ComSiam Service
การตั้งค่า Account Code Panasonic KX-TES824 ให้ใส่รหัสก่อนโทรออกสายนอก สามารถทำได้ด้วยโปรแกรม 605 (Account Code Mode) และโปรแกรม 310 (Account Code) เพื่อควบคุมการใช้งานโทรศัพท์ภายในสำนักงานและบันทึกข้อมูลการโทรตามรหัสที่กำหนด
ฟังก์ชันนี้เหมาะสำหรับบริษัท สำนักงาน โรงแรม โรงงาน และองค์กรที่ต้องการให้พนักงานระบุรหัสก่อนโทรออก เพื่อช่วยตรวจสอบว่าแต่ละสายโทรศัพท์ถูกใช้โดยพนักงาน แผนก หรือลูกค้ารายใด
Panasonic KX-TES824 รองรับ Account Code 4 รูปแบบ ได้แก่ Option, Forced, Verify-All และ Verify-Toll ซึ่งมีลักษณะการบังคับใช้และการตรวจสอบรหัสแตกต่างกัน
หากต้องการให้พนักงานกรอกรหัสที่ระบบตรวจสอบก่อนโทรออกทุกครั้ง ควรเลือก Verify-All ไม่ใช่ Forced เพียงอย่างเดียว เพราะ Forced บังคับให้กรอกรหัส 4 หลัก แต่ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ตรวจสอบว่ารหัสนั้นอยู่ในรายการที่อนุญาต
บทความนี้ comsiam อธิบายวิธีตั้ง Account Code Panasonic KX-TES824 อย่างละเอียด พร้อมขั้นตอนตั้งผ่าน Panasonic KX-T7730 ตัวอย่างรหัสพนักงาน การใช้งาน Account Code ทั้ง 4 โหมด วิธีบันทึกค่าโทร และแนวทางแก้ไขปัญหาเมื่อกรอกรหัสแล้วโทรออกไม่ได้
① Account Code Panasonic KX-TES824 คืออะไร?
Account Code คือรหัสตัวเลข 4 หลักที่ใช้ระบุข้อมูลการโทรออกผ่านสายนอก CO Line เพื่อช่วยในการตรวจสอบการใช้งาน การทำบัญชี และการแบ่งค่าใช้จ่ายตามพนักงาน แผนก หรือลูกค้า
เมื่อใช้งานร่วมกับระบบ SMDR (Station Message Detail Recording) ผู้ดูแลสามารถใช้ข้อมูล Account Code ประกอบการตรวจสอบรายการโทรศัพท์ได้
Account Code มีประโยชน์อย่างไร?
- ระบุรหัสก่อนโทรออกสายนอก
- แยกการใช้งานโทรศัพท์ตามพนักงาน
- แบ่งค่าใช้จ่ายตามแผนกหรือลูกค้า
- ช่วยตรวจสอบการใช้สายนอก
- ลดการโทรออกโดยไม่บันทึกรหัส
- รองรับการตรวจสอบรหัสที่ได้รับอนุญาต
- ใช้งานร่วมกับระบบ TRS เพื่อควบคุมสิทธิ์โทรออก
- ช่วยให้องค์กรจัดทำรายงานการใช้โทรศัพท์ได้เป็นระบบ
Account Code ไม่ใช่ระบบล็อกอินผู้ใช้งานเต็มรูปแบบ และไม่ใช่ระบบกำหนดวงเงินค่าโทรเป็นจำนวนเงินบาทโดยตรง
② Panasonic KX-TES824 มี Account Code กี่โหมด?
Panasonic KX-TES824 รองรับ Account Code ทั้งหมด 4 โหมด
| โหมด | การทำงาน |
|---|---|
| Option | ใส่รหัสหรือไม่ใส่ก็ได้ |
| Forced | บังคับให้กรอกรหัส 4 หลัก |
| Verify-All | บังคับใช้รหัสที่บันทึกไว้ในโปรแกรม 310 |
| Verify-Toll | ใช้รหัสที่ตรวจสอบแล้วเพื่อข้ามข้อจำกัด TRS บางระดับ |
Option — ไม่บังคับกรอกรหัส
ผู้ใช้งานสามารถโทรออกได้ตามสิทธิ์ปกติ และเลือกกรอก Account Code เมื่อต้องการบันทึกรายการโทร
เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการแยกรายการโทรตามลูกค้าหรือโครงการ โดยไม่จำเป็นต้องบังคับพนักงานทุกครั้ง
Forced — บังคับกรอกรหัส
ผู้ใช้งานต้องกรอก Account Code 4 หลักภายใน 5 วินาทีหลังเลือกสายนอก
โหมดนี้ช่วยป้องกันการลืมกรอกรหัส แต่ไม่ได้ตรวจสอบรหัสกับรายการที่บันทึกไว้ในโปรแกรม 310 แบบเดียวกับ Verify-All
Verify-All — ตรวจสอบรหัสก่อนโทรออก
ผู้ใช้งานต้องกรอกรหัส 4 หลักที่ตรงกับรายการที่ตั้งไว้ในโปรแกรม 310 ภายใน 5 วินาทีหลังเลือกสายนอก
หากรหัสไม่ถูกต้อง ระบบจะส่งสัญญาณ Reorder Tone และไม่ดำเนินการโทรตามขั้นตอนปกติ
เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการบังคับใช้รหัสที่ได้รับอนุญาตจริง
Verify-Toll — ใช้รหัสเพื่อข้าม TRS บางข้อจำกัด
อนุญาตให้เครื่องที่ใช้ COS 3–5 ใช้รหัสที่ตรวจสอบผ่านเพื่อเปลี่ยนสิทธิ์ TRS เป็น COS 2 ชั่วคราวสำหรับการโทรครั้งนั้น
โหมดนี้ไม่ได้หมายความว่าต้องกรอกรหัสก่อนโทรออกทุกสาย หากไม่ได้ใช้รหัส ระบบยังตรวจสอบการโทรด้วย TRS ตามปกติ
③ ควรเลือก Account Code โหมดไหนดี?
| ความต้องการ | โหมดที่เหมาะสม |
|---|---|
| บันทึกรหัสเมื่อต้องการ | Option |
| บังคับให้กรอกตัวเลข 4 หลัก | Forced |
| บังคับให้ใช้เฉพาะรหัสที่บันทึกไว้ | Verify-All |
| ใช้รหัสเพื่อเพิ่มสิทธิ์ TRS ชั่วคราว | Verify-Toll |
สำหรับสำนักงานที่ต้องการให้พนักงานใส่รหัสก่อนโทรออกทุกครั้ง และต้องการตรวจสอบว่ารหัสนั้นได้รับอนุญาตจริง แนะนำ Verify-All
หากต้องการเพียงบันทึกรหัสประกอบรายการโทร โดยไม่จำเป็นต้องตรวจสอบกับฐานข้อมูลรหัส อาจใช้ Forced ได้
④ รหัสโปรแกรม Account Code Panasonic KX-TES824
| โปรแกรม | หน้าที่ |
|---|---|
| 605 | กำหนด Account Code Mode ของแต่ละ Extension Jack |
| 310 | บันทึกรหัส Account Code |
| 805 | ตั้งรูปแบบแสดง Account Code ใน SMDR |
| 601–603 | กำหนด COS ตามช่วงเวลา |
| 302–305 | กำหนดหมายเลขต้องห้าม TRS |
| 309 | กำหนดหมายเลขฉุกเฉิน |
โปรแกรม 605 และ 310 เป็นสองโปรแกรมหลักในการตั้ง Account Code ส่วนโปรแกรม 805 เกี่ยวข้องกับการแสดงข้อมูลในรายงานการโทร
ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนโปรแกรม TRS หากต้องการใช้ Verify-All เพื่อบังคับรหัสอย่างเดียว แต่ยังควรตรวจสอบสิทธิ์ CO Line และ COS ที่มีอยู่แล้ว
⑤ Account Code Panasonic KX-TES824 ตั้งได้กี่รหัส?
โปรแกรม 310 รองรับการกำหนด Account Code จำนวน 50 รายการ โดยแต่ละรหัสเป็นตัวเลข 4 หลักตั้งแต่ 0000 ถึง 9999
ตัวอย่างแผนการจัดรหัส
| Code Number | Account Code | ผู้ใช้งาน |
|---|---|---|
| 01 | 2741 | ผู้จัดการ |
| 02 | 5832 | ฝ่ายขาย 1 |
| 03 | 7164 | ฝ่ายขาย 2 |
| 04 | 4296 | ฝ่ายบัญชี |
| 05 | 8527 | ฝ่ายจัดซื้อ |
ตัวเลขเหล่านี้เป็นรหัสสมมติสำหรับอธิบายเท่านั้น ไม่ควรนำมาใช้เป็นรหัสจริงโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลง
ควรหลีกเลี่ยงรหัสที่เดาง่าย เช่น 0000, 1111 หรือ 1234 และกำหนดวิธีจัดเก็บรหัสอย่างเหมาะสม
ข้อควรระวัง: Verify-All ตรวจสอบว่ารหัสตรงกับรายการในระบบ แต่ไม่ได้พิสูจน์ว่าเจ้าของรหัสเป็นผู้กดโทรจริง หากพนักงานแชร์รหัสกัน รายงานก็อาจไม่สะท้อนผู้ใช้งานที่แท้จริง
⑥ สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนตั้ง Account Code
ก่อนเริ่มควรเตรียมข้อมูลดังนี้
- ตู้สาขา Panasonic KX-TES824 ที่ทำงานปกติ
- โทรศัพท์ Panasonic KX-T7730 หรือรุ่นที่รองรับ System Programming
- รหัสผ่านสำหรับเข้าโปรแกรมระบบ
- รายชื่อพนักงานหรือแผนกที่ต้องใช้ Account Code
- หมายเลข Extension Jack ของแต่ละเครื่อง
- รายการ Account Code ที่ต้องการกำหนด
- ข้อมูล COS และ TRS ปัจจุบัน
- ผัง CO Line ที่เชื่อมต่อ
- วิธีจัดเก็บและควบคุมรหัสขององค์กร
ควรบันทึกค่าปัจจุบันก่อนแก้ไข โดยเฉพาะสำนักงานที่มีการใช้งาน Account Code อยู่แล้ว
⑦ วิธีเข้า System Programming Panasonic KX-TES824
การตั้งค่าทำผ่านโทรศัพท์ Panasonic ที่รองรับ System Programming โดยปกติใช้เครื่องที่เชื่อมต่อกับ Extension Jack 01
ขั้นตอนเข้าโปรแกรม
- วางหูโทรศัพท์
- กดปุ่ม PROGRAM
- กด
*# - ใส่รหัสผ่าน System Programming
- รอหน้าจอเข้าสู่ระบบตั้งค่า
- กดหมายเลขโปรแกรมที่ต้องการ
ตัวอย่าง:
PROGRAM → *# → รหัสผ่าน → 605
หากระบบยังใช้รหัสผ่านเริ่มต้น อาจเป็น 1234 แต่ควรใช้รหัสปัจจุบันของตู้ที่ผู้ดูแลกำหนดไว้
ไม่ควรรีเซ็ตตู้สาขาเมื่อไม่ทราบรหัสผ่านโดยไม่มีข้อมูลสำรอง
⑧ วิธีตั้ง Account Code Mode ด้วยโปรแกรม 605
โปรแกรม 605 ใช้กำหนดโหมดการกรอก Account Code ของโทรศัพท์แต่ละ Extension Jack
ตัวอย่าง
ต้องการตั้งเครื่องที่ต่อกับ Extension Jack 05 ให้ใช้ Verify-All
ขั้นตอนตั้งค่า
- เข้า System Programming
- กด
605 - กด NEXT
- เลือก Extension Jack หมายเลข
05 - กด SELECT เพื่อเลือกรูปแบบ Account Code
- เลือก
Verify-All - กด STORE เพื่อบันทึก
- ตรวจสอบค่าที่แสดงบนหน้าจอ
- กด END เมื่อเสร็จสิ้น
ลำดับการตั้งค่า:
605 → NEXT → 05 → SELECT (Verify-All) → STORE
ตัวอย่างค่าที่ต้องการ
| Extension Jack | โหมด |
|---|---|
| 01 | Option |
| 02 | Verify-All |
| 03 | Verify-All |
| 04 | Forced |
| 05 | Verify-All |
| 06 | Verify-Toll |
ตารางนี้เป็นตัวอย่างการออกแบบ ไม่ใช่ค่าจากโรงงาน
โปรแกรม 605 อ้างอิง Extension Jack ไม่ใช่หมายเลขเบอร์ภายในโดยตรง จึงต้องตรวจสอบผังพอร์ตให้ถูกต้องก่อนตั้งค่า
⑨ วิธีเพิ่ม Account Code ด้วยโปรแกรม 310
หลังตั้ง Verify-All แล้ว ต้องบันทึกรหัสที่ระบบจะใช้ตรวจสอบในโปรแกรม 310
ตัวอย่าง
ต้องการกำหนด Account Code 5832 ในตำแหน่ง Code Number 02
ขั้นตอนตั้งค่า
- เข้า System Programming
- กด
310 - กด NEXT
- เลือก Code Number
02 - ใส่ Account Code
5832 - กด STORE
- ตรวจสอบค่าที่บันทึก
- ทำซ้ำกับรายการอื่นตามต้องการ
- กด END เมื่อเสร็จสิ้น
ลำดับการตั้งค่า:
310 → NEXT → 02 → 5832 → STORE
เมื่อบันทึกแล้ว รหัสนี้สามารถใช้เป็น Account Code ที่ตรวจสอบได้ในโหมดที่รองรับ เช่น Verify-All และ Verify-Toll
ก่อนเขียนทับ Code Number ควรตรวจสอบว่ามีรหัสเดิมใช้งานอยู่หรือไม่
⑩ วิธีโทรออกด้วย Account Code บน Panasonic KX-T7730
หลังตั้ง Account Code Mode แล้ว พนักงานสามารถใช้รหัสก่อนโทรออกสายนอกได้
ขั้นตอนสำหรับโทรศัพท์ Panasonic แบบ Proprietary Telephone
- ยกหูโทรศัพท์
- กดปุ่ม CO หรือกดรหัสเลือกสายนอก เช่น 9 ตามการตั้งค่าของสำนักงาน
- กดปุ่ม FWD/DND หรือ PAUSE ตามฟังก์ชันที่โทรศัพท์รองรับ
- ใส่ Account Code จำนวน 4 หลัก
- รอสัญญาณพร้อมให้กดหมายเลข
- กดหมายเลขโทรศัพท์ปลายทาง
- สนทนาตามปกติ
ตัวอย่างเมื่อใช้รหัส 5832:
เลือก CO → FWD/DND → 5832 → หมายเลขปลายทาง
หากใช้ Verify-All หรือ Forced ต้องกรอกรหัสให้ทันภายใน 5 วินาทีหลังเลือกสายนอก
สำหรับ Verify-All รหัสต้องตรงกับรายการที่บันทึกในโปรแกรม 310 ด้วย
⑪ วิธีโทรออกด้วย Account Code บนโทรศัพท์ธรรมดา
หากใช้โทรศัพท์แบบ Single Line Telephone (SLT) สามารถใช้รหัสฟังก์ชัน 49 เพื่อกรอก Account Code ได้
ขั้นตอน
- ยกหูโทรศัพท์
- กดรหัสเลือกสายนอก เช่น
9หากสำนักงานกำหนดเช่นนั้น - กด
49 - ใส่ Account Code 4 หลัก
- รอสัญญาณตอบรับตามขั้นตอน
- กดหมายเลขปลายทาง
ตัวอย่าง:
9 → 49 → 5832 → หมายเลขปลายทาง
โทรศัพท์ SLT ยังรองรับการกด ** แทน 49 ตามรูปแบบที่คู่มือระบุ
ข้อควรระวัง
เลข 9 เป็นเพียงตัวอย่างรหัสเลือกสายนอก หากสำนักงานใช้รหัสหรือวิธีเลือก CO Line แตกต่างกัน ต้องใช้ค่าจริงของระบบ
เลข 49 เป็นรหัสฟังก์ชัน Account Code Entry ตามค่าอ้างอิงของระบบ และควรตรวจสอบการตั้งหมายเลขฟังก์ชันหากมีการปรับเปลี่ยนไว้
⑫ วิธีตั้งให้พนักงานต้องใส่รหัสก่อนโทรออกทุกครั้ง
หากต้องการให้พนักงานต้องกรอกรหัสที่ได้รับอนุญาตก่อนโทรออกทุกสาย ควรใช้ Verify-All
ขั้นตอนสรุป
- กำหนดรหัส 4 หลักให้พนักงาน
- บันทึกรหัสในโปรแกรม 310
- ตรวจสอบ Extension Jack ของพนักงาน
- เข้าโปรแกรม 605
- เลือก Verify-All สำหรับพอร์ตที่ต้องการ
- กด STORE
- ทดสอบโทรออกด้วยรหัสที่ถูกต้อง
- ทดสอบด้วยรหัสที่ไม่อยู่ในรายการ
- ตรวจสอบว่าการโทรภายในยังทำงานปกติ
- ตรวจสอบรายการโทรออกผ่าน SMDR หากใช้งานระบบบันทึกข้อมูล
ผลที่คาดหวัง
| การทำงาน | Verify-All |
|---|---|
| กรอกรหัสถูกต้อง | ผ่านการตรวจสอบรหัส |
| กรอกรหัสผิด | ไม่ผ่านการตรวจสอบ |
| ไม่กรอกรหัส | ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขการโทรออก |
| โทรภายใน | ไม่จำเป็นต้องใช้ Account Code สำหรับสายนอก |
| รับสายเข้าจากภายนอก | ไม่ต้องกรอก Account Code |
สำคัญ: แม้รหัสถูกต้อง การโทรออกยังต้องผ่านสิทธิ์ใช้สายนอกและข้อจำกัดอื่นของระบบ
⑬ Forced กับ Verify-All ต่างกันอย่างไร?
หลายคนเข้าใจว่า Forced และ Verify-All เป็นฟังก์ชันเดียวกัน เพราะต่างก็บังคับกรอกรหัสก่อนโทรออก
แต่ความจริงแตกต่างกัน
Forced
- ต้องกรอกรหัส 4 หลัก
- ไม่ได้ตรวจสอบรหัสกับรายการในโปรแกรม 310 แบบ Verify-All
- เหมาะสำหรับงานที่ต้องบันทึกรหัสประกอบรายการโทร
Verify-All
- ต้องกรอกรหัส 4 หลัก
- ต้องตรงกับ Account Code ที่บันทึกไว้
- รหัสไม่ถูกต้องจะถูกปฏิเสธ
- เหมาะสำหรับการควบคุมการใช้รหัสที่ได้รับอนุญาต
ดังนั้นหากองค์กรต้องการให้พนักงานใช้เฉพาะรหัสที่ผู้ดูแลระบบกำหนด ควรใช้ Verify-All
⑭ Verify-Toll ใช้ร่วมกับ TRS อย่างไร?
Verify-Toll เป็นโหมดพิเศษที่ใช้ Account Code เพื่อข้ามข้อจำกัด TRS บางระดับชั่วคราว
หลักการทำงาน
หากเครื่องอยู่ใน COS 3, COS 4 หรือ COS 5 และตั้ง Account Code Mode เป็น Verify-Toll ผู้ใช้สามารถกรอกรหัสที่ตรวจสอบผ่านเพื่อใช้สิทธิ์ COS 2 สำหรับการโทรครั้งนั้นได้
ตัวอย่าง
โทรศัพท์ฝ่ายบัญชีใช้ COS 4 และมีหมายเลขบางกลุ่มที่ถูกจำกัด
เมื่อใช้ Account Code ที่ถูกต้องใน Verify-Toll ระบบสามารถนำ COS 2 มาใช้ชั่วคราวตามเงื่อนไขที่คู่มือกำหนด
อย่างไรก็ตาม หากหมายเลขนั้นถูกจำกัดในตาราง Class 2 ก็ยังไม่สามารถถือว่าจะโทรออกได้ทุกกรณี
สิ่งที่ต้องตรวจสอบ
- เครื่องใช้ COS 3–5
- โปรแกรม 605 ตั้งเป็น Verify-Toll
- รหัสที่ใช้มีอยู่ในโปรแกรม 310
- ตาราง TRS เหมาะกับระดับสิทธิ์ที่ต้องการ
- ไม่มีข้อจำกัด CO Line อื่นขัดขวางการโทร
Verify-Toll ไม่ใช่โหมดที่บังคับให้กรอกรหัสก่อนโทรออกทุกสายเหมือน Verify-All
⑮ Account Code ใช้บันทึกค่าโทรศัพท์อย่างไร?
Panasonic KX-TES824 รองรับ SMDR สำหรับบันทึกรายละเอียดการโทร เช่น วัน เวลา หมายเลขปลายทาง ระยะเวลา และ Account Code ตามการตั้งค่าและความสามารถของระบบ
ตัวอย่างการใช้งาน
บริษัทให้พนักงานฝ่ายขายแต่ละคนใช้ Account Code ต่างกัน
| พนักงาน | Account Code |
|---|---|
| ฝ่ายขาย 1 | 5832 |
| ฝ่ายขาย 2 | 7164 |
| ฝ่ายขาย 3 | 4296 |
| ฝ่ายขาย 4 | 8527 |
เมื่อพนักงานใช้รหัสประกอบการโทร ผู้ดูแลสามารถนำข้อมูล SMDR ไปช่วยตรวจสอบรายการตามรหัสได้
โปรแกรม 805 ใช้ทำอะไร?
โปรแกรม 805 ใช้ควบคุมรูปแบบการแสดง Account Code ใน SMDR โดยสามารถเกี่ยวข้องกับการแสดงรหัสหรือหมายเลขลำดับของรหัสตามโหมดที่ใช้งาน
ข้อควรรู้: SMDR เป็นระบบบันทึกข้อมูลการโทร ไม่ใช่หลักฐานยืนยันผู้โทรอย่างสมบูรณ์ หากผู้ใช้หลายคนทราบ Account Code เดียวกัน
⑯ วิธีตั้ง Account Code สำหรับสำนักงานหลายแผนก
ตัวอย่างสำนักงานมีพนักงาน 12 คน ต้องการแบ่งสิทธิ์การโทรออกดังนี้
| กลุ่มผู้ใช้งาน | Account Code Mode |
|---|---|
| ผู้บริหาร | Option |
| ผู้จัดการ | Verify-All |
| ฝ่ายขาย | Verify-All |
| ฝ่ายบัญชี | Verify-All |
| ฝ่ายจัดซื้อ | Forced |
| พนักงานทั่วไป | Verify-All |
| โทรศัพท์ส่วนกลาง | Verify-Toll ตามนโยบาย |
ตารางนี้เป็นตัวอย่างเท่านั้น ไม่ใช่ค่าที่ Panasonic กำหนดไว้ตายตัว
แนวทางที่แนะนำ
- เลือก Verify-All สำหรับเครื่องที่ต้องตรวจสอบรหัสจริง
- เลือก Forced สำหรับงานที่เน้นบันทึกรหัสการโทร
- ใช้ Option เฉพาะจุดที่นโยบายอนุญาต
- ใช้ Verify-Toll เมื่อมีความจำเป็นต้องข้ามข้อจำกัด TRS และมีมาตรการควบคุม
- ไม่แชร์ Account Code ระหว่างพนักงานโดยไม่มีเหตุผล
⑰ ตั้ง Account Code แล้วโทรออกไม่ได้ เกิดจากอะไร?
1. กรอกรหัสไม่ทันเวลา
ในโหมด Forced และ Verify-All ต้องกรอก Account Code ภายใน 5 วินาทีหลังเลือก CO Line
2. รหัสไม่ตรงกับโปรแกรม 310
Verify-All ตรวจสอบว่ารหัสอยู่ในรายการที่บันทึกไว้จริง
3. ใช้ขั้นตอนการกดผิด
โทรศัพท์ Panasonic PT ใช้ FWD/DND หรือ PAUSE ตามที่รองรับ ส่วนโทรศัพท์ SLT ใช้รหัสฟังก์ชัน 49 หรือ ** ตามคู่มือ
4. ไม่มีสิทธิ์ใช้ CO Line
Account Code ไม่ได้เปิดสิทธิ์ใช้สายนอกให้เครื่องที่ถูกห้ามเลือก CO Line
5. ถูกจำกัดด้วย TRS
การกรอกรหัสถูกต้องใน Verify-All ไม่ได้หมายความว่าจะข้ามข้อจำกัด TRS ทุกประเภท
6. ตั้งโหมดไม่ตรงกับวัตถุประสงค์
ตัวอย่างเช่น ตั้ง Verify-Toll ทั้งที่ต้องการบังคับกรอกรหัสทุกสาย
7. ระบบใช้รหัสผ่าน Extension ที่มีเงื่อนไขซ้อนกัน
ใน Verify-Toll หากรหัสตรงกับ Extension Password ที่ตั้งไว้ ระบบอาจใช้สิทธิ์ของ Extension นั้นตามลำดับความสำคัญที่คู่มือระบุ
⑱ กรอกรหัสแล้วได้ยิน Reorder Tone แก้ไขอย่างไร?
Reorder Tone เป็นสัญญาณที่อาจเกิดขึ้นเมื่อระบบไม่ยอมรับการดำเนินการโทร
วิธีตรวจสอบ
- ตรวจสอบว่า Account Code มี 4 หลัก
- ตรวจสอบว่ากรอกรหัสถูกต้อง
- ตรวจสอบรายการในโปรแกรม 310
- ตรวจสอบโหมดในโปรแกรม 605
- ตรวจสอบว่ากรอกรหัสทันเวลา
- ตรวจสอบสิทธิ์ใช้ CO Line
- ตรวจสอบ TRS/COS ที่เกี่ยวข้อง
- ทดสอบด้วยรหัสที่ผู้ดูแลยืนยันแล้วว่าถูกต้อง
หากไม่ทราบสาเหตุ ไม่ควรเปลี่ยนทุกเครื่องเป็น Option เพื่อแก้ปัญหา เพราะอาจทำให้การควบคุม Account Code ที่องค์กรกำหนดไว้ไม่มีผล
⑲ กรอกรหัสผิดสามารถแก้ก่อนโทรได้หรือไม่?
ตามขั้นตอนการใช้งานของ Panasonic ผู้ใช้งานสามารถล้างรหัสที่กำลังกรอกและใส่ใหม่ได้ด้วยวิธีที่คู่มือรองรับ
ตัวอย่างเช่น
- กด
**ขณะกรอกรหัส - หรือใช้ปุ่ม FWD/DND ของโทรศัพท์ Panasonic ตามขั้นตอน
จากนั้นกรอก Account Code ใหม่
อย่างไรก็ตาม หากระบบส่ง Reorder Tone และยกเลิกการดำเนินการโทรแล้ว อาจต้องเริ่มเลือกสายนอกและกรอกรหัสใหม่ตั้งแต่ต้น
⑳ Account Code มีผลต่อสายเข้าและโทรภายในหรือไม่?
โดยทั่วไป Account Code Entry ใช้สำหรับการโทรออกผ่าน CO Line
การโทรภายใน
พนักงานยังสามารถโทรหาหมายเลขภายในตามสิทธิ์และการตั้งค่าปกติ โดยไม่ต้องกรอก Account Code สำหรับการโทรออกสายนอก
การรับสายเข้าจากภายนอก
ไม่ต้องกรอก Account Code เพื่อรับสายเข้า
การโอนสาย
การโอนสายภายในยังขึ้นอยู่กับฟังก์ชันและสิทธิ์การโอนสาย ส่วนการโอนออกไปยัง CO Line อาจมีเงื่อนไขเพิ่มเติม
ควรตรวจสอบการใช้งานจริง หากสำนักงานใช้ Call Forwarding to Outside Line หรือบันทึก Account Code ร่วมกับหมายเลขโทรด่วน
㉑ วิธีทดสอบ Account Code หลังตั้งค่า
หลังตั้งโปรแกรม 605 และ 310 ต้องทดสอบอย่างเป็นระบบ
ทดสอบ Verify-All
- เลือกเครื่องที่ตั้ง Verify-All
- เลือก CO Line
- กรอกรหัสที่ถูกต้อง
- โทรไปยังหมายเลขทดสอบที่ได้รับอนุญาต
- ตรวจสอบผลการโทร
- ทดสอบด้วยรหัสที่ไม่ได้บันทึกไว้
- ตรวจสอบว่ารหัสผิดถูกปฏิเสธ
ทดสอบ Forced
- เลือกเครื่องที่ตั้ง Forced
- ทดลองโทรโดยไม่กรอกรหัส
- ตรวจสอบพฤติกรรมของระบบ
- กรอกรหัส 4 หลักตามขั้นตอน
- ทดสอบการโทรออกและบันทึกข้อมูล
ทดสอบ Verify-Toll
- ตรวจสอบ COS ของเครื่อง
- ตรวจสอบ Denied Code
- ทดลองหมายเลขที่ได้รับอนุญาตด้วยการทดสอบที่ควบคุมได้
- ใช้ Account Code ที่ตรวจสอบแล้ว
- ตรวจสอบผลการใช้สิทธิ์ COS 2 ชั่วคราว
- ตรวจสอบข้อมูล SMDR หากใช้งานอยู่
ไม่ควรใช้หมายเลขฉุกเฉินหรือหมายเลขบริการค่าบริการสูงเพื่อทดสอบโดยไม่มีความจำเป็น
㉒ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการตั้ง Account Code
ใช้ Forced แทน Verify-All
Forced บังคับให้ใส่รหัส แต่ไม่ได้ตรวจสอบรายการรหัสเหมือน Verify-All
ตั้ง Verify-All แต่ไม่ได้เพิ่มรหัสในโปรแกรม 310
ทำให้ไม่มีรหัสที่ระบบสามารถตรวจสอบผ่านตามรายการที่ต้องการ
ใช้รหัสซ้ำระหว่างพนักงาน
ทำให้ยากต่อการระบุว่ารายการโทรเป็นของใคร
ไม่ตรวจสอบ Extension Jack
อาจตั้งโหมดผิดเครื่อง เพราะพอร์ตและหมายเลขภายในไม่ได้ตรงกันเสมอไป
ไม่ตรวจสอบสิทธิ์ TRS และ CO Line
Account Code ไม่ได้แทนที่ทุกข้อจำกัดของระบบ
เปิดเผยรหัสแก่บุคคลทั่วไป
อาจทำให้การตรวจสอบย้อนหลังไม่สะท้อนผู้ใช้งานที่แท้จริง
ไม่ทดสอบกับโทรศัพท์แต่ละประเภท
วิธีกรอกรหัสของ Panasonic PT และ SLT แตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบตามอุปกรณ์จริง
㉓ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Account Code Panasonic KX-TES824
Panasonic KX-TES824 ตั้งให้กรอกรหัสก่อนโทรออกได้หรือไม่?
ได้ โดยใช้ Account Code Mode โปรแกรม 605 และกำหนดรหัสผ่านโปรแกรม 310 ตามโหมดที่เลือก
โปรแกรม 605 ใช้ทำอะไร?
ใช้เลือก Account Code Mode ของแต่ละ Extension Jack ได้แก่ Option, Forced, Verify-All และ Verify-Toll
โปรแกรม 310 ใช้ทำอะไร?
ใช้บันทึก Account Code ตัวเลข 4 หลักสำหรับการตรวจสอบและการใช้งานที่เกี่ยวข้อง
Account Code ต้องมีกี่หลัก?
ใช้ตัวเลข 4 หลัก ตั้งแต่ 0000 ถึง 9999
Account Code ตั้งได้กี่รายการ?
โปรแกรม 310 รองรับ 50 รายการ
Forced กับ Verify-All ต่างกันอย่างไร?
Forced บังคับกรอกรหัส ส่วน Verify-All บังคับใช้รหัสที่ตรงกับรายการในโปรแกรม 310
ต้องการให้กรอกรหัสที่ตรวจสอบได้ทุกครั้งควรใช้โหมดใด?
ควรใช้ Verify-All
โทรศัพท์ธรรมดากด Account Code อย่างไร?
หลังเลือกสายนอก ใช้รหัสฟังก์ชัน 49 หรือ ** ตามคู่มือ แล้วกรอกรหัส 4 หลักก่อนกดหมายเลขปลายทาง
Verify-Toll ใช้กับ COS อะไร?
ใช้สำหรับข้ามข้อจำกัด TRS ของเครื่อง COS 3–5 ไปใช้ COS 2 ชั่วคราวตามเงื่อนไขของระบบ
Account Code ใช้ตรวจสอบค่าโทรศัพท์ได้หรือไม่?
ใช้ประกอบข้อมูลการโทรใน SMDR เพื่อการตรวจสอบและการทำบัญชีได้ แต่รายละเอียดค่าใช้จ่ายขึ้นกับการตั้งค่าและความสามารถด้านการบันทึกค่าโทรของระบบ
ตั้ง Account Code แล้วรับสายเข้าได้หรือไม่?
ได้ตามปกติ เพราะการรับสายเข้าไม่จำเป็นต้องกรอก Account Code
เบอร์ฉุกเฉินต้องกรอก Account Code หรือไม่?
ฟังก์ชัน Emergency Call รองรับการโทรหมายเลขฉุกเฉินที่กำหนดในระบบโดยไม่ต้องกรอก Account Code แม้เครื่องอยู่ใน Forced, Verify-All หรือ Verify-Toll ตามเงื่อนไขของคู่มือและความพร้อมของสายนอก
㉔ สรุปวิธีตั้ง Account Code Panasonic KX-TES824 ให้ใส่รหัสก่อนโทรออก
การตั้ง Account Code เป็นวิธีช่วยควบคุมการใช้โทรศัพท์สำนักงาน และจัดเก็บข้อมูลประกอบรายการโทรออกให้ตรวจสอบย้อนหลังได้ง่ายขึ้น
ขั้นตอนหลักประกอบด้วย
- วางแผนนโยบายการใช้ Account Code
- ตรวจสอบ Extension Jack ของแต่ละเครื่อง
- กำหนดรหัส 4 หลักที่เหมาะสม
- บันทึกรหัสในโปรแกรม 310
- ตั้ง Account Code Mode ในโปรแกรม 605
- เลือก Verify-All หากต้องการบังคับและตรวจสอบรหัส
- ตรวจสอบ TRS, COS และสิทธิ์ CO Line
- ทดสอบโทรออกด้วยรหัสที่ถูกต้อง
- ทดสอบรหัสที่ไม่อยู่ในรายการ
- ตรวจสอบ SMDR หากใช้งานระบบบันทึกรายละเอียดการโทร
- บันทึกและสำรองค่าระบบหลังตั้งค่า
comsiam แนะนำ ให้ใช้ Verify-All สำหรับสำนักงานที่ต้องการควบคุมการใช้รหัสก่อนโทรออกอย่างจริงจัง และกำหนด Account Code แตกต่างกันตามพนักงานหรือแผนก พร้อมจัดเก็บรหัสอย่างปลอดภัย
ส่วนองค์กรที่ต้องการบันทึกรายการโทรตามลูกค้าหรือโครงการ อาจเลือก Forced หรือ Option ตามความเหมาะสม โดยต้องเข้าใจความแตกต่างระหว่างการบังคับใส่รหัสกับการตรวจสอบความถูกต้องของรหัส
การตั้งค่าอย่างเหมาะสมช่วยเพิ่มความเป็นระเบียบในการใช้งานสายนอก ลดการโทรที่ไม่สามารถระบุรหัสประกอบได้ และช่วยให้องค์กรตรวจสอบค่าใช้จ่ายด้านโทรศัพท์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ComSiam Professional Team







