ComSiam Service
การตั้งค่าปลายทางเมื่อเบอร์ที่เลือกไม่ว่างบนตู้สาขาโทรศัพท์ Panasonic KX-TES824 เป็นขั้นตอนสำคัญในการปรับแต่งระบบ DISA (Direct Inward System Access) ให้สามารถจัดการสายเรียกเข้าจากลูกค้าได้อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะสำนักงานที่ใช้ระบบตอบรับอัตโนมัติพร้อมเมนูกดเลือกแผนก
ตัวอย่างเช่น ลูกค้าโทรเข้ามายังหมายเลขหลักของบริษัท ได้ยินข้อความเสียงต้อนรับว่า “ฝ่ายขายกด 1 ฝ่ายบัญชีกด 2 ฝ่ายบริการกด 3” จากนั้นกด 1 เพื่อเลือกฝ่ายขาย แต่โทรศัพท์ฝ่ายขายกำลังสนทนาอยู่
หากไม่ได้ตั้งค่ารองรับ ลูกค้าอาจได้ยินเสียงสายไม่ว่างและถูกตัดสายทันที ทั้งที่ยังมีพนักงานคนอื่นสามารถรับสายได้ หรือผู้โทรอาจต้องการเปลี่ยนไปติดต่อฝ่ายบริการแทน
Panasonic KX-TES824 รองรับการจัดการกรณีปลายทาง DISA ไม่ว่างผ่านโปรแกรม [506] DISA Busy Mode โดยสามารถเลือก Disconnect, Call Waiting หรือ DISA เพื่อกำหนดว่าจะตัดสาย แจ้งสายเรียกซ้อน หรือเล่นข้อความให้ผู้โทรเลือกปลายทางใหม่
นอกจากนี้ ตู้สาขายังสามารถใช้ฟังก์ชัน Idle Extension Hunting เพื่อค้นหาเครื่องว่างในกลุ่มก่อนเข้าสู่ขั้นตอน Busy Mode ได้ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้
บทความนี้ ComSiam จะอธิบายวิธีตั้งค่า DISA Busy Mode ทั้งสามรูปแบบ การเตรียมข้อความเสียงแจ้งสายไม่ว่าง การจัดการสายเรียกซ้อน การค้นหาเครื่องว่างในกลุ่ม ความแตกต่างระหว่าง Busy กับ No Answer และวิธีตรวจสอบปัญหาหน้างาน พร้อมตาราง Checklist และ FAQ สำหรับช่างติดตั้งและผู้ดูแลระบบโทรศัพท์สำนักงาน
1. DISA Busy Mode บน Panasonic KX-TES824 คืออะไร
DISA Busy Mode คือฟังก์ชันสำหรับจัดการสายเรียกเข้าที่ผู้โทรเลือกปลายทางผ่านระบบ DISA แล้วปลายทางไม่ว่าง
ปลายทางอาจเป็นหมายเลข Extension ที่กำลังสนทนาอยู่ หรือเป็นกลุ่มที่ไม่สามารถหาเครื่องว่างได้ตามเงื่อนไขของระบบ
ตัวอย่างการทำงาน
สมมุติสำนักงานมีหมายเลขภายในดังนี้
| Extension | แผนก |
|---|---|
| 101 | ประชาสัมพันธ์ |
| 102 | ฝ่ายขาย |
| 103 | ฝ่ายบัญชี |
| 104 | ฝ่ายบริการ |
| 105 | ผู้จัดการ |
ลูกค้าโทรเข้าสำนักงานและกด 1 เพื่อเลือกฝ่ายขาย
หาก Extension 102 ว่าง ระบบจะเรียกไปยังฝ่ายขายตามปกติ
แต่หาก Extension 102 ไม่ว่าง ตู้จะตรวจสอบเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการตาม DISA Busy Mode
เหตุใดจึงต้องตั้งค่า Busy Mode
เพราะสำนักงานต้องตัดสินใจว่าควรให้ผู้โทรทำอย่างไรเมื่อปลายทางไม่สามารถรับสายใหม่ได้
ตัวอย่างทางเลือก ได้แก่
- แจ้งให้ผู้โทรทราบว่าปลายทางไม่ว่าง
- ให้ผู้โทรกลับไปเลือกแผนกใหม่
- ส่งเสียงสายเรียกซ้อนไปยังเครื่องปลายทาง
- ค้นหาเครื่องว่างในกลุ่มเมื่อได้ตั้งค่ารองรับ
- ตัดสายตามเงื่อนไขที่สำนักงานเลือก
การทำงานแต่ละรูปแบบต้องตั้งค่าและทดสอบให้ตรงกับความต้องการจริง
2. โปรแกรม [506] DISA Busy Mode มีตัวเลือกอะไรบ้าง
ตาม Panasonic KX-TES824 Feature Guide Version 3.0 โปรแกรม [506] มีตัวเลือกหลักสามแบบ
| รูปแบบ | ความหมาย | ผลการทำงาน |
|---|---|---|
| Disconnect | ตัดสาย | ผู้โทรได้ยิน Busy Tone แล้วสายถูกตัด |
| Call Waiting | สายเรียกซ้อน | แจ้งสายเรียกซ้อนไปยัง Extension ที่เปิดฟังก์ชันไว้ |
| DISA | กลับสู่ระบบตอบรับอัตโนมัติ | เล่น Busy OGM แล้วกลับไปยัง OGM เดิมให้เลือกปลายทางใหม่ |
ค่าเริ่มต้นตามตารางโปรแกรมคือ Disconnect แต่ตู้ที่ติดตั้งใช้งานจริงอาจถูกเปลี่ยนค่ามาแล้ว
ควรเลือกแบบไหน
หากสำนักงานมีพนักงานคนเดียวและไม่ต้องการให้มีสายซ้อน อาจพิจารณา Disconnect
หากต้องการแจ้งสายเรียกซ้อนแก่พนักงานที่กำลังสนทนาอยู่ อาจพิจารณา Call Waiting
หากต้องการให้ลูกค้าสามารถเลือกติดต่อแผนกอื่นเมื่อปลายทางไม่ว่าง การใช้ DISA พร้อมข้อความ Busy OGM เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับนำมาทดสอบ
อย่างไรก็ตาม ไม่มีค่าใดเหมาะกับทุกสำนักงาน ต้องพิจารณาจากจำนวนพนักงาน รูปแบบการรับสาย และผลการทดสอบจริง
3. ระบบจะตรวจสอบ Idle Extension Hunting ก่อนหรือไม่
ตาม Panasonic KX-TES824 Feature Guide เมื่อปลายทางของสาย DISA ไม่ว่าง ระบบจะพิจารณาส่งสายไปยังเครื่องว่างใน Idle Extension Hunting Group ของปลายทางก่อน หากมีการกำหนดกลุ่มรองรับไว้
หากไม่มีเครื่องว่าง หรือปลายทางไม่ได้เป็นสมาชิกของกลุ่มที่เกี่ยวข้อง ระบบจึงดำเนินการตามโปรแกรม [506]
Idle Extension Hunting คืออะไร
เป็นฟังก์ชันค้นหาโทรศัพท์ภายในที่ว่างอยู่ในกลุ่มตามเงื่อนไขที่ตั้งค่าไว้
ตัวอย่าง:
ฝ่ายขายมีพนักงานสามคน
- Extension 102
- Extension 103
- Extension 104
ลูกค้าโทรเข้าและเลือก Extension 102
หาก 102 ไม่ว่าง และระบบมีการกำหนด Idle Extension Hunting ที่เหมาะสม ตู้อาจค้นหาเครื่องอื่นที่ว่างในกลุ่มเพื่อรับสายแทน
โปรแกรมที่เกี่ยวข้อง
| โปรแกรม | หน้าที่ |
|---|---|
| [100] | Hunting Group Set |
| [101] | Hunting Type |
| [600] | Extension Group |
| [506] | DISA Busy Mode |
การมีสมาชิกอยู่ใน Extension Group ไม่ได้หมายความว่าระบบจะค้นหาเครื่องว่างโดยอัตโนมัติทุกกรณี ต้องตรวจสอบ Hunting Group Set และ Hunting Type ด้วย
ข้อควรระวัง
หากปลายทางเป็นสมาชิกของ DISA Ring Group คู่มือระบุว่า DISA Busy Mode จะไม่ทำงานสำหรับสายนั้นในลักษณะปกติ และระบบจะพิจารณากรณีดังกล่าวเป็น No Answer
จึงต้องแยก DISA Ring Group ออกจาก Idle Extension Hunting Group ให้ชัดเจน
4. วิธีตั้ง [506] เป็น Disconnect
Disconnect เป็นการกำหนดให้ระบบจัดการกรณีปลายทางไม่ว่างด้วยการส่ง Busy Tone และตัดสายตามเงื่อนไขของคู่มือ
ขั้นตอนที่ 1 ตรวจสอบค่าปัจจุบัน
ก่อนแก้ไขให้บันทึกค่า [506] เดิม
ขั้นตอนที่ 2 เข้าสู่ System Programming
ใช้โทรศัพท์ระบบ Panasonic Proprietary Telephone (PT) ที่รองรับและมีสิทธิ์ตั้งค่า หรือใช้ Panasonic KX-TE Maintenance Console ที่เข้ากันได้
ขั้นตอนที่ 3 เลือกโปรแกรม [506]
เข้าสู่ DISA Busy Mode
ขั้นตอนที่ 4 เลือก Disconnect
ใช้ปุ่ม SELECT เลือก Disconnect
ขั้นตอนที่ 5 กด STORE
บันทึกค่า
ขั้นตอนที่ 6 กด END
ออกจากรายการโปรแกรม
ลำดับ PT Programming
506 → NEXT → SELECT: Disconnect → STORE → END
ต้องเข้าสู่ System Programming ก่อนใช้ลำดับนี้ ไม่ใช่การยกหูแล้วกด 506 จากโทรศัพท์ธรรมดา
ขั้นตอนที่ 7 ทดสอบสายจริง
ให้ Extension ปลายทางกำลังใช้งาน จากนั้นโทรผ่าน DISA ไปยังหมายเลขดังกล่าว
ตรวจสอบว่าเมื่อระบบเข้าสู่กรณี Busy ผู้โทรได้ยิน Busy Tone แล้วสายสิ้นสุดตามโปรแกรม
หากระบบส่งสายไปยังเครื่องอื่นแทน ต้องตรวจสอบ Idle Extension Hunting ก่อนสรุปว่า [506] ไม่ทำงาน
5. วิธีตั้ง [506] เป็น Call Waiting
Call Waiting เป็นรูปแบบที่ระบบแจ้งสายเรียกซ้อนให้โทรศัพท์ปลายทางที่กำลังสนทนาอยู่ทราบ
หลักการทำงาน
หากผู้โทรภายนอกเลือก Extension ที่ไม่ว่าง และระบบเข้าสู่เงื่อนไข Call Waiting เครื่องปลายทางจะได้รับสัญญาณสายเรียกซ้อนเมื่อ Extension นั้นเปิดใช้งาน Call Waiting แล้ว
ขั้นตอนตั้งค่า
- เข้าสู่ System Programming
- เลือก [506]
- กด NEXT
- ใช้ SELECT เลือก Call Waiting
- กด STORE
- กด END
- ตรวจสอบว่า Extension ปลายทางเปิดรับ Call Waiting
- ทดสอบสายเรียกซ้อนจากภายนอก
ลำดับ PT Programming
506 → NEXT → SELECT: Call Waiting → STORE → END
ข้อควรระวัง
การตั้ง [506] เป็น Call Waiting ไม่ได้หมายความว่าโทรศัพท์ทุกเครื่องจะรับสายเรียกซ้อนได้ทันที
ต้องตรวจสอบว่า Extension นั้นเปิดใช้งาน Call Waiting และรองรับพฤติกรรมดังกล่าวจริง
หากปลายทางไม่ได้เปิด Call Waiting การทำงานอาจไม่ตรงกับที่สำนักงานคาดหวัง
6. Call Waiting เหมาะกับสำนักงานแบบไหน
การใช้สายเรียกซ้อนเหมาะกับตำแหน่งที่ต้องการทราบว่ามีสายใหม่เข้ามาขณะกำลังสนทนา
ตัวอย่างเช่น
- ประชาสัมพันธ์
- ฝ่ายขาย
- เจ้าหน้าที่ประสานงาน
- ผู้จัดการ
- เจ้าหน้าที่ที่มีระบบพักสายและสลับสาย
ตัวอย่างการทำงาน
เจ้าหน้าที่ฝ่ายขายกำลังสนทนากับลูกค้ารายแรก
ลูกค้ารายที่สองโทรเข้าผ่าน DISA และเลือกฝ่ายขาย
เมื่อระบบใช้ Call Waiting และเงื่อนไขครบถ้วน เครื่องฝ่ายขายจะได้รับสัญญาณเรียกซ้อน
เจ้าหน้าที่สามารถจัดการสายใหม่ตามความสามารถของโทรศัพท์และบริการที่เปิดใช้งาน
สิ่งที่ควรทดสอบ
- เจ้าหน้าที่ได้ยิน Call Waiting Tone หรือไม่
- สามารถพักสายเดิมได้หรือไม่
- สามารถรับสายใหม่ได้หรือไม่
- สามารถสลับกลับไปยังสายเดิมได้หรือไม่
- ระบบไม่ตัดสายใดโดยไม่ตั้งใจ
- การทำงานของ PT และ SLT ตรงกับคู่มือหรือไม่
การมีสายเรียกซ้อนมากเกินไปอาจรบกวนการทำงานของพนักงาน จึงควรพิจารณาให้เหมาะกับหน้าที่ของแต่ละ Extension
7. วิธีตั้ง [506] เป็น DISA เพื่อให้ผู้โทรเลือกปลายทางใหม่
นี่เป็นรูปแบบที่มีประโยชน์สำหรับสำนักงานที่ต้องการให้ผู้โทรมีทางเลือกหลังพบว่าสายปลายทางไม่ว่าง
ตาม Feature Guide เมื่อเลือก DISA ระบบจะเล่นข้อความ Busy OGM ที่กำหนดไว้ จากนั้นเล่น OGM เดิมอีกครั้ง และรอให้ผู้โทรเลือกปลายทางใหม่
ตัวอย่างการทำงาน
- ลูกค้าโทรเข้าหมายเลขสำนักงาน
- ระบบเล่น OGM หลัก
- ลูกค้ากด 1 ฝ่ายขาย
- ฝ่ายขายไม่ว่างและไม่มีเครื่องว่างใน Hunting Group ตามเงื่อนไข
- ระบบเล่นข้อความ Busy OGM
- ระบบกลับไปเล่น OGM หลักเดิม
- ลูกค้ากด 3 เพื่อเลือกฝ่ายบริการแทน
ขั้นตอนตั้งค่า
- เตรียมข้อความ Busy OGM
- บันทึกข้อความลงในหมายเลข OGM ที่ต้องการ
- ตรวจสอบว่าข้อความถูกบันทึกสำเร็จ
- เข้าสู่ System Programming
- เปิดโปรแกรม [506]
- เลือก DISA
- ระบุหมายเลข Busy OGM ตั้งแต่ 1–8
- กด STORE
- ออกจากโปรแกรม
- ทดสอบการเลือกปลายทางใหม่
ลำดับ PT Programming
506 → NEXT → SELECT: DISA → DISA OGM Number (1–8) → STORE → END
ลำดับนี้ต่างจาก Disconnect และ Call Waiting เพราะต้องกำหนดหมายเลข OGM เพิ่มเติม
8. ตัวอย่างข้อความ Busy OGM สำหรับ Panasonic KX-TES824
ข้อความ Busy OGM ควรสั้นและบอกให้ผู้โทรทราบว่าปลายทางไม่ว่าง
ตัวอย่างที่ 1 แจ้งสายไม่ว่าง
“ขออภัยค่ะ หมายเลขที่ท่านเลือกกำลังใช้งานสายอยู่ กรุณาเลือกแผนกอื่นจากเมนูถัดไปค่ะ”
ตัวอย่างที่ 2 สำหรับสำนักงานไอที
“ขณะนี้เจ้าหน้าที่ที่ท่านต้องการติดต่อกำลังให้บริการลูกค้ารายอื่น กรุณาเลือกหมายเลขติดต่อใหม่จากเมนูหลัก ขอบคุณค่ะ”
ตัวอย่างที่ 3 ข้อความสั้น
“ขออภัยค่ะ ปลายทางไม่ว่าง กรุณาเลือกหมายเลขใหม่ค่ะ”
หลักการเขียนข้อความ
- บอกว่าปลายทางไม่ว่างอย่างชัดเจน
- ไม่ประกาศว่าจะมีเจ้าหน้าที่รับทันทีหากไม่มีปลายทางรองรับ
- ไม่บอกให้ผู้โทรกดรหัสที่ระบบไม่รองรับ
- ใช้ข้อความสั้น
- หลีกเลี่ยงการประกาศตัวเลือกซ้ำกับ OGM หลักทั้งหมด
- ตรวจสอบว่าเสียงชัดเจนและไม่ถูกตัด
เพราะเมื่อ Busy OGM จบ ระบบจะกลับไปเล่น OGM เดิมอีกครั้งตามขั้นตอนที่คู่มือกำหนด
9. ถ้าเลือก DISA แต่ไม่ได้บันทึก Busy OGM จะเกิดอะไรขึ้น
ข้อจำกัดนี้ระบุไว้ชัดเจนใน Panasonic KX-TES824 Feature Guide
หากตั้ง [506] เป็น DISA แต่หมายเลข OGM ที่กำหนดไว้ไม่มีข้อความบันทึกอยู่ ระบบจะส่ง Busy Tone และตัดสาย แทนที่จะให้ผู้โทรกลับไปเลือกเมนูใหม่
วิธีป้องกัน
- ตรวจสอบหมายเลข OGM ที่เลือกใน [506]
- ตรวจสอบว่ามีข้อความบันทึกจริง
- ฟังข้อความด้วยคำสั่งที่คู่มือรองรับ
- ทดสอบให้ปลายทางไม่ว่างจริง
- ตรวจสอบว่าระบบเล่น Busy OGM
- ตรวจสอบว่าระบบกลับไปเล่น OGM หลัก
- ทดลองกดเลือกแผนกใหม่
ตัวอย่างการกำหนด OGM
| OGM | วัตถุประสงค์ |
|---|---|
| OGM 1 | เสียงต้อนรับหลัก |
| OGM 2 | เสียงต้อนรับกลางคืน |
| OGM 3 | ข้อความแจ้งปลายทางไม่ว่าง |
ตัวเลขนี้เป็นตัวอย่างการออกแบบ ไม่ใช่หมายเลข OGM ที่ Panasonic บังคับใช้
10. วิธีบันทึกและตรวจสอบ Busy OGM
ก่อนเลือก Busy OGM ในโปรแกรม [506] ต้องเตรียมข้อความเสียงตามขั้นตอนที่รองรับ
การบันทึก DISA/UCD OGM สามารถดำเนินการจาก Panasonic PT ที่มีสิทธิ์ Operator หรือ Manager ตาม User Manual
คำสั่งที่เกี่ยวข้อง
| คำสั่ง | หน้าที่ |
|---|---|
| 90 | ลบ DISA/UCD OGM |
| 91 | บันทึก DISA/UCD OGM |
| 92 | เล่นตรวจสอบ DISA/UCD OGM |
คำสั่งเหล่านี้ใช้ภายในขั้นตอน Programming Mode ไม่ใช่การกดจาก SLT ทั่วไปโดยตรง
ขั้นตอนโดยสรุป
- เลือก PT ที่มีสิทธิ์
- เข้าสู่ขั้นตอน OGM Programming
- เลือกหมายเลข Busy OGM ที่เตรียมไว้
- บันทึกข้อความ
- เล่นฟังเพื่อตรวจสอบ
- ตรวจความชัดเจนของเสียง
- ตรวจสอบว่าไม่ถูกตัดก่อนจบ
- บันทึกหมายเลข OGM ไว้ในเอกสารระบบ
ห้ามลบหรือเขียนทับ OGM ที่ใช้งานจริงโดยไม่มีข้อมูลสำรอง เพราะอาจกระทบข้อความเสียงต้อนรับของ CO Line อื่น
11. โปรแกรม [506] กับ [507] ต่างกันอย่างไร
นี่คือจุดสำคัญที่สุดในการแก้ปัญหา DISA ที่ปลายทางไม่รับสายหรือไม่ว่าง
[506] DISA Busy Mode
ใช้เมื่อปลายทางไม่ว่าง และไม่มีเครื่องว่างใน Idle Extension Hunting Group ที่เกี่ยวข้องตามเงื่อนไข
[507] DISA Intercept Mode
ใช้เมื่อระบบเรียกปลายทางแล้วไม่มีผู้รับสายภายในเวลาที่กำหนดใน [508]
ตารางเปรียบเทียบ
| รายการ | [506] Busy Mode | [507] Intercept Mode |
|---|---|---|
| สถานการณ์ | ปลายทางไม่ว่าง | ปลายทางไม่รับสาย |
| Disconnect | รองรับ | รองรับ |
| Call Waiting | รองรับ | ไม่ใช่ตัวเลือกของ [507] |
| เล่น Busy OGM | รองรับในโหมด DISA | ไม่ใช่หน้าที่ของ [507] |
| เลือกปลายทางใหม่ | รองรับในโหมด DISA | ใช้ Intercept Routing แทน |
| เวลารอก่อน Intercept | ไม่ใช้ [508] เป็นตัวหลัก | ใช้ [508] |
| ปลายทางสำรอง | Hunting Group หรือการเลือกใหม่ตามเงื่อนไข | DISA IRNA to BV และ Flexible Ringing |
สรุป: ถ้าโทรศัพท์ปลายทางกำลังใช้สาย ให้ตรวจ [506] และ Hunting Group ก่อน แต่ถ้าโทรศัพท์ดังแล้วไม่มีผู้รับ ให้ตรวจ [507] และ [508]
12. โปรแกรม [508] และ [509] เกี่ยวข้องกับ Busy Mode หรือไม่
โปรแกรม [508] และ [509] เกี่ยวข้องกับกระบวนการ DISA Intercept ในกรณี No Answer
[508] DISA Ring Time before Intercept
กำหนดระยะเวลาเรียกปลายทางก่อนเข้าสู่ Intercept
[509] DISA Ring Time after Intercept
กำหนดระยะเวลารอหลังระบบส่งสายเข้าสู่ Intercept
ค่าที่คู่มือรองรับ
ทั้งสองโปรแกรมมีตัวเลือก 10, 20, 30, 40, 60 และ 120 วินาที
ทำไมต้องแยกจาก [506]
เพราะหากปลายทางไม่ว่าง ระบบอาจไม่ได้อยู่ในขั้นตอนรอการรับสายที่ควบคุมด้วย [508]
การปรับ [508] จึงไม่ใช่วิธีแก้ตรงจุดสำหรับ Busy Mode ในทุกกรณี
อย่างไรก็ตาม หากปลายทางเป็นสมาชิกของ DISA Ring Group คู่มือระบุว่าระบบอาจพิจารณากรณีนั้นเป็น No Answer และใช้เส้นทางที่เกี่ยวข้องแทน
13. ตัวอย่างตั้ง DISA Busy Mode สำหรับสำนักงาน
สมมุติสำนักงานมีโทรศัพท์ภายใน 8 เครื่อง
ผังหมายเลข
| Extension | หน้าที่ |
|---|---|
| 101 | ประชาสัมพันธ์ |
| 102 | ฝ่ายขาย |
| 103 | ฝ่ายบัญชี |
| 104 | ฝ่ายบริการ |
| 105 | ผู้จัดการ |
| 106 | ฝ่ายจัดซื้อ |
| 107 | ฝ่ายเทคนิค |
| 108 | ธุรการ |
เมนู DISA
- กด 1 ฝ่ายขาย
- กด 2 ฝ่ายบัญชี
- กด 3 ฝ่ายบริการ
ตัวอย่างการตั้งค่า
| โปรแกรม | ค่า |
|---|---|
| [414] | CO 1 ใช้ DISA OGM 1 |
| [500] | With AA |
| [501] | เมนู 1–3 |
| [506] | DISA |
| Busy OGM | OGM 3 |
| [507] | Intercept สำหรับกรณี No Answer |
| [508] | 20 วินาที |
| [511] | ตามนโยบายความปลอดภัย |
| [100] | ตรวจ Hunting Group หากใช้งาน |
วิธีทดสอบ
- ใช้ Extension 102 สนทนาอยู่
- โทรเข้าหมายเลขสำนักงานจากมือถือ
- รอฟัง OGM 1
- กด 1 เพื่อเลือกฝ่ายขาย
- ตรวจสอบว่าไม่มีเครื่องว่างใน Hunting Group ตามเงื่อนไขที่ต้องการทดสอบ
- ตรวจสอบว่า Busy OGM 3 ถูกเล่น
- ตรวจสอบว่า OGM 1 ถูกเล่นซ้ำ
- กด 3 เพื่อเลือกฝ่ายบริการ
- ตรวจสอบว่า Extension 104 ได้รับสาย
- วางสายและตรวจสอบว่า CO Line ว่าง
ค่าดังกล่าวเป็นตัวอย่าง ต้องตรวจสอบผังเลขหมายและรูปแบบกลุ่มที่ใช้งานจริงก่อนนำไปใช้
14. ทำไมตั้ง Busy Mode เป็น DISA แล้วระบบยังตัดสาย
ปัญหานี้เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ
สาเหตุที่ 1 ไม่ได้บันทึก Busy OGM
คู่มือระบุชัดเจนว่าหากเลือก DISA แต่ไม่มี Busy OGM ที่กำหนดไว้ ระบบจะส่ง Busy Tone และตัดสาย
สาเหตุที่ 2 เลือก OGM ผิดหมายเลข
อาจกำหนด OGM 3 ใน [506] แต่บันทึกข้อความไว้ที่ OGM 4
สาเหตุที่ 3 ไม่ได้บันทึกค่าโปรแกรม
ตรวจสอบว่ากด STORE แล้วหรือไม่
สาเหตุที่ 4 ระบบไม่ได้เข้าสู่ Busy Mode
อาจเกิดจากปลายทางเป็นสมาชิกของ DISA Ring Group ซึ่งระบบพิจารณาเป็น No Answer
สาเหตุที่ 5 มีการใช้ Hunting Group
หากระบบค้นหาเครื่องว่างในกลุ่มได้ สายอาจถูกส่งไปยังเครื่องอื่นก่อนถึงขั้นตอน Busy Mode
สาเหตุที่ 6 มีปัญหาสายนอก
ตรวจสอบ CO Line, Gateway และสัญญาณการปลดสาย หากระบบตัดผิดปกติก่อนถึงขั้นตอนที่คาดหวัง
15. ทำไมตั้ง Call Waiting แล้วเครื่องปลายทางไม่ได้ยินเสียงเรียกซ้อน
หากตั้ง [506] เป็น Call Waiting แต่เครื่องปลายทางไม่แจ้งสายเรียกซ้อน ให้ตรวจสอบดังนี้
ตรวจสอบฟังก์ชัน Call Waiting ของ Extension
ต้องเปิดใช้ Call Waiting บนเครื่องปลายทางตาม User Manual
ตรวจสอบชนิดโทรศัพท์
โทรศัพท์ Panasonic PT และ SLT อาจมีขั้นตอนการใช้งาน Call Waiting แตกต่างกัน
ตรวจสอบสภาพการโทร
ต้องแน่ใจว่าเครื่องปลายทางกำลังสนทนาอยู่ และระบบเข้าเงื่อนไขการส่งสายเรียกซ้อนจริง
ตรวจสอบกลุ่ม
หากปลายทางเป็นสมาชิกของ Hunting Group หรือ DISA Ring Group พฤติกรรมอาจแตกต่างจากการเรียก Extension ปกติ
ตรวจสอบสิทธิ์และบริการที่เกี่ยวข้อง
ไม่ควรสมมุติว่าการตั้ง [506] เพียงรายการเดียวจะทำให้ทุก Extension เปิดรับสายเรียกซ้อน
16. ตาราง Troubleshooting ปัญหา DISA Busy Mode
| อาการ | จุดตรวจสอบ | แนวทางแก้ไข |
|---|---|---|
| ปลายทางไม่ว่างแล้วสายตัด | [506] | ตรวจ Disconnect |
| ตั้ง DISA แล้วไม่มีข้อความ Busy | Busy OGM | ตรวจว่าบันทึกเสียงแล้วหรือไม่ |
| Busy OGM ไม่ตรงข้อความ | [506] | ตรวจ OGM Number |
| Busy OGM เล่นแล้วไม่กลับเมนู | OGM และ DISA | ตรวจข้อความและการทำงาน |
| Call Waiting ไม่ทำงาน | Extension Call Waiting | ตรวจการเปิดฟังก์ชัน |
| ระบบส่งไปเครื่องอื่นก่อน | [100], [101] | ตรวจ Idle Extension Hunting |
| Busy Mode ไม่ทำงานกับ DISA Ring Group | ประเภทกลุ่ม | ตรวจเส้นทาง No Answer |
| โทรศัพท์ดังแต่ไม่รับแล้วสายตัด | [507], [508] | ตรวจ Intercept |
| กดเมนูแล้วไปผิดปลายทาง | [501] | ตรวจ AA Destination |
| กดตัวเลขแล้วไม่ตอบสนอง | DTMF | ตรวจ CO Line/Gateway |
| กลางวันใช้ได้ กลางคืนไม่ได้ | [414–416] | ตรวจ Time Service |
| ไม่มีเครื่องว่างในกลุ่ม | Hunting Group | ตรวจสมาชิกและสถานะ |
การแก้ไขควรเริ่มจากยืนยันก่อนว่าระบบอยู่ในสถานะ Busy หรือ No Answer เพราะเป็นจุดแยกเส้นทางสำคัญ
17. Checklist ก่อนส่งมอบงาน DISA Busy Mode
| รายการตรวจสอบ | ผลการตรวจ |
|---|---|
| ตรวจสอบรุ่น Panasonic KX-TES824 | ผ่าน / ไม่ผ่าน |
| ตรวจสอบ CO Line [400] | ผ่าน / ไม่ผ่าน |
| ตรวจสอบ Extension Number [009] | ผ่าน / ไม่ผ่าน |
| ทดสอบโทรภายใน | ผ่าน / ไม่ผ่าน |
| ตรวจสอบ CO Line Mode [414–416] | ผ่าน / ไม่ผ่าน |
| ตรวจสอบ DISA OGM หลัก | ผ่าน / ไม่ผ่าน |
| ตรวจสอบ [500] | ผ่าน / ไม่ผ่าน |
| ตรวจสอบ [501] | ผ่าน / ไม่ผ่าน |
| ตรวจสอบค่าเดิม [506] | ผ่าน / ไม่ผ่าน |
| ตั้ง [506] ตามความต้องการ | ผ่าน / ไม่ผ่าน |
| บันทึก Busy OGM | ผ่าน / ไม่ผ่าน / ไม่ใช้ |
| ฟังตรวจสอบ Busy OGM | ผ่าน / ไม่ผ่าน / ไม่ใช้ |
| ตรวจสอบ Idle Extension Hunting [100–101] | ผ่าน / ไม่ผ่าน / ไม่ใช้ |
| ตรวจสอบ Extension Group [600] | ผ่าน / ไม่ผ่าน / ไม่ใช้ |
| ตรวจสอบ DISA Ring Group | ผ่าน / ไม่ผ่าน / ไม่ใช้ |
| ตรวจสอบ Call Waiting ที่ปลายทาง | ผ่าน / ไม่ผ่าน / ไม่ใช้ |
| ทดสอบ Disconnect | ผ่าน / ไม่ผ่าน / ไม่ใช้ |
| ทดสอบ Call Waiting | ผ่าน / ไม่ผ่าน / ไม่ใช้ |
| ทดสอบ DISA Busy OGM | ผ่าน / ไม่ผ่าน / ไม่ใช้ |
| ทดสอบกลับเมนูหลัก | ผ่าน / ไม่ผ่าน / ไม่ใช้ |
| ทดสอบเลือกปลายทางใหม่ | ผ่าน / ไม่ผ่าน / ไม่ใช้ |
| ตรวจสอบ [507] สำหรับ No Answer | ผ่าน / ไม่ผ่าน |
| ตรวจสอบ [508–509] | ผ่าน / ไม่ผ่าน |
| ทดสอบ Day/Night/Lunch | ผ่าน / ไม่ผ่าน |
| ตรวจสอบ DTMF | ผ่าน / ไม่ผ่าน |
| ตรวจสอบการปลด CO Line | ผ่าน / ไม่ผ่าน |
| ตรวจสอบ DISA Security | ผ่าน / ไม่ผ่าน |
| สำรองค่าโปรแกรม | ผ่าน / ไม่ผ่าน |
| จัดทำรายงานส่งมอบ | ผ่าน / ไม่ผ่าน |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Panasonic KX-TES824 ตั้งให้เบอร์ไม่ว่างแล้วเลือกแผนกใหม่ได้หรือไม่
ได้ โดยใช้ [506] DISA Busy Mode เลือก DISA พร้อมกำหนดหมายเลข Busy OGM ที่บันทึกข้อความไว้ ระบบจะเล่นข้อความ Busy แล้วกลับไปยัง OGM หลักเพื่อให้ผู้โทรเลือกปลายทางใหม่ตามคู่มือ
โปรแกรม [506] มีตัวเลือกอะไรบ้าง
มี Disconnect, Call Waiting และ DISA
ค่าเริ่มต้นของ [506] คืออะไร
ตาม Programming Guide ค่าเริ่มต้นคือ Disconnect แต่ต้องตรวจสอบค่าในเครื่องจริงก่อนแก้ไข
โปรแกรม [506] ใช้ตั้งให้ไป Extension สำรองโดยตรงได้หรือไม่
[506] ไม่ได้เป็นโปรแกรมกรอก Extension สำรองโดยตรง หากใช้ Idle Extension Hunting ระบบอาจค้นหาเครื่องว่างในกลุ่มก่อน ส่วนโหมด DISA จะให้ผู้โทรเลือกปลายทางใหม่
ถ้าต้องการให้สายไม่ว่างแล้วไปเครื่องอื่นอัตโนมัติควรตรวจอะไร
ตรวจสอบ Idle Extension Hunting ผ่านโปรแกรม [100], [101] และการกำหนด Extension Group ที่เกี่ยวข้องก่อน ไม่ควรสมมุติว่า [506] สามารถกำหนดปลายทางสำรองแบบอิสระได้
ตั้ง [506] เป็น DISA แล้วต้องบันทึก OGM หรือไม่
ต้องมี Busy OGM ตามหมายเลขที่กำหนดไว้ หากไม่มีข้อความที่บันทึกไว้ ระบบจะส่ง Busy Tone แล้วตัดสายตามคู่มือ
Busy OGM เล่นจบแล้วระบบทำอะไรต่อ
ระบบจะกลับไปเล่น DISA OGM เดิมที่ผู้โทรได้ยินก่อนข้อความ Busy และรอให้เลือกปลายทางใหม่
หากผู้โทรเลือกปลายทางใหม่ สามารถกดรหัสเลือกสายนอกได้หรือไม่
ในขั้นตอนเลือกปลายทางใหม่หลัง Busy OGM คู่มือระบุว่าระบบไม่รับ Outside Line Access Number โดยไม่ขึ้นอยู่กับ Security Mode อย่างไรก็ตาม ยังต้องตรวจสอบสิทธิ์ DISA ทั้งระบบด้วย
Call Waiting ต้องเปิดที่ Extension หรือไม่
ต้องตรวจสอบว่า Extension ปลายทางเปิดใช้ Call Waiting เพราะการเลือก [506] เป็น Call Waiting เพียงอย่างเดียวไม่ได้รับประกันว่าจะมีเสียงเรียกซ้อนทุกเครื่อง
ทำไมปลายทางไม่ว่างแต่ระบบไม่ใช้ Busy Mode
อาจเกิดจากการใช้ Idle Extension Hunting หรือปลายทางเป็นสมาชิกของ DISA Ring Group ซึ่งคู่มือระบุว่ากรณีหลังจะถูกพิจารณาเป็น No Answer
โปรแกรม [507] ต่างจาก [506] อย่างไร
[506] ใช้จัดการปลายทางไม่ว่าง ส่วน [507] ใช้เมื่อปลายทางไม่รับสายภายในเวลาที่กำหนด
โปรแกรม [508] ใช้แก้ปัญหาปลายทาง Busy ได้หรือไม่
ไม่ใช่โปรแกรมหลักสำหรับ Busy เพราะ [508] ใช้กำหนดเวลาเรียกก่อน Intercept ในกรณี No Answer
ใช้งาน DISA Busy Mode ผ่าน VoIP Gateway ได้หรือไม่
ได้เมื่อ Gateway ส่งสัญญาณสายนอกอนาล็อกและ DTMF ได้ถูกต้อง รวมถึงระบบ DISA ได้รับการตั้งค่าอย่างเหมาะสม ต้องทดสอบจากภายนอกจริง
ควรตั้งค่าแบบใดสำหรับสำนักงานที่มีลูกค้าโทรเข้าบ่อย
ควรพิจารณาจำนวนเจ้าหน้าที่ ความสามารถรับสายซ้อน และการจัดกลุ่มพนักงาน หากต้องการให้ผู้โทรเลือกแผนกอื่นได้ ควรทดสอบโหมด DISA พร้อม Busy OGM แต่หากต้องการกระจายสายอัตโนมัติ ควรตรวจสอบ Idle Extension Hunting ที่เหมาะสม
สรุป วิธีตั้งปลายทางเมื่อเบอร์ที่เลือกไม่ว่าง
การตั้งปลายทางเมื่อเบอร์ที่เลือกไม่ว่างบน Panasonic KX-TES824 สามารถทำได้ผ่านโปรแกรม [506] DISA Busy Mode ซึ่งมีตัวเลือก Disconnect, Call Waiting และ DISA
หากเลือก Disconnect ผู้โทรจะได้ยิน Busy Tone และสายถูกตัดตามเงื่อนไข หากเลือก Call Waiting เครื่องปลายทางที่เปิดฟังก์ชันไว้จะได้รับสัญญาณเรียกซ้อน ส่วนการเลือก DISA จะทำให้ระบบเล่น Busy OGM แล้วกลับไปยังข้อความต้อนรับเดิมเพื่อให้ผู้โทรเลือกปลายทางใหม่
สิ่งสำคัญคือ ระบบอาจตรวจสอบ Idle Extension Hunting ก่อนใช้ Busy Mode และหากปลายทางเป็นสมาชิกของ DISA Ring Group คู่มือกำหนดให้พิจารณากรณีนั้นเป็น No Answer แทน
ต้องแยกการตั้งค่า [506] สำหรับ Busy ออกจาก [507] สำหรับ No Answer เพื่อไม่ให้แก้ไขผิดโปรแกรม
ก่อนส่งมอบงานควรทดสอบสถานะไม่ว่างจริง ตรวจสอบ Busy OGM, Call Waiting, Hunting Group และการเลือกปลายทางใหม่จากสายนอก พร้อมตรวจสอบ DISA Security และการปลดสายหลังจบการสนทนา
ComSiam แนะนำให้วางแผนการรับสายตามจำนวนพนักงานและรูปแบบงานของสำนักงาน ไม่ปรับค่าหลายรายการพร้อมกันโดยไม่บันทึกค่าเดิม และใช้ Checklist ทดสอบทุกสถานการณ์ก่อนเปิดใช้งานจริง เพื่อช่วยลดปัญหาสายถูกตัดและเพิ่มประสิทธิภาพของระบบโทรศัพท์สำนักงานในระยะยาว
ComSiam Professional Team







