Panasonic KX-TES824 ตั้งค่าการโทรออกของแต่ละแผนกอย่างไร

Panasonic KX-TES824 ตั้งค่าการโทรออกของแต่ละแผนกอย่างไร? สามารถกำหนดสิทธิ์ให้ฝ่ายขาย ฝ่ายบัญชี ประชาสัมพันธ์ ผู้บริหาร และฝ่ายบริการใช้สายนอกหรือโทรไปยังหมายเลขประเภทต่าง ๆ ได้แตกต่างกัน โดยตั้งค่า Class of Service (COS), Toll Restriction (TRS) และ Flexible Outward Dialling ให้เหมาะกับแต่ละเบอร์ภายใน

โปรแกรมที่ต้องใช้หลัก ๆ ได้แก่ [601–603] สำหรับกำหนด COS ในช่วง Day, Night และ Lunch, [302–305] สำหรับรายการหมายเลขที่ห้ามโทร, [306] สำหรับหมายเลขข้อยกเว้น และ [405–407] สำหรับกำหนดว่า Extension Jack ใดมีสิทธิ์ใช้ CO Line หมายเลขใด

ตัวอย่างเช่น สำนักงานต้องการให้ฝ่ายขายโทรหาลูกค้าได้ตามนโยบาย ให้ฝ่ายบัญชีใช้เฉพาะสายนอกที่กำหนด ให้ประชาสัมพันธ์โทรออกได้อย่างจำกัด และให้ผู้บริหารมีสิทธิ์สูงกว่าพนักงานทั่วไป สามารถออกแบบด้วยโปรแกรมดังกล่าวโดยไม่จำเป็นต้องแยกตู้สาขาให้แต่ละแผนก

อย่างไรก็ตาม การจัด Extension Group อย่างเดียวไม่ได้กำหนดสิทธิ์โทรออกของพนักงานทุกคนในกลุ่มโดยอัตโนมัติ เพราะ COS และ Flexible Outward Dialling ต้องตรวจสอบตาม Extension Jack เป็นหลัก

บทความนี้ ComSiam อธิบายการตั้งสิทธิ์โทรออกแยกตามแผนกบน Panasonic KX-TES824 ทั้งการโทรภายใน โทรมือถือ โทรทางไกล การเลือก CO Line การกำหนดสิทธิ์ตามช่วงเวลา Account Code, Station Lock, Emergency Call และ SMDR พร้อมขั้นตอนทดสอบและ Checklist สำหรับช่างดูแลระบบ

1. ทำไมสำนักงานต้องกำหนดสิทธิ์โทรออกแยกตามแผนก

ในสำนักงานเดียวกัน พนักงานแต่ละแผนกอาจมีความจำเป็นในการโทรออกแตกต่างกัน

ฝ่ายขายอาจต้องติดต่อโทรศัพท์มือถือของลูกค้า ส่วนประชาสัมพันธ์อาจเน้นรับสายเข้าและโอนสายภายใน ขณะที่ฝ่ายบัญชีต้องโทรติดต่อธนาคารหรือคู่ค้าเฉพาะรายการ

การให้ทุกเบอร์มีสิทธิ์โทรออกเท่ากันอาจทำให้ควบคุมค่าใช้จ่ายและตรวจสอบการใช้งานได้ยาก

1.1 ประโยชน์ของการแบ่งสิทธิ์

  1. ควบคุมการโทรออกที่ไม่จำเป็น
  2. จำกัดการใช้สายนอกเฉพาะผู้ได้รับอนุญาต
  3. ลดความเสี่ยงการโทรไปยังหมายเลขที่มีค่าใช้จ่ายสูง
  4. แยกสายนอกให้แต่ละแผนก
  5. กำหนดสิทธิ์ต่างกันตามเวลาทำงาน
  6. ตรวจสอบรายการโทรออกผ่าน SMDR
  7. ใช้ Account Code เพื่อช่วยระบุการโทร
  8. รองรับการล็อกโทรศัพท์เมื่อไม่มีผู้ใช้งาน

2. Panasonic KX-TES824 ใช้ระบบอะไรควบคุมการโทรออก

ระบบหลักมี 4 ส่วน

ระบบหน้าที่
Class of Service (COS)กำหนดระดับสิทธิ์ของเบอร์ภายใน
Toll Restriction (TRS)ตรวจหมายเลขโทรออกและบังคับข้อจำกัด
Flexible Outward Diallingอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ใช้ CO Line
Time Serviceเปลี่ยนสิทธิ์ตาม Day, Night และ Lunch

นอกจากนี้ยังสามารถใช้ Account Code, Station Lock และ SMDR เพิ่มการควบคุมและตรวจสอบได้

2.1 COS ต่างจาก TRS อย่างไร

COS เป็นระดับสิทธิ์ที่กำหนดให้เบอร์ภายใน ส่วน TRS เป็นชุดกฎตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ที่ต้องการโทรออก

2.2 Flexible Outward Dialling ต่างจาก TRS อย่างไร

Flexible Outward Dialling ควบคุมว่าเบอร์หนึ่งสามารถใช้สายนอกเส้นใดได้บ้าง

TRS ควบคุมว่าหมายเลขปลายทางนั้นได้รับอนุญาตให้โทรออกหรือไม่

2.3 ต้องตรวจสอบทั้งสองอย่างหรือไม่

ต้องตรวจสอบร่วมกัน เพราะการได้รับสิทธิ์ใช้ CO Line ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถโทรไปได้ทุกหมายเลข

3. Class of Service มีทั้งหมดกี่ระดับ

Panasonic KX-TES824 รองรับ COS จำนวน 5 ระดับ

COSหลักการ
COS 1สิทธิ์สูงสุด ไม่ถูกจำกัดด้วย TRS ปกติ
COS 2ใช้รายการห้ามจาก [302]
COS 3ใช้รายการห้ามจาก [302–303]
COS 4ใช้รายการห้ามจาก [302–304]
COS 5ใช้รายการห้ามจาก [302–305]

3.1 COS 1 หมายถึงอะไร

เป็นระดับสิทธิ์สูงสุดในระบบ TRS ตามคู่มือ

จึงควรสงวนให้เบอร์ที่มีความจำเป็นและได้รับอนุญาตเท่านั้น

3.2 COS 5 โทรออกไม่ได้เลยหรือไม่

ไม่จำเป็น

COS 5 เป็นระดับที่มีข้อจำกัดมากที่สุด แต่หมายเลขที่โทรออกได้จริงขึ้นอยู่กับรายการ Denied และ Exception ที่ตั้งไว้

3.3 COS กำหนดประเภทมือถือหรือทางไกลเองหรือไม่

ไม่ใช่

ระบบไม่ได้กำหนดตายตัวว่า COS 2 คือโทรมือถือได้ หรือ COS 4 คือโทรทางไกลไม่ได้

ผู้ดูแลต้องตั้งตาราง TRS ให้สอดคล้องกับแผนหมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้จริง

4. โปรแกรม [601–603] ใช้กำหนด COS อย่างไร

โปรแกรมช่วงเวลาหน้าที่
[601]DayCOS ในเวลาทำงาน
[602]NightCOS ช่วงกลางคืน
[603]LunchCOS ช่วงพักกลางวัน

4.1 ตัวอย่างการออกแบบ

แผนกDayNightLunch
ประชาสัมพันธ์COS 4COS 5COS 5
ฝ่ายขายCOS 2COS 4COS 3
บัญชีCOS 3COS 5COS 4
ผู้บริหารCOS 1COS 2COS 2
ฝ่ายบริการCOS 3COS 4COS 3

ตารางนี้เป็นตัวอย่างนโยบาย ไม่ใช่ค่าที่ต้องใช้กับทุกสำนักงาน

ความสามารถโทรออกจริงขึ้นอยู่กับรายการ TRS ที่กำหนดเพิ่มเติม

5. วิธีตั้ง COS ให้แต่ละเบอร์ด้วยโปรแกรม [601–603]

5.1 เตรียมข้อมูล

ต้องมีรายการ Extension Jack, Extension Number, แผนก และ COS ที่ต้องการสำหรับแต่ละช่วงเวลา

5.2 ขั้นตอนตั้งค่า

  1. ใช้ Panasonic Display PT ที่รองรับ System Programming
  2. เข้าสู่โปรแกรมด้วยสิทธิ์ผู้ดูแล
  3. เลือก [601], [602] หรือ [603]
  4. กด NEXT
  5. เลือก Extension Jack ที่ต้องการ
  6. เลือก COS หมายเลข 1–5
  7. กด STORE
  8. ทำซ้ำกับ Extension Jack อื่น
  9. ออกจากโปรแกรม
  10. ทดสอบในช่วงเวลาที่เกี่ยวข้อง

5.3 ทำไมต้องตรวจสอบ Jack

เพราะเบอร์ 102 ไม่จำเป็นต้องเป็น Jack 02 เสมอไป โดยเฉพาะระบบที่มีการเปลี่ยนหมายเลขเบอร์ภายใน

6. Toll Restriction หรือ TRS คืออะไร

TRS ใช้ตรวจสอบหมายเลขปลายทางที่ผู้ใช้ต้องการโทรออกจาก CO Line

เมื่อหมายเลขที่กดตรงกับรูปแบบที่ถูกห้ามตาม COS ระบบจะไม่อนุญาตให้โทรออก เว้นแต่เข้าเงื่อนไขข้อยกเว้น

6.1 Denied Code คืออะไร

เป็นรูปแบบตัวเลขหรือเลขนำหน้าของหมายเลขโทรศัพท์ที่ต้องการห้ามโทร

6.2 Exception Code คืออะไร

เป็นรายการหมายเลขที่อนุญาตเป็นข้อยกเว้นจากข้อจำกัดที่กำหนด

6.3 ทำไมต้องใช้ทั้งสองอย่าง

เพื่อให้ผู้ดูแลสร้างนโยบายโทรออกที่ตรงกับความต้องการของแต่ละแผนก โดยไม่บล็อกหมายเลขธุรกิจที่จำเป็น

7. โปรแกรม TRS ที่ต้องรู้

โปรแกรมหน้าที่
[302]TRS—COS 2 Denied Code
[303]TRS—COS 3 Denied Code
[304]TRS—COS 4 Denied Code
[305]TRS—COS 5 Denied Code
[306]TRS—Exception Code
[309]Emergency Number
[301]TRS—System Speed Dialling Class

7.1 ข้อจำกัดแบบสะสม

COS 3 ใช้ข้อจำกัดของ [302] และ [303] ร่วมกัน

COS 4 ใช้ [302–304] และ COS 5 ใช้ [302–305]

7.2 ทำไมไม่ควรใส่เลขมือถือมั่ว ๆ

เพราะรูปแบบหมายเลขของผู้ให้บริการเปลี่ยนแปลงได้ และบางเลขนำหน้าอาจครอบคลุมหมายเลขธุรกิจหรือบริการสำคัญ

ควรตรวจสอบแผนหมายเลขโทรคมนาคมที่ใช้จริงก่อนกำหนด Denied Code

8. วิธีตั้งรายการหมายเลขที่ห้ามโทร

8.1 ขั้นตอนหลัก

  1. ตรวจสอบประเภทหมายเลขที่องค์กรต้องการจำกัด
  2. จัดทำรายการเลขนำหน้าที่ได้รับการยืนยัน
  3. เข้าสู่ System Programming
  4. เลือก [302], [303], [304] หรือ [305]
  5. เลือกรายการที่ต้องการแก้ไข
  6. ป้อนรูปแบบหมายเลขตามคู่มือ
  7. กด STORE
  8. ทดสอบกับ COS ที่เกี่ยวข้อง
  9. บันทึกผลการทดสอบ

8.2 ต้องบันทึกค่าเดิมก่อนหรือไม่

ควรบันทึกทุกครั้ง เพราะการเปลี่ยน Denied Code อาจส่งผลกับหลายแผนกพร้อมกัน

8.3 ต้องทดสอบอะไร

ทดสอบทั้งหมายเลขที่ตั้งใจให้อนุญาตและหมายเลขที่ตั้งใจให้ปฏิเสธ โดยใช้หมายเลขทดสอบที่ได้รับอนุญาต

9. วิธีตั้ง Exception Code ด้วยโปรแกรม [306]

Exception Code ใช้อนุญาตหมายเลขบางรายการภายใต้ข้อจำกัด TRS ที่ตั้งไว้

9.1 ตัวอย่าง

หากองค์กรจำกัดเลขนำหน้าบางประเภท แต่มีหมายเลขของคู่ค้าที่จำเป็นต้องโทร สามารถพิจารณาเพิ่มรูปแบบหมายเลขนั้นเป็นข้อยกเว้นได้

9.2 ต้องระวังอะไร

การกำหนดข้อยกเว้นกว้างเกินไปอาจทำให้ข้อจำกัด TRS ไม่มีผลตามที่ต้องการ

9.3 ขั้นตอน

  1. ตรวจสอบรายการข้อยกเว้นที่ได้รับอนุมัติ
  2. เข้าโปรแกรม [306]
  3. เลือกช่องรายการ
  4. ป้อนหมายเลขหรือรูปแบบที่ได้รับอนุญาต
  5. กด STORE
  6. ทดสอบกับ COS ที่เกี่ยวข้อง

10. วิธีแยกสิทธิ์โทรออกให้ฝ่ายขายและฝ่ายบัญชี

สมมติว่าสำนักงานมี CO Line 1–4 และต้องการแบ่งการใช้งานดังนี้

แผนกสายนอกที่ต้องการใช้COS ตัวอย่าง
ประชาสัมพันธ์CO14
ฝ่ายขายCO1–CO22
ฝ่ายบัญชีCO33
ผู้บริหารCO1–CO41
ฝ่ายบริการCO43

ตารางนี้เป็นเพียงตัวอย่างการออกแบบเพื่ออธิบายการแบ่งสิทธิ์

10.1 ต้องตั้งอะไรบ้าง

กำหนด COS ของเบอร์ในแต่ละแผนกผ่าน [601–603] และกำหนดสิทธิ์ใช้ CO Line ด้วย [405–407]

10.2 ถ้าต้องการให้ฝ่ายขายโทรมือถือได้

ต้องตรวจสอบว่า TRS ของ COS ที่ฝ่ายขายใช้อยู่ไม่ได้ห้ามหมายเลขมือถือตามนโยบาย

10.3 ถ้าต้องการให้บัญชีใช้เฉพาะ CO3

ให้กำหนด Flexible Outward Dialling เพื่ออนุญาต CO3 และจำกัด CO Line อื่นตามความเหมาะสม

11. โปรแกรม [405–407] Flexible Outward Dialling คืออะไร

โปรแกรมกลุ่มนี้ใช้กำหนดสิทธิ์เลือกสายนอกของแต่ละ Extension Jack ในแต่ละช่วงเวลา

โปรแกรมช่วงเวลา
[405]Day
[406]Night
[407]Lunch

11.1 ตัวเลือก

Enable หมายถึงอนุญาตให้ใช้ CO Line ที่ระบุ

Disable หมายถึงไม่อนุญาตให้ใช้ CO Line นั้น

11.2 ข้อจำกัดสำคัญ

คู่มือกำหนดว่าในแต่ละช่วงเวลา ต้องมีอย่างน้อยหนึ่ง Extension ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ CO Line ของระบบตามข้อจำกัดของโปรแกรม ไม่สามารถปิดสิทธิ์ทุก Extension สำหรับทุก CO Line ในโหมดนั้นได้

12. วิธีตั้งสิทธิ์ใช้ CO Line ด้วย [405–407]

12.1 ขั้นตอน

  1. เข้า System Programming
  2. เลือก [405], [406] หรือ [407]
  3. กด NEXT
  4. เลือก CO Line หมายเลข 1–8 ตามรุ่นและการ์ดที่ติดตั้ง
  5. กด # ตามด้วย Extension Jack ที่ต้องการ
  6. กด SELECT เพื่อเลือก Enable หรือ Disable
  7. กด STORE
  8. ทำซ้ำกับพอร์ตอื่น
  9. ออกจากโปรแกรม
  10. ทดสอบเลือก CO Line จริง

12.2 ตัวอย่าง

ฝ่ายบัญชีใช้ Extension Jack 05 และได้รับอนุญาตให้ใช้ CO3 เท่านั้น

ให้กำหนด Allow/Enable สำหรับ CO3 และตรวจสอบสิทธิ์ CO Line อื่นของ Jack 05 ให้ตรงตามนโยบาย

12.3 ข้อควรระวัง

หากพนักงานได้รับสิทธิ์ใช้หลาย CO Line ระบบอาจเลือกวงจรที่ว่างตามวิธี Line Access และ Line Preference ที่ตั้งไว้

จึงควรตรวจสอบพฤติกรรมการเลือกสายจริงด้วย

13. โปรแกรม [400] และ [404] เกี่ยวข้องอย่างไร

13.1 โปรแกรม [400] CO Line Connection

กำหนดว่า CO Line ใดเชื่อมต่อกับระบบจริง

หาก CO Line ไม่ได้ติดตั้งหรือถูกกำหนดว่าไม่เชื่อมต่อ ระบบไม่ควรพยายามเลือกสายนั้นสำหรับโทรออก

13.2 โปรแกรม [404] CO Line Group Number

กำหนดกลุ่มของ CO Line สำหรับการเลือกสายนอกแบบกลุ่ม

13.3 เหตุใดต้องใช้

หากองค์กรมีสายโทรศัพท์จากผู้ให้บริการหลายหมายเลข หรือแบ่งสายนอกตามประเภทงาน การจัด CO Line Group ช่วยให้เลือกใช้งานสะดวกขึ้น

14. วิธีเลือก CO Line บนโทรศัพท์ PT และ SLT

14.1 โทรศัพท์ PT

สามารถเลือก CO Line ผ่านปุ่ม CO ที่กำหนดไว้ เช่น Single-CO หรือ Group-CO ตามการตั้งค่า

14.2 โทรศัพท์ SLT

ใช้รหัสเข้าถึงสายนอก เช่น Automatic Line Access หรือ CO Line Group Access ตาม Numbering Plan และระบบที่ตั้งไว้

14.3 รหัส 9 ใช้ได้ทุกสำนักงานหรือไม่

ไม่เสมอไป

แม้หลายระบบใช้ 9 สำหรับ Automatic Line Access แต่ต้องตรวจสอบรหัสจริงจาก Numbering Plan และโปรแกรมที่เกี่ยวข้อง เช่น [121]

14.4 สำคัญอย่างไร

หากพนักงานกดรหัสเข้าสายนอกผิด อาจดูเหมือนโทรออกไม่ได้ ทั้งที่ COS/TRS ไม่ได้เป็นสาเหตุ

15. Extension Group ใช้กำหนดสิทธิ์รายแผนกได้หรือไม่

Extension Group ช่วยจัดกลุ่มหมายเลขภายในสำหรับฟังก์ชันโทรศัพท์ เช่น Hunting, Group Pickup, Paging และ UCD

15.1 โปรแกรมที่เกี่ยวข้อง

[600] — Extension Group

15.2 ตัวอย่าง

Group 1 ประชาสัมพันธ์

Group 2 ฝ่ายขาย

Group 3 บัญชี

Group 4 บริการ

15.3 ข้อจำกัด

การกำหนดเบอร์ 103 และ 104 ให้อยู่ Group 2 ไม่ได้ทำให้ทั้งสองเบอร์ได้รับ COS เดียวกันหรือใช้ CO Line ได้เท่ากันโดยอัตโนมัติ

ต้องตั้ง [601–603] และ [405–407] ของ Extension Jack แต่ละพอร์ตแยกด้วย

16. การโทรภายใน Intercom ถูกจำกัดด้วย TRS หรือไม่

TRS ของ KX-TES824 ออกแบบสำหรับการควบคุมการโทรออกผ่าน Outside CO Line

16.1 ตัวอย่าง

พนักงานเบอร์ 102 โทรหา 103 เป็นการโทรภายใน

ไม่ใช่การโทรออกผ่าน CO Line จึงไม่ใช่กรณีตรวจ Denied Code แบบการโทรภายนอกทั่วไป

16.2 ทำไมต้องแยก

เพื่อไม่ให้ผู้ดูแลเข้าใจผิดว่าการตั้ง COS 5 จะปิดการโทรภายในทั้งหมด

16.3 หากต้องการควบคุมการโทรภายใน

ต้องพิจารณาฟังก์ชันและข้อจำกัดที่เกี่ยวข้องกับระบบภายในโดยเฉพาะ ไม่ควรใช้ TRS แทนทุกกรณี

17. วิธีควบคุมการโทรมือถือ

การจำกัดการโทรมือถือทำผ่านตาราง TRS โดยตรวจสอบหมายเลขนำหน้าตามแผนหมายเลขปัจจุบัน

17.1 ขั้นตอนออกแบบ

  1. ระบุแผนกที่จำเป็นต้องโทรมือถือ
  2. ตรวจสอบรูปแบบหมายเลขมือถือจริง
  3. กำหนดกฎ Denied Code ที่เหมาะสม
  4. กำหนด COS ให้แต่ละแผนก
  5. เพิ่ม Exception Code หากจำเป็น
  6. ทดสอบหมายเลขที่อนุญาตและหมายเลขที่จำกัด

17.2 ข้อควรระวัง

ห้ามเหมารวมว่าหมายเลขที่ขึ้นต้นด้วยตัวเลขใดตัวเลขหนึ่งเป็นมือถือทั้งหมดโดยไม่ตรวจสอบ เพราะอาจมีการเปลี่ยนแปลงแผนหมายเลขหรือรูปแบบการโทร

18. วิธีควบคุมการโทรทางไกลและระหว่างประเทศ

หลักการคล้ายกับการควบคุมการโทรมือถือ แต่ต้องพิจารณารูปแบบหมายเลขปลายทางและการกดรหัสเข้าถึงบริการที่ใช้จริง

18.1 โทรทางไกลในประเทศ

ตรวจสอบเลขนำหน้าและรูปแบบการกดหมายเลข

18.2 โทรระหว่างประเทศ

ตรวจสอบรหัสโทรระหว่างประเทศและรหัสประเทศ รวมถึงบริการจากผู้ให้บริการต้นทาง

18.3 โทรผ่าน Gateway

หาก CO Line เชื่อมต่อกับ ONT หรือ VoIP Gateway ต้องตรวจสอบ Dial Plan ของอุปกรณ์ต้นทางเพิ่มเติม

18.4 ข้อควรระวัง

TRS อาจถูกหลีกเลี่ยงได้หาก Dial Plan หรือรหัสโทรออกที่กำหนดไม่ครอบคลุมรูปแบบการโทรจริง จึงต้องทดสอบทุกเส้นทางที่อนุญาต

19. Time Service Day, Night และ Lunch มีผลต่อสิทธิ์อย่างไร

Time Service ทำให้ตู้สาขาเลือกใช้ค่าการทำงานตามช่วงเวลา

19.1 Day

ใช้ COS และสิทธิ์ CO Line ที่กำหนดสำหรับเวลาทำงาน

19.2 Night

ใช้ค่าที่กำหนดสำหรับช่วงกลางคืน

19.3 Lunch

ใช้ค่าที่กำหนดสำหรับช่วงพักกลางวัน

19.4 ต้องตั้งอะไรให้ครบ

  • [601–603] COS
  • [405–407] สิทธิ์ใช้ CO Line
  • ตาราง Time Service ที่องค์กรใช้จริง

19.5 ข้อควรระวัง

การตั้งค่า Day ให้ถูกต้องเพียงอย่างเดียวไม่ได้รับประกันว่า Night และ Lunch จะทำงานตามนโยบาย

20. วิธีทดสอบสิทธิ์ Day/Night/Lunch

20.1 ขั้นตอน

  1. บันทึกโหมด Time Service ปัจจุบัน
  2. เลือกโหมด Day ตามสิทธิ์ผู้ดูแล
  3. ทดลองโทรออกจากแต่ละแผนก
  4. บันทึกผล
  5. เปลี่ยนไป Night
  6. ทดสอบชุดเดิม
  7. เปลี่ยนไป Lunch
  8. ทดสอบชุดเดิม
  9. คืนค่า Time Service ตามการใช้งานจริง

20.2 ทำไมต้องคืนค่าเดิม

เพราะการทดสอบแบบเปลี่ยนโหมดอาจมีผลต่อเส้นทางรับสายเข้าและฟังก์ชันอื่น ไม่ใช่เฉพาะการโทรออก

21. Account Code ใช้ควบคุมการโทรรายแผนกอย่างไร

Account Code เป็นรหัส 4 หลักที่ใช้ระบุการโทรออกและสามารถทำงานร่วมกับการตรวจสอบ TRS

21.1 โปรแกรมที่เกี่ยวข้อง

โปรแกรมหน้าที่
[605]Account Code Mode
[310]ลงทะเบียน Account Code
[805]รูปแบบแสดง Account Code ใน SMDR

21.2 โหมด Account Code

  • Option
  • Forced
  • Verify-All
  • Verify-Toll

21.3 ใช้กับแผนกอย่างไร

กำหนดรหัสแยกตามพนักงานหรือแผนกเพื่อช่วยจัดหมวดหมู่รายการโทรออก

21.4 ข้อควรระวัง

Forced Mode บังคับให้กรอกรหัส แต่ไม่ได้ตรวจสอบรหัสกับ [310] แบบ Verify-All

หากต้องการตรวจสอบรหัสจริง ควรเลือกโหมดที่เหมาะสมกับนโยบาย

22. Station Lock ช่วยควบคุมการโทรออกอย่างไร

Station Lock หรือ Extension Lock ใช้ล็อกโทรศัพท์เพื่อป้องกันการใช้งานโดยไม่ได้รับอนุญาต

22.1 คำสั่งหลัก

ล็อก: 77 + รหัส 4 หลักซ้ำสองครั้ง + #

ปลดล็อก: 77 + รหัสเดิม 4 หลัก + #

22.2 โปรแกรมที่เกี่ยวข้อง

[312] — TRS—Extension Lock Class

ใช้กำหนด COS สำหรับโทรศัพท์ที่อยู่ในสถานะล็อก

22.3 เหมาะกับแผนกใด

เหมาะกับโทรศัพท์ที่มีผู้ใช้งานร่วมกันหรือจุดทำงานที่ไม่มีพนักงานเฝ้าตลอดเวลา

23. Emergency Call ต้องได้รับการยกเว้นอย่างไร

Panasonic KX-TES824 รองรับการกำหนดหมายเลขฉุกเฉินผ่านโปรแกรม [309]

23.1 โปรแกรม [309]

ใช้บันทึก Emergency Number เพื่อให้สามารถโทรหมายเลขฉุกเฉินตามเงื่อนไขระบบได้ แม้มีข้อจำกัด TRS หรือการล็อกเครื่อง

23.2 ต้องตรวจสอบอะไร

  1. Emergency Number ที่ลงทะเบียน
  2. การเข้าถึง CO Line
  3. สถานะ CO Line ที่ใช้งานได้จริง
  4. เส้นทางจาก ONT หรือ Gateway
  5. การทำงานเมื่อไฟฟ้าดับ

23.3 วิธีทดสอบอย่างปลอดภัย

ตรวจสอบค่าระบบและทดสอบด้วยหมายเลขทดสอบที่ได้รับอนุญาต หลีกเลี่ยงการโทรไปยังหน่วยฉุกเฉินเพื่อทดลองโดยไม่มีการประสานงาน

23.4 ข้อควรจำ

การตั้งหมายเลขไว้ใน [309] ไม่สามารถแก้ปัญหาเส้นทางสายนอกที่ใช้งานไม่ได้ทางกายภาพ จึงต้องตรวจสอบโครงข่ายร่วมด้วย

24. SMDR ช่วยตรวจสอบค่าโทรของแต่ละแผนกอย่างไร

Station Message Detail Recording หรือ SMDR ใช้บันทึกข้อมูลการโทรเพื่อให้ผู้ดูแลตรวจสอบย้อนหลังได้

24.1 ข้อมูลที่อาจมี

  • วันที่และเวลาโทร
  • เบอร์ภายในที่โทร
  • CO Line ที่ใช้
  • หมายเลขปลายทาง
  • ระยะเวลาสนทนา
  • Account Code
  • ข้อมูลที่ระบบสามารถบันทึกเพิ่มเติมได้

24.2 โปรแกรมที่เกี่ยวข้อง

โปรแกรมหน้าที่
[802]การแสดงข้อมูลสายโทรเข้าและออก
[803]การซ่อนหมายเลข Secret Dialling
[805]Account Code ใน SMDR
[806]ภาษา SMDR
[929]SMDR Mode for Printing

24.3 SMDR คำนวณค่าโทรได้ครบหรือไม่

ไม่ควรถือว่าเป็นใบเรียกเก็บเงินที่สมบูรณ์ เพราะอัตราค่าโทรและการคิดค่าบริการจริงขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการ

24.4 ใช้แยกค่าโทรอย่างไร

สามารถนำข้อมูล Extension Number และ Account Code ไปจัดหมวดหมู่ตามแผนก เพื่อประเมินการใช้งานและเปรียบเทียบกับบิลจากผู้ให้บริการ

25. ตัวอย่างการออกแบบสิทธิ์โทรออกสำหรับสำนักงาน 5 แผนก

แผนกCOS DayCO Lineแนวทาง
ประชาสัมพันธ์4CO1จำกัดสายภายนอกตามหน้าที่
ฝ่ายขาย2CO1–2รองรับการติดต่อกับลูกค้า
บัญชี3CO3ใช้สายเฉพาะและตรวจ SMDR
ผู้บริหาร1CO1–4สิทธิ์สูงแต่ต้องมีการควบคุม
บริการ3CO4โทรหาลูกค้าและงานภาคสนาม

25.1 สิ่งที่ต้องตั้งร่วมกัน

ตั้ง [601–603] สำหรับ COS และ [405–407] สำหรับ CO Line ที่แต่ละเบอร์ใช้ได้

25.2 หากใช้ Account Code

เพิ่ม [605], [310] และการตั้งค่า SMDR ตามความจำเป็น

25.3 หากใช้ Station Lock

ตรวจสอบ [312] และวิธีล็อกหรือปลดล็อกของผู้ใช้

25.4 หากมี Time Service

ต้องกำหนด Night และ Lunch ให้ตรงกับนโยบายด้วย

26. ขั้นตอนตั้งค่าระบบรายแผนกตั้งแต่ต้นจนจบ

26.1 สำรวจระบบเดิม

ตรวจสอบ CO Line, Extension Jack, Extension Number, Time Service และโปรแกรมทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง

26.2 กำหนดนโยบาย

ระบุว่าแต่ละแผนกโทรหมายเลขประเภทใดได้ ใช้สายนอกเส้นใดได้ และมีข้อจำกัดเวลาอย่างไร

26.3 ตั้ง COS

ใช้ [601–603] กำหนด COS ของเบอร์ภายใน

26.4 ตั้ง TRS

ใช้ [302–306] ตามรูปแบบหมายเลขที่ได้รับอนุมัติ

26.5 ตั้ง CO Line Access

ใช้ [405–407] จำกัดสิทธิ์ใช้สายนอก

26.6 ตั้งระบบเสริม

พิจารณา Account Code, Station Lock และ SMDR

26.7 ตรวจสอบ Emergency Call

ตรวจโปรแกรม [309] และความพร้อมของเส้นทางโทรออก

26.8 ทดสอบจริง

ทดสอบหมายเลขที่ได้รับอนุญาตและหมายเลขที่ควรถูกจำกัดจากทุกแผนก โดยไม่ก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายหรือการโทรรบกวนที่ไม่จำเป็น

27. ทำไมฝ่ายขายโทรมือถือไม่ได้

27.1 COS ถูกจำกัด

ตรวจ [601–603] ว่าขณะทดสอบอยู่โหมดใด

27.2 TRS ห้ามเลขนำหน้า

ตรวจ [302–305]

27.3 Exception Code ไม่ตรง

ตรวจ [306]

27.4 ไม่มีสิทธิ์ใช้ CO Line

ตรวจ [405–407]

27.5 เลือกสายนอกผิด

ตรวจรหัสเลือกสายและ Line Preference

27.6 ระบบต้นทางปฏิเสธ

ตรวจ ONT, Gateway และบริการจากผู้ให้บริการโทรศัพท์

28. ทำไมฝ่ายบัญชีใช้ CO Line ผิดเส้น

28.1 ตั้ง [405–407] ไม่ครบ

อาจอนุญาต CO Line อื่นไว้ในช่วง Night หรือ Lunch

28.2 ตั้ง CO Line Group ไม่ตรง

ตรวจ [404]

28.3 มีการเลือก CO Line แบบอัตโนมัติ

ตรวจ Line Preference และ Automatic Line Access

28.4 หมายเลขพอร์ตไม่ตรง

ตรวจ Extension Jack ที่ผูกกับเบอร์ภายใน

29. ทำไมโทรออกได้ตอนกลางวัน แต่กลางคืนไม่ได้

อาจเป็นเพราะ COS และสิทธิ์ CO Line เปลี่ยนตาม Time Service

29.1 ตรวจ COS

เปรียบเทียบ [601] กับ [602]

29.2 ตรวจ CO Line Access

เปรียบเทียบ [405] กับ [406]

29.3 ตรวจ Time Service

ตรวจว่าระบบอยู่ Night Mode จริงหรือไม่

29.4 ตรวจ Station Lock

หากมีการล็อกเครื่อง ให้ตรวจ [312] เพิ่มเติม

30. ตารางแก้ปัญหาการโทรออกรายแผนก

อาการจุดตรวจสอบ
โทรภายนอกไม่ได้[405–407] และ CO Line
โทรมือถือไม่ได้[302–306] และ COS
โทรทางไกลไม่ได้TRS และ Dial Plan
ใช้ CO Line ผิดเส้น[404–407]
กลางวันโทรได้ กลางคืนไม่ได้[601–603], [405–407]
เครื่องล็อกแล้วโทรไม่ได้[312]
Account Code ไม่ผ่าน[605], [310]
โทรฉุกเฉินไม่ได้[309] และเส้นทางสาย
SMDR ไม่แสดงข้อมูล[802], [929]
SMDR ไม่มี Account Code[805]
อยู่ Extension Group เดียวกันแต่สิทธิ์ไม่เท่ากันตั้ง COS แยกตาม Jack
โทรผ่าน Gateway ไม่ได้CO Line และ Dial Plan
สายว่างแต่เลือกไม่ได้Flexible Outward Dialling

31. Checklist ตรวจสอบก่อนส่งมอบ

  • ตรวจสอบรุ่น Panasonic KX-TES824
  • ตรวจสอบ CO Line ที่ติดตั้งจริง
  • ตรวจสอบโปรแกรม [400]
  • ตรวจสอบ CO Line Group [404]
  • ตรวจสอบ Extension Jack
  • ตรวจสอบ Extension Number
  • ตรวจสอบ Extension Group [600] หากใช้งาน
  • ตรวจสอบ COS [601]
  • ตรวจสอบ COS [602]
  • ตรวจสอบ COS [603]
  • ตรวจสอบ Denied Code [302–305]
  • ตรวจสอบ Exception Code [306]
  • ตรวจสอบ Flexible Outward Dialling [405–407]
  • ตรวจสอบ Numbering Plan
  • ตรวจสอบ Automatic Line Access
  • ทดสอบโทรภายใน
  • ทดสอบโทรภายนอก
  • ทดสอบโทรมือถือที่อนุญาต
  • ทดสอบหมายเลขที่ถูกจำกัด
  • ทดสอบการเลือก CO Line ตามแผนก
  • ทดสอบ Day
  • ทดสอบ Night
  • ทดสอบ Lunch
  • ตรวจสอบ Account Code [605], [310]
  • ตรวจสอบ Station Lock [312]
  • ตรวจสอบ Emergency Number [309]
  • ตรวจสอบ SMDR [802], [805], [929]
  • บันทึกผลการทดสอบ
  • คืนค่า Time Service หลังทดสอบ
  • บันทึกค่าระบบก่อนและหลังเปลี่ยน
  • อบรมผู้ดูแลระบบและพนักงาน

32. ตัวอย่างแบบฟอร์มตรวจรับสิทธิ์โทรออก

ชื่อโครงการ: ______________________

สถานที่ติดตั้ง: _____________________

วันที่ทดสอบ: ______________________

ผู้ทดสอบ: _________________________

รายการผล
COS ฝ่ายขาย☐ ผ่าน ☐ ไม่ผ่าน
COS บัญชี☐ ผ่าน ☐ ไม่ผ่าน
COS ประชาสัมพันธ์☐ ผ่าน ☐ ไม่ผ่าน
CO Line Access☐ ผ่าน ☐ ไม่ผ่าน
TRS Denied Code☐ ผ่าน ☐ ไม่ผ่าน
TRS Exception Code☐ ผ่าน ☐ ไม่ผ่าน
โทรภายใน☐ ผ่าน ☐ ไม่ผ่าน
โทรมือถือที่อนุญาต☐ ผ่าน ☐ ไม่ผ่าน
โทรออกที่ถูกจำกัด☐ ผ่าน ☐ ไม่ผ่าน
Time Service Day☐ ผ่าน ☐ ไม่ผ่าน
Time Service Night☐ ผ่าน ☐ ไม่ผ่าน
Time Service Lunch☐ ผ่าน ☐ ไม่ผ่าน
Account Code☐ ผ่าน ☐ ไม่เกี่ยวข้อง
Station Lock☐ ผ่าน ☐ ไม่เกี่ยวข้อง
Emergency Number Configuration☐ ผ่าน ☐ ไม่ผ่าน
SMDR☐ ผ่าน ☐ ไม่เกี่ยวข้อง

หมายเหตุ: ______________________

รายการที่ต้องแก้ไข: ________________

ผู้ตรวจรับ: ______________________

33. คำถามที่พบบ่อย FAQ

Panasonic KX-TES824 แบ่งสิทธิ์โทรออกตามแผนกได้ไหม

ได้ โดยตั้ง COS/TRS และสิทธิ์ใช้ CO Line แยกตาม Extension Jack ของพนักงานแต่ละแผนก

Panasonic KX-TES824 ตั้ง COS ที่โปรแกรมอะไร

ใช้ [601] สำหรับ Day, [602] สำหรับ Night และ [603] สำหรับ Lunch

Panasonic KX-TES824 มี COS กี่ระดับ

มี 5 ระดับ โดย COS 1 เป็นระดับสูงสุด และ COS 5 มีข้อจำกัด TRS มากที่สุดตามการตั้งค่า

COS 5 โทรออกไม่ได้เลยหรือไม่

ไม่จำเป็น ขึ้นอยู่กับ Denied Code และ Exception Code ที่กำหนด

โปรแกรม [302–305] ใช้ทำอะไร

ใช้กำหนดรายการหมายเลขที่ห้ามโทรตามระดับ COS

โปรแกรม [306] คืออะไร

ใช้กำหนดรายการข้อยกเว้นของ TRS

โปรแกรม [405–407] ใช้ทำอะไร

กำหนดสิทธิ์ใช้ CO Line ของแต่ละ Extension Jack ในช่วง Day, Night และ Lunch

ต้องใช้ Extension Group เพื่อแบ่งสิทธิ์โทรออกไหม

ไม่จำเป็นต่อการกำหนด COS/TRS รายเบอร์ เพราะ Extension Group เป็นฟังก์ชันจัดกลุ่มที่ใช้กับงานอื่นด้วย

จำกัดให้ฝ่ายขายใช้ CO1 และ CO2 เท่านั้นได้ไหม

ได้ โดยกำหนด Flexible Outward Dialling ของ Extension Jack ที่เกี่ยวข้องตามช่วงเวลาที่ต้องการ

จำกัดการโทรมือถือได้หรือไม่

ได้ผ่าน TRS โดยต้องตรวจสอบรูปแบบหมายเลขมือถือจริงก่อนสร้างรายการ Denied Code

จำกัดการโทรทางไกลได้ไหม

ได้ผ่าน TRS โดยกำหนดรูปแบบหมายเลขและข้อยกเว้นตามนโยบาย

ทำไมโทรมือถือได้ตอนกลางวัน แต่กลางคืนไม่ได้

อาจเกิดจาก COS หรือสิทธิ์ CO Line ที่กำหนดแตกต่างกันระหว่าง Day และ Night

Account Code ช่วยอะไร

ช่วยระบุการโทรออกตามผู้ใช้ แผนกหรือโครงการ และสามารถใช้ร่วมกับ SMDR/TRS ตามโหมดที่ระบบรองรับ

Station Lock ช่วยควบคุมการโทรออกได้อย่างไร

จำกัดสิทธิ์การใช้โทรศัพท์เมื่อถูกล็อก โดยใช้ COS ที่สัมพันธ์กับโปรแกรม [312]

หมายเลขฉุกเฉินต้องตั้งอย่างไร

ใช้โปรแกรม [309] และตรวจสอบเส้นทางสายนอกให้พร้อมใช้งาน โดยไม่โทรทดสอบรบกวนหน่วยฉุกเฉิน

SMDR ใช้แยกค่าโทรตามแผนกได้หรือไม่

ช่วยรวบรวมข้อมูลตามเบอร์ภายในและ Account Code ได้ แต่การคำนวณค่าโทรจริงต้องใช้ข้อมูลจากผู้ให้บริการประกอบ

ต้องรีสตาร์ตตู้สาขาหลังตั้งสิทธิ์หรือไม่

โดยทั่วไปไม่จำเป็น ควรบันทึกค่าและทดสอบก่อน ไม่ควร Factory Reset โดยไม่มีเหตุจำเป็น

34. สรุป Panasonic KX-TES824 ตั้งค่าการโทรออกของแต่ละแผนกอย่างไร

Panasonic KX-TES824 รองรับการกำหนดสิทธิ์โทรออกตามแผนกด้วย Class of Service (COS), Toll Restriction (TRS) และ Flexible Outward Dialling ซึ่งสามารถควบคุมได้ทั้งประเภทหมายเลขปลายทางและ CO Line ที่แต่ละเบอร์ภายในมีสิทธิ์ใช้

โปรแกรมสำคัญได้แก่ [601–603] สำหรับ COS แยกตาม Day, Night และ Lunch, [302–305] สำหรับรายการหมายเลขที่ห้ามโทร, [306] สำหรับข้อยกเว้น และ [405–407] สำหรับสิทธิ์ใช้ CO Line

Extension Group [600] ใช้ช่วยจัดโครงสร้างกลุ่มพนักงาน แต่ไม่ได้กำหนด COS หรือสิทธิ์โทรออกให้สมาชิกในกลุ่มพร้อมกันโดยอัตโนมัติ จึงต้องตรวจสอบค่าของ Extension Jack แต่ละพอร์ต

องค์กรยังสามารถใช้ Account Code เพื่อระบุการโทรและช่วยควบคุมสิทธิ์ ใช้ Station Lock ป้องกันโทรศัพท์ที่ไม่มีผู้ดูแล และใช้ SMDR ตรวจสอบการโทรย้อนหลังได้

การตั้งสิทธิ์ต้องคำนึงถึง Time Service, หมายเลขฉุกเฉิน และการเชื่อมต่อกับ CO Line หรือ VoIP Gateway ที่ใช้งานจริง ไม่ควรเปลี่ยน TRS โดยไม่ทดสอบหมายเลขสำคัญ

ComSiam แนะนำให้เริ่มจากการจัดทำตารางสิทธิ์ของแต่ละแผนก จากนั้นตั้ง COS/TRS และ CO Line Access อย่างเป็นระบบ พร้อมทดสอบทั้งสายที่อนุญาตและสายที่ถูกจำกัดในทุกช่วงเวลา เพื่อให้ Panasonic KX-TES824 ช่วยควบคุมต้นทุนโทรศัพท์และสนับสนุนการทำงานของสำนักงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ComSiam Professional Team