ComSiam Service
วิธีทดสอบระบบรับสายเข้า Panasonic KX-TES824 หลังเปลี่ยนการตั้งค่า ควรเริ่มจากตรวจสอบหมายเลขสายนอก CO Line การกำหนดเบอร์ภายในปลายทาง และสถานะ Day/Night/Lunch ก่อนใช้โทรศัพท์ภายนอกโทรเข้าทดสอบจริงทีละเส้น เพื่อให้มั่นใจว่าสายเข้าถึงเครื่องที่ต้องการและสามารถสนทนาได้ทั้งสองฝ่าย
ตัวอย่างเช่น บริษัทมีสายนอก 3 เส้น ได้แก่ CO 1, CO 2 และ CO 3 โดยกำหนดให้ช่วงกลางวัน CO 1 ส่งสายเข้าประชาสัมพันธ์เบอร์ 101, CO 2 ส่งไปฝ่ายขายเบอร์ 102 และ CO 3 ส่งไปฝ่ายบริการเบอร์ 103
หลังเปลี่ยนการตั้งค่า ผู้ดูแลต้องตรวจสอบว่าโทรศัพท์แต่ละเครื่องดังตามที่กำหนด รับสายได้จริง ไม่มีเสียงรบกวน และไม่มีการส่งสายผิดแผนก
หากใช้ระบบ DIL, Normal, DISA หรือ UCD ต้องทดสอบตามรูปแบบของแต่ละ CO Line เพราะแต่ละโหมดมีวิธีการกระจายสายและเงื่อนไขการรับสายแตกต่างกัน
นอกจากนี้ควรทดสอบการสลับโหมด Day, Night และ Lunch รวมถึงตรวจสอบ Flexible Ringing, Delayed Ringing, Call Forwarding และ Do Not Disturb (DND) เพื่อป้องกันปัญหาสายเข้าผิดเครื่องหลังเปลี่ยนค่าระบบ
บทความนี้ comsiam รวบรวมขั้นตอนตรวจสอบและทดสอบระบบรับสายเข้า Panasonic KX-TES824 แบบเป็นลำดับ ตั้งแต่ก่อนเริ่มทดสอบจนถึงการบันทึกผลและส่งมอบระบบให้สำนักงานใช้งานจริง
① ทำไมต้องทดสอบระบบรับสายเข้าหลังเปลี่ยนการตั้งค่า?
การเปลี่ยนโปรแกรมของตู้สาขาอาจส่งผลต่อหลายส่วนของระบบรับสาย แม้จะแก้ไขเพียงค่าเดียวก็ตาม
ตัวอย่างเช่น การเปลี่ยน CO Line Mode จาก Normal เป็น DIL อาจทำให้โทรศัพท์หลายเครื่องที่เคยดังพร้อมกันเหลือเพียงเครื่องปลายทางที่กำหนดไว้
ปัญหาที่อาจเกิดขึ้น
- สายเข้าผิดเบอร์ภายใน
- เครื่องประชาสัมพันธ์ไม่ดัง
- โทรศัพท์หลายเครื่องดังพร้อมกันโดยไม่ต้องการ
- เครื่องสำรองไม่ดังตามเวลาหน่วง
- ระบบตอบรับอัตโนมัติไม่ทำงาน
- UCD ไม่กระจายสาย
- สายเข้ายังคงไปเครื่องเวรหลังเปิดสำนักงาน
- โทรศัพท์เปิด DND หรือ FWD อยู่
- รับสายได้แต่ไม่ได้ยินเสียง
- CO Line บางเส้นไม่มีสัญญาณเรียกเข้า
การทดสอบอย่างเป็นระบบช่วยตรวจพบปัญหาเหล่านี้ก่อนกระทบลูกค้าที่ติดต่อบริษัท
② ควรตรวจสอบอะไรบ้างก่อนเริ่มทดสอบ?
ก่อนโทรเข้าจริงควรจัดเตรียมข้อมูลดังต่อไปนี้
- หมายเลขโทรศัพท์ภายนอกทุกหมายเลขของสำนักงาน
- หมายเลขพอร์ต CO Line ที่เชื่อมต่อ
- รายชื่อเบอร์ภายในทั้งหมด
- ผัง Extension Jack
- รายการปลายทางสายเข้าของแต่ละ CO Line
- ตาราง Day/Night/Lunch
- รูปแบบรับสาย Normal, DIL, DISA หรือ UCD
- รายชื่อเครื่องสำรอง
- รายการค่าที่เพิ่งเปลี่ยน
- ข้อมูลค่าระบบก่อนแก้ไข
- โทรศัพท์ภายนอกสำหรับทดสอบ
- พนักงานช่วยรับสายแต่ละจุด
- แบบฟอร์มบันทึกผล
ควรทดสอบในช่วงที่ได้รับอนุญาต และหลีกเลี่ยงการรบกวนสายนอกที่ลูกค้ากำลังใช้งานจริง
③ โปรแกรมที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบสายเข้า
| โปรแกรม | หน้าที่ |
|---|---|
| 000 | วันที่และเวลาของตู้ |
| 006 | Time Service Switching Mode |
| 007 | Time Service Start Time |
| 009 | Extension Number |
| 408 | Flexible Ringing Day |
| 409 | Flexible Ringing Night |
| 410 | Flexible Ringing Lunch |
| 411 | Delayed Ringing Day |
| 412 | Delayed Ringing Night |
| 413 | Delayed Ringing Lunch |
| 414 | CO Line Mode Day |
| 415 | CO Line Mode Night |
| 416 | CO Line Mode Lunch |
| 520 | UCD Group |
| 600 | Extension Group |
โปรแกรมเหล่านี้ใช้ตรวจสอบลักษณะการทำงานของสายเข้าตามรูปแบบที่ติดตั้งไว้
ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทุกโปรแกรม ควรตรวจสอบเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับงานที่เพิ่งแก้ไขก่อน
④ วิธีจัดทำตารางสายนอก CO Line ก่อนทดสอบ
ตัวอย่างสำนักงานมีสายนอก 3 เส้น
| CO Line | หมายเลขภายนอก (สมมติ) | ปลายทาง Day |
|---|---|---|
| CO 1 | หมายเลขสำนักงานหลัก | 101 |
| CO 2 | หมายเลขฝ่ายขาย | 102 |
| CO 3 | หมายเลขบริการ | 103 |
วิธีจัดทำตาราง
- ตรวจสอบหมายเลขจริงจากผู้ดูแลหรือเอกสารผู้ให้บริการ
- ยืนยันว่าหมายเลขใดเข้าพอร์ต CO ใด
- ตรวจสอบค่าการรับสายของแต่ละพอร์ต
- บันทึกเบอร์ภายในปลายทางที่ต้องการ
- ระบุรูปแบบ CO Line Mode
- กำหนดผู้ช่วยรับสายที่จุดปลายทาง
ข้อควรระวัง: หมายเลขโทรศัพท์ภายนอกไม่ได้บอกหมายเลขพอร์ต CO โดยตรงเสมอไป ต้องยืนยันจากการต่อสายและการทดสอบจริง
⑤ วิธีเข้า System Programming เพื่อตรวจสอบค่า
หากต้องตรวจสอบโปรแกรมของตู้ สามารถใช้โทรศัพท์ Panasonic Proprietary Telephone ที่รองรับ System Programming เช่น KX-T7730 ที่เชื่อมต่อกับพอร์ตสำหรับตั้งค่าระบบ
ขั้นตอน
- วางหูโทรศัพท์
- กด PROGRAM
- กด
*# - กรอกรหัสผ่าน System Programming ปัจจุบัน
- รอเข้าสู่หน้าจอโปรแกรม
- เลือกหมายเลขโปรแกรมที่ต้องการ
- อ่านและบันทึกค่าปัจจุบัน
- ออกจากโปรแกรมหลังตรวจสอบ
ตัวอย่าง
ต้องการตรวจสอบ CO Line Mode ช่วง Day
PROGRAM → *# → รหัสผ่าน → 414 → NEXT
ข้อควรระวัง
หากต้องการตรวจสอบเพียงอย่างเดียว ไม่ควรแก้ค่าหรือกด STORE โดยไม่จำเป็น
หากไม่ทราบรหัสผ่าน ควรติดต่อผู้ดูแลเดิมแทนการรีเซ็ตตู้
⑥ วิธีตรวจสอบว่า CO Line แต่ละเส้นใช้โหมดอะไร
ใช้โปรแกรม 414–416 — CO Line Mode
ตารางโปรแกรม
| โปรแกรม | ช่วงเวลา |
|---|---|
| 414 | Day |
| 415 | Night |
| 416 | Lunch |
ตัวอย่าง
CO 1 อาจกำหนดเป็น
- Day — DIL ไปเบอร์ 101
- Night — DIL ไปเบอร์ 109
- Lunch — DIL ไปเบอร์ 103
ขั้นตอนตรวจสอบ
- เข้า System Programming
- เลือกโปรแกรม 414
- เลือก CO 1
- อ่านรูปแบบรับสาย
- ตรวจสอบปลายทาง หากใช้ DIL
- บันทึกค่า
- ทำซ้ำสำหรับ CO Line อื่น
- ตรวจสอบโปรแกรม 415 และ 416 เพิ่มเติม
รูปแบบที่อาจพบ
- Normal
- DIL
- DISA
- UCD
วิธีทดสอบต้องสอดคล้องกับโหมดที่กำหนดไว้ในแต่ละช่วงเวลา
⑦ วิธีทดสอบ CO Line แบบ DIL
DIL หรือ Direct In Line เป็นการกำหนดให้สายนอกส่งไปยังปลายทางที่ตั้งไว้โดยตรง
ตัวอย่าง
CO 1 → เบอร์ 101
ขั้นตอน
- ตรวจสอบว่า CO 1 เป็น DIL
- ตรวจสอบเบอร์หรือ Extension Jack ปลายทาง
- ให้พนักงานประจำเบอร์ 101 เตรียมรับสาย
- ใช้โทรศัพท์ภายนอกโทรเข้าหมายเลข CO 1
- ตรวจสอบว่าเบอร์ 101 ดัง
- รับสายจากเบอร์ 101
- ทดสอบเสียงสนทนาทั้งสองฝ่าย
- วางสาย
- ตรวจสอบว่าสายถูกปล่อยตามปกติ
ผลที่คาดหวัง
สายเข้าถึงเบอร์ 101 ตามที่กำหนด และสามารถสนทนาได้
หากสายไปยังเบอร์อื่น ให้ตรวจสอบโปรแกรม 414–416 และหมายเลข Extension Jack อีกครั้ง
⑧ วิธีทดสอบ CO Line แบบ Normal
Normal Mode ใช้การตั้ง Flexible Ringing เพื่อเลือกเครื่องที่ได้รับเสียงเรียกเข้าจาก CO Line
ตัวอย่าง
CO 2 ต้องการให้เบอร์ 102 และ 103 ดังพร้อมกัน
ขั้นตอน
- ตรวจสอบว่า CO 2 เป็น Normal
- ตรวจสอบ Flexible Ringing ของช่วงเวลาที่ทดสอบ
- ให้เบอร์ 102 และ 103 อยู่ในสถานะพร้อมรับสาย
- โทรเข้าหมายเลข CO 2 จากภายนอก
- ตรวจสอบว่าเครื่องทั้งสองดังตามแผน
- รับสายจากเครื่องหนึ่ง
- ตรวจสอบว่าเครื่องอื่นหยุดเรียกตามปกติ
- ตรวจสอบเสียงสนทนา
- วางสาย
ข้อควรระวัง
ถ้าต้องการให้เครื่องทั้งสองดังทันที ต้องตรวจสอบ Delayed Ringing เพิ่มเติม เพราะบางเครื่องอาจถูกกำหนดให้เริ่มดังช้ากว่าเครื่องหลัก
⑨ วิธีตรวจสอบ Flexible Ringing โปรแกรม 408–410
Flexible Ringing กำหนดว่า Extension Jack ใดได้รับเสียงเรียกเข้าจาก CO Line แบบ Normal
โปรแกรม
- 408 — Day
- 409 — Night
- 410 — Lunch
ตัวอย่าง
CO 2 ช่วง Day
| เบอร์ | Flexible Ringing |
|---|---|
| 102 | Enable |
| 103 | Enable |
| 104 | Disable |
ขั้นตอนตรวจสอบ
- เลือกโปรแกรมตาม Time Service
- เลือก CO Line
- เลือก Extension Jack
- ตรวจสอบ Enable หรือ Disable
- ทำซ้ำกับเครื่องที่เกี่ยวข้อง
- เปรียบเทียบกับแผนรับสาย
- โทรทดสอบจากภายนอก
ข้อสำคัญ
โปรแกรม 408–410 ใช้กำหนดเครื่องที่มีสิทธิ์ส่งเสียงเรียกเข้าตาม Normal Mode ไม่ควรนำไปใช้สรุปปลายทาง DIL โดยไม่ตรวจสอบ CO Line Mode
⑩ วิธีทดสอบ Delayed Ringing หลังตั้งค่า
Delayed Ringing ใช้ให้เครื่องสำรองเริ่มดังหลังจากเวลาหน่วงที่กำหนด
โปรแกรม
- 411 — Day
- 412 — Night
- 413 — Lunch
ตัวอย่าง
CO 1 ใช้ Normal Mode
- เบอร์ 101 ดังทันที
- เบอร์ 102 ดังหลัง 10 วินาที
ขั้นตอนทดสอบ
- ตรวจสอบ Flexible Ringing ว่าทั้งสองเครื่องเปิด Enable
- ตรวจสอบ Delayed Ringing ของเครื่องหลัก
- ตรวจสอบ Delayed Ringing ของเครื่องสำรอง
- โทรเข้าจากภายนอก
- เริ่มจับเวลาเมื่อสายเข้าถึงระบบ
- ตรวจสอบว่าเครื่องหลักเริ่มดัง
- ตรวจสอบว่าเครื่องสำรองเริ่มดังตามเวลาหน่วง
- รับสายจากเครื่องใดเครื่องหนึ่ง
- ตรวจสอบว่าเสียงเรียกเข้าหยุดตามปกติ
เวลาหน่วงที่รองรับ
ขึ้นอยู่กับ Country/Area Version ของระบบ
- บางรุ่นรองรับ Immediately, 5, 10 และ 15 วินาที
- รุ่นสำหรับสหราชอาณาจักรมีค่าต่างออกไป
ควรตรวจสอบตัวเลือกจริงบนตู้ ไม่ควรสมมติว่าทุกรุ่นรองรับเวลาหน่วงเหมือนกัน
⑪ วิธีตรวจสอบ Day, Night และ Lunch ก่อนทดสอบ
โทรศัพท์ Panasonic Display PT ที่รองรับสามารถแสดง Time Service Mode ปัจจุบันได้
ขั้นตอน
- วางหูโทรศัพท์
- กด
# - อ่านสถานะ Day, Night หรือ Lunch
- บันทึกเวลาที่ตรวจสอบ
ตัวอย่าง
| เวลา | โหมดที่คาดหวัง |
|---|---|
| 09:00 | Day |
| 12:30 | Lunch |
| 14:00 | Day |
| 18:00 | Night |
ตารางนี้เป็นเพียงตัวอย่างเวลาทำงานของสำนักงาน
ข้อสำคัญ
การตรวจสอบว่าเป็น Day ไม่ได้ยืนยันว่า CO Line ทุกเส้นรับสายถูกต้อง ต้องทดสอบการโทรเข้าจริงด้วย
⑫ วิธีทดสอบสายเข้าช่วง Day Mode
ตัวอย่าง
บริษัทกำหนดให้
- CO 1 → ประชาสัมพันธ์ 101
- CO 2 → ฝ่ายขาย 102
- CO 3 → ฝ่ายบริการ 103
ขั้นตอน
- ยืนยันว่าระบบอยู่ Day Mode
- โทรเข้าหมายเลข CO 1
- ตรวจสอบเครื่อง 101
- รับสายและทดสอบเสียง
- โทรเข้าหมายเลข CO 2
- ตรวจสอบเครื่อง 102
- รับสายและทดสอบเสียง
- โทรเข้าหมายเลข CO 3
- ตรวจสอบเครื่อง 103
- บันทึกผล
ผลที่ต้องการ
ทุก CO Line ใช้ปลายทางรับสายตามค่าช่วง Day
หากเส้นใดผิด ให้ตรวจสอบเฉพาะโปรแกรมและพอร์ตที่เกี่ยวข้อง
⑬ วิธีทดสอบสายเข้าช่วง Night Mode
Night Mode อาจกำหนดให้สายเข้าทั้งหมดหรือบางส่วนไปยังเจ้าหน้าที่เวร
ตัวอย่าง
| CO Line | ปลายทาง Night |
|---|---|
| CO 1 | 109 |
| CO 2 | 109 |
| CO 3 | 110 |
ขั้นตอน
- วางแผนช่วงทดสอบให้ไม่กระทบงานจริง
- ใช้เครื่อง Operator หรือ Manager เปลี่ยนเป็น Night หากได้รับอนุญาต
- ยืนยันสถานะ Night
- โทรเข้า CO 1
- ตรวจสอบเบอร์ 109
- ทดสอบ CO 2
- ทดสอบ CO 3
- ตรวจสอบเสียงสนทนา
- บันทึกผล
- คืนระบบกลับสู่โหมดที่ควรใช้งานหลังทดสอบ
ข้อควรระวัง
หากระบบใช้ Automatic Time Service อยู่ การเปลี่ยนเป็น Night เพื่อทดสอบอาจกระทบสายลูกค้าจริง
ควรทดสอบในช่วงเวลาที่ได้รับอนุญาตและตรวจสอบการคืน Automatic หลังเสร็จงาน
⑭ วิธีทดสอบสายเข้าช่วง Lunch Mode
Lunch Mode เป็นรูปแบบรับสายสำหรับช่วงพักกลางวัน
ตัวอย่าง
บริษัทกำหนดให้
- CO 1 → เบอร์ 103
- CO 2 → เบอร์ 104
- CO 3 → เบอร์ 109
ขั้นตอน
- ตรวจสอบค่าช่วง Lunch ในโปรแกรม 416
- ตรวจสอบ Flexible Ringing Lunch หากใช้ Normal Mode
- เข้าสู่ Lunch Mode ตามขั้นตอนที่ได้รับอนุญาต
- โทรทดสอบแต่ละ CO Line
- ตรวจสอบเครื่องที่ดัง
- รับสายและทดสอบเสียง
- บันทึกผล
- คืน Automatic หลังทดสอบ
ข้อควรระวังสำคัญ
การเลือก Lunch Mode ด้วยตนเองขณะที่ใช้ Automatic อาจทำให้ระบบหยุดเปลี่ยนตามตารางจนกว่าจะคืน Automatic
จึงควรยืนยันการคืนระบบหลังการทดสอบทุกครั้ง
⑮ วิธีตรวจสอบ Automatic Time Service
โปรแกรมที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
006 — Time Service Switching Mode
007 — Time Service Start Time
ขั้นตอน
- ตรวจสอบวันที่และเวลาตู้ในโปรแกรม 000
- ตรวจสอบโปรแกรม 006 ว่าเป็น Automatic
- ตรวจสอบเวลา Day Start
- ตรวจสอบเวลา Night Start
- ตรวจสอบ Lunch Start และ Lunch End
- ตรวจสอบวันในสัปดาห์
- เปรียบเทียบกับเวลาทำการ
- รอทดสอบการเปลี่ยนโหมดตามเวลาจริง
ข้อสำคัญ
การเปลี่ยนโหมดด้วยตนเองสำเร็จไม่ได้รับประกันว่า Automatic Switching จะทำงานถูกต้อง
ต้องตรวจสอบการเปลี่ยนตามเวลาจริงด้วย
⑯ วิธีทดสอบระบบ DISA หลังเปลี่ยนค่า
DISA หรือ Direct Inward System Access เป็นระบบตอบรับสายอัตโนมัติที่สามารถเล่นข้อความและให้ผู้โทรเลือกปลายทางได้ตามการตั้งค่า
ตัวอย่าง
ลูกค้าโทรเข้าหมายเลขบริษัท แล้วได้ยินข้อความ
“ขอบคุณที่ติดต่อบริษัท กด 1 ฝ่ายขาย กด 2 ฝ่ายบริการ”
ขั้นตอนทดสอบ
- ตรวจสอบว่า CO Line ใช้ DISA
- โทรเข้าจากหมายเลขภายนอก
- ตรวจสอบว่าระบบตอบรับ
- ฟังข้อความ OGM
- ตรวจสอบความชัดเจนของเสียง
- ทดลองกดเมนูฝ่ายขาย
- ตรวจสอบว่าไปเครื่องที่ถูกต้อง
- โทรทดสอบใหม่
- ทดลองกดเมนูฝ่ายบริการ
- ตรวจสอบปลายทาง
- ทดสอบกรณีไม่กดเมนู
- บันทึกผล
ข้อควรระวัง
หากมีการเปลี่ยนค่า DISA ต้องตรวจสอบสิทธิ์และข้อจำกัดด้านการโทรออก เพื่อไม่ให้เกิดช่องทางใช้งานสายนอกโดยไม่ได้รับอนุญาต
⑰ วิธีทดสอบ UCD หลังเปลี่ยนค่า
UCD หรือ Uniform Call Distribution ใช้กระจายสายให้สมาชิกในกลุ่มที่พร้อมรับสาย
โปรแกรมหลัก
- 600 — Extension Group
- 520 — UCD Group
- 414–416 — CO Line Mode
ขั้นตอน
- ตรวจสอบสมาชิก UCD Group
- ตรวจสอบ CO Line ที่ใช้ UCD
- ให้สมาชิกทุกเครื่องพร้อมรับสาย
- โทรเข้าจากภายนอก
- ตรวจสอบเครื่องที่ได้รับสาย
- รับสายและตรวจสอบเสียง
- ทดสอบซ้ำหลายครั้ง
- ให้สมาชิกบางเครื่อง Busy
- โทรเข้าอีกครั้ง
- ตรวจสอบการกระจายไปยังสมาชิกที่พร้อมรับ
- บันทึกผล
การทดสอบเพิ่มเติม
ควรทดสอบกรณีสมาชิกทุกเครื่อง Busy และกรณีไม่มีผู้รับสาย หากระบบเปิดใช้ UCD Busy Mode หรือ UCD Intercept
⑱ วิธีทดสอบ UCD เมื่อทุกเครื่องไม่ว่าง
โปรแกรมที่เกี่ยวข้อง
| โปรแกรม | หน้าที่ |
|---|---|
| 521 | UCD Busy Waiting Time |
| 522 | UCD OGM Message Interval |
| 523 | UCD Busy Mode |
| 527 | UCD Waiting Message |
ขั้นตอน
- ให้สมาชิก UCD ทุกเครื่อง Busy
- โทรเข้าทาง CO Line ที่ใช้ UCD
- ตรวจสอบว่าเข้าสู่การรอ
- จับเวลา
- ตรวจสอบข้อความเสียงหากใช้งาน
- ให้สมาชิกหนึ่งเครื่องว่างก่อนครบเวลา
- ตรวจสอบว่าสามารถรับสายได้
- ทดสอบใหม่โดยให้ทุกเครื่อง Busy ตลอดช่วงรอ
- ตรวจสอบผลของ UCD Busy Mode
- บันทึกผล
ไม่ควรถือว่า UCD รองรับจำนวนสายรอไม่จำกัด เพราะระบบมีข้อจำกัดตามจำนวนสายนอกและทรัพยากรจริง
⑲ วิธีทดสอบ UCD Intercept
UCD Intercept ใช้จัดการเมื่อเครื่องสมาชิกที่ได้รับสายไม่รับภายในเวลาที่กำหนด
โปรแกรมที่เกี่ยวข้อง
- 524 — UCD Intercept Mode
- 525 — UCD Ring Time before Intercept
- 526 — UCD Ring Time after Intercept
ขั้นตอน
- ตรวจสอบโปรแกรม 524 ว่าเป็นโหมดที่ต้องการ
- ตรวจสอบเวลาในโปรแกรม 525
- ตรวจสอบเวลาในโปรแกรม 526
- ตรวจสอบปลายทาง Flexible Ringing
- ให้สมาชิก UCD ว่าง
- โทรเข้าจากภายนอก
- ไม่รับสายที่เครื่องสมาชิก
- จับเวลาจนถึงการ Intercept
- ตรวจสอบเครื่องสำรอง
- รับสายจากเครื่องสำรอง
- ทดสอบเสียงสนทนา
- บันทึกผล
การทดสอบนี้ต้องแยกจากกรณีทุกเครื่อง Busy เพราะใช้เงื่อนไขและโปรแกรมต่างกัน
⑳ วิธีตรวจสอบ DND และ Call Forwarding
โทรศัพท์ที่เปิด DND หรือ Call Forwarding อาจไม่รับสายตามที่คาดหวัง
ตรวจสอบไฟ FWD/DND
| สถานะไฟ | ความหมาย |
|---|---|
| ดับ | ไม่ได้ตั้ง FWD หรือ DND |
| สีแดงติดค้าง | DND |
| สีแดงกะพริบช้า | Call Forwarding |
ขั้นตอน
- ตรวจสอบไฟบนเครื่องที่มีปัญหา
- ทดสอบโทรภายใน
- ตรวจสอบว่าเครื่องดังหรือไม่
- หากมี DND หรือ FWD ให้ตรวจสอบกับผู้ใช้งาน
- ยกเลิกเฉพาะเมื่อได้รับอนุญาต
- โทรทดสอบอีกครั้ง
ข้อควรระวัง
คำสั่ง 710# ใช้ยกเลิกการตั้ง FWD/DND ของ Extension ได้ แต่ไม่ควรกดโดยไม่ตรวจสอบ เพราะอาจยกเลิกการส่งสายที่พนักงานต้องการใช้งานอยู่
㉑ วิธีตรวจสอบคุณภาพเสียงหลังรับสาย
การทดสอบรับสายไม่ได้จบเพียงแค่โทรศัพท์ดัง
ต้องตรวจสอบคุณภาพการสนทนาด้วย
รายการตรวจสอบ
- ได้ยินเสียงผู้โทรชัดเจนหรือไม่
- ผู้โทรได้ยินเสียงพนักงานหรือไม่
- มีเสียงซ่าหรือเสียงรบกวนหรือไม่
- มีเสียงฮัมต่อเนื่องหรือไม่
- เสียงเบาผิดปกติหรือไม่
- เสียงขาดหายระหว่างสนทนาหรือไม่
- สายหลุดระหว่างการทดสอบหรือไม่
- หลังวางสาย CO Line กลับมาว่างหรือไม่
แนวทางทดสอบ
ให้ผู้โทรและผู้รับพูดสลับกันอย่างน้อยหลายประโยค แล้วตรวจสอบความชัดเจนของเสียงทั้งสองทิศทาง
หากพบปัญหาคุณภาพเสียงเฉพาะ CO Line เส้นเดียว ควรตรวจสอบสายภายนอก จุดต่อ และพอร์ตที่เกี่ยวข้องก่อน
㉒ วิธีทดสอบรับสายหลายเส้นพร้อมกัน
สำนักงานที่มี CO Line หลายเส้นควรทดสอบสถานการณ์ที่มีสายเข้ามาพร้อมกันด้วย
ตัวอย่าง
- CO 1 มีลูกค้าโทรเข้า
- CO 2 มีลูกค้าโทรเข้า
- CO 3 มีลูกค้าโทรเข้า
ขั้นตอน
- เตรียมผู้โทรภายนอกให้เพียงพอ
- ตรวจสอบว่า CO Line ทุกเส้นพร้อมใช้งาน
- โทรเข้าหลายหมายเลขในช่วงเวลาใกล้กัน
- ตรวจสอบว่าเครื่องปลายทางแต่ละเส้นดังตามแผน
- รับสาย CO 1
- รับสาย CO 2
- รับสาย CO 3
- ทดสอบเสียงแต่ละคู่สนทนา
- ตรวจสอบว่าไม่มีสายถูกเชื่อมผิดคู่
- วางสายและตรวจสอบสถานะพอร์ต
ข้อควรระวัง
ต้องมีจำนวน CO Line และโทรศัพท์ภายนอกเพียงพอสำหรับการทดสอบ
การทดสอบพร้อมกันควรทำในช่วงที่ไม่กระทบการให้บริการลูกค้าจริง
㉓ วิธีตรวจสอบสายหลุดและการคืนสถานะ CO Line
หลังจบการสนทนา ควรตรวจสอบว่าสายนอกถูกปล่อยกลับสู่สถานะพร้อมใช้งาน
ขั้นตอน
- โทรเข้าทาง CO Line ที่ต้องการทดสอบ
- รับสายจากเครื่องปลายทาง
- สนทนาทดสอบ
- ให้ผู้โทรภายนอกวางสาย
- ตรวจสอบสถานะ CO Line บนโทรศัพท์ PT
- รอการปล่อยสัญญาณตามการทำงานของระบบ
- ทดสอบโทรเข้าใหม่
หาก CO Line ค้าง Busy
ควรตรวจสอบสัญญาณตัดสายจากผู้ให้บริการ เงื่อนไข CPC Signal Detection และการเชื่อมต่อที่เกี่ยวข้อง
ไม่ควรรีบสรุปว่าพอร์ต CO Line เสีย โดยยังไม่ตรวจสอบสัญญาณจากเครือข่ายภายนอก
㉔ วิธีแก้ปัญหาโทรเข้ามาแล้วไม่มีเครื่องดัง
ขั้นตอนตรวจสอบ
- ตรวจสอบว่าหมายเลขภายนอกโทรติดหรือไม่
- ตรวจสอบว่ามีสัญญาณเรียกเข้าที่ CO Line หรือไม่
- ตรวจสอบ Time Service Mode
- ตรวจสอบโปรแกรม 414–416
- หากเป็น DIL ให้ตรวจสอบปลายทาง
- หากเป็น Normal ให้ตรวจสอบ Flexible Ringing
- ตรวจสอบ Delayed Ringing
- ตรวจสอบ DND
- ตรวจสอบ Call Forwarding
- ตรวจสอบโทรศัพท์และ Extension Jack
- ทดสอบจากหมายเลขภายนอกอีกครั้ง
การแยกอาการ
โทรภายในดัง แต่สายนอกไม่ดัง: ควรตรวจสอบเส้นทางรับสายจาก CO Line ก่อน
ทั้งโทรภายในและสายนอกไม่ดัง: ควรตรวจสอบตัวโทรศัพท์ เสียงเรียกเข้า สายเชื่อมต่อ และสถานะ Extension
มีสายเข้าแต่ไปเครื่องอื่น: ควรตรวจสอบ DIL, Flexible Ringing, FWD และ Time Service
㉕ วิธีแก้ปัญหาสายเข้าผิดเครื่องหลังเปลี่ยนโปรแกรม
ตัวอย่าง
ก่อนแก้ไข
CO 1 → เบอร์ 101
หลังแก้ไข
CO 1 → เบอร์ 109 โดยไม่ตั้งใจ
วิธีตรวจสอบ
- ยืนยัน CO Line ที่โทรเข้า
- ตรวจสอบช่วงเวลาที่ทดสอบ
- ตรวจสอบ CO Line Mode
- ตรวจสอบค่า DIL Destination
- หากเป็น Normal ให้ตรวจสอบ Flexible Ringing
- ตรวจสอบ Call Forwarding ของปลายทางเดิม
- ตรวจสอบผังหมายเลข Extension
- เปรียบเทียบกับค่าที่บันทึกก่อนแก้ไข
- แก้ไขเฉพาะค่าที่ผิด
- โทรทดสอบใหม่
ข้อควรระวัง
ไม่ควรเปลี่ยนโปรแกรมหลายรายการพร้อมกันโดยไม่มีบันทึก เพราะอาจทำให้ระบุสาเหตุของปัญหาได้ยากขึ้น
㉖ ตารางทดสอบรับสายเข้าทุก CO Line
| CO Line | โหมด | ปลายทางที่ต้องการ | ผลจริง |
|---|---|---|---|
| CO 1 | Day | 101 | รอทดสอบ |
| CO 2 | Day | 102 | รอทดสอบ |
| CO 3 | Day | 103 | รอทดสอบ |
| CO 1 | Night | 109 | รอทดสอบ |
| CO 2 | Night | 109 | รอทดสอบ |
| CO 3 | Night | 110 | รอทดสอบ |
| CO 1 | Lunch | 103 | รอทดสอบ |
| CO 2 | Lunch | 104 | รอทดสอบ |
| CO 3 | Lunch | 109 | รอทดสอบ |
ข้อมูลเพิ่มเติมที่ควรบันทึก
- วันที่ทดสอบ
- ชื่อผู้ทดสอบ
- หมายเลขภายนอกที่ใช้โทร
- หมายเลข CO Line
- Time Service Mode
- หมายเลข Extension ที่ได้รับสาย
- เวลาที่เริ่มดัง
- ผลการสนทนา
- เสียงรบกวน
- ปัญหาที่พบ
- วิธีแก้ไข
- ผลทดสอบซ้ำ
ตารางนี้เป็นตัวอย่างสำหรับบันทึกผล ไม่ใช่ข้อมูลผลทดสอบจากตู้จริง
㉗ ขั้นตอนส่งมอบระบบหลังทดสอบ
เมื่อแก้ไขและทดสอบระบบเรียบร้อยแล้ว ควรส่งมอบข้อมูลให้ผู้ดูแลสำนักงาน
รายการส่งมอบ
- ผัง CO Line ทั้งหมด
- ผังหมายเลขโทรศัพท์ภายใน
- ตารางการกระจายสาย Day
- ตารางการกระจายสาย Night
- ตารางการกระจายสาย Lunch
- รายการค่าที่เปลี่ยนแปลง
- ตาราง Flexible Ringing
- ตาราง Delayed Ringing
- ปลายทาง DIL
- ข้อมูล DISA หากใช้งาน
- ข้อมูล UCD หากใช้งาน
- รายชื่อเครื่องรับสายสำรอง
- ผลทดสอบสายนอกแต่ละเส้น
- ผลทดสอบคุณภาพเสียง
- ข้อจำกัดหรือปัญหาที่ยังไม่ได้แก้ไข
- แนวทางติดต่อผู้ดูแลระบบเมื่อเกิดปัญหา
ข้อแนะนำ
ควรให้พนักงานประชาสัมพันธ์หรือผู้ใช้งานหลักทดลองรับสายด้วยตนเองก่อนปิดงาน เพื่อยืนยันว่ารูปแบบการทำงานตรงกับความต้องการจริง
㉘ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทดสอบระบบรับสายเข้า Panasonic KX-TES824
หลังเปลี่ยนการตั้งค่า Panasonic KX-TES824 ต้องทดสอบอะไรบ้าง?
ควรทดสอบ CO Line ทุกเส้น ปลายทางรับสาย Day/Night/Lunch คุณภาพเสียง และฟังก์ชันรับสายที่ใช้งานจริง
โปรแกรม 414 ใช้ทำอะไร?
กำหนด CO Line Mode ในช่วง Day
โปรแกรม 415 ใช้ทำอะไร?
กำหนด CO Line Mode ในช่วง Night
โปรแกรม 416 ใช้ทำอะไร?
กำหนด CO Line Mode ในช่วง Lunch
ต้องทดสอบ CO Line ทุกเส้นหรือไม่?
ควรทดสอบทุกเส้นที่ติดตั้งและใช้งาน เพื่อยืนยันว่าการตั้งค่าตรงกับหมายเลขภายนอกและพอร์ตจริง
ทดสอบจากโทรศัพท์ภายในอย่างเดียวเพียงพอหรือไม่?
ไม่เพียงพอสำหรับยืนยันการรับสายจาก CO Line ต้องโทรเข้าจากภายนอกจริงด้วย
วิธีตรวจสอบ Day/Night/Lunch ทำอย่างไร?
ใช้ Display PT ที่รองรับ วางหูแล้วกด # เพื่อดู Time Service Mode ปัจจุบัน
Flexible Ringing ใช้โปรแกรมอะไร?
408, 409 และ 410 ตามช่วงเวลา
Delayed Ringing ใช้โปรแกรมอะไร?
411, 412 และ 413 ตามช่วงเวลา
ทดสอบ UCD ใช้โปรแกรมอะไรตรวจสอบ?
ควรตรวจสอบ Extension Group โปรแกรม 600, UCD Group โปรแกรม 520 และ CO Line Mode ที่เกี่ยวข้อง
ทำไมสายเข้าไปเครื่องเวรทั้งที่เป็นกลางวัน?
อาจเกิดจาก CO Line Mode, Flexible Ringing หรือ Call Forwarding ที่กำหนดไว้ผิดปลายทาง
ทำไมเครื่องไม่ดังแต่ปุ่ม CO กะพริบ?
อาจเกิดจาก DND หรือการตั้งไม่ให้เครื่องส่งเสียงเรียกเข้า ต้องตรวจสอบสถานะโทรศัพท์ประกอบ
ทำไมโทรเข้าแล้วสายหลุด?
อาจเกิดจากเงื่อนไขการตัดสาย การตั้งค่าระบบ หรือสัญญาณจากผู้ให้บริการ ควรตรวจสอบทีละส่วน
หลังเปลี่ยนโปรแกรมต้องรีสตาร์ตตู้หรือไม่?
โดยทั่วไปการเปลี่ยนค่ารับสายจำนวนมากสามารถใช้งานได้หลังบันทึกตามขั้นตอน โดยไม่จำเป็นต้องรีสตาร์ตตู้ทุกครั้ง แต่ควรอ้างอิงข้อกำหนดของรายการโปรแกรมที่แก้ไขจริง
ควรเก็บผลทดสอบไว้หรือไม่?
ควรเก็บไว้ เพื่อใช้เปรียบเทียบเมื่อมีการเปลี่ยนค่าระบบครั้งถัดไปหรือเมื่อเกิดปัญหาในอนาคต
㉙ สรุปวิธีทดสอบระบบรับสายเข้า Panasonic KX-TES824 หลังเปลี่ยนการตั้งค่า
การทดสอบระบบรับสายเข้า Panasonic KX-TES824 หลังเปลี่ยนการตั้งค่า เป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยยืนยันว่าการรับสายจาก CO Line ทุกเส้นทำงานถูกต้องตามแผน
ผู้ดูแลควรตรวจสอบทั้ง CO Line Mode, Flexible Ringing, Delayed Ringing และ Time Service รวมถึงฟังก์ชัน DISA และ UCD หากระบบมีการใช้งาน
ขั้นตอนสำคัญ
- จัดทำรายการ CO Line ทั้งหมด
- ตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ภายนอก
- ตรวจสอบหมายเลข Extension และ Extension Jack
- สำรองค่าระบบหลังแก้ไข
- ตรวจสอบ CO Line Mode โปรแกรม 414–416
- ตรวจสอบ Flexible Ringing โปรแกรม 408–410
- ตรวจสอบ Delayed Ringing โปรแกรม 411–413
- ตรวจสอบโปรแกรม 000, 006 และ 007
- ตรวจสอบ DND และ Call Forwarding
- ทดสอบสายเข้าช่วง Day
- ทดสอบสายเข้าช่วง Night
- ทดสอบสายเข้าช่วง Lunch
- ทดสอบ CO Line ทุกเส้นทีละหมายเลข
- ทดสอบคุณภาพเสียงสนทนาสองทาง
- ทดสอบ DISA หากใช้งาน
- ทดสอบ UCD หากใช้งาน
- ทดสอบกรณีเครื่องไม่ว่าง
- ทดสอบกรณีไม่มีผู้รับสาย
- ทดสอบเครื่องสำรอง
- ทดสอบสายเข้าหลายเส้นพร้อมกัน
- ตรวจสอบการปล่อยสายเมื่อวางหู
- คืนระบบกลับสู่โหมดทำงานปกติ
- ตรวจสอบ Automatic Time Service
- บันทึกผลและข้อผิดพลาด
- ส่งมอบตารางการตั้งค่าให้ผู้ดูแลสำนักงาน
comsiam แนะนำ ให้ตรวจสอบทีละ CO Line และทีละ Time Service Mode โดยใช้แบบฟอร์มบันทึกผล เพื่อแยกปัญหาได้ว่ามาจากสายนอก การกระจายสาย หรือโทรศัพท์ปลายทาง
หากพบข้อผิดพลาด ควรแก้เฉพาะค่าที่เกี่ยวข้องแล้วโทรทดสอบซ้ำ ไม่ควรรีเซ็ตตู้หรือเปลี่ยนหลายโปรแกรมโดยไม่มีข้อมูลสำรอง
การทดสอบครบทั้งการเรียกเข้า การรับสาย คุณภาพเสียง การส่งต่อ และการคืนสถานะของ CO Line ช่วยลดโอกาสพลาดสายลูกค้าและทำให้ระบบ Panasonic KX-TES824 พร้อมใช้งานตามความต้องการของสำนักงาน
ComSiam Professional Team







