วิธีตรวจงานติดตั้งไฟเบอร์ก่อนช่างกลับ ต้องเช็กอะไรบ้างให้ครบ

หลังช่างติดตั้งไฟเบอร์เสร็จ หลายคนมักตรวจเพียงว่า เปิดเว็บไซต์ได้หรือ Wi-Fi ใช้งานได้หรือไม่ แล้วถือว่างานเรียบร้อย แต่ในความเป็นจริง งาน Fiber ที่ดูเหมือนใช้งานได้อาจยังมีปัญหาซ่อนอยู่ เช่น ค่าแสงต่ำ สายงอมากเกินไป Connector สกปรก จุด Splice Loss สูง หรือ ONT ถูกติดตั้งในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม

การตรวจงานก่อนช่างกลับจึงสำคัญมาก เพราะหากพบปัญหาตอนนั้น ช่างสามารถแก้ไขได้ทันที ไม่ต้องนัดกลับมาใหม่ภายหลัง

สำหรับงาน Fiber comsiam แนะนำให้ตรวจอย่างน้อย 4 ด้าน ได้แก่

  • สภาพสายและการเดินสาย
  • ค่า Optical Power
  • สถานะ ONT/PON
  • ความเร็วและการใช้งานจริง

หากต้องการตรวจงานเดินสายหรือแก้จุด Loss สามารถดูรายละเอียด บริการตรวจและสไปซ์ไฟเบอร์ออฟติก สำหรับงาน Optical Power Test, Fusion Splice และตรวจระบบหลังติดตั้งได้

① อย่าเพิ่งให้ช่างกลับทันทีหลังเน็ตติด

การที่ Internet ใช้งานได้ไม่ได้หมายความว่างานสมบูรณ์ทุกด้าน

ควรใช้เวลาเช็กงาน Physical Layer และ Optical Layer ก่อน

② สิ่งแรกที่ควรดูคือแนวสาย

เดินตามแนว Fiber ตั้งแต่จุดเข้าบ้านจนถึง ONT

ตรวจว่า

  • สายไม่ห้อย
  • ไม่พับ
  • ไม่ตึง
  • ไม่ถูกหนีบ

③ จุดนำสายเข้าบ้านต้องเรียบร้อยไหม

ต้อง

ควรดูว่ามี

  • รูเจาะเรียบร้อย
  • Seal ป้องกันน้ำ
  • Cable ไม่เสียดสีกับขอบคม

หรือไม่

④ สายภายนอกต้องเหมาะกับ Outdoor ไหม

ควรเป็นสายที่ออกแบบสำหรับสภาพแวดล้อมภายนอก

ต้องทน

  • UV
  • ความชื้น
  • อุณหภูมิ
  • สภาพอากาศ

ตามงาน

⑤ สาย Indoor ใช้นอกบ้านยาว ๆ ได้ไหม

ไม่ควร หากไม่ได้มี Rating รองรับ

Jacket อาจเสื่อมจากแสงแดดและสภาพอากาศ

⑥ สายต้องตึงหรือหย่อนแค่ไหน

ไม่ควรตึงจนมี Mechanical Stress

และไม่ควรหย่อนจนเสี่ยงถูกเกี่ยว

ต้องติดตั้งตามลักษณะของ Cable

⑦ จุดยึดสายควรตรวจอะไร

ตรวจว่า Clamp หรือ Clip

  • ไม่กด Cable มากเกินไป
  • ไม่ทำ Jacket เสีย
  • ยึดแน่นพอ

⑧ Cable Tie รัดแน่นได้ไหม

ไม่ควร

โดยเฉพาะ Fiber ขนาดเล็ก

อาจสร้าง Micro Bend และเพิ่ม Optical Loss

⑨ เดินสายตามมุมผนังต้องดูอะไร

สายควรโค้งเป็นวงกว้าง

ไม่ควรพับหักเป็นมุมฉาก

⑩ Minimum Bend Radius สำคัญไหม

สำคัญมาก

แต่ไม่มีตัวเลขเดียวสำหรับสายทุกชนิด

ต้องอิง Datasheet ของ Cable

⑪ หลัง ONT เป็นจุดที่ต้องดูเป็นพิเศษไหม

ใช่

ผู้ติดตั้งบางงานอาจม้วน Patch Cord ส่วนเกินไว้แน่นมาก

ควรเก็บเป็นวงกว้างและไม่ถูกกด

⑫ สายที่ยาวเกินควรทำอย่างไร

เก็บเป็น Service Loop ที่เหมาะสม

ไม่ควรพับหรือม้วนเป็นวงเล็ก

⑬ สายวางใต้โต๊ะได้ไหม

ได้ถ้าไม่มีโอกาสถูกเหยียบหรือเฟอร์นิเจอร์กด

ควรใช้ Raceway หรือ Cable Management

⑭ สายลอดประตูควรยอมรับไหม

ไม่ควรหากมีโอกาสถูกบานประตูหนีบ

ควรเปลี่ยน Route

⑮ จุดเจาะผนังต้องมีการเก็บงานไหม

ควร

นอกจากความสวยงามแล้ว ยังช่วยป้องกัน

  • น้ำ
  • แมลง
  • ฝุ่น

เข้าสู่ตัวบ้าน

⑯ ATB คืออะไรที่ควรตรวจ

ATB หรือ Fiber Termination Box เป็นจุดเก็บ Connector/Splice ภายในบ้าน

ควรติดตั้งแข็งแรงและปิดฝาได้สนิท

⑰ ภายใน ATB ต้องเป็นระเบียบไหม

ควร

Fiber ต้องไม่

  • ซ้อนแน่น
  • หัก
  • ถูกฝาปิดทับ

และ Splice Sleeve ต้องถูกเก็บในตำแหน่งเหมาะสม

⑱ Fiber ใน ATB ม้วนเล็กได้ไหม

ไม่ควร

ต้องรักษา Bend Radius ตามสาย

⑲ Adapter ใน ATB ต้องแน่นไหม

ต้อง

ไม่ควรโยกหรือหลุดง่าย

Connector ต้องเสียบจนสุดตามกลไก

⑳ SC/APC กับ SC/UPC ต้องตรวจไหม

ควร

โดยทั่วไปหัวสีเขียวมักเป็น APC และสีฟ้ามักเป็น UPC

ไม่ควรนำสองแบบมาประกบกันโดยตรง

㉑ หัว Connector ต้องสะอาดไหม

ต้อง

Connector Dirty เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของ Optical Loss

㉒ ขอให้ช่าง Clean หัวก่อนส่งงานได้ไหม

ได้

โดยเฉพาะถ้ามีการถอดเสียบหลายครั้งระหว่างติดตั้ง

㉓ ควรใช้เสื้อหรือทิชชูเช็ดไหม

ไม่ควร

ควรใช้ Fiber Cleaning Tool หรือ Lint-Free Material ที่เหมาะสม

㉔ สิ่งต่อไปที่ควรตรวจคือค่าแสงใช่ไหม

ใช่

นี่เป็นหนึ่งในขั้นตอนที่สำคัญที่สุด

ควรขอให้ช่างวัด Optical Power ก่อนกลับ

㉕ ใช้เครื่องอะไรตรวจค่าแสง

ใช้ Optical Power Meter

ค่ามักแสดงเป็น dBm

㉖ ค่า dBm อ่านอย่างไร

ยิ่งติดลบมาก Optical Power ยิ่งต่ำ

เช่น

-15 dBm แรงกว่า -20 dBm

㉗ ค่าเท่าไรถือว่าปกติ

ไม่มีเลขเดียวสำหรับทุกระบบ

ต้องเทียบกับ

  • ONT Receiver Range
  • PON Class
  • ISP Specification

㉘ ขอให้ช่างบอกเกณฑ์ด้วยได้ไหม

ควร

ไม่ควรรู้เพียงตัวเลขที่วัดได้

แต่ควรรู้ว่าค่านั้นผ่านเกณฑ์ของระบบหรือไม่

㉙ ทำไมต้องวัดก่อนช่างกลับ

เพราะแม้ PON จะติด ระบบอาจมี Optical Margin ต่ำ

การวัดช่วยตรวจพบก่อนเกิดปัญหาในอนาคต

㉚ ควรถ่ายรูปหน้าจอ Power Meter ไหม

ควร

ช่วยเก็บเป็น Baseline ได้ง่ายมาก

㉛ Baseline มีประโยชน์อย่างไร

ถ้าในอนาคตค่าแสงเปลี่ยนจาก

-17 dBm → -22 dBm

จะรู้ทันทีว่า Link มี Loss เพิ่มประมาณ 5 dB

㉜ ต้องจด Wavelength ด้วยไหม

ควร

เพราะค่าที่วัดต้องสัมพันธ์กับ Wavelength ที่ตั้งในเครื่อง

㉝ ถ้าช่างตั้ง Wavelength ผิดเกิดอะไรขึ้น

ค่าอาจคลาดเคลื่อน

จึงควรให้เครื่องตั้งตรงกับ Signal ที่กำลังวัด

㉞ Power Meter ราคาถูกใช้ตรวจได้ไหม

ใช้ตรวจเบื้องต้นได้หลายงาน

แต่ Accuracy และ Calibration อาจต่างจากเครื่อง Professional

㉟ ถ้าค่าแสงแกว่งมากต้องยอมรับไหม

ไม่ควร

ควรตรวจ

  • Connector
  • Adapter
  • Fiber Bend
  • Source

ก่อนส่งงาน

㊱ ค่าแสงเปลี่ยนเมื่อจับสายผิดปกติไหม

ถ้าเปลี่ยนหลาย dB ถือว่าน่าสงสัย

อาจมี Bend หรือ Mechanical Connection ไม่แน่น

㊲ ต้องขยับสายเพื่อทดสอบไหม

ไม่ควรดัดหรือทดลองรุนแรง

เพียงตรวจว่าการสัมผัสและการจัดสายปกติไม่ทำให้ Link เปลี่ยนอย่างผิดปกติ

㊳ ถ้าติดตั้งด้วย Fast Connector ต้องตรวจอะไร

ควรดู

  • หัวแน่น
  • Fiber ไม่ถูกดึง
  • ค่าแสงผ่าน
  • ขยับเบา ๆ แล้วค่าไม่แกว่ง

㊴ Fast Connector ค่า Loss สูงได้ไหม

ได้

หาก Cleave หรือการ Insert Fiber ไม่ดี

จึงต้องตรวจค่า Optical หลังติดตั้ง

㊵ ถ้าเป็น Fusion Splice ล่ะ

ควรตรวจว่าจุด Splice ถูกเก็บใน Sleeve และ Tray อย่างเรียบร้อย

และค่าแสงหลังงานปกติ

㊶ ค่าบน Fusion Splicer เพียงพอไหม

ไม่ควรใช้เป็นหลักฐานเดียว

ค่าที่เครื่อง Splicer แสดงมักเป็น Estimated Loss

ควรวัด Link จริงด้วย

㊷ ต้องใช้ OTDR ทุกบ้านไหม

ไม่จำเป็น

บ้านทั่วไป Optical Power Meter มักเพียงพอ

OTDR ใช้เมื่อ

  • สายยาว
  • ค่าแสงผิดปกติ
  • หาจุดเสียไม่เจอ

㊸ VFL ต้องใช้ตอนส่งมอบไหม

ไม่จำเป็นเสมอไป

แต่มีประโยชน์ตรวจ Continuity หรือหา Bend บางประเภท

㊹ หลังตรวจค่าแสงให้ดู ONT ต่อใช่ไหม

ใช่

ตรวจไฟ Status บน ONT

โดยเฉพาะ

  • Power
  • PON
  • LOS
  • Internet

㊺ ไฟ Power ควรเป็นอย่างไร

ควรติดปกติ

หากดับให้ตรวจ Adapter และปลั๊กไฟ

㊻ ไฟ PON ควรเป็นอย่างไร

ขึ้นกับ ONT/ISP

โดยทั่วไปหลังระบบ Register สำเร็จจะมีสถานะปกติตามคู่มือ

ควรให้ช่างยืนยัน

㊼ ไฟ LOS สีแดงหมายถึงอะไร

โดยทั่วไปหมายถึง Loss of Signal หรือ Optical Signal มีปัญหา

ไม่ควรส่งงานในสภาพ LOS แดง

㊽ LOS ดับถือว่าปกติไหม

ใน ONT จำนวนมาก ใช่

แต่ควรดูคู่มือรุ่นนั้น

㊾ PON ติดแต่ Internet ไม่ได้เกิดได้ไหม

ได้

อาจเกี่ยวกับ

  • Provisioning
  • PPPoE
  • VLAN
  • Router

ไม่ใช่ Fiber เสมอไป

㊿ ต้องลอง Restart ONT ไหม

ถ้าระบบทำงานปกติไม่จำเป็นต้อง Restart หลายครั้ง

แต่สามารถตรวจได้ว่าหลัง Boot ใหม่ระบบกลับมา Online ตามปกติหรือไม่

51. ตำแหน่ง ONT สำคัญไหม

สำคัญ

ควรอยู่ในที่

  • ระบายอากาศดี
  • เข้าถึงง่าย
  • ไม่โดนน้ำ
  • มีไฟฟ้า

52. ONT วางในตู้ปิดได้ไหม

ถ้าตู้ร้อนและไม่มีการระบายอากาศไม่เหมาะ

อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มีความร้อนระหว่างทำงาน

53. ONT วางพื้นได้ไหม

ไม่แนะนำหากเสี่ยง

  • น้ำ
  • ฝุ่น
  • เด็ก
  • สัตว์เลี้ยง

ควรติดตั้งในตำแหน่งปลอดภัย

54. Adapter ไฟควรแขวนกลางอากาศไหม

ไม่ควร

ควรจัดสาย Power ให้เรียบร้อยและไม่ดึง Connector

55. ปลั๊กไฟควรอยู่ใกล้ ONT ไหม

ควร

ลดการต่อปลั๊กพ่วงและสายไฟยาวเกินความจำเป็น

56. Router ควรวางติด ONT ไหม

ไม่จำเป็นเสมอไป

หาก ONT และ Router แยกกัน สามารถเชื่อมผ่าน LAN ตาม Design

57. ถ้าใช้ Wi-Fi จาก ONT โดยตรงต้องตรวจอะไร

ควรดูตำแหน่งติดตั้งให้เหมาะกับการกระจายสัญญาณ

ไม่ควรซ่อนในตู้โลหะหรือมุมอับ

58. Wi-Fi อ่อนแปลว่างาน Fiber ไม่ดีไหม

ไม่เสมอไป

Fiber และ Wi-Fi เป็นคนละส่วน

ค่าแสงอาจดีแต่ Wi-Fi Coverage แย่ได้

59. ก่อนช่างกลับต้อง Speed Test ไหม

ควร

หลังตรวจ Optical Layer แล้วให้ตรวจ Network Performance ต่อ

60. Speed Test ผ่าน Wi-Fi อย่างเดียวพอไหม

ไม่ดีที่สุด

Wi-Fi มีตัวแปรมาก

ถ้าต้องการตรวจแพ็กเกจควรทดสอบผ่าน LAN ด้วย

61. ใช้สาย LAN แบบไหน

ต้องรองรับความเร็วของแพ็กเกจ

สำหรับ 1 Gbps อย่างน้อยระบบ LAN ทุกส่วนต้องเป็น Gigabit

62. Cat5e รองรับ 1 Gbps ไหม

โดยทั่วไปสามารถรองรับ Gigabit Ethernet ภายใต้เงื่อนไขมาตรฐาน

ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเป็น Cat6 ทุกกรณี

63. ถ้าแพ็กเกจ 2 Gbps ต้องใช้อะไรเพิ่ม

ต้องตรวจว่า

  • ONT มี Port Multi-Gig
  • Router รองรับ
  • NIC รองรับ
  • Switch รองรับ

ไม่เช่นนั้นจะติดคอขวดที่ 1 Gbps

64. Speed Test 1 Gbps ได้ไม่ถึง 1,000 Mbps ผิดปกติไหม

ไม่จำเป็น

มี Protocol Overhead และข้อจำกัดของอุปกรณ์

ควรดูเกณฑ์ที่ ISP รับรอง

65. ทดสอบด้วยคอมเก่าได้ไหม

ได้ แต่ Hardware อาจเป็นคอขวด

ควรตรวจ Network Adapter ก่อน

66. NIC 100 Mbps ทำให้เทสต์ได้แค่ประมาณ 100 ใช่ไหม

ใช่

ต่อให้ Fiber 1 Gbps ก็ไม่สามารถวิ่งเกินความสามารถของ NIC

67. Wi-Fi 2.4 GHz ใช้เทสต์แพ็กเกจ 1 Gbps ได้ไหม

ไม่เหมาะ

ควรใช้ LAN หรือ Wi-Fi มาตรฐานที่รองรับความเร็วสูงและอยู่ใกล้ AP

68. ต้องทดสอบ Download อย่างเดียวไหม

ควรทดสอบทั้ง

  • Download
  • Upload
  • Latency

ตามแพ็กเกจ

69. Ping สูงแปลว่า Fiber ไม่ดีไหม

ไม่เสมอไป

Latency ขึ้นกับ Route, Server, Network Load และ Wi-Fi ด้วย

70. Packet Loss ควรตรวจไหม

ถ้าสงสัย Link ไม่เสถียร ควร

Packet Loss สามารถช่วยบอกว่ามีปัญหาการรับส่งข้อมูล

71. ต้องลองเปิดเว็บจริงไหม

ควร

นอกจาก Speed Test ให้ลอง

  • เปิดเว็บไซต์
  • ดูวิดีโอ
  • ดาวน์โหลดไฟล์

เพื่อยืนยันการใช้งานพื้นฐาน

72. ถ้ามีโทรศัพท์ผ่าน Fiber ต้องทดสอบไหม

ต้อง

ถ้าแพ็กเกจมี Voice Service ควรทดลองโทรออกและรับสาย

73. IPTV ต้องตรวจไหม

ถ้ามีบริการก็ควร

ตรวจ Channel, กล่อง และ LAN Connection ก่อนช่างกลับ

74. ต้องถามรหัส Wi-Fi ไหม

ควร

และควรรู้วิธีเปลี่ยนรหัสภายหลัง

75. ชื่อ Wi-Fi ควรตรวจไหม

ควร

ให้แน่ใจว่าเชื่อมถูก Router/ONT ไม่ใช่เครือข่ายบ้านอื่น

76. รหัส Admin Router ควรถามไหม

ขึ้นอยู่กับนโยบาย ISP

บางรายไม่เปิดสิทธิ์ Admin เต็มให้ลูกค้า

ควรถามสิทธิ์และช่องทางจัดการที่อนุญาต

77. ควรถามว่า ONT เป็น Bridge หรือ Router Mode ไหม

ถ้ามี Router ของตัวเอง ควรถาม

เพราะมีผลต่อ Network Design และ Double NAT

78. บ้านทั่วไปต้องสนใจ Bridge Mode ไหม

ถ้าใช้อุปกรณ์ ISP อย่างเดียว ไม่จำเป็นมาก

แต่ผู้ใช้ Advanced หรือระบบ Mesh/Firewall อาจต้องรู้

79. ต้องดูตำแหน่ง Router ก่อนช่างกลับไหม

ควร

Router ที่วางมุมบ้านอาจทำให้ Wi-Fi ไม่ทั่วบ้าน

แม้ Fiber จะสมบูรณ์

80. Router ควรอยู่กลางบ้านไหม

ในหลายบ้านตำแหน่งค่อนข้างกลางและเปิดโล่งช่วย Coverage ได้

แต่ต้องดู Layout จริง

81. บ้านสองชั้นควรทดสอบทุกชั้นไหม

ควร

เดินทดสอบพื้นที่ใช้งานจริง

อย่าทดสอบเฉพาะข้าง Router

82. บ้านสามชั้นล่ะ

ยิ่งควร

อาจต้องใช้

  • Access Point
  • Mesh
  • LAN Backbone

เพิ่มเติม

83. Wi-Fi ไม่ทั่วบ้านควรให้ช่างย้าย ONT ไหม

ไม่จำเป็นเสมอไป

อาจย้าย Router หรือเพิ่ม AP/Mesh ได้ง่ายกว่า

ต้องดู Design

84. ต้องตรวจสาย LAN จาก ONT ไป Router ไหม

ควร

ตรวจว่า

  • หัวแน่น
  • Port ถูก
  • Link Speed ถูก

โดยเฉพาะระบบแยก ONT/Router

85. Link Speed ควรดูตรงไหน

ดูจาก

  • Router
  • Switch
  • Computer

ว่าต่อที่ 1G/2.5G/10G ตามระบบหรือไม่

86. ถ้า Link ตกเหลือ 100 Mbps ทำอย่างไร

ตรวจ

  • สาย LAN
  • RJ45
  • Port
  • NIC

ปัญหาอาจไม่เกี่ยวกับ Fiber

87. ควรถ่ายรูปงานก่อนช่างกลับไหม

ควร

ถ่าย

  • แนวสาย
  • ATB
  • ONT
  • Router
  • ค่า Power Meter

ไว้เป็นหลักฐานและ Reference

88. ควรจด Serial Number ONT ไหม

มีประโยชน์

โดยเฉพาะงานโครงการหรือมีอุปกรณ์หลายตัว

89. ต้องเก็บกล่องอุปกรณ์ไหม

ถ้า ISP มอบให้ผู้ใช้หรือมี Warranty ควรเก็บตามเงื่อนไข

ถ้าเป็นอุปกรณ์ให้ยืมต้องดูนโยบายผู้ให้บริการ

90. ต้องถามเบอร์ติดต่อช่างไหม

ควรถามช่องทาง Support ที่เป็นทางการ

เผื่อเกิดปัญหาภายหลัง

91. ต้องถามเรื่องรับประกันงานไหม

ถ้าเป็นงานเดินระบบส่วนตัว ควร

ถามว่า

  • รับประกันกี่วัน/เดือน
  • ครอบคลุมอะไร

ให้ชัด

92. ถ้าเป็น Fiber ของ ISP ใครรับผิดชอบสาย

ขึ้นอยู่กับขอบเขตของ Provider

ควรถามว่าช่วงใดเป็น Network ของ ISP และช่วงใดผู้ใช้ดูแลเอง

93. ก่อนเซ็นรับงานควรตรวจอะไรสุดท้าย

ตรวจว่า

  • ระบบ Online
  • ค่าแสงผ่าน
  • สายเรียบร้อย
  • ไม่มี LOS
  • Internet ใช้งานได้

ครบก่อน

94. Checklist งาน Physical

เช็ก

  1. สายไม่พับ
  2. ไม่ตึง
  3. ไม่ถูกหนีบ
  4. Clip ไม่รัดแน่น
  5. ATB เรียบร้อย
  6. Connector แน่น
  7. จุดเจาะ Seal ดี
  8. Outdoor Cable ถูกประเภท

95. Checklist งาน Optical

เช็ก

  1. Connector สะอาด
  2. APC/UPC ถูก
  3. Optical Power ผ่าน
  4. ค่า dBm ไม่แกว่ง
  5. Baseline ถูกบันทึก
  6. Splice ไม่มีปัญหา
  7. LOS ปกติ

96. Checklist งาน Network

เช็ก

  1. PON Online
  2. Internet Online
  3. LAN Link Speed ถูก
  4. Download ผ่าน
  5. Upload ผ่าน
  6. Wi-Fi ใช้งานได้
  7. Router อยู่ตำแหน่งเหมาะ

97. Checklist เอกสารและข้อมูล

เก็บ

  1. รูปค่า dBm
  2. รูปแนวสาย
  3. Serial Number
  4. ชื่อ Wi-Fi
  5. ช่องทาง Support
  6. ข้อมูล Warranty

ช่วยมากในอนาคต

98. ถ้าพบปัญหาควรให้แก้ก่อนหรือรับงานก่อน

ถ้าเป็นปัญหาที่เกี่ยวกับคุณภาพติดตั้ง ควรแก้ให้เรียบร้อยก่อนรับงาน

โดยเฉพาะ

  • ค่าแสงต่ำ
  • Fiber Bend
  • Connector หลวม
  • LOS

99. เรื่องไหนห้ามมองข้ามแม้ Internet ใช้ได้

สามเรื่องสำคัญคือ

Optical Power, Bend Radius และ Connector Cleanliness

เพราะปัญหาเหล่านี้อาจยังไม่ทำให้ Internet ดับในวันแรก แต่ลด Margin ของระบบ

หากต้องตรวจเชิงลึก สามารถใช้ บริการตรวจและเชื่อมสายไฟเบอร์ออฟติก เพื่อวัดค่า Optical และแก้จุด Loss ก่อนส่งมอบได้

100. สรุป ก่อนช่างติดตั้ง Fiber กลับ ต้องเช็กอะไรบ้าง

ก่อนรับงาน อย่าตรวจเพียงว่า “ต่อ Wi-Fi ได้หรือไม่”

ควรเช็กให้ครบ 5 ส่วน

① แนวสาย
ไม่พับ ไม่ตึง ไม่ถูกหนีบ และรักษา Bend Radius

② Connector และ ATB
หัวสะอาด ชนิดถูกต้อง กล่องปิดเรียบร้อย

③ Optical Power
วัดค่า dBm และเทียบกับ Receiver Range ของระบบ

④ ONT และ Network
PON ปกติ ไม่มี LOS และ Internet Online

⑤ ความเร็วจริง
ทดสอบผ่าน LAN ตามความสามารถของแพ็กเกจ แล้วค่อยตรวจ Wi-Fi เพิ่ม

สิ่งที่ควรทำมากที่สุดคือ ถ่ายรูปค่า Optical Power ไว้เป็น Baseline เพราะหากอีกหลายเดือนหรือหลายปีระบบมีปัญหา ค่านี้จะช่วยเปรียบเทียบได้ทันทีว่า Optical Link เปลี่ยนไปจากวันติดตั้งมากน้อยเพียงใด

สำหรับงาน Fiber comsiam แนะนำให้ตรวจทุกขั้นตอนก่อนช่างออกจากพื้นที่ เพราะการแก้สายงอ หัวสกปรก หรือค่าแสงผิดปกติในวันที่ติดตั้ง ง่ายกว่าการเรียกช่างกลับมาหาสาเหตุภายหลังมาก