ComSiam Service
วิธีตั้ง Flash Time ตู้ Panasonic KX-TES824 ให้เข้า System Programming ผ่านโทรศัพท์ KX-T7730 แล้วเลือกโปรแกรม 418 หรือ Flash/Recall Time จากนั้นเลือกหมายเลขสายนอก CO Line ที่ต้องการ กำหนดระยะเวลาสัญญาณ Flash ให้ตรงกับข้อกำหนดของผู้ให้บริการหรือ Host PBX และกด STORE เพื่อบันทึก
โปรแกรม 418 รองรับค่า Flash/Recall Time ได้แก่ 80, 100, 160, 300, 600, 900 และ 1200 มิลลิวินาที (ms) โดยสามารถตั้งแยกตาม CO Line ได้
การตั้งค่า Flash Time มีความสำคัญเมื่อสำนักงานเชื่อมต่อ KX-TES824 กับระบบโทรศัพท์ภายนอกที่รองรับฟังก์ชัน Flash/Recall เช่น การใช้บริการ Call Waiting หรือฟังก์ชันของ Host PBX เพราะหากส่งสัญญาณ Flash สั้นหรือยาวไม่ตรงกับที่ระบบต้นทางรับได้ อาจทำให้กด FLASH/RECALL แล้วไม่เกิดผลตามต้องการ หรือเกิดการตัดสายแทนการเรียกใช้บริการ
อย่างไรก็ตาม ปุ่ม FLASH/RECALL บน Panasonic KX-T7730 สามารถทำหน้าที่ต่างกันตามโปรแกรม 110 หรือ Flash/Recall Key Mode ดังนั้นการปรับโปรแกรม 418 เพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาทุกกรณี
บทความนี้ ComSiam จะอธิบายวิธีตั้ง Flash Time ของ KX-TES824 อย่างละเอียด ตั้งแต่ความหมายของ Flash/Recall วิธีใช้โปรแกรม 418 การตรวจโปรแกรม 110 ความแตกต่างระหว่าง Flash Time กับ Disconnect Time ตลอดจนวิธีทดสอบกับคู่สายโทรศัพท์และ Voice Gateway จริง
① วิธีตั้ง Flash Time KX-TES824 แบบรวดเร็ว
หากทราบแล้วว่าผู้ให้บริการหรือ Host PBX ต้องการ Flash Time เท่าใด สามารถทำตามขั้นตอนนี้
① ตรวจสอบ CO Line ที่ต้องการตั้งค่า
② ตรวจสอบว่าคู่สายรองรับ Flash/Recall หรือ External Feature Access
③ สอบถามหรืออ่านข้อกำหนด Flash Time ของระบบต้นทาง
④ ตรวจค่าโปรแกรม 110 เพื่อทราบพฤติกรรมของปุ่ม FLASH/RECALL
⑤ สำรองข้อมูลโปรแกรมเดิม
⑥ เชื่อมต่อโทรศัพท์ KX-T7730 กับ Extension Jack 01
⑦ วางหูแล้วกด PROGRAM
⑧ กด * ตามด้วย #
⑨ ป้อน System Password ปัจจุบัน
⑩ กด 418
⑪ กด NEXT หรือ SP-PHONE
⑫ เลือก CO Line เช่น 1
⑬ กด SELECT เพื่อเลือกระยะเวลา Flash
⑭ กด AUTO DIAL/STORE
⑮ อ่านค่ากลับเพื่อยืนยัน
⑯ ออกจาก System Programming
⑰ ทดสอบปุ่ม FLASH/RECALL กับบริการหรือ Host PBX ที่รองรับ
⑱ บันทึกค่าเดิม ค่าใหม่ และผลการทดสอบ
ลำดับหลัก: PROGRAM → * → # → Password → 418 → NEXT → CO Line → SELECT → STORE
ควรเปลี่ยนเฉพาะ CO Line ที่มีปัญหา ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทุกพอร์ตให้เป็นค่าเดียวกัน
② Flash Time คืออะไร?
Flash Time คือระยะเวลาของสัญญาณ Flash หรือ Recall ที่ส่งผ่านสายนอก เพื่อให้ระบบโทรศัพท์ต้นทางรับรู้ว่าผู้ใช้ต้องการเรียกใช้ฟังก์ชันบางอย่าง
สัญญาณนี้แตกต่างจากการกดหมายเลขโทรศัพท์ทั่วไป เพราะเป็นการส่งสัญญาณควบคุมไปยังระบบโทรศัพท์ที่เชื่อมต่ออยู่
ตัวอย่างการใช้งาน
- เรียกบริการ Call Waiting ของระบบต้นทาง
- ใช้ฟังก์ชันของ Host PBX
- เรียก External Feature Access
- ใช้บริการที่กำหนดให้ส่งสัญญาณ Flash/Recall
- ทำงานร่วมกับระบบโทรศัพท์ภายนอกที่รองรับ Hook Flash
ทำไมต้องกำหนดระยะเวลา?
เพราะอุปกรณ์ต้นทางแต่ละประเภทอาจตรวจจับสัญญาณ Flash ได้ในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน
หากสัญญาณสั้นเกินไป อุปกรณ์ต้นทางอาจไม่ตรวจพบ
หากสัญญาณยาวเกินไป อุปกรณ์ต้นทางบางประเภทอาจตีความเป็นการวางสายหรือการตัดวงจร
ดังนั้นจึงควรตั้งค่าตามข้อกำหนดของอุปกรณ์จริง
③ โปรแกรม 418 มีค่า Flash Time อะไรบ้าง?
Panasonic KX-TES824 รองรับตัวเลือกในโปรแกรม 418 ดังนี้
| ตัวเลือก | ระยะเวลา |
|---|---|
| 1 | 80 ms |
| 2 | 100 ms |
| 3 | 160 ms |
| 4 | 300 ms |
| 5 | 600 ms |
| 6 | 900 ms |
| 7 | 1200 ms |
หน่วย ms หมายถึงมิลลิวินาที
1,000 มิลลิวินาที เท่ากับ 1 วินาที
ตัวอย่างความแตกต่าง
80 ms เป็นสัญญาณ Flash ที่สั้นกว่า 600 ms มาก
หาก Host PBX รองรับเฉพาะช่วงเวลาหนึ่ง การเลือกค่าที่แตกต่างกันมากอาจทำให้ฟังก์ชันไม่ทำงาน
ควรเลือกค่าใด?
ต้องพิจารณาจากข้อกำหนดของอุปกรณ์ต้นทาง
ไม่ควรสรุปว่า 100 ms หรือ 600 ms เป็นค่าที่เหมาะกับทุกผู้ให้บริการ
④ Flash Time 80, 100, 160, 300, 600, 900 และ 1200 ms ต่างกันอย่างไร?
ความแตกต่างหลักคือระยะเวลาที่ระบบส่งสัญญาณ Flash/Recall
| Flash Time | ความยาวสัมพัทธ์ | แนวทางพิจารณา |
|---|---|---|
| 80 ms | สั้นมาก | ใช้เมื่อระบบต้นทางรองรับ |
| 100 ms | สั้น | ตรวจช่วงที่อุปกรณ์ยอมรับ |
| 160 ms | ค่อนข้างสั้น | ใช้ตามข้อกำหนดบริการ |
| 300 ms | ปานกลาง | ตรวจความเข้ากันได้ของ Host PBX |
| 600 ms | ค่อนข้างยาว | ใช้เมื่อระบบต้องการ |
| 900 ms | ยาว | ต้องยืนยันการรองรับ |
| 1200 ms | ยาวมาก | ใช้เฉพาะเมื่อมีข้อกำหนดชัดเจน |
ข้อควรระวัง
ตารางนี้ไม่ได้ระบุว่าค่าใดดีที่สุด
เพราะ Flash Time ที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับระบบโทรศัพท์ต้นทาง ไม่ใช่จำนวนพนักงานหรือจำนวน CO Line ของตู้
⑤ อาการใดบ้างที่ควรตรวจ Flash Time?
อาการที่อาจเกี่ยวข้องกับ Flash/Recall ได้แก่
① กด FLASH/RECALL แล้วไม่มีการตอบสนองจาก Host PBX
② กด FLASH แล้วสายสนทนาถูกตัด
③ บริการ Call Waiting ไม่ตอบสนอง
④ ใช้งานฟังก์ชันของตู้สาขาต้นทางไม่ได้
⑤ CO 1 ใช้ FLASH ได้ แต่ CO 2 ใช้ไม่ได้
⑥ เปลี่ยนจากคู่สายโทรศัพท์เดิมเป็น Voice Gateway แล้ว FLASH ทำงานต่างจากเดิม
⑦ กด FLASH แล้วกลับมาได้ Dial Tone ไม่ตรงตามที่ต้องการ
⑧ ส่งสัญญาณ Flash แล้วปลายทางไม่เข้าสู่ขั้นตอนของบริการ
สิ่งที่ต้องแยกให้ชัด
หากกดหมายเลขโทรศัพท์แล้วไม่ออกตั้งแต่ต้น ควรตรวจ Dial Mode หรือ Pause Time ก่อน
หากวางหูแล้ว CO Line ไม่ตัด ควรตรวจ CPC Signal Detection และ Disconnect Time เพิ่มเติม
Flash Time ไม่ใช่คำตอบของปัญหาทั้งหมด
⑥ ก่อนตั้ง Flash Time ต้องตรวจอะไรบ้าง?
ควรตรวจข้อมูลก่อนแก้ไขดังนี้
① หมายเลข CO Line ที่มีปัญหา
② ประเภทบริการโทรศัพท์ที่ใช้งาน
③ CO Line ต่อกับผู้ให้บริการโดยตรงหรือผ่าน Host PBX
④ มี Voice Gateway หรือ ATA อยู่ระหว่างทางหรือไม่
⑤ ระบบต้นทางรองรับ Flash/Recall หรือไม่
⑥ ต้องการใช้ฟังก์ชันใด เช่น Call Waiting
⑦ ค่า Flash Time ที่อุปกรณ์ต้นทางกำหนด
⑧ ค่าโปรแกรม 418 ปัจจุบัน
⑨ ค่าโปรแกรม 110 ปัจจุบัน
⑩ โทรศัพท์ที่ใช้กด FLASH เป็นรุ่นใด
⑪ มีการตั้งค่าที่เกี่ยวข้องกับ EFA หรือไม่
⑫ มีไฟล์ Backup ก่อนแก้ไขหรือไม่
ตัวอย่างตารางเตรียมงาน
| รายการ | ข้อมูลตัวอย่าง |
|---|---|
| CO Line | CO 2 |
| อุปกรณ์ต้นทาง | Host PBX |
| อาการ | กด FLASH แล้วไม่มีผล |
| โปรแกรม 110 | MODE 1 |
| โปรแกรม 418 | 600 ms |
| ข้อกำหนด Host PBX | ต้องตรวจสอบ |
| ผลทดสอบเดิม | ไม่ผ่าน |
หากยังไม่ทราบข้อกำหนด Flash Time ของ Host PBX ไม่ควรเปลี่ยนค่าหลายระดับแบบสุ่ม
⑦ โปรแกรม 110 Flash/Recall Key Mode คืออะไร?
โปรแกรม 110 ใช้กำหนดลักษณะการทำงานของปุ่ม FLASH/RECALL
มีสองโหมดหลัก ได้แก่
MODE 1 — EFA Mode
เมื่อผู้ใช้กด FLASH/RECALL ระบบจะส่งสัญญาณ External Feature Access ตามระยะเวลาที่กำหนดในโปรแกรม 418
MODE 2 — Flash/Recall Mode
การทำงานจะพิจารณาระยะเวลาที่กดปุ่มเทียบกับค่า Flash/Recall Time ตามเงื่อนไขของระบบ เพื่อเลือกพฤติกรรมระหว่าง Flash/Recall และ EFA
ตารางเปรียบเทียบ
| โหมด | พฤติกรรมหลัก |
|---|---|
| MODE 1 | เน้น External Feature Access |
| MODE 2 | ใช้พฤติกรรม Flash/Recall และ EFA ตามระยะเวลาการกด |
ทำไมโปรแกรม 110 จึงสำคัญ?
เพราะหากต้องการส่ง Flash ไปยัง Host PBX แต่ปุ่มถูกตั้งให้ทำหน้าที่ต่างจากที่ผู้ใช้เข้าใจ การเปลี่ยนค่า 418 เพียงอย่างเดียวอาจไม่ทำให้ได้ผลตามต้องการ
ควรตรวจทั้งสองโปรแกรมร่วมกัน
⑧ วิธีตรวจโปรแกรม 110 ผ่าน KX-T7730
ก่อนแก้ Flash Time ควรอ่านค่า Flash/Recall Key Mode ปัจจุบัน
ขั้นตอน
① เชื่อมต่อ KX-T7730 กับ Extension Jack 01
② วางหูโทรศัพท์
③ กด PROGRAM
④ กด * ตามด้วย #
⑤ ป้อน System Password
⑥ กด 110
⑦ กด NEXT
⑧ อ่านค่า MODE 1 หรือ MODE 2
⑨ บันทึกค่าเดิม
⑩ หากต้องเปลี่ยน ให้ตรวจผลกระทบต่อผู้ใช้ก่อน
⑪ ใช้ SELECT เปลี่ยนโหมดเมื่อจำเป็น
⑫ กด STORE
⑬ อ่านค่ากลับ
⑭ ออกจากโปรแกรม
ข้อควรระวัง
โปรแกรม 110 มีผลต่อพฤติกรรมปุ่ม FLASH/RECALL ของระบบ จึงไม่ควรเปลี่ยนโดยไม่ตรวจว่าพนักงานใช้ฟังก์ชันนี้สำหรับงานใดอยู่
⑨ วิธีเข้า System Programming เพื่อตั้ง Flash Time
สามารถใช้โทรศัพท์ระบบ Panasonic KX-T7730 เข้าโปรแกรมได้ตามข้อกำหนดของ KX-TES824
อุปกรณ์
- โทรศัพท์ KX-T7730
- Extension Jack 01
- System Password ปัจจุบัน
- หมายเลข CO Line
- ข้อกำหนด Flash Time ของบริการต้นทาง
ขั้นตอน
① วางหูโทรศัพท์
② กด PROGRAM
③ กด *
④ กด #
⑤ ป้อน System Password
⑥ รอให้เข้าสู่ System Programming
⑦ กดหมายเลขโปรแกรมที่ต้องการ
⑧ กด NEXT เพื่อเปิดรายการ
ข้อควรจำ
ต้องใช้รหัสผ่านปัจจุบันที่ผู้ดูแลอนุญาต
ไม่ควรรีเซ็ตตู้เพียงเพราะไม่ทราบรหัสผ่าน เพราะอาจสูญเสียข้อมูลโปรแกรมที่ใช้งานอยู่
⑩ วิธีตั้ง Flash Time โปรแกรม 418 ทีละขั้นตอน
สมมุติ CO 2 ต่อเข้ากับ Host PBX และผู้ผลิต Host PBX ยืนยันว่าต้องการ Flash Time 300 ms
ขั้นตอนที่ 1 เข้า System Programming
กด PROGRAM ตามด้วย *, # และ System Password
ขั้นตอนที่ 2 เปิดโปรแกรม 418
กด
418
ขั้นตอนที่ 3 กด NEXT
เข้าสู่รายการ Flash/Recall Time
ขั้นตอนที่ 4 เลือก CO Line
เลือก
2
ขั้นตอนที่ 5 ตรวจค่าเดิม
อ่านค่า Flash Time ที่แสดง
ขั้นตอนที่ 6 เปลี่ยนเป็น 300 ms
กด SELECT จนแสดง
300 ms
ขั้นตอนที่ 7 บันทึก
กด AUTO DIAL/STORE
ขั้นตอนที่ 8 ตรวจค่ากลับ
อ่านค่า CO 2 อีกครั้งเพื่อยืนยันว่าเป็น 300 ms
ขั้นตอนที่ 9 ออกจากโปรแกรม
ใช้ END และออกจาก System Programming
ขั้นตอนที่ 10 ทดสอบ
ใช้ CO 2 ติดต่อระบบต้นทาง แล้วทดลองฟังก์ชัน Flash/Recall ที่ได้รับอนุญาต
ผลที่ต้องการ
ระบบต้นทางตรวจพบสัญญาณ Flash ตามที่กำหนด โดยไม่เกิดการตัดสายหรือการทำงานผิดประเภท
หมายเหตุ: ค่า 300 ms ในตัวอย่างเป็นเงื่อนไขสมมุติ ไม่ใช่คำแนะนำให้ตั้ง CO Line ทุกเส้นเป็น 300 ms
⑪ วิธีตั้ง Flash Time แยกแต่ละ CO Line
KX-TES824 สามารถกำหนด Flash/Recall Time เป็นราย CO Line ได้
ตัวอย่าง
สำนักงานมี CO Line 3 เส้น
- CO 1 ต่อกับบริการโทรศัพท์อนาล็อก
- CO 2 ต่อกับ Host PBX
- CO 3 ต่อกับ Voice Gateway
อุปกรณ์ต้นทางอาจต้องการ Flash Time ต่างกัน
ตารางตัวอย่าง
| CO Line | อุปกรณ์ต้นทาง | Flash Time |
|---|---|---|
| CO 1 | คู่สายอนาล็อก | ตามข้อกำหนดผู้ให้บริการ |
| CO 2 | Host PBX | ตามข้อกำหนด Host PBX |
| CO 3 | Voice Gateway | ตามข้อกำหนด Gateway |
วิธีดำเนินการ
① ตรวจข้อกำหนดแต่ละระบบ
② เข้าโปรแกรม 418
③ อ่านค่า CO 1
④ อ่านค่า CO 2
⑤ อ่านค่า CO 3
⑥ ปรับเฉพาะ CO ที่จำเป็น
⑦ กด STORE สำหรับแต่ละรายการ
⑧ อ่านค่ากลับทั้งหมด
⑨ ทดสอบแยกแต่ละ CO Line
ข้อดี
ช่วยให้ใช้ Flash Time ตรงกับอุปกรณ์แต่ละประเภท โดยไม่กระทบคู่สายอื่นที่ทำงานได้อยู่แล้ว
⑫ Flash Time กับ External Feature Access (EFA) เกี่ยวข้องกันอย่างไร?
EFA ย่อมาจาก External Feature Access
เป็นฟังก์ชันที่ช่วยให้ผู้ใช้โทรศัพท์ภายในเข้าถึงบริการของ Host PBX หรือผู้ให้บริการภายนอกผ่านสัญญาณ Flash
ตัวอย่างบริการ
- Call Waiting
- ฟังก์ชันของ Host PBX
- บริการที่ต้องใช้ Recall Signal
หลักการทำงาน
เมื่อผู้ใช้กำลังสนทนาผ่าน CO Line และเรียกใช้ EFA ระบบจะส่งสัญญาณ Flash ไปยังต้นทาง
ระยะเวลาของสัญญาณนี้ขึ้นอยู่กับโปรแกรม 418
โปรแกรมสำคัญ
| โปรแกรม | หน้าที่ |
|---|---|
| 110 | Flash/Recall Key Mode |
| 418 | Flash/Recall Time |
ข้อควรจำ
ต้องตรวจว่าระบบต้นทางรองรับบริการที่ต้องการจริงด้วย
การกำหนด Flash Time ถูกต้องไม่ได้ทำให้บริการ Call Waiting หรือบริการอื่นเกิดขึ้นเอง หากผู้ให้บริการไม่ได้เปิดใช้งาน
⑬ กด FLASH/RECALL แล้วสายตัด เกิดจากอะไร?
หากกด FLASH/RECALL แล้วสายสนทนาหลุดทันที อาจมีหลายสาเหตุ
สาเหตุที่ควรตรวจ
① Flash Time ยาวเกินช่วงที่ Host PBX ยอมรับ
② พฤติกรรมปุ่มถูกกำหนดใน MODE ที่ไม่ตรงกับการใช้งาน
③ อุปกรณ์ต้นทางตีความ Flash เป็นการตัดสาย
④ CO Line เชื่อมต่อกับ Gateway ที่ไม่รองรับ Hook Flash ตามที่คาดไว้
⑤ มีการใช้ปุ่ม FLASH ในโหมดที่ตัดสายเดิมและขอสัญญาณใหม่
⑥ มีปัญหาที่คู่สายจริง
แนวทางแก้
① ระบุ CO Line ที่ใช้จริง
② ตรวจโปรแกรม 110
③ ตรวจโปรแกรม 418
④ ตรวจข้อกำหนดอุปกรณ์ต้นทาง
⑤ ตรวจว่าต้องการใช้ EFA หรือ Flash/Recall ภายใน PBX
⑥ แก้เฉพาะค่าที่ไม่ตรง
⑦ ทดสอบใหม่ในช่วงที่ไม่กระทบสายสำคัญ
ข้อสำคัญ
อย่าสรุปว่าสายตัดทุกครั้งเกิดจาก Flash Time ยาวเกินไป เพราะการทำงานของปุ่มอาจขึ้นอยู่กับโปรแกรม 110 ด้วย
⑭ กด FLASH แล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้น แก้อย่างไร?
หากผู้ใช้กด FLASH/RECALL แล้วระบบต้นทางไม่ตอบสนอง ควรตรวจดังนี้
① โทรศัพท์ใช้ปุ่ม FLASH/RECALL ที่รองรับหรือไม่
② โปรแกรม 110 ตั้ง MODE ใด
③ โปรแกรม 418 มีค่าเท่าไร
④ อุปกรณ์ต้นทางรองรับ Flash หรือไม่
⑤ ต้องกดปุ่มระหว่างสถานะการสนทนาแบบใด
⑥ ผู้ให้บริการเปิดฟังก์ชันที่ต้องการหรือไม่
⑦ สัญญาณ Flash ผ่าน Gateway ไปถึงระบบต้นทางหรือไม่
⑧ ปัญหาเกิดกับทุก CO Line หรือเฉพาะเส้นหนึ่ง
ตัวอย่าง
CO 1 ส่ง Flash ไปยัง Host PBX ได้
CO 2 ส่ง Flash ไม่ได้
ควรเปรียบเทียบค่าโปรแกรม 418 และอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับ CO 2 ก่อนแก้ทั้งตู้
⑮ Flash Time กับ Pause Time ต่างกันอย่างไร?
Flash Time และ Pause Time มีหน้าที่แตกต่างกัน
| รายการ | Flash Time | Pause Time |
|---|---|---|
| โปรแกรม | 418 | 417 |
| หน่วย | มิลลิวินาที | วินาที |
| หน้าที่ | กำหนดความยาวสัญญาณ Flash | กำหนดช่วงหยุดรอระหว่างส่งหมายเลข |
| ตัวอย่างปัญหา | กด FLASH แล้วไม่ตอบสนอง | ส่งเลขเร็วเกินไป |
| ระบบที่เกี่ยวข้อง | Host PBX, EFA, Call Waiting | Host PBX, Speed Dial, Pause Insertion |
ตัวอย่าง
กดรหัสผ่าน Host PBX แล้วหมายเลขปลายทางถูกส่งเร็วเกินไป ควรตรวจ Pause Time
แต่หากกำลังสนทนาแล้วกด FLASH เพื่อเรียกบริการของ Host PBX แต่ไม่มีการตอบสนอง ควรตรวจ Flash Time และ Flash/Recall Key Mode
ข้อควรจำ
ไม่ควรเพิ่ม Pause Time เพื่อแก้ปัญหา FLASH และไม่ควรปรับ Flash Time เพื่อแก้เลขหมายที่ถูกส่งเร็วเกินไป
⑯ Flash Time กับ Disconnect Time ต่างกันอย่างไร?
โปรแกรม 422 คือ Disconnect Time
ใช้กำหนดระยะเวลาการตัดวงจรในฟังก์ชันที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยและเชื่อมต่อสายนอกใหม่
เปรียบเทียบ
| โปรแกรม | ชื่อ | หน้าที่ |
|---|---|---|
| 418 | Flash/Recall Time | สัญญาณ Flash/Recall |
| 422 | Disconnect Time | ระยะเวลาการตัดการเชื่อมต่อ |
| 420 | CPC Signal Detection — Incoming | ตรวจสัญญาณ CPC ของสายเข้า |
| 421 | CPC Signal Detection — Outgoing | ตรวจสัญญาณ CPC ของสายออก |
ตัวอย่าง
หากผู้ใช้ต้องการใช้บริการ Call Waiting ควรตรวจ Flash Time
แต่ถ้าวางสายแล้ว CO Line ยังค้างไม่ตัด ต้องตรวจการปล่อยสายและ CPC Signal Detection เพิ่มเติม
ข้อควรระวัง
Flash Time ไม่ใช่ตัวกำหนดว่าหลังผู้ใช้วางหูแล้ว PBX จะปล่อย CO Line เมื่อใดในทุกกรณี
ปัญหาสายค้างต้องตรวจโปรแกรมอื่นและสัญญาณเครือข่ายประกอบกัน
⑰ โปรแกรม 207 Hookswitch Flash Timing Range คืออะไร?
โปรแกรม 207 ใช้กำหนดช่วงเวลาที่ระบบยอมรับการกดสวิตช์วางสายแบบสั้น หรือ Hookswitch Flash จากโทรศัพท์ภายในตามเงื่อนไขที่รองรับ
ฟังก์ชันนี้แตกต่างจากโปรแกรม 418
ความแตกต่าง
โปรแกรม 207
เกี่ยวข้องกับการตรวจจับการกด Hookswitch Flash จากโทรศัพท์ภายใน
โปรแกรม 418
เกี่ยวข้องกับระยะเวลาสัญญาณ Flash/Recall ที่ส่งไปยังสายนอก
ตัวอย่าง
ผู้ใช้โทรศัพท์อนาล็อกกดปุ่ม FLASH แล้ว PBX ไม่รับคำสั่งให้ Hold หรือ Transfer
ในกรณีนี้อาจต้องตรวจ Hookswitch Flash Timing Range
แต่ถ้า PBX รับคำสั่งแล้วส่งสัญญาณไปยัง Host PBX ไม่ถูกต้อง อาจเกี่ยวกับ Flash/Recall Time
ข้อควรจำ
ไม่ควรแก้โปรแกรม 418 เพื่อแก้ปัญหาโทรศัพท์อนาล็อกภายในส่ง Hookswitch Flash ไม่ตรงช่วงเวลาที่ตู้ตรวจจับ
ต้องระบุให้ได้ว่าปัญหาเกิดที่ฝั่ง Extension หรือ CO Line
⑱ โทรศัพท์ KX-T7730 กับโทรศัพท์อนาล็อกใช้ Flash เหมือนกันไหม?
ทั้งสองประเภทมีฟังก์ชันที่เกี่ยวข้องกับ Flash แต่การประมวลผลอาจแตกต่างกัน
Panasonic KX-T7730
เป็นโทรศัพท์ระบบแบบ Proprietary Telephone
ปุ่ม FLASH/RECALL ทำงานร่วมกับการตั้งค่าของ PBX เช่น Flash/Recall Key Mode
โทรศัพท์อนาล็อกทั่วไป
อาจส่งสัญญาณ Hookswitch Flash โดยตรงให้ PBX ตรวจจับ
จุดตรวจสอบ
① โทรศัพท์เป็น KX-T7730 หรือ SLT
② กดปุ่ม FLASH หรือกดสวิตช์วางสายชั่วคราว
③ PBX ตรวจคำสั่งได้หรือไม่
④ ต้องการใช้ฟังก์ชันภายใน PBX หรือบริการภายนอก
⑤ ค่าโปรแกรม 207 และ 418 เกี่ยวข้องกับขั้นตอนใด
ข้อควรระวัง
หากปัญหาเกิดเฉพาะโทรศัพท์อนาล็อกหนึ่งเครื่อง แต่ KX-T7730 ใช้งานได้ ควรตรวจโทรศัพท์และ Hookswitch Flash Timing ก่อนแก้ Flash Time ของทุก CO Line
⑲ ใช้ Voice Gateway ต้องตั้ง Flash Time เท่าไร?
ไม่มีค่าตายตัวสำหรับ Voice Gateway ทุกยี่ห้อ
อุปกรณ์แต่ละรุ่นอาจรองรับ Hook Flash ในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน
สิ่งที่ต้องตรวจสอบ
① Gateway มีพอร์ต Phone/FXS ที่รองรับหรือไม่
② Gateway รองรับ Hook Flash หรือไม่
③ ช่วงเวลาที่ Gateway ตรวจจับ Flash คือเท่าไร
④ มีการเปิดบริการ Call Waiting หรือฟังก์ชันที่ต้องใช้ Flash หรือไม่
⑤ Gateway ส่ง Flash ต่อไปยังเครือข่าย VoIP อย่างไร
⑥ มีการกำหนด Flash Min/Max Time หรือไม่
⑦ Firmware และค่าของ Gateway ตรงตามคู่มือหรือไม่
ตัวอย่าง
KX-TES824 ต่อ CO 1 เข้าพอร์ต FXS ของ Gateway
ผู้ใช้กด FLASH เพื่อเรียก Call Waiting แต่ Gateway ไม่ตอบสนอง
ควรตรวจว่า Gateway รองรับช่วง Flash ที่ PBX ส่งออก และบริการดังกล่าวถูกเปิดอยู่จริง
สิ่งที่ไม่ควรทำ
ไม่ควรตั้ง Flash Time เป็น 1200 ms เพียงเพราะต้องการให้สัญญาณยาวขึ้น เพราะอุปกรณ์ต้นทางอาจตีความเป็นการวางสาย
⑳ วิธีตั้ง Flash Time ผ่าน KX-TE Maintenance Console
สามารถตรวจและตั้งค่า Flash/Recall Time ผ่านคอมพิวเตอร์ได้เมื่อมีโปรแกรมที่รองรับ
ขั้นตอน
① เปิด KX-TE Maintenance Console
② เข้าสู่ระบบด้วยสิทธิ์ที่ได้รับอนุญาต
③ เชื่อมต่อกับ KX-TES824 ผ่าน USB หรือ RS-232C
④ ป้อน System Password ปัจจุบัน
⑤ ตรวจว่ากำลังเชื่อมต่อกับตู้จริง
⑥ Backup โปรแกรมเดิม
⑦ เปิดหมวด Flash/Recall Time ตามเวอร์ชัน Console
⑧ เลือกหมายเลข CO Line
⑨ ตรวจค่าเดิม
⑩ เลือก Flash Time ตามข้อกำหนดต้นทาง
⑪ บันทึกลง PBX
⑫ อ่านค่ากลับจากตู้
⑬ ตรวจ Flash/Recall Key Mode หากเกี่ยวข้อง
⑭ ทดสอบกับบริการที่รองรับ
ข้อดี
เหมาะสำหรับสำนักงานที่มีหลาย CO Line เพราะสามารถตรวจค่าที่แตกต่างกันของแต่ละพอร์ตได้สะดวก
ข้อควรระวัง
ต้องตรวจว่าเป็นการแก้ไขข้อมูลใน PBX จริง ไม่ใช่เพียงเปิดไฟล์ Backup แบบ Offline
㉑ ตัวอย่างตั้ง Flash Time สำหรับสำนักงาน 3 สายนอก
สมมุติสำนักงานมี CO Line ดังนี้
- CO 1 เชื่อมต่อกับคู่สายโทรศัพท์ภายนอก
- CO 2 เชื่อมต่อกับ Host PBX
- CO 3 เชื่อมต่อกับ Voice Gateway
สำนักงานพบว่า Flash/Recall ของ CO 2 ไม่ทำงาน แต่ CO 1 และ CO 3 ใช้งานได้ตามต้องการ
แนวทางตรวจสอบ
① ตรวจประเภทอุปกรณ์ต้นทางของ CO 2
② อ่านโปรแกรม 110
③ อ่านโปรแกรม 418 ของ CO 2
④ สอบถามข้อกำหนด Flash Time ของ Host PBX
⑤ เปรียบเทียบกับค่าที่ตั้งไว้
⑥ หากค่าไม่ตรง ให้ปรับเฉพาะ CO 2
⑦ กด STORE
⑧ อ่านค่ากลับ
⑨ ทดลองใช้บริการของ Host PBX
⑩ บันทึกผล
ตัวอย่างการบันทึก
| รายการ | ก่อนแก้ | หลังแก้ |
|---|---|---|
| CO Line | CO 2 | CO 2 |
| โปรแกรม 110 | MODE 1 | ไม่เปลี่ยน |
| โปรแกรม 418 | 600 ms | ตามข้อกำหนด Host PBX |
| ผลการใช้ Flash | ไม่ผ่าน | ต้องทดสอบยืนยัน |
ข้อดีของการแก้เฉพาะพอร์ต
ช่วยลดความเสี่ยงกระทบ CO Line อื่นที่ทำงานได้ตามปกติ
㉒ วิธีทดสอบ Flash Time หลังตั้งค่า
หลังเปลี่ยนโปรแกรม 418 ควรทดสอบกับฟังก์ชันจริงที่ต้องใช้ Flash
ทดสอบขั้นที่ 1 ตรวจ CO Line
① เลือก CO Line ที่แก้ไข
② ตรวจ Dial Tone
③ โทรออกไปยังหมายเลขทดสอบที่ได้รับอนุญาต
④ ตรวจว่าสามารถสนทนาได้
ทดสอบขั้นที่ 2 ตรวจ Flash/Recall
① ใช้บริการหรือ Host PBX ที่รองรับ Flash
② กด FLASH/RECALL ตามโหมดที่ตั้งไว้
③ ตรวจว่าระบบต้นทางตอบสนองตรงตามฟังก์ชันที่ต้องการ
④ ตรวจว่าไม่มีการตัดสายผิดปกติ
ทดสอบขั้นที่ 3 เปรียบเทียบ
ทดลองกับ CO Line อื่นเมื่อมีอุปกรณ์ต้นทางและบริการเทียบเคียงกัน
ทดสอบขั้นที่ 4 ตรวจผู้ใช้งานจริง
ให้ผู้ใช้ที่ต้องใช้ฟังก์ชัน Flash ทดลองตามขั้นตอนที่ได้รับอนุญาต
ทดสอบขั้นที่ 5 บันทึกผล
จดค่า Flash Time และผลการทดสอบไว้ในเอกสารระบบ
ไม่ควรทดสอบด้วยการกด FLASH ระหว่างสายสนทนาสำคัญ เพราะอาจทำให้สายถูกตัดตามโหมดที่ตั้งไว้
㉓ ตารางแก้ปัญหา Flash Time KX-TES824
| อาการ | จุดตรวจสอบ | แนวทางแก้ไข |
|---|---|---|
| กด FLASH แล้วไม่มีผล | 110 และ 418 | ตรวจโหมดและเวลา |
| กด FLASH แล้วสายตัด | 110, 418 และ Host PBX | ตรวจพฤติกรรมสัญญาณ |
| Call Waiting ไม่ทำงาน | EFA และบริการต้นทาง | ตรวจการเปิดบริการ |
| CO 1 ใช้ได้ แต่ CO 2 ไม่ได้ | 418 ราย CO | เปรียบเทียบค่า |
| Host PBX ไม่รับ Flash | 418 | ตั้งตามข้อกำหนด |
| Gateway ไม่รับ Flash | Gateway และ 418 | ตรวจช่วง Flash |
| KX-T7730 ใช้งานได้ แต่ SLT ไม่ได้ | 207 และโทรศัพท์ | ตรวจ Hookswitch Flash |
| กด FLASH แล้วได้ Dial Tone ใหม่ | 110 | ตรวจโหมดปุ่ม |
| ส่ง Flash แล้วปลายทางตัดสาย | ช่วง Flash ของต้นทาง | ตรวจความเข้ากันได้ |
| เลขโทรออกไม่ครบ | 417 และ Dial Mode | ตรวจ Pause Time |
| วางสายแล้ว CO ค้าง | 420–422 | ตรวจ CPC และ Disconnect |
| ตั้งค่าแล้วไม่เปลี่ยน | STORE หรือ Console | อ่านค่ากลับ |
| ปัญหาเกิดเฉพาะหนึ่งเครื่อง | โทรศัพท์/Extension | แยกตรวจอุปกรณ์ |
| ปัญหาเกิดทุก CO | 110 และระบบต้นทาง | ตรวจค่าระบบร่วม |
| หลังแก้แล้วเกิดปัญหาเพิ่ม | Backup เดิม | เปรียบเทียบ Before–After |
㉔ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Flash Time KX-TES824
Flash Time KX-TES824 ใช้โปรแกรมอะไร?
ใช้โปรแกรม 418 หรือ Flash/Recall Time
โปรแกรม 418 ตั้งค่าอะไรได้บ้าง?
ตั้งเวลา 80, 100, 160, 300, 600, 900 และ 1200 ms
Flash Time ตั้งแยก CO Line ได้ไหม?
ได้ สามารถกำหนดเวลาต่างกันตาม CO Line ที่ติดตั้งจริง
ควรตั้ง Flash Time เท่าไร?
ควรเลือกตามข้อกำหนดของผู้ให้บริการ Host PBX หรือ Gateway ไม่ใช่เลือกค่าที่สูงที่สุดโดยอัตโนมัติ
โปรแกรม 110 คืออะไร?
ใช้กำหนด Flash/Recall Key Mode ว่าปุ่ม FLASH/RECALL ทำงานแบบใด
MODE 1 กับ MODE 2 ต่างกันอย่างไร?
MODE 1 เน้น External Feature Access ส่วน MODE 2 กำหนดพฤติกรรม Flash/Recall หรือ EFA ตามระยะเวลาการกดปุ่ม
External Feature Access คืออะไร?
เป็นฟังก์ชันสำหรับเรียกใช้บริการของ Host PBX หรือผู้ให้บริการภายนอกที่รองรับสัญญาณ Flash
กด FLASH แล้วสายตัดเกิดจากอะไร?
อาจเกิดจากระยะเวลา Flash ไม่ตรงกับต้นทาง หรือพฤติกรรมปุ่มตามโปรแกรม 110
ทำไมกด FLASH แล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้น?
อาจเกิดจากผู้ให้บริการไม่รองรับฟังก์ชันนั้น ค่า Flash ไม่ตรง หรือปุ่มทำงานในโหมดที่ไม่เหมาะสม
Flash Time กับ Pause Time ต่างกันอย่างไร?
Flash Time กำหนดความยาวสัญญาณ Flash ส่วน Pause Time กำหนดเวลาหยุดรอระหว่างส่งหมายเลข
โปรแกรม 417 ใช้ทำอะไร?
ใช้กำหนด Pause Time ไม่ใช่ Flash Time
โปรแกรม 422 ใช้ทำอะไร?
ใช้กำหนด Disconnect Time ตามเงื่อนไขการทำงานของระบบ
โปรแกรม 207 คืออะไร?
ใช้กำหนด Hookswitch Flash Timing Range สำหรับการตรวจจับ Flash จากโทรศัพท์ภายในที่เกี่ยวข้อง
KX-T7730 กับโทรศัพท์อนาล็อกมีวิธี Flash เหมือนกันไหม?
ไม่จำเป็น เพราะ KX-T7730 เป็น Proprietary Telephone ส่วนโทรศัพท์อนาล็อกอาจใช้ Hookswitch Flash ซึ่งต้องตรวจช่วงเวลาที่ PBX รับได้
ใช้ Router Fiber ต้องตั้ง Flash Time เท่าไร?
ต้องตรวจความสามารถของพอร์ต Phone/FXS และข้อกำหนด Hook Flash ของ Router หรือ Voice Gateway
Flash Time ช่วยแก้ปัญหาวางสายแล้ว CO ค้างไหม?
ไม่ใช่จุดตรวจหลัก ควรตรวจ CPC Signal Detection และ Disconnect Time เพิ่มเติม
สามารถตั้ง Flash Time ผ่านคอมพิวเตอร์ได้ไหม?
ได้ โดยใช้ KX-TE Maintenance Console ที่รองรับและเชื่อมต่อกับตู้สำเร็จ
ต้องรีสตาร์ตตู้หลังตั้งโปรแกรม 418 ไหม?
ไม่ควรรีสตาร์ตโดยอัตโนมัติ ให้บันทึก อ่านค่ากลับ และทดสอบก่อน
ต้อง Backup ก่อนเปลี่ยน Flash Time ไหม?
ควรทำ โดยเฉพาะระบบที่เชื่อมต่อกับ Host PBX หรือใช้บริการโทรศัพท์หลายรูปแบบ
㉕ สรุปวิธีตั้ง Flash Time ตู้ Panasonic KX-TES824 ให้เหมาะกับสายนอก
การตั้ง Flash Time บน Panasonic KX-TES824 มีความสำคัญสำหรับการใช้งานสัญญาณ Flash/Recall กับสายนอก โดยเฉพาะเมื่อเชื่อมต่อผ่าน Host PBX หรือ Voice Gateway ที่รองรับบริการ External Feature Access
ขั้นตอนสำคัญคือ ตรวจอุปกรณ์ต้นทาง → ตรวจโปรแกรม 110 → เข้าโปรแกรม 418 → เลือก CO Line → ตั้ง Flash Time ตามข้อกำหนด → STORE → ทดสอบจริง
โปรแกรม 418 รองรับค่า 80, 100, 160, 300, 600, 900 และ 1200 มิลลิวินาที และสามารถกำหนดแยกตามสายนอกได้
หากกด FLASH/RECALL แล้วไม่มีผล ควรตรวจทั้ง Flash/Recall Key Mode และข้อกำหนดของ Host PBX เพราะการปรับเวลาอย่างเดียวอาจไม่สามารถแก้ปัญหาได้
หากกด FLASH แล้วสายตัด ต้องตรวจว่าระบบต้นทางตีความสัญญาณอย่างไร และปุ่ม FLASH/RECALL ถูกตั้งให้ทำงานในโหมดใด
สำหรับโทรศัพท์อนาล็อกที่มีปัญหาเกี่ยวกับ Hookswitch Flash ควรตรวจโปรแกรม 207 เพิ่มเติม ส่วนปัญหาวางสายแล้ว CO Line ไม่ตัด ควรตรวจโปรแกรม CPC และ Disconnect Time แยกต่างหาก
การแก้ไขที่เหมาะสมคือเปลี่ยนเฉพาะ CO Line ที่มีปัญหา บันทึกค่าเดิม และทดสอบบริการที่เกี่ยวข้องหลังตั้งค่า
ComSiam แนะนำให้ช่างติดตั้งและผู้ดูแลระบบโทรศัพท์จัดทำตาราง Flash/Recall Time ของแต่ละ CO Line พร้อมข้อมูล Host PBX, Voice Gateway และผลทดสอบจริง เพื่อให้ Panasonic KX-TES824 ใช้งานฟังก์ชัน Flash ได้ตรงตามข้อกำหนด ลดปัญหาการตัดสายผิดปกติ และช่วยให้การบำรุงรักษาระบบโทรศัพท์สำนักงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ComSiam Professional Team







