ComSiam Service
Panasonic KX-TES824 สายโทรศัพท์ระหว่างอาคารต้องป้องกันไฟกระชากอย่างไร เป็นเรื่องสำคัญสำหรับสำนักงาน โรงงาน โรงเรียน รีสอร์ต และอาคารที่ใช้ตู้สาขาโทรศัพท์เครื่องเดียวกระจายหมายเลขภายในไปยังอาคารอื่น โดยเฉพาะระบบที่เดินสายทองแดงผ่านพื้นที่กลางแจ้ง ใต้ดิน หรือระหว่างอาคารซึ่งมีระบบไฟฟ้าและกราวด์แตกต่างกัน
ปัญหาที่พบได้หลังฝนฟ้าคะนอง ได้แก่ โทรศัพท์ภายในไม่มี Dial Tone, Extension Port เสีย, โทรศัพท์ PT ไม่ตอบสนอง, สายนอก CO Line ใช้งานไม่ได้ การ์ดขยายเสียหาย หรือ Main Board มีอาการผิดปกติหลังเกิดไฟกระชาก
หลายแห่งติดตั้ง UPS เพื่อสำรองไฟให้ตู้สาขาแล้วเข้าใจว่าระบบปลอดภัยจากฟ้าผ่า แต่ในความเป็นจริง ไฟกระชากสามารถเข้ามาทางสายโทรศัพท์ทองแดงได้ แม้ PBX จะต่อผ่าน UPS เพราะ UPS และอุปกรณ์ป้องกันไฟกระชากบนระบบสายสัญญาณทำหน้าที่ต่างกัน
ตาม Panasonic KX-TES824 Installation Manual หัวข้อ 2.2.8 ผู้ผลิตอธิบายความเสี่ยงจากฟ้าผ่าหรือการที่สายโทรศัพท์สัมผัสกับสายไฟฟ้า พร้อมแนะนำการติดตั้ง Surge Protector และระบบสายดินที่เหมาะสม
คู่มือยังแสดงตัวอย่างการเดิน Extension ไปยังอาคารอื่น และระบุชัดว่าอุปกรณ์ Surge Protector สำหรับ Extension Line แตกต่างจากอุปกรณ์สำหรับ Outside CO Line
ดังนั้น การป้องกันระบบต้องพิจารณาทั้ง Lightning Protector, Frame Earth, Earthing, Bonding, MDF, การเดินสายทองแดง และทางเลือกการใช้ไฟเบอร์ออปติกเพื่อลดการเชื่อมต่อทางไฟฟ้าระหว่างอาคาร
บทความนี้ ComSiam จะอธิบายวิธีวิเคราะห์และวางแผนป้องกันไฟกระชากในระบบ Panasonic KX-TES824 ตั้งแต่ข้อกำหนดในคู่มือจริง การเลือกอุปกรณ์ป้องกัน การตรวจสายระหว่างอาคาร ไปจนถึงการตรวจสอบหลังฟ้าคะนอง พร้อมตาราง Checklist และ FAQ สำหรับการวางระบบโทรศัพท์สำนักงานอย่างปลอดภัย
① ทำไมสายโทรศัพท์ระหว่างอาคารจึงเสี่ยงไฟกระชาก
สายโทรศัพท์ที่เดินออกนอกอาคารมีโอกาสได้รับผลจากสภาพแวดล้อมทางไฟฟ้ามากกว่าสายที่อยู่ภายในพื้นที่เดียวกัน
ความเสี่ยงสำคัญ
- ฟ้าผ่าลงบริเวณใกล้เคียง
- แรงดันเหนี่ยวนำจากเหตุฟ้าผ่า
- ความต่างศักย์ระหว่างระบบกราวด์ของอาคาร
- สายโทรศัพท์สัมผัสสายไฟฟ้าโดยอุบัติเหตุ
- การเดินสายใกล้อุปกรณ์ไฟฟ้ากำลัง
- การต่อระบบสายดินไม่เหมาะสม
- น้ำและความชื้นเข้าสู่อุปกรณ์ป้องกันหรือจุดต่อสาย
ตัวอย่าง
อาคาร A ติดตั้งตู้ Panasonic KX-TES824 และเดินสาย Extension ไปยังอาคาร B ซึ่งอยู่ห่างออกไปหลายสิบเมตร
เมื่อฟ้าผ่าบริเวณใกล้อาคาร B อาจเกิดแรงดันชั่วขณะบนเส้นทางสายทองแดงที่เชื่อมระหว่างอาคาร ทำให้อุปกรณ์ที่ปลายทางหรือพอร์ต PBX ได้รับผลกระทบ
ข้อสำคัญ
ไม่จำเป็นต้องมีฟ้าผ่าลงบนสายโดยตรงจึงจะเกิดความเสียหายได้
แรงดันเหนี่ยวนำและความต่างศักย์ของระบบกราวด์ก็เป็นประเด็นที่ต้องพิจารณาในการออกแบบ
② Panasonic KX-TES824 มีข้อกำหนด Surge Protector อย่างไร
คู่มือ Installation Manual หัวข้อ 2.2.8 Installing Surge Protector ให้รายละเอียดเกี่ยวกับอุปกรณ์ป้องกันสำหรับ Outside CO Line
สเปกที่คู่มือแนะนำ
| รายการ | ข้อกำหนดจาก Panasonic |
|---|---|
| Surge Arrestor Type | 3-Electrode Arrestor |
| DC Spark-over Voltage | 230 V |
| Maximum Peak Current | อย่างน้อย 10 kA |
| ระบบสายดิน | ต้องติดตั้งอย่างเหมาะสม |
| การปฏิบัติตามมาตรฐาน | ตามกฎหมายและข้อกำหนดในพื้นที่ |
ต้องเข้าใจอะไร
ค่าดังกล่าวเป็นข้อแนะนำสำหรับ Surge Protector ของ Outside CO Line ในบริบทที่คู่มือระบุ
ไม่ควรนำค่า 230 V หรือ 10 kA ไปใช้เป็นเกณฑ์เลือก Protector สำหรับ Extension ทุกชนิดโดยอัตโนมัติ เพราะวงจร Extension และ CO Line มีคุณลักษณะทางไฟฟ้าแตกต่างกัน
สิ่งที่ต้องให้ผู้ชำนาญตรวจ
การเลือกอุปกรณ์จริงต้องพิจารณาความเข้ากันได้กับสายสัญญาณ มาตรฐานผลิตภัณฑ์ ระบบกราวด์ และกฎระเบียบที่ใช้กับพื้นที่ติดตั้ง
③ Surge Protector กับ Lightning Protector คืออะไร
คำสองคำนี้มักใช้ในงานระบบโทรศัพท์เพื่ออธิบายอุปกรณ์ป้องกันแรงดันกระชาก
Surge Protector
อุปกรณ์สำหรับจำกัดหรือระบายพลังงานจากแรงดันกระชากชั่วขณะไปยังเส้นทางป้องกันที่ออกแบบไว้
Lightning Protector
คำที่มักใช้เรียกอุปกรณ์ป้องกันผลกระทบทางไฟฟ้าจากฟ้าผ่าบนสายโทรศัพท์หรือสายสัญญาณ
จุดสำคัญ
อุปกรณ์ดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าสามารถป้องกันฟ้าผ่าโดยตรงได้ทุกกรณี
การป้องกันขึ้นอยู่กับพิกัดอุปกรณ์ การประสานการทำงานกับระบบอื่น เส้นทางสายดิน การติดตั้ง และระดับพลังงานที่เกิดขึ้นจริง
ข้อควรจำ
ไม่ควรโฆษณาหรือรับประกันว่าอุปกรณ์เพียงตัวเดียวทำให้ PBX ปลอดภัยจากฟ้าผ่าได้ 100%
④ CO Line กับ Extension Line ต้องแยกการป้องกันอย่างไร
Panasonic KX-TES824 มีวงจรที่เกี่ยวข้องกับสายโทรศัพท์สองกลุ่มหลัก
CO Line
ใช้เชื่อมต่อบริการโทรศัพท์ภายนอก เช่น สายอนาล็อกจากผู้ให้บริการหรือพอร์ต FXS ของ Gateway
Extension Line
ใช้เชื่อมต่อโทรศัพท์ภายในสำนักงาน เช่น PT และ SLT
ตารางเปรียบเทียบ
| หัวข้อ | CO Line | Extension Line |
|---|---|---|
| หน้าที่ | สายนอกจากผู้ให้บริการ | โทรศัพท์ภายใน |
| คู่สายพื้นฐาน | T/R | T/R สำหรับ SLT |
| PT แบบสี่ตัวนำ | ไม่ใช่พอร์ต PT | T/R/H/L |
| ต้องพิจารณา Surge Protection | ใช่ | ใช่เมื่อเดินออกนอกอาคาร |
| อุปกรณ์ Protector | สำหรับ CO Line | สำหรับ Extension ที่รองรับ |
| ใช้ Protector รุ่นเดียวกันโดยไม่ตรวจ | ไม่ควร | ไม่ควร |
ข้อสำคัญจากคู่มือ
Surge Protector สำหรับ Extension ไม่ใช่อุปกรณ์ชนิดเดียวกับ Surge Protector สำหรับ Outside CO Line
ดังนั้นต้องเลือกตามคุณสมบัติของวงจร ไม่ใช่ดูเพียงว่าอุปกรณ์มีขั้วต่อสายโทรศัพท์เหมือนกัน
⑤ คู่มือ Panasonic แนะนำอะไรเมื่อเดิน Extension ข้ามอาคาร
ในหัวข้อ Outside Installation คู่มือแสดงภาพ PBX ภายในอาคารหลัก ต่อ Extension ไปยังโทรศัพท์ในอาคารอื่น พร้อม Surge Protector และระบบสายดิน
ข้อแนะนำที่ผู้ผลิตระบุ
- เดินสาย Extension ภายนอกอาคารใต้ดิน
- ใช้ท่อร้อยสายเพื่อป้องกันสาย
- ใช้ Surge Protector ที่เหมาะกับ Extension
- จัดให้มีระบบ Earthing ที่เหมาะสม
ทำไมต้องเดินใต้ดิน
การเดินสายใต้ดินและใช้ท่อป้องกันช่วยลดความเสี่ยงจากความเสียหายทางกายภาพและการสัมผัสสิ่งแวดล้อมบางประเภท
ข้อควรเข้าใจ
การเดินสายใต้ดินไม่ได้ทำให้ปลอดภัยจากแรงดันกระชากหรือฟ้าผ่าทั้งหมด
ยังต้องตรวจการป้องกัน Surge และระบบ Bonding ตามสภาพพื้นที่
⑥ ตัวอย่างการเดิน Extension จากอาคาร A ไปอาคาร B
สมมุติว่ามีตู้ Panasonic KX-TES824 อยู่ที่อาคารสำนักงานหลัก และต้องการติดตั้งโทรศัพท์ SLT ที่อาคารคลังสินค้า
องค์ประกอบระบบ
- PBX ที่อาคาร A
- MDF ของอาคาร A
- สายโทรศัพท์ทองแดงระหว่างอาคาร
- ท่อร้อยสาย
- อุปกรณ์ป้องกัน Surge ที่เหมาะสม
- ระบบกราวด์และ Bonding
- จุดต่อสายที่อาคาร B
- โทรศัพท์ SLT ปลายทาง
หลักการป้องกัน
ควรออกแบบการป้องกันบริเวณจุดเข้าอาคารและเส้นทางที่ความต่างศักย์อาจเข้าสู่ระบบ โดยวิศวกรหรือช่างที่มีคุณสมบัติเหมาะสม
สิ่งที่ไม่ควรทำ
ไม่ควรต่อสายจาก Extension Jack ของ PBX ไปยังอาคารอื่นโดยตรง แล้วปล่อยสายผ่านพื้นที่กลางแจ้งโดยไม่มีการประเมิน Surge Protection และระบบสายดิน
⑦ ทำไมต้องตรวจระบบกราวด์ของทั้งสองอาคาร
อาคารสองหลังอาจมีศักย์ไฟฟ้าอ้างอิงของระบบกราวด์แตกต่างกัน โดยเฉพาะเมื่อเกิดเหตุฟ้าผ่าหรือกระแสผิดปกติ
ปัญหาที่อาจเกิด
- ความต่างศักย์ระหว่างอาคาร
- กระแสไม่พึงประสงค์บนสายสัญญาณ
- Surge Protector ระบายพลังงานได้ไม่เหมาะสม
- อุปกรณ์สื่อสารเสียหาย
- มีความเสี่ยงต่อผู้ใช้งานและช่าง
แนวทางออกแบบ
ให้ผู้ชำนาญตรวจระบบหลักดิน ตัวนำป้องกัน การเชื่อมประสานศักย์ (Equipotential Bonding) และการประสานอุปกรณ์ Surge Protection ตามมาตรฐานที่ใช้
ข้อควรระวัง
ไม่ควรติดตั้งแท่งกราวด์แยกต่างหากให้ Protector โดยไม่พิจารณาการ Bonding กับระบบกราวด์อาคาร
ระบบกราวด์ที่ออกแบบไม่สัมพันธ์กันอาจเพิ่มความเสี่ยงจากความต่างศักย์ แทนที่จะลดความเสี่ยง
⑧ Frame Earth ของ Panasonic KX-TES824 คืออะไร
Frame Earth เป็นจุดเชื่อมสายดินของโครงเครื่อง PBX
คู่มือ Installation Manual หัวข้อ 2.2.5 Connecting Frame Earth ระบุว่าควรเชื่อมโครงเครื่อง PBX เข้ากับระบบสายดินอย่างเหมาะสม
ข้อมูลจากคู่มือ
- ใช้ตัวนำสายดินขนาดหน้าตัดอย่างน้อย 0.75 ตารางมิลลิเมตร หรือ 18 AWG
- สายมีฉนวนสีเขียว-เหลืองตามที่คู่มือระบุ
- ต้องเชื่อมต่อกับระบบ Earth อย่างถูกต้อง
- ต้องปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานในพื้นที่
ทำไมสำคัญ
Frame Earth ช่วยลดความเสี่ยงจากสัญญาณรบกวนภายนอกและอันตรายทางไฟฟ้าตามการออกแบบของผู้ผลิต
ข้อสำคัญ
คู่มือเตือนว่าขากราวด์ของสาย AC เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการป้องกันสัญญาณรบกวนและผลกระทบจากฟ้าผ่า จึงมีข้อกำหนดเรื่องการเชื่อมต่อ Frame Earth โดยเฉพาะ
ทั้งนี้การติดตั้งจริงต้องไม่ใช้ค่าขั้นต่ำจากคู่มือแทนการพิจารณาข้อกำหนดไฟฟ้าปัจจุบันของพื้นที่
⑨ Grounding และ Bonding ต่างกันอย่างไร
คำสองคำมีความเกี่ยวข้องกัน แต่ไม่ควรใช้แทนกันทั้งหมด
Grounding หรือ Earthing
เป็นการเชื่อมต่อส่วนที่กำหนดเข้ากับระบบสายดินเพื่อการป้องกันและการทำงานตามการออกแบบ
Bonding
เป็นการเชื่อมประสานส่วนโลหะและระบบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องให้มีความต่างศักย์ลดลงตามข้อกำหนดทางไฟฟ้า
ตัวอย่าง
อาคาร A และ B มีระบบกราวด์ของตนเอง แต่มีสายสื่อสารทองแดงเชื่อมถึงกัน
การออกแบบที่ปลอดภัยต้องประเมินความต่างศักย์และวิธี Bonding ที่เหมาะสม ไม่ใช่เพียงติดตั้งแท่งกราวด์เพิ่มข้างอุปกรณ์ป้องกัน
ข้อควรจำ
งาน Bonding ระหว่างอาคารมีผลต่อความปลอดภัยของบุคคล จึงควรให้ผู้มีคุณสมบัติด้านไฟฟ้าเป็นผู้ออกแบบและตรวจรับ
⑩ Panasonic ระบุการติดตั้ง Earth Rod อย่างไร
ในหัวข้อ 2.2.8 คู่มือมีตัวอย่างการติดตั้ง Earth Rod สำหรับ Surge Protector
รายละเอียดตามคู่มือ
- ใช้ Earthing Wire หน้าตัดอย่างน้อย 1.3 ตารางมิลลิเมตร
- วางแท่งหลักดินใกล้อุปกรณ์ป้องกัน
- เดินสายดินให้สั้นที่สุดเท่าที่เหมาะสม
- เดินสายให้ตรง หลีกเลี่ยงการอ้อมสิ่งกีดขวาง
- ตัวอย่างระบุความลึกฝังแท่งหลักดินอย่างน้อย 50 เซนติเมตร
ข้อจำกัดที่ต้องเข้าใจ
คู่มือระบุด้วยว่าภาพและค่าดังกล่าวเป็นคำแนะนำ และความยาวแท่งหลักดินหรือความลึกที่จำเป็นขึ้นอยู่กับสภาพดิน
ค่าความลึก 50 เซนติเมตรจึง ไม่ใช่ข้อสรุปว่าหลักดินทุกประเภทในประเทศไทยติดตั้งตามค่านี้แล้วจะผ่านมาตรฐาน
แนวทางที่เหมาะสม
ช่างต้องตรวจข้อกำหนดระบบสายดินปัจจุบัน มาตรฐานการติดตั้ง และสภาพดินจริงก่อนออกแบบ
⑪ ทำไมสายดินของ Protector ควรสั้นและตรง
เมื่อเกิดแรงดันกระชาก กระแสและแรงดันสามารถเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
สิ่งที่ต้องคำนึง
- ความยาวสายดิน
- รูปแบบการเดินสาย
- การหักมุมหรือขดสาย
- การเชื่อมต่อกับระบบ Bonding
- หน้าตัดตัวนำ
- จุดต่อและหน้าสัมผัส
แนวทาง
ควรออกแบบให้เส้นทางเชื่อมต่อระบบป้องกันสั้น ตรง และเหมาะกับมาตรฐานที่ใช้งาน
ข้อควรระวัง
ไม่ควรใช้สายเล็กหรือสายยาวขดอยู่ในตู้โดยคิดว่าเพียงมีการต่อถึงหลักดินก็เพียงพอ
การเดินสายและการประสานระบบมีผลต่อประสิทธิภาพของการป้องกัน
⑫ ต้องติด Surge Protector ที่จุดใด
ตำแหน่งติดตั้งต้องพิจารณาจากชนิดสายและจุดที่สายเข้าสู่พื้นที่ที่ต้องการป้องกัน
ตำแหน่งที่ควรให้ช่างประเมิน
- จุดเข้าสาย CO Line จากภายนอก
- จุดเข้าสาย Extension จากอาคารอื่น
- MDF หรือจุดกระจายสายที่เกี่ยวข้อง
- จุดเชื่อมต่อกับระบบกราวด์อาคาร
- อุปกรณ์ปลายทางในอีกอาคาร
หลักการ
ควรออกแบบการป้องกันให้สอดคล้องกับจุดเข้าอาคารและระบบ Bonding ของอาคารที่เกี่ยวข้อง
ข้อสำคัญ
ภาพตัวอย่างในคู่มือแสดงหลักการใช้ Surge Protector ในเส้นทางสายระหว่างอาคาร แต่ไม่ได้กำหนดรายละเอียดตำแหน่งติดตั้งทุกกรณีของอาคารจริง
จำนวนอุปกรณ์และตำแหน่งที่ต้องใช้จึงต้องให้ผู้ชำนาญประเมินตามมาตรฐานและสภาพระบบ
⑬ CO Line ผ่าน ONT หรือ Voice Gateway ต้องป้องกันอย่างไร
ปัจจุบันสายนอกบางแห่งมาจาก ONT หรือ Voice Gateway ที่แปลงบริการโทรศัพท์เป็นสัญญาณอนาล็อกผ่าน FXS
โครงสร้าง
เครือข่ายผู้ให้บริการ → ONT/Voice Gateway → FXS → CO Line → Panasonic KX-TES824
สิ่งที่ต้องพิจารณา
- ONT อยู่ในอาคารเดียวกับ PBX หรือไม่
- สายทองแดง FXS ต้องข้ามอาคารหรือไม่
- ระบบไฟเลี้ยงและ UPS ของ Gateway
- ระบบสายดินของอุปกรณ์
- เส้นทางไฟกระชากจากอุปกรณ์อื่น
- ความเข้ากันได้ของ Surge Protector กับบริการโทรศัพท์
ข้อสำคัญ
การที่สายสัญญาณเข้าสู่ ONT เป็นไฟเบอร์ออปติกไม่ได้หมายความว่าระบบที่ต่อหลัง ONT ทั้งหมดไม่มีความเสี่ยง
หากนำสายทองแดง FXS เดินข้ามอาคารอีกครั้ง ก็ยังต้องประเมินการป้องกันทางไฟฟ้าของสายนั้น
⑭ ใช้ UPS ป้องกันไฟกระชากจากสายโทรศัพท์ได้หรือไม่
UPS เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอสำหรับการป้องกันไฟกระชากที่เข้าทางสายสัญญาณทองแดง
หน้าที่หลักของ UPS
- สำรองไฟฟ้าเมื่อไฟดับ
- ช่วยให้ PBX ทำงานต่อเนื่องตามความสามารถ
- ช่วยจัดการคุณภาพไฟฟ้าบางลักษณะตามรุ่น
- ลดผลกระทบจากการหยุดจ่ายไฟฉับพลัน
สิ่งที่ UPS ไม่ได้ทำแทนทั้งหมด
- ป้องกัน Surge บน CO Line ทุกกรณี
- ป้องกันแรงดันกระชากบน Extension ที่เดินข้ามอาคารทุกกรณี
- แก้การ Bonding ระหว่างอาคาร
- ใช้ทดแทนระบบสายดินที่ถูกต้อง
ตัวอย่าง
PBX ต่ออยู่กับ UPS ที่ยังจ่ายไฟได้ตามปกติ แต่มีแรงดันกระชากเข้ามาทาง Extension จากอาคารข้างเคียง
วงจร Extension ยังอาจเสียหายได้ เพราะทางเข้าของพลังงานไม่ได้มาจากสาย AC เพียงอย่างเดียว
⑮ สายทองแดงระหว่างอาคารมีข้อจำกัดอะไร
สายทองแดงสามารถนำสัญญาณโทรศัพท์ได้ แต่ยังเป็นเส้นทางทางไฟฟ้าระหว่างอาคารด้วย
ความเสี่ยง
- Surge จากเหตุฟ้าผ่า
- ความต่างศักย์กราวด์
- ความชื้นและการกัดกร่อน
- ความเสียหายทางกายภาพ
- การรบกวนทางแม่เหล็กไฟฟ้า
- สายถูกตัดหรือถูกสัตว์กัด
- ระยะทางเกินเงื่อนไขของระบบ
สิ่งที่ต้องตรวจ
ประเภทสายต้องเหมาะกับการเดินภายนอกหรือใต้ดิน และต้องออกแบบการป้องกัน Surge กับการเชื่อมต่อให้ถูกต้อง
ข้อควรจำ
การใช้สาย CAT5 หรือ CAT6 ที่มีตัวนำทองแดงไม่ได้กำจัดความเสี่ยงเรื่องไฟกระชากระหว่างอาคาร แม้ว่าสายจะมีคุณสมบัติส่งข้อมูลได้ดี
⑯ ทำไมไฟเบอร์ออปติกจึงเหมาะกับการเชื่อมต่อระหว่างอาคาร
ไฟเบอร์ออปติกชนิดไม่มีส่วนโลหะนำไฟฟ้าต่อเนื่องระหว่างปลายทั้งสอง ช่วยแยกเส้นทางทางไฟฟ้าระหว่างอาคารในส่วนของสื่อส่งสัญญาณได้
ข้อดี
- ไม่ใช้ตัวนำทองแดงสำหรับส่งสัญญาณ
- ลดเส้นทางกระแสไฟฟ้าผ่านสายสื่อสารระหว่างอาคาร
- ลดปัญหาการรบกวนทางแม่เหล็กไฟฟ้าบนสื่อส่งสัญญาณ
- เหมาะกับการส่งข้อมูลระยะไกล
- สามารถใช้ร่วมกับระบบสื่อสาร IP
ข้อจำกัด
KX-TES824 เป็นตู้สาขาอนาล็อก/Hybrid ไม่ได้มีพอร์ตไฟเบอร์สำหรับ Extension โดยตรง
ดังนั้น ไม่สามารถนำสายไฟเบอร์เสียบแทนคู่สาย T/R/H/L ได้ทันที
ต้องมีอุปกรณ์สื่อสารปลายทางหรือ Gateway ที่ออกแบบให้รองรับรูปแบบบริการจริง
⑰ ถ้าต้องใช้โทรศัพท์อนาล็อกข้ามอาคารผ่านไฟเบอร์ต้องทำอย่างไร
การใช้ไฟเบอร์ออปติกกับโทรศัพท์อนาล็อกต้องผ่านการออกแบบระบบแปลงสัญญาณที่เหมาะสม
แนวทางระดับระบบ
- ตรวจว่าต้องรักษาเลข Extension และฟังก์ชันใดบ้าง
- ตรวจว่าใช้งาน SLT หรือ PT
- ตรวจว่าต้องมีสัญญาณ Analog Extension จาก KX-TES824 หรือไม่
- เลือกอุปกรณ์ส่งสัญญาณผ่านไฟเบอร์ที่รองรับรูปแบบโทรศัพท์ดังกล่าวจริง
- ตรวจคุณภาพเสียงและพฤติกรรมการวางสาย
- ตรวจการจ่ายไฟอุปกรณ์ปลายทาง
- ทดสอบการโทรและฟังก์ชันทุกชนิดหลังติดตั้ง
ข้อสำคัญ
อุปกรณ์ Media Converter สำหรับ Ethernet ทั่วไปไม่ใช่อุปกรณ์แปลงสัญญาณ Extension T/R/H/L โดยตรง
และ Gateway SIP/FXS ทั่วไปก็ไม่ได้รับประกันว่าจะคงคุณสมบัติเฉพาะของ Panasonic PT เช่น DSS หรือปุ่ม CO ได้ครบ
ทางเลือก
หากต้องการโทรศัพท์จำนวนมากในอีกอาคาร อาจพิจารณาออกแบบระบบโทรศัพท์ IP ที่เชื่อมผ่านไฟเบอร์โดยตรง แทนการลาก Extension ทองแดงจาก PBX เดิม
⑱ ระวังสายไฟเบอร์ชนิดมีโลหะ
ไฟเบอร์ออปติกบางชนิดมีส่วนประกอบโลหะ เช่น เกราะหรือส่วนเสริมแรง
ทำไมต้องตรวจ
แม้แกนไฟเบอร์จะไม่ใช้ตัวนำไฟฟ้าส่งข้อมูล แต่ส่วนโลหะของสายอาจสร้างเส้นทางทางไฟฟ้าระหว่างพื้นที่ได้
แนวทาง
ควรตรวจประเภทสายและแนวทางจัดการส่วนโลหะตามมาตรฐานและข้อกำหนดของผู้ผลิต
ข้อควรจำ
เมื่อพูดถึงประโยชน์ด้านการแยกทางไฟฟ้าระหว่างอาคาร ควรระบุให้ชัดว่าใช้สายไฟเบอร์ชนิดที่เหมาะสม ไม่ใช่เหมารวมว่าสายไฟเบอร์ทุกโครงสร้างไม่มีตัวนำโลหะ
⑲ ตรวจ MDF ก่อนต่อสายระหว่างอาคาร
MDF เป็นจุดที่เหมาะสำหรับตรวจทะเบียนคู่สายและเส้นทางสายระหว่าง PBX กับอาคารอื่น
สิ่งที่ควรตรวจ
- หมายเลข Extension Jack
- คู่สาย T/R สำหรับ SLT
- คู่สาย T/R/H/L สำหรับ PT
- สายต้นทางและปลายทาง
- Junction Box
- จุดเข้าสายภายนอกอาคาร
- การป้องกัน Surge ที่ติดตั้ง
- ระบบ Bonding ที่เกี่ยวข้อง
- คราบกัดกร่อนและความชื้น
- เอกสารผังสาย
ตัวอย่างทะเบียน
| รายการ | ตัวอย่างข้อมูล |
|---|---|
| PBX Jack | J09 |
| Extension | 109 |
| อุปกรณ์ปลายทาง | SLT |
| คู่สาย | T/R |
| ต้นทาง | อาคาร A |
| ปลายทาง | อาคาร B |
| เส้นทาง | Underground Conduit |
| Surge Protection | ตรวจตามแบบติดตั้ง |
| ผลทดสอบ | รอตรวจ |
ข้อมูลในตารางเป็นตัวอย่างการจัดเอกสาร ไม่ใช่ค่าที่กำหนดโดย Panasonic สำหรับทุกสำนักงาน
⑳ ตรวจการเดินสาย PT ข้ามอาคารอย่างไร
PT เช่น KX-T7735 ใช้คู่สาย T/R/H/L
สิ่งที่ต้องตรวจ
- พอร์ตต้นทางเป็น Hybrid Extension
- สายมีตัวนำครบสี่เส้น
- คู่สายไม่สลับ
- ระยะสายอยู่ภายในข้อกำหนด
- อุปกรณ์ป้องกันเข้ากันได้กับวงจร PT
- การเดินสายอยู่ในท่อที่เหมาะสม
- ไม่มีการใช้ CO Protector แทน Extension Protector โดยไม่ตรวจสเปก
อาการเมื่อระบบสายผิดปกติ
- PT ไม่ตอบสนอง
- หน้าจอหรือปุ่มระบบผิดปกติ
- ไม่มี Dial Tone
- เสียงสนทนาขาดหาย
ข้อสำคัญ
คู่มือระบุว่าเมื่อ PT ไม่ทำงานแต่ SLT ทำงานได้ ให้ตรวจ H/L รวมถึงความผิดปกติของการเดินสายก่อน
㉑ ตรวจระบบหลังเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง
หากหลังพายุพบว่าระบบโทรศัพท์ผิดปกติ ต้องเริ่มด้วยการประเมินความปลอดภัย
อาการที่อาจพบ
- CO Line ไม่มี Dial Tone
- Extension บางพอร์ตไม่ทำงาน
- โทรศัพท์ PT ดับ
- SLT Busy ผิดปกติ
- การ์ดขยายมีปัญหา
- อุปกรณ์ ONT/Voice Gateway ไม่พร้อม
- PBX เปิดติดบ้างไม่ติดบ้าง
- อุปกรณ์ป้องกันมีร่องรอยเสียหาย
วิธีดำเนินการ
- หยุดใช้อุปกรณ์ที่มีรอยไหม้หรือกลิ่นผิดปกติ
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสสายภายนอกหรือ Terminal ที่สงสัยมีไฟ
- ตรวจแหล่งจ่ายไฟและสภาพพื้นที่โดยผู้ชำนาญ
- ตรวจว่า Main Unit ทำงานปกติหรือไม่
- แยก CO Line และ Extension ตามอาการ
- ตรวจ Protector และระบบกราวด์โดยช่างที่เหมาะสม
- ตรวจอุปกรณ์ปลายทาง
- ซ่อมเฉพาะส่วนเมื่อยืนยันสาเหตุ
ข้อควรระวัง
ไม่ควรเปิดตู้หรือจับสายระหว่างเกิดฝนฟ้าคะนอง
หากสงสัยว่าสายโทรศัพท์สัมผัสสายไฟฟ้ากำลัง ต้องให้ผู้ให้บริการไฟฟ้าและผู้เกี่ยวข้องจัดการก่อน ไม่ควรใช้เครื่องมือทั่วไปเข้าไปทดลองวัดด้วยตนเอง
㉒ วิธีแยกสายเสียกับพอร์ต PBX เสียหลังไฟกระชาก
| ผลทดสอบ | จุดที่ควรตรวจต่อ |
|---|---|
| SLT เครื่องเดียวเสีย | โทรศัพท์และสาย |
| ใช้สายสั้นแล้วพอร์ตทำงาน | ระบบสายอาคาร |
| พอร์ตเดียวเสียหลังต่อสายข้ามอาคาร | พอร์ต/Protector/สาย |
| หลายพอร์ตบนการ์ดเดียวเสีย | การ์ดขยาย |
| CO ไม่มีสัญญาณจากผู้ให้บริการ | ต้นทาง/ONT |
| ทุก Extension หยุดพร้อมกัน | Power Supply/Main Board |
| พบ Protector มีรอยไหม้ | หยุดและส่งตรวจ |
| พบความเสียหายทั้งสองอาคาร | ระบบกราวด์/Bonding และ Surge |
แนวทาง
การทดสอบด้วยสายสั้นตรงพอร์ตเดิมทำได้เฉพาะเมื่อพื้นที่และพอร์ตได้รับการประเมินว่าปลอดภัยแล้ว
หากสงสัยว่าพอร์ต PBX ถูกไฟกระชากจนเสียหายทางไฟฟ้า ไม่ควรต่อคู่สายเสี่ยงกลับเข้าอุปกรณ์เพื่อทดลองซ้ำ
㉓ ตารางเปรียบเทียบ UPS, Surge Protector และ Fiber Optic
| ระบบ | หน้าที่หลัก | ข้อจำกัด |
|---|---|---|
| UPS | สำรองไฟและจัดการคุณภาพไฟตามรุ่น | ไม่แทน SPD บนสายสื่อสาร |
| CO Line Protector | ป้องกันแรงดันกระชากบนสายนอก | ต้องเลือกตรงกับ CO |
| Extension Protector | ป้องกันวงจร Extension ที่รองรับ | ไม่ใช่ CO Protector ทุกกรณี |
| Frame Earth | การเชื่อมโครงเครื่องเข้าระบบดิน | ต้องติดตั้งให้ถูกต้อง |
| Bonding | ลดความต่างศักย์ของส่วนที่เกี่ยวข้อง | ต้องออกแบบตามมาตรฐาน |
| Fiber Optic แบบเหมาะสม | ลดการเชื่อมต่อทางไฟฟ้าผ่านสื่อส่งสัญญาณ | ต้องใช้อุปกรณ์แปลง/ระบบที่รองรับ |
ข้อสรุป
อุปกรณ์แต่ละชนิดมีหน้าที่ต่างกัน
ระบบที่ปลอดภัยต้องพิจารณาร่วมกัน ไม่ใช่เลือกติดตั้งเพียง UPS หรือ Protector โดยไม่ดูเส้นทางสายและกราวด์
㉔ ตัวอย่างปัญหาหน้างาน 7 กรณี
กรณีที่ 1 — Extension อาคาร B ไม่มี Dial Tone หลังพายุ
อาการ: โทรศัพท์อาคาร A ทำงาน แต่บางเครื่องที่อาคาร B ใช้งานไม่ได้
ตรวจ: จุดเข้าสายระหว่างอาคาร Protector และระบบสายโดยช่าง
แนวทาง: แยกอุปกรณ์ที่อาจเสียหายและตรวจความปลอดภัยก่อนทดสอบพอร์ต
กรณีที่ 2 — CO Line บางเส้นหยุดหลังฟ้าคะนอง
อาการ: โทรภายในได้ แต่สายนอกบางเส้นไม่มีสัญญาณ
ตรวจ: CO Line ต้นทางและ Protector ที่เกี่ยวข้อง
แนวทาง: ให้ช่างหรือผู้ให้บริการตรวจสายนอกก่อนสงสัย Main Board
กรณีที่ 3 — ตู้ต่อ UPS แต่การ์ด Extension เสีย
อาการ: PBX ไม่ดับ แต่โทรศัพท์บางกลุ่มหยุดทำงาน
ตรวจ: เส้นทางไฟกระชากทางสายสื่อสาร
แนวทาง: ไม่ควรคิดว่า UPS ทดแทน Extension Protector ได้
กรณีที่ 4 — ติด CO Protector บน Extension โดยไม่ตรวจสเปก
อาการ: หลังติดตั้ง อุปกรณ์ปลายทางทำงานผิดปกติ
ตรวจ: ชนิดอุปกรณ์ป้องกันและความเข้ากันได้กับวงจร Extension
แนวทาง: ให้ช่างตรวจและเปลี่ยนเป็นอุปกรณ์ที่ถูกต้องตามการออกแบบ
กรณีที่ 5 — อาคาร A และ B มีระบบกราวด์ต่างกัน
อาการ: มีประวัติอุปกรณ์สื่อสารเสียซ้ำในช่วงพายุ
ตรวจ: การ Bonding และการป้องกัน Surge ระหว่างอาคาร
แนวทาง: ให้ผู้ชำนาญด้านไฟฟ้าตรวจระบบโดยรวม
กรณีที่ 6 — สายทองแดงใต้ดินมีน้ำเข้า
อาการ: เสียงซ่าหลังฝนตกและสัญญาณขาดเป็นช่วง
ตรวจ: กล่องพักสาย ท่อร้อยสายและสภาพฉนวน
แนวทาง: ซ่อมหรือเปลี่ยนสายเสียหาย และแก้แหล่งน้ำ
กรณีที่ 7 — เปลี่ยนระบบเชื่อมต่ออาคารเป็นไฟเบอร์
อาการ: ต้องการลดความเสี่ยงจากสายสื่อสารทองแดงข้ามอาคาร
ตรวจ: ประเภทโทรศัพท์และฟังก์ชันที่ต้องรักษา
แนวทาง: ออกแบบระบบผ่านไฟเบอร์และ Gateway ที่เข้ากันได้ หรือพิจารณาระบบ IP PBX โดยไม่ต่อไฟเบอร์เข้าพอร์ต T/R/H/L โดยตรง
㉕ ขั้นตอนตรวจและวางแผนป้องกัน 18 ขั้นตอน
ขั้นตอนที่ 1 — สำรวจอาคาร
ระบุจำนวนอาคารและตำแหน่ง PBX
ขั้นตอนที่ 2 — สำรวจสาย
ระบุสาย CO และ Extension ที่ออกนอกอาคาร
ขั้นตอนที่ 3 — ตรวจชนิดโทรศัพท์
แยก PT และ SLT
ขั้นตอนที่ 4 — ตรวจเส้นทางสาย
ใต้ดิน กลางแจ้ง หรือผ่านโครงสร้างอื่น
ขั้นตอนที่ 5 — ตรวจสภาพสาย
ดูฉนวน ความชื้นและจุดต่อ
ขั้นตอนที่ 6 — ตรวจจุดเข้าอาคาร
ระบุจุดที่ต้องประเมินการป้องกัน
ขั้นตอนที่ 7 — ตรวจ CO Protector
เลือกตามข้อกำหนดของ CO Line
ขั้นตอนที่ 8 — ตรวจ Extension Protector
เลือกอุปกรณ์ที่รองรับวงจร Extension จริง
ขั้นตอนที่ 9 — ตรวจระบบกราวด์
ให้ผู้ชำนาญตรวจสายดินและหลักดิน
ขั้นตอนที่ 10 — ตรวจ Bonding
ประเมินการเชื่อมประสานศักย์ระหว่างระบบ
ขั้นตอนที่ 11 — ตรวจ Frame Earth
ตรวจตามคู่มือ Panasonic
ขั้นตอนที่ 12 — ตรวจ MDF
ตรวจทะเบียนสายและจุดต่อ
ขั้นตอนที่ 13 — ตรวจ ONT/Gateway
หากใช้บริการเสียงผ่านเครือข่าย IP
ขั้นตอนที่ 14 — เปรียบเทียบ Fiber Optic
ประเมินแนวทางลดสายทองแดงข้ามอาคาร
ขั้นตอนที่ 15 — ออกแบบโดยผู้ชำนาญ
เลือกอุปกรณ์และมาตรฐานที่เหมาะสม
ขั้นตอนที่ 16 — ติดตั้งอย่างปลอดภัย
หยุดระบบและแยกแหล่งจ่ายตามแผน
ขั้นตอนที่ 17 — ทดสอบหลังติดตั้ง
ตรวจการโทรและระบบป้องกันตามวิธีที่รองรับ
ขั้นตอนที่ 18 — ส่งมอบเอกสาร
บันทึกสาย Protector, Grounding/Bonding และผลตรวจ
㉖ Checklist ป้องกันไฟกระชากสายโทรศัพท์ระหว่างอาคาร
| รายการตรวจสอบ | สถานะ |
|---|---|
| ยืนยันรุ่น Panasonic KX-TES824 | ☐ |
| สำรวจจำนวนอาคาร | ☐ |
| ตรวจตำแหน่ง PBX | ☐ |
| ระบุสาย CO Line | ☐ |
| ระบุสาย Extension | ☐ |
| ตรวจจำนวนคู่สาย T/R | ☐ |
| ตรวจ PT ที่ใช้ T/R/H/L | ☐ |
| ตรวจผัง MDF | ☐ |
| ตรวจสายที่ออกภายนอกอาคาร | ☐ |
| ตรวจสายทองแดงข้ามอาคาร | ☐ |
| ตรวจสภาพท่อร้อยสาย | ☐ |
| ตรวจทางเดินใต้ดิน | ☐ |
| ตรวจกล่องพักสาย | ☐ |
| ตรวจความชื้นและคราบกัดกร่อน | ☐ |
| ตรวจจุดเข้าสายอาคาร A | ☐ |
| ตรวจจุดเข้าสายอาคาร B | ☐ |
| ตรวจ CO Surge Protector | ☐ |
| ตรวจชนิด 3-Electrode Arrestor ตามคู่มือ | ☐ |
| ตรวจ DC Spark-over 230 V ในบริบท CO | ☐ |
| ตรวจพิกัดอย่างน้อย 10 kA ในบริบท CO | ☐ |
| ไม่ใช้ค่าของ CO เป็นเกณฑ์ Extension โดยอัตโนมัติ | ☐ |
| ตรวจ Extension Protector ที่รองรับจริง | ☐ |
| ตรวจความเข้ากันได้กับ PT/SLT | ☐ |
| ตรวจ Frame Earth | ☐ |
| ตรวจระบบ Grounding | ☐ |
| ตรวจ Equipotential Bonding | ☐ |
| ตรวจการประสานกราวด์ระหว่างอาคาร | ☐ |
| ตรวจชนิดและหน้าตัดสายดินตามมาตรฐาน | ☐ |
| ตรวจความยาวเส้นทางสายดิน | ☐ |
| ตรวจจุดต่อกราวด์ | ☐ |
| ตรวจความเหมาะสมของหลักดิน | ☐ |
| ตรวจ UPS และแหล่งจ่ายไฟ | ☐ |
| ไม่ถือว่า UPS แทน Signal SPD | ☐ |
| ตรวจ ONT/Voice Gateway | ☐ |
| ตรวจพอร์ต FXS | ☐ |
| ประเมินการใช้ Fiber Optic | ☐ |
| ตรวจส่วนประกอบโลหะของสายไฟเบอร์ | ☐ |
| ตรวจความเข้ากันได้ของ Gateway | ☐ |
| ตรวจความปลอดภัยก่อนทำงาน | ☐ |
| ไม่ทำงานกับสายกลางแจ้งขณะมีพายุ | ☐ |
| ไม่สัมผัสสายที่สงสัยมีแรงดันอันตราย | ☐ |
| ไม่ถอดเสียบการ์ด PBX ขณะมีไฟ | ☐ |
| ไม่ลัดวงจร T/R หรือ H/L | ☐ |
| ไม่ใช้ Megger กับพอร์ต PBX โดยตรง | ☐ |
| ตรวจโทรภายในหลังติดตั้ง | ☐ |
| ตรวจโทรออก CO Line | ☐ |
| ตรวจรับสายเข้า | ☐ |
| ตรวจเสียงสนทนาสองทิศทาง | ☐ |
| ตรวจการทำงานของ PT | ☐ |
| ตรวจการทำงานของ SLT | ☐ |
| ตรวจระบบป้องกันโดยผู้ชำนาญ | ☐ |
| บันทึกรุ่นและตำแหน่ง Protector | ☐ |
| บันทึกผัง Grounding/Bonding | ☐ |
| จัดทำรายงานผลตรวจ | ☐ |
| กำหนดรอบบำรุงรักษา | ☐ |
| ส่งมอบเอกสารระบบ | ☐ |
㉗ คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Panasonic KX-TES824 สายโทรศัพท์ระหว่างอาคารต้องป้องกันไฟกระชากอย่างไร
ต้องประเมินชนิดสาย ตำแหน่งเข้าสู่อาคาร ระบบกราวด์และ Bonding และเลือก Surge Protector ที่เข้ากันได้กับ CO Line หรือ Extension ตามประเภทวงจร พร้อมให้ช่างผู้ชำนาญติดตั้งตามมาตรฐาน
Panasonic KX-TES824 ต้องติด Lightning Protector หรือไม่
คู่มือแนะนำการใช้ Surge Protector สำหรับ Outside CO Line และแสดงแนวทางป้องกันเมื่อเดิน Extension ออกนอกอาคาร จึงควรวางระบบป้องกันตามความเสี่ยงจริง
Panasonic KX-TES824 ใช้ Protector แบบใดสำหรับ CO Line
คู่มือแนะนำอุปกรณ์ 3-Electrode Arrestor, DC Spark-over 230 V และรองรับกระแสสูงสุดอย่างน้อย 10 kA โดยต้องตรวจข้อกำหนดการติดตั้งและระบบกราวด์ร่วมด้วย
Panasonic KX-TES824 ใช้ CO Protector กับ Extension ได้หรือไม่
ไม่ควรใช้แทนกันโดยไม่ตรวจ เพราะ Panasonic ระบุว่าอุปกรณ์ป้องกัน Extension แตกต่างจาก Outside CO Line
Panasonic KX-TES824 เดิน Extension ข้ามอาคารได้หรือไม่
ทำได้เมื่อออกแบบให้เหมาะสม โดยคู่มือแนะนำการเดินสายใต้ดินและใช้ท่อป้องกัน พร้อมพิจารณา Surge Protector และระบบสายดิน
Panasonic KX-TES824 ติด UPS แล้วต้องมี Surge Protector อีกหรือไม่
หากมีสายสัญญาณทองแดงที่เสี่ยง Surge ยังต้องประเมินการป้องกันบนสายสื่อสาร เพราะ UPS ไม่ได้ป้องกันทุกเส้นทางที่พลังงานกระชากสามารถเข้าสู่ PBX ได้
Panasonic KX-TES824 Grounding กับ Bonding ต่างกันอย่างไร
Grounding เป็นการเชื่อมต่อเข้าระบบสายดิน ส่วน Bonding เป็นการประสานส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อลดความต่างศักย์ตามมาตรฐานไฟฟ้า
Panasonic KX-TES824 ใช้แท่งกราวด์แยกสำหรับ Protector ได้หรือไม่
การใช้หลักดินต้องพิจารณาระบบ Bonding ร่วมด้วย ไม่ควรติดตั้งหลักดินแยกโดยไม่ประสานกับระบบกราวด์อาคารตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง
Panasonic KX-TES824 คู่มือกำหนดสาย Frame Earth ขนาดเท่าไร
คู่มือ Installation Manual ระบุตัวนำขนาดอย่างน้อย 0.75 ตารางมิลลิเมตรหรือ 18 AWG สำหรับ Frame Earth พร้อมข้อกำหนดการติดตั้งอื่น แต่ต้องตรวจมาตรฐานท้องถิ่นด้วย
Panasonic KX-TES824 เดินสายโทรศัพท์ใต้ดินแล้วปลอดภัยจากฟ้าผ่าหรือไม่
ไม่ทั้งหมด การเดินใต้ดินช่วยลดความเสี่ยงบางลักษณะ แต่ยังมีความเสี่ยงจาก Surge และความต่างศักย์ทางไฟฟ้า
Panasonic KX-TES824 ใช้ไฟเบอร์ออปติกข้ามอาคารได้หรือไม่
ใช้ไฟเบอร์เป็นสื่อเชื่อมต่ออาคารได้เมื่อออกแบบระบบและ Gateway ให้เหมาะสม แต่ไม่สามารถต่อไฟเบอร์เข้าพอร์ตโทรศัพท์ T/R/H/L โดยตรง
Panasonic KX-TES824 ไฟกระชากเข้าทาง Extension ได้หรือไม่
เป็นไปได้ โดยเฉพาะเมื่อสายทองแดงเดินภายนอกหรือข้ามอาคารและมีแรงดันกระชากจากสิ่งแวดล้อมทางไฟฟ้า
Panasonic KX-TES824 หลังฟ้าคะนองไม่มี Dial Tone ต้องทำอย่างไร
ตรวจความปลอดภัยก่อน จากนั้นให้ช่างแยกสาเหตุระหว่างสายทองแดง Protector, โทรศัพท์, Extension Port, CO Line และระบบไฟเลี้ยง โดยไม่เสี่ยงต่อสายที่อาจมีแรงดันอันตราย
Panasonic KX-TES824 ต้อง Factory Reset หลังไฟกระชากหรือไม่
ไม่ควร เพราะ Factory Reset ไม่สามารถซ่อมวงจรที่ชำรุดจากแรงดันกระชาก และอาจทำให้โปรแกรมระบบสูญหาย
㉘ สรุป Panasonic KX-TES824 สายโทรศัพท์ระหว่างอาคารต้องป้องกันไฟกระชากอย่างไร
การเดินสายโทรศัพท์ระหว่างอาคารสำหรับ Panasonic KX-TES824 ต้องคำนึงถึงความเสี่ยงจากฟ้าผ่า แรงดันเหนี่ยวนำ ความต่างศักย์กราวด์ และความเสียหายทางกายภาพของสายทองแดง
คู่มือ Panasonic แนะนำ Surge Protector สำหรับ Outside CO Line โดยระบุคุณสมบัติ 3-Electrode Arrestor, DC Spark-over 230 V และรองรับกระแสกระชากสูงสุดอย่างน้อย 10 kA
สำหรับ Extension Line ที่เดินออกนอกอาคาร คู่มือแนะนำให้เดินสายใต้ดิน ใช้ท่อป้องกัน และระบุว่า Protector สำหรับ Extension แตกต่างจาก Protector สำหรับ CO Line
สิ่งสำคัญอีกประการคือการจัดระบบ Frame Earth, Grounding และ Bonding ให้ถูกต้อง โดยต้องไม่ติดตั้งหลักดินแยกอย่างไม่สัมพันธ์กับระบบกราวด์ของอาคาร
แม้ PBX จะมี UPS ก็ยังต้องพิจารณา Surge Protection บนสายสื่อสาร เพราะไฟกระชากอาจเข้าสู่ระบบผ่านสายโทรศัพท์ได้
หากต้องเชื่อมต่ออาคารหลายหลัง การใช้ไฟเบอร์ออปติกที่เหมาะสมร่วมกับ Gateway หรือระบบโทรศัพท์ IP เป็นทางเลือกในการลดเส้นทางไฟฟ้าผ่านสายสื่อสาร แต่ต้องออกแบบให้ตรงกับฟังก์ชันโทรศัพท์ที่ต้องการใช้งาน
ไม่ควรแก้ไขระบบสายดินหรือ Surge Protector โดยไม่มีความชำนาญ และไม่ควรเปิดตู้หรือทดสอบสายระหว่างเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง
ComSiam ให้ความสำคัญกับการออกแบบและบำรุงรักษาระบบสื่อสารสำนักงานอย่างปลอดภัย ตั้งแต่ Panasonic KX-TES824, CO Line, Extension, MDF, Lightning Protector, Grounding/Bonding ไปจนถึงการเลือกใช้สายไฟเบอร์ออปติกระหว่างอาคาร เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากอุปกรณ์เสียหายและเพิ่มความต่อเนื่องในการสื่อสารขององค์กร
ComSiam Professional Team







