ComSiam Service
การตั้งค่าปลายทางเมื่อเบอร์ที่เลือกไม่รับสายบนตู้สาขาโทรศัพท์ Panasonic KX-TES824 เป็นฟังก์ชันสำคัญของระบบ DISA (Direct Inward System Access) ที่ช่วยจัดการสายเรียกเข้าจากลูกค้าเมื่อพนักงานหรือแผนกปลายทางไม่มีผู้รับโทรศัพท์
ตัวอย่างเช่น ลูกค้าโทรเข้าหมายเลขหลักของบริษัท ได้ยินเสียงต้อนรับว่า “ฝ่ายขายกด 1 ฝ่ายบัญชีกด 2 ฝ่ายบริการกด 3” จากนั้นลูกค้ากด 2 เพื่อเลือกฝ่ายบัญชี แต่ไม่มีพนักงานรับสาย แม้โทรศัพท์จะดังอยู่แล้วก็ตาม
หากไม่มีการตั้งค่ารองรับ ผู้โทรอาจรอสายนานเกินไป สายถูกตัด หรือไม่สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่คนอื่นได้ ทำให้สำนักงานสูญเสียโอกาสในการให้บริการลูกค้า
Panasonic KX-TES824 สามารถกำหนดวิธีจัดการเมื่อปลายทาง DISA ไม่รับสายผ่านโปรแกรม [507] DISA Intercept Mode ร่วมกับ [508] DISA Ring Time before Intercept และ [509] DISA Ring Time after Intercept โดยสามารถเลือกให้ระบบส่งสายไปยังปลายทางสำรองหรือตัดสายตามเงื่อนไขที่กำหนด
อย่างไรก็ตาม ต้องเข้าใจว่าโปรแกรม [507] ไม่ใช่หน้าจอสำหรับกรอกหมายเลข Extension สำรองโดยตรง การกำหนดปลายทาง Intercept ต้องตรวจสอบโปรแกรมที่เกี่ยวข้อง เช่น Flexible Ringing [408–410] และ DISA IRNA to BV [438–440] ในระบบที่รองรับ
บทความนี้ ComSiam จะอธิบายวิธีตั้งค่า DISA Intercept เมื่อไม่มีผู้รับสาย การปรับเวลารอ การกำหนดเครื่องรับสายสำรอง การแยกกรณี No Answer กับ Busy การตรวจสอบระบบโทรศัพท์สำนักงาน พร้อมตาราง Troubleshooting, Checklist และ FAQ ที่สามารถนำไปใช้ตรวจสอบงานติดตั้งจริงได้
1. DISA Intercept เมื่อปลายทางไม่รับสายคืออะไร
DISA Intercept เป็นกระบวนการจัดการสายเรียกเข้าที่ผ่านระบบ DISA แต่ไม่สามารถเชื่อมต่อกับปลายทางที่ผู้โทรเลือกได้ภายในเงื่อนไขที่กำหนด
สำหรับกรณี No Answer หมายถึงระบบเรียกไปยัง Extension หรือปลายทางแล้ว แต่ไม่มีผู้รับสายภายในเวลาที่ตั้งไว้
ตัวอย่างการทำงาน
สมมุติสำนักงานมีข้อมูลดังนี้
| หมายเลข | แผนก |
|---|---|
| 101 | ประชาสัมพันธ์ |
| 102 | ฝ่ายขาย |
| 103 | ฝ่ายบัญชี |
| 104 | ฝ่ายบริการ |
| 105 | เจ้าหน้าที่สำรอง |
ลูกค้าโทรเข้าสำนักงานแล้วกด 2 เพื่อเลือกฝ่ายบัญชี
ระบบส่งสายไปยัง Extension 103
หากไม่มีผู้รับสายภายในเวลาที่กำหนดใน [508] ระบบจะดำเนินการตาม DISA Intercept Mode [507]
เมื่อเลือก Intercept และกำหนดปลายทางไว้อย่างถูกต้อง สายสามารถถูกส่งไปยังปลายทางสำรองตามลำดับที่คู่มือระบุ
ประโยชน์ของ DISA Intercept
- ลดโอกาสที่สายเรียกเข้าจะไม่มีผู้รับ
- ช่วยให้ลูกค้าไม่ต้องโทรเข้ามาใหม่ทันที
- รองรับการจัดเจ้าหน้าที่สำรอง
- ลดปัญหาสายหลุดจากการรอปลายทางนาน
- สามารถจัดการสายแตกต่างกันตามช่วง Day, Night และ Lunch
- ช่วยให้ระบบ DISA เหมาะกับสำนักงานที่มีหลายแผนก
2. No Answer กับ Busy แตกต่างกันอย่างไร
ก่อนตั้งค่า ต้องแยกอาการปลายทางไม่รับสายออกจากปลายทางไม่ว่าง เพราะ Panasonic KX-TES824 ใช้โปรแกรมจัดการต่างกัน
No Answer
หมายถึงโทรศัพท์ปลายทางกำลังถูกเรียก แต่ไม่มีผู้รับสายภายในเวลาที่ตั้งไว้
ตัวอย่าง:
ลูกค้ากด 2 ไปฝ่ายบัญชี โทรศัพท์ดัง 20 วินาทีแต่ไม่มีผู้รับ
Busy
หมายถึงปลายทางมีสถานะไม่ว่างตามการประมวลผลของระบบ เช่น กำลังสนทนาอยู่ และไม่มีปลายทางว่างที่ระบบสามารถเลือกได้ตามเงื่อนไข
ตารางเปรียบเทียบ
| รายการ | No Answer | Busy |
|---|---|---|
| ลักษณะอาการ | เรียกแล้วไม่มีคนรับ | ปลายทางไม่ว่าง |
| โปรแกรมหลัก | [507] | [506] |
| เวลาก่อนดำเนินการ | [508] | ขึ้นกับ Busy Mode |
| วิธีจัดการ | Intercept หรือ Disconnect | Disconnect, Call Waiting หรือ DISA |
| การส่งสายสำรอง | ผ่าน Intercept Routing | ตามเงื่อนไข Busy Mode |
| จุดตรวจสอบ | ปลายทางและเวลารอสาย | สถานะปลายทางและกลุ่ม |
ข้อสำคัญ: ไม่ควรใช้ [507] แทน [506] เพราะเป็นคนละสถานการณ์
3. โปรแกรมที่เกี่ยวข้องกับการตั้งปลายทางเมื่อไม่รับสาย
| โปรแกรม | ชื่อโปรแกรม | หน้าที่ |
|---|---|---|
| [009] | Extension Number | ตรวจสอบหมายเลขภายใน |
| [408] | Flexible Ringing – Day | กำหนดเครื่องรับสายกลางวัน |
| [409] | Flexible Ringing – Night | กำหนดเครื่องรับสายกลางคืน |
| [410] | Flexible Ringing – Lunch | กำหนดเครื่องรับสายช่วงพัก |
| [414] | CO Line Mode – Day | กำหนดรูปแบบรับสายกลางวัน |
| [415] | CO Line Mode – Night | กำหนดรูปแบบรับสายกลางคืน |
| [416] | CO Line Mode – Lunch | กำหนดรูปแบบรับสายช่วงพัก |
| [438–440] | DISA IRNA to BV | กำหนดปลายทาง BV เมื่อรองรับ |
| [500] | DISA Incoming Call Dial Mode | กำหนดรูปแบบการรับหมายเลข |
| [501] | DISA Built-in AA | กำหนดปลายทางเมนู AA |
| [506] | DISA Busy Mode | จัดการเมื่อปลายทางไม่ว่าง |
| [507] | DISA Intercept Mode | จัดการเมื่อปลายทางไม่รับสาย |
| [508] | DISA Ring Time before Intercept | เวลารอก่อนเข้าสู่ Intercept |
| [509] | DISA Ring Time after Intercept | เวลารอหลังส่งเข้าสู่ Intercept |
| [510] | DISA No Dial Mode | จัดการเมื่อผู้โทรไม่กดเลข |
| [511] | DISA Security Mode | ควบคุมความปลอดภัย |
โปรแกรมที่ต้องเน้นในบทความนี้คือ [507], [508] และ [509] โดยต้องตรวจสอบปลายทางสำรองเพิ่มเติม
4. โปรแกรม [507] DISA Intercept Mode ใช้ทำอะไร
โปรแกรม [507] เป็นตัวกำหนดว่าตู้สาขาจะจัดการสาย DISA อย่างไร เมื่อปลายทางที่เรียกไม่รับภายในเวลาที่ตั้งไว้ใน [508]
ตาม Feature Guide มีสองตัวเลือกหลัก ได้แก่
Intercept
ใช้ให้ระบบส่งสายไปยังปลายทางสำรองที่กำหนดไว้
ตัวอย่าง:
ลูกค้าเลือกฝ่ายขาย แต่ไม่มีผู้รับสาย ระบบจึงส่งไปยังเครื่องที่กำหนดไว้สำหรับ Intercept
Disconnect
ใช้ให้ระบบตัดสายหลังครบเงื่อนไขการรอ
ตารางเปรียบเทียบ
| ตัวเลือก [507] | การทำงาน |
|---|---|
| Intercept | ส่งสายไปยังเส้นทาง Intercept |
| Disconnect | ตัดสายเมื่อครบเวลาที่กำหนด |
ค่าเริ่มต้นตามตารางโปรแกรมของ Panasonic คือ Intercept แต่ต้องตรวจสอบค่าจริง เพราะอาจถูกปรับเปลี่ยนมาแล้ว
5. วิธีตั้งโปรแกรม [507] ให้ส่งสายไปปลายทางสำรอง
ตัวอย่างสำนักงานต้องการให้ผู้โทรที่เลือกฝ่ายขายแต่ไม่มีผู้รับสาย ถูกส่งไปยังเจ้าหน้าที่สำรองแทนการตัดสาย
ขั้นตอนที่ 1 ตรวจสอบสิทธิ์ผู้ตั้งค่า
ใช้โทรศัพท์ระบบ Panasonic PT ที่รองรับ System Programming และมีสิทธิ์ถูกต้อง หรือใช้ Panasonic KX-TE Maintenance Console ที่เข้ากันได้
ขั้นตอนที่ 2 สำรองค่าโปรแกรม
บันทึกค่าเดิมของ [507] และโปรแกรมเกี่ยวข้องก่อนเปลี่ยนแปลง
ขั้นตอนที่ 3 เข้าสู่ System Programming
ดำเนินการตามคู่มือของโทรศัพท์ระบบรุ่นที่ใช้งาน
ขั้นตอนที่ 4 เลือกโปรแกรม [507]
เปิด DISA Intercept Mode
ขั้นตอนที่ 5 เลือก Intercept
ใช้ปุ่ม SELECT เพื่อเลือก Intercept
ขั้นตอนที่ 6 กด STORE
บันทึกค่าที่เลือก
ขั้นตอนที่ 7 ออกจากโปรแกรม
กด END
ลำดับ PT Programming
507 → NEXT → SELECT: Intercept → STORE → END
ลำดับนี้ใช้ภายใน System Programming ไม่ใช่รหัสที่ยกหูแล้วกดจากโทรศัพท์ภายในทั่วไป
ขั้นตอนที่ 8 ตรวจสอบปลายทาง Intercept
หลังตั้ง [507] แล้ว ต้องตรวจสอบโปรแกรมปลายทางสำรองให้ถูกต้อง จึงจะรับประกันผลการทำงานตามที่ต้องการได้
6. โปรแกรม [508] ใช้ตั้งเวลารอเมื่อไม่มีคนรับสายอย่างไร
DISA Ring Time before Intercept [508] ใช้กำหนดระยะเวลาที่ระบบเรียกปลายทางก่อนจะดำเนินการตาม Intercept Mode
ค่าที่คู่มือรองรับ
| ค่า [508] | เวลารอ |
|---|---|
| 10 | 10 วินาที |
| 20 | 20 วินาที |
| 30 | 30 วินาที |
| 40 | 40 วินาที |
| 60 | 60 วินาที |
| 120 | 120 วินาที |
ค่าเริ่มต้นตาม Programming Guide คือ 20 วินาที
ตัวอย่าง
ลูกค้ากด 2 ไปฝ่ายบัญชี
ระบบส่งสายไปยัง Extension 103
หากตั้ง [508] เป็น 20 วินาที และไม่มีผู้รับสายภายในเวลาที่กำหนด ระบบจะดำเนินการตาม [507]
ควรตั้งเวลารอเท่าไร
สำหรับสำนักงานทั่วไปอาจเริ่มทดสอบที่ 20 วินาที แล้วปรับตามการใช้งานจริง
หากต้องการให้สายถูกส่งไปยังเจ้าหน้าที่สำรองเร็วขึ้น อาจทดสอบ 10 วินาที
แต่หากพนักงานต้องเดินไปรับโทรศัพท์จากจุดที่อยู่ไกล อาจต้องให้เวลามากขึ้น
ข้อควรระวัง
ไม่ควรตั้งเวลาสั้นจนพนักงานไม่มีเวลารับสาย หรือยาวจนผู้โทรต้องรอมากเกินไป
7. วิธีตั้งโปรแกรม [508] ให้รอ 20 วินาที
ขั้นตอนการตั้งค่า
- เข้าสู่ System Programming
- เลือก [508]
- กด NEXT
- ใช้ SELECT เลือก 20 วินาที
- กด STORE
- กด END
- โทรเข้าทดสอบ
ลำดับ PT Programming
508 → NEXT → SELECT: 20 วินาที → STORE → END
ต้องตรวจสอบการทำงานร่วมกับ [507] ด้วย
ตัวอย่างผลการทำงาน
หากเลือก [507] เป็น Intercept ระบบจะพิจารณาส่งสายไปยังปลายทางสำรองหลังหมดเวลา [508]
หากเลือก [507] เป็น Disconnect ระบบจะดำเนินการตัดสายตามเงื่อนไขเมื่อครบเวลา
8. โปรแกรม [509] DISA Ring Time after Intercept คืออะไร
โปรแกรม [509] ใช้กำหนดระยะเวลารอหลังระบบส่งสายเข้าสู่กระบวนการ Intercept
ตัวอย่าง:
ลูกค้าโทรเข้าและเลือกฝ่ายบัญชี
ฝ่ายบัญชีไม่รับสายภายใน 20 วินาที
ระบบส่งสายไปยังปลายทาง Intercept
หากปลายทางสำรองไม่รับสายอีก ระบบจะใช้ระยะเวลาที่กำหนดใน [509] ตามเงื่อนไขการทำงาน
ค่าที่คู่มือรองรับ
| ค่า [509] | เวลารอหลัง Intercept |
|---|---|
| 10 | 10 วินาที |
| 20 | 20 วินาที |
| 30 | 30 วินาที |
| 40 | 40 วินาที |
| 60 | 60 วินาที |
| 120 | 120 วินาที |
ค่าเริ่มต้นตาม Programming Guide คือ 20 วินาที
ข้อควรเข้าใจ
[508] ใช้กำหนดเวลารอปลายทางแรกก่อน Intercept
[509] ใช้กำหนดเวลารอหลังเข้าสู่ Intercept
ทั้งสองโปรแกรมไม่ได้มีหน้าที่เหมือนกัน
9. วิธีตั้งโปรแกรม [509]
ขั้นตอนที่ 1
เข้าสู่ System Programming
ขั้นตอนที่ 2
เลือกโปรแกรม [509]
ขั้นตอนที่ 3
กด NEXT
ขั้นตอนที่ 4
ใช้ SELECT เลือกเวลาที่ต้องการ เช่น 20 วินาที
ขั้นตอนที่ 5
กด STORE
ขั้นตอนที่ 6
กด END
ลำดับ PT Programming
509 → NEXT → SELECT: 20 วินาที → STORE → END
หลังตั้งค่า ควรทดสอบทั้งกรณีปลายทางแรกไม่รับและปลายทาง Intercept ไม่รับ เพื่อยืนยันการทำงานที่เกิดขึ้นจริง
10. วิธีตั้งปลายทาง Intercept ให้ไป Extension 101
สมมุติสำนักงานต้องการให้ Extension 101 เป็นเครื่องประชาสัมพันธ์รับสายสำรอง
สิ่งสำคัญคือโปรแกรม [507] ไม่มีช่องให้กรอกเลข 101 โดยตรง
การกำหนดปลายทางขึ้นอยู่กับเส้นทาง Intercept Routing ของตู้
ตัวอย่างข้อมูลระบบ
| รายการ | ค่า |
|---|---|
| CO Line | CO 1 |
| OGM | OGM 1 |
| ฝ่ายขาย | Extension 102 |
| ประชาสัมพันธ์ | Extension 101 |
| [507] | Intercept |
| [508] | 20 วินาที |
| [509] | 20 วินาที |
ขั้นตอนที่ 1 ตรวจสอบ Extension 101
ทดสอบการโทรภายในไป 101 ว่าใช้งานได้ปกติ
ขั้นตอนที่ 2 ตรวจสอบ Extension Jack
หมายเลข Extension 101 อาจเชื่อมกับ Jack ต่างจากหมายเลขที่คาดไว้
ให้ตรวจสอบผังสายจริงก่อนตั้งค่า
ขั้นตอนที่ 3 ตรวจสอบ Flexible Ringing
โปรแกรมที่เกี่ยวข้องคือ
- [408] Day
- [409] Night
- [410] Lunch
กำหนดการรับสายให้สอดคล้องกับปลายทาง Intercept ที่ต้องการ
ขั้นตอนที่ 4 ตรวจสอบ DISA IRNA to BV
หากระบบรองรับ Built-in Voice Message และตั้งค่า [438–440] ไว้ ต้องตรวจสอบผลกระทบต่อการส่งสาย
ขั้นตอนที่ 5 ตรวจสอบ [507]
เลือก Intercept
ขั้นตอนที่ 6 ตรวจสอบ [508] และ [509]
กำหนดเวลาตามความต้องการของสำนักงาน
ขั้นตอนที่ 7 โทรเข้าทดสอบ
ให้ผู้โทรเลือกฝ่ายขาย แล้วปล่อยให้โทรศัพท์ฝ่ายขายดังโดยไม่มีผู้รับ
ตรวจสอบว่าสายเข้าสู่ปลายทาง Intercept ที่กำหนดไว้จริง
11. ลำดับความสำคัญของปลายทาง Intercept
ตาม Panasonic KX-TES824 Feature Guide เมื่อระบบใช้ DISA Intercept Routing จะพิจารณาปลายทางสำรองตามลำดับ
ลำดับที่ 1 DISA IRNA to BV [438–440]
ใช้กับระบบที่รองรับ Built-in Voice Message และมีการกำหนดปลายทางไว้
ลำดับที่ 2 Flexible Ringing [408–410]
ใช้กำหนด Extension ที่รับสายจาก CO Line ในช่วง Day, Night และ Lunch
ตารางสรุป
| ลำดับ | โปรแกรม | ปลายทาง |
|---|---|---|
| 1 | [438–440] | BV เมื่อรองรับและกำหนดไว้ |
| 2 | [408–410] | Extension ตาม Flexible Ringing |
กรณีต้องการให้สายไปประชาสัมพันธ์
หากมีปลายทาง BV ที่ได้รับความสำคัญก่อน สายอาจไม่ถูกส่งไปยังเครื่องประชาสัมพันธ์ตามที่ผู้ดูแลคาดไว้
จึงควรตรวจสอบลำดับปลายทางทั้งหมด ไม่ใช่เฉพาะ [507]
12. วิธีตั้งปลายทางกลางวันและกลางคืนแยกกัน
สำนักงานบางแห่งมีพนักงานรับสายสำรองต่างกันตามช่วงเวลา
ตัวอย่าง:
- กลางวัน: ประชาสัมพันธ์ Extension 101
- กลางคืน: เจ้าหน้าที่เวร Extension 105
- พักกลางวัน: ธุรการ Extension 108
โปรแกรมที่เกี่ยวข้อง
| ช่วงเวลา | โปรแกรม Flexible Ringing |
|---|---|
| Day | [408] |
| Night | [409] |
| Lunch | [410] |
ตัวอย่างตารางปลายทาง
| CO Line | Day | Night | Lunch |
|---|---|---|---|
| CO 1 | Ext. 101 | Ext. 105 | Ext. 108 |
| CO 2 | Ext. 101 | Ext. 105 | Ext. 108 |
| CO 3 | Ext. 104 | Ext. 105 | Ext. 104 |
ข้อมูลข้างต้นเป็นตัวอย่างการวางแผน ต้องตรวจสอบ Extension Jack และค่าโปรแกรมจริงก่อนตั้งค่า
สิ่งที่ต้องทดสอบ
- ทดสอบ Intercept ใน Day Mode
- ทดสอบ Intercept ใน Night Mode
- ทดสอบ Intercept ใน Lunch Mode
- ตรวจสอบเครื่องรับสายที่กำหนด
- คืนโหมดระบบหลังทดสอบ
13. DISA Intercept ต่างจาก Call Forwarding อย่างไร
DISA Intercept และ Call Forwarding สามารถเกี่ยวข้องกับการส่งสายไปยังปลายทางอื่นได้ แต่หลักการทำงานแตกต่างกัน
DISA Intercept
เป็นกระบวนการจัดการสายผ่านระบบ DISA เมื่อปลายทางไม่ตอบรับภายในเวลาที่กำหนด
Call Forwarding
เป็นการโอนสายตามเงื่อนไขของ Extension เช่น โอนทุกสาย หรือโอนเมื่อไม่ว่างและไม่มีผู้รับ
ตารางเปรียบเทียบ
| รายการ | DISA Intercept | Call Forwarding |
|---|---|---|
| การใช้งานหลัก | สายเข้าผ่าน DISA | สายเรียกไปยัง Extension |
| โปรแกรมที่เกี่ยวข้อง | [507–509] | FWD และสิทธิ์ที่เกี่ยวข้อง |
| เหตุการณ์สำคัญ | ปลายทาง DISA ไม่รับสาย | เงื่อนไข Forwarding |
| ปลายทางสำรอง | Intercept Routing | ปลายทาง FWD |
| การทดสอบ | โทรเข้าจาก CO Line ผ่าน DISA | ทดสอบตามเส้นทางเรียกเข้า |
หาก Extension มีการตั้ง Forwarding อยู่ ต้องตรวจสอบผลการทำงานร่วมกับ DISA เพื่อให้เข้าใจว่าเหตุใดสายจึงถูกส่งไปยังปลายทางนั้น
14. ทำไมตั้ง Intercept แล้วสายไม่ไปปลายทางสำรอง
แม้จะตั้ง [507] เป็น Intercept แล้ว แต่สายอาจไม่ถูกส่งไปยังเครื่องที่ต้องการ
สาเหตุที่ 1 โปรแกรม [508] ตั้งเวลารอนาน
ระบบยังอยู่ในช่วงเรียกปลายทางแรก จึงยังไม่เข้าสู่ Intercept
สาเหตุที่ 2 Flexible Ringing กำหนดผิด
ตรวจสอบ [408–410] และ Extension Jack
สาเหตุที่ 3 มี BV Destination ที่ได้รับความสำคัญก่อน
ตรวจสอบ [438–440] หากระบบรองรับ
สาเหตุที่ 4 ระบบกำลังอยู่ใน Night Mode
อาจกำหนดปลายทางสำรองไว้เฉพาะ Day Mode
สาเหตุที่ 5 Extension ปลายทางมีปัญหา
โทรศัพท์เสีย สายหลวม หรือมีสถานะที่กระทบการรับสาย
สาเหตุที่ 6 ค่า [507] เป็น Disconnect
เมื่อครบเวลารอ ระบบจะตัดสายแทนการส่งไปยังปลายทางสำรอง
สาเหตุที่ 7 ไม่ได้บันทึกโปรแกรม
อาจมีการเปลี่ยนค่าแต่ไม่ได้กด STORE
15. ตาราง Troubleshooting เมื่อปลายทาง DISA ไม่รับสาย
| อาการ | จุดตรวจสอบ | แนวทางแก้ไข |
|---|---|---|
| ปลายทางไม่รับแล้วสายตัด | [507] | ตรวจ Intercept/Disconnect |
| โทรศัพท์ปลายทางดังนานเกินไป | [508] | ตรวจเวลาก่อน Intercept |
| เครื่องรับสายสำรองดังนานเกินไป | [509] | ตรวจเวลาหลัง Intercept |
| สายไปผิดเครื่อง | [408–410] | ตรวจ Flexible Ringing |
| สายไป BV แทนเจ้าหน้าที่ | [438–440] | ตรวจ BV Destination |
| กลางวันทำงาน กลางคืนไม่ทำงาน | [409], [415] | ตรวจ Night Mode |
| ปลายทางไม่ว่าง | [506] | ตรวจ Busy Mode |
| ไม่กดหมายเลขแล้วสายตัด | [510] | ตรวจ No Dial Mode |
| กดเมนูแล้วไปผิดแผนก | [501] | ตรวจ AA Destination |
| ไม่ได้รับ DTMF | Gateway/CO Line | ตรวจสัญญาณ |
| เครื่องสำรองไม่ดัง | Extension/สายภายใน | ทดสอบโทรภายใน |
| วางสายแล้ว CO Line ไม่ว่าง | Disconnect Supervision | ตรวจการปลดสาย |
16. ตัวอย่างการตั้งค่าจริงสำหรับสำนักงาน 8 เครื่อง
สมมุติสำนักงานมีโทรศัพท์ภายในดังนี้
| Extension | แผนก |
|---|---|
| 101 | ประชาสัมพันธ์ |
| 102 | ฝ่ายขาย |
| 103 | ฝ่ายบัญชี |
| 104 | ฝ่ายบริการ |
| 105 | ผู้จัดการ |
| 106 | ฝ่ายจัดซื้อ |
| 107 | ฝ่ายเทคนิค |
| 108 | ธุรการ |
เมนู DISA
- กด 1 ฝ่ายขาย
- กด 2 ฝ่ายบัญชี
- กด 3 ฝ่ายบริการ
การตั้งค่าตัวอย่าง
| โปรแกรม | ค่า |
|---|---|
| [414] | CO 1 ใช้ DISA OGM 1 |
| [500] | With AA |
| [501] | เมนู 1–3 |
| [507] | Intercept |
| [508] | 20 วินาที |
| [509] | 20 วินาที |
| [408] | กำหนดประชาสัมพันธ์เป็นปลายทางสำรองตามแผน |
| [511] | ตามนโยบายความปลอดภัย |
ขั้นตอนทดสอบ
- โทรเข้าหมายเลขสำนักงาน
- กด 2 เพื่อเลือกฝ่ายบัญชี
- ปล่อยให้ Extension 103 ดังโดยไม่มีผู้รับ
- ตรวจสอบระยะเวลาตาม [508]
- ตรวจสอบว่าสายเข้าสู่ Intercept
- ตรวจสอบว่าเครื่องประชาสัมพันธ์ได้รับสาย
- รับสายและทดสอบเสียงสนทนา
- วางสาย
- ตรวจสอบว่า CO Line กลับสู่สถานะว่าง
17. วิธีทดสอบ DISA Intercept ก่อนส่งมอบงาน
ขั้นตอนที่ 1 ตรวจสอบการโทรเข้าปกติ
ตรวจสอบว่า CO Line รับสายและเล่น OGM ได้
ขั้นตอนที่ 2 ตรวจสอบเมนู AA
กด 1, 2 หรือ 3 และยืนยันว่าปลายทางถูกต้อง
ขั้นตอนที่ 3 ตรวจสอบค่า [507]
ตรวจสอบว่าเลือก Intercept ตามความต้องการ
ขั้นตอนที่ 4 ตรวจสอบ [508]
บันทึกเวลารอก่อน Intercept
ขั้นตอนที่ 5 ตรวจสอบ [509]
บันทึกเวลารอหลัง Intercept
ขั้นตอนที่ 6 ทดสอบ No Answer
ปล่อยให้ปลายทางแรกไม่รับสาย
ขั้นตอนที่ 7 ตรวจสอบปลายทางสำรอง
ยืนยันว่าเครื่องที่ต้องการได้รับสาย
ขั้นตอนที่ 8 ทดสอบปลายทางสำรองไม่รับสาย
ตรวจสอบพฤติกรรมหลังเข้าสู่ Intercept ตามเวลาที่ตั้งไว้
ขั้นตอนที่ 9 ทดสอบ Busy
ตรวจสอบแยกจาก No Answer เพราะใช้โปรแกรม [506]
ขั้นตอนที่ 10 ทดสอบ Day/Night/Lunch
ตรวจสอบการทำงานในแต่ละช่วงเวลาที่สำนักงานใช้งาน
ขั้นตอนที่ 11 ตรวจสอบการปลดสาย
ยืนยันว่า CO Line กลับสู่สถานะว่างหลังจบสาย
ขั้นตอนที่ 12 คืนโหมดและบันทึกผล
หากมีการเปลี่ยนโหมดหรือแก้โปรแกรมชั่วคราว ต้องคืนค่าที่เหมาะสมก่อนส่งมอบ
18. Checklist ตรวจสอบเมื่อเบอร์ที่เลือกไม่รับสาย
| รายการตรวจสอบ | ผลการตรวจ |
|---|---|
| ตรวจสอบรุ่น Panasonic KX-TES824 | ผ่าน / ไม่ผ่าน |
| ตรวจสอบ CO Line [400] | ผ่าน / ไม่ผ่าน |
| ตรวจสอบ Extension Number [009] | ผ่าน / ไม่ผ่าน |
| ตรวจสอบ OGM | ผ่าน / ไม่ผ่าน |
| ตรวจสอบ [414–416] | ผ่าน / ไม่ผ่าน |
| ตรวจสอบ [500] | ผ่าน / ไม่ผ่าน |
| ตรวจสอบ [501] | ผ่าน / ไม่ผ่าน |
| ตรวจสอบ [507] | ผ่าน / ไม่ผ่าน |
| ตรวจสอบ [508] | ผ่าน / ไม่ผ่าน |
| ตรวจสอบ [509] | ผ่าน / ไม่ผ่าน |
| ตรวจสอบ Flexible Ringing [408–410] | ผ่าน / ไม่ผ่าน |
| ตรวจสอบ BV [438–440] หากรองรับ | ผ่าน / ไม่ผ่าน / ไม่ใช้ |
| ตรวจสอบปลายทางสำรอง | ผ่าน / ไม่ผ่าน |
| ทดสอบปลายทางแรกไม่รับสาย | ผ่าน / ไม่ผ่าน |
| ทดสอบเครื่องสำรองรับสาย | ผ่าน / ไม่ผ่าน |
| ทดสอบเครื่องสำรองไม่รับสาย | ผ่าน / ไม่ผ่าน |
| ทดสอบกรณี Busy | ผ่าน / ไม่ผ่าน |
| ทดสอบกรณี No Dial | ผ่าน / ไม่ผ่าน |
| ทดสอบ Day Mode | ผ่าน / ไม่ผ่าน |
| ทดสอบ Night Mode | ผ่าน / ไม่ผ่าน |
| ทดสอบ Lunch Mode | ผ่าน / ไม่ผ่าน / ไม่ใช้ |
| ตรวจสอบ DTMF | ผ่าน / ไม่ผ่าน |
| ตรวจสอบการปลด CO Line | ผ่าน / ไม่ผ่าน |
| ตรวจสอบ DISA Security | ผ่าน / ไม่ผ่าน |
| สำรองค่าโปรแกรม | ผ่าน / ไม่ผ่าน |
| จัดทำรายงานส่งมอบ | ผ่าน / ไม่ผ่าน |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Panasonic KX-TES824 ตั้งให้เบอร์ไม่รับสายแล้วไป Operator ได้ไหม
ได้เมื่อใช้ DISA Intercept Mode และกำหนดปลายทางสำรองให้ตรงกับ Operator ผ่านโปรแกรมที่เกี่ยวข้อง โดยต้องตรวจสอบลำดับปลายทางตามคู่มือ
โปรแกรม [507] ใช้ทำอะไร
ใช้กำหนดว่าหากปลายทาง DISA ไม่รับสายภายในเวลาที่ตั้งไว้ ระบบจะเลือก Intercept หรือ Disconnect
โปรแกรม [508] ใช้ทำอะไร
ใช้กำหนดระยะเวลาที่ระบบรอให้ปลายทางแรกรับสายก่อนดำเนินการตาม Intercept Mode
โปรแกรม [509] ใช้ทำอะไร
ใช้กำหนดระยะเวลารอหลังสายถูกส่งเข้าสู่กระบวนการ Intercept
ค่าเริ่มต้นของ [508] คือเท่าไร
ค่าเริ่มต้นตาม Programming Guide คือ 20 วินาที
ค่าเริ่มต้นของ [509] คือเท่าไร
ค่าเริ่มต้นตาม Programming Guide คือ 20 วินาที
สามารถตั้งเวลารอ 15 วินาทีใน [508] ได้หรือไม่
ไม่ได้ตามตัวเลือกมาตรฐาน เพราะ [508] รองรับ 10, 20, 30, 40, 60 และ 120 วินาที
หากตั้ง [507] เป็น Disconnect จะเกิดอะไรขึ้น
เมื่อปลายทางไม่รับสายภายในเวลาที่กำหนด ระบบจะตัดสายตามเงื่อนไขของ DISA
ทำไมตั้ง Intercept แล้วไปฝากข้อความแทน Operator
อาจเกิดจากระบบกำหนด DISA IRNA to BV [438–440] ซึ่งได้รับลำดับความสำคัญก่อน Flexible Ringing ในเส้นทาง Intercept ที่เกี่ยวข้อง
โปรแกรม [507] ต่างจาก [510] อย่างไร
[507] ใช้เมื่อเลือกปลายทางแล้วไม่มีผู้รับสาย ส่วน [510] ใช้เมื่อผู้โทรไม่กดหมายเลขตามเงื่อนไข No Dial
ถ้าปลายทางกำลังใช้สายต้องตรวจโปรแกรมอะไร
ตรวจสอบ [506] DISA Busy Mode ไม่ใช่ปรับ [507] อย่างเดียว
ถ้าใช้ VoIP Gateway แล้ว Intercept ไม่ทำงานต้องตรวจอะไร
ตรวจสอบ DTMF คุณภาพสายนอก การส่งสัญญาณจาก Gateway และการตั้งค่า DISA ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการปลดสายเมื่อสิ้นสุดการสนทนา
ต้องตั้งปลายทางสำรองแยก Day และ Night หรือไม่
ควรตรวจสอบแยกตามการใช้งาน เพราะ Flexible Ringing [408–410] และ CO Line Mode [414–416] สามารถกำหนดต่างกันตามช่วงเวลาได้
สรุป วิธีตั้งปลายทางเมื่อเบอร์ที่เลือกไม่รับสาย
การตั้งปลายทางเมื่อเบอร์ที่เลือกไม่รับสายบน Panasonic KX-TES824 สามารถทำได้ผ่านระบบ DISA Intercept โดยใช้โปรแกรม [507] DISA Intercept Mode เพื่อกำหนดว่าจะส่งสายไปยังปลายทางสำรองหรือตัดสาย
โปรแกรม [508] DISA Ring Time before Intercept ใช้กำหนดเวลารอให้ปลายทางแรกรับสาย ส่วน [509] DISA Ring Time after Intercept ใช้กำหนดเวลารอหลังระบบส่งสายเข้าสู่ Intercept
การกำหนดปลายทางสำรองต้องตรวจสอบโปรแกรม DISA IRNA to BV [438–440] เมื่อระบบรองรับ และ Flexible Ringing [408–410] ซึ่งสามารถกำหนดแตกต่างกันตามช่วง Day, Night และ Lunch
ควรแยกกรณี No Answer, Busy และ No Dial เพราะใช้โปรแกรมที่แตกต่างกัน ได้แก่ [507], [506] และ [510] ตามลำดับ
ก่อนเปิดใช้งานจริงควรทดสอบสายเข้าจากภายนอก ตรวจสอบว่าระบบเรียกปลายทางแรกตามเวลาที่กำหนด แล้วส่งสายไปยังเครื่องสำรองได้ถูกต้อง รวมถึงทดสอบเมื่อเครื่องสำรองไม่รับสายด้วย
ComSiam แนะนำให้เริ่มจากค่าที่สำนักงานใช้งานอยู่ บันทึกค่าเดิมก่อนเปลี่ยนแปลง ทดสอบเวลารออย่างเป็นระบบ และจัดทำ Checklist ปลายทาง Intercept ทุกช่วงเวลา เพื่อช่วยลดปัญหาสายเรียกเข้าไม่มีผู้รับและทำให้ระบบโทรศัพท์สำนักงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ComSiam Professional Team







