Panasonic KX-TES824 เพิ่มจำนวนเบอร์ภายในได้อย่างไร

Panasonic KX-TES824 เพิ่มจำนวนเบอร์ภายในได้อย่างไร? สามารถเพิ่มจำนวนเบอร์ภายในหรือ Extension จากเดิม 8 พอร์ต เป็น 16 หรือสูงสุด 24 พอร์ตได้ โดยติดตั้งการ์ดขยายที่ Panasonic รองรับ ได้แก่ KX-TE82474, KX-TE82480 และ KX-TE82483 ตามรูปแบบการติดตั้งที่กำหนดไว้ใน Installation Manual

หากต้องการเพิ่มโทรศัพท์อนาล็อกธรรมดาหรือ SLT จำนวน 8 เครื่อง สามารถเลือก KX-TE82474 ซึ่งเพิ่ม Extension โดยไม่เพิ่มสายนอก ส่วน KX-TE82480 เพิ่ม 8 SLT Extensions และ 2 CO Lines ขณะที่ KX-TE82483 เพิ่ม 8 Hybrid Extensions และ 3 CO Lines เหมาะกับสำนักงานที่ต้องใช้โทรศัพท์ Panasonic Proprietary Telephone หรือ PT เพิ่มเติม

ข้อสำคัญคือ เบอร์ภายในกับ Extension Jack ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน Extension Jack คือพอร์ตจริงบนตู้สาขา ส่วนเบอร์ภายใน เช่น 101, 102 หรือ 115 คือหมายเลขที่กำหนดให้พอร์ตผ่านโปรแกรม [009] Extension Number

ดังนั้น การเพิ่มเบอร์ภายในต้องตรวจทั้งความจุฮาร์ดแวร์ รุ่นการ์ด การเดินสาย จำนวนคู่สายโทรศัพท์ และ Numbering Plan ก่อนตั้งหมายเลขใหม่ ไม่ใช่เพียงเพิ่มหมายเลขในโปรแกรมแล้วจะได้พอร์ตโทรศัพท์เพิ่มขึ้น

สำหรับ KX-TES824 เครื่องพื้นฐานรองรับ 3 CO Lines และ 8 Extensions เมื่อขยายเต็มระบบจะรองรับสูงสุด 8 CO Lines และ 24 Extensions แต่รูปแบบการขยายที่ทำได้จริงขึ้นอยู่กับการจับคู่การ์ดที่ Installation Manual รองรับ

บทความนี้ ComSiam อธิบายการเพิ่มจำนวนเบอร์ภายใน Panasonic KX-TES824 ตั้งแต่การเลือกการ์ด Extension การจัดหมายเลข Jack 01–24 ความแตกต่าง PT/SLT/Hybrid การเดินสาย T/R/H/L โปรแกรม [009] การตรวจหลังติดตั้ง ตารางอุปกรณ์ Checklist และ FAQ เพื่อให้สำนักงานขยายระบบได้ถูกต้องและปลอดภัย

1. Panasonic KX-TES824 รองรับเบอร์ภายในสูงสุดกี่เบอร์

Panasonic KX-TES824 เป็นตู้สาขาโทรศัพท์แบบ Advanced Hybrid System ที่มีความจุพื้นฐาน 8 Extension Ports

1.1 ความจุพื้นฐาน

  • CO Line จำนวน 3 พอร์ต
  • Extension จำนวน 8 พอร์ต
  • รองรับโทรศัพท์ที่เข้ากันได้ตามประเภทพอร์ต

1.2 ความจุหลังขยาย

  • Extension 16 พอร์ต เมื่อเพิ่มการ์ด 8 พอร์ตหนึ่งชุด
  • Extension 24 พอร์ต เมื่อเพิ่มการ์ดสองชุดตามรูปแบบที่คู่มือรองรับ

1.3 เพิ่มเกิน 24 พอร์ตได้หรือไม่

ไม่สามารถเพิ่มผ่านการ์ดมาตรฐานของ KX-TES824 ให้เกิน 24 Extension Jacks ได้

หากสำนักงานต้องการเบอร์ภายในมากกว่า 24 พอร์ต ควรพิจารณาโครงสร้างระบบใหม่ หรือระบบ IP PBX ที่สามารถขยายได้ตามความต้องการ

1.4 จำนวนโทรศัพท์ที่ต่อได้เท่ากับจำนวน Extension เสมอหรือไม่

ไม่เสมอไป เพราะ Hybrid Extension บางกรณีรองรับการต่อโทรศัพท์ PT และ SLT ร่วมกันตามรูปแบบที่ Panasonic กำหนด

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรนับอุปกรณ์ที่ต่อขนานเป็นพอร์ตอิสระเพิ่มโดยอัตโนมัติ และต้องตรวจข้อจำกัดของแต่ละวิธีเชื่อมต่อ

2. ตารางรูปแบบการเพิ่ม Extension จาก 8 เป็น 16 และ 24 พอร์ต

การ์ดที่เพิ่มCO Line รวมExtension รวม
ไม่ติดตั้งการ์ดขยาย38
KX-TE82474316
KX-TE82480516
KX-TE82483616
KX-TE82483 + KX-TE82474624
KX-TE82483 + KX-TE82480824

2.1 ถ้าต้องการเพิ่มเป็น 16 เบอร์

เลือกการ์ดหนึ่งชุดตามชนิดโทรศัพท์ภายในและความต้องการเพิ่ม CO Line

2.2 ถ้าต้องการเพิ่มเป็น 24 เบอร์

ใช้รูปแบบการจับคู่การ์ดที่คู่มืออนุญาต ไม่ใช่นำการ์ดสองรุ่นใดก็ได้มาติดตั้งรวมกัน

2.3 ใช้ KX-TE82474 กับ KX-TE82480 รวมกันได้หรือไม่

ไม่ควรถือว่าเป็นรูปแบบขยายที่รองรับ เพราะตาราง Expandability ของ KX-TES824 ระบุรูปแบบ 24 พอร์ตที่ใช้ KX-TE82483 ร่วมกับ KX-TE82474 หรือ KX-TE82480

2.4 ทำไมต้องดูตารางคู่มือก่อนซื้อ

เพราะการ์ดแต่ละรุ่นเพิ่มจำนวนพอร์ตและชนิด Extension ต่างกัน รวมถึงมีข้อกำหนดตำแหน่งติดตั้งและการเชื่อมต่อเฉพาะ

3. การ์ด KX-TE82474 เพิ่มอะไรได้บ้าง

KX-TE82474 — 8-Port SLT Extension Card

เป็นการ์ดเพิ่มโทรศัพท์ภายในแบบ Single Line Telephone จำนวน 8 พอร์ต

3.1 คุณสมบัติ

รายการรายละเอียด
รุ่นการ์ดKX-TE82474
เพิ่ม Extension8
ประเภทพอร์ตSLT
เพิ่ม CO Line0

3.2 เหมาะกับใคร

เหมาะกับสำนักงานที่ต้องการติดตั้งโทรศัพท์อนาล็อกเพิ่มเติม โดยยังมีจำนวนสายนอกเพียงพอต่อการใช้งาน

3.3 ใช้ต่อ Panasonic PT ได้หรือไม่

ไม่ควรนำไปใช้เป็นพอร์ต Hybrid PT เพราะ KX-TE82474 ถูกออกแบบเป็นการ์ด SLT

3.4 ประโยชน์

สามารถเพิ่มจำนวนโทรศัพท์ภายในโดยไม่ต้องซื้อการ์ดที่เพิ่ม CO Line ซึ่งสำนักงานอาจไม่ได้ต้องการ

4. การ์ด KX-TE82480 เพิ่มอะไรได้บ้าง

KX-TE82480 — 2-Port Analogue CO Line and 8-Port SLT Extension Card

4.1 คุณสมบัติ

  • เพิ่ม SLT Extension จำนวน 8 พอร์ต
  • เพิ่ม CO Line จำนวน 2 พอร์ต
  • ใช้ขยายตามรูปแบบที่ Installation Manual รองรับ

4.2 ถ้าใช้กับตู้พื้นฐาน

ขยายจาก 3 CO / 8 Extension เป็น 5 CO / 16 Extension

4.3 ถ้าใช้ร่วมกับ KX-TE82483

สามารถขยายเป็น 8 CO / 24 Extension ตามรูปแบบที่กำหนด

4.4 ข้อจำกัด

พอร์ต Extension ที่เพิ่มเป็น SLT ไม่ใช่ Hybrid จึงต้องตรวจว่าชนิดโทรศัพท์ตรงกับความต้องการ

5. การ์ด KX-TE82483 เพิ่มอะไรได้บ้าง

KX-TE82483 — 3-Port Analogue CO Line and 8-Port Hybrid Extension Card

5.1 คุณสมบัติ

  • เพิ่ม CO Line จำนวน 3 พอร์ต
  • เพิ่ม Hybrid Extension จำนวน 8 พอร์ต
  • รองรับโทรศัพท์ที่เหมาะสมกับพอร์ต Hybrid

5.2 Hybrid Extension คืออะไร

เป็นพอร์ตที่รองรับ Panasonic PT และ SLT ตามข้อกำหนดการเชื่อมต่อของระบบ

5.3 ทำไมเหมาะกับการขยายสำนักงาน

เพราะเพิ่มทั้งสายนอกและพอร์ตภายในชนิด Hybrid ทำให้จัดแผนโทรศัพท์ PT ของประชาสัมพันธ์หรือแผนกอื่นได้สะดวกขึ้น

5.4 เมื่อใช้กับเครื่องพื้นฐาน

จะได้ระบบ 6 CO Line และ 16 Extensions

6. เปรียบเทียบการ์ด Extension ทั้ง 3 รุ่น

คุณสมบัติKX-TE82474KX-TE82480KX-TE82483
เพิ่มเบอร์ภายใน888
พอร์ต SLTรองรับรองรับรองรับผ่าน Hybrid
พอร์ต Hybrid สำหรับ PTไม่ใช่ไม่ใช่ใช่
เพิ่ม CO Line023
เหมาะกับเพิ่ม SLTเพิ่ม SLT และสายนอกเพิ่ม Hybrid และสายนอก

6.1 เลือกรุ่นไหนดีที่สุด

ไม่มีรุ่นเดียวที่เหมาะกับทุกสำนักงาน ต้องเลือกตามชนิดโทรศัพท์ จำนวนสายนอก และรูปแบบขยายที่รองรับ

6.2 ถ้ามีแต่โทรศัพท์ SLT

อาจเลือก KX-TE82474 หากไม่ต้องการ CO Line เพิ่ม

6.3 ถ้าต้องการ PT เพิ่ม

ควรให้ความสำคัญกับ Hybrid Extension ที่รองรับ PT และตรวจว่าการ์ดสามารถติดตั้งในระบบปัจจุบันได้หรือไม่

7. Extension Jack 01–24 คืออะไร

Extension Jack คือหมายเลขตำแหน่งพอร์ตจริงของตู้สาขา

7.1 กลุ่มพอร์ต

กลุ่มหมายเลข Jack
เครื่องพื้นฐาน01–08
การ์ดขยายชุดแรก09–16
การ์ดขยายชุดที่สอง17–24

7.2 หมายเลข Jack เปลี่ยนได้หรือไม่

หมายเลข Jack เป็นการอ้างอิงตำแหน่งพอร์ตฮาร์ดแวร์ ไม่ใช่หมายเลขโทรศัพท์ภายในที่เปลี่ยนได้อย่างอิสระ

7.3 หมายเลขภายในเปลี่ยนได้หรือไม่

เปลี่ยนได้ผ่าน System Programming ตาม Numbering Plan และช่วงหมายเลขที่รองรับ

7.4 ทำไมต้องแยกสองอย่างนี้

เพื่อไม่ให้สับสนเมื่อย้ายโทรศัพท์ เปลี่ยนการ์ด หรือแก้ไขผังเบอร์ของสำนักงาน

8. โปรแกรม [009] Extension Number คืออะไร

โปรแกรม [009] ใช้กำหนด Numbering Plan และหมายเลขเบอร์ภายในที่สัมพันธ์กับ Extension Jack

8.1 Numbering Plan ที่เกี่ยวข้อง

Numbering Planหมายเลขพื้นฐานของ Jack 01–24
Plan 1101–124
Plan 2101–124
Plan 311–34

ตัวเลขดังกล่าวเป็นค่าเริ่มต้นทั่วไปตาม Feature Guide ซึ่งอาจแตกต่างในบางประเทศหรือระบบที่เคยปรับโปรแกรมแล้ว

8.2 หมายเลข 101–124 เป็นข้อบังคับหรือไม่

ไม่ใช่ สามารถปรับหมายเลขภายในตามช่วงที่ Numbering Plan อนุญาต

8.3 ถ้าใช้ Rotary SLT

Feature Guide ระบุให้เลือก Plan 1 เมื่อใช้งานโทรศัพท์ SLT แบบหมุนหมายเลข

8.4 ต้องตั้งหมายเลขไม่ให้ซ้ำหรือไม่

ต้องกำหนดหมายเลขที่ไม่ขัดแย้งกับเบอร์อื่นและสอดคล้องกับเงื่อนไขของแผนหมายเลข

9. ช่วงหมายเลขที่โปรแกรม [009] รองรับ

ตาม Feature Guide สำหรับพื้นที่ทั่วไปนอกข้อยกเว้นบางประเทศ

Numbering Planช่วงหมายเลขที่กำหนดได้
Plan 1100–199
Plan 2100–499
Plan 310–49

9.1 ใช้เลข 201–224 ได้หรือไม่

ทำได้เฉพาะกรณีที่ Numbering Plan และข้อกำหนดของประเทศอนุญาต

9.2 ใช้เบอร์ 2 หลักได้ไหม

ได้ใน Plan 3 ตามช่วงหมายเลขที่รองรับ

9.3 ทำไมไม่ควรเปลี่ยน Numbering Plan โดยไม่วางแผน

เพราะอาจเปลี่ยนหรือกระทบหมายเลขเบอร์ภายในและรหัสการใช้งานของระบบ ทำให้พนักงานกดคำสั่งเดิมไม่ได้

10. ตัวอย่างการวางแผนเบอร์ภายใน 101–124

ตารางต่อไปนี้เป็นตัวอย่างสำหรับสำนักงานที่ใช้ Numbering Plan 1 หรือ 2 และยังใช้หมายเลขเริ่มต้นตามลำดับ Jack

Jackเบอร์ตัวอย่างหน่วยงาน
01101ประชาสัมพันธ์
02102ประชาสัมพันธ์สำรอง
03103ฝ่ายขาย 1
04104ฝ่ายขาย 2
05105ฝ่ายขาย 3
06106ฝ่ายบัญชี 1
07107ฝ่ายบัญชี 2
08108ผู้จัดการ
09109ฝ่ายบริการ 1
10110ฝ่ายบริการ 2
11111ฝ่ายบริการ 3
12112ฝ่ายคลังสินค้า
13113ฝ่ายจัดซื้อ
14114ห้องประชุม
15115ธุรการ
16116ฝ่ายไอที
17117ฝ่ายขาย 4
18118ฝ่ายขาย 5
19119ฝ่ายบัญชี 3
20120ฝ่ายบริการ 4
21121ผู้ช่วยผู้จัดการ
22122ห้องรักษาความปลอดภัย
23123จุดสำรอง
24124จุดสำรอง

10.1 ต้องใช้ตามตารางนี้หรือไม่

ไม่จำเป็น ให้ปรับตามโครงสร้างองค์กรและประเภทโทรศัพท์ที่พอร์ตจริงรองรับ

10.2 หมายเลขที่เหลือควรใช้อย่างไร

สามารถสำรองสำหรับแผนกใหม่หรือการย้ายตำแหน่งพนักงาน โดยไม่จำเป็นต้องติดตั้งโทรศัพท์ครบทุกพอร์ตทันที

11. PT กับ SLT ต่างกันอย่างไร

11.1 Panasonic PT

Proprietary Telephone เป็นโทรศัพท์ที่รองรับฟังก์ชันเฉพาะของ Panasonic เช่น ปุ่ม CO, DSS, BLF และหน้าจอตามรุ่น

11.2 SLT

Single Line Telephone เป็นโทรศัพท์อนาล็อกทั่วไป ใช้การกดรหัสฟังก์ชันตามความสามารถของ PBX

11.3 ตารางเปรียบเทียบ

รายการPTSLT
จำนวนตัวนำตามคู่มือ42
ขั้วใช้งานT/R/H/LT/R
ปุ่ม CO แบบเฉพาะระบบตามรุ่นไม่มี
DSS/BLF แบบโทรศัพท์ PTตามรุ่นไม่รองรับในรูปแบบเดียวกัน
ใช้บนพอร์ต Hybridได้เมื่อเข้ากันได้
ใช้บนพอร์ต SLT-onlyไม่ควรใช้เป็น PTได้

11.4 ทำไมต้องตรวจประเภทโทรศัพท์ก่อนซื้อการ์ด

เพราะพอร์ต SLT-only ไม่ได้รองรับการทำงานของ PT แบบ Hybrid

12. คู่สาย T/R/H/L คืออะไร

Panasonic Installation Manual หมวด Connecting Extensions ระบุว่ามีตัวนำสี่ตำแหน่ง ได้แก่ T, R, H และ L

12.1 T และ R

เป็นคู่สายที่ใช้กับโทรศัพท์อนาล็อก SLT

12.2 H และ L

เป็นคู่เพิ่มเติมสำหรับโทรศัพท์ Panasonic PT และอุปกรณ์ที่รองรับ

12.3 PT ใช้กี่คู่

ใช้ 2 คู่ รวม 4 ตัวนำ

12.4 SLT ใช้กี่คู่

ใช้ 1 คู่ รวม 2 ตัวนำ

12.5 หากต่อผิดคู่จะเกิดอะไร

โทรศัพท์อาจไม่มี Dial Tone ไม่เริ่มทำงาน หรือทำงานผิดปกติ

13. RJ11 และหัวต่อสายโทรศัพท์ต้องเลือกอย่างไร

การเพิ่มเบอร์ภายในต้องตรวจหัวต่อ Modular Plug และจำนวนหน้าสัมผัสให้ถูกต้อง

13.1 สำหรับ SLT

ต้องมีคู่ T/R เชื่อมต่อถูกตำแหน่ง

13.2 สำหรับ PT

ต้องมีสายครบ 4 ตัวนำตามคู่ T/R/H/L และพอร์ตที่รองรับ

13.3 ทำไมไม่ควรดูชื่อ RJ11 หรือ RJ12 เพียงอย่างเดียว

เพราะหัวต่อที่เรียกชื่อคล้ายกันอาจมีจำนวนหน้าสัมผัสแตกต่างกัน ต้องตรวจจำนวน Contact และตำแหน่งสายจริง

13.4 ควรใช้สายสำเร็จรูปหรือไม่

ใช้ได้หากสายตรงตามชนิดอุปกรณ์ แต่ควรตรวจความเข้ากันได้กับโทรศัพท์และพอร์ตก่อนใช้งาน

14. ใช้สาย CAT5 หรือ CAT6 เดินเบอร์ภายในได้ไหม

ใช้ได้เมื่อจัดคู่สายและเชื่อมต่อให้ตรงกับข้อกำหนดของวงจรโทรศัพท์

14.1 PT

ต้องจัดให้มีตัวนำที่เหมาะสมครบ 2 คู่

14.2 SLT

ใช้คู่สาย T/R จำนวน 1 คู่

14.3 ต้องแยกจากระบบ LAN หรือไม่

ต้องออกแบบพอร์ตและการเข้าหัวให้ชัดเจน ไม่ควรนำพอร์ตโทรศัพท์ที่มีแรงดันจาก PBX ไปต่อเข้าพอร์ต Ethernet โดยตรง

14.4 ทำไมต้องทำป้ายสาย

เพื่อให้รู้ว่าช่องใดเป็นโทรศัพท์ ช่องใดเป็น LAN และปลายสายเชื่อม Extension Jack หมายเลขใด

15. สายโทรศัพท์ภายในเดินได้ไกลแค่ไหน

ระยะทางสูงสุดแตกต่างกันตามชนิดโทรศัพท์และขนาดตัวนำ

15.1 ระยะตาม Installation Manual

สายPT/DSSSLT
ตัวนำ 0.4 มม.140 เมตร698 เมตร
ตัวนำ 0.5 มม.229 เมตร1,128 เมตร
ตัวนำ 0.65 มม.360 เมตร1,798 เมตร
CAT5 ตามเงื่อนไขคู่มือ229 เมตร1,128 เมตร

15.2 ระยะดังกล่าวรับประกันทุกสภาพหน้างานหรือไม่

ไม่ใช่ ต้องตรวจสภาพสายจริง จุดต่อจำนวนมาก ความชื้น และสัญญาณรบกวนร่วมด้วย

15.3 ระยะนี้เป็นระยะ LAN Ethernet หรือไม่

ไม่ใช่ เป็นข้อกำหนดของวงจรโทรศัพท์บน KX-TES824 ไม่ใช่ความยาวมาตรฐานของเครือข่าย Ethernet

16. ลำดับการติดตั้งการ์ดเพิ่ม Extension

Installation Manual หมวด 2.3 กำหนดวิธีติดตั้ง Optional Service Cards และตำแหน่ง Connector ของแต่ละการ์ดไว้โดยเฉพาะ

16.1 หากเพิ่มจาก 8 เป็น 16

ช่างเลือกการ์ดหนึ่งชุดตามรูปแบบที่รองรับและชนิด Extension ที่ต้องการ

16.2 หากเพิ่มจาก 16 เป็น 24

ตรวจการ์ดเดิมก่อนว่ารองรับการเพิ่มการ์ดชุดที่สองรุ่นใด

16.3 กรณี KX-TE82483 กับ KX-TE82474

คู่มือกำหนดให้ติดตั้ง KX-TE82474 ซ้อนด้านบน KX-TE82483

16.4 กรณี KX-TE82483 กับ KX-TE82480

คู่มือกำหนดให้ติดตั้ง KX-TE82480 ซ้อนด้านบน KX-TE82483

16.5 ใครควรติดตั้ง

ช่างที่มีความชำนาญและได้รับอนุญาตเท่านั้น โดยต้องดำเนินงานด้านไฟฟ้าและวงจรภายในตามข้อกำหนดของผู้ผลิต

17. ทำไมต้องปิดเครื่องก่อนติดตั้งการ์ด

Optional Service Card เชื่อมต่อกับวงจรภายใน PBX

17.1 ความเสี่ยงเมื่อเปิดเครื่อง

อาจทำให้วงจรเสียหายหรือเกิดความผิดปกติจากการเชื่อมต่ออุปกรณ์ขณะที่มีไฟ

17.2 คู่มือกำหนดอะไร

ต้องปิด PBX และถอดสาย AC ก่อนติดตั้งการ์ด พร้อมจัดการแหล่งจ่ายไฟสำรองตามขั้นตอนความปลอดภัย

17.3 ปิดสวิตช์ OFF เพียงอย่างเดียวพอหรือไม่

ไม่ควรถือว่าเพียงพอ เพราะเครื่องยังอาจเชื่อมต่อกับแหล่งไฟผ่านสาย AC หรือแบตเตอรี่สำรอง

17.4 ผู้ใช้งานทั่วไปเปิดฝาตู้ได้ไหม

ไม่ควร งานเปิดฝา ติดตั้งการ์ดและตรวจวงจรภายในต้องให้ช่างผู้ชำนาญดำเนินการ

18. ขั้นตอนวางแผนเพิ่ม Extension ก่อนลงมือ

18.1 สำรวจจำนวนผู้ใช้งาน

ตรวจจำนวนพนักงาน โทรศัพท์ และพื้นที่ที่ต้องการติดตั้ง

18.2 ตรวจจำนวน Extension Jack เดิม

แยกพอร์ตที่ใช้งาน พอร์ตว่าง และพอร์ตที่มีปัญหา

18.3 ตรวจชนิดโทรศัพท์

นับ PT และ SLT แยกกัน

18.4 ตรวจการ์ดที่ติดตั้ง

ใช้เอกสารระบบหรือให้ช่างตรวจการ์ดจริง

18.5 เลือกรูปแบบขยาย

กำหนดว่าใช้ 16 หรือ 24 พอร์ต และมีความต้องการ CO Line เพิ่มหรือไม่

18.6 วางแผนผังหมายเลข

กำหนดความสัมพันธ์ของ Jack กับเบอร์ภายใน

18.7 วางแผนเดินสาย

ตรวจเส้นทาง ระยะสายและจุดต่อ

18.8 สำรองข้อมูล

เก็บค่าระบบก่อนมีการเปลี่ยนโปรแกรมหรือฮาร์ดแวร์

19. KX-TE Maintenance Console จำเป็นหรือไม่

KX-TE Maintenance Console เป็นเครื่องมือสำหรับจัดการและสำรองค่าระบบที่ช่างสามารถใช้กับ KX-TES824 ตามเวอร์ชันที่รองรับ

19.1 ประโยชน์

  • ตรวจค่าระบบ
  • สำรองโปรแกรม
  • ตรวจ Extension Number
  • ตรวจการตั้งค่าอื่นที่เกี่ยวข้อง
  • บันทึกข้อมูลก่อนและหลังปรับระบบ

19.2 ใช้แทนการติดตั้งการ์ดได้หรือไม่

ไม่ได้ เพราะโปรแกรมไม่สามารถสร้างพอร์ต Extension ทางกายภาพเพิ่มเติมได้

19.3 ต้องตรวจเวอร์ชันหรือไม่

ควรตรวจความเข้ากันได้ของ Maintenance Console กับรุ่นและเวอร์ชัน PBX

20. ขั้นตอนตรวจโปรแกรม [009] หลังเพิ่มการ์ด

ขั้นตอนนี้เป็นงาน System Programming สำหรับผู้ได้รับอนุญาต

20.1 หลักการ

  1. ตรวจ Numbering Plan ปัจจุบัน
  2. ตรวจจำนวน Extension Jack ที่มีจริง
  3. จัดทำรายการหมายเลขที่ต้องการ
  4. ตรวจหมายเลขซ้ำหรือขัดกับแผนเดิม
  5. เข้าโปรแกรม [009]
  6. เลือก Extension Jack
  7. กำหนดหมายเลขที่ต้องการ
  8. บันทึกค่าตามขั้นตอน
  9. ทดสอบโทรภายใน
  10. อัปเดตเอกสารระบบ

20.2 ขั้นตอนบน PT สำหรับช่าง

เข้าสู่ System Programming จากโทรศัพท์ที่รองรับด้วยสิทธิ์ผู้ดูแล จากนั้นเลือก 009 และทำตามรูปแบบการเลือก Numbering Plan, Extension Jack และ Extension Number ที่ Feature Guide ระบุ

20.3 ทำไมไม่ควรแก้ทีละเบอร์โดยไม่มีผัง

เพราะอาจทำให้พนักงานบางแผนกใช้เบอร์เดิมไม่ได้ หรือเกิดความสับสนระหว่างหมายเลขจริงกับชื่อแผนก

21. ตรวจหมายเลข Extension ของโทรศัพท์ PT อย่างไร

User Manual ระบุวิธีตรวจหมายเลขเบอร์และ Jack ของตนเองผ่าน Display PT

21.1 ขั้นตอน

  1. วางหูโทรศัพท์
  2. กด PROGRAM
  3. กด 6
  4. กด HOLD
  5. ดูข้อมูลหมายเลขบนหน้าจอ
  6. กด PROGRAM เพื่อออก

21.2 ใช้ทุกโทรศัพท์ได้หรือไม่

ต้องเป็น Display PT ที่รองรับวิธีดังกล่าว

21.3 วิธีนี้แสดงอะไร

ช่วยตรวจว่าหมายเลขโทรศัพท์ภายในตรงกับ Jack หรือค่าที่คาดหวังหรือไม่

22. หลังเพิ่ม Extension ต้องตรวจ Dial Tone อย่างไร

22.1 สำหรับ SLT

ยกหูและตรวจว่ามี Dial Tone ที่ถูกต้อง

22.2 สำหรับ PT

ตรวจการเปิดทำงานและการรับสัญญาณ พร้อมทดสอบ Dial Tone และฟังก์ชันพื้นฐานตามรุ่น

22.3 หากไม่มี Dial Tone

ให้ตรวจโทรศัพท์ สายเชื่อมต่อ จุดต่อ และพอร์ต ก่อนสรุปว่าเป็นการ์ดเสีย

22.4 ต้องเปิดฝาเพื่อวัดแรงดันหรือไม่

ไม่ใช่งานของผู้ใช้งานทั่วไป หากต้องตรวจเชิงไฟฟ้าให้ช่างที่มีความชำนาญดำเนินการ

23. วิธีทดสอบการโทรภายในหลังขยายระบบ

23.1 ทดสอบจากพอร์ตเดิมไปพอร์ตใหม่

ให้เบอร์ 101 โทรไปยังเบอร์ใหม่ เช่น 117 หากตรงกับหมายเลขที่ตั้งไว้จริง

23.2 ทดสอบจากพอร์ตใหม่กลับพอร์ตเดิม

ให้เบอร์ใหม่โทรกลับมายัง 101

23.3 ทดสอบระหว่างพอร์ตใหม่

ใช้โทรศัพท์ใหม่สองเครื่องโทรหากัน

23.4 ทดสอบการรับสาย

ตรวจว่าปลายทางดังและสนทนาได้

23.5 ทดสอบเสียง

ต้องฟังทั้งสองทิศทางว่ามีเสียงซ่า เสียงฮัมหรือเสียงขาดหายหรือไม่

24. วิธีทดสอบการโทรออกหลังเพิ่ม Extension

แม้จะเพิ่มเฉพาะพอร์ตภายใน แต่ยังต้องตรวจสิทธิ์โทรออก

24.1 ตรวจ COS/TRS

พนักงานแต่ละแผนกอาจได้รับสิทธิ์โทรออกต่างกัน

24.2 ตรวจ Flexible Outward Dialling

ต้องตรวจว่า Extension ใหม่มีสิทธิ์ใช้ CO Line ที่กำหนดหรือไม่

24.3 ตรวจรหัสเลือกสายนอก

ใช้วิธีเข้าถึง CO Line ตาม Numbering Plan และการตั้งค่าจริง

24.4 ทดสอบด้วยหมายเลขที่ได้รับอนุญาต

ไม่ควรใช้หมายเลขฉุกเฉินหรือโทรรบกวนบุคคลภายนอกเพื่อทดลอง

25. เพิ่ม Extension แล้วรับสายเข้าได้ทันทีหรือไม่

ไม่จำเป็น

เพราะการรับสายจาก CO Line ขึ้นอยู่กับโปรแกรมสายเข้าและการกระจายสาย

25.1 โปรแกรมที่ควรตรวจ

โปรแกรมหน้าที่
[408–410]Flexible Ringing
[411–413]Delayed Ringing
[414–416]CO Line Mode
[600]Extension Group

25.2 หากต้องการให้เบอร์ใหม่รับสายฝ่ายขาย

อาจต้องกำหนด Ringing หรือสมาชิกกลุ่มรับสายตามลักษณะการทำงาน

25.3 ทำไมเพิ่มพอร์ตแล้วไม่ควรให้ทุกเครื่องดัง

เพราะอาจทำให้พนักงานทุกแผนกถูกรบกวนโดยไม่จำเป็น

26. เพิ่ม Extension แล้วใช้ DSS และ BLF ได้หรือไม่

ขึ้นอยู่กับรุ่นโทรศัพท์และประเภทพอร์ต

26.1 หากใช้ PT

สามารถกำหนดปุ่ม DSS และใช้ BLF ตามฟังก์ชันที่รองรับ

26.2 หากใช้ SLT

ไม่มีปุ่ม DSS/BLF แบบ PT โดยตรง แต่สามารถโทรหาเบอร์ภายในผ่านหมายเลขได้

26.3 ต้องแก้ปุ่ม DSS เดิมหรือไม่

หากสำนักงานเพิ่มหมายเลขเบอร์ใหม่ให้แผนกสำคัญ ควรอัปเดต DSS ของ Operator และผู้ใช้งานที่จำเป็น

27. เพิ่มเบอร์ภายในแล้วต้องตรวจอะไรเป็นพิเศษ

รายการเหตุผล
รุ่นการ์ดเพื่อให้ตรงกับ PT/SLT
Extension Jackเพื่อให้ตรงกับสายจริง
Numbering Planป้องกันเบอร์ผิดหรือขัดกัน
โปรแกรม [009]กำหนดหมายเลขภายใน
คู่สาย T/R/H/Lป้องกันอุปกรณ์ไม่ทำงาน
Dial Toneยืนยันการเชื่อมต่อ
Intercomยืนยันการโทรภายใน
COS/TRSควบคุมสิทธิ์โทรออก
Ringingรับสายเข้าตามหน้าที่
DSS/BLFอัปเดตปุ่มโทรศัพท์ที่เกี่ยวข้อง
System Backupเตรียมกู้คืนข้อมูล

28. เพิ่ม Extension แล้วโทรศัพท์ PT ไม่ติด แก้อย่างไร

28.1 ตรวจชนิดการ์ด

หากเป็น KX-TE82474 หรือ KX-TE82480 ต้องตรวจว่าโทรศัพท์ PT ไม่ได้ถูกต่อกับพอร์ต SLT-only

28.2 ตรวจคู่สาย

PT ต้องใช้ T/R/H/L ตามการเชื่อมต่อที่รองรับ

28.3 ตรวจหัวต่อ

อาจมีตัวนำไม่ครบหรือต่อผิดตำแหน่ง

28.4 ทดสอบด้วยโทรศัพท์ที่ทราบว่าใช้งานได้

ให้ช่างทดสอบกับพอร์ตและสายที่เข้ากันได้

28.5 ต้องเปลี่ยนการ์ดทันทีหรือไม่

ไม่ควรจนกว่าจะยืนยันว่าไม่ได้เกิดจากโทรศัพท์หรือการเดินสาย

29. เพิ่ม Extension แล้ว SLT ไม่มี Dial Tone

29.1 สาเหตุที่เป็นไปได้

  • ต่อสายผิดพอร์ต
  • สาย T/R ไม่ต่อถึง
  • หัวต่อเสีย
  • โทรศัพท์เสีย
  • จุดต่อหลวม
  • พอร์ตมีปัญหา
  • ระบบไฟ PBX ผิดปกติ

29.2 วิธีตรวจสำหรับเจ้าหน้าที่

ตรวจเฉพาะสายต่อภายนอกและทดลองโทรศัพท์หรือสายสำรองที่เข้ากันได้ ณ จุดใช้งานที่ปลอดภัย

29.3 วิธีตรวจของช่าง

ให้ช่างทดสอบด้วยโทรศัพท์และสายสั้นที่ทราบว่าใช้งานได้ และตรวจพอร์ตตาม Installation Manual

30. ต้องตรวจระบบ Power Failure Connections ด้วยหรือไม่

ควรตรวจหากการขยายระบบเกี่ยวข้องกับ Jack 09 หรือ 17 และสำนักงานใช้ฟังก์ชัน Power Failure Connections

30.1 คู่สายที่เกี่ยวข้อง

CO LineExtension Jack
CO1Jack 01
CO4Jack 09
CO7Jack 17

30.2 หมายความว่าทุก Jack ใช้ PFT ได้ไหม

ไม่ใช่ เฉพาะคู่ที่คู่มือกำหนดและมีวงจรติดตั้งรองรับ

30.3 ต้องใช้ SLT หรือ PT

การทำงานในโหมด PFT อาศัย SLT ที่เหมาะสมตามข้อกำหนด

30.4 ต้องจำลองไฟดับทันทีหลังติดตั้งหรือไม่

ไม่ควรทำโดยไม่มีแผน เพราะอาจตัดการสนทนาที่กำลังใช้งาน

31. Checklist ก่อนเพิ่มจำนวน Extension

  • ยืนยันรุ่น Panasonic KX-TES824
  • ตรวจจำนวนพอร์ตเดิม
  • ตรวจพอร์ตที่ยังว่าง
  • ตรวจรุ่นการ์ดที่ติดตั้งอยู่
  • กำหนดเป้าหมาย 16 หรือ 24 พอร์ต
  • ตรวจว่าต้องใช้ PT หรือ SLT
  • เลือก KX-TE82474, KX-TE82480 หรือ KX-TE82483
  • ตรวจการจับคู่การ์ดตามคู่มือ
  • ตรวจตำแหน่งและลำดับติดตั้ง
  • ตรวจความพร้อมของอะไหล่
  • ตรวจเส้นทางเดินสาย
  • ตรวจระยะสาย
  • จัดทำผัง Jack 01–24
  • วางแผน Extension Number
  • ตรวจ Numbering Plan
  • สำรอง System Programming
  • กำหนดช่วงหยุดระบบ
  • แจ้งพนักงานที่ได้รับผลกระทบ
  • เตรียมวิธีติดต่อสำรอง

32. Checklist หลังติดตั้งสำหรับช่าง

  • ตรวจรุ่นการ์ดถูกต้อง
  • ตรวจ Connector และอุปกรณ์ยึด
  • ตรวจฝาตู้ประกอบเรียบร้อย
  • ตรวจจำนวน Extension Jack ที่เพิ่ม
  • ตรวจประเภทพอร์ต Hybrid/SLT
  • ตรวจคู่สาย T/R/H/L
  • ตรวจหัวต่อโทรศัพท์
  • ตรวจ Extension Number [009]
  • ตรวจหมายเลขไม่ซ้ำ
  • ตรวจ Dial Tone ทุกพอร์ตใหม่
  • ทดสอบโทรภายใน
  • ทดสอบรับสายภายใน
  • ทดสอบโทรออกตามสิทธิ์
  • ทดสอบ Ringing
  • ทดสอบ Call Transfer
  • ทดสอบ Call Pickup หากเกี่ยวข้อง
  • ทดสอบ DSS/BLF สำหรับ PT
  • ตรวจคุณภาพเสียง
  • ตรวจสัญญาณรบกวน
  • ทดสอบสายเข้า CO Line ตามแผน
  • ตรวจ PFT หากเกี่ยวข้อง
  • อัปเดตผังเบอร์ภายใน
  • สำรองข้อมูลหลังตั้งค่า
  • ส่งมอบรายงานทดสอบ

33. แบบฟอร์มตรวจรับงานเพิ่มเบอร์ภายใน

ชื่อโครงการ: ______________________

สถานที่ติดตั้ง: _____________________

วันที่ติดตั้ง: _______________________

ผู้ติดตั้ง: _________________________

จำนวน Extension เดิม: _____________

จำนวน Extension หลังขยาย: _________

รุ่นการ์ดที่ติดตั้ง: _________________

Extension Jackเบอร์ที่กำหนดPT/SLTโทรภายในโทรออก
09____________☐ ผ่าน ☐ ไม่ผ่าน☐ ผ่าน ☐ N/A
10____________☐ ผ่าน ☐ ไม่ผ่าน☐ ผ่าน ☐ N/A
11____________☐ ผ่าน ☐ ไม่ผ่าน☐ ผ่าน ☐ N/A
12____________☐ ผ่าน ☐ ไม่ผ่าน☐ ผ่าน ☐ N/A
13____________☐ ผ่าน ☐ ไม่ผ่าน☐ ผ่าน ☐ N/A
14____________☐ ผ่าน ☐ ไม่ผ่าน☐ ผ่าน ☐ N/A
15____________☐ ผ่าน ☐ ไม่ผ่าน☐ ผ่าน ☐ N/A
16____________☐ ผ่าน ☐ ไม่ผ่าน☐ ผ่าน ☐ N/A
17____________☐ ผ่าน ☐ ไม่ผ่าน☐ ผ่าน ☐ N/A
18____________☐ ผ่าน ☐ ไม่ผ่าน☐ ผ่าน ☐ N/A
19____________☐ ผ่าน ☐ ไม่ผ่าน☐ ผ่าน ☐ N/A
20____________☐ ผ่าน ☐ ไม่ผ่าน☐ ผ่าน ☐ N/A
21____________☐ ผ่าน ☐ ไม่ผ่าน☐ ผ่าน ☐ N/A
22____________☐ ผ่าน ☐ ไม่ผ่าน☐ ผ่าน ☐ N/A
23____________☐ ผ่าน ☐ ไม่ผ่าน☐ ผ่าน ☐ N/A
24____________☐ ผ่าน ☐ ไม่ผ่าน☐ ผ่าน ☐ N/A

โปรแกรม [009]: ☐ ผ่าน ☐ ต้องแก้ไข

คุณภาพเสียง: ☐ ผ่าน ☐ ต้องแก้ไข

รับสายเข้าจาก CO Line: ☐ ผ่าน ☐ ต้องแก้ไข

ตรวจสิทธิ์โทรออก: ☐ ผ่าน ☐ ต้องแก้ไข

สำรองค่าระบบ: ☐ เรียบร้อย ☐ รอดำเนินการ

ปัญหาที่พบ: ______________________

รายการที่แก้ไข: ____________________

รายการต้องติดตาม: ________________

ผู้ตรวจรับ: _______________________

34. คำถามที่พบบ่อย FAQ

Panasonic KX-TES824 เพิ่มเบอร์ภายในได้หรือไม่

ได้ โดยติดตั้งการ์ด Extension ที่รองรับตามรูปแบบการขยายใน Installation Manual

Panasonic KX-TES824 มีเบอร์ภายในเริ่มต้นกี่พอร์ต

มี 8 Extension Ports

Panasonic KX-TES824 เพิ่มเบอร์ภายในได้สูงสุดกี่พอร์ต

สูงสุด 24 Extension Ports

เพิ่มจาก 8 เป็น 16 เบอร์ต้องใช้การ์ดอะไร

เลือก KX-TE82474, KX-TE82480 หรือ KX-TE82483 ตามชนิดโทรศัพท์และการขยายที่ต้องการ

เพิ่มจาก 16 เป็น 24 เบอร์ต้องใช้การ์ดอะไร

ขึ้นอยู่กับการ์ดเดิม โดยรูปแบบที่รองรับ ได้แก่ KX-TE82483 ร่วมกับ KX-TE82474 หรือ KX-TE82480

KX-TE82474 คืออะไร

การ์ดเพิ่ม SLT Extension 8 พอร์ตโดยไม่เพิ่ม CO Line

KX-TE82480 คืออะไร

การ์ดเพิ่ม 8 SLT Extensions และ 2 CO Lines

KX-TE82483 คืออะไร

การ์ดเพิ่ม 8 Hybrid Extensions และ 3 CO Lines

การ์ด KX-TE82474 ใช้ PT ได้ไหม

ไม่ได้ในฐานะพอร์ต Hybrid PT เพราะการ์ดถูกออกแบบเป็น SLT Extension

PT กับ SLT ต่างกันอย่างไร

PT เป็นโทรศัพท์ Panasonic เฉพาะระบบ ใช้สาย T/R/H/L ตามรุ่น ส่วน SLT เป็นโทรศัพท์อนาล็อกใช้คู่ T/R

Extension Jack 01 คือเบอร์ 101 เสมอหรือไม่

ไม่จำเป็น ขึ้นอยู่กับ Numbering Plan และค่าที่กำหนดในโปรแกรม [009]

โปรแกรม [009] ใช้ทำอะไร

กำหนด Numbering Plan และหมายเลข Extension ของแต่ละ Jack

ใช้หมายเลข 101–124 ได้หรือไม่

ได้ตาม Numbering Plan และการตั้งค่าที่เหมาะสม โดยเป็นชุดหมายเลขเริ่มต้นใน Plan 1/2 ของพื้นที่ทั่วไป

ตั้งหมายเลขสองหลักได้ไหม

ได้เมื่อใช้ Numbering Plan 3 ตามช่วงหมายเลขที่รองรับ

ต้องเปลี่ยนหมายเลขเบอร์เดิมทุกเครื่องหรือไม่

ไม่จำเป็น ควรรักษาเบอร์เดิมหากไม่มีเหตุจำเป็นต้องเปลี่ยน

ใช้สาย LAN CAT5 เดินโทรศัพท์ภายในได้หรือไม่

ใช้ได้เมื่อจัดคู่สายและหัวต่อถูกต้องตามการเชื่อมต่อโทรศัพท์

เพิ่มเบอร์แล้วไม่มี Dial Tone ต้องตรวจอะไร

ตรวจโทรศัพท์ สายคู่ T/R หรือ H/L ชนิดพอร์ต และการเชื่อมต่อก่อนสรุปว่าการ์ดเสีย

เพิ่มเบอร์แล้วโทรภายในได้แต่โทรออกไม่ได้เพราะอะไร

อาจเกิดจากสิทธิ์ COS/TRS หรือ Flexible Outward Dialling ไม่ใช่จากการ์ด Extension เสมอไป

เพิ่มเบอร์แล้วรับสายนอกไม่ดังเพราะอะไร

อาจยังไม่ได้กำหนด Flexible Ringing, Delayed Ringing หรือการรับสายในกลุ่มที่เกี่ยวข้อง

ติดตั้งการ์ด Extension เองได้ไหม

ไม่ควร ต้องให้ช่างที่มีความชำนาญดำเนินการตามคู่มือและข้อกำหนดความปลอดภัย

เพิ่มการ์ดแล้วต้อง Factory Reset หรือไม่

ไม่จำเป็น และไม่ควรทำโดยไม่มีเหตุ เพราะอาจทำให้ข้อมูลโปรแกรมเดิมสูญหาย

35. สรุป Panasonic KX-TES824 เพิ่มจำนวนเบอร์ภายในได้อย่างไร

Panasonic KX-TES824 รองรับ Extension เริ่มต้น 8 พอร์ต และสามารถขยายเป็น 16 หรือสูงสุด 24 พอร์ตได้ โดยติดตั้งการ์ดที่ Panasonic รองรับตามรูปแบบที่กำหนดใน Installation Manual

KX-TE82474 เพิ่ม SLT Extension 8 พอร์ตโดยไม่เพิ่มสายนอก ส่วน KX-TE82480 เพิ่ม SLT Extension 8 พอร์ตพร้อม CO Line 2 เส้น และ KX-TE82483 เพิ่ม Hybrid Extension 8 พอร์ตพร้อม CO Line 3 เส้น

หากต้องการขยายถึง 24 Extension ต้องเลือกการจับคู่การ์ดที่รองรับ โดยมี KX-TE82483 เป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบการขยายเต็มระบบที่คู่มือระบุ

Extension Jack 01–24 คือหมายเลขพอร์ตจริง ส่วนเบอร์ภายในสามารถกำหนดผ่านโปรแกรม [009] ตาม Numbering Plan ที่ใช้งาน เช่น 101–124 เป็นตัวอย่างของแผนหมายเลขเริ่มต้น ไม่ใช่ข้อบังคับของทุกระบบ

ก่อนเลือกการ์ดต้องแยกโทรศัพท์ PT กับ SLT เพราะ PT ต้องการพอร์ตและสาย T/R/H/L ที่รองรับ ขณะที่ SLT ใช้คู่ T/R เท่านั้น

หลังติดตั้งควรทดสอบ Dial Tone การโทรภายใน การโทรออกตามสิทธิ์ การรับสาย คุณภาพเสียง และผังหมายเลขทุกพอร์ต รวมถึงอัปเดตปุ่ม DSS ของผู้ใช้งานที่เกี่ยวข้องและสำรองค่าระบบหลังตั้งค่าเสร็จ

ComSiam แนะนำให้สำนักงานวางแผนเพิ่มเบอร์ภายในตามจำนวนผู้ใช้งานและชนิดโทรศัพท์จริง พร้อมให้ช่างตรวจการ์ดและเดินสายตามคู่มือ เพื่อให้ Panasonic KX-TES824 ขยายระบบได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย และไม่ต้องเปลี่ยนอุปกรณ์เกินความจำเป็น

ComSiam Professional Team