วิธีตั้งปลายทางเมื่อผู้โทรกดเลขผิด Panasonic KX-TES824 แก้ปัญหา DISA กดเบอร์ผิดแล้วสายหลุด

วิธีตั้งปลายทางเมื่อผู้โทรกดเลขผิดบน Panasonic KX-TES824 ต้องตรวจสอบระบบ DISA Intercept Routing โดยเฉพาะโปรแกรม 510 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการจัดการกรณีไม่มีการกดหมายเลขหรือระบบไม่สามารถรับรู้ข้อมูลที่กด และโปรแกรม 408–410 สำหรับกำหนดเครื่องภายในที่ใช้รับสายสำรองตามช่วงเวลา

ตัวอย่างเช่น ลูกค้าโทรเข้าหมายเลขบริษัท ได้ยินเสียงต้อนรับ DISA แล้วกดหมายเลขภายในที่ไม่มีอยู่จริง ระบบอาจส่งสายไปยังปลายทางสำรองหรือตัดสายตามเงื่อนไขและการตั้งค่าที่เกี่ยวข้อง

ปัญหานี้พบได้ในสำนักงานที่ใช้เมนู Single Digit AA หรือเปิดให้ผู้โทรกดหมายเลขภายในโดยตรง เช่น 101, 102 และ 103 แต่ลูกค้ากดหมายเลขผิด กดไม่ครบ หรือกดหมายเลขที่ยังไม่ได้กำหนดปลายทาง

บทความนี้ ComSiam จะอธิบายวิธีตรวจสอบระบบ DISA เมื่อผู้โทรกดเลขผิด การตั้งโปรแกรม 510 การเลือกปลายทางสำรอง การตรวจสอบโปรแกรม 501 และวิธีทดสอบการทำงานจริงบน Panasonic KX-TES824 เพื่อช่วยลดโอกาสพลาดสายลูกค้า

① DISA กดเลขผิดหมายถึงอะไร?

DISA หรือ Direct Inward System Access เป็นระบบที่ช่วยให้ผู้โทรจากภายนอกสามารถกดหมายเลขเพื่อติดต่อเครื่องภายในหรือเลือกเมนู Automated Attendant ได้

เมื่อผู้โทรกดหมายเลขที่ระบบไม่สามารถใช้งานได้ อาจเกิดสถานการณ์หลายประเภท

ตัวอย่างการกดเลขผิด

① กดหมายเลขภายในที่ไม่มีอยู่จริง เช่น 199

② กดหมายเลขไม่ครบตามรูปแบบที่ระบบกำหนด

③ กดหมายเลขเมนู AA ที่ไม่ได้กำหนดปลายทาง

④ กดหมายเลขเร็วหรือช้าจนระบบตีความผิด

⑤ กดหมายเลขที่ไม่สอดคล้องกับแผนหมายเลขของตู้สาขา

⑥ ส่งสัญญาณ DTMF แล้วตู้สาขารับรู้ตัวเลขไม่ถูกต้อง

แต่ละสถานการณ์อาจทำให้ระบบตอบสนองแตกต่างกัน จึงต้องตรวจสอบก่อนว่าเป็นการกดหมายเลขผิดจริง หรือเป็นปัญหาการตรวจจับสัญญาณ

② เมื่อผู้โทรกดเลขผิด Panasonic KX-TES824 ทำงานอย่างไร?

ตามคู่มือ KX-TES824 กรณีผู้โทรผ่าน DISA กดหมายเลขภายในที่ไม่ถูกต้อง ระบบสามารถใช้การส่งสายไปยังปลายทางสำรองหรือยุติสายตามเงื่อนไขที่กำหนด

ตัวอย่าง

สมมติระบบมีหมายเลขภายในดังนี้

เบอร์ภายในแผนก
101โอเปอเรเตอร์
102ฝ่ายขาย
103ฝ่ายบัญชี
104ฝ่ายบริการ

หากผู้โทรกด 102 ระบบจะพยายามติดต่อฝ่ายขาย

แต่หากกด 199 ซึ่งไม่มีอยู่ในระบบ ตู้สาขาจะไม่สามารถส่งสายไปยังเครื่องหมายเลขดังกล่าวได้

ระบบจึงต้องจัดการตามเงื่อนไขของ DISA เช่น ส่งสายไปยังปลายทาง Intercept หรือ Disconnect

ข้อจำกัดที่ควรทราบ

คู่มือผู้ใช้ระบุว่า เมื่อกดหมายเลขภายในที่ไม่ถูกต้องจำนวนไม่เกิน 3 หลัก ระบบอาจ Intercept หรือตัดสายตามการตั้งค่า

แต่ถ้ากดเลข 4 หลักขึ้นไปในบริบทการกดหมายเลขภายในผ่าน DISA ตามที่คู่มืออธิบาย ระบบจะตัดสาย

ดังนั้นไม่ควรคาดหวังว่าการกดหมายเลขผิดทุกรูปแบบจะถูกส่งไปยังพนักงานสำรองเหมือนกันทั้งหมด

③ โปรแกรมที่เกี่ยวข้องกับการกดเลขผิด

โปรแกรมที่ควรตรวจสอบมีดังนี้

โปรแกรมหน้าที่
009กำหนดหมายเลขภายใน
408Flexible Ringing — Day
409Flexible Ringing — Night
410Flexible Ringing — Lunch
414–416กำหนดให้สายนอกใช้ DISA ตามโหมดเวลา
438–440DISA IRNA to BV ตามโหมดเวลา
500DISA Incoming Call Dial Mode
501DISA Built-in AA
505DISA Wait Time after OGM
510DISA No Dial Mode
511DISA Security Mode
512DISA Security Code
517DISA AA Wait Time

โปรแกรม 510 เป็นหนึ่งในจุดสำคัญของการจัดการสายที่ไม่ได้รับข้อมูลหมายเลขตามที่ระบบรู้จัก แต่ต้องตรวจสอบประเภทของข้อผิดพลาดร่วมด้วย

ไม่ใช่ทุกกรณีของการกดเลขผิดจะสามารถแก้ไขได้ด้วยการเปลี่ยนโปรแกรม 510 เพียงตัวเดียว

④ โปรแกรม 510 DISA No Dial Mode คืออะไร?

โปรแกรม 510 ใช้กำหนดการทำงานเมื่อ DISA ไม่ได้รับหมายเลขตามเงื่อนไข หรือไม่สามารถรับรู้ข้อมูลที่กดในกระบวนการที่เกี่ยวข้อง

มีตัวเลือกหลัก 2 แบบ

ตัวเลือกการทำงาน
Interceptส่งสายไปยังปลายทางสำรองที่ตั้งค่าไว้
Disconnectยุติสายตามเงื่อนไขของระบบ

Intercept เหมาะกับใคร?

เหมาะกับสำนักงานที่ต้องการมีพนักงานรับสายสำรอง เมื่อผู้โทรไม่สามารถเลือกปลายทางผ่าน DISA ได้

Disconnect เหมาะกับใคร?

เหมาะกับกรณีที่องค์กรต้องการให้ระบบยุติสายแทนการส่งต่อไปยังปลายทางสำรอง

อย่างไรก็ตาม หากเป้าหมายคือการลดโอกาสพลาดสายลูกค้า ควรพิจารณา Intercept และทดสอบผลจริงก่อนใช้งาน

⑤ วิธีเข้า System Programming Panasonic KX-TES824

ก่อนตั้งค่าโปรแกรม 510 ต้องใช้โทรศัพท์ Panasonic ที่รองรับ System Programming และเชื่อมต่อกับช่องที่ได้รับอนุญาต

ขั้นตอนเข้าโปรแกรม

① ตรวจสอบว่าเครื่องอยู่ในสถานะวางสาย

② กดปุ่ม PROGRAM

③ กด *#

④ ใส่รหัสผ่าน System Programming

⑤ รอให้เครื่องเข้าสู่หน้าตั้งค่าระบบ

⑥ เลือกโปรแกรมที่ต้องการ

ตู้สาขาที่ยังใช้ค่าเริ่มต้นอาจมีรหัสผ่าน 1234 แต่เครื่องที่ใช้งานจริงอาจเปลี่ยนรหัสแล้ว

ควรบันทึกค่าเดิมก่อนเปลี่ยน และไม่ควรรีเซ็ตตู้สาขาเพื่อแก้ปัญหาที่สามารถตรวจสอบผ่านโปรแกรมได้

⑥ วิธีตั้งโปรแกรม 510 เป็น Intercept

ตัวอย่างนี้ต้องการให้ระบบใช้เส้นทาง Intercept เมื่อเข้าเงื่อนไขการจัดการสายของ DISA No Dial Mode

ขั้นตอน

① เข้า System Programming

② กดหมายเลข 510

③ กด NEXT

④ ใช้ SELECT เลือก Intercept

⑤ ตรวจสอบค่าบนหน้าจอ

⑥ กด STORE

⑦ กด END

ลำดับคำสั่ง

510 → NEXT → SELECT (Intercept) → STORE → END

ผลลัพธ์

ระบบจะใช้เส้นทาง Intercept ภายใต้เงื่อนไขที่โปรแกรม 510 ควบคุม

แต่ปลายทางจริงไม่ได้กำหนดเป็นเบอร์ 101 หรือ 102 ภายในโปรแกรม 510 โดยตรง

ต้องตรวจสอบการตั้งค่าปลายทางสำรองเพิ่มเติม

⑦ วิธีตั้งโปรแกรม 510 เป็น Disconnect

หากต้องการให้ระบบยุติสายตามเงื่อนไขของ DISA No Dial Mode สามารถเลือก Disconnect

ขั้นตอน

① เข้า System Programming

② เลือกโปรแกรม 510

③ กด NEXT

④ ใช้ SELECT เลือก Disconnect

⑤ กด STORE

⑥ ออกจากโปรแกรม

ลำดับคำสั่ง

510 → NEXT → SELECT (Disconnect) → STORE → END

ข้อควรระวัง

การเปลี่ยนเป็น Disconnect อาจทำให้ผู้โทรที่กดหมายเลขไม่สำเร็จถูกตัดสาย แทนที่จะได้รับความช่วยเหลือจากพนักงาน

ควรทดสอบทั้งกรณีไม่กดเลขและกดเลขผิดก่อนนำไปใช้งานจริง

⑧ วิธีเลือกปลายทางสำรองเมื่อกดเลขผิด

การส่งสายไปยังปลายทางสำรองของ DISA ต้องตรวจสอบลำดับการทำงานของ Intercept Routing

ลำดับปลายทางที่เกี่ยวข้อง

① DISA IRNA to BV ผ่านโปรแกรม 438–440

② Flexible Ringing ผ่านโปรแกรม 408–410

หากมีการติดตั้งระบบ Built-in Voice Message และกำหนดเส้นทาง BV ที่รองรับไว้ ระบบอาจส่งสายไปยังข้อความเสียงก่อนพนักงาน

ตัวอย่าง

บริษัทต้องการให้สายที่ไม่สามารถเลือกปลายทางได้ ส่งไปยังพนักงานต้อนรับที่ Jack 01

ควรตรวจสอบว่า

  • CO1 ใช้ DISA
  • โปรแกรม 510 เลือก Intercept
  • ไม่มีการกำหนด BV ที่ทำให้สายไปยังปลายทางอื่นโดยไม่ตั้งใจ
  • โปรแกรม Flexible Ringing อนุญาตให้ Jack 01 รับสายจาก CO1
  • โทรศัพท์ Jack 01 ใช้งานได้จริง

การกำหนดครบทุกส่วนช่วยให้เส้นทางสำรองทำงานตรงตามแผน

⑨ วิธีตั้งปลายทางผ่าน Flexible Ringing

โปรแกรม Flexible Ringing ใช้กำหนดเครื่องโทรศัพท์ภายในที่เกี่ยวข้องกับการรับสายจากพอร์ต CO ตามโหมดเวลา

โปรแกรมช่วงเวลา
408Day
409Night
410Lunch

ตัวอย่างกำหนด CO1 ให้ Jack 01 รับสายช่วงกลางวัน

① เข้า System Programming

② เลือกโปรแกรม 408

③ กด NEXT

④ เลือก CO1

⑤ เลือก Extension Jack 01

⑥ เลือกให้เครื่องรับเสียงเรียกตามตัวเลือกที่ระบบแสดง

⑦ กด STORE

⑧ ตรวจสอบค่าที่บันทึก

ข้อควรระวัง

Flexible Ringing มีผลต่อการรับสายนอกตามเงื่อนไขอื่นของระบบด้วย

จึงควรตรวจสอบว่าการเปลี่ยนค่าจะกระทบการรับสายปกติหรือไม่

⑩ วิธีตรวจสอบโปรแกรม 501 เมื่อกดปุ่ม AA ผิด

หากบริษัทใช้ Single Digit AA ผู้โทรจะกดหมายเลขหนึ่งหลัก เช่น 1, 2 หรือ 3 เพื่อเลือกแผนก

ในกรณีนี้ต้องตรวจสอบโปรแกรม 501

ตัวอย่าง

ปุ่ม AAปลายทาง
1Jack 02
2Jack 03
3Jack 04
4Not Stored

หากผู้โทรกด 4 ต้องตรวจสอบว่าระบบตีความตัวเลขดังกล่าวอย่างไร

เพราะการเลือก Not Stored หมายถึงไม่มีปลายทาง AA ที่บันทึกไว้ ไม่ได้หมายความว่าระบบจะตัดสายหรือส่งสายไปพนักงานสำรองทันทีทุกกรณี

วิธีตรวจสอบ

① เข้าโปรแกรม 500

② ตรวจสอบว่าเลือก With AA หรือไม่

③ เข้าโปรแกรม 501

④ ตรวจสอบหมายเลขเมนูที่ผู้โทรกด

⑤ ตรวจสอบประเภทปลายทาง Jack, GRP, 3-level AA หรือ Not Stored

⑥ ทดสอบจากสายนอกจริง

หากระบบกดเมนูผิดแล้วไปยังปลายทางที่ไม่คาดคิด ควรตรวจสอบตาราง AA ก่อนแก้ไขส่วน Intercept

⑪ กดหมายเลขภายในผิดกับกดเมนู AA ผิด ต่างกันอย่างไร?

ทั้งสองกรณีไม่เหมือนกัน

กดเบอร์ภายในผิด

ตัวอย่าง:

ผู้โทรต้องการกด 102 แต่กด 199

ระบบตรวจสอบแล้วไม่พบหมายเลขภายในที่ถูกต้อง

กรณีนี้ต้องพิจารณาการจัดการ Invalid Extension Number ผ่าน DISA

กดเมนู AA ผิด

ตัวอย่าง:

เสียงต้อนรับประกาศเฉพาะปุ่ม 1–3 แต่ผู้โทรกด 5

ระบบอาจพยายามตีความเลขนั้นตามตาราง AA และแผนหมายเลขที่กำหนด

ตารางเปรียบเทียบ

เหตุการณ์จุดตรวจสอบ
กดเบอร์ 199 ที่ไม่มีอยู่หมายเลขภายในและ Intercept
กดปุ่ม AA 5 ที่ไม่ได้ตั้งโปรแกรม 500 และ 501
ไม่กดหมายเลขเลยโปรแกรม 505 และ 510
กดเบอร์ภายในช้าโปรแกรม 517 หากใช้ With AA
กดรหัส DISA ผิดโปรแกรม 511, 512 และ 530

การวิเคราะห์แยกตามเหตุการณ์ทำให้แก้ปัญหาได้ตรงจุดมากกว่าเปลี่ยนค่า DISA หลายโปรแกรมพร้อมกัน

⑫ วิธีตั้งเวลารอหมายเลขหลัง OGM

โปรแกรม 505 หรือ DISA Wait Time after OGM ใช้กำหนดระยะเวลาที่ระบบรอรับหมายเลขหลังเสียงต้อนรับเล่นจบ

ตัวเลือก

ค่าเวลารอ
00 วินาที
55 วินาที
1010 วินาที
1515 วินาที

ขั้นตอนตั้งค่า

① เข้าโปรแกรม 505

② กด NEXT

③ เลือกเวลาที่ต้องการ

④ กด STORE

⑤ กด END

เกี่ยวข้องกับเลขผิดอย่างไร?

หากระบบไม่ได้รับหมายเลขที่สามารถใช้งานได้ภายในเวลาที่กำหนด อาจเข้าสู่การจัดการสายตามเงื่อนไขของ DISA

อย่างไรก็ตาม โปรแกรม 505 ไม่ใช่โปรแกรมสำหรับกำหนดปลายทางเมื่อกดหมายเลขภายในผิดโดยตรง

⑬ วิธีตรวจสอบโปรแกรม 517 เมื่อกดเลขแล้วไปผิดปลายทาง

โปรแกรม 517 ใช้กำหนด DISA AA Wait Time

มีความสำคัญเมื่อผู้โทรสามารถกดทั้งเมนู AA หนึ่งหลักและหมายเลขภายในหลายหลักได้

ตัวอย่าง

ระบบกำหนด

  • กด 1 ไปฝ่ายขาย
  • กด 102 ไปเบอร์ภายใน 102

หากผู้โทรกด 1 แล้วรอนานเกินไปก่อนกด 0 และ 2 ระบบอาจตีความเป็นการเลือกเมนู AA หมายเลข 1

วิธีตรวจสอบ

① เข้าโปรแกรม 517

② ตรวจสอบเวลารอเลขถัดไป

③ บันทึกค่าปัจจุบัน

④ ทดลองกดหมายเลขด้วยความเร็วต่างกัน

⑤ ปรับค่าเฉพาะเมื่อจำเป็น

⑥ ทดสอบอีกครั้งหลังบันทึก

ไม่ควรสรุปว่าระบบรับเลขผิดเพราะปลายทาง AA เสมอไป เพราะอาจเป็นผลจากเวลารอเลขถัดไป

⑭ วิธีทดสอบเมื่อผู้โทรกดเลขผิด

หลังตั้งค่าแล้ว ควรทดสอบจากโทรศัพท์มือถือหรือสายนอกจริง

ทดสอบกรณีหมายเลขภายในไม่มีอยู่

สมมติระบบใช้เบอร์ภายใน 101–108

① โทรเข้าหมายเลขบริษัท

② รอฟัง OGM

③ กดหมายเลขภายในที่ยืนยันแล้วว่าไม่มีอยู่ในระบบ เช่น 199

④ ตรวจสอบว่าระบบ Intercept หรือตัดสาย

⑤ หาก Intercept ให้ตรวจสอบว่าปลายทางสำรองดัง

⑥ ทดลองรับสาย

⑦ วางสายแล้วตรวจสอบการคืนพอร์ต CO

ทดสอบกรณีเมนู AA ไม่ได้กำหนด

① ตรวจสอบก่อนว่าปุ่มใดเป็น Not Stored

② โทรเข้าระบบอีกครั้ง

③ กดปุ่มดังกล่าว

④ บันทึกว่าระบบตอบสนองอย่างไร

⑤ ตรวจสอบความสัมพันธ์กับโปรแกรม 500 และ 501

ทดสอบกรณีไม่กดหมายเลข

① โทรเข้าระบบ

② ฟัง OGM จนจบ

③ ไม่กดเลขใด ๆ

④ ตรวจสอบการทำงานตามโปรแกรม 505 และ 510

สิ่งที่ควรบันทึก

  • หมายเลขที่กด
  • โหมด Day/Night/Lunch
  • พอร์ต CO ที่รับสาย
  • ระยะเวลาก่อนระบบตอบสนอง
  • มีเสียงเรียกเข้าหรือเสียงผิดพลาดหรือไม่
  • สายถูกตัดหรือถูกส่งต่อ
  • ปลายทางที่ได้รับสายจริง

⑮ กดเลขผิดแล้วสายหลุด แก้ไขอย่างไร?

หากผู้โทรกดหมายเลขผิดแล้วสายถูกตัด ควรตรวจสอบตามลำดับ

1. ตรวจสอบหมายเลขที่กด

หมายเลขเป็นเบอร์ภายในที่ไม่มีอยู่จริงหรือไม่

หากเป็นหมายเลข 4 หลักขึ้นไปในบริบทการกดเบอร์ภายในผ่าน DISA ต้องคำนึงถึงข้อจำกัดการตัดสายที่คู่มือระบุ

2. ตรวจสอบโปรแกรม 510

หากเหตุการณ์เข้าเงื่อนไข No Dial หรือข้อมูลที่ระบบไม่รู้จัก ให้ตรวจสอบว่าเลือก Intercept หรือ Disconnect

3. ตรวจสอบปลายทางสำรอง

ตรวจสอบโปรแกรม 438–440 และ 408–410

4. ตรวจสอบโปรแกรม 500 และ 501

หากใช้งานเมนู AA ให้ตรวจสอบว่าปุ่มที่กดถูกกำหนดปลายทางหรือไม่

5. ตรวจสอบระบบรักษาความปลอดภัย

หากปัญหาเกิดจากการกดรหัส DISA ผิด ต้องแยกไปตรวจสอบระบบ Security Code

ไม่ควรแก้ด้วยการปิดความปลอดภัยของ DISA โดยไม่จำเป็น

⑯ กดเลขผิดแล้วสายไปฝากข้อความ BV

หากตู้สาขามีการ์ด Built-in Voice Message และได้กำหนด DISA IRNA to BV ไว้ ระบบอาจส่งสายไปยังข้อความเสียงแทนเครื่องพนักงาน

โปรแกรมที่ต้องตรวจสอบ

  • 438 — DISA IRNA to BV ช่วงกลางวัน
  • 439 — DISA IRNA to BV ช่วงกลางคืน
  • 440 — DISA IRNA to BV ช่วงพักกลางวัน

ตัวอย่าง

ผู้โทรกดเบอร์ภายในผิด

ระบบเข้าเงื่อนไข Intercept

มีการกำหนดให้ส่งไปยัง Common Message Area ของ BV

ผู้โทรจึงได้ยินข้อความฝากเสียงแทนเสียงเรียกเข้าของพนักงาน

วิธีตรวจสอบ

① ตรวจสอบว่าตู้สาขามีการ์ด BV หรือไม่

② ตรวจสอบค่าโปรแกรม 438–440

③ ตรวจสอบ Flexible Ringing

④ ทดสอบการกดผิดอีกครั้ง

หากต้องการให้พนักงานรับสายแทนการฝากข้อความ ต้องออกแบบเส้นทาง Intercept ให้เหมาะสมกับการใช้งานจริง

⑰ กดเลขผิดเพราะสัญญาณ DTMF จาก ONT

ในสำนักงานที่ใช้สายนอกจาก ONT หรือ VoIP Gateway บางครั้งผู้โทรกดเลขถูกต้อง แต่ตู้สาขาได้รับหมายเลขผิดหรือรับไม่ครบ

อาการที่อาจพบ

  • กด 102 แล้วระบบไม่ตอบสนอง
  • กด 1 แต่ระบบไม่เข้าเมนูฝ่ายขาย
  • ต้องกดซ้ำหลายครั้ง
  • บางเครือข่ายมือถือใช้งานได้ แต่บางเครือข่ายไม่ได้
  • ระบบตัดสายหลังไม่สามารถตรวจจับหมายเลขที่ต้องการ

วิธีตรวจสอบ

① โทรเข้าจากมือถือเครือข่ายหนึ่ง

② ทดสอบกดหมายเลขที่ใช้งานได้แน่นอน

③ ทดลองจากมือถืออีกเครือข่าย

④ ตรวจสอบอุปกรณ์ ONT หรือ Gateway

⑤ ตรวจสอบการส่ง DTMF ของระบบโทรศัพท์ต้นทาง

⑥ เปรียบเทียบกับการใช้งานสายนอกอื่น หากมี

หากตู้สาขาไม่ได้รับหมายเลขถูกต้องตั้งแต่ต้น การแก้โปรแกรมปลายทาง AA อาจไม่ช่วยแก้ปัญหา

⑱ กดรหัส DISA Security Code ผิดต่างจากกดเบอร์ผิดอย่างไร?

Panasonic KX-TES824 มีระบบรักษาความปลอดภัยสำหรับ DISA เพื่อควบคุมสิทธิ์การโทร

โปรแกรมที่เกี่ยวข้อง

โปรแกรมหน้าที่
511DISA Security Mode
512DISA Security Code
530DISA Security Code Digits

หากผู้โทรกด DISA Security Code ผิดติดต่อกัน 3 ครั้ง ระบบจะส่งเสียงแจ้งข้อผิดพลาดและตัดสายตามข้อกำหนดของคู่มือ

พฤติกรรมนี้แตกต่างจากการกดหมายเลขภายในที่ไม่มีอยู่จริง

ข้อควรระวัง

ไม่ควรลดระดับ DISA Security Mode เพื่อแก้ปัญหาการกดเลขผิดโดยไม่มีการตรวจสอบ เพราะอาจเปิดช่องให้บุคคลภายนอกใช้ตู้สาขาโทรออกผ่านสายนอกโดยไม่ได้รับอนุญาต

⑲ โปรแกรม 507 กับ 510 ต่างกันอย่างไร?

ทั้งสองโปรแกรมเกี่ยวข้องกับการจัดการสาย DISA แต่มีเงื่อนไขต่างกัน

โปรแกรมใช้กับกรณี
507 — DISA Intercept Modeผู้โทรเลือกปลายทางแล้ว แต่ไม่มีผู้รับสายภายในเวลาที่กำหนด
510 — DISA No Dial Modeไม่กดเลขหรือระบบไม่สามารถรับรู้ข้อมูลที่กดตามเงื่อนไข

ตัวอย่างโปรแกรม 507

ผู้โทรกด 102

โทรศัพท์เบอร์ 102 ดัง

ไม่มีพนักงานรับสาย

ระบบพิจารณาการทำงานของ Intercept Routing ตามโปรแกรม 507 และเวลาในโปรแกรม 508

ตัวอย่างโปรแกรม 510

ผู้โทรฟัง OGM แล้วไม่กดหมายเลข หรือระบบไม่รับรู้ข้อมูลที่กดตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง

ระบบจัดการผ่าน DISA No Dial Mode

ข้อควรจำ

การกดหมายเลขผิด การไม่กดหมายเลข และการเลือกหมายเลขถูกแต่ไม่มีคนรับ เป็นปัญหาคนละประเภท ต้องตรวจสอบเงื่อนไขให้ถูกก่อนแก้โปรแกรม

⑳ ตัวอย่างการตั้งค่าปลายทางสำรองสำหรับสำนักงาน

สมมติบริษัทมีโทรศัพท์ดังนี้

Jackเบอร์ภายในแผนก
01101พนักงานต้อนรับ
02102ฝ่ายขาย
03103ฝ่ายบัญชี
04104ฝ่ายบริการ

ต้องการให้กรณีที่ DISA เข้าสู่ Intercept ส่งสายไปยังพนักงานต้อนรับที่ Jack 01

แผนการตั้งค่า

โปรแกรมค่าเป้าหมาย
414CO1 = DISA OGM1
500With AA
501ปุ่ม 1, 2, 3 ตรงตามแผนก
5055 วินาที
510Intercept
438ตรวจสอบเส้นทาง BV
408กำหนด Jack 01 ให้รับสาย CO1
511ตรวจสอบความปลอดภัย DISA

ผลที่ต้องการ

หากผู้โทรกดหมายเลขถูกต้อง ระบบส่งสายไปยังแผนกตามปกติ

แต่หากผู้โทรไม่สามารถเลือกปลายทางได้และระบบเข้าสู่เงื่อนไข Intercept ระบบจะใช้ปลายทางสำรองที่กำหนดไว้

ต้องทดสอบกรณีหมายเลขผิดแต่ละประเภท เพราะบางกรณีอาจถูกตัดสายตามข้อจำกัดของระบบ โดยไม่ผ่านเส้นทางสำรอง

㉑ Checklist ตรวจสอบ DISA เมื่อผู้โทรกดเลขผิด

  • ตรวจสอบหมายเลขภายในที่ใช้งานจริง
  • ตรวจสอบรูปแบบเลขภายในในโปรแกรม 009
  • ตรวจสอบโปรแกรม 500
  • ตรวจสอบปุ่ม AA ในโปรแกรม 501
  • ตรวจสอบโปรแกรม 505
  • ตรวจสอบโปรแกรม 510
  • ตรวจสอบโปรแกรม 517
  • ตรวจสอบโปรแกรม 408–410
  • ตรวจสอบโปรแกรม 438–440
  • ตรวจสอบโหมด Day/Night/Lunch
  • ตรวจสอบโทรศัพท์ปลายทางสำรอง
  • ตรวจสอบสัญญาณ DTMF
  • ทดสอบหมายเลขภายในที่ไม่มีอยู่จริง
  • ทดสอบหมายเลข AA ที่ไม่กำหนด
  • ทดสอบกรณีไม่กดเลข
  • ทดสอบกรณีกดหมายเลขช้า
  • ทดสอบกรณีกดหมายเลขหลายหลัก
  • ทดสอบการตัดสาย
  • ตรวจสอบความปลอดภัย DISA
  • บันทึกค่าระบบก่อนและหลังการเปลี่ยนแปลง

㉒ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ DISA กดเลขผิด

Panasonic KX-TES824 กดเบอร์ภายในผิดแล้วให้ส่งไปพนักงานได้ไหม?

ได้ในกรณีที่ระบบรองรับการทำ Intercept สำหรับหมายเลขที่ไม่ถูกต้องนั้น และกำหนดปลายทางสำรองไว้ถูกต้อง แต่ไม่ใช่การกดเลขผิดทุกแบบจะต้องถูกส่งต่อเสมอไป

โปรแกรม 510 ใช้ทำอะไร?

ใช้กำหนด DISA No Dial Mode ระหว่าง Intercept และ Disconnect

โปรแกรม 510 ตั้งปลายทางเป็นเบอร์ 101 โดยตรงได้ไหม?

ไม่ได้ โปรแกรม 510 เป็นการเลือกโหมดการจัดการสาย ต้องตรวจสอบปลายทางในโปรแกรมที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

หากกดเลข 4 หลักผิด ระบบจะโอนสายไปพนักงานหรือไม่?

คู่มือผู้ใช้ระบุว่าการกดเลข 4 หลักขึ้นไปในบริบทการกดหมายเลขภายในผ่าน DISA ทำให้สายถูกตัด จึงไม่ควรถือว่าจะเข้าสู่ Intercept เสมอไป

กดเมนู AA ผิดต้องตรวจโปรแกรมอะไร?

ตรวจสอบโปรแกรม 500 และ 501 รวมถึงโปรแกรม 517 หากปัญหาเกี่ยวข้องกับการตีความหมายเลข

ทำไมกดเลขผิดแล้วไปฝากข้อความเสียง?

อาจมีการกำหนด DISA IRNA to BV ผ่านโปรแกรม 438–440 ไว้

กดเลขผิดแล้วตัดสายเพราะอะไร?

อาจเกิดจากเงื่อนไข Disconnect หมายเลขไม่ถูกต้องตามข้อจำกัดของระบบ หรือการกดรหัสความปลอดภัยผิด ต้องตรวจสอบชนิดข้อผิดพลาดก่อน

กดรหัส DISA ผิด 3 ครั้งจะเกิดอะไรขึ้น?

ระบบจะส่งเสียงแจ้งข้อผิดพลาดและตัดสายตามกลไกความปลอดภัย

โปรแกรม 507 ใช้แก้กรณีกดเลขผิดหรือไม่?

โปรแกรม 507 เน้นการจัดการกรณีเลือกปลายทางแล้วไม่มีผู้รับสาย จึงไม่ใช่โปรแกรมหลักสำหรับทุกกรณีของการกดหมายเลขผิด

หากใช้สายนอกจาก ONT แล้วกดผิดบ่อยต้องตรวจอะไร?

ควรตรวจสัญญาณ DTMF การเชื่อมต่อพอร์ต CO และการตั้งค่าอุปกรณ์ ONT หรือ Gateway ก่อน

㉓ สรุปวิธีตั้งปลายทางเมื่อผู้โทรกดเลขผิด Panasonic KX-TES824

การตั้งปลายทางเมื่อผู้โทรกดเลขผิดบน Panasonic KX-TES824 ต้องเริ่มจากการแยกประเภทข้อผิดพลาดว่าเป็นการกดหมายเลขภายในที่ไม่มีอยู่จริง การกดเมนู AA ที่ไม่ได้กำหนด การกดหมายเลขไม่ครบ หรือการกดรหัสความปลอดภัยผิด

สำหรับการจัดการกรณี No Dial และข้อมูลที่ระบบไม่สามารถรับรู้ได้ โปรแกรม 510 เป็นจุดตรวจสอบสำคัญ โดยสามารถเลือก Intercept หรือ Disconnect ตามเงื่อนไขที่ระบบรองรับ

หากเลือก Intercept ต้องตรวจสอบเส้นทางปลายทางสำรองผ่านโปรแกรม 438–440 และ 408–410 เพื่อให้สายถูกส่งไปยังโทรศัพท์หรือระบบข้อความเสียงที่ต้องการ

ในกรณีใช้ Single Digit AA ต้องตรวจสอบโปรแกรม 500, 501 และ 517 ร่วมด้วย เพื่อป้องกันปัญหาการตีความตัวเลขผิดหรือการกำหนดปลายทางไม่ตรงกับเสียงต้อนรับ

ComSiam แนะนำให้ทดสอบการกดเลขผิดอย่างน้อย 3 ประเภท ได้แก่ เบอร์ภายในไม่มีอยู่จริง ปุ่ม AA ไม่ได้กำหนด และการไม่กดเลขหลัง OGM พร้อมบันทึกผลการทำงานของแต่ละกรณี เพราะระบบอาจตอบสนองแตกต่างกันตามข้อจำกัดและการตั้งค่า

การกำหนดเส้นทางสำรองอย่างถูกต้องจะช่วยลดโอกาสพลาดสายลูกค้า และทำให้ระบบ DISA มีความพร้อมสำหรับการใช้งานจริงในสำนักงาน

ComSiam Professional Team