วิธีทดสอบ TRS และ COS Panasonic KX-TES824 หลังตั้งค่าสิทธิ์โทรออก

การ ทดสอบ TRS และ COS Panasonic KX-TES824 หลังตั้งค่าสิทธิ์โทรออก เป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยตรวจสอบว่าพนักงานแต่ละคนสามารถโทรออกไปยังหมายเลขที่ได้รับอนุญาต และไม่สามารถโทรไปยังหมายเลขต้องห้ามได้ตามนโยบายของสำนักงาน

หลังจากตั้งค่า Toll Restriction (TRS), Class of Service (COS), Denied Code และ Exception Code แล้ว ไม่ควรสรุปว่าระบบทำงานถูกต้องเพียงเพราะสามารถบันทึกค่าผ่าน System Programming ได้สำเร็จ

ผู้ดูแลต้องตรวจสอบผลการโทรจริง ทั้งในช่วงกลางวัน กลางคืน และพักกลางวัน รวมถึงตรวจสอบการเลือกใช้ CO Line, System Speed Dialling, Account Code และ Walking COS ซึ่งอาจส่งผลต่อสิทธิ์โทรออก

ตัวอย่างเช่น พนักงานฝ่ายขายใช้ COS 2 ฝ่ายบัญชีใช้ COS 3 และโทรศัพท์ส่วนกลางใช้ COS 5 หากตั้งค่าถูกต้อง เครื่องแต่ละกลุ่มควรมีผลการโทรออกแตกต่างกันตามตาราง TRS ที่องค์กรกำหนด

บทความนี้ comsiam อธิบายวิธีทดสอบ TRS และ COS บน Panasonic KX-TES824 อย่างเป็นขั้นตอน พร้อมรหัสโปรแกรม ตารางทดสอบ ตัวอย่างผลลัพธ์ วิธีตรวจสอบสัญญาณปฏิเสธ และแนวทางแก้ไขเมื่อระบบอนุญาตหรือบล็อกหมายเลขไม่ตรงตามที่ตั้งไว้

① ทำไมต้องทดสอบ TRS และ COS หลังตั้งค่า?

TRS และ COS ทำงานร่วมกันเพื่อควบคุมสิทธิ์การโทรออกสายนอกของโทรศัพท์ภายในแต่ละเครื่อง

แม้จะตั้ง COS สำเร็จแล้ว แต่ถ้าตาราง Denied Code ไม่ถูกต้อง ก็อาจยังโทรไปยังหมายเลขที่ต้องการห้ามได้

ในทางกลับกัน หากบันทึก Denied Code กว้างเกินไป พนักงานอาจไม่สามารถโทรหาลูกค้าหรือหน่วยงานที่จำเป็นได้

ประโยชน์ของการทดสอบ

  1. ตรวจสอบว่า COS ตรงกับเครื่องที่ต้องการ
  2. ยืนยันว่าหมายเลขต้องห้ามถูกจำกัดจริง
  3. ตรวจสอบว่าหมายเลขที่ได้รับอนุญาตยังโทรได้
  4. ตรวจสอบ Exception Code
  5. ป้องกันการบล็อกหมายเลขสำคัญโดยไม่ตั้งใจ
  6. ตรวจสอบสิทธิ์กลางวัน กลางคืน และพักกลางวัน
  7. ค้นหาข้อผิดพลาดของการตั้ง CO Line
  8. ตรวจสอบช่องทางโทรออกที่อาจใช้สิทธิ์ต่างจากการกดหมายเลขตรง
  9. ลดความเสี่ยงค่าโทรศัพท์สูงผิดปกติ
  10. จัดทำเอกสารยืนยันผลการตั้งค่า

ข้อสำคัญ: ผลการโทรที่ไม่สำเร็จเพียงครั้งเดียวไม่ได้ยืนยันว่า TRS บล็อกถูกต้อง เพราะอาจเกิดจาก CO Line เสีย หมายเลขปลายทางไม่ให้บริการ หรือเครือข่ายโทรศัพท์ขัดข้อง

② TRS และ COS Panasonic KX-TES824 ต่างกันอย่างไร?

TRS — Toll Restriction

TRS เป็นระบบจำกัดหมายเลขโทรออก โดยใช้รายการ Denied Code และ Exception Code

ตู้สาขาตรวจสอบตัวเลขหมายเลขปลายทางกับตารางที่เกี่ยวข้องตามระดับ COS ของเครื่อง

COS — Class of Service

COS เป็นระดับสิทธิ์ของ Extension Jack ซึ่งกำหนดว่าต้องใช้ตารางข้อจำกัด TRS ใดบ้าง

ตารางเปรียบเทียบ

รายการTRSCOS
หน้าที่จำกัดหมายเลขโทรออกกำหนดระดับสิทธิ์
โปรแกรมหลัก302–306601–603
ใช้กับหมายเลขปลายทางExtension Jack
เปลี่ยนตามเวลาผ่าน COS ที่มีผลได้
ตรวจสอบหลังตั้งค่าทดสอบหมายเลขต้องห้ามและยกเว้นตรวจสอบระดับสิทธิ์แต่ละพอร์ต

การทดสอบที่สมบูรณ์ต้องตรวจสอบทั้งสองส่วน ไม่ใช่ตรวจเพียง COS หรือ Denied Code อย่างใดอย่างหนึ่ง

③ Panasonic KX-TES824 มี COS กี่ระดับ?

Panasonic KX-TES824 รองรับ COS จำนวน 5 ระดับ

COSตาราง Denied Code ที่มีผล
COS 1ไม่ถูกจำกัดด้วยตาราง TRS
COS 2โปรแกรม 302
COS 3โปรแกรม 302 และ 303
COS 4โปรแกรม 302–304
COS 5โปรแกรม 302–305

ตัวอย่าง

หากเพิ่มรหัสต้องห้ามลงในโปรแกรม 303

  • COS 1 ไม่ถูกจำกัดด้วยตาราง TRS
  • COS 2 ไม่ใช้รายการต้องห้ามในโปรแกรม 303
  • COS 3 ใช้ข้อจำกัดจากโปรแกรม 303
  • COS 4 ใช้ข้อจำกัดจากโปรแกรม 303
  • COS 5 ใช้ข้อจำกัดจากโปรแกรม 303

ดังนั้นหมายเลขทดสอบเดียวกันอาจโทรได้จากเครื่อง COS 2 แต่ถูกบล็อกจากเครื่อง COS 3–5

นี่เป็นวิธีสำคัญในการตรวจสอบว่าการแยกสิทธิ์ทำงานตามที่ต้องการ

④ โปรแกรม Panasonic KX-TES824 ที่ต้องตรวจสอบ

โปรแกรมรายละเอียด
301TRS System Speed Dialling Class
302Denied Code Class 2
303Denied Code Class 3
304Denied Code Class 4
305Denied Code Class 5
306TRS Exception Code
309Emergency Number
601TRS-COS Day
602TRS-COS Night
603TRS-COS Lunch
405Flexible Outward Dialling Day
406Flexible Outward Dialling Night
407Flexible Outward Dialling Lunch

หากผลการทดสอบไม่ตรงตามที่คาดไว้ ควรตรวจสอบโปรแกรมที่เกี่ยวข้องตามลำดับ ไม่ควรเปลี่ยนค่าหลายโปรแกรมพร้อมกัน เพราะจะทำให้หาสาเหตุของปัญหาได้ยาก

⑤ สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนทดสอบ TRS และ COS

ก่อนเริ่มควรเตรียมข้อมูลและอุปกรณ์ดังนี้

  1. ตู้ Panasonic KX-TES824 ที่ทำงานปกติ
  2. โทรศัพท์ Panasonic KX-T7730 หรือเครื่องที่รองรับ System Programming
  3. รหัสผ่านสำหรับตรวจสอบค่าระบบ
  4. รายชื่อ Extension Jack และหมายเลขภายใน
  5. ตาราง COS ของแต่ละเครื่อง
  6. รายการ Denied Code
  7. รายการ Exception Code
  8. รายการ CO Line
  9. หมายเลขภายนอกที่องค์กรอนุญาตให้ใช้ทดสอบ
  10. แผนทดสอบหมายเลขต้องห้ามโดยไม่ก่อค่าโทรที่ไม่จำเป็น
  11. แบบฟอร์มบันทึกผล
  12. ข้อมูลการตั้งค่าระบบเดิมสำหรับย้อนกลับ

ควรใช้หมายเลขใดทดสอบ?

ควรใช้หมายเลขที่องค์กรควบคุมได้ หรือหมายเลขที่ผู้ให้บริการจัดเตรียมไว้สำหรับการทดสอบ

ไม่ควรทดลองโทรไปยังหมายเลขฉุกเฉิน เบอร์ต่างประเทศราคาแพง หรือบริการ Premium Rate เพื่อดูว่าระบบปฏิเสธหรือไม่

หากต้องทดสอบรายการ Denied Code ที่เกี่ยวข้องกับบริการดังกล่าว ควรจัดสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยหรือประสานผู้ให้บริการก่อน

⑥ วิธีตรวจสอบ COS ของแต่ละเครื่อง

ก่อนทดลองโทรออก ให้ตรวจสอบ COS ที่บันทึกไว้ในตู้

โปรแกรมที่ใช้

  • 601 — COS ช่วงกลางวัน
  • 602 — COS ช่วงกลางคืน
  • 603 — COS ช่วงพักกลางวัน

ขั้นตอนตรวจสอบ

  1. ใช้โทรศัพท์ที่มีสิทธิ์ System Programming
  2. เข้าโหมดตั้งค่าระบบ
  3. เลือกโปรแกรม 601
  4. กด NEXT
  5. เลือก Extension Jack ที่ต้องการตรวจสอบ
  6. อ่านระดับ COS บนหน้าจอ
  7. บันทึกผล
  8. ทำซ้ำในโปรแกรม 602 และ 603

ตัวอย่างตาราง

Extension Jackผู้ใช้งานDayNightLunch
01ผู้บริหาร111
02ฝ่ายขาย243
03ฝ่ายบัญชี354
04พนักงานทั่วไป455
05โทรศัพท์ส่วนกลาง555

ค่าทั้งหมดเป็นตัวอย่าง ไม่ใช่ค่าเริ่มต้นของระบบ

ข้อควรระวัง: หมายเลข Extension Jack อาจไม่ตรงกับหมายเลขเบอร์ภายใน จึงต้องตรวจสอบผังพอร์ตก่อนทดสอบ

⑦ วิธีตรวจสอบ Denied Code โปรแกรม 302–305

Denied Code คือรายการหมายเลขหรือรหัสนำหน้าที่ต้องการจำกัด

ขั้นตอนตรวจสอบ

  1. เข้า System Programming
  2. เลือกโปรแกรม 302
  3. กด NEXT
  4. เลือก Code Number
  5. อ่านรายการหมายเลขที่บันทึกไว้
  6. บันทึกข้อมูล
  7. ตรวจสอบรายการถัดไป
  8. ทำซ้ำกับโปรแกรม 303, 304 และ 305

ตัวอย่างการวางแผน

โปรแกรมกลุ่มหมายเลขตัวอย่าง
302กลุ่ม A
303กลุ่ม B
304กลุ่ม C
305กลุ่ม D

กลุ่ม A–D เป็นชื่อสมมติสำหรับจัดแผน ไม่ใช่รหัสที่จะนำไปกรอกจริง

สิ่งที่ต้องตรวจสอบ

  • รหัสที่บันทึกตรงกับหมายเลขที่ต้องการจำกัดหรือไม่
  • มีรายการซ้ำโดยไม่จำเป็นหรือไม่
  • มีรหัสสั้นเกินไปหรือไม่
  • มีรายการที่อาจกระทบหมายเลขสำคัญหรือไม่
  • Code Number ถูกใช้ครบหรือยัง
  • มีรายการเดิมถูกเขียนทับหรือไม่

ควรตรวจสอบหมายเลขฉุกเฉินและบริการสำคัญก่อนเปลี่ยนข้อจำกัดใด ๆ

⑧ วิธีตรวจสอบ Exception Code โปรแกรม 306

Exception Code ใช้กำหนดหมายเลขที่ได้รับการยกเว้นจาก TRS ตามระดับ COS

จำนวนรายการที่ใช้ได้

COSตำแหน่ง Exception Code
COS 201–80
COS 301–60
COS 401–40
COS 501–20

วิธีตรวจสอบ

  1. เข้า System Programming
  2. กด 306
  3. กด NEXT
  4. เลือก Code Number
  5. อ่านหมายเลขที่บันทึก
  6. ตรวจสอบว่ารายการเกี่ยวข้องกับ COS ของเครื่องทดสอบหรือไม่
  7. บันทึกผล

ตัวอย่างปัญหา

สมมติเครื่อง COS 5 ต้องการโทรหาลูกค้าที่ถูกบล็อกด้วย Denied Code แต่มีหมายเลขยกเว้นบันทึกอยู่ในตำแหน่ง 45

เครื่อง COS 5 จะไม่ได้รับข้อยกเว้นจากตำแหน่งดังกล่าว เพราะ COS 5 ใช้ Exception Code ได้เฉพาะรายการ 01–20

จึงต้องตรวจสอบทั้งหมายเลขที่บันทึกและตำแหน่งของรายการ

⑨ วิธีทดสอบ COS 1 Panasonic KX-TES824

COS 1 เป็นระดับสิทธิ์ TRS สูงสุด และไม่ถูกจำกัดด้วยตาราง Denied Code ตามปกติ

ขั้นตอนทดสอบ

  1. เลือกเครื่องที่กำหนด COS 1
  2. ตรวจสอบสิทธิ์ใช้ CO Line
  3. ใช้หมายเลขภายนอกที่องค์กรอนุญาตให้ทดสอบ
  4. ทดลองโทรออก
  5. ตรวจสอบว่าสามารถเชื่อมต่อได้
  6. บันทึกผลการทดสอบ

หาก COS 1 โทรออกไม่ได้

ควรตรวจสอบ CO Line Access, Extension Lock, สถานะสายนอก หรือข้อจำกัดจากผู้ให้บริการ

ไม่ควรสรุปว่า TRS เป็นสาเหตุทันที เพราะ COS 1 ไม่ถูกจำกัดด้วยตาราง TRS ตามปกติ

⑩ วิธีทดสอบ COS 2 Panasonic KX-TES824

COS 2 ใช้ข้อจำกัดจากโปรแกรม 302

ขั้นตอน

  1. เลือกเครื่อง COS 2
  2. ตรวจสอบรายการในโปรแกรม 302
  3. เลือกหมายเลขทดสอบที่ตรงกับ Denied Code
  4. ตรวจสอบว่าระบบปฏิเสธตามที่ต้องการ
  5. เลือกหมายเลขที่ไม่อยู่ในรายการต้องห้าม
  6. ตรวจสอบว่าระบบอนุญาตตามเงื่อนไขอื่น
  7. บันทึกผล

สิ่งที่ควรตรวจสอบเพิ่มเติม

หากหมายเลขที่ถูก Denied Code ยังโทรได้ ให้ตรวจสอบ Exception Code ในโปรแกรม 306 ด้วย

⑪ วิธีทดสอบ COS 3 Panasonic KX-TES824

COS 3 ใช้ Denied Code จากโปรแกรม 302 และ 303

ตัวอย่าง

สมมติมีหมายเลขทดสอบหนึ่งกลุ่มถูกบันทึกเฉพาะในโปรแกรม 303

ผลที่คาดหวัง

COSผลตาม TRS
COS 1อนุญาต
COS 2ไม่ถูกบล็อกด้วยโปรแกรม 303
COS 3ถูกบล็อก
COS 4ถูกบล็อก
COS 5ถูกบล็อก

ผลดังกล่าวสมมติว่าไม่มี Exception Code หรือเงื่อนไขอื่นมาเปลี่ยนการตรวจสอบ

การทดสอบหมายเลขเดียวกันจาก COS 2 และ COS 3 จึงช่วยยืนยันว่าข้อจำกัด Class 3 มีผลแตกต่างจาก Class 2 จริง

⑫ วิธีทดสอบ COS 4 Panasonic KX-TES824

COS 4 ตรวจสอบตาราง Denied Code จากโปรแกรม 302–304

ขั้นตอน

  1. ตรวจสอบว่าเครื่องใช้ COS 4 จริง
  2. ตรวจสอบรายการ Denied Code ทั้งสามโปรแกรม
  3. เลือกหมายเลขทดสอบที่องค์กรควบคุม
  4. ตรวจสอบรายการที่ถูกจำกัดเฉพาะใน Class 4
  5. เปรียบเทียบกับเครื่อง COS 3
  6. ตรวจสอบ Exception Code
  7. บันทึกผล

ตัวอย่างผล

หากรหัสทดสอบอยู่เฉพาะในโปรแกรม 304 เครื่อง COS 4 และ COS 5 ควรถูกจำกัดตาม TRS ขณะที่ COS 3 ไม่ได้รับข้อจำกัดจากตารางนี้

⑬ วิธีทดสอบ COS 5 Panasonic KX-TES824

COS 5 ใช้ตาราง Denied Code ทุกระดับ ตั้งแต่โปรแกรม 302 ถึง 305

ขั้นตอน

  1. เลือกเครื่อง COS 5
  2. ตรวจสอบ Denied Code ทุกตาราง
  3. ตรวจสอบ Exception Code ตำแหน่ง 01–20
  4. ทดสอบหมายเลขที่ควรอนุญาต
  5. ตรวจสอบการปฏิเสธหมายเลขต้องห้าม
  6. ตรวจสอบสิทธิ์ CO Line
  7. บันทึกผลการทดสอบ

COS 5 ห้ามโทรออกทุกเบอร์หรือไม่?

ไม่เสมอไป

หากหมายเลขที่กดไม่ตรงกับตาราง Denied Code และไม่มีข้อจำกัดอื่น เครื่อง COS 5 ก็อาจยังโทรออกได้

ดังนั้นการทดสอบต้องใช้ทั้งหมายเลขที่คาดว่าจะผ่านและหมายเลขที่คาดว่าจะถูกปฏิเสธ

⑭ วิธีตรวจสอบว่า TRS บล็อกจริงหรือสายนอกเสีย

เมื่อกดหมายเลขแล้วโทรออกไม่สำเร็จ อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ

กรณีเกิดจาก TRS

ระบบอาจส่ง Reorder Tone หลังตรวจพบหมายเลขที่ไม่ได้รับอนุญาต

กรณีเกิดจาก CO Line

อาจไม่สามารถเลือกสายนอกได้ หรือไม่สามารถเชื่อมต่อกับเครือข่ายได้

วิธีแยกสาเหตุ

  1. ตรวจสอบว่าเครื่องได้สัญญาณสายนอกหรือไม่
  2. ทดลองหมายเลขที่ได้รับอนุญาต
  3. ตรวจสอบ Denied Code
  4. ตรวจสอบ Exception Code
  5. เปรียบเทียบกับเครื่อง COS อื่น
  6. ตรวจสอบสิทธิ์ CO Line Access
  7. ตรวจสอบสถานะพอร์ต CO
  8. ตรวจสอบผลการโทรใน SMDR หากมีข้อมูลเพียงพอ

สำคัญ: ไม่ควรใช้เสียงสัญญาณเพียงอย่างเดียวเป็นหลักฐานว่าตู้บล็อกด้วย TRS ต้องตรวจสอบการตั้งค่าและผลทดสอบประกอบกัน

⑮ วิธีทดสอบ TRS และ COS ในช่วง Day Mode

Panasonic KX-TES824 กำหนด COS ช่วงกลางวันด้วยโปรแกรม 601

ขั้นตอน

  1. ตรวจสอบว่าระบบอยู่ใน Day Mode
  2. ตรวจสอบ COS ของเครื่องจากโปรแกรม 601
  3. ตรวจสอบสิทธิ์ CO Line ในโปรแกรม 405
  4. ทดลองโทรภายใน
  5. ทดลองโทรหมายเลขภายนอกที่อนุญาต
  6. ตรวจสอบการบล็อกหมายเลขตาม TRS
  7. บันทึกผล

ตัวอย่าง

ฝ่ายขายใช้ COS 2 ใน Day Mode จึงควรได้รับข้อจำกัดตามตารางที่มีผลกับ COS 2

หากหมายเลขทดสอบถูกบล็อกเฉพาะใน Class 4 ก็ไม่ควรถูกปฏิเสธด้วย Class 4 สำหรับเครื่อง COS 2

⑯ วิธีทดสอบ TRS และ COS ในช่วง Night Mode

โปรแกรม 602 กำหนด COS สำหรับ Night Mode

ขั้นตอน

  1. ตรวจสอบค่าระบบรับสายเข้าเดิมก่อนเปลี่ยนโหมด
  2. ใช้เครื่อง Operator หรือ Manager ที่มีสิทธิ์เปลี่ยนโหมด
  3. เปลี่ยนเป็น Night Mode ตามขั้นตอนของระบบ
  4. ตรวจสอบ COS จากโปรแกรม 602
  5. ตรวจสอบ CO Line Access ในโปรแกรม 406
  6. ทดลองโทรหมายเลขที่ได้รับอนุญาต
  7. ตรวจสอบหมายเลขต้องห้าม
  8. บันทึกผล
  9. คืนโหมดเดิมหลังทดสอบ

ข้อควรระวัง

การเปลี่ยน Day/Night Mode อาจเปลี่ยนการรับสายเข้าของสำนักงานด้วย

จึงควรทดสอบในช่วงเวลาที่ไม่กระทบการให้บริการลูกค้า หรือจัดทำแผนทดสอบกับผู้ดูแลระบบก่อน

⑰ วิธีทดสอบ TRS และ COS ในช่วง Lunch Mode

โปรแกรม 603 ใช้กำหนด COS ช่วงพักกลางวัน

ขั้นตอน

  1. เปลี่ยนเข้าสู่ Lunch Mode ด้วยสิทธิ์ที่เหมาะสม
  2. ตรวจสอบ COS ของเครื่องทดสอบ
  3. ตรวจสอบสิทธิ์ CO Line โปรแกรม 407
  4. ทดสอบหมายเลขที่อนุญาต
  5. ตรวจสอบหมายเลขที่ถูกจำกัด
  6. ตรวจสอบ Exception Code
  7. บันทึกผล
  8. คืนระบบสู่โหมดเดิม

ตัวอย่าง

ฝ่ายขายอาจใช้ COS 2 ตอนกลางวัน และ COS 3 ตอนพักกลางวัน

หาก Denied Code อยู่ในโปรแกรม 303 หมายเลขกลุ่มนั้นอาจโทรได้ใน Day Mode แต่ถูกจำกัดใน Lunch Mode ตามเงื่อนไขที่ตั้งไว้

⑱ วิธีทดสอบ System Speed Dialling กับ TRS

Panasonic KX-TES824 รองรับ System Speed Dialling ซึ่งมีเงื่อนไขตรวจสอบ TRS เพิ่มเติม

โปรแกรม 301 ใช้กำหนด TRS Class สำหรับ System Speed Dialling

ทำไมต้องทดสอบ?

เพราะหมายเลขที่โทรไม่ได้เมื่อกดเอง อาจมีผลต่างออกไปเมื่อใช้ System Speed Dialling ตามการตั้งค่าของระบบ

ขั้นตอน

  1. ตรวจสอบโปรแกรม 301
  2. ตรวจสอบ System Speed Dialling ที่เกี่ยวข้อง
  3. เลือกเครื่อง COS ที่ต้องการทดสอบ
  4. ทดลองหมายเลขปลายทางที่ได้รับอนุญาตโดยกดตรง
  5. เปรียบเทียบกับการโทรผ่าน System Speed Dialling
  6. ตรวจสอบความแตกต่าง
  7. บันทึกผล

หากผลไม่ตรงกัน ให้ตรวจสอบความสัมพันธ์ระหว่าง COS ของเครื่องและ TRS Class ของ System Speed Dialling ตามคู่มือ

⑲ วิธีทดสอบ Walking COS หลังตั้ง TRS

Walking COS เป็นฟังก์ชันให้ผู้ใช้ที่มีสิทธิ์นำ COS ของตนไปใช้โทรออกจากเครื่องอื่นชั่วคราว

ตัวอย่าง

  • ผู้จัดการมี COS 2
  • โทรศัพท์ห้องประชุมมี COS 5

หากผู้จัดการใช้ Walking COS จากโทรศัพท์ห้องประชุม ระบบจะใช้สิทธิ์ COS ของผู้จัดการสำหรับการโทรนั้นตามเงื่อนไข

ขั้นตอนตรวจสอบ

  1. ตรวจสอบ COS ของผู้จัดการ
  2. ตรวจสอบ COS ของโทรศัพท์ห้องประชุม
  3. ตรวจสอบ Extension Password
  4. ใช้ Walking COS ตามคู่มือ
  5. ทดลองหมายเลขที่ได้รับอนุญาต
  6. ตรวจสอบว่าผลตรงกับ COS ของผู้ใช้
  7. วางสาย
  8. ตรวจสอบว่าเครื่องห้องประชุมยังใช้ COS ประจำเครื่องสำหรับการโทรครั้งถัดไป

ควรทดสอบเฉพาะบัญชีหรือรหัสที่ได้รับอนุญาต ไม่ใช้รหัสของผู้อื่นโดยไม่ได้รับสิทธิ์

⑳ วิธีทดสอบ Account Code และ Verify-Toll

Account Code บางโหมดมีผลต่อการตรวจสอบ TRS

Verify-All

ใช้ตรวจสอบว่าผู้ใช้งานกรอกรหัสที่ถูกต้องก่อนโทรออก แต่ไม่ใช่การเพิ่มสิทธิ์ COS 2 โดยอัตโนมัติ

Verify-Toll

สามารถใช้รหัสที่ถูกต้องเพื่อข้ามข้อจำกัด TRS บางระดับสำหรับเครื่อง COS 3–5 ตามเงื่อนไขของระบบ

วิธีทดสอบ

  1. ตรวจสอบ Account Code Mode ในโปรแกรม 605
  2. ตรวจสอบรหัสที่อนุญาตในโปรแกรม 310
  3. ตรวจสอบ COS ของเครื่อง
  4. ตรวจสอบตาราง Denied Code
  5. ทดลองโทรโดยไม่ใช้รหัสตามโหมดที่รองรับ
  6. ทดลองใช้รหัสที่ถูกต้อง
  7. เปรียบเทียบผลของ TRS
  8. ตรวจสอบข้อมูล SMDR หากใช้งาน

ข้อสำคัญ: การใช้ Verify-Toll ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับ COS 1 โดยทั่วไป Account Code ที่ตรวจสอบผ่านให้สิทธิ์ TRS ระดับ COS 2 ชั่วคราวตามเงื่อนไขคู่มือ

㉑ วิธีตรวจสอบ Emergency Number หลังตั้ง TRS

เมื่อกำหนด TRS ให้จำกัดหมายเลขโทรออก ควรตรวจสอบรายการ Emergency Number ในโปรแกรม 309 ด้วย

ตัวอย่างหมายเลขฉุกเฉินที่สำคัญ ได้แก่

  • 191 — เหตุด่วนเหตุร้าย
  • 199 — เพลิงไหม้
  • 1669 — การแพทย์ฉุกเฉิน

วิธีตรวจสอบโดยไม่รบกวนหน่วยฉุกเฉิน

  1. เข้าโปรแกรม 309
  2. ตรวจสอบหมายเลขที่บันทึกไว้
  3. ตรวจสอบสิทธิ์เข้าถึงสายนอก
  4. ตรวจสอบความพร้อมของ CO Line ด้วยหมายเลขทดสอบทั่วไป
  5. ตรวจสอบโหมด Account Code และ Extension Lock
  6. ตรวจสอบว่ามีช่องทางสื่อสารฉุกเฉินสำรอง
  7. จัดการทดสอบเชื่อมต่อจริงเฉพาะเมื่อมีการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องล่วงหน้า

ไม่ควรโทรไปยังหน่วยฉุกเฉินจริงเพียงเพื่อตรวจสอบว่าตู้บล็อกหมายเลขหรือไม่

㉒ ตัวอย่างตารางทดสอบ TRS และ COS สำหรับสำนักงาน

สมมติสำนักงานกำหนดดังนี้

  • ผู้บริหาร: COS 1
  • ฝ่ายขาย: COS 2
  • บัญชี: COS 3
  • พนักงานทั่วไป: COS 4
  • โทรศัพท์ส่วนกลาง: COS 5

โดยมีหมายเลขทดสอบแต่ละกลุ่มถูกบันทึกเฉพาะใน Denied Code Class ของตน และไม่มี Exception Code มาเปลี่ยนผล

ตารางผลที่คาดหวังตาม TRS

COSClass 2Class 3Class 4Class 5
COS 1ผ่านผ่านผ่านผ่าน
COS 2บล็อกผ่านผ่านผ่าน
COS 3บล็อกบล็อกผ่านผ่าน
COS 4บล็อกบล็อกบล็อกผ่าน
COS 5บล็อกบล็อกบล็อกบล็อก

หมายเหตุ: คำว่า “ผ่าน” ในตารางหมายถึงไม่ถูกบล็อกด้วยตาราง Denied Code ที่ระบุเท่านั้น ยังต้องผ่านสิทธิ์ CO Line และเงื่อนไขอื่นของระบบ

ตารางนี้สามารถใช้เป็นแนวทางเปรียบเทียบผลได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้หมายเลขจริงที่มีค่าโทรสูง

㉓ แบบฟอร์มบันทึกผลการทดสอบ

ควรมีแบบฟอร์มบันทึกผลทุกครั้งหลังเปลี่ยน TRS และ COS

รายการข้อมูลที่ต้องบันทึก
วันที่ทดสอบวันที่ดำเนินการ
ผู้ทดสอบชื่อช่างหรือผู้ดูแล
Extension Jackพอร์ตที่ตรวจสอบ
เบอร์ภายในหมายเลขที่ใช้งาน
Time ServiceDay / Night / Lunch
COSระดับ 1–5
หมายเลขทดสอบหมายเลขหรือกลุ่มรหัสที่อนุญาตให้ทดสอบ
ผลที่คาดหวังผ่าน / บล็อก
ผลที่เกิดขึ้นผ่าน / บล็อก / ผิดพลาด
หมายเหตุสาเหตุหรือการแก้ไข

ตัวอย่าง

เครื่องCOSกลุ่มทดสอบคาดหวังผลจริง
ฝ่ายขาย2Class 2บล็อกบล็อก
ฝ่ายขาย2Class 3ผ่านผ่าน
บัญชี3Class 3บล็อกบล็อก
พนักงานทั่วไป4Class 4บล็อกบล็อก
โทรศัพท์ส่วนกลาง5Class 5บล็อกบล็อก

ค่าผลจริงในตัวอย่างเป็นผลสมมติสำหรับอธิบายรูปแบบเอกสาร ไม่ใช่ผลทดสอบจากตู้จริง

㉔ ตั้ง TRS แล้วหมายเลขต้องห้ามยังโทรออกได้ เกิดจากอะไร?

1. COS ไม่ตรงกับที่ตั้งใจ

อาจกำหนด COS 1 หรือระดับที่ไม่ได้ใช้ตารางหมายเลขต้องห้ามนั้น

2. Denied Code ไม่ตรงกับหมายเลขที่กด

ตรวจสอบรูปแบบเลขหมายและรหัสนำหน้า

3. มี Exception Code

ตรวจสอบโปรแกรม 306 ว่ามีข้อยกเว้นที่ครอบคลุมหมายเลขนั้นหรือไม่

4. ใช้ System Speed Dialling

ตรวจสอบโปรแกรม 301

5. มีการใช้ Verify-Toll

ผู้ใช้บางคนอาจได้รับสิทธิ์ TRS เพิ่มขึ้นชั่วคราว

6. มีการใช้ Walking COS

ผู้ใช้ที่มีสิทธิ์อาจโทรจากเครื่องอื่นด้วย COS ของตนเอง

7. ระบบอยู่ใน Time Service Mode อื่น

ตรวจสอบ COS ในโปรแกรม 601–603

8. ใช้เส้นทางโทรศัพท์อื่น

สำนักงานอาจมี VoIP Gateway หรือระบบอื่นที่ไม่ได้ถูกควบคุมด้วย TRS เดียวกัน

㉕ ตั้ง TRS แล้วโทรออกไม่ได้ทุกเบอร์ แก้ไขอย่างไร?

หากพนักงานไม่สามารถโทรออกแม้แต่หมายเลขที่ต้องได้รับอนุญาต ควรตรวจสอบดังนี้

  1. ตรวจสอบ COS ปัจจุบัน
  2. ตรวจสอบ Denied Code ทั้งหมด
  3. ตรวจสอบรหัสที่กว้างเกินไป
  4. ตรวจสอบ Exception Code
  5. ตรวจสอบสิทธิ์ CO Line
  6. ตรวจสอบ Extension Lock
  7. ตรวจสอบ Account Code Mode
  8. ตรวจสอบ Day/Night/Lunch
  9. ตรวจสอบหมายเลขที่โทรออกจริง
  10. ตรวจสอบสถานะสายภายนอก

ตัวอย่างปัญหา

หากมีการบล็อกรหัสนำหน้า 0 โดยไม่พิจารณาหมายเลขอื่น อาจกระทบการโทรออกในประเทศจำนวนมาก

แนวทางที่ถูกต้องคือหาสาเหตุและแก้เฉพาะรายการที่ผิด ไม่ควรลบตาราง TRS ทั้งหมดหรือเปลี่ยนทุกเครื่องเป็น COS 1

㉖ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทดสอบ TRS และ COS Panasonic KX-TES824

Panasonic KX-TES824 ทดสอบ TRS อย่างไร?

ตรวจสอบ Denied Code และ COS จากนั้นใช้หมายเลขทดสอบที่ได้รับอนุญาตเพื่อตรวจสอบว่าระบบอนุญาตหรือปฏิเสธการโทรตรงตามนโยบาย

ใช้โปรแกรมอะไรตรวจสอบ COS?

ใช้โปรแกรม 601, 602 และ 603 ตามช่วงเวลา

ใช้โปรแกรมอะไรตรวจสอบหมายเลขต้องห้าม?

ใช้โปรแกรม 302–305

ตรวจสอบ Exception Code ด้วยโปรแกรมอะไร?

ใช้โปรแกรม 306

COS 1 ถูกจำกัดด้วย TRS หรือไม่?

ไม่ถูกจำกัดด้วยตาราง Denied Code ตามปกติ แต่ยังขึ้นกับสิทธิ์ CO Line และเงื่อนไขอื่น

COS 5 โทรออกไม่ได้ทุกเบอร์ใช่หรือไม่?

ไม่ใช่ COS 5 ยังสามารถโทรหมายเลขที่ไม่ได้ถูกจำกัดตามตาราง TRS และเงื่อนไขอื่นได้

TRS มีผลต่างกันระหว่างกลางวันกับกลางคืนหรือไม่?

ได้ เพราะเครื่องสามารถใช้ COS ต่างกันตาม Day, Night และ Lunch Mode

ทำไมกดเบอร์เองโทรไม่ได้ แต่ใช้ Speed Dial โทรได้?

อาจเกิดจากเงื่อนไข TRS ของ System Speed Dialling ซึ่งต้องตรวจสอบโปรแกรม 301

Verify-Toll ทำให้ TRS เปลี่ยนได้หรือไม่?

สามารถใช้สิทธิ์ COS 2 ชั่วคราวสำหรับเครื่อง COS 3–5 ตามเงื่อนไขของระบบ

Walking COS มีผลต่อการทดสอบหรือไม่?

มี เพราะผู้ใช้อาจใช้ COS ของตนเองจากเครื่องอื่น ทำให้ผลแตกต่างจาก COS ประจำเครื่อง

ต้องทดสอบเบอร์ฉุกเฉินด้วยการโทรจริงหรือไม่?

ไม่ควรโทรทดสอบโดยไม่มีเหตุฉุกเฉินหรือการประสานงานที่ได้รับอนุญาต ควรตรวจสอบค่าระบบและวางแผนทดสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

หากโทรออกไม่สำเร็จแปลว่า TRS บล็อกแล้วใช่หรือไม่?

ไม่จำเป็น เพราะอาจเกิดจากสายนอกเสีย ไม่มีสิทธิ์ใช้ CO Line หรือเครือข่ายขัดข้อง

㉗ สรุปวิธีทดสอบ TRS และ COS Panasonic KX-TES824 หลังตั้งค่าสิทธิ์โทรออก

การทดสอบ TRS และ COS เป็นขั้นตอนที่ช่วยยืนยันว่าตู้ Panasonic KX-TES824 สามารถควบคุมการโทรออกได้ตรงตามนโยบายขององค์กร

ขั้นตอนสำคัญประกอบด้วย

  1. ตรวจสอบ Extension Jack ของทุกเครื่องที่เกี่ยวข้อง
  2. ตรวจสอบ COS ในโปรแกรม 601–603
  3. ตรวจสอบ Denied Code ในโปรแกรม 302–305
  4. ตรวจสอบ Exception Code ในโปรแกรม 306
  5. ตรวจสอบสิทธิ์ CO Line ในโปรแกรม 405–407
  6. ทดสอบหมายเลขที่ได้รับอนุญาต
  7. ตรวจสอบการปฏิเสธหมายเลขต้องห้าม
  8. ทดสอบทุกระดับ COS ที่ใช้งาน
  9. ตรวจสอบ Day, Night และ Lunch Mode
  10. ตรวจสอบ System Speed Dialling
  11. ตรวจสอบ Account Code และ Verify-Toll
  12. ตรวจสอบ Walking COS
  13. ตรวจสอบ Emergency Number
  14. บันทึกผลและคืนค่าระบบหลังทดสอบ

สำหรับสำนักงานที่มีพนักงานหลายแผนก comsiam แนะนำให้จัดทำตารางสิทธิ์โทรออกและแบบฟอร์มทดสอบประจำเครื่อง โดยระบุ COS, หมายเลขต้องห้าม, ข้อยกเว้น และผลทดสอบจริงอย่างชัดเจน

หากมีการเปลี่ยน TRS, COS หรือ Time Service ในอนาคต ควรทดสอบซ้ำเฉพาะส่วนที่ได้รับผลกระทบ และตรวจสอบว่าสิทธิ์การโทรของแผนกอื่นยังทำงานถูกต้อง

การตรวจสอบอย่างเป็นระบบช่วยลดปัญหาพนักงานโทรออกไม่ได้ ป้องกันการโทรไปยังหมายเลขที่ไม่ได้รับอนุญาต และเพิ่มความมั่นใจในการใช้งานตู้สาขาโทรศัพท์ขององค์กร

ComSiam Professional Team