730 ที่ติดตั้งและเชื่อมต่ออย่างเหมาะสม

ขั้นตอน

① วางหูโทรศัพท์ให้อยู่ในสถานะปกติ

② กดปุ่ม PROGRAM

③ กด *#

④ ป้อนรหัสผ่าน System Programming ที่ได้รับอนุญาต

⑤ รอให้เครื่องเข้าสู่โหมดตั้งค่าระบบ

⑥ เลือกหมายเลขโปรแกรมที่ต้องการ

ข้อควรระวัง

ระบบที่ยังไม่ได้เปลี่ยนรหัสผ่านจากโรงงานอาจใช้รหัสเริ่มต้น 1234

แต่ตู้สาขาที่ใช้งานจริงอาจกำหนดรหัสอื่นไว้แล้ว

ควรใช้รหัสที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น และไม่ควรรีเซ็ตตู้สาขาเพราะไม่ทราบรหัสผ่าน

⑧ วิธีตั้งโปรแกรม 505 เป็น 5 วินาที

ตัวอย่างนี้ต้องการใช้ค่าเริ่มต้นของระบบ

ขั้นตอนตั้งค่า

① เข้า System Programming

② กดหมายเลขโปรแกรม 505

③ กด NEXT

④ ตรวจสอบค่าเดิมบนหน้าจอ

⑤ ใช้ SELECT เลือก 5 s

⑥ ตรวจสอบว่าหน้าจอแสดง 5 วินาที

⑦ กด STORE เพื่อบันทึก

⑧ กด END เพื่อออกจากโปรแกรม

ลำดับคำสั่ง

505 → NEXT → SELECT (5 s) → STORE → END

ผลลัพธ์

หลัง OGM เล่นจบ ระบบจะมีช่วงเวลาตรวจจับ DTMF หรือ CNG เพิ่มอีก 5 วินาทีตามโปรแกรม

หากไม่มีสัญญาณที่เกี่ยวข้องภายในเวลาที่กำหนด ระบบจะเข้าสู่กระบวนการ No Dial

คำแนะนำ

5 วินาทีเหมาะสำหรับใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการทดสอบสำนักงานทั่วไป

⑨ วิธีตั้งโปรแกรม 505 เป็น 10 วินาที

หากผู้โทรบางคนต้องการเวลาตัดสินใจหลังเสียงต้อนรับ สามารถเพิ่มเวลารอเป็น 10 วินาที

ขั้นตอน

① เข้า System Programming

② กด 505

③ กด NEXT

④ ใช้ SELECT เลือก 10 s

⑤ ตรวจสอบค่าบนหน้าจอ

⑥ กด STORE

⑦ กด END

ลำดับคำสั่ง

505 → NEXT → SELECT (10 s) → STORE → END

ผลลัพธ์

เมื่อ OGM เล่นจบ ระบบจะรอรับสัญญาณต่ออีก 10 วินาที

เหมาะกับกรณีใด?

  • ผู้โทรต้องใช้เวลาค้นหาหมายเลขภายใน
  • ลูกค้าจำเป็นต้องตัดสินใจเลือกเมนู
  • เมนูมีหลายแผนก
  • ต้องการเพิ่มเวลาตรวจจับสัญญาณแฟกซ์หลัง OGM สั้น

ข้อควรระวัง

หากไม่มีผู้โทรกดหมายเลข ระบบต้องรอนานกว่าเดิมก่อนเข้าสู่การทำงานตาม No Dial Mode

⑩ วิธีตั้งโปรแกรม 505 เป็น 15 วินาที

ค่า 15 วินาทีเป็นเวลารอสูงสุดของโปรแกรม 505

ขั้นตอน

① เข้า System Programming

② กด 505

③ กด NEXT

④ ใช้ SELECT เลือก 15 s

⑤ กด STORE

⑥ กด END

ลำดับคำสั่ง

505 → NEXT → SELECT (15 s) → STORE → END

ผลลัพธ์

ระบบให้ช่วงเวลารอหลัง OGM เพิ่มเติมสูงสุด 15 วินาที

ข้อดี

ผู้โทรมีเวลามากขึ้นในการเลือกหมายเลข

และในกรณีระบบที่ต้องตรวจจับสัญญาณแฟกซ์ CNG หลัง OGM สั้น ค่า 15 วินาทีเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่คู่มือแนะนำให้พิจารณา

ข้อเสีย

กรณีไม่มีการกดหมายเลข ผู้โทรอาจต้องรอนานขึ้นก่อนระบบเข้าสู่ปลายทางสำรองหรือตัดสายตามเงื่อนไข

จึงไม่ควรใช้ค่าสูงสุดโดยไม่มีเหตุผล

⑪ วิธีตั้งโปรแกรม 505 เป็น 0 วินาที

โปรแกรม 505 สามารถกำหนดค่า 0 วินาทีได้

ขั้นตอน

① เข้า System Programming

② เลือกโปรแกรม 505

③ กด NEXT

④ ใช้ SELECT เลือก 0 s

⑤ กด STORE

⑥ กด END

ลำดับคำสั่ง

505 → NEXT → SELECT (0 s) → STORE → END

ความหมาย

ระบบจะไม่เพิ่มช่วงเวลาตรวจจับสัญญาณหลัง OGM จบ

ข้อควรระวัง

หากผู้โทรรอฟังข้อความจนจบแล้วจึงเริ่มกดเลข อาจไม่มีช่วงเวลารอเพิ่มเติมสำหรับการกดหลังข้อความ

จึงควรทดสอบอย่างละเอียดก่อนใช้ 0 วินาที โดยเฉพาะระบบที่เปิดให้ลูกค้าทั่วไปเลือกแผนก

⑫ เลือกเวลารอ 5, 10 หรือ 15 วินาที แบบไหนดี?

ควรพิจารณาจากลักษณะผู้โทรและความยาวของเมนู

ระยะเวลาข้อดีข้อควรพิจารณา
0 วินาทีไม่มีเวลารอเพิ่มเติมผู้โทรที่เริ่มกดหลัง OGM อาจกดไม่ทัน
5 วินาทีจัดการกรณีไม่กดเลขได้เร็วผู้โทรบางคนอาจต้องการเวลามากขึ้น
10 วินาทีให้เวลาตัดสินใจเพิ่มขึ้นกรณีไม่กดเลขจะรอนานขึ้น
15 วินาทีให้เวลาสูงสุดอาจทำให้เข้าสู่ No Dial ช้า

สำนักงานขนาดเล็ก

หากมีเมนูเพียง 2–3 ตัวเลือก อาจเริ่มจาก 5 วินาที

สำนักงานที่มีหลายแผนก

สามารถทดลอง 10 วินาที หากพบว่าผู้โทรกดเมนูไม่ทัน

ระบบที่มีผู้โทรต้องการเวลาเพิ่ม

อาจทดลอง 15 วินาที พร้อมตรวจสอบว่าผลกระทบต่อเวลารอโดยรวมยังเหมาะสม

คำแนะนำ

ควรเปลี่ยนทีละระดับและทดสอบจริง ไม่ควรตั้งเวลารอนานขึ้นโดยอัตโนมัติทุกกรณี

⑬ โปรแกรม 510 ทำงานอย่างไรเมื่อไม่มีการกดเลข?

หากผู้โทรไม่กดหมายเลขหรือระบบไม่ได้รับสัญญาณที่เกี่ยวข้องภายในเวลาของโปรแกรม 505 ระบบจะเข้าสู่ DISA No Dial Mode

โปรแกรมที่ใช้กำหนดคือ 510

ตัวเลือกของโปรแกรม 510

ตัวเลือกผลการทำงาน
Disconnectตัดสาย
Interceptส่งสายไปยังปลายทางสำรองตามการตั้งค่า

ตัวอย่าง

สมมติว่า

  • โปรแกรม 505 = 10 วินาที
  • โปรแกรม 510 = Intercept

เมื่อลูกค้าโทรเข้าและฟัง OGM จบ แต่ไม่กดหมายเลขภายใน 10 วินาที ระบบจะเข้าสู่เส้นทาง Intercept

ลำดับปลายทางสำรอง

ระบบตรวจสอบปลายทางตามการตั้งค่าที่เกี่ยวข้อง เช่น

① DISA IRNA to BV โปรแกรม 438–440

② Flexible Ringing โปรแกรม 408–410

ข้อควรเข้าใจ

การตั้งโปรแกรม 510 เป็น Intercept ไม่ได้หมายความว่าจะโอนไปยังโอเปอเรเตอร์โดยอัตโนมัติทุกกรณี

ต้องกำหนดปลายทางสำรองและทดสอบเส้นทางรับสายจริง

⑭ วิธีตั้งให้ไม่กดเลขแล้วไปพนักงานต้อนรับ

สมมติว่าบริษัทต้องการให้ลูกค้าที่ไม่ได้กดเลขติดต่อพนักงานต้อนรับได้

ตัวอย่างระบบ

  • CO1 = เบอร์หลักบริษัท
  • Jack 01 = พนักงานต้อนรับ
  • OGM1 = เสียงต้อนรับ
  • โปรแกรม 505 = 5 วินาที
  • โปรแกรม 510 = Intercept

ขั้นตอนตรวจสอบ

① ตรวจสอบว่า CO1 ใช้ DISA OGM1

② ตั้งโปรแกรม 505 เป็น 5 วินาที

③ ตั้งโปรแกรม 510 เป็น Intercept

④ ตรวจสอบปลายทาง BV หากใช้งาน

⑤ ตรวจสอบ Flexible Ringing ของ CO1

⑥ กำหนดให้ Jack 01 รับสายตามการออกแบบ

⑦ โทรทดสอบจากภายนอก

การทดสอบ

① โทรเข้าหมายเลขบริษัท

② ฟัง OGM จนจบ

③ ไม่กดเลขใด ๆ

④ รอจนครบเวลาของโปรแกรม 505

⑤ ตรวจสอบว่าระบบเข้าสู่ Intercept

⑥ ตรวจสอบว่าโทรศัพท์พนักงานต้อนรับดังตามการตั้งค่าจริงหรือไม่

⑮ โปรแกรม 505 เกี่ยวข้องกับการตรวจจับแฟกซ์ CNG อย่างไร?

โปรแกรม 505 ไม่ได้ใช้ตรวจจับเฉพาะ DTMF เท่านั้น

คู่มือ Panasonic ระบุว่าระบบสามารถตรวจจับสัญญาณแฟกซ์ CNG หลัง OGM เล่นจบภายในช่วงเวลาที่กำหนด

CNG คืออะไร?

CNG เป็นสัญญาณจากเครื่องแฟกซ์ต้นทางที่ใช้แจ้งว่ากำลังพยายามเริ่มการส่งแฟกซ์

ระบบที่รองรับการรับแฟกซ์อัตโนมัติอาจใช้สัญญาณนี้เพื่อแยกสายแฟกซ์ออกจากสายสนทนา

ปัญหาที่อาจพบ

หากข้อความ OGM สั้นประมาณ 0–5 วินาที บางสถานการณ์ระบบอาจตรวจจับ CNG ระหว่างเล่นข้อความได้ไม่เพียงพอ

แนวทางจากคู่มือ

Panasonic แนะนำให้พิจารณาเพิ่มเวลาตรวจจับหลัง OGM เป็น 10 หรือ 15 วินาที หากจำเป็นต้องเพิ่มโอกาสตรวจจับสัญญาณ CNG ในกรณีข้อความเสียงสั้น

ข้อควรระวัง

การเพิ่มเวลาเพียงอย่างเดียวไม่รับประกันว่าจะรับแฟกซ์สำเร็จ

ต้องตรวจสอบการตั้งค่า FAX Connection และอุปกรณ์แฟกซ์ร่วมด้วย

⑯ โปรแกรม 503 และ 514 เกี่ยวข้องกับ 505 อย่างไร?

สำหรับสำนักงานที่ใช้หมายเลขเดียวรับทั้งเสียงโทรศัพท์และแฟกซ์ ควรตรวจสอบโปรแกรมที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

โปรแกรมหน้าที่
503FAX Connection
505DISA Wait Time after OGM
514FAX Tone Detection

โปรแกรม 503

ใช้กำหนดปลายทางเครื่องแฟกซ์ตามความสามารถของระบบ

โปรแกรม 514

ใช้กำหนดจำนวนครั้งของการตรวจจับสัญญาณ CNG ก่อนให้ระบบยืนยันว่าเป็นสัญญาณแฟกซ์

โปรแกรม 505

ใช้กำหนดระยะเวลาที่ระบบตรวจจับสัญญาณต่อหลัง OGM จบ

ตัวอย่าง

สำนักงานมี OGM ยาว 4 วินาที

พบว่าบางครั้งแฟกซ์โทรเข้ามาแต่ระบบไม่สามารถรับรู้ CNG ได้ทัน

อาจตรวจสอบโปรแกรม 503 และ 514 แล้วทดลองเพิ่มโปรแกรม 505 เป็น 10 วินาทีตามคำแนะนำของคู่มือ

ข้อควรระวัง

หากสำนักงานไม่ได้ใช้แฟกซ์ ไม่จำเป็นต้องเพิ่มเวลารอเพราะเหตุผลด้าน CNG โดยเฉพาะ

⑰ วิธีทดสอบการกดเลขหลัง OGM จากมือถือ

หลังตั้งโปรแกรม 505 แล้ว ต้องทดสอบจากโทรศัพท์ภายนอกจริง

ขั้นตอน

① ตรวจสอบค่าโปรแกรม 505 ปัจจุบัน

② ใช้มือถือโทรเข้าหมายเลขบริษัท

③ รอฟัง OGM จนจบ

④ เปิดแป้นกดหมายเลข

⑤ กดเลข 1 ภายในช่วงเวลาที่กำหนด

⑥ ตรวจสอบว่าระบบรับหมายเลข

⑦ ตรวจสอบว่าปลายทางฝ่ายขายดัง

⑧ รับสายและสนทนา

⑨ วางสาย

⑩ ทดสอบซ้ำด้วยเลข 2 และ 3

ตารางบันทึกผล

ค่าโปรแกรมกดหลัง OGMผลการทดสอบ
5 วินาทีกด 1ผ่าน / ไม่ผ่าน
10 วินาทีกด 1ผ่าน / ไม่ผ่าน
15 วินาทีกด 1ผ่าน / ไม่ผ่าน

ควรใช้เงื่อนไขการทดสอบใกล้เคียงกัน เพื่อให้สามารถเปรียบเทียบผลได้อย่างเหมาะสม

⑱ วิธีทดสอบกรณีไม่มีการกดหมายเลข

การทดสอบ No Dial มีความสำคัญ เพราะการเพิ่มเวลารอจะส่งผลต่อช่วงเวลาก่อนที่ระบบเข้าสู่เส้นทางสำรอง

ขั้นตอน

① โทรเข้าหมายเลขบริษัท

② ฟัง OGM จนจบ

③ ไม่กดหมายเลข

④ จับเวลาตั้งแต่ OGM จบ

⑤ ตรวจสอบการทำงานเมื่อครบเวลาของโปรแกรม 505

⑥ ตรวจสอบว่าโปรแกรม 510 ทำงานตามค่าที่กำหนด

⑦ หากใช้ Intercept ให้ตรวจสอบปลายทางสำรอง

⑧ หากใช้ Disconnect ให้ตรวจสอบการตัดสาย

⑨ วางสายและตรวจสอบว่า CO Line คืนสถานะ

ตัวอย่าง

หากตั้งโปรแกรม 505 เป็น 15 วินาที ระบบจะมีช่วงเวลารอหลัง OGM นานกว่าเมื่อใช้ 5 วินาที

จึงควรประเมินว่าลูกค้าที่ไม่กดหมายเลขต้องรอนานเกินไปหรือไม่

⑲ วิธีทดสอบเมื่อใช้เมนู Single Digit AA

หากบริษัทต้องการให้กดเลข 1, 2 หรือ 3 เพื่อเลือกแผนก ต้องตรวจสอบการตั้งค่า AA ด้วย

ตัวอย่าง

AAปลายทาง
1ฝ่ายขาย
2ฝ่ายบัญชี
3ฝ่ายบริการ

โปรแกรมที่เกี่ยวข้อง

  • 500 — With AA
  • 501 — DISA Built-in AA
  • 505 — Wait Time after OGM
  • 517 — AA Wait Time

วิธีทดสอบ

① โทรเข้าระบบ

② กด 1 ระหว่าง OGM

③ ตรวจสอบปลายทาง

④ โทรเข้าใหม่

⑤ รอ OGM จบ

⑥ กด 1 ภายในเวลาของโปรแกรม 505

⑦ ตรวจสอบปลายทาง

⑧ ทำซ้ำกับหมายเลข 2 และ 3

หากกดระหว่าง OGM ได้ แต่หลัง OGM ไม่ได้

ควรตรวจสอบโปรแกรม 505 เป็นอันดับต้น ๆ

แต่หากกดไม่ได้ทั้งสองช่วง ต้องตรวจสอบ DTMF และการตั้งค่า AA ร่วมด้วย

⑳ วิธีตรวจเมื่อใช้ ONT หรือ VoIP Gateway

สำนักงานที่ใช้สายนอกจาก ONT อาจมีเส้นทางดังนี้

ONT TEL1 → CO1 → Panasonic KX-TES824 → DISA

ปัญหาที่อาจพบ

  • OGM เล่นปกติ แต่กดเลขไม่ได้
  • กดได้จากมือถือบางเครือข่าย
  • กดระหว่าง OGM ได้ แต่หลัง OGM ไม่ได้
  • กดหมายเลขหลายหลักแล้วไปผิดเมนู

ขั้นตอนตรวจสอบ

① ทดสอบมือถือมากกว่าหนึ่งเครื่อง

② ทดสอบจากคนละเครือข่าย หากมี

③ ตรวจสอบโปรแกรม 505

④ ตรวจสอบโปรแกรม 500 และ 501

⑤ ตรวจสอบโปรแกรม 517

⑥ ตรวจสอบว่า ONT ส่งสัญญาณ DTMF ได้ถูกต้องหรือไม่

⑦ เปรียบเทียบผลกับ CO Line อื่น หากมี

ข้อควรจำ

การเพิ่มโปรแกรม 505 ไม่ใช่การเพิ่มความแรงหรือความไวของ DTMF

หาก ONT ไม่ส่ง DTMF ที่ตู้สาขาตรวจจับได้ ต้องตรวจสอบ Gateway หรือผู้ให้บริการด้วย

㉑ โปรแกรม 505 เป็นค่ารวมของระบบหรือแยกตาม CO?

โปรแกรม 505 เป็นการตั้งค่าระยะเวลารอหลัง OGM ของระบบ DISA

ไม่ได้มีขั้นตอนเลือก CO Line เพื่อกำหนดเวลารอแยกแต่ละพอร์ตในคำสั่งนี้

ตัวอย่าง

สำนักงานมี

  • CO1 ใช้ OGM1
  • CO2 ใช้ OGM2
  • CO3 ใช้ OGM3

หากเปลี่ยนโปรแกรม 505 เป็น 10 วินาที ต้องพิจารณาผลต่อการใช้งาน DISA ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

ข้อควรระวัง

ไม่ควรเข้าใจว่า CO1 สามารถตั้ง 5 วินาที ส่วน CO2 ตั้ง 15 วินาทีด้วยโปรแกรม 505 โดยตรง

หากต้องการออกแบบประสบการณ์ที่แตกต่างกันตามหมายเลขโทรศัพท์ อาจต้องพิจารณาความยาว OGM รูปแบบการรับสาย และระบบปลายทางที่ใช้ร่วมกัน

㉒ โปรแกรม 505 มีผลกับ Day/Night Mode หรือไม่?

โปรแกรม 505 ไม่ใช่โปรแกรมกำหนดเวลารอแยกตาม Day, Night หรือ Lunch Mode

ตัวอย่าง

โหมดรูปแบบรับสายโปรแกรม 505
DayDISA OGM1ใช้ค่าที่กำหนด
NightDISA OGM2ใช้ค่าที่กำหนด
LunchNormalไม่ใช้ขั้นตอน DISA สำหรับสายนั้น

หากกลางคืนต้องการลดเวลารอ

ไม่ควรสมมติว่าสามารถตั้งเวลาแยกเฉพาะ Night Mode ได้ในโปรแกรม 505

ต้องตรวจสอบการออกแบบระบบรับสายกลางคืน เช่น การใช้ OGM ที่สั้นลงหรือการเลือกปลายทางสำรองที่เหมาะสม

คำแนะนำ

หลังเปลี่ยนโปรแกรม 505 ควรทดสอบทุกโหมดเวลาที่มีการใช้งาน DISA จริง

㉓ กดเลขหลัง OGM ไม่ได้ เกิดจากอะไร?

ปัญหาที่ 1 — โปรแกรม 505 เป็น 0 วินาที

ไม่มีช่วงเวลารอตรวจจับเพิ่มเติมหลัง OGM จบ

ปัญหาที่ 2 — เวลารอสั้นเกินไป

ผู้โทรอาจกดเลขไม่ทันก่อนระบบเข้าสู่กระบวนการ No Dial

ปัญหาที่ 3 — โปรแกรม 500 ไม่ตรงกับรูปแบบเมนู

หากใช้ Single Digit AA ต้องตรวจสอบ With AA

ปัญหาที่ 4 — โปรแกรม 501 ไม่มีปลายทาง

ระบบอาจรับตัวเลขได้ แต่ไม่สามารถส่งสายไปแผนกที่ต้องการ

ปัญหาที่ 5 — สัญญาณ DTMF จากมือถือไม่สมบูรณ์

ควรทดลองจากมือถืออีกเครื่องหรือเครือข่ายอื่น

ปัญหาที่ 6 — ONT หรือ Gateway ส่ง DTMF ไม่ถูกต้อง

ต้องตรวจสอบเส้นทางสัญญาณโทรศัพท์จากผู้ให้บริการ

ปัญหาที่ 7 — โปรแกรม 517 ทำให้ตีความเลขผิด

โดยเฉพาะกรณีหมายเลขภายในหลายหลักที่มีเลขแรกตรงกับ AA

แนวทางแก้ไข

ควรทดสอบกดเลขระหว่าง OGM และหลัง OGM เพื่อแยกว่าปัญหาเกี่ยวข้องกับเวลารอหรือการตรวจจับ DTMF

㉔ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อปรับโปรแกรม 505

1. สับสนกับโปรแกรม 504

ทำให้แก้เวลารอหลัง OGM ทั้งที่ปัญหาเกิดจากการหน่วงก่อนตอบรับ

2. สับสนกับโปรแกรม 517

ทำให้แก้เวลารอหลัง OGM ทั้งที่ผู้โทรกดหมายเลขหลายหลักไม่ทัน

3. ตั้งค่า 15 วินาทีโดยไม่ทดสอบ

อาจทำให้ผู้โทรที่ไม่กดหมายเลขต้องรอนานเกินไป

4. ตั้งค่า 0 วินาทีเพื่อให้ระบบตอบสนองเร็ว

อาจทำให้ผู้โทรที่รอจน OGM จบไม่มีช่วงเวลากดหมายเลขเพิ่มเติม

5. ไม่ตรวจสอบโปรแกรม 510

ทำให้ไม่ทราบว่าเมื่อไม่มีการกดเลข ระบบจะตัดสายหรือส่งไปปลายทางใด

6. ไม่ตรวจสอบ DTMF

อาจแก้โปรแกรม 505 โดยไม่เกิดผล เพราะต้นเหตุอยู่ที่การส่งสัญญาณกดเลข

7. ไม่บันทึกค่าเดิม

ทำให้ไม่สามารถย้อนกลับไปใช้การตั้งค่าที่เคยทำงานได้อย่างเหมาะสม

8. ไม่ทดสอบจากภายนอก

การบันทึกโปรแกรมสำเร็จไม่ได้ยืนยันว่าผู้โทรจากมือถือใช้งานได้ครบทุกกรณี

㉕ Checklist ตั้งค่า DISA Wait Time after OGM โปรแกรม 505

  • ตรวจสอบพอร์ต CO ที่ใช้ DISA
  • ตรวจสอบโปรแกรม 414–416
  • ตรวจสอบข้อความ OGM
  • ตรวจสอบโปรแกรม 500
  • ตรวจสอบโปรแกรม 501
  • บันทึกค่าโปรแกรม 505 เดิม
  • เลือกค่า 0, 5, 10 หรือ 15 วินาที
  • กด STORE บันทึกแล้ว
  • ตรวจสอบโปรแกรม 510
  • ตรวจสอบปลายทาง Intercept หากใช้งาน
  • ตรวจสอบโปรแกรม 517
  • ตรวจสอบโปรแกรม 503 หากใช้แฟกซ์
  • ตรวจสอบโปรแกรม 514 หากใช้แฟกซ์
  • ทดสอบกดระหว่าง OGM
  • ทดสอบกดหลัง OGM
  • ทดสอบกดเลข 1
  • ทดสอบกดเลข 2
  • ทดสอบกดเลข 3
  • ทดสอบหมายเลขภายในหลายหลัก
  • ทดสอบกรณีไม่กดเลข
  • ทดสอบการโอนสาย
  • ทดสอบการตัดสาย
  • ตรวจสอบการคืนพอร์ต CO
  • ทดสอบจากมือถือหลายเครือข่าย หากมี
  • บันทึกผลการทดสอบ
  • คืนค่าเดิมหากผลไม่เหมาะสม

㉖ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรม 505

Panasonic KX-TES824 โปรแกรม 505 คืออะไร?

คือ DISA Wait Time after OGM ใช้กำหนดระยะเวลาที่ระบบตรวจจับ DTMF หรือแฟกซ์ CNG หลังจากข้อความเสียง OGM เล่นจบ

โปรแกรม 505 ตั้งค่าได้กี่วินาที?

ตั้งได้ 0, 5, 10 และ 15 วินาที

ค่าเริ่มต้นของโปรแกรม 505 คือเท่าไร?

ค่าเริ่มต้นจากโรงงานคือ 5 วินาที

ตั้งโปรแกรม 505 เป็น 10 วินาทีทำอย่างไร?

เข้า System Programming เลือก 505 กด NEXT ใช้ SELECT เลือก 10 วินาที แล้วกด STORE เพื่อบันทึก

โปรแกรม 505 ใช้ตั้งเวลาหน่วงก่อน DISA รับสายหรือไม่?

ไม่ใช่ การหน่วงก่อนตอบรับใช้โปรแกรม 504

โปรแกรม 505 กับ 517 ต่างกันอย่างไร?

505 เป็นเวลารอตรวจจับสัญญาณหลัง OGM ส่วน 517 เป็นเวลารอเลขถัดไปสำหรับแยก AA หนึ่งหลักกับหมายเลขหลายหลัก

ตั้ง 0 วินาทีได้หรือไม่?

ได้ แต่ต้องทดสอบอย่างรอบคอบ เพราะไม่มีช่วงเวลาตรวจจับเพิ่มเติมหลัง OGM จบ

เมื่อครบเวลารอแล้วไม่มีคนกดเลข ระบบจะทำอะไร?

ระบบเข้าสู่การจัดการตาม DISA No Dial Mode โปรแกรม 510 เช่น Intercept หรือ Disconnect ตามการตั้งค่า

โปรแกรม 505 เกี่ยวข้องกับการรับแฟกซ์หรือไม่?

เกี่ยวข้อง เพราะระบบใช้ช่วงเวลาดังกล่าวตรวจจับสัญญาณ CNG เพิ่มเติมหลัง OGM เล่นจบ

หากใช้ ONT แล้วกดเลขไม่ได้ ควรเพิ่มเวลา 505 หรือไม่?

ควรตรวจสอบก่อนว่าเป็นปัญหากดไม่ทันหรือสัญญาณ DTMF ไม่ถูกส่งถึงตู้สาขา เพราะการเพิ่มเวลาไม่สามารถแก้ปัญหาการส่ง DTMF ที่ผิดพลาดได้โดยตรง

㉗ สรุปวิธีตั้งค่า DISA Wait Time after OGM โปรแกรม 505 Panasonic KX-TES824

การตั้งค่า DISA Wait Time after OGM โปรแกรม 505 บน Panasonic KX-TES824 ใช้กำหนดระยะเวลาตรวจจับสัญญาณ DTMF หรือแฟกซ์ CNG หลังข้อความเสียงต้อนรับ OGM เล่นจบ

ระบบรองรับค่า 0, 5, 10 และ 15 วินาที โดยค่าเริ่มต้นจากโรงงานคือ 5 วินาที

หากต้องการให้ผู้โทรมีเวลาเลือกเมนูเพิ่มขึ้น สามารถทดลองปรับเป็น 10 วินาที และหากมีความจำเป็นเฉพาะ เช่น การตรวจจับสัญญาณแฟกซ์หลัง OGM สั้น สามารถพิจารณา 15 วินาทีตามคำแนะนำของคู่มือ

แต่ต้องคำนึงว่าการเพิ่มเวลารอจะทำให้ระบบเข้าสู่การจัดการ No Dial ช้าลงในกรณีที่ผู้โทรไม่กดหมายเลข

โปรแกรมที่ควรตรวจสอบร่วมกัน ได้แก่ 500 สำหรับโหมด AA, 501 สำหรับปลายทางเมนู, 510 สำหรับการจัดการเมื่อไม่กดเลข และ 517 สำหรับเวลารอเลขถัดไป

หลังตั้งค่าเสร็จ ควรทดสอบจากโทรศัพท์ภายนอก ทั้งกรณีกดเลขระหว่าง OGM กดหลัง OGM และไม่กดเลข เพื่อยืนยันว่าระบบรับสัญญาณ โอนสาย และคืนพอร์ต CO ได้ถูกต้อง

ComSiam แนะนำให้ใช้ค่าเริ่มต้น 5 วินาทีเป็นจุดเริ่มต้น แล้วปรับตามผลทดสอบจริง โดยไม่เพิ่มเวลารอเกินความจำเป็น วิธีนี้ช่วยให้ระบบตอบรับอัตโนมัติ Panasonic KX-TES824 มีความสมดุลระหว่างความสะดวกของลูกค้าและความรวดเร็วในการจัดการสายเรียกเข้า

ComSiam Professional Team