ComSiam Service
Loose Tube Fiber คือโครงสร้างสายไฟเบอร์ออฟติกที่นำใยแก้วหลาย Core บรรจุไว้ภายในท่อหรือ Tube โดยปล่อยให้ Fiber ภายในมีพื้นที่ขยับตัวได้เล็กน้อย ไม่ได้ยึดแน่นติดกับ Jacket โดยตรง จึงเหมาะอย่างมากกับงาน Outdoor, Backbone, เดินในท่อ, แขวนบนเสา และงานใต้ดินที่ต้องเจอกับอุณหภูมิ ความชื้น และแรงทางกลจากสภาพแวดล้อม
สำหรับงานภายนอก comsiam มักให้ความสำคัญกับสายแบบ Loose Tube เพราะช่วยปกป้อง Fiber ภายในจากการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิและแรงดึงได้ดีกว่าสายบางประเภทที่ออกแบบเพื่อใช้งานภายในอาคารโดยเฉพาะ
Loose Tube Fiber คืออะไร
คำว่า Loose Tube หมายถึงการจัดวาง Optical Fiber หลายเส้นไว้ภายใน Tube ที่มีขนาดใหญ่กว่าตัว Fiber เล็กน้อย
Fiber ภายในจึงไม่ได้ถูกยึดแน่นตลอดทั้งความยาวของสาย
โครงสร้างโดยทั่วไปอาจประกอบด้วย
- Optical Fiber
- Loose Tube
- Water Blocking Material
- Central Strength Member
- Ripcord
- Armor ในบางรุ่น
- Outer Jacket
จำนวน Tube และจำนวน Core ภายในแต่ละ Tube แตกต่างกันตามรุ่นของสาย
Loose Tube ต่างจาก Tight Buffer อย่างไร
Loose Tube และ Tight Buffer เป็นโครงสร้างที่แตกต่างกันชัดเจน
Loose Tube
Fiber อยู่ภายใน Tube และมีพื้นที่เคลื่อนตัวได้
เหมาะกับ
- Outdoor
- Backbone
- Underground
- Aerial
- Duct
Tight Buffer
วัสดุ Buffer หุ้ม Fiber ค่อนข้างแน่น
เหมาะกับ
- Indoor
- Patch Cord
- Distribution Cable
- Breakout Cable
ดังนั้น Loose Tube มักได้เปรียบเมื่อใช้งานภายนอก
ทำไม Loose Tube จึงเหมาะกับงาน Outdoor
งาน Outdoor มีการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิมากกว่าภายในอาคาร
กลางวันอาจร้อนจัด
กลางคืนอุณหภูมิลดลง
Cable จึงมีการขยายและหดตัว
โครงสร้าง Loose Tube ช่วยให้ Fiber ภายในไม่รับแรงจาก Jacket โดยตรงมากเกินไป ทำให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมลักษณะนี้
Loose Tube ช่วยเรื่องอุณหภูมิอย่างไร
เมื่อ Cable ถูกความร้อนหรือความเย็น Outer Jacket และส่วนประกอบต่าง ๆ สามารถขยายหรือหดตัวได้
หาก Fiber ถูกยึดแน่นมากเกินไป แรงเหล่านี้อาจส่งผ่านไปยัง Fiber
Loose Tube ช่วยให้ Fiber มีพื้นที่ในการเคลื่อนตัวภายใน Tube เล็กน้อย
จึงลดความเค้นที่เกิดกับใยแก้ว
Loose Tube กันน้ำได้หรือไม่
ตัวคำว่า Loose Tube ไม่ได้หมายความว่าสายกันน้ำทุกเส้น
แต่สาย Outdoor แบบ Loose Tube จำนวนมากจะมีระบบ Water Blocking เพิ่มเติม เช่น
- Gel Filling
- Water Blocking Yarn
- Water Blocking Tape
- Swellable Material
ดังนั้นต้องดู Datasheet ของ Cable รุ่นจริง
Gel-Filled Loose Tube คืออะไร
เป็นสายที่มีสาร Gel อยู่ภายใน Tube เพื่อช่วยป้องกันน้ำและความชื้น
ข้อดีคือป้องกันน้ำได้ดี
ข้อเสียคือเวลาสไปซ์อาจต้องทำความสะอาด Gel เพิ่ม
ปัจจุบันจึงมีสายแบบ Dry Water Blocking ที่ช่วยลดขั้นตอนนี้
Dry Loose Tube คืออะไร
Dry Loose Tube ใช้วัสดุป้องกันน้ำแบบแห้ง เช่น
- Water Swellable Yarn
- Water Blocking Tape
แทน Gel บางส่วนหรือทั้งหมด
ข้อดีคือ
- ปอกสายง่ายขึ้น
- ทำความสะอาดง่าย
- งาน Fusion Splice สะดวกขึ้น
จึงได้รับความนิยมมากขึ้นในหลายโครงการ
Loose Tube ใช้เดินในท่อได้หรือไม่
ได้ และเป็นหนึ่งในงานที่พบได้บ่อยที่สุด
เหมาะกับ
- Underground Duct
- HDPE Pipe
- Telecom Duct
- Conduit ระหว่างอาคาร
แต่ต้องตรวจแรงดึงและ Bend Radius ก่อนลากสาย
Loose Tube ใช้แขวนบนเสาได้ไหม
ได้ หาก Cable ถูกออกแบบเป็นสาย Aerial
ตัวอย่างเช่น
- ADSS
- Figure-8
- Self-Supporting Cable
แต่สาย Loose Tube ทั่วไปไม่ได้หมายความว่าสามารถแขวนบนเสาได้ทุกเส้น
ต้องดู Tensile Rating และโครงสร้างสายด้วย
Loose Tube ใช้ฝังดินได้หรือไม่
ได้ ถ้าเป็นรุ่นที่ออกแบบสำหรับ Direct Burial
ควรตรวจว่ามีคุณสมบัติ เช่น
- Water Blocking
- Crush Resistance
- Armor
- PE Jacket
เหมาะกับการฝังดิน
อย่านำสาย Loose Tube Outdoor ทั่วไปไปฝังโดยตรงโดยไม่ตรวจ Datasheet
Loose Tube แบบ Armored คืออะไร
เป็น Loose Tube Cable ที่มีชั้นเกราะเพิ่ม เช่น
- Corrugated Steel Tape
- Steel Wire Armor
ช่วยป้องกัน
- แรงกด
- แรงกระแทก
- หนู
- งานก่อสร้าง
เหมาะกับ Underground และ Industrial Area
Loose Tube แบบ Non-Metallic มีไหม
มี
สามารถใช้วัสดุที่ไม่เป็นโลหะ เช่น
- FRP
- Aramid Yarn
เพื่อเพิ่มความแข็งแรง
ข้อดีคือไม่มีโลหะนำไฟฟ้า เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการ All-Dielectric Cable
Loose Tube มีกี่ Core
มีได้หลายจำนวน เช่น
- 4 Core
- 6 Core
- 12 Core
- 24 Core
- 48 Core
- 96 Core
- 144 Core
และอาจสูงกว่านั้นในระบบ Telecom
จึงเหมาะกับ Backbone ตั้งแต่ขนาดเล็กจนถึงขนาดใหญ่
Loose Tube Single Mode เหมาะกับอะไร
เหมาะมากกับ Outdoor Backbone
โดยเฉพาะสายที่ใช้ Fiber เช่น
- G.652D
- G.657A1
ขึ้นอยู่กับการออกแบบ
Single Mode Loose Tube เหมาะกับระยะทางไกลและเชื่อมอาคาร
Loose Tube Multimode มีหรือไม่
มี
สามารถใช้ Fiber ประเภท OM1, OM2, OM3, OM4 หรือ OM5 ได้
แต่ Multimode มักนิยมใช้ภายใน Data Center และอาคารมากกว่า Outdoor ระยะไกล
ดังนั้น Single Mode Loose Tube จึงพบได้มากกว่าใน Backbone Outdoor
Loose Tube เหมาะกับงานเชื่อมระหว่างอาคารหรือไม่
เหมาะมาก
ตัวอย่างเช่น
อาคาร A → อาคาร B
สามารถเดิน Loose Tube ผ่าน
- ท่อใต้ดิน
- ราง Outdoor
- เสา
ตามชนิดของ Cable
ช่วยให้ได้ Backbone ที่แข็งแรงและรองรับระยะไกล
Loose Tube เหมาะกับโรงงานอย่างไร
โรงงานมีสภาพแวดล้อมที่อาจเจอ
- ความร้อน
- ฝุ่น
- ความชื้น
- แรงกด
- เครื่องจักร
การเลือก Loose Tube ที่มี Jacket และ Armor เหมาะสมช่วยเพิ่มความทนทานของระบบ
เหมาะกับระบบ CCTV หรือไม่
เหมาะมากสำหรับ Fiber Backbone ของ CCTV
ตัวอย่างเช่น
Control Room → Cabinet CCTV แต่ละ Zone
สามารถใช้ Loose Tube Multi-Core เพื่อกระจาย Network ไปยังหลายพื้นที่
Loose Tube ใช้ในอาคารได้ไหม
ใช้ได้ในบางกรณี แต่ต้องตรวจ Fire Rating
Outer Jacket แบบ PE ที่ใช้ Outdoor ทั่วไปอาจไม่เหมาะกับการเดินภายในอาคารเป็นระยะทางยาว
หากต้องเข้าภายในอาคารควรตรวจข้อกำหนดเรื่อง
- LSZH
- Riser
- Plenum
- Flame Rating
ให้ตรงกับมาตรฐานของพื้นที่
Loose Tube ปอกสายยากหรือไม่
โดยทั่วไปซับซ้อนกว่าสาย Tight Buffer เล็กน้อย
เพราะต้องจัดการ
- Outer Jacket
- Strength Member
- Tube
- Water Blocking Material
- Fiber
จึงควรใช้เครื่องมือที่เหมาะสม
การเปิด Loose Tube ต้องระวังอะไร
ควรระวังไม่ให้ Blade หรือเครื่องมือสัมผัส Fiber ภายใน
การกรีดลึกเกินไปสามารถทำให้ Fiber เสียหายโดยไม่เห็นชัดจากภายนอก
ควรใช้ Tube Cutter หรือเครื่องมือที่ออกแบบสำหรับงาน Fiber
สไปซ์ Loose Tube อย่างไร
หลังเปิด Cable แล้วจะนำ Fiber ออกจาก Tube
จากนั้น
- ทำความสะอาด
- Strip Coating
- Cleave
- Fusion Splice
- ใส่ Protection Sleeve
- จัดเก็บใน Splice Tray
ถ้ามีหลาย Core ต้องจัดตาม Color Code อย่างชัดเจน
Loose Tube ต้องใช้ Splice Closure หรือไม่
ถ้ามีจุดต่อสาย Outdoor ควรใช้ Splice Closure ที่เหมาะสม
ช่วยป้องกัน
- น้ำ
- ฝุ่น
- ความชื้น
- แรงกระแทก
และมี Splice Tray สำหรับจัดเก็บ Fiber
สำหรับงานเชื่อมต่อ Backbone สามารถดูรายละเอียด บริการสไปซ์สายไฟเบอร์ออฟติก เพื่อศึกษาแนวทาง Fusion Splice และการจัดสายเพิ่มเติม
ก่อนซื้อ Loose Tube ต้องดูอะไรบ้าง
ควรตรวจอย่างน้อย
- จำนวน Core
- Fiber Type
- Tube Construction
- Water Blocking
- Jacket
- Armor
- Tensile Strength
- Crush Resistance
- Bend Radius
- Operating Temperature
รวมถึงวิธีติดตั้งที่ผู้ผลิตอนุญาต
Outer Jacket ควรเป็นอะไร
สาย Outdoor มักใช้ PE Jacket เพราะทนต่อสภาพภายนอกได้ดี
แต่ต้องตรวจเรื่อง UV Resistance ด้วย
ส่วนงานที่ต้องเข้าอาคารอาจต้องใช้ Jacket ที่มี Flame Rating ตามข้อกำหนด
ต้องเลือก Armored ทุกงานไหม
ไม่จำเป็น
ถ้าเดินในท่อที่มีการป้องกันดีและไม่มีความเสี่ยงสูง Non-Armored อาจเพียงพอ
แต่ถ้า
- ฝังดิน
- พื้นที่มีหนู
- มีแรงกดสูง
Armored อาจเหมาะกว่า
ข้อดีของ Loose Tube Fiber
ข้อดีหลัก ได้แก่
- เหมาะกับ Outdoor
- รองรับการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ
- รองรับ Core จำนวนมาก
- ใช้กับ Backbone ได้ดี
- มีตัวเลือก Water Blocking
- มีทั้ง Armored และ Non-Armored
- รองรับระยะทางไกล
ข้อเสียของ Loose Tube Fiber
ข้อจำกัด ได้แก่
- Terminate โดยตรงยากกว่า Tight Buffer
- ปอกสายซับซ้อนกว่า
- อาจมี Gel ในบางรุ่น
- ต้องใช้ Splice Tray และ Enclosure ที่เหมาะสม
- สายบางรุ่นมีขนาดใหญ่และแข็ง
จึงต้องเลือกตามหน้างาน
Loose Tube กับ Tight Buffer ควรเลือกแบบไหน
เลือก Loose Tube เมื่อ
- Outdoor
- Underground
- Backbone
- เชื่อมอาคาร
- Core จำนวนมาก
เลือก Tight Buffer เมื่อ
- Indoor
- ห้อง Server
- Patch Panel
- งานที่ต้อง Terminate โดยตรงง่าย
ทั้งสองแบบไม่มีตัวไหนดีที่สุดสำหรับทุกงาน
จุดผิดพลาดที่พบบ่อย
เห็นว่าเป็น Loose Tube แล้วคิดว่าใช้ Outdoor ได้ทุกเส้น
ต้องดู Jacket และ Rating เพิ่มเติม
ฝังดินโดยไม่ตรวจ Direct Burial Rating
เสี่ยงเกิดความเสียหายจากน้ำและแรงกด
ดึงสายแรงเกินกำหนด
อาจทำให้ Fiber ภายในเสียหาย
โค้งสายมากเกินไป
ทำให้เกิด Loss
ไม่จัด Tube และ Core ให้เป็นระบบ
ทำให้ Maintenance ยาก
สรุป Loose Tube Fiber เหมาะกับงานอะไร
Loose Tube Fiber เป็นโครงสร้างสายที่เหมาะมากกับงาน Outdoor และ Backbone เพราะ Fiber ภายในมีพื้นที่เคลื่อนตัวได้และสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิได้ดี
เหมาะกับ
- เดินในท่อ
- แขวนบนเสา
- ฝังดิน
- เชื่อมระหว่างอาคาร
- โรงงาน
- Campus
- CCTV Backbone
แต่การเลือก Loose Tube ต้องดูทั้ง Water Blocking, Armor, Jacket, Tensile Strength และวิธีติดตั้งร่วมกัน
แนวทางของ comsiam คือ อย่าเลือกสายจากคำว่า “Loose Tube” เพียงอย่างเดียว แต่ต้องเลือกโครงสร้างทั้งเส้นให้ตรงกับสภาพหน้างาน เพราะนั่นเป็นสิ่งที่กำหนดอายุการใช้งานของ Backbone ในระยะยาว






