วิธีตั้งค่า DISA Busy Mode โปรแกรม 506 Panasonic KX-TES824 แก้ปัญหาโทรเข้าแล้วสายไม่ว่าง ตั้ง Call Waiting และเสียง Busy OGM

วิธีตั้งค่า DISA Busy Mode โปรแกรม 506 บน Panasonic KX-TES824 เป็นการกำหนดว่าระบบตอบรับอัตโนมัติ DISA จะจัดการสายเรียกเข้าอย่างไร เมื่อผู้โทรจากภายนอกกดเลือกหมายเลขภายในหรือปลายทางที่กำลังไม่ว่าง

โปรแกรม 506 มีตัวเลือก 3 รูปแบบ ได้แก่ Disconnect, Call Waiting และ DISA ซึ่งแต่ละรูปแบบเหมาะกับลักษณะการรับสายของสำนักงานที่แตกต่างกัน

ตัวอย่างเช่น ลูกค้าโทรเข้าหมายเลขบริษัท ได้ยินข้อความเสียงต้อนรับว่า “ฝ่ายขาย กด 1 ฝ่ายบัญชี กด 2” และกดเลข 1 เพื่อเลือกฝ่ายขาย แต่ขณะนั้นพนักงานฝ่ายขายกำลังสนทนากับลูกค้าอีกคนอยู่

หากตั้งโปรแกรม 506 เป็น Disconnect ผู้โทรจะได้ยินสัญญาณไม่ว่างแล้วระบบตัดสาย หากเลือก Call Waiting ระบบจะส่งสัญญาณแจ้งสายซ้อนให้เครื่องปลายทางที่เปิดใช้ฟังก์ชันนี้ หรือหากเลือก DISA ระบบสามารถเล่นข้อความ Busy OGM แล้วกลับไปยังข้อความต้อนรับก่อนหน้า เพื่อให้ผู้โทรเลือกปลายทางใหม่ได้

บทความนี้ ComSiam จะอธิบายวิธีตั้งค่าโปรแกรม 506 อย่างละเอียด พร้อมขั้นตอนตั้ง Disconnect, Call Waiting และ DISA วิธีบันทึก Busy OGM การทดสอบปลายทางไม่ว่าง และแนวทางแก้ไขเมื่อระบบตัดสายหรือเล่นเสียงต้อนรับซ้ำไม่ถูกต้อง

① DISA Busy Mode คืออะไร?

DISA Busy Mode คือฟังก์ชันกำหนดการทำงานเมื่อหมายเลขที่ผู้โทรเลือกผ่าน DISA กำลังไม่ว่าง

DISA ย่อมาจาก Direct Inward System Access เป็นระบบที่ให้บุคคลภายนอกโทรเข้าตู้สาขาแล้วกดหมายเลขติดต่อพนักงานหรือแผนกได้โดยตรง

ตัวอย่างการทำงาน

① ลูกค้าโทรเข้าหมายเลขบริษัท

② ระบบ DISA รับสายและเล่น OGM

③ ลูกค้ากดเลข 1 เพื่อเลือกฝ่ายขาย

④ ระบบตรวจสอบปลายทางฝ่ายขาย

⑤ พบว่าโทรศัพท์ปลายทางกำลังไม่ว่าง

⑥ ระบบตรวจสอบโปรแกรม 506

⑦ ดำเนินการตามโหมดที่กำหนด

จุดสำคัญ

โปรแกรม 506 ใช้จัดการกรณีปลายทางไม่ว่าง ไม่ใช่กรณีโทรศัพท์ดังแล้วไม่มีผู้รับ

หากปลายทางว่างแต่ไม่มีคนรับสาย ต้องตรวจสอบโปรแกรม 507–509 แทน

② โปรแกรม 506 มีตัวเลือกอะไรบ้าง?

Panasonic KX-TES824 รองรับ 3 ตัวเลือก

ตัวเลือกการทำงาน
Disconnectส่งสัญญาณไม่ว่างให้ผู้โทร แล้วตัดสาย
Call Waitingแจ้งสายซ้อนให้เครื่องภายในที่เปิดใช้ Call Waiting
DISAเล่น Busy OGM และกลับไปยัง OGM ก่อนหน้าเพื่อให้เลือกปลายทางใหม่

Disconnect

เหมาะกับระบบที่ไม่ต้องการให้สายรอเมื่อพนักงานไม่ว่าง

Call Waiting

เหมาะกับสำนักงานที่ต้องการให้พนักงานทราบว่ามีสายอื่นพยายามติดต่อเข้ามาระหว่างสนทนา

DISA

เหมาะกับสำนักงานที่ต้องการให้ผู้โทรเลือกแผนกอื่นแทนการตัดสายทันที

③ โปรแกรม 506 ทำงานเมื่อใด?

โปรแกรม 506 ทำงานเมื่อระบบตรวจพบว่าปลายทางที่ผู้โทรเลือกผ่าน DISA ไม่ว่าง และไม่สามารถส่งสายไปยังสมาชิกที่ว่างใน Idle Extension Hunting Group ได้ตามเงื่อนไขของระบบ

ตัวอย่าง

สำนักงานกำหนด

  • AA 1 = ฝ่ายขาย
  • AA 2 = ฝ่ายบัญชี
  • AA 3 = ฝ่ายบริการ

ลูกค้ากด 1 แต่ฝ่ายขายไม่ว่าง

ระบบจะตรวจสอบว่ามีปลายทางอื่นที่ว่างตามกลไกการค้นหาเครื่องว่างหรือไม่

หากไม่มี ระบบจึงดำเนินการตาม DISA Busy Mode

ข้อควรทราบ

ถ้าปลายทางเป็นสมาชิกของ DISA Ring Group คู่มือระบุว่ากรณีนี้ DISA Busy Mode จะไม่ทำงานในลักษณะเดียวกัน และระบบจะถือเป็นกรณีไม่มีผู้รับสาย

จึงต้องตรวจสอบประเภทของกลุ่มปลายทางก่อนสรุปว่าโปรแกรม 506 ทำงานผิด

④ Disconnect Mode ทำงานอย่างไร?

Disconnect เป็นรูปแบบที่ให้ผู้โทรได้ยินสัญญาณไม่ว่าง ก่อนระบบตัดการเชื่อมต่อ

ลำดับการทำงาน

① ผู้โทรเข้า DISA

② ระบบเล่น OGM

③ ผู้โทรกดหมายเลขภายใน

④ ระบบพบว่าปลายทางไม่ว่าง

⑤ ตรวจสอบโปรแกรม 506 เป็น Disconnect

⑥ ผู้โทรได้ยิน Busy Tone

⑦ ระบบตัดสาย

ข้อดี

  • ลดระยะเวลาการถือครอง CO Line เมื่อปลายทางไม่ว่าง
  • ไม่รบกวนพนักงานที่กำลังสนทนา
  • เหมาะกับระบบที่ไม่ต้องการสายซ้อน

ข้อเสีย

  • ลูกค้าต้องโทรใหม่หากยังต้องการติดต่อ
  • ไม่มีโอกาสเลือกแผนกอื่นภายในการโทรครั้งเดิม
  • อาจไม่เหมาะกับบริษัทที่เน้นลดสายหลุด

⑤ Call Waiting Mode ทำงานอย่างไร?

Call Waiting เป็นรูปแบบที่ส่งสัญญาณแจ้งสายซ้อนให้เครื่องภายในที่กำลังสนทนาอยู่

ตัวอย่าง

พนักงานฝ่ายขายกำลังสนทนากับลูกค้า A

ลูกค้า B โทรเข้าระบบ DISA และกดเลือกฝ่ายขาย

หากเครื่องฝ่ายขายเปิด Call Waiting และโปรแกรม 506 เลือก Call Waiting เครื่องปลายทางจะได้รับสัญญาณแจ้งว่ามีอีกสายหนึ่งรออยู่

เงื่อนไขสำคัญ

เครื่องปลายทางต้องเปิดใช้งาน Call Waiting ด้วย

การตั้งโปรแกรม 506 เป็น Call Waiting เพียงอย่างเดียวไม่ได้รับประกันว่าเครื่องภายในทุกเครื่องจะได้ยินเสียงแจ้งสายซ้อน

เหมาะกับใคร?

  • ฝ่ายขาย
  • พนักงานต้อนรับ
  • ฝ่ายบริการลูกค้า
  • ผู้ที่จำเป็นต้องทราบว่ามีสายอื่นโทรเข้าขณะสนทนา

ข้อควรระวัง

พนักงานอาจไม่สามารถรับสายซ้อนทันทีได้ และต้องเข้าใจวิธีจัดการสายตามประเภทโทรศัพท์ที่ใช้งาน

⑥ DISA Busy Mode ทำงานอย่างไร?

ตัวเลือก DISA ใช้ข้อความเสียง Busy OGM เพื่อแจ้งให้ผู้โทรทราบว่าปลายทางไม่ว่าง และเปิดโอกาสให้เลือกหมายเลขอื่น

ลำดับการทำงาน

① ผู้โทรเข้าระบบ DISA

② ได้ยิน OGM1

③ กดเลข 1 เพื่อเลือกฝ่ายขาย

④ ระบบพบว่าฝ่ายขายไม่ว่าง

⑤ โปรแกรม 506 เลือก DISA

⑥ ระบบเล่น Busy OGM ที่กำหนดไว้

⑦ เมื่อ Busy OGM จบ ระบบเล่น OGM ก่อนหน้าซ้ำอีกครั้ง

⑧ ผู้โทรสามารถกดเลือกปลายทางใหม่

ตัวอย่างเสียง Busy OGM

“ขออภัยค่ะ หมายเลขที่ท่านเลือกกำลังใช้งานอยู่ กรุณาเลือกแผนกอื่น หรือติดต่อใหม่ภายหลัง ขอบคุณค่ะ”

ข้อสำคัญ

หากเลือก DISA แต่ยังไม่ได้บันทึก Busy OGM ที่กำหนดไว้ คู่มือระบุว่าระบบจะส่ง Busy Tone แล้วตัดสายแทน

ดังนั้นต้องตรวจสอบว่ามีข้อความเสียงจริงก่อนเปิดใช้งานโหมดนี้

⑦ เปรียบเทียบ Disconnect, Call Waiting และ DISA

รายการDisconnectCall WaitingDISA
แจ้งปลายทางไม่ว่างBusy Toneสัญญาณสายซ้อนBusy OGM
ผู้โทรเลือกแผนกใหม่ไม่ได้ไม่ใช่การทำงานหลักได้
ต้องบันทึก Busy OGMไม่ต้องไม่ต้องต้องมี
พนักงานได้รับแจ้งสายซ้อนไม่ได้ได้ เมื่อเปิดฟังก์ชันไม่ใช่การทำงานหลัก
การถือครองสายนอกสิ้นสุดเร็วอาจรอต่อใช้ต่อเพื่อเลือกใหม่
เหมาะกับรับสายแบบเรียบง่ายต้องการแจ้งสายซ้อนต้องการให้ลูกค้าเลือกใหม่

เลือกอะไรดีที่สุด?

ไม่มีค่าเดียวที่ดีที่สุดสำหรับทุกสำนักงาน

หากต้องการให้ลูกค้าไม่ต้องโทรใหม่เมื่อแผนกหนึ่งไม่ว่าง ควรพิจารณา DISA

หากพนักงานต้องการทราบว่ามีสายเรียกซ้อน ควรพิจารณา Call Waiting

หากต้องการลดการถือครองสายนอกและไม่ต้องการให้สายรอ อาจใช้ Disconnect

⑧ โปรแกรมอื่นที่เกี่ยวข้องกับ DISA Busy Mode

โปรแกรมหน้าที่
100Hunting Group Set
414–416ตั้ง CO Line ให้รับด้วย DISA
500เลือก With AA หรือ Without AA
501กำหนดปลายทาง AA
505เวลารอหลัง OGM
506DISA Busy Mode
507DISA Intercept Mode
508เวลารอก่อน Intercept
509เวลารอหลัง Intercept
510DISA No Dial Mode
511DISA Security Mode
517DISA AA Wait Time

ควรตรวจสอบเฉพาะโปรแกรมที่เกี่ยวข้องกับอาการจริง ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนค่าทั้งหมด

⑨ เตรียมข้อมูลก่อนตั้งโปรแกรม 506

ก่อนเปลี่ยนการทำงานของระบบ ควรเตรียมข้อมูลดังนี้

① ตรวจสอบหมายเลขบริษัทและ CO Line ที่รับสาย

② ตรวจสอบว่า CO Line ใช้ DISA จริง

③ ตรวจสอบ OGM หลักที่กำหนดไว้

④ ตรวจสอบหมายเลขภายในหรือแผนกที่ต้องการทดสอบ

⑤ ตรวจสอบว่าเครื่องปลายทางสามารถรับสายได้ตามปกติ

⑥ ตรวจสอบค่าโปรแกรม 506 เดิม

⑦ ตรวจสอบฟังก์ชัน Call Waiting ที่ปลายทาง หากต้องการใช้

⑧ ตรวจสอบ Busy OGM หากต้องการใช้ DISA Mode

⑨ เตรียมมือถือสำหรับโทรทดสอบ

⑩ เลือกช่วงเวลาที่ไม่กระทบการรับสายลูกค้า

คำแนะนำ

จดค่าเดิมไว้ก่อนทุกครั้ง เพื่อให้สามารถคืนระบบกลับสู่สภาพเดิมได้หากผลทดสอบไม่เหมาะสม

⑩ วิธีเข้า System Programming Panasonic KX-TES824

การตั้งโปรแกรม 506 ต้องใช้โทรศัพท์ Panasonic แบบ Proprietary Telephone ที่รองรับการตั้งโปรแกรมระบบ และเชื่อมต่อกับช่องที่ได้รับอนุญาต

ขั้นตอน

① วางหูโทรศัพท์

② กด PROGRAM

③ กด *#

④ ใส่รหัสผ่าน System Programming ที่ได้รับอนุญาต

⑤ รอให้เข้าสู่โหมดโปรแกรม

⑥ เลือกหมายเลขโปรแกรมที่ต้องการ

ข้อควรระวัง

เครื่องโทรศัพท์ต้องอยู่ในสถานะว่างและไม่มีสายสนทนาค้างอยู่

ไม่ควรรีเซ็ตตู้สาขาหากไม่สามารถเข้าโปรแกรมได้ ให้ตรวจสอบรุ่นเครื่อง สิทธิ์ของพอร์ต และรหัสผ่านก่อน

⑪ วิธีตั้งโปรแกรม 506 เป็น Disconnect

หากต้องการให้ผู้โทรได้ยิน Busy Tone แล้วตัดสายเมื่อปลายทางไม่ว่าง ให้ตั้งเป็น Disconnect

ขั้นตอน

① เข้า System Programming

② กด 506

③ กด NEXT

④ ตรวจสอบค่าปัจจุบัน

⑤ ใช้ SELECT เลือก Disconnect

⑥ กด STORE

⑦ กด END

ลำดับคำสั่ง

506 → NEXT → SELECT (Disconnect) → STORE → END

ผลลัพธ์

เมื่อผู้โทรผ่าน DISA เลือกปลายทางที่ไม่ว่าง และเข้าเงื่อนไข Busy Mode ระบบจะส่ง Busy Tone แล้วตัดสาย

การทดสอบ

① ให้เครื่องภายในเป้าหมายอยู่ระหว่างสนทนา

② ใช้มือถือโทรเข้า DISA

③ กดเลือกเครื่องนั้น

④ ตรวจสอบว่าได้ยิน Busy Tone

⑤ ตรวจสอบว่าระบบตัดสาย

⑥ ตรวจสอบว่า CO Line คืนสถานะพร้อมใช้งาน

⑫ วิธีตั้งโปรแกรม 506 เป็น Call Waiting

หากต้องการแจ้งสายซ้อนให้เครื่องภายในที่ไม่ว่าง ให้เลือก Call Waiting

ขั้นตอน

① เข้า System Programming

② กด 506

③ กด NEXT

④ ใช้ SELECT เลือก Call Waiting

⑤ กด STORE

⑥ กด END

ลำดับคำสั่ง

506 → NEXT → SELECT (Call Waiting) → STORE → END

หลังตั้งค่า

ต้องตรวจสอบว่าเครื่องภายในที่รับสายเปิดใช้งาน Call Waiting แล้ว

วิธีทดสอบ

① ให้พนักงานใช้เครื่องภายในสนทนาอยู่

② โทรจากมือถือเข้าหมายเลขบริษัท

③ กดเลือกหมายเลขเครื่องที่ไม่ว่าง

④ ตรวจสอบว่าเครื่องภายในได้รับสัญญาณ Call Waiting

⑤ ตรวจสอบพฤติกรรมของสายเรียกเข้าตามคู่มือการใช้งานของเครื่องปลายทาง

⑥ วางสายและตรวจสอบการคืน CO Line

ข้อสำคัญ

หากเครื่องภายในไม่ได้เปิด Call Waiting ผลการทดสอบอาจไม่ตรงตามที่คาด แม้โปรแกรม 506 จะตั้งถูกต้องแล้ว

⑬ วิธีตั้งโปรแกรม 506 เป็น DISA

หากต้องการให้ผู้โทรได้ยิน Busy OGM และกลับไปเลือกแผนกใหม่ ให้เลือก DISA

ขั้นตอน

① เข้า System Programming

② กด 506

③ กด NEXT

④ ใช้ SELECT เลือก DISA

⑤ ระบุหมายเลข Busy OGM ที่ต้องการ เช่น 2

⑥ ตรวจสอบหมายเลข OGM

⑦ กด STORE

⑧ กด END

ลำดับคำสั่ง

506 → NEXT → SELECT (DISA) → OGM 2 → STORE → END

หมายเลข OGM ที่รองรับ

โปรแกรม 506 รองรับหมายเลข OGM ตั้งแต่ 1–8 ตามความสามารถของอุปกรณ์และข้อความที่มีอยู่จริง

ข้อควรระวัง

หมายเลข OGM ที่เลือกต้องมีข้อความบันทึกอยู่

หากเลือก OGM2 แต่ไม่มีข้อความเสียง OGM2 ระบบจะส่ง Busy Tone แล้วตัดสายตามเงื่อนไขในคู่มือ

⑭ วิธีเตรียม Busy OGM สำหรับโปรแกรม 506

Busy OGM คือข้อความแจ้งผู้โทรว่าปลายทางที่เลือกกำลังไม่ว่าง

ตัวอย่างข้อความ

“ขออภัยค่ะ แผนกที่ท่านเลือกกำลังให้บริการลูกค้าท่านอื่นอยู่ กรุณาเลือกหมายเลขแผนกใหม่จากเมนูถัดไป ขอบคุณค่ะ”

หลักการออกแบบข้อความ

  • ใช้คำสุภาพ
  • อธิบายว่าปลายทางไม่ว่าง
  • แจ้งว่าจะกลับไปยังเมนูเลือกแผนก
  • ไม่ใช้ข้อความยาวเกินความจำเป็น
  • ไม่ประกาศหมายเลขที่ไม่ได้ตั้งค่าไว้จริง

คำแนะนำ

หาก OGM1 เป็นข้อความต้อนรับหลัก อาจกำหนด OGM2 เป็น Busy OGM ได้

แต่ต้องตรวจสอบก่อนว่า OGM2 ไม่ได้ถูกใช้กับฟังก์ชันอื่นอยู่แล้ว

⑮ วิธีบันทึกและตรวจสอบ Busy OGM

ก่อนเปิดใช้ DISA Busy Mode ควรบันทึกข้อความเสียงให้เรียบร้อย

ขั้นตอนโดยรวม

① ใช้เครื่องที่ได้รับสิทธิ์ในการบันทึก OGM

② เข้าสู่ฟังก์ชันบันทึกข้อความเสียงตามคู่มือ

③ เลือกหมายเลข OGM ที่ต้องการ เช่น OGM2

④ บันทึกข้อความ Busy OGM

⑤ บันทึกให้เสร็จตามขั้นตอนของเครื่อง

⑥ เล่นข้อความกลับเพื่อตรวจสอบคุณภาพ

⑦ ตรวจสอบว่าเสียงชัดเจนและไม่มีข้อความขาดหาย

⑧ ยืนยันว่าโปรแกรม 506 เลือก OGM2

สิ่งที่ควรตรวจ

  • เสียงดังชัดเจน
  • ไม่มีเสียงรบกวน
  • ไม่ขาดตอน
  • ไม่ยาวเกินจำเป็น
  • เนื้อหาตรงกับขั้นตอนที่จะเกิดขึ้นหลังข้อความจบ

ข้อควรระวัง

ไม่ควรบันทึกทับ OGM ที่ใช้งานอยู่โดยไม่ตรวจสอบหน้าที่ของข้อความเดิม

⑯ หลัง Busy OGM เล่นจบ ระบบทำอะไรต่อ?

หากเลือก DISA ในโปรแกรม 506 และมี Busy OGM ที่บันทึกไว้แล้ว คู่มือกำหนดการทำงานดังนี้

① ระบบตรวจพบว่าปลายทางไม่ว่าง

② เล่น Busy OGM ที่กำหนด

③ เมื่อ Busy OGM เล่นจบ ระบบเล่น OGM ก่อนหน้าที่ผู้โทรได้ยินซ้ำอีกครั้ง

④ ระบบรอให้ผู้โทรเลือกหมายเลขใหม่

ตัวอย่าง

ลูกค้าโทรเข้าและได้ยิน OGM1

กดเลข 1 ไปฝ่ายขาย

ฝ่ายขายไม่ว่าง

ระบบเล่น OGM2 ซึ่งเป็น Busy OGM

หลัง OGM2 จบ ระบบเล่น OGM1 ซ้ำ

ลูกค้าสามารถกดเลข 2 เพื่อเลือกฝ่ายบัญชีแทนได้

ข้อจำกัดด้านความปลอดภัย

คู่มือระบุว่าเมื่อระบบเข้าสู่ขั้นตอนให้เลือกปลายทางใหม่หลัง Busy OGM จะไม่ยอมรับหมายเลข Outside Line Access ไม่ว่ากำหนด DISA Security Mode เป็นประเภทใด

จึงควรออกแบบเมนูใหม่ให้สอดคล้องกับการติดต่อภายในที่ระบบรองรับ

⑰ โปรแกรม 506 เป็นค่ารวมของระบบหรือแยกตาม CO?

โปรแกรม 506 เป็นการกำหนดรูปแบบการจัดการ Busy Mode ของ DISA โดยไม่ได้มีขั้นตอนเลือก CO Line แยกในคำสั่งโปรแกรมนี้

ตัวอย่าง

บริษัทมี

  • CO1 ใช้ DISA OGM1
  • CO2 ใช้ DISA OGM3

หากตั้งโปรแกรม 506 เป็น DISA พร้อม Busy OGM2 การทำงานเมื่อปลายทางไม่ว่างจะใช้ค่าของโปรแกรม 506 ตามขอบเขตระบบ

ข้อควรจำ

ไม่ควรสมมติว่าสามารถกำหนด CO1 ให้ใช้ Disconnect และ CO2 ให้ใช้ Call Waiting ผ่านโปรแกรม 506 เพียงตัวเดียว

หากต้องการพฤติกรรมแตกต่างกัน ต้องพิจารณาการออกแบบระบบและความสามารถของฟังก์ชันอื่นเพิ่มเติม

⑱ โปรแกรม 506 ต่างจากโปรแกรม 507 อย่างไร?

โปรแกรม 506 และ 507 มักถูกเข้าใจผิดว่าใช้จัดการปัญหาเดียวกัน

โปรแกรมชื่อใช้เมื่อ
506DISA Busy Modeปลายทางไม่ว่าง
507DISA Intercept Modeปลายทางไม่รับสายภายในเวลาที่กำหนด

ตัวอย่างโปรแกรม 506

ฝ่ายขายกำลังสนทนาอยู่แล้ว

ผู้โทรกดเลือกฝ่ายขาย

ระบบพบว่าปลายทางไม่ว่าง

จึงใช้ Busy Mode

ตัวอย่างโปรแกรม 507

ฝ่ายขายว่างและโทรศัพท์ดังแล้ว

แต่ไม่มีพนักงานรับภายในเวลาที่กำหนด

ระบบจึงใช้ Intercept Mode ตามเงื่อนไข

คำแนะนำ

หากลูกค้าแจ้งว่า “โทรเข้ามาแล้วไม่มีใครรับ” ต้องตรวจสอบก่อนว่าเครื่องปลายทางกำลังไม่ว่างหรือเพียงไม่มีคนยกหู

เพราะวิธีแก้ไขใช้คนละโปรแกรม

⑲ โปรแกรม 508 และ 509 เกี่ยวข้องอย่างไร?

โปรแกรม 508 และ 509 ใช้กำหนดระยะเวลาการเรียกปลายทางในกระบวนการ DISA Intercept

โปรแกรม 508

DISA Ring Time before Intercept

กำหนดเวลาที่ปลายทางสามารถดังรอก่อนเข้าสู่ Intercept

โปรแกรม 509

DISA Ring Time after Intercept

กำหนดระยะเวลารอหลังเข้าสู่ปลายทาง Intercept ตามเงื่อนไขที่กำหนด

ต่างจากโปรแกรม 506 อย่างไร?

โปรแกรม 506 ใช้เมื่อปลายทางไม่ว่าง

ส่วนโปรแกรม 508 และ 509 เกี่ยวข้องกับช่วงเวลาที่ปลายทางดังแล้วไม่มีผู้รับ

จึงไม่ควรเพิ่มเวลาโปรแกรม 508 เพื่อแก้ปัญหาเครื่องที่ไม่ว่างโดยไม่ตรวจสอบอาการจริง

⑳ วิธีทดสอบโปรแกรม 506 จากโทรศัพท์มือถือ

หลังตั้งค่าควรทดสอบจากสายนอกจริง

ขั้นตอน

① ตรวจสอบว่า CO1 ใช้ DISA

② ตรวจสอบปลายทาง AA 1

③ ให้พนักงานที่ AA 1 กำลังสนทนาอยู่

④ ใช้มือถือโทรเข้าหมายเลขบริษัท

⑤ รอฟัง OGM

⑥ กดเลข 1

⑦ ตรวจสอบพฤติกรรมที่เกิดขึ้น

หากใช้ Disconnect

ควรได้ยิน Busy Tone และระบบตัดสายตามเงื่อนไข

หากใช้ Call Waiting

ควรตรวจสอบว่าเครื่องภายในได้รับสัญญาณสายซ้อนเมื่อเปิดฟังก์ชันไว้

หากใช้ DISA

ควรได้ยิน Busy OGM แล้วกลับไปยัง OGM ก่อนหน้าเพื่อเลือกหมายเลขใหม่

หลังทดสอบ

ควรตรวจสอบว่า CO Line คืนสถานะปกติหลังวางสาย

㉑ วิธีทดสอบการเลือกแผนกใหม่เมื่อปลายทางไม่ว่าง

หากเลือก DISA Mode ต้องทดสอบให้ครบกระบวนการ ไม่ใช่ฟังเพียง Busy OGM

ตัวอย่าง

  • AA 1 = ฝ่ายขาย
  • AA 2 = ฝ่ายบัญชี
  • OGM1 = ข้อความต้อนรับหลัก
  • OGM2 = Busy OGM

ขั้นตอน

① ให้ฝ่ายขายกำลังสนทนาอยู่

② ให้ฝ่ายบัญชีอยู่ในสถานะว่าง

③ ใช้มือถือโทรเข้าระบบ

④ กด AA 1

⑤ ตรวจสอบว่าได้รับ Busy OGM2

⑥ รอให้ระบบเล่น OGM1 ซ้ำ

⑦ กด AA 2

⑧ ตรวจสอบว่าฝ่ายบัญชีดัง

⑨ ให้ฝ่ายบัญชีรับสาย

⑩ ทดสอบการสนทนาและวางสาย

ผลที่ต้องการ

ผู้โทรสามารถเปลี่ยนปลายทางจากฝ่ายขายที่ไม่ว่างไปยังฝ่ายบัญชีได้ในการโทรครั้งเดียว

㉒ ตั้งเป็น DISA แล้วทำไมยังตัดสาย?

อาการนี้อาจเกิดจากหลายสาเหตุ

1. Busy OGM ยังไม่ได้บันทึก

หากหมายเลข OGM ที่เลือกไม่มีข้อความ ระบบจะส่ง Busy Tone แล้วตัดสาย

2. เลือกหมายเลข OGM ผิด

ต้องตรวจสอบหมายเลขที่กำหนดในโปรแกรม 506

3. ข้อความ OGM ถูกลบหรือบันทึกทับ

ต้องเล่นทดสอบจากเครื่องที่มีสิทธิ์

4. ปลายทางอยู่ใน DISA Ring Group

ระบบอาจถือเป็นกรณีไม่รับสาย แทนการใช้ Busy Mode

5. การตั้งค่าอื่นทำให้สายสิ้นสุด

ควรตรวจสอบเงื่อนไข No Dial หรือการตัดสายที่เกี่ยวข้อง หากเหตุการณ์เกิดหลังเล่น OGM

วิธีตรวจสอบ

① อ่านค่าโปรแกรม 506

② ตรวจสอบหมายเลข Busy OGM

③ เล่นฟัง Busy OGM

④ ตรวจสอบประเภทกลุ่มปลายทาง

⑤ ทดสอบอีกครั้งด้วยเบอร์ภายในที่ไม่ว่างจริง

㉓ ตั้ง Call Waiting แล้วเครื่องไม่แจ้งสายซ้อน แก้อย่างไร?

สาเหตุที่ควรตรวจสอบ

  • เครื่องปลายทางไม่ได้เปิด Call Waiting
  • เครื่องปลายทางไม่รองรับฟังก์ชันตามที่ต้องการ
  • ผู้โทรไม่ได้เลือกปลายทางที่ไม่ว่างจริง
  • ปลายทางเป็นสมาชิกของกลุ่มที่มีการจัดการสายต่างกัน
  • โปรแกรม 506 ไม่ได้บันทึกเป็น Call Waiting
  • การตั้งค่า Extension หรือบริการที่เกี่ยวข้องไม่ถูกต้อง

ขั้นตอนแก้ไข

① ตรวจสอบค่า 506

② ตรวจสอบสถานะเครื่องภายใน

③ เปิด Call Waiting ตามคู่มือของโทรศัพท์ที่ใช้

④ ทดลองให้เครื่องภายในสนทนาอยู่

⑤ โทรเข้าผ่าน DISA

⑥ กดเลือกเครื่องนั้น

⑦ ตรวจสอบสัญญาณแจ้งสายซ้อน

ข้อควรจำ

การได้ยิน Call Waiting Tone ขึ้นอยู่กับการเปิดใช้ฟังก์ชันที่เครื่องปลายทางด้วย

㉔ ปัญหา Busy Mode เมื่อใช้ Extension Group

บางสำนักงานใช้ Extension Group เพื่อให้หลายเครื่องช่วยกันรับสาย

ตัวอย่าง

ฝ่ายขายมีเครื่อง

  • Jack 02
  • Jack 05
  • Jack 06

หากตั้ง Idle Extension Hunting และมีเครื่องหนึ่งไม่ว่าง ระบบอาจส่งสายไปยังสมาชิกที่ว่างก่อน

สิ่งที่ควรตรวจสอบ

① สมาชิกของ Extension Group

② การตั้งค่า Hunting Group

③ สถานะของเครื่องในกลุ่ม

④ ประเภท DISA Ring Group

⑤ โปรแกรม 506

ข้อควรระวัง

คู่มือระบุว่าหากปลายทางเป็นสมาชิกของ DISA Ring Group ระบบไม่ใช้ DISA Busy Mode ตามปกติ แต่ถือเป็นกรณีไม่มีผู้รับสาย

จึงต้องทดสอบแยกกลุ่มประเภทต่าง ๆ ไม่ใช้ผลของเครื่องเดี่ยวไปสรุปพฤติกรรมของทุกกลุ่ม

㉕ ตัวอย่างตั้ง DISA Busy Mode สำหรับสำนักงานจริง

สมมติสำนักงานมี

  • CO1 = หมายเลขบริษัท
  • OGM1 = เสียงต้อนรับหลัก
  • OGM2 = เสียงแจ้งไม่ว่าง
  • AA 1 = ฝ่ายขาย
  • AA 2 = ฝ่ายบัญชี
  • AA 3 = ฝ่ายบริการ

ตารางตั้งค่า

โปรแกรมค่าเป้าหมาย
414CO1 = DISA OGM1
500With AA
501 AA 1ฝ่ายขาย
501 AA 2ฝ่ายบัญชี
501 AA 3ฝ่ายบริการ
5055 วินาที
506DISA OGM2
511Trunk Security
5172 วินาที

ค่าข้างต้นเป็นตัวอย่างการออกแบบ ไม่ใช่ค่าที่จำเป็นต้องใช้เหมือนกันทุกสำนักงาน

ข้อความ OGM1

“สวัสดีค่ะ บริษัท ABC ยินดีต้อนรับ

ฝ่ายขาย กด 1

ฝ่ายบัญชี กด 2

ฝ่ายบริการ กด 3

ขอบคุณค่ะ”

ข้อความ OGM2

“ขออภัยค่ะ แผนกที่ท่านเลือกกำลังไม่ว่าง กรุณาเลือกแผนกอื่นจากเมนูถัดไป ขอบคุณค่ะ”

ผลการทำงาน

เมื่อลูกค้ากด 1 แล้วฝ่ายขายไม่ว่าง ระบบเล่น OGM2 จากนั้นกลับไปเล่น OGM1 เพื่อให้เลือกแผนกอื่น

㉖ ตารางวิเคราะห์ปัญหา DISA Busy Mode

อาการจุดที่ควรตรวจ
กดแล้วเจอ Busy Tone ทันทีค่า 506, สถานะปลายทาง
ตั้ง DISA แต่ไม่มี Busy OGMการบันทึก OGM
Busy OGM เล่นไม่ครบข้อความเสียงและทรัพยากร OGM
Busy OGM จบแล้วไม่มีเมนูหลักขั้นตอน DISA และสถานะ OGM
Call Waiting ไม่แจ้งการเปิด Call Waiting ที่เครื่อง
กลุ่มไม่ใช้ Busy Modeประเภท DISA Ring Group
เครื่องว่างแต่ไม่รับสายโปรแกรม 507–509
กดเลือกแผนกใหม่ไม่ได้DTMF, AA, เวลา และข้อจำกัดการเลือกหมายเลข
CO ค้างหลังผู้โทรวางสัญญาณตัดสายและ CPC
โทรออกสายนอกหลัง Busy OGM ไม่ได้ข้อจำกัดการรับ Outside Line Access ในขั้นตอนเลือกใหม่

ควรใช้ตารางนี้เพื่อเลือกจุดตรวจสอบเบื้องต้น และยืนยันสาเหตุด้วยการทดสอบจริง

㉗ Checklist ตั้งค่า DISA Busy Mode โปรแกรม 506

  • ตรวจสอบ CO Line ที่ใช้ DISA
  • ตรวจสอบโปรแกรม 414–416
  • ตรวจสอบ OGM หลัก
  • ตรวจสอบโปรแกรม 500
  • ตรวจสอบโปรแกรม 501
  • บันทึกค่าโปรแกรม 506 เดิม
  • เลือก Disconnect, Call Waiting หรือ DISA
  • ตรวจสอบ Busy OGM หากเลือก DISA
  • ตรวจสอบหมายเลข OGM ที่เลือก
  • ทดสอบเล่น Busy OGM
  • ตรวจสอบ Call Waiting ที่เครื่องปลายทาง
  • ตรวจสอบ Extension Group
  • ตรวจสอบ Hunting Group
  • ตรวจสอบประเภท DISA Ring Group
  • ตรวจสอบโปรแกรม 507–509
  • ทดสอบปลายทางไม่ว่างจริง
  • ทดสอบจากมือถือ
  • ทดสอบจากอีกเครือข่าย หากมี
  • ทดสอบเลือกแผนกใหม่
  • ทดสอบการสนทนา
  • ทดสอบการวางสาย
  • ตรวจสอบการคืน CO Line
  • บันทึกผลการทดสอบ
  • ตรวจสอบว่าระบบไม่กระทบการรับสายปกติ

㉘ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรม 506

Panasonic KX-TES824 โปรแกรม 506 คืออะไร?

คือ DISA Busy Mode ใช้กำหนดการทำงานเมื่อปลายทางที่ผู้โทรเลือกผ่าน DISA ไม่ว่าง

โปรแกรม 506 มีตัวเลือกอะไรบ้าง?

มี Disconnect, Call Waiting และ DISA

Disconnect ทำงานอย่างไร?

ระบบส่ง Busy Tone แล้วตัดสายเมื่อเข้าเงื่อนไขปลายทางไม่ว่าง

Call Waiting ทำงานอย่างไร?

ระบบส่งสัญญาณแจ้งสายซ้อนให้เครื่องปลายทางที่เปิด Call Waiting

DISA Mode ทำงานอย่างไร?

ระบบเล่น Busy OGM ที่กำหนดไว้ แล้วกลับไปยัง OGM ก่อนหน้า เพื่อให้ผู้โทรเลือกปลายทางใหม่

ตั้ง DISA แล้วต้องบันทึก Busy OGM หรือไม่?

ต้องบันทึก หากไม่มีข้อความ Busy OGM ตามหมายเลขที่เลือก ระบบจะส่ง Busy Tone แล้วตัดสายแทน

โปรแกรม 506 เลือก OGM ได้กี่หมายเลข?

รองรับการกำหนด DISA OGM หมายเลข 1–8 ตามข้อความที่มีและทรัพยากรของระบบ

หากเครื่องดังแต่ไม่มีคนรับ ใช้โปรแกรม 506 หรือไม่?

ไม่ใช่กรณีหลักของโปรแกรม 506 ควรตรวจสอบ DISA Intercept Mode โปรแกรม 507 และเวลารอโปรแกรม 508–509

หากฝ่ายขายอยู่ใน Extension Group ต้องตรวจอะไร?

ตรวจสอบ Idle Extension Hunting และประเภทกลุ่ม โดยเฉพาะข้อจำกัดของ DISA Ring Group

โปรแกรม 506 ใช้แยกค่าตาม CO Line ได้หรือไม่?

โปรแกรม 506 เป็นค่าระดับระบบ ไม่ได้มีขั้นตอนเลือกค่า Busy Mode แยกแต่ละ CO Line โดยตรง

㉙ สรุปวิธีตั้งค่า DISA Busy Mode โปรแกรม 506 Panasonic KX-TES824

การตั้งค่า DISA Busy Mode โปรแกรม 506 บน Panasonic KX-TES824 ใช้กำหนดว่าระบบจะจัดการสายเรียกเข้าอย่างไรเมื่อปลายทางที่ผู้โทรเลือกผ่าน DISA กำลังไม่ว่าง

ตัวเลือก Disconnect จะส่ง Busy Tone แล้วตัดสาย ส่วน Call Waiting จะแจ้งสายซ้อนให้เครื่องปลายทางที่เปิดฟังก์ชันดังกล่าว

สำหรับตัวเลือก DISA ระบบสามารถเล่น Busy OGM แล้วกลับไปยังข้อความเสียงต้อนรับก่อนหน้า เพื่อให้ผู้โทรเลือกหมายเลขใหม่ได้ โดยต้องบันทึก Busy OGM ให้เรียบร้อยก่อนใช้งาน

ข้อสำคัญคือควรแยกปัญหาเครื่องไม่ว่างออกจากปัญหาเครื่องไม่รับสาย เพราะกรณีเครื่องดังแล้วไม่มีผู้รับต้องตรวจสอบโปรแกรม 507–509 เพิ่มเติม

หากปลายทางเป็นสมาชิกของกลุ่มโทรศัพท์ ควรตรวจสอบประเภท Extension Group และข้อจำกัดของ DISA Ring Group รวมถึงระบบค้นหาเครื่องว่างก่อนปรับค่า Busy Mode

หลังตั้งค่าเสร็จ ควรใช้มือถือโทรเข้าทดสอบขณะที่ปลายทางกำลังสนทนาจริง เพื่อให้แน่ใจว่าระบบทำงานตามค่าที่เลือก และไม่กระทบการรับสายตามปกติ

ComSiam แนะนำให้ใช้ DISA พร้อม Busy OGM สำหรับสำนักงานที่ต้องการให้ลูกค้าสามารถเลือกแผนกใหม่เมื่อปลายทางไม่ว่าง โดยต้องตรวจสอบการบันทึกข้อความ การตั้งค่าเมนู และความพร้อมของระบบก่อนเปิดใช้งาน เพื่อช่วยลดปัญหาสายหลุดและเพิ่มประสิทธิภาพการรับสายของบริษัท

ComSiam Professional Team