วิธีตั้งสิทธิ์โทรออก KX-TES824 จำกัดเบอร์ภายในที่ใช้สายนอกได้

วิธีตั้งสิทธิ์โทรออก Panasonic KX-TES824 เพื่อจำกัดเบอร์ภายในที่สามารถใช้สายนอก CO Line ได้ ให้ใช้โปรแกรม 405, 406 และ 407 หรือ Flexible Outward Dialling เพื่อกำหนดว่า Extension Jack ใดสามารถเลือก CO Line ใดได้บ้างในช่วง Day, Night และ Lunch จากนั้นบันทึกค่าและทดสอบจากโทรศัพท์จริง

ตัวอย่างเช่น สำนักงานมีโทรศัพท์ภายใน 8 เครื่อง และสายนอก 3 เส้น ต้องการให้พนักงานทั่วไปใช้ CO 1 ได้ แต่ไม่ให้ใช้ CO 2 ซึ่งสงวนสำหรับฝ่ายขาย สามารถกำหนดสิทธิ์เป็นราย Extension Jack ได้โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนหมายเลขโทรศัพท์ภายในหรือแยกตู้สาขาใหม่

อย่างไรก็ตาม การอนุญาตให้ใช้สายนอก กับการอนุญาตให้โทรไปยังหมายเลขปลายทาง เป็นคนละส่วนกัน หากต้องการจำกัดการโทรทางไกล โทรต่างประเทศ หรือหมายเลขที่มีค่าใช้จ่ายสูง จะต้องใช้ Toll Restriction (TRS) และ Class of Service (COS) เพิ่มเติม

บทความนี้ ComSiam จะอธิบายขั้นตอนการตั้งสิทธิ์โทรออก KX-TES824 ผ่าน KX-T7730 และ KX-TE Maintenance Console พร้อมตัวอย่างการเปิดและปิดสิทธิ์แต่ละเครื่อง วิธีจำกัดการใช้ CO Line ตามแผนก และวิธีตรวจสอบปัญหาเมื่อเครื่องที่ได้รับอนุญาตยังโทรออกไม่ได้

① วิธีตั้งสิทธิ์โทรออก KX-TES824 แบบรวดเร็ว

หากต้องการให้เบอร์ภายในบางเครื่องใช้สายนอกได้ และห้ามบางเครื่องใช้ สามารถทำตามขั้นตอนหลักดังนี้

① ตรวจสอบว่าแต่ละเบอร์ภายในอยู่ Extension Jack หมายเลขใด

② ตรวจสอบว่า CO Line ที่ต้องการใช้งานมีคู่สายจริง

③ Backup ค่าโปรแกรมเดิมก่อนเปลี่ยนสิทธิ์

④ เข้า System Programming ผ่าน KX-T7730 ที่ Extension Jack 01

⑤ กด PROGRAM ตามด้วย * และ #

⑥ ป้อน System Password ปัจจุบัน

⑦ เลือกโปรแกรม 405 สำหรับช่วง Day

⑧ เลือกหมายเลข CO Line

⑨ เลือก Extension Jack ที่ต้องการกำหนดสิทธิ์

⑩ เลือก Enable เพื่ออนุญาต หรือ Disable เพื่อห้ามใช้สายนอกนั้น

⑪ กด STORE

⑫ ทำซ้ำกับคู่ CO Line และ Extension Jack ที่เกี่ยวข้อง

⑬ ตรวจโปรแกรม 406 สำหรับ Night

⑭ ตรวจโปรแกรม 407 สำหรับ Lunch

⑮ ออกจาก System Programming

⑯ ทดลองโทรออกจากเครื่องที่ได้รับอนุญาต

⑰ ทดลองเลือกสายนอกที่ถูกห้ามจากเครื่องที่ไม่มีสิทธิ์

⑱ Backup หลังตรวจสอบผลเรียบร้อยแล้ว

จำง่าย ๆ: 405 = Day, 406 = Night, 407 = Lunch

การตั้งค่าต้องตรวจตาม Extension Jack ไม่ใช่เดาจากตัวเลขหมายเลขภายใน

② สิทธิ์โทรออกของ KX-TES824 คืออะไร?

สิทธิ์โทรออกคือการกำหนดว่าโทรศัพท์ภายในแต่ละเครื่องสามารถใช้งานช่องทางโทรศัพท์ภายนอกได้มากน้อยเพียงใด

KX-TES824 มีการควบคุมที่สำคัญสองระดับ ได้แก่

ระดับที่ 1 สิทธิ์ใช้ CO Line

กำหนดว่าเครื่องภายในสามารถเลือกสายนอกเส้นใดได้

ใช้โปรแกรม 405–407

ระดับที่ 2 สิทธิ์โทรไปยังหมายเลขปลายทาง

กำหนดข้อจำกัดตามประเภทหรือรูปแบบหมายเลข เช่น หมายเลขระหว่างประเทศหรือหมายเลขที่องค์กรกำหนดให้ห้ามโทร

ใช้ระบบ Toll Restriction และ COS

ตัวอย่าง

Reception ได้รับสิทธิ์ใช้ CO 1

แต่หาก COS ของ Reception ไม่อนุญาตให้โทรบางหมายเลข ก็ยังไม่สามารถโทรหมายเลขเหล่านั้นได้

การให้สิทธิ์ CO 1 จึงไม่ได้หมายถึงการอนุญาตโทรทุกหมายเลขโดยไม่มีข้อจำกัด

③ ทำไมสำนักงานควรจำกัดสิทธิ์โทรออก?

การกำหนดสิทธิ์ช่วยให้สำนักงานควบคุมการใช้ระบบโทรศัพท์ได้ตามหน้าที่ของพนักงาน

1. ควบคุมค่าโทรศัพท์

ลดความเสี่ยงจากการใช้บริการโทรศัพท์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับงาน

2. สงวนสายนอกสำคัญ

เช่น สายฝ่ายขายหรือฝ่ายบริการลูกค้า

3. ลดปัญหาสายไม่ว่าง

ไม่ให้เครื่องที่ไม่มีความจำเป็นใช้ CO Line ที่แผนกอื่นต้องใช้เป็นประจำ

4. แยกการทำงานของแต่ละแผนก

กำหนดให้ฝ่ายขายใช้คู่สายของฝ่ายขาย และฝ่ายธุรการใช้คู่สายสำนักงาน

5. ลดการโทรโดยไม่ได้รับอนุญาต

จำกัดการเข้าถึงสายนอกของโทรศัพท์ที่ติดตั้งในพื้นที่สาธารณะหรือห้องประชุม

6. ควบคุมตามช่วงเวลา

อาจอนุญาตให้โทรออกในช่วงเวลาทำงาน แต่จำกัดการใช้บางสายนอกนอกเวลาทำการ

7. ตรวจสอบย้อนหลังได้ง่ายขึ้น

เมื่อมีเอกสารสิทธิ์ของแต่ละ Extension ผู้ดูแลจะทราบได้ว่าการโทรผ่านสายนอกเป็นไปตามนโยบายหรือไม่

④ โปรแกรมที่เกี่ยวข้องกับสิทธิ์โทรออก KX-TES824

โปรแกรมสำคัญแบ่งได้ดังนี้

โปรแกรมรายการหน้าที่
400CO Line Connectionเปิดหรือปิดสถานะพอร์ตสายนอก
404CO Line Group Numberจัดกลุ่มสายนอก
405Flexible Outward Dialling — Dayสิทธิ์ใช้ CO ช่วงกลางวัน
406Flexible Outward Dialling — Nightสิทธิ์ใช้ CO ช่วงกลางคืน
407Flexible Outward Dialling — Lunchสิทธิ์ใช้ CO ช่วงพัก
601TRS-COS — Dayระดับข้อจำกัดหมายเลขช่วงกลางวัน
602TRS-COS — Nightระดับข้อจำกัดหมายเลขช่วงกลางคืน
603TRS-COS — Lunchระดับข้อจำกัดหมายเลขช่วงพัก
302–305TRS Denied Codesรายการรูปแบบหมายเลขที่ห้ามโทร
306TRS Exception Codesข้อยกเว้นตามข้อกำหนด
309Emergency Numberหมายเลขฉุกเฉินตามการตั้งค่าระบบ

หลักการเลือกโปรแกรม

หากต้องการห้ามเครื่องใช้ CO 2 ให้ดู 405–407

หากต้องการให้ใช้ CO 2 ได้ แต่ห้ามโทรหมายเลขบางประเภท ต้องตรวจ 601–603 และตาราง TRS ที่เกี่ยวข้อง

การใช้โปรแกรมให้ตรงกับปัญหาจะลดความผิดพลาดในการตั้งค่า

⑤ ก่อนตั้งสิทธิ์ต้องตรวจ Extension Jack อย่างไร?

KX-TES824 กำหนดสิทธิ์ Flexible Outward Dialling เป็นราย Extension Jack

ดังนั้นจึงควรตรวจผังหมายเลขภายในก่อน

ตัวอย่าง

Extension Jackหมายเลขภายในผู้ใช้งาน
01101Reception
02102ธุรการ
03103ฝ่ายขาย
04104ฝ่ายขาย
05105ผู้บริหาร
06106ห้องประชุม

ข้อมูลนี้เป็นตัวอย่างสำหรับอธิบายเท่านั้น

วิธีตรวจสอบ

① เปิดข้อมูลผังหมายเลขภายใน

② ตรวจว่าโทรศัพท์แต่ละเครื่องต่อกับ Extension Jack ใด

③ อ่านโปรแกรม 009 หรือ Extension Number

④ ตรวจชื่อ Extension ด้วยโปรแกรม 604 หากมีการกำหนดชื่อ

⑤ จดข้อมูลให้ตรงกับการใช้งานจริง

ทำไมต้องตรวจ?

เพราะเบอร์ภายใน 103 ไม่จำเป็นต้องอยู่ Jack 03 เสมอไป

หากมีการเปลี่ยน Numbering Plan หรือ Extension Number มาก่อน หมายเลขโทรศัพท์อาจไม่ตรงกับหมายเลขพอร์ต

การกำหนดสิทธิ์ผิด Jack อาจทำให้พนักงานอีกคนได้รับสิทธิ์แทน

⑥ วิธีตรวจ CO Line ก่อนกำหนดสิทธิ์โทรออก

ก่อนกำหนด Enable หรือ Disable ควรตรวจว่าพอร์ตสายนอกที่เกี่ยวข้องใช้งานได้จริง

ขั้นตอน

① ตรวจจำนวนคู่สายภายนอกที่ติดตั้ง

② ตรวจหมายเลข CO Line ของแต่ละคู่สาย

③ อ่านโปรแกรม 400

④ ตรวจว่าพอร์ตที่มีสายจริงเป็น Connect

⑤ ตรวจว่าพอร์ตที่ไม่มีสายเป็น Not Connect

⑥ ทดสอบสัญญาณ CO Line ที่เกี่ยวข้อง

⑦ ตรวจ CO Line Group ด้วยโปรแกรม 404 หากใช้งาน

ตัวอย่าง

สำนักงานมี CO 1 และ CO 2 ใช้งานจริง

แต่ CO 3 ไม่มีคู่สาย

แม้อนุญาตให้ Extension ใช้ CO 3 ในโปรแกรม 405 ก็ไม่ได้ทำให้พอร์ตนั้นมีสัญญาณโทรศัพท์ขึ้นมา

ต้องมีคู่สายจริงและกำหนดสถานะ CO Line ให้ถูกต้องก่อน

⑦ วิธีเข้า System Programming ผ่าน KX-T7730

สามารถตั้งสิทธิ์ด้วยโทรศัพท์ Panasonic KX-T7730 ที่เชื่อมต่อกับ Extension Jack 01 ตามข้อกำหนดของตู้

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม

  • Panasonic KX-T7730
  • System Password ปัจจุบัน
  • ผัง Extension Jack
  • รายชื่อ CO Line ที่ต้องการกำหนดสิทธิ์
  • ตารางค่าเดิมและค่าใหม่

ขั้นตอน

① วางหูโทรศัพท์

② กด PROGRAM

③ กด *

④ กด #

⑤ ป้อน System Password

⑥ กดหมายเลขโปรแกรมที่ต้องการ

⑦ กด SP-PHONE หรือ NEXT

⑧ เลือกรายการที่ต้องแก้

⑨ ตรวจค่าเดิม

⑩ กำหนดค่าใหม่

⑪ กด AUTO DIAL/STORE

⑫ อ่านค่ากลับ

⑬ ออกจาก System Programming เมื่อดำเนินการเสร็จ

รหัสผ่านเริ่มต้น

System Password จากโรงงานคือ 1234

หากผู้ดูแลเปลี่ยนรหัสผ่านแล้วต้องใช้ค่าปัจจุบัน

ไม่ควรใช้คำสั่งล้างค่าระบบเพียงเพราะไม่ทราบรหัสผ่าน

⑧ วิธีตั้งสิทธิ์โทรออกช่วง Day ด้วยโปรแกรม 405

โปรแกรม 405 หรือ Flexible Outward Dialling — Day ใช้กำหนดว่า Extension Jack ใดสามารถใช้ CO Line ใดในช่วง Day

ตัวเลือก

  • Enable — อนุญาตให้ใช้สายนอกนั้น
  • Disable — ไม่อนุญาตให้ใช้สายนอกนั้น

ขั้นตอนตั้งค่า

① เข้า System Programming

② กด 405

③ กด NEXT

④ เลือก CO Line ที่ต้องการ

⑤ เลือก Extension Jack

⑥ ตรวจค่าเดิม

⑦ ใช้ SELECT เพื่อกำหนด Enable หรือ Disable

⑧ กด STORE

⑨ เลือก Extension Jack อื่นที่ต้องการกำหนดสิทธิ์

⑩ ทำซ้ำจนตั้งค่าครบ

⑪ อ่านค่าที่บันทึกอีกครั้ง

⑫ ออกจากโปรแกรม

ตัวอย่าง

ต้องการให้ Jack 01 ใช้ CO 1 ได้

ให้กำหนด

CO 1 / Jack 01 = Enable

ต้องการห้าม Jack 06 ใช้ CO 1

ให้กำหนด

CO 1 / Jack 06 = Disable

ข้อสำคัญ: หากต้องการห้ามเครื่องหนึ่งโทรออกผ่านสายนอกทั้งหมด ต้องตรวจสิทธิ์ของเครื่องนั้นกับ CO Line ทุกเส้นที่เปิดใช้งาน ไม่ใช่ปิดสิทธิ์เพียงหนึ่งเส้น

⑨ วิธีห้ามเบอร์ภายในโทรออกทุกสายนอก

สมมุติต้องการให้โทรศัพท์ในห้องประชุมใช้โทรภายในได้ แต่ไม่อนุญาตให้โทรออกภายนอก

ตัวอย่าง

ห้องประชุมอยู่ Extension Jack 06

สำนักงานมี CO 1, CO 2 และ CO 3

สิทธิ์ที่ต้องการ

Extension JackCO 1CO 2CO 3
06 ห้องประชุมDisableDisableDisable

ขั้นตอน

① เปิดโปรแกรม 405

② เลือก CO 1 และ Jack 06

③ ตั้ง Disable แล้ว STORE

④ เลือก CO 2 และ Jack 06

⑤ ตั้ง Disable แล้ว STORE

⑥ เลือก CO 3 และ Jack 06

⑦ ตั้ง Disable แล้ว STORE

⑧ ตรวจโปรแกรม 406 สำหรับ Night

⑨ ตรวจโปรแกรม 407 สำหรับ Lunch

⑩ ทดสอบจากโทรศัพท์ห้องประชุม

ผลที่ต้องการ

  • โทรระหว่างเบอร์ภายในได้
  • ไม่สามารถเลือก CO Line ที่ไม่ได้รับอนุญาต
  • ไม่สามารถโทรออกภายนอกผ่านเส้นที่ถูกห้าม

ข้อควรระวังเกี่ยวกับการโทรฉุกเฉิน

ก่อนห้ามใช้สายนอกทั้งหมด ต้องประเมินข้อกำหนดการติดต่อฉุกเฉินของสถานที่ โดยเฉพาะโทรศัพท์ที่อาจใช้ติดต่อขอความช่วยเหลือ

หากต้องการจำกัดการโทรเสียค่าใช้จ่าย แต่ยังคงความสามารถในการโทรฉุกเฉิน ควรออกแบบสิทธิ์และ TRS อย่างเหมาะสมแทนการตัดทุกช่องทางโทรออกโดยไม่มีแผนรองรับ

⑩ วิธีให้ Reception โทรออกได้ทุก CO Line

บางสำนักงานต้องการให้ Reception สามารถเลือกสายนอกทุกเส้นได้ เพื่อรองรับการติดต่อหลายแผนก

ตัวอย่าง

Reception อยู่ Jack 01

สำนักงานมี CO 1–3

ตารางสิทธิ์

JackCO 1CO 2CO 3
01 ReceptionEnableEnableEnable

วิธีตั้งค่า

① เข้าโปรแกรม 405

② ตั้ง Jack 01 เป็น Enable สำหรับ CO 1

③ ตั้ง Jack 01 เป็น Enable สำหรับ CO 2

④ ตั้ง Jack 01 เป็น Enable สำหรับ CO 3

⑤ กด STORE หลังแก้ไขแต่ละรายการ

⑥ ตรวจค่าอีกครั้ง

⑦ ตรวจ Night และ Lunch หากต้องใช้สิทธิ์เดียวกัน

⑧ ทดสอบโทรออกผ่านแต่ละ CO Line

ข้อควรระวัง

การใช้ CO Line ทุกเส้นได้ไม่ได้หมายความว่าจะโทรหมายเลขปลายทางทุกประเภทได้

หากมี TRS อยู่ สิทธิ์โทรออกยังขึ้นอยู่กับ COS ของ Reception

⑪ วิธีจำกัดฝ่ายขายให้ใช้เฉพาะ CO 2 และ CO 3

สมมุติสำนักงานมีฝ่ายขายที่ Jack 03 และ Jack 04

ต้องการให้ใช้สายนอก CO 2–3 เท่านั้น

ตารางสิทธิ์ช่วง Day

JackCO 1CO 2CO 3
03 SalesDisableEnableEnable
04 SalesDisableEnableEnable

ขั้นตอน

① เข้าโปรแกรม 405

② เลือก CO 1

③ ตั้ง Jack 03 และ 04 เป็น Disable

④ เลือก CO 2

⑤ ตั้ง Jack 03 และ 04 เป็น Enable

⑥ เลือก CO 3

⑦ ตั้ง Jack 03 และ 04 เป็น Enable

⑧ บันทึกค่า

⑨ อ่านค่าเพื่อตรวจสอบ

⑩ ทดสอบเลือก CO 2 หรือ CO 3

⑪ ทดสอบว่า CO 1 ถูกจำกัดตามแผน

หากใช้ CO Line Group

อาจกำหนด CO 2 และ CO 3 ให้อยู่กลุ่มเดียวกันด้วยโปรแกรม 404 แล้วตั้งปุ่ม Group-CO สำหรับฝ่ายขาย

แต่สิทธิ์จำกัดการใช้สายนอกยังต้องกำหนดด้วย 405–407

⑫ วิธีตั้งสิทธิ์โทรออกช่วง Night ด้วยโปรแกรม 406

โปรแกรม 406 หรือ Flexible Outward Dialling — Night ใช้กำหนดสิทธิ์เมื่อระบบทำงานใน Night Mode

ตัวอย่าง

กลางวันพนักงานใช้ CO 1 และ CO 2 ได้

แต่กลางคืนต้องการอนุญาตให้เฉพาะเจ้าหน้าที่เวรใช้ CO 1

ตารางตัวอย่าง

Extension JackCO 1 NightCO 2 Night
01 ReceptionEnableDisable
02 ธุรการDisableDisable
03 ฝ่ายขายDisableDisable

ขั้นตอน

① เข้าโปรแกรม 406

② เลือก CO Line

③ เลือก Extension Jack

④ ตรวจสิทธิ์ปัจจุบัน

⑤ กำหนด Enable หรือ Disable

⑥ กด STORE

⑦ ทำซ้ำให้ครบตามแผน

⑧ ตรวจโหมดเวลาในระบบ

⑨ ทดสอบสิทธิ์ Night อย่างปลอดภัย

ทำไมต้องตรวจ Night Mode?

เพราะแม้ตั้งสิทธิ์ Day ถูกต้องแล้ว ผู้ใช้อาจมีสิทธิ์ที่แตกต่างกันในช่วง Night

หากสำนักงานต้องการจำกัดการโทรนอกเวลาทำการ ต้องตรวจโปรแกรมนี้โดยเฉพาะ

⑬ วิธีตั้งสิทธิ์ช่วง Lunch ด้วยโปรแกรม 407

โปรแกรม 407 ใช้กำหนดสิทธิ์ใช้ CO Line ช่วง Lunch

ตัวอย่าง

ช่วงพักกลางวันสำนักงานต้องการให้ Reception โทรออกได้ แต่จำกัดสายนอกของพนักงานทั่วไป

ตารางตัวอย่าง

Extension JackCO 1 LunchCO 2 Lunch
01 ReceptionEnableEnable
02 ธุรการDisableDisable
03 ฝ่ายขายDisableEnable

ขั้นตอน

① เข้าโปรแกรม 407

② เลือก CO Line

③ เลือก Extension Jack

④ กำหนด Enable หรือ Disable

⑤ กด STORE

⑥ ตรวจค่าเดิมและค่าใหม่

⑦ ทดสอบเมื่อระบบอยู่ใน Lunch Mode ตามแผน

ข้อควรจำ

โปรแกรม 407 ไม่ใช่ตัวกำหนดเครื่องรับสายโทรเข้า

หากต้องการกำหนดว่าเครื่องใดรับสายช่วง Lunch ต้องตรวจ Flexible Ringing และ CO Line Mode แยกต่างหาก

⑭ วิธีตั้งสิทธิ์โทรออกผ่าน KX-TE Maintenance Console

หากมีคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกับ KX-TES824 ได้ สามารถใช้ Maintenance Console ตั้งสิทธิ์ได้สะดวก

ขั้นตอน

① เปิด KX-TE Maintenance Console

② เข้าสู่โปรแกรมด้วยสิทธิ์ที่ได้รับอนุญาต

③ เลือก Connect to PBX

④ ป้อน System Password ปัจจุบัน

⑤ เชื่อมต่อผ่าน USB หรือ RS-232C

⑥ Backup ข้อมูลเดิม

⑦ เปิดหมวด CO Line หรือ Flexible Outward Dialling ตามเวอร์ชันโปรแกรม

⑧ เลือกช่วง Day, Night หรือ Lunch

⑨ ตรวจรายการ CO Line และ Extension Jack

⑩ กำหนดสิทธิ์ตามแผน

⑪ บันทึกให้มีผลกับตู้

⑫ อ่านค่ากลับจาก PBX

⑬ ทดสอบจากโทรศัพท์จริง

ข้อดี

Maintenance Console เหมาะกับการปรับสิทธิ์หลายเครื่อง เพราะสามารถตรวจตาราง Extension และ CO Line ได้สะดวกกว่าโทรศัพท์ที่มีหน้าจอเล็ก

ข้อควรระวัง

ชื่อเมนูอาจแตกต่างตามเวอร์ชันของ Maintenance Console

ไม่ควรใช้คำสั่งส่งไฟล์ PC to PBX เพื่อเปลี่ยนสิทธิ์เพียงหนึ่งหรือสองรายการโดยไม่มีแผน เพราะอาจเขียนทับค่าอื่นด้วยไฟล์เก่า

⑮ ทำไมปิดสิทธิ์ CO Line แล้วพนักงานยังโทรออกได้?

หากตั้ง Disable ให้ CO Line หนึ่งเส้น แต่พนักงานยังโทรออกได้ ต้องตรวจสอบว่าระบบเลือกสายนอกอื่นแทนหรือไม่

ตัวอย่าง

ปิดสิทธิ์ Jack 06 สำหรับ CO 1

แต่ยังอนุญาตให้ใช้ CO 2

เมื่อผู้ใช้กด 9 ระบบอาจเลือก CO 2 ที่ยังได้รับอนุญาต ทำให้โทรออกสำเร็จ

วิธีตรวจสอบ

① อ่านค่า CO 1 ของ Jack 06

② อ่านค่า CO 2 และ CO อื่นทุกเส้นที่เปิดใช้งาน

③ ตรวจ Day, Night และ Lunch

④ ตรวจว่าเครื่องเลือกสายนอกใดจริง

⑤ ตรวจปุ่ม CO หรือ Group-CO

⑥ ทดสอบการเลือก CO แต่ละเส้นโดยตรง

สรุป

หากต้องการห้ามโทรออกทุกสายนอก ต้องกำหนด Disable ให้ครบทุก CO Line ที่เกี่ยวข้องในทุกช่วงเวลาที่ต้องการ

ไม่ใช่ตั้ง Disable เพียง CO หนึ่งเส้นแล้วคาดว่าจะถูกห้ามทั้งหมด

⑯ โปรแกรม 405 ต่างจาก COS และ TRS อย่างไร?

เป็นคำถามสำคัญสำหรับผู้ดูแลระบบที่ต้องการควบคุมค่าโทรศัพท์

Flexible Outward Dialling

โปรแกรม 405–407 ใช้ควบคุมการเลือกสายนอกของ Extension

ตัวอย่าง:

Jack 03 ใช้ CO 1 ไม่ได้ แต่ใช้ CO 2 ได้

Class of Service

COS ใช้กำหนดระดับสิทธิ์ของ Extension ในระบบ Toll Restriction ตามช่วงเวลา

โปรแกรมหลักคือ 601–603

Toll Restriction

TRS ใช้ตรวจสอบรูปแบบหมายเลขปลายทางที่ผู้ใช้พยายามโทร

เช่น จำกัดหมายเลขที่มี Prefix บางประเภท

ตารางเปรียบเทียบ

สิ่งที่ต้องการโปรแกรมหลัก
ห้ามเครื่องใช้ CO 2405–407
อนุญาตเครื่องใช้ CO 1405–407
กำหนด COS ช่วง Day601
กำหนด COS ช่วง Night602
กำหนด COS ช่วง Lunch603
ตั้งรายการหมายเลขที่ห้ามโทร302–305
ตั้งข้อยกเว้น TRS306

หากต้องการห้ามเบอร์ภายในโทรออกทั้งหมด อาจใช้สิทธิ์ CO Line เป็นตัวควบคุม แต่หากต้องการให้โทรออกได้เฉพาะบางประเภท ควรศึกษาการตั้งค่า TRS เพิ่มเติม

⑰ COS 1–5 ของ KX-TES824 คืออะไร?

ระบบ Toll Restriction ของ KX-TES824 มี Class of Service สำหรับการควบคุมการโทรตามหมายเลขปลายทาง

ระดับ COS

COSหลักการ
COS 1ระดับสิทธิ์สูงสุด ไม่มีข้อจำกัด TRS ตามตารางปกติ
COS 2ใช้ข้อจำกัดตามตาราง Class 2
COS 3ใช้ข้อจำกัดของ Class 2–3
COS 4ใช้ข้อจำกัดของ Class 2–4
COS 5ใช้ข้อจำกัดของ Class 2–5

ข้อยกเว้นจากตาราง Exception Codes และเงื่อนไขอื่นอาจเปลี่ยนผลการอนุญาตจริงได้

สิ่งที่ต้องเข้าใจ

COS 5 ไม่ได้หมายความว่าโทรออกไม่ได้ทุกหมายเลขโดยอัตโนมัติ

ผลการจำกัดขึ้นอยู่กับรายการ Denied Codes และ Exception Codes ที่กำหนดไว้

หากไม่ได้ตั้งตารางห้ามโทรให้เหมาะสม การเปลี่ยน COS อย่างเดียวอาจไม่บรรลุเป้าหมาย

⑱ วิธีจำกัดหมายเลขปลายทางที่พนักงานโทรได้

หากต้องการจำกัดประเภทหมายเลข ควรใช้ Toll Restriction

ตัวอย่างสถานการณ์

  • ห้ามโทรต่างประเทศ
  • จำกัดหมายเลขบริการอัตราพิเศษ
  • จำกัดโทรทางไกลบางประเภท
  • อนุญาตเฉพาะหมายเลขตามนโยบายองค์กร

องค์ประกอบที่ต้องตรวจ

① TRS-COS ของ Extension ในโปรแกรม 601–603

② ตาราง Denied Codes ในโปรแกรม 302–305

③ ตาราง Exception Codes ในโปรแกรม 306

④ การใช้ System Speed Dialling

⑤ หมายเลขฉุกเฉินและเงื่อนไขพิเศษ

⑥ รูปแบบหมายเลขโทรศัพท์ที่ผู้ให้บริการใช้จริง

ข้อควรระวัง

ไม่ควรคัดลอกรายการ Prefix ห้ามโทรจากประเทศอื่นโดยไม่ตรวจสอบ เพราะแผนหมายเลขโทรศัพท์ของแต่ละประเทศแตกต่างกัน

สำหรับประเทศไทย ควรตรวจข้อมูลหมายเลขและบริการปัจจุบันก่อนออกแบบข้อจำกัด เพื่อไม่ให้กระทบการโทรที่จำเป็น

⑲ ตั้งค่าโทรฉุกเฉินอย่างไรไม่ให้ถูกบล็อก?

การจำกัดสิทธิ์โทรออกควรคำนึงถึงความปลอดภัยในการติดต่อฉุกเฉิน

KX-TES824 มีโปรแกรม 309 หรือ Emergency Number สำหรับการกำหนดหมายเลขฉุกเฉินตามระบบที่รองรับ

สิ่งที่ต้องตรวจสอบ

① หมายเลขฉุกเฉินที่องค์กรต้องใช้งาน

② วิธีเลือกสายนอกของโทรศัพท์

③ ความสามารถในการโทรฉุกเฉินภายใต้ TRS

④ สถานะและสิทธิ์ใช้ CO Line

⑤ ข้อกำหนดของผู้ให้บริการโทรศัพท์

⑥ ข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับสถานที่ใช้งาน

ข้อควรจำ

การกำหนด Emergency Number เพื่อยกเว้นข้อจำกัด TRS ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถโทรฉุกเฉินได้ในทุกสถานการณ์ หากเครื่องไม่มีสิทธิ์เลือกสายนอกหรือไม่มีคู่สายพร้อมใช้งาน

จึงต้องตรวจทั้งสิทธิ์ใช้สายและนโยบาย TRS รวมถึงมีวิธีติดต่อฉุกเฉินสำรองตามความเหมาะสม

ไม่ควรใช้การโทรเข้าสู่หมายเลขฉุกเฉินจริงเพื่อทดลองโดยไม่มีเหตุฉุกเฉิน ให้ใช้วิธีตรวจสอบการตั้งค่าและประสานผู้ให้บริการตามขั้นตอนที่เหมาะสม

⑳ วิธีทดสอบสิทธิ์โทรออกหลังตั้งค่า

หลังเปลี่ยนโปรแกรม 405–407 ต้องทดสอบทั้งเครื่องที่ได้รับอนุญาตและเครื่องที่ถูกจำกัด

การทดสอบเครื่องที่ได้รับอนุญาต

① เลือก Extension ที่มีสิทธิ์ใช้ CO 1

② ใช้ปุ่ม CO หรือรหัสเลือกสายนอกที่เหมาะสม

③ เลือก CO 1

④ ตรวจสอบ Dial Tone

⑤ โทรไปยังหมายเลขทดสอบที่ได้รับอนุญาต

⑥ ตรวจสอบว่าปลายทางรับสายได้

⑦ วางสาย

การทดสอบเครื่องที่ถูกจำกัด

① เลือก Extension ที่ไม่มีสิทธิ์ใช้ CO 1

② ลองเลือก CO 1 ตามวิธีที่ระบบรองรับ

③ ตรวจสอบว่าระบบไม่อนุญาตให้ใช้สายนอกนั้น

④ ทดลองวิธีเลือก Group-CO หรือ Automatic Line Access ที่ผู้ใช้มีอยู่ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่สามารถหลีกเลี่ยงข้อจำกัด CO Line เดิมได้

⑤ ตรวจผลกับสิทธิ์ที่วางแผนไว้

ตัวอย่าง Checklist

เครื่องCO 1CO 2ผลที่ต้องการ
Reception 101อนุญาตอนุญาตใช้ได้ทั้งสองสาย
Sales 103ไม่อนุญาตอนุญาตใช้ CO 2 เท่านั้น
Meeting 106ไม่อนุญาตไม่อนุญาตไม่ใช้สายนอก
Manager 105อนุญาตอนุญาตใช้ได้ตามสิทธิ์

㉑ โทรออกไม่ได้หลังตั้งสิทธิ์ ต้องเช็กอะไรบ้าง?

หากพนักงานแจ้งว่าโทรออกไม่ได้หลังเปลี่ยนโปรแกรม ให้ตรวจตามอาการ

อาการที่ 1 โทรภายในได้ แต่เลือก CO ไม่ได้

ตรวจโปรแกรม 405–407 และสถานะ CO Line

อาการที่ 2 เลือก CO ได้ แต่โทรบางหมายเลขไม่ได้

ตรวจ TRS, COS และข้อจำกัดของบริการโทรศัพท์

อาการที่ 3 กลางวันใช้ได้ กลางคืนใช้ไม่ได้

ตรวจโปรแกรม 406 และสถานะ Night Mode

อาการที่ 4 ช่วงพักใช้ไม่ได้

ตรวจโปรแกรม 407

อาการที่ 5 กด 9 แล้วโทรออกไม่ได้

ตรวจสิทธิ์ CO Line, การเลือกสายอัตโนมัติ และ CO Line ที่ว่าง

อาการที่ 6 กดปุ่ม CO ได้แต่ไม่มี Dial Tone

ตรวจคู่สายจริงและโปรแกรม 400

อาการที่ 7 ใช้ CO Group ไม่ได้

ตรวจโปรแกรม 404 และสิทธิ์ของ Extension ต่อ CO Line ภายในกลุ่ม

อาการที่ 8 ทุกเครื่องโทรออกไม่ได้

ตรวจว่ามีการกำหนด Disable ผิดให้ทุก Extension หรือไม่ รวมถึงตรวจคู่สายจากผู้ให้บริการและระบบไฟเลี้ยง

㉒ ตัวอย่างกำหนดสิทธิ์โทรออกสำหรับสำนักงาน 8 เครื่อง

สมมุติสำนักงานมีเบอร์ภายใน 8 เครื่องและสายนอก 3 เส้น

ข้อมูลสายนอก

  • CO 1 สำหรับสำนักงานทั่วไป
  • CO 2 สำหรับฝ่ายขาย
  • CO 3 สำหรับผู้บริหารและงานสำรอง

แผนสิทธิ์ช่วง Day

Extension JackแผนกCO 1CO 2CO 3
01ReceptionEnableEnableEnable
02ธุรการEnableDisableDisable
03ฝ่ายขายDisableEnableDisable
04ฝ่ายขายDisableEnableDisable
05ผู้บริหารEnableEnableEnable
06ห้องประชุมDisableDisableDisable
07คลังสินค้าEnableDisableDisable
08บริการลูกค้าEnableEnableDisable

ขั้นตอนตั้งค่า

① ตรวจว่า CO 1–3 มีคู่สายพร้อมใช้งาน

② Backup โปรแกรมก่อนเริ่ม

③ ตั้งสิทธิ์โปรแกรม 405 ตามตาราง

④ ตรวจโปรแกรม 406 สำหรับ Night

⑤ ตรวจโปรแกรม 407 สำหรับ Lunch

⑥ ตรวจ COS ของแต่ละ Extension หากองค์กรมีนโยบายจำกัดหมายเลขปลายทาง

⑦ ตั้งปุ่ม CO หรือ Group-CO ตามแผนก

⑧ ทดสอบการโทรออกของเครื่องที่อนุญาต

⑨ ทดสอบข้อจำกัดของเครื่องที่ถูกห้าม

⑩ ตรวจการโทรฉุกเฉินตามแผนความปลอดภัยโดยไม่โทรทดสอบไปยังบริการฉุกเฉินจริง

⑪ Backup ข้อมูลหลังตั้งค่าเสร็จ

ผลที่คาดหวัง

สำนักงานสามารถควบคุมการใช้ CO Line แยกตามแผนก โดยยังคงการโทรภายในและระบบรับสายเข้าตามการตั้งค่าที่เกี่ยวข้อง

㉓ ตารางแก้ปัญหาการตั้งสิทธิ์โทรออก KX-TES824

ปัญหาโปรแกรมหรือส่วนที่ตรวจวิธีแก้
เบอร์ภายในใช้สายนอกไม่ได้405–407ตรวจ Enable/Disable
ใช้ได้กลางวันแต่กลางคืนไม่ได้406ตรวจสิทธิ์ Night
ใช้ไม่ได้ช่วง Lunch407ตรวจสิทธิ์ Lunch
โทรบางหมายเลขไม่ได้601–603 และ TRSตรวจ COS
พนักงานยังใช้ CO ที่ห้ามได้405–407ตรวจทุก CO และทุกช่วง
กด 9 แล้วได้สายนอกอื่นAutomatic Line Accessตรวจสิทธิ์และการเลือกสาย
กด Group-CO แล้วไม่ได้404 และ 405–407ตรวจกลุ่มและสิทธิ์
ไม่มี Dial Tone จาก CO400 และคู่สายตรวจการเชื่อมต่อ
เบอร์ 103 ได้สิทธิ์ผิดคน009 และ Extension Jackตรวจหมายเลขพอร์ต
ห้องประชุมโทรออกได้สิทธิ์ CO ที่ยังเปิดตรวจทุกพอร์ต
ผู้บริหารโทรบางเลขไม่ได้COS และ TRSตรวจข้อจำกัด
ทุกเครื่องโทรออกไม่ได้CO และสิทธิ์ทั้งหมดตรวจค่าที่เปลี่ยน
หลังแก้ไขเกิดปัญหาใหม่Backup Beforeเปรียบเทียบค่าเดิม

㉔ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการตั้งสิทธิ์โทรออก KX-TES824

KX-TES824 จำกัดเบอร์ภายในไม่ให้โทรออกได้ไหม?

ได้ โดยกำหนด Flexible Outward Dialling ให้ Extension Jack นั้นไม่มีสิทธิ์ใช้ CO Line ที่ต้องการจำกัด

ใช้โปรแกรมอะไรห้ามโทรออก?

โปรแกรมหลักคือ 405–407 สำหรับการจำกัดการใช้สายนอกตามช่วง Day, Night และ Lunch

โปรแกรม 405 คืออะไร?

Flexible Outward Dialling — Day ใช้กำหนดว่า Extension ใดใช้ CO Line ใดได้ในช่วง Day

โปรแกรม 406 คืออะไร?

กำหนดสิทธิ์ใช้ CO Line ช่วง Night

โปรแกรม 407 คืออะไร?

กำหนดสิทธิ์ใช้ CO Line ช่วง Lunch

ห้ามโทรออกทุกสาย แต่ยังโทรภายในได้ไหม?

ทำได้โดยจำกัดสิทธิ์เลือก CO Line ทั้งหมดของ Extension นั้น แต่ต้องตรวจความต้องการติดต่อฉุกเฉินของสถานที่ด้วย

จำกัดเฉพาะ CO 2 ได้ไหม?

ได้ โดยตั้ง Disable ให้คู่ CO 2 และ Extension Jack ที่ต้องการในช่วงเวลาที่เกี่ยวข้อง

ให้ผู้บริหารใช้ทุก CO Line ได้ไหม?

ได้ โดยกำหนด Enable สำหรับ CO Line ที่ต้องการ แต่การโทรไปยังหมายเลขปลายทางยังอาจอยู่ภายใต้ TRS

ทำไมตั้ง Disable แล้วพนักงานยังโทรออกได้?

อาจยังได้รับสิทธิ์ใช้ CO Line อื่น หรือระบบอยู่ในช่วงเวลาที่มีสิทธิ์ต่างกัน

จำกัดไม่ให้โทรต่างประเทศทำอย่างไร?

ต้องตรวจและกำหนด Toll Restriction, COS และตาราง Denied Codes ตามนโยบาย ไม่ใช่ใช้โปรแกรม 405 เพียงอย่างเดียว

โปรแกรม 601–603 ใช้ทำอะไร?

กำหนด TRS-COS ของ Extension ในช่วง Day, Night และ Lunch

COS 5 ห้ามโทรออกทุกหมายเลขไหม?

ไม่จำเป็น ผลการจำกัดขึ้นอยู่กับตาราง Denied Codes, Exception Codes และเงื่อนไขอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตั้งสิทธิ์ผ่านคอมพิวเตอร์ได้ไหม?

ได้ โดยใช้ KX-TE Maintenance Console ที่รองรับและเชื่อมต่อกับตู้สำเร็จ

ต้องเปลี่ยนเบอร์ภายในก่อนตั้งสิทธิ์ไหม?

ไม่จำเป็น แต่ต้องทราบ Extension Jack ที่ตรงกับผู้ใช้งานจริง

ตั้งสิทธิ์แล้วต้องรีสตาร์ตตู้หรือไม่?

ไม่ควรรีสตาร์ตโดยอัตโนมัติ ให้บันทึก อ่านค่ากลับ และทดสอบการทำงานตามขั้นตอนก่อน

จำเป็นต้อง Backup หรือไม่?

ควร Backup ก่อนและหลังการเปลี่ยนสิทธิ์ โดยเฉพาะเมื่อแก้หลาย Extension หรือหลาย CO Line

㉕ สรุปวิธีตั้งสิทธิ์โทรออก Panasonic KX-TES824

การตั้งสิทธิ์โทรออก Panasonic KX-TES824 ช่วยให้ผู้ดูแลระบบกำหนดว่าเบอร์ภายในแต่ละเครื่องสามารถใช้สายนอก CO Line เส้นใดได้บ้าง เหมาะกับสำนักงานที่ต้องการแยกการใช้งานตามแผนก ควบคุมค่าโทรศัพท์ และลดการโทรโดยไม่ได้รับอนุญาต

ขั้นตอนสำคัญคือ ตรวจ Extension Jack → ตรวจ CO Line → โปรแกรม 405–407 → กำหนด Enable/Disable → STORE → ตรวจค่ากลับ → ทดสอบจริง

โปรแกรม 405 ใช้กับ Day, 406 ใช้กับ Night และ 407 ใช้กับ Lunch ดังนั้นหากต้องการให้ข้อจำกัดมีผลตลอดวัน ต้องตรวจสิทธิ์ในทุกโหมดเวลาที่เกี่ยวข้อง

หากต้องการจำกัดเฉพาะหมายเลขปลายทาง เช่น หมายเลขต่างประเทศหรือบริการอัตราพิเศษ ต้องใช้ระบบ Toll Restriction และ Class of Service เพิ่มเติม ไม่ใช่เพียงปิดสิทธิ์ CO Line

สำหรับสำนักงานที่มีหลายแผนก ควรจัดทำตาราง Extension Jack และ CO Line ที่อนุญาตไว้อย่างชัดเจน พร้อมทดสอบทั้งกรณีที่อนุญาตและถูกห้าม เพื่อให้มั่นใจว่าการกำหนดสิทธิ์เป็นไปตามนโยบายจริง

ComSiam แนะนำให้ช่างติดตั้งและผู้ดูแลระบบโทรศัพท์สำรองค่าก่อนเปลี่ยนโปรแกรม ตรวจสอบผลกระทบต่อการติดต่อฉุกเฉิน และบันทึกสิทธิ์ของแต่ละ Extension อย่างเป็นระบบ เพื่อให้ Panasonic KX-TES824 ควบคุมการโทรออกได้อย่างปลอดภัย ลดการใช้คู่สายผิดประเภท และช่วยให้การบำรุงรักษาระบบโทรศัพท์สำนักงานทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ComSiam Professional Team