วิธีตั้ง Panasonic KX-TES824 ให้โทรออกได้เฉพาะเบอร์ลูกค้าและคู่ค้า

การตั้งค่า Panasonic KX-TES824 ให้โทรออกได้เฉพาะเบอร์ลูกค้าและคู่ค้า สามารถออกแบบได้ด้วยระบบ TRS (Toll Restriction) โดยใช้ตารางหมายเลขต้องห้าม (Denied Code) ร่วมกับตารางหมายเลขยกเว้น (Exception Code) และกำหนดสิทธิ์การโทรออกของแต่ละเครื่องผ่าน COS (Class of Service)

วิธีนี้เหมาะกับสำนักงาน บริษัท ฝ่ายขาย ฝ่ายบัญชี ศูนย์บริการ และองค์กรที่ต้องการให้พนักงานโทรติดต่อเฉพาะหมายเลขที่จำเป็นต่อการทำงาน โดยลดโอกาสการโทรออกไปยังหมายเลขอื่นที่ไม่ได้รับอนุญาต

ตัวอย่างเช่น บริษัทต้องการให้โทรศัพท์ของพนักงานติดต่อสำนักงานใหญ่ สาขา ลูกค้าประจำ และคู่ค้าทางธุรกิจได้ แต่ไม่ต้องการให้โทรออกไปยังหมายเลขส่วนตัวหรือหมายเลขที่ไม่ได้อยู่ในนโยบายขององค์กร

อย่างไรก็ตาม Panasonic KX-TES824 ไม่มีระบบ Allowlist แบบสมบูรณ์ที่ใช้โปรแกรม 306 เพียงอย่างเดียวแล้วบล็อกหมายเลขอื่นทั้งหมดโดยอัตโนมัติ ต้องออกแบบตาราง Denied Code ให้ครอบคลุมรูปแบบหมายเลขที่ต้องการห้าม และกำหนด Exception Code เพื่อยกเว้นเฉพาะหมายเลขที่จำเป็น

บทความนี้ comsiam อธิบายวิธีตั้ง TRS และ COS อย่างละเอียด พร้อมรหัสโปรแกรม ตัวอย่างการจัดทำรายการหมายเลขลูกค้า ขั้นตอนตั้งค่าผ่าน Panasonic KX-T7730 และวิธีทดสอบสิทธิ์ก่อนเปิดใช้งานจริง

① Panasonic KX-TES824 ตั้งให้โทรออกเฉพาะเบอร์ที่อนุญาตได้หรือไม่?

สามารถออกแบบการจำกัดการโทรให้มีลักษณะใกล้เคียงกับระบบ Allowlist ได้ โดยใช้ Denied Code และ Exception Code ทำงานร่วมกัน

หลักการคือ

  1. กำหนดหมายเลขหรือกลุ่มหมายเลขที่ต้องการจำกัด
  2. บันทึกรหัสเหล่านั้นใน Denied Code Table
  3. กำหนดหมายเลขที่อนุญาตให้โทรออกใน Exception Code Table
  4. กำหนด COS ให้เครื่องภายในที่ต้องการควบคุม
  5. ทดสอบว่าหมายเลขอื่นซึ่งไม่ได้รับอนุญาตถูกบล็อกจริง

ตัวอย่างการใช้งาน

บริษัทมีโทรศัพท์ 10 เครื่อง ต้องการกำหนดให้เครื่องของพนักงานทั่วไปสามารถโทรออกไปยัง

  • สำนักงานใหญ่
  • สำนักงานสาขา
  • ลูกค้าประจำ
  • คู่ค้าหลัก
  • หน่วยงานบริการที่จำเป็น

แต่ต้องการจำกัดการโทรไปยังหมายเลขอื่น

สามารถใช้ TRS เพื่อสร้างข้อจำกัดตามรูปแบบเลขหมาย แล้วใช้ Exception Code ระบุหมายเลขที่ได้รับอนุญาตเป็นพิเศษ

ข้อจำกัดสำคัญ: หมายเลขที่ไม่ตรงกับ Denied Code อาจยังโทรออกได้ แม้ไม่มีชื่ออยู่ใน Exception Code ดังนั้นต้องทดสอบความครอบคลุมของข้อจำกัดก่อนใช้งานจริง

② TRS, COS และ Exception Code ต่างกันอย่างไร?

การตั้งให้โทรเฉพาะเบอร์ที่ได้รับอนุญาตเกี่ยวข้องกับสามฟังก์ชันหลัก

ฟังก์ชันหน้าที่
TRSตรวจสอบและจำกัดหมายเลขโทรออก
COSกำหนดระดับสิทธิ์ของโทรศัพท์ภายใน
Exception Codeอนุญาตหมายเลขที่ได้รับการยกเว้นจาก TRS

TRS — Toll Restriction

ใช้ตรวจสอบหมายเลขปลายทางกับตารางหมายเลขต้องห้าม

COS — Class of Service

ใช้กำหนดระดับสิทธิ์ให้แต่ละ Extension Jack โดยรองรับ 5 ระดับ

Exception Code

ใช้บันทึกหมายเลขเต็มหรือรหัสนำหน้าที่ได้รับการยกเว้นจากข้อจำกัดของ TRS ตามระดับ COS ที่เกี่ยวข้อง

ทั้งสามฟังก์ชันต้องได้รับการตั้งค่าอย่างสัมพันธ์กัน จึงจะควบคุมการโทรออกได้ตามนโยบายของสำนักงาน

③ รหัสโปรแกรม Panasonic KX-TES824 ที่ต้องใช้

โปรแกรมหน้าที่
302TRS Denied Code Class 2
303TRS Denied Code Class 3
304TRS Denied Code Class 4
305TRS Denied Code Class 5
306TRS Exception Code
309Emergency Number
601TRS-COS Day
602TRS-COS Night
603TRS-COS Lunch
301TRS System Speed Dialling Class
405–407สิทธิ์เลือกใช้ CO Line

โปรแกรม 302–305

ใช้กำหนดหมายเลขที่ต้องการห้ามโทรออก

โปรแกรม 306

ใช้สร้างรายการหมายเลขที่ได้รับอนุญาตเป็นข้อยกเว้น

โปรแกรม 601–603

ใช้กำหนดระดับ COS ของแต่ละพอร์ตเครื่องในช่วงกลางวัน กลางคืน และพักกลางวัน

โปรแกรม 309

ใช้กำหนดหมายเลขฉุกเฉินที่ต้องรองรับการโทรตามเงื่อนไข Emergency Call ของระบบ

④ Panasonic KX-TES824 รองรับหมายเลขยกเว้นได้กี่รายการ?

โปรแกรม 306 รองรับ Exception Code สูงสุด 80 รายการ โดยแต่ละรายการรองรับตัวเลขได้สูงสุด 11 หลัก

อย่างไรก็ตาม จำนวนรายการที่ใช้ได้ขึ้นอยู่กับ COS ของเครื่อง

COSตำแหน่ง Exception Code ที่ใช้ได้
COS 1ไม่ถูกจำกัดด้วย TRS
COS 201–80
COS 301–60
COS 401–40
COS 501–20

ตัวอย่าง

หากพนักงานใช้ COS 5 จะสามารถใช้ข้อยกเว้นที่บันทึกในตำแหน่ง 01–20 ได้

แต่หากบันทึกเบอร์ลูกค้าไว้ที่ตำแหน่ง 45 เครื่อง COS 5 จะไม่ได้รับข้อยกเว้นจากรายการดังกล่าว

ดังนั้นผู้ดูแลควรวางแผนตำแหน่ง Exception Code ให้ตรงกับกลุ่มผู้ใช้งานตั้งแต่ต้น

⑤ สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนตั้งค่า

ก่อนเริ่มควรเตรียมข้อมูลต่อไปนี้

  1. ตู้ Panasonic KX-TES824 ที่ทำงานปกติ
  2. โทรศัพท์ Panasonic KX-T7730 หรือรุ่นที่รองรับ System Programming
  3. รหัสผ่านตั้งค่าระบบ
  4. รายชื่อ Extension Jack ของแต่ละเครื่อง
  5. รายการหมายเลขลูกค้าและคู่ค้าที่อนุญาต
  6. รายการ Denied Code ที่ตั้งไว้เดิม
  7. ตาราง COS ของพนักงาน
  8. รายการ CO Line ที่ใช้งาน
  9. หมายเลขฉุกเฉินที่จำเป็น
  10. แผนการทดสอบการโทรก่อนเปิดใช้งานจริง

ควรสำรองค่าระบบและตรวจสอบรายการเดิมก่อนเพิ่มหรือเปลี่ยน Denied Code และ Exception Code

⑥ วิธีวางแผนเบอร์ลูกค้าและคู่ค้าที่อนุญาต

ก่อนเข้าโปรแกรม ควรจัดทำตารางหมายเลขที่พนักงานจำเป็นต้องติดต่อ

ตัวอย่างตารางอนุญาต

กลุ่มหมายเลขผู้ได้รับอนุญาต
สำนักงานใหญ่เบอร์ Aทุกแผนก
สาขาเบอร์ Bทุกแผนก
ลูกค้าสำคัญเบอร์ Cฝ่ายขาย
คู่ค้าหลักเบอร์ Dจัดซื้อ
ฝ่ายบริการเบอร์ Eบัญชีและธุรการ

ให้แทนเบอร์ A–E ด้วยหมายเลขจริงที่ตรวจสอบแล้ว

ควรใช้เบอร์เต็มหรือรหัสนำหน้า?

หากต้องการอนุญาตเพียงหนึ่งหมายเลข ควรใช้หมายเลขเต็มเมื่อเหมาะสม

หากใช้รหัสนำหน้าสั้น เช่น 08 อาจทำให้หมายเลขจำนวนมากที่ขึ้นต้นด้วย 08 ได้รับการยกเว้นด้วย

คำแนะนำ: ใช้ข้อยกเว้นที่เจาะจงที่สุดเท่าที่จำเป็น เพื่อไม่ให้เปิดสิทธิ์กว้างกว่านโยบายของบริษัท

⑦ วิธีเข้า System Programming Panasonic KX-TES824

สามารถตั้งค่าผ่านโทรศัพท์ Panasonic KX-T7730 ที่ต่อกับพอร์ตที่ได้รับสิทธิ์เข้า System Programming โดยทั่วไปเป็น Extension Jack 01

ขั้นตอนเข้าโปรแกรม

  1. ตรวจสอบว่าโทรศัพท์อยู่ในสถานะวางหู
  2. กด PROGRAM
  3. กด *#
  4. ใส่รหัสผ่าน System Programming
  5. เมื่อเข้าสู่หน้าตั้งค่า ให้เลือกโปรแกรมที่ต้องการ

ตัวอย่าง:

PROGRAM → *# → รหัสผ่าน → 306

รหัสผ่านเริ่มต้นของระบบอาจเป็น 1234 แต่หากมีการเปลี่ยนแล้วต้องใช้รหัสปัจจุบัน

ไม่ควรล้างค่าตู้สาขาเพื่อแก้ปัญหาลืมรหัสผ่านโดยไม่มีข้อมูลสำรอง

⑧ วิธีตั้งหมายเลขยกเว้นด้วยโปรแกรม 306

โปรแกรม 306 ใช้บันทึกหมายเลขลูกค้าและคู่ค้าที่องค์กรต้องการอนุญาตเป็นข้อยกเว้น

ตัวอย่าง

สมมติองค์กรมีหมายเลขทดสอบที่ควบคุมได้หนึ่งหมายเลข และต้องการบันทึกลงใน Exception Code ตำแหน่ง 01

ขั้นตอนตั้งค่า

  1. เข้า System Programming
  2. เลือกโปรแกรม 306
  3. กด NEXT
  4. เลือก Code Number 01
  5. ใส่หมายเลขปลายทางที่ต้องการอนุญาต
  6. กด STORE
  7. ตรวจสอบค่าที่แสดง
  8. ทำซ้ำกับรายการลูกค้าและคู่ค้าอื่น
  9. กด END เมื่อเสร็จสิ้น

ตัวอย่างลำดับ:

306 → NEXT → 01 → หมายเลขลูกค้า → STORE

การตั้งค่าจริงให้ใช้ตัวเลขหมายเลขโทรศัพท์แทนข้อความตัวอย่าง

ข้อควรระวัง

ก่อนเลือก Code Number ต้องตรวจสอบว่ารายการนั้นไม่ได้เก็บหมายเลขสำคัญเดิมอยู่ เพราะการบันทึกทับอาจกระทบสิทธิ์ของพนักงานหลายเครื่อง

⑨ วิธีตั้ง Denied Code เพื่อจำกัดการโทรออก

การเพิ่ม Exception Code เพียงอย่างเดียวไม่ได้สร้างข้อจำกัดให้เบอร์อื่น

จึงต้องกำหนด Denied Code ก่อน หรือใช้ตารางหมายเลขต้องห้ามที่มีอยู่แล้ว

ตัวอย่างหลักการ

สมมติองค์กรต้องการจำกัดหมายเลขที่ขึ้นต้นด้วย 08 และอนุญาตให้โทรเฉพาะลูกค้าบางรายในกลุ่มนี้

สามารถออกแบบได้ดังนี้

  • Denied Code: 08
  • Exception Code: หมายเลขลูกค้าเต็มที่ได้รับอนุญาต

ขั้นตอนตั้ง Denied Code

  1. เข้า System Programming
  2. เลือกโปรแกรม 302
  3. กด NEXT
  4. เลือกตำแหน่งรายการว่าง
  5. ใส่รหัสนำหน้าหมายเลขที่ต้องการจำกัด
  6. กด STORE
  7. ตรวจสอบค่าที่บันทึก
  8. ทำซ้ำกับกลุ่มหมายเลขอื่นตามนโยบาย

ตัวอย่าง:

302 → NEXT → 01 → 08 → STORE

หาก COS ของเครื่องใช้โปรแกรม 302 และรายการ Exception Code ที่เกี่ยวข้อง เครื่องจะถูกจำกัดกลุ่มหมายเลข 08 โดยยกเว้นหมายเลขที่ได้รับอนุญาตตามเงื่อนไข

สำคัญ: การบล็อก 08 ไม่ใช่การบล็อกหมายเลขอื่นทั้งหมด องค์กรต้องออกแบบข้อจำกัดของหมายเลขกลุ่มอื่นเพิ่มเติมตามความต้องการ

⑩ วิธีตั้ง COS ให้โทรออกได้ตามรายการที่อนุญาต

เมื่อกำหนด Denied Code และ Exception Code แล้ว ให้ตั้ง COS ให้แต่ละ Extension Jack

ขั้นตอนตั้งช่วงกลางวัน

  1. เข้า System Programming
  2. เลือกโปรแกรม 601
  3. กด NEXT
  4. เลือก Extension Jack ที่ต้องการ
  5. กำหนด COS ตามระดับสิทธิ์
  6. กด STORE
  7. ตรวจสอบค่าที่บันทึก

ตัวอย่างการแบ่งสิทธิ์

เบอร์ภายในผู้ใช้งานCOS
101ผู้จัดการ1
102ฝ่ายขาย2
103ฝ่ายขาย2
104ฝ่ายบัญชี3
105พนักงานทั่วไป4
106โทรศัพท์ส่วนกลาง5

ตารางนี้เป็นเพียงตัวอย่าง ต้องเลือก Extension Jack จริง ไม่ใช่คาดเดาจากเลขท้ายของเบอร์ภายใน

ควรตรวจสอบโปรแกรม 602 และ 603 เพิ่มเติม เพื่อให้สิทธิ์โทรออกเหมาะสมกับ Night และ Lunch Mode ด้วย

⑪ ตัวอย่างการอนุญาตเฉพาะเบอร์ลูกค้าสำหรับฝ่ายขาย

สมมติบริษัทมีฝ่ายขาย 4 คน และต้องการจำกัดการโทรออกนอกเหนือจากกลุ่มหมายเลขที่กำหนด

แนวทางออกแบบ

  1. สำรวจหมายเลขลูกค้าที่จำเป็นต้องติดต่อ
  2. ตรวจสอบรูปแบบหมายเลขทั้งหมด
  3. สร้าง Denied Code สำหรับกลุ่มหมายเลขที่องค์กรไม่ต้องการอนุญาต
  4. เพิ่มหมายเลขลูกค้าที่เป็นข้อยกเว้นผ่านโปรแกรม 306
  5. ตั้ง COS ของเครื่องฝ่ายขายให้ใช้ตารางที่เหมาะสม
  6. ทดสอบหมายเลขอนุญาตทุกหมายเลข
  7. ทดสอบหมายเลขที่ต้องห้ามและหมายเลขนอกบัญชี

ตัวอย่างผลลัพธ์ที่ต้องการ

การโทรผลลัพธ์
โทรสำนักงานใหญ่อนุญาต
โทรสาขาอนุญาต
โทรลูกค้าที่อยู่ในรายการอนุญาต
โทรหมายเลขที่ถูก Denied Code และไม่มีข้อยกเว้นไม่อนุญาต
โทรหมายเลขนอกบัญชีแต่ไม่ตรง Denied Codeอาจยังโทรได้

รายการสุดท้ายเป็นจุดที่ต้องตรวจสอบอย่างเคร่งครัด หากองค์กรต้องการนโยบายโทรเฉพาะรายชื่อที่ได้รับอนุญาตจริง

⑫ วิธีจัด Exception Code ให้ใช้ร่วมกันหลายแผนก

Panasonic KX-TES824 ใช้ตาราง Exception Code ที่มีผลแตกต่างกันตาม COS

ตัวอย่างการจัดกลุ่มรายการ:

ตำแหน่งประเภทหมายเลข
01–20หมายเลขที่ COS 2–5 ต้องใช้ร่วมกัน
21–40หมายเลขเพิ่มเติมสำหรับ COS 2–4
41–60หมายเลขเพิ่มเติมสำหรับ COS 2–3
61–80หมายเลขเพิ่มเติมสำหรับ COS 2

แนวทางการจัดรายการ

  • เบอร์สำนักงานใหญ่ควรอยู่ในกลุ่มที่พนักงานจำเป็นต้องใช้
  • เบอร์คู่ค้าบางรายอาจให้เฉพาะฝ่ายขายหรือจัดซื้อ
  • เบอร์ที่ไม่มีความจำเป็นควรนำออกจากรายการ
  • หมายเลขฉุกเฉินควรจัดการผ่านโปรแกรม 309 โดยเฉพาะ

การออกแบบเช่นนี้ช่วยให้ตรวจสอบสิทธิ์ได้ง่ายกว่าการเพิ่มเบอร์แบบไม่จัดกลุ่ม

⑬ ทำอย่างไรถ้ามีลูกค้ามากกว่า 80 เบอร์?

โปรแกรม 306 รองรับ Exception Code สูงสุด 80 รายการ จึงอาจไม่เพียงพอสำหรับบริษัทที่มีลูกค้าหลายร้อยราย

ทางเลือกที่ควรพิจารณา

  1. ตรวจสอบว่ามีกลุ่มหมายเลขที่สามารถกำหนดเป็นรหัสร่วมกันได้หรือไม่
  2. ประเมินความเสี่ยงจากการอนุญาตด้วยรหัสนำหน้า
  3. แยกโทรศัพท์หรือกลุ่มพนักงานตามลักษณะงาน
  4. ใช้สิทธิ์ COS ตามความจำเป็น
  5. พิจารณาระบบโทรศัพท์ที่รองรับ Allowlist จำนวนมากกว่า หากจำเป็นต้องอนุญาตเฉพาะเบอร์เต็มหลายร้อยหมายเลข

ไม่ควรใช้รหัสนำหน้ากว้างเกินไปเพียงเพื่อประหยัดจำนวนรายการ เพราะอาจทำให้หมายเลขที่ไม่ได้รับอนุญาตสามารถโทรออกได้

⑭ วิธีเพิ่มลูกค้าใหม่ในรายการที่อนุญาต

เมื่อบริษัทมีลูกค้าใหม่และต้องการให้พนักงานโทรออกได้ ให้ดำเนินการดังนี้

  1. ตรวจสอบหมายเลขปลายทาง
  2. ตรวจสอบว่าอยู่ในกลุ่ม Denied Code หรือไม่
  3. ตรวจสอบ COS ของพนักงานที่จะใช้เบอร์
  4. เลือกตำแหน่ง Exception Code ที่เหมาะสมและยังว่างอยู่
  5. บันทึกหมายเลขในโปรแกรม 306
  6. กด STORE
  7. ตรวจสอบค่าที่บันทึก
  8. ทดสอบด้วยหมายเลขที่ได้รับอนุญาต
  9. อัปเดตเอกสารสิทธิ์โทรออกของบริษัท

ควรระบุวันที่เพิ่มหมายเลข เหตุผล และผู้อนุมัติในเอกสารบริหารระบบด้วย

⑮ วิธีลบหรือเปลี่ยนเบอร์คู่ค้าที่เลิกใช้งาน

หากองค์กรเลิกใช้บริการคู่ค้าหรือเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ ควรทบทวนรายการ Exception Code

ขั้นตอน

  1. ตรวจสอบ Code Number ของหมายเลขเดิม
  2. ตรวจสอบว่ามีแผนกอื่นใช้งานอยู่หรือไม่
  3. สำรองข้อมูลเดิม
  4. เข้าโปรแกรม 306
  5. ลบหรือเปลี่ยนรายการตามวิธีที่คู่มือกำหนด
  6. กด STORE
  7. ตรวจสอบค่าหลังบันทึก
  8. ทดสอบผลการเปลี่ยนแปลง

ข้อสำคัญ: การลบ Exception Code ไม่ได้ทำให้หมายเลขถูกบล็อกเสมอไป หากหมายเลขนั้นไม่ตรงกับ Denied Code ก็อาจยังโทรออกได้

⑯ ตั้ง Exception Code แล้วโทรหาลูกค้าไม่ได้ เกิดจากอะไร?

1. ตำแหน่ง Exception Code ใช้ไม่ได้กับ COS

ตัวอย่างเช่น เครื่อง COS 5 ใช้รายการตำแหน่ง 01–20 เท่านั้น

2. หมายเลขที่บันทึกไม่ตรงกับหมายเลขที่โทรออก

ตรวจสอบรหัสนำหน้า เลขหมายปลายทาง และรูปแบบการโทรจริง

3. ใช้ COS ต่างจากที่กำหนดไว้

อาจมีการเปลี่ยน COS ตาม Day, Night หรือ Lunch Mode

4. ไม่มีสิทธิ์ใช้ CO Line

แม้ Exception Code ถูกต้อง แต่เครื่องต้องมีสิทธิ์เลือกใช้สายนอกด้วย

5. มีข้อจำกัดจาก Extension Lock

ตรวจสอบการล็อกเครื่องและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง

6. ใช้ System Speed Dialling

ตรวจสอบโปรแกรม 301 ซึ่งอาจทำให้การตรวจ TRS แตกต่างจากการกดหมายเลขโดยตรง

7. ปัญหาจากสายนอก

ตรวจสอบ CO Line และบริการของผู้ให้บริการโทรศัพท์

⑰ ทำไมโทรออกไปยังเบอร์ที่ไม่อยู่ในรายการยังได้?

นี่เป็นข้อจำกัดสำคัญของการใช้ TRS เพื่อสร้างนโยบายแบบอนุญาตเฉพาะรายการ

สาเหตุที่พบได้

  1. หมายเลขนั้นไม่ตรงกับ Denied Code
  2. เครื่องใช้ COS 1
  3. มี Exception Code ที่ครอบคลุมกว้างเกินไป
  4. ระบบอยู่ใน Time Service Mode ที่ใช้ COS อื่น
  5. มีการใช้สิทธิ์ผ่าน Walking COS
  6. System Speed Dialling ใช้การตรวจ TRS ต่างจากที่คาด
  7. มีเส้นทางโทรออกผ่านระบบอื่นที่ไม่ได้รับข้อจำกัดเดียวกัน

แนวทางแก้ไข

ตรวจสอบความครอบคลุมของ Denied Code ทั้งหมด และใช้รายการหมายเลขทดสอบหลายประเภทเพื่อค้นหาช่องว่างของข้อจำกัด

หากองค์กรกำหนดนโยบายว่า ห้ามโทรออกทุกหมายเลขที่ไม่อยู่ใน Allowlist อย่างเด็ดขาด ควรพิจารณาระบบที่รองรับการควบคุมรายชื่อปลายทางโดยตรง แทนการพึ่ง TRS เพียงอย่างเดียว

⑱ วิธีป้องกันการโทรออกเกินสิทธิ์ผ่านฟังก์ชันอื่น

นอกจาก TRS แล้ว ควรตรวจสอบฟังก์ชันเพิ่มเติมด้วย

System Speed Dialling

ตรวจสอบระดับ TRS ผ่านโปรแกรม 301 และรายการหมายเลขโทรด่วนที่ใช้งาน

Walking COS

ตรวจสอบสิทธิ์ของผู้ใช้ที่สามารถนำ COS ของตนไปใช้จากเครื่องอื่นได้

Account Code

ตรวจสอบว่า Account Code ที่อนุญาตให้ข้ามข้อจำกัด TRS ถูกควบคุมตามนโยบายหรือไม่

DISA

หากเปิดให้ผู้โทรภายนอกเข้าถึงบริการโทรออกของตู้ ต้องตรวจสอบสิทธิ์และรหัสรักษาความปลอดภัย

CO Line Access

ตรวจสอบโปรแกรม 405–407 และเส้นทางโทรออกที่เกี่ยวข้อง

การออกแบบระบบควรพิจารณาทุกช่องทางที่อาจทำให้ผู้ใช้งานได้รับสิทธิ์โทรออกแตกต่างจาก COS ประจำเครื่อง

⑲ วิธีทดสอบสิทธิ์โทรออกเฉพาะเบอร์ลูกค้าและคู่ค้า

ก่อนนำระบบไปใช้จริง ควรทดสอบอย่างเป็นขั้นตอน

ทดสอบหมายเลขที่อนุญาต

  1. โทรสำนักงานใหญ่
  2. โทรสาขา
  3. โทรเบอร์ลูกค้าที่อยู่ใน Exception Code
  4. โทรคู่ค้าที่ได้รับอนุญาต
  5. ตรวจสอบคุณภาพเสียงและการเชื่อมต่อ

ทดสอบหมายเลขที่ไม่ได้รับอนุญาต

  1. ทดสอบหมายเลขที่ตรงกับ Denied Code
  2. ทดสอบหมายเลขนอกบัญชีในกลุ่มรหัสเดียวกัน
  3. ทดสอบหมายเลขนอกบัญชีในกลุ่มรหัสอื่น
  4. ตรวจสอบการใช้ System Speed Dialling
  5. ตรวจสอบสิทธิ์ใน Day, Night และ Lunch Mode

ควรใช้หมายเลขทดสอบที่องค์กรควบคุมหรือได้รับอนุญาต และหลีกเลี่ยงเบอร์ฉุกเฉินหรือหมายเลขเสียค่าบริการสูง

เงื่อนไขการผ่านการทดสอบ

หมายเลขที่อนุญาตต้องโทรได้ และหมายเลขที่นโยบายห้ามต้องถูกปฏิเสธจริง

หากหมายเลขนอกบัญชีบางประเภทยังโทรได้ ต้องแก้ไขข้อจำกัดก่อนประกาศว่าระบบอนุญาตเฉพาะรายการอย่างสมบูรณ์

⑳ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Panasonic KX-TES824 โทรเฉพาะเบอร์ที่อนุญาต

Panasonic KX-TES824 ตั้งให้โทรเฉพาะเบอร์ลูกค้าได้หรือไม่?

สามารถใช้ TRS และ Exception Code ออกแบบข้อจำกัดให้ใกล้เคียงกับการอนุญาตเฉพาะรายการได้ แต่ต้องตรวจสอบความครอบคลุมของ Denied Code เพราะไม่มี Allowlist แบบสมบูรณ์ด้วยโปรแกรม 306 เพียงอย่างเดียว

โปรแกรมอะไรใช้เพิ่มเบอร์ลูกค้าที่อนุญาต?

ใช้โปรแกรม 306 สำหรับ TRS Exception Code

เพิ่ม Exception Code ได้กี่หมายเลข?

ได้สูงสุด 80 รายการ โดยจำนวนรายการที่ใช้ได้ขึ้นอยู่กับ COS

COS 5 ใช้เบอร์ยกเว้นได้กี่รายการ?

ใช้ Exception Code ตำแหน่ง 01–20 รวมสูงสุด 20 รายการ

เพิ่ม Exception Code แล้วเบอร์อื่นจะถูกบล็อกอัตโนมัติหรือไม่?

ไม่ถูกบล็อกอัตโนมัติ ต้องมี Denied Code ที่ตรงกับหมายเลขเหล่านั้นก่อน

สามารถแยกเบอร์ลูกค้าตามแผนกได้หรือไม่?

สามารถจัดรายการยกเว้นตาม COS ได้ แต่ต้องวางแผนตำแหน่ง Code Number ให้ตรงกับระดับ COS ของแต่ละแผนก

ตั้งสิทธิ์กลางวันกับกลางคืนต่างกันได้หรือไม่?

ได้ โดยใช้โปรแกรม 601–603

เบอร์ฉุกเฉินต้องเพิ่มใน Exception Code หรือไม่?

ควรใช้โปรแกรม 309 สำหรับ Emergency Number โดยเฉพาะ

ถ้าลูกค้ามีมากกว่า 80 เบอร์ควรทำอย่างไร?

ควรประเมินการจัดกลุ่มหมายเลขและข้อจำกัดด้านความปลอดภัย หากต้องควบคุมเป็น Allowlist ขนาดใหญ่ อาจต้องใช้ระบบที่รองรับฟังก์ชันดังกล่าวโดยตรง

ตั้งแล้วโทรภายในได้หรือไม่?

โดยทั่วไปยังโทรภายในได้ตามปกติ เพราะ TRS ใช้จำกัดการโทรออกสายนอกตามเงื่อนไขหมายเลข

㉑ สรุปวิธีตั้ง Panasonic KX-TES824 ให้โทรออกได้เฉพาะเบอร์ลูกค้าและคู่ค้า

การจำกัดสิทธิ์โทรออกให้เหลือเฉพาะหมายเลขธุรกิจที่จำเป็นเป็นแนวทางช่วยควบคุมการใช้โทรศัพท์สำนักงานและลดความเสี่ยงค่าโทรศัพท์จากการใช้งานที่ไม่ได้รับอนุญาต

สำหรับ Panasonic KX-TES824 สามารถใช้ TRS ร่วมกับ COS และ Exception Code เพื่อสร้างข้อจำกัดตามรูปแบบหมายเลขได้

ขั้นตอนสำคัญประกอบด้วย

  1. จัดทำรายชื่อเบอร์ลูกค้าและคู่ค้าที่อนุญาต
  2. ตรวจสอบรูปแบบหมายเลขที่โทรออกจริง
  3. สำรองค่าระบบก่อนตั้งค่า
  4. สร้าง Denied Code ผ่านโปรแกรม 302–305
  5. เพิ่มหมายเลขยกเว้นในโปรแกรม 306
  6. จัดตำแหน่ง Exception Code ให้ตรงกับ COS
  7. กำหนด COS ผ่านโปรแกรม 601–603
  8. ตรวจสอบหมายเลขฉุกเฉินในโปรแกรม 309
  9. ตรวจสอบ System Speed Dialling, Walking COS และ Account Code
  10. ทดสอบหมายเลขที่อนุญาตและหมายเลขที่ต้องห้าม
  11. บันทึกการเปลี่ยนแปลงและทบทวนรายการเป็นประจำ

comsiam แนะนำ ให้ใช้หลักการกำหนดสิทธิ์โทรออกตามความจำเป็นของแต่ละตำแหน่ง และอย่าสรุปว่าระบบสามารถบล็อกทุกหมายเลขนอกบัญชีได้ จนกว่าจะตรวจสอบข้อจำกัดทั้งหมดและทดสอบกับรูปแบบเลขหมายที่เกี่ยวข้องจริง

หากองค์กรต้องการระบบอนุญาตเฉพาะรายชื่อแบบเคร่งครัด การเลือกตู้สาขาหรือระบบโทรศัพท์ที่รองรับ Allowlist โดยตรงอาจเหมาะสมกว่าการประยุกต์ใช้ TRS

การวางแผนสิทธิ์อย่างถูกต้องช่วยให้องค์กรควบคุมต้นทุนการสื่อสารได้ พร้อมรักษาความสามารถในการติดต่อกับลูกค้าและคู่ค้าที่จำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจ

ComSiam Professional Team