Panasonic KX-TES824 เพิ่มจำนวนสายนอกได้อย่างไร

Panasonic KX-TES824 เพิ่มจำนวนสายนอกได้อย่างไร? สามารถเพิ่มจำนวนสายนอกหรือ Outside CO Line ได้โดยติดตั้งการ์ดขยายที่ Panasonic รองรับ ได้แก่ KX-TE82483 ซึ่งเพิ่ม 3 CO Line และ 8 Hybrid Extensions หรือ KX-TE82480 ซึ่งเพิ่ม 2 CO Line และ 8 SLT Extensions โดยรุ่น KX-TES824 มีความจุเริ่มต้น 3 สายนอกและ 8 เบอร์ภายใน และขยายสูงสุดเป็น 8 สายนอกกับ 24 เบอร์ภายใน

หากต้องการขยายจาก 3 สายนอกเป็น 5 สายนอก สามารถใช้ KX-TE82480 ได้ ส่วนการขยายเป็น 6 สายนอกใช้ KX-TE82483 และหากต้องการครบ 8 สายนอก ต้องติดตั้ง KX-TE82483 ร่วมกับ KX-TE82480 ตามลำดับและตำแหน่งที่คู่มือติดตั้งกำหนด

อย่างไรก็ตาม การติดตั้งการ์ดเพิ่ม CO Line ไม่ได้ทำให้มีหมายเลขโทรศัพท์ภายนอกเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ สำนักงานยังต้องมีคู่สายหรือบริการโทรศัพท์อนาล็อกจากผู้ให้บริการเพียงพอกับจำนวนพอร์ตใหม่ เช่น สาย PSTN, พอร์ต FXS ของ ONT หรือ VoIP Gateway ที่ใช้งานร่วมกับตู้สาขาได้

หลังติดตั้งการ์ด ช่างต้องตรวจสอบโปรแกรมสำคัญ ได้แก่ [400] CO Line Connection, [401] Dial Mode, [404] CO Line Group Number, [405–407] Flexible Outward Dialling, [408–410] Flexible Ringing, [411–413] Delayed Ringing และ [414–416] CO Line Mode เพื่อให้โทรเข้าออกได้ตามแผนการใช้งานของสำนักงาน

ข้อควรระวัง: การเปิดฝาตู้ ติดตั้งการ์ด เชื่อมต่อสายนอก และตรวจแรงดันโทรศัพท์ต้องดำเนินการโดยช่างผู้มีความชำนาญเท่านั้น ห้ามผู้ใช้งานทั่วไปเปิดฝาตู้หรือถอดเสียบการ์ดเอง เพราะอาจเกิดอันตรายจากไฟฟ้า ทำให้การ์ดเสียหาย หรือทำให้ระบบโทรศัพท์ทั้งหมดหยุดทำงาน

บทความนี้ ComSiam อธิบายวิธีเพิ่มจำนวนสายนอก Panasonic KX-TES824 อย่างละเอียด ตั้งแต่การเลือกการ์ดขยาย ลำดับ CO1–CO8 การเลือกบริการ PSTN/ONT/VoIP Gateway การตั้งโปรแกรม การทดสอบสายเข้าออก การป้องกันไฟกระชาก ตลอดจน Checklist และ FAQ สำหรับติดตั้งและส่งมอบงาน

1. Panasonic KX-TES824 เพิ่มสายนอกได้สูงสุดกี่เส้น

Panasonic KX-TES824 เป็นตู้สาขาแบบ Advanced Hybrid System ที่ออกแบบสำหรับสำนักงานขนาดเล็กและขนาดกลาง

1.1 ความจุพื้นฐาน

  • Outside CO Line 3 เส้น
  • Extension 8 พอร์ต

1.2 ความจุสูงสุด

  • Outside CO Line 8 เส้น
  • Extension 24 พอร์ต

1.3 เพิ่มเกิน 8 สายนอกได้หรือไม่

ไม่สามารถเพิ่มผ่านการ์ดขยายมาตรฐานของ KX-TES824 ให้เกินความจุสูงสุด 8 CO Line ได้

หากต้องการจำนวนสายนอกหรือการสนทนาพร้อมกันมากกว่านี้ ควรประเมินระบบโทรศัพท์รุ่นอื่นหรือระบบ IP PBX ที่เหมาะสม

2. ตารางรูปแบบการขยาย CO Line ทั้งหมด

การ์ดที่ติดตั้งเพิ่มเติมCO Line รวมExtension รวม
ไม่มีการ์ดขยาย38
KX-TE82480516
KX-TE82483616
KX-TE82483 + KX-TE82474624
KX-TE82483 + KX-TE82480824

2.1 ทำไมบางรูปแบบเพิ่ม Extension แต่ไม่เพิ่ม CO Line

เพราะ KX-TE82474 เป็นการ์ดสำหรับเพิ่ม SLT Extension โดยเฉพาะ

2.2 ขยายเป็น 7 CO Line ได้หรือไม่

ไม่มีรูปแบบการ์ดมาตรฐานที่เพิ่มความจุพอร์ตให้เป็น 7 CO Line โดยตรง แต่สามารถติดตั้งระบบ 8 CO Line แล้วเปิดใช้บริการจริงเพียง 7 เส้น โดยปิดพอร์ตที่ไม่ได้ต่อสายผ่านโปรแกรมตามความเหมาะสม

2.3 หมายความว่าต้องใช้ทุก CO Line หรือไม่

ไม่จำเป็น ควรเปิดใช้งานเฉพาะวงจรที่ติดตั้งและได้รับบริการจริง

3. KX-TE82483 คืออะไร

KX-TE82483 — 3-Port Analogue CO Line and 8-Port Hybrid Extension Card

เป็นการ์ดขยายสำหรับเพิ่มสายนอก 3 เส้นและเบอร์ภายในแบบ Hybrid 8 พอร์ต

3.1 คุณสมบัติหลัก

รายการความสามารถ
รุ่นการ์ดKX-TE82483
เพิ่ม CO Line3
เพิ่ม Extension8
ประเภท ExtensionHybrid

3.2 เหมาะกับสำนักงานใด

เหมาะกับสำนักงานที่ต้องการเพิ่มสายนอกและยังต้องการใช้งานโทรศัพท์ Panasonic Proprietary Telephone บนพอร์ต Hybrid ที่รองรับ

3.3 เมื่อติดตั้งกับเครื่องพื้นฐาน

จำนวน CO Line เพิ่มจาก 3 เป็น 6 และ Extension เพิ่มจาก 8 เป็น 16

3.4 ต้องใช้อุปกรณ์จริงหรือไม่

ต้องมีการ์ดที่เข้ากันได้และติดตั้งถูกต้องตามคู่มือ ไม่สามารถเปิด CO4–CO6 ผ่านโปรแกรมโดยไม่มีวงจรฮาร์ดแวร์รองรับ

4. KX-TE82480 คืออะไร

KX-TE82480 — 2-Port Analogue CO Line and 8-Port SLT Extension Card

4.1 คุณสมบัติ

  • เพิ่ม CO Line 2 เส้น
  • เพิ่ม SLT Extension 8 พอร์ต
  • รองรับรูปแบบการขยายตาม Installation Manual

4.2 ติดตั้งกับเครื่องพื้นฐานได้หรือไม่

ได้ โดยเพิ่มจาก 3 CO Line / 8 Extension เป็น 5 CO Line / 16 Extension

4.3 ติดตั้งร่วมกับ KX-TE82483 ได้หรือไม่

ได้ และทำให้ระบบขยายเป็น 8 CO Line / 24 Extension

4.4 ข้อแตกต่างสำคัญ

พอร์ต Extension ที่ KX-TE82480 เพิ่มเป็น SLT ไม่ใช่ Hybrid PT ดังนั้นหากต้องเพิ่มโทรศัพท์ Panasonic PT ควรตรวจแผนชนิดพอร์ตให้ดี

5. KX-TE82474 เพิ่มสายนอกได้หรือไม่

ไม่ได้

KX-TE82474 เป็นการ์ดเพิ่ม SLT Extension 8 พอร์ต โดยไม่ได้เพิ่ม CO Line

5.1 ใช้ทำอะไร

เหมาะกับการเพิ่มเบอร์โทรศัพท์อนาล็อกภายใน

5.2 ขยายระบบ 6 CO / 24 Extension ได้ไหม

ได้เมื่อใช้ KX-TE82483 ร่วมกับ KX-TE82474 ตามรูปแบบที่คู่มือรองรับ

5.3 ทำไมต้องรู้เรื่องนี้ก่อนซื้อ

เพราะการซื้อการ์ดเพิ่ม Extension ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาสายนอกไม่พอ

6. ลำดับ CO1–CO8 หลังติดตั้งการ์ด

สำหรับการขยายมาตรฐานที่ใช้ KX-TE82483 และ KX-TE82480 สามารถจัดกลุ่มพอร์ตได้ดังนี้

หมายเลข CO Lineที่มาของพอร์ตในระบบเต็ม
CO1เครื่องพื้นฐาน
CO2เครื่องพื้นฐาน
CO3เครื่องพื้นฐาน
CO4KX-TE82483
CO5KX-TE82483
CO6KX-TE82483
CO7KX-TE82480
CO8KX-TE82480

6.1 ถ้าติดตั้ง KX-TE82480 เพียงใบเดียว

ระบบจะมี 5 CO Line ซึ่งต้องตรวจลำดับหมายเลขพอร์ตตามผังของรูปแบบการติดตั้งนั้น

6.2 ถ้าเพิ่มการ์ดใบที่สองภายหลัง

ควรจัดทำผังใหม่เพื่อยืนยันหมายเลขพอร์ตและบริการต้นทางทุกเส้น

6.3 ทำไมต้องติดป้าย CO Line

เพื่อให้แยกได้ว่าสายนอกเส้นใดมาจากผู้ให้บริการ หมายเลขใด และต่อกับพอร์ตใดของ PBX

7. ลำดับติดตั้งการ์ด KX-TE82483 และ KX-TE82480

Installation Manual หมวด 2.3 ระบุแนวทางติดตั้งการ์ดขยายไว้เป็นการเฉพาะ

7.1 กรณีขยายเป็น 6 CO Line

ติดตั้ง KX-TE82483 ตามตำแหน่งการ์ดที่คู่มือกำหนด

7.2 กรณีขยายเป็น 8 CO Line

ติดตั้ง KX-TE82480 ซ้อนด้านบน KX-TE82483 ตามภาพและขั้นตอนของคู่มือ

7.3 ทำไมต้องยึดตำแหน่งตามคู่มือ

เพราะการ์ดใช้ชุดขั้วต่อและอุปกรณ์ยึดที่ออกแบบไว้ตามตำแหน่ง ไม่ควรเปลี่ยนลำดับตามความสะดวก

7.4 ใครติดตั้ง

เฉพาะช่างที่มีความชำนาญและได้รับอนุญาต โดยต้องปิด PBX ถอดสาย AC และจัดการแหล่งไฟสำรองอย่างปลอดภัยตามข้อกำหนดก่อนทำงาน

8. ก่อนเพิ่ม CO Line ต้องตรวจอะไร

8.1 ตรวจหมายเลขรุ่น

ยืนยันว่าเป็น KX-TES824 ไม่ใช่รุ่นอื่นที่ใช้จำนวนสายนอกพื้นฐานต่างกัน

8.2 ตรวจการ์ดเดิม

ต้องทราบว่ามี KX-TE82480, KX-TE82483 หรือ KX-TE82474 ติดตั้งอยู่หรือไม่

8.3 ตรวจพอร์ตที่เหลือ

ดูจำนวน CO Line ที่ยังว่างและตำแหน่งการ์ดที่รองรับ

8.4 ตรวจบริการจากผู้ให้บริการ

ต้องยืนยันว่ามีสายหรือพอร์ต FXS ที่ใช้งานจริงเพียงพอ

8.5 ตรวจความต้องการโทรพร้อมกัน

ประเมินจำนวนสายสนทนาภายนอกที่ใช้งานพร้อมกันในช่วงเร่งด่วน

8.6 สำรองโปรแกรม

บันทึกค่าปัจจุบันก่อนดำเนินการเปลี่ยนฮาร์ดแวร์หรือโปรแกรมสำคัญ

9. เพิ่ม CO Line เพื่อแก้ปัญหาสายไม่พอได้อย่างไร

สายนอกหนึ่งวงจรอนาล็อกโดยทั่วไปใช้รองรับการสนทนาภายนอกหนึ่งสาย ณ เวลาหนึ่ง

9.1 ตัวอย่าง

สำนักงานมี CO Line 3 เส้น หากทั้งสามเส้นกำลังใช้งานอยู่พร้อมกัน ผู้ใช้อื่นอาจไม่สามารถเริ่มการโทรภายนอกผ่านกลุ่มสายนั้นได้

9.2 เพิ่มเป็น 5 CO Line ช่วยอะไร

เพิ่มจำนวนวงจรที่ระบบเลือกใช้ได้ หากมีบริการต้นทางและสิทธิ์การใช้งานครบ

9.3 เพิ่มเป็น 8 CO Line ช่วยอะไร

เพิ่มความสามารถรองรับการสนทนาภายนอกพร้อมกันได้สูงสุดตามจำนวนสายนอกที่พร้อมใช้งานและข้อจำกัดระบบ

9.4 จำนวน CO Line เท่ากับจำนวน Extension หรือไม่

ไม่เท่ากัน เพราะเบอร์ภายในหลายเบอร์สามารถใช้สายนอกเป็นทรัพยากรร่วมกัน

10. PSTN ใช้เพิ่ม CO Line ได้หรือไม่

ได้เมื่อเป็นบริการสายโทรศัพท์อนาล็อกที่เข้ากันได้กับ CO Line ของ KX-TES824

10.1 ต้องตรวจอะไร

  • บริการยังเปิดใช้งาน
  • มี Dial Tone
  • รับสายเข้าได้
  • โทรออกได้
  • ไม่มีเสียงรบกวนผิดปกติ
  • รูปแบบ DTMF หรือ Pulse ตรงกับการตั้งค่า
  • มีการป้องกัน Surge ตามความเสี่ยง

10.2 ถ้าเป็นสายโทรศัพท์ดิจิทัลโดยตรง

ไม่สามารถนำมาต่อ CO Line อนาล็อกได้โดยไม่ใช้อุปกรณ์แปลงที่เหมาะสม

11. เพิ่ม CO Line จาก ONT ได้ไหม

ได้เมื่อ ONT มีพอร์ตโทรศัพท์อนาล็อกแบบ FXS ที่รองรับบริการโทรศัพท์และทำงานร่วมกับพอร์ต CO Line ของ PBX ได้

11.1 ตัวอย่าง

ONT มีพอร์ต TEL1 และ TEL2 ที่ผู้ให้บริการเปิดบริการสองวงจรจริง

11.2 ต่อเข้ากับ CO Line อย่างไร

ให้ช่างใช้สายโทรศัพท์ที่เข้ากันได้เชื่อมพอร์ต FXS ของ ONT กับพอร์ต CO Line ตามแผนระบบ

11.3 มีพอร์ต TEL สองช่องแปลว่าได้สองสายพร้อมกันแน่นอนหรือไม่

ไม่เสมอไป ต้องตรวจแพ็กเกจบริการ หมายเลขและจำนวนการสนทนาที่ผู้ให้บริการอนุญาต

11.4 หาก ONT ไม่มีไฟ

CO Line ที่รับบริการจาก ONT อาจใช้งานไม่ได้ แม้ PBX ยังมีไฟสำรอง

12. เพิ่ม CO Line ด้วย VoIP Gateway ได้หรือไม่

ได้เมื่อเลือก Gateway ที่มีพอร์ต FXS และบริการโทรศัพท์ที่สามารถนำเสนอเป็นวงจรอนาล็อกให้ PBX ได้อย่างเหมาะสม

12.1 เส้นทางตัวอย่าง

บริการ SIP → Router/Network → VoIP Gateway FXS → CO Line → KX-TES824

12.2 FXS คืออะไร

เป็นพอร์ตที่ทำหน้าที่จ่ายสัญญาณบริการโทรศัพท์อนาล็อกแก่โทรศัพท์หรือพอร์ต FXO ที่เข้ากันได้

12.3 FXO คืออะไร

เป็นพอร์ตที่รับบริการจากคู่สายอนาล็อกหรืออุปกรณ์ FXS

12.4 ทำไมต้องตรวจพอร์ต

เพราะการใช้ Gateway ที่มีแต่ FXO ไม่ได้ทำให้มีแหล่งสัญญาณ FXS สำหรับป้อนเข้าพอร์ต CO Line ของ PBX โดยตรง

13. เลือก PSTN, ONT หรือ Gateway แบบไหน

ทางเลือกเหมาะกับสิ่งที่ต้องตรวจ
PSTN อนาล็อกใช้บริการสายโทรศัพท์เดิมความพร้อมของบริการ
ONT FXSใช้โทรศัพท์จากผู้ให้บริการไฟเบอร์พอร์ตและสิทธิ์บริการ
VoIP Gateway FXSใช้ SIP แปลงเป็นอนาล็อกSIP, Codec, Dial Plan, FXS
ระบบ IP PBX ใหม่ต้องการขยายมากกว่า 8 CO หรือใช้ IP Phoneแผนย้ายระบบและต้นทุน

13.1 ทางเลือกใดดีที่สุด

ขึ้นอยู่กับความพร้อมของบริการในพื้นที่ คุณภาพเสียง ความสามารถสำรองไฟ จำนวนช่องสัญญาณ และต้นทุนรวม

13.2 ทำไมต้องทดสอบจริง

เพราะการเชื่อมต่อทางกายภาพที่ทำได้ไม่ได้รับประกันว่า Caller ID, DTMF, การตัดสาย หรือการรับสายจะทำงานตรงตามต้องการทุกกรณี

14. โปรแกรม [400] CO Line Connection

ใช้กำหนดสถานะ CO Line ว่าเชื่อมต่อใช้งานหรือไม่

14.1 ตัวเลือกหลัก

  • Connect
  • Not Connect

14.2 เมื่อติดตั้งสายนอกใหม่

ช่างควรตรวจว่า CO Line ที่มีการ์ดและบริการต้นทางแล้วถูกตั้งให้ใช้งาน

14.3 หากตั้ง Not Connect

ระบบอาจไม่เลือกสายนอกนั้นตามการทำงานปกติ

14.4 ควรเปิดทุกพอร์ตเป็น Connect ไหม

ไม่ควร เพราะพอร์ตที่ไม่มีสายบริการควรตั้งตามการใช้งานจริง เพื่อหลีกเลี่ยงการเลือกสายนอกที่ไม่มีสัญญาณ

15. โปรแกรม [401] Dial Mode

ใช้กำหนดวิธีส่งหมายเลขโทรออกผ่าน CO Line

15.1 รูปแบบที่เกี่ยวข้อง

  • DTMF
  • Pulse

15.2 ONT/Gateway ใช้รูปแบบใด

ต้องตรวจจากผู้ให้บริการและข้อมูลอุปกรณ์ โดยบริการ FXS สมัยใหม่มักรองรับ DTMF แต่ไม่ควรตั้งโดยไม่มีการยืนยัน

15.3 หากตั้งผิด

อาจเลือก CO Line ได้ แต่กดหมายเลขแล้วโทรไม่ออก

15.4 วิธีตรวจ

ทดสอบโทรออกหลังปรับค่าและบันทึกค่าต้นฉบับไว้ก่อนเสมอ

16. โปรแกรม [404] CO Line Group Number

โปรแกรม [404] ใช้กำหนดกลุ่มให้ CO Line

16.1 ทำไมต้องแบ่งกลุ่ม

สำนักงานอาจต้องการแยกวงจรโทรศัพท์ตามประเภทการใช้งาน เช่น ฝ่ายขายและฝ่ายบัญชี

16.2 ตัวอย่าง

กลุ่มตัวอย่างCO Line
Group 1CO1–CO3
Group 2CO4–CO6
Group 3CO7–CO8

เป็นเพียงรูปแบบการจัดกลุ่มตัวอย่าง ไม่ใช่ค่าบังคับของ Panasonic

16.3 ต้องตั้งเหมือนกันทุกสำนักงานหรือไม่

ไม่จำเป็น ควรจัดตามเส้นทางโทรออกและสิทธิ์ที่กำหนดไว้

16.4 หากเลือกกลุ่มไม่ได้

ให้ตรวจหมายเลขกลุ่มและสิทธิ์การเข้าถึงของผู้ใช้ร่วมกัน

17. โปรแกรม [405–407] Flexible Outward Dialling

กำหนดว่า Extension Jack แต่ละพอร์ตสามารถใช้ CO Line ใดเพื่อโทรออกในแต่ละช่วงเวลา

โปรแกรมการทำงาน
[405]Day
[406]Night
[407]Lunch

17.1 ทำไมต้องตรวจเมื่อเพิ่ม CO Line

เพราะสายนอกใหม่อาจยังไม่ได้รับอนุญาตให้ Extension ที่ต้องการใช้งาน

17.2 ตัวอย่าง

ฝ่ายขายใช้ CO4 และ CO5 ได้ แต่ฝ่ายบัญชีใช้เฉพาะ CO1–CO3

17.3 ถ้าเปิดสิทธิ์ทั้งหมดจะดีกว่าไหม

ไม่จำเป็น เพราะอาจทำให้การควบคุมค่าใช้จ่ายและการแยกสายตามแผนกไม่มีประสิทธิภาพ

18. โปรแกรม [408–410] Flexible Ringing

กำหนด Extension ที่ให้ส่งเสียงกริ่งเมื่อมีสายเข้าในแต่ละช่วงเวลา

โปรแกรมช่วงเวลา
[408]Day
[409]Night
[410]Lunch

18.1 ถ้าสายเข้ามาแต่ไม่ดัง

อาจเกิดจากการตั้ง Ringing ไม่ถูกต้อง

18.2 เมื่อติดตั้ง CO7 หรือ CO8 ใหม่

ต้องตรวจว่าเครื่องที่รับสายควรได้รับเสียงกริ่งจากสายนอกใหม่หรือไม่

18.3 ควรให้ทุกเครื่องดังพร้อมกันไหม

ขึ้นอยู่กับรูปแบบรับสายของสำนักงาน ไม่จำเป็นต้องกำหนดเช่นนั้นทุกแห่ง

19. โปรแกรม [411–413] Delayed Ringing

ใช้กำหนดการส่งเสียงเรียกเข้าที่หน่วงเวลาไว้ตามเงื่อนไขที่ระบบรองรับ

19.1 โปรแกรม

  • [411] Day
  • [412] Night
  • [413] Lunch

19.2 เหมาะกับสถานการณ์ใด

เช่น ให้ประชาสัมพันธ์รับสายก่อน และกำหนดเบอร์สำรองให้ดังภายหลังตามการตั้งค่าที่เหมาะสม

19.3 ต้องตรวจหลังเพิ่ม CO Line หรือไม่

ควรตรวจถ้าสายนอกใหม่ต้องใช้รูปแบบรับสายสำรอง

20. โปรแกรม [414–416] CO Line Mode

กำหนดรูปแบบการจัดการสายเข้า CO Line

โปรแกรมช่วงเวลา
[414]Day
[415]Night
[416]Lunch

20.1 โหมดที่เกี่ยวข้อง

  • Normal
  • DIL
  • DISA
  • UCD

20.2 หากต้องการให้ CO4 เข้า Operator

ต้องเลือกโหมดสายเข้าและการตั้งค่าปลายทางให้เหมาะสม ไม่ใช่เพียงเปิด [400] แล้วถือว่าใช้งานครบ

20.3 หากต้องการให้สายเข้าเล่นเสียงต้อนรับ

ต้องตรวจฟังก์ชัน DISA และอุปกรณ์หรือข้อความเสียงที่ใช้งานจริง

20.4 ต้องระวังอะไร

การเปลี่ยน CO Line Mode อาจกระทบการรับสายของลูกค้าทันที จึงควรทำตามแผนและทดสอบก่อนส่งมอบ

21. สรุปโปรแกรมที่ควรตรวจหลังขยายสายนอก

โปรแกรมหน้าที่
[400]CO Line Connection
[401]Dial Mode
[404]CO Line Group Number
[405]Flexible Outward Dialling — Day
[406]Flexible Outward Dialling — Night
[407]Flexible Outward Dialling — Lunch
[408]Flexible Ringing — Day
[409]Flexible Ringing — Night
[410]Flexible Ringing — Lunch
[411]Delayed Ringing — Day
[412]Delayed Ringing — Night
[413]Delayed Ringing — Lunch
[414]CO Line Mode — Day
[415]CO Line Mode — Night
[416]CO Line Mode — Lunch

โปรแกรมอื่นที่เกี่ยวข้องกับการโทร เช่น COS/TRS, Time Service, DISA หรือ UCD อาจต้องตรวจเพิ่มเติมตามลักษณะงาน

22. ลำดับงานติดตั้งการ์ดเพิ่มสายนอกสำหรับช่าง

งานนี้ต้องดำเนินการโดยช่างที่มีความชำนาญ ไม่ใช่ขั้นตอนสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป

22.1 สำรวจระบบ

ตรวจรุ่นตู้ การ์ดเดิม สายนอกเดิม และความต้องการขยาย

22.2 สำรองค่าระบบ

ใช้ KX-TE Maintenance Console หรือวิธีที่รองรับ เพื่อสำรองและบันทึกโปรแกรมเดิม

22.3 เตรียมแผนหยุดระบบ

แจ้งพนักงานและกำหนดช่วงที่ไม่มีสายสำคัญกำลังใช้งาน

22.4 จัดการไฟและความปลอดภัย

ปิด PBX ถอดแหล่งไฟ AC และจัดการระบบแบตเตอรี่สำรองตามข้อกำหนดความปลอดภัยของผู้ผลิต

22.5 ติดตั้งการ์ด

ทำตามลำดับตำแหน่ง Connector, Extension Bolt และสกรูที่ Installation Manual ระบุสำหรับการ์ดรุ่นนั้น

22.6 ต่อสายนอกและสายภายใน

ต้องใช้สายและหัวต่อที่เหมาะสม พร้อมตรวจแผนหมายเลข CO Line

22.7 ปิดฝาและคืนระบบ

ตรวจความเรียบร้อยของงานก่อนจ่ายไฟ

22.8 ตั้งค่าโปรแกรม

ตรวจโปรแกรม [400–416] ที่เกี่ยวข้องตามแผนงาน

22.9 ทดสอบและส่งมอบ

ทดสอบสายเข้าออกทีละเส้น รวมถึง Extension ที่เพิ่มเข้ามากับการ์ด

23. ต้องใช้สายแบบไหนต่อ CO Line ใหม่

Installation Manual ระบุการใช้สายโทรศัพท์ 2 ตัวนำสำหรับ Outside CO Line

23.1 ตัวนำสำคัญ

ใช้คู่ T/R ตามขั้วและรูปแบบที่พอร์ตโทรศัพท์กำหนด

23.2 ใช้สาย CAT5 หรือ CAT6 ได้ไหม

สามารถใช้คู่สายจากสายที่มีคุณสมบัติและการเข้าหัวเหมาะสมกับวงจรอนาล็อก แต่ต้องตรวจการจับคู่และระยะจริง

23.3 ควรติดป้ายอะไร

ควรติดป้ายหมายเลข CO Line หมายเลขบริการ จุดต้นทาง และพอร์ตปลายทาง

23.4 ห้ามทำอะไร

ห้ามนำแรงดันจากแหล่งไฟฟ้าหรือพอร์ตที่ไม่เข้ากันต่อเข้ากับ CO Line และห้ามเชื่อมสายโทรศัพท์ที่มีแรงดันเข้าพอร์ต Ethernet โดยตรง

24. Surge Protection สำหรับ CO Line ใหม่

เมื่อเพิ่มสายนอกควรประเมินระบบป้องกันไฟกระชากให้ครอบคลุมวงจรใหม่ด้วย

24.1 คู่มือ Panasonic แนะนำอะไร

แนะนำ Surge Protector สำหรับสายนอกแบบ 3-electrode, DC Spark-over Voltage 230V และ Maximum Peak Current อย่างน้อย 10kA

24.2 ทำไมต้องตรวจ Frame Earth

เพราะการป้องกันไฟกระชากต้องทำงานร่วมกับระบบสายดินที่เหมาะสม

24.3 UPS ใช้แทนได้ไหม

ไม่ควรถือว่า UPS ฝั่ง AC แทน Surge Protector ฝั่งสายโทรศัพท์ได้

24.4 ใครควรออกแบบ

ช่างไฟฟ้าหรือผู้เชี่ยวชาญที่มีความชำนาญด้านระบบสื่อสารและระบบป้องกันไฟกระชาก

25. วิธีทดสอบการโทรออก CO1–CO8

25.1 เตรียมการ

ใช้เบอร์ Extension ที่ได้รับสิทธิ์โทรออก และหมายเลขทดสอบที่ได้รับอนุญาต

25.2 ขั้นตอน

  1. ระบุ CO Line ที่ใช้งานจริง
  2. เลือก CO1 ตามวิธีที่ตั้งไว้
  3. โทรไปยังหมายเลขทดสอบ
  4. ตรวจว่าโทรติดและเสียงชัดเจน
  5. บันทึกผล
  6. ทำซ้ำ CO2, CO3 และเส้นที่เพิ่ม
  7. ตรวจการปล่อยสายหลังวางหู
  8. ตรวจว่าระบบเลือก CO Line ตามกลุ่มที่กำหนด

25.3 ต้องทดสอบ CO Line ที่ไม่ได้ติดตั้งไหม

ไม่จำเป็น ควรบันทึกว่าไม่เกี่ยวข้องหรือไม่มีวงจรจริง

25.4 ถ้าเลือกสายได้แต่โทรไม่ออก

ตรวจ Dial Mode, สิทธิ์โทรออก และบริการต้นทางก่อนสรุปว่าการ์ดเสีย

26. วิธีทดสอบสายเข้า CO1–CO8

26.1 ตรวจหมายเลขภายนอก

ต้องทราบว่าสายนอกใดสัมพันธ์กับหมายเลขบริการใด

26.2 ทดสอบเรียกเข้า

ให้ผู้ทดสอบภายนอกโทรเข้าหมายเลขที่เกี่ยวข้อง

26.3 ตรวจเส้นทางสายเข้า

ดูว่าเข้าถึง Operator, DIL, DISA หรือ UCD ตามแผน

26.4 ตรวจทุกช่วงเวลา

หากระบบใช้ Day, Night และ Lunch ต้องตรวจให้ตรงตามช่วงและการตั้งค่า โดยทำใน Maintenance Window เมื่อการเปลี่ยนโหมดอาจกระทบลูกค้า

26.5 ตรวจเสียงสนทนา

ทดสอบทั้งเสียงพูดสองทิศทางและความเสถียรของสาย

27. การทดสอบโทรพร้อมกันหลังเพิ่ม CO Line

27.1 ทำไมต้องทดสอบ

เพราะการโทรออกหนึ่งครั้งไม่ได้พิสูจน์ว่าสายนอกทุกวงจรสามารถใช้งานพร้อมกันได้

27.2 ตัวอย่าง

หลังขยายจาก 3 เป็น 5 CO Line ให้ทดสอบการสนทนาภายนอกพร้อมกันตามจำนวนบริการที่ได้รับจริง และไม่เกินความสามารถของอุปกรณ์ต้นทาง

27.3 ข้อจำกัดของ ONT/Gateway

แม้มีพอร์ต FXS หลายช่อง แต่ผู้ให้บริการ SIP อาจจำกัดจำนวนการโทรพร้อมกัน

27.4 ต้องทดสอบอย่างไร

ใช้หมายเลขทดสอบและผู้รับที่เตรียมไว้ ไม่โทรรบกวนหมายเลขฉุกเฉินหรือผู้ใช้ภายนอกที่ไม่ได้ยินยอม

28. เพิ่ม CO Line แล้วโทรออกไม่ได้ แก้อย่างไร

อาการจุดตรวจ
CO Line ใหม่ไม่มี Dial Toneสายต้นทางและ FXS/PSTN
CO Line ไม่ถูกเลือก[400], [404]
เลือกได้แต่ส่งหมายเลขไม่ได้[401] และต้นทาง
ฝ่ายขายโทรออกไม่ได้[405–407]
โทรออกได้กลางวันแต่กลางคืนไม่ได้สิทธิ์ Night
สายเข้าไม่ดัง[408–416]
เสียงต้อนรับไม่ทำงานDISA และ CO Line Mode
โทรติดแต่เสียงไม่ชัดสาย/ONT/Gateway/พอร์ต
โทรพร้อมกันไม่ได้ตามจำนวนจำนวนบริการต้นทาง
CO7–CO8 ใช้ไม่ได้การ์ด KX-TE82480 และการเชื่อมต่อ

29. เพิ่ม CO Line แล้วต้องตรวจ Extension ด้วยไหม

ต้องตรวจ เพราะการ์ดขยายทั้งสองรุ่นเพิ่ม Extension ควบคู่กับ CO Line

29.1 KX-TE82483

เพิ่ม Hybrid Extension 8 พอร์ต

29.2 KX-TE82480

เพิ่ม SLT Extension 8 พอร์ต

29.3 ต้องเปลี่ยนหมายเลขภายในทุกเบอร์ไหม

ไม่จำเป็น แต่ต้องตรวจแผน Extension Number และผังพอร์ตใหม่ก่อนใช้งาน

29.4 ต้องตรวจโปรแกรม [009] หรือไม่

ควรตรวจหากมีการใช้งานพอร์ต Extension ใหม่หรือมีการปรับหมายเลขภายใน

30. ข้อจำกัดของการขยาย KX-TES824 ที่ควรรู้

30.1 เพิ่มเกิน 8 CO Line ไม่ได้

เป็นข้อจำกัดของรุ่น

30.2 ไม่ใช่พอร์ต SIP โดยตรง

CO Line เป็นวงจรโทรศัพท์อนาล็อก ไม่ใช่พอร์ตเครือข่าย SIP สำหรับเชื่อมบริการ VoIP โดยตรง

30.3 ไม่ใช่ทุกการ์ดเพิ่ม Hybrid Extension

KX-TE82480 เพิ่มเฉพาะ SLT Extension

30.4 ไม่ใช่ทุกบริการ FXS มีช่องสัญญาณอิสระตามจำนวนพอร์ต

ต้องตรวจสิทธิ์และจำนวนการโทรพร้อมกันของผู้ให้บริการ

30.5 การ์ดต้องตรงรุ่น

ต้องตรวจรุ่นฮาร์ดแวร์ ความเข้ากันได้ และสภาพอะไหล่ก่อนติดตั้ง

31. Checklist ก่อนเพิ่มจำนวนสายนอก

  • ยืนยันรุ่น KX-TES824
  • ตรวจจำนวน CO Line เดิม
  • ตรวจจำนวน Extension เดิม
  • ตรวจการ์ดที่ติดตั้งอยู่
  • กำหนดจำนวน CO Line เป้าหมาย
  • เลือกรุ่น KX-TE82483 หรือ KX-TE82480
  • ตรวจรูปแบบติดตั้งที่คู่มือรองรับ
  • ตรวจความพร้อมของอะไหล่
  • ตรวจบริการ PSTN/ONT/Gateway
  • ตรวจจำนวนช่องสนทนาพร้อมกัน
  • ตรวจสายและจุดต่อ
  • ตรวจระบบ Surge Protector
  • ตรวจแผน CO Line Group
  • ตรวจสิทธิ์ Extension
  • ตรวจเส้นทางสายเข้า
  • สำรองค่าระบบ
  • กำหนดเวลา Maintenance Window
  • เตรียมช่องทางติดต่อสำรองระหว่างติดตั้ง

32. Checklist สำหรับช่างหลังติดตั้ง

  • ตรวจการ์ดตามรุ่นที่สั่ง
  • ตรวจตำแหน่งการ์ด
  • ตรวจการยึดอุปกรณ์และฝาตู้
  • ตรวจสาย CO Line ใหม่
  • ตรวจหมายเลข CO1–CO8
  • ตรวจบริการต้นทางแต่ละเส้น
  • ตรวจ [400]
  • ตรวจ [401]
  • ตรวจ [404]
  • ตรวจ [405–407]
  • ตรวจ [408–410]
  • ตรวจ [411–413]
  • ตรวจ [414–416]
  • ตรวจ COS/TRS
  • ตรวจ Operator
  • ตรวจ DISA/UCD หากใช้งาน
  • ทดสอบโทรออกทุกเส้น
  • ทดสอบสายเข้าทุกเส้น
  • ทดสอบโทรพร้อมกันตามแผน
  • ทดสอบ Extension ที่เพิ่ม
  • ตรวจคุณภาพเสียง
  • ตรวจการทำงานหลังวางสาย
  • ตรวจการทำงานของระบบไฟสำรอง
  • อัปเดตผัง CO Line
  • สำรองโปรแกรมหลังตั้งค่าเสร็จ
  • จัดทำรายงานส่งมอบ

33. แบบฟอร์มตรวจรับงานเพิ่ม CO Line

ชื่อโครงการ: ______________________

สถานที่ติดตั้ง: _____________________

วันที่ดำเนินการ: ____________________

ผู้ติดตั้ง: _________________________

จำนวน CO Line เดิม: _______________

จำนวน CO Line ใหม่: _______________

รุ่นการ์ดที่ติดตั้ง: _________________

CO Lineบริการต้นทางโทรออกรับสายเข้าคุณภาพเสียง
CO1__________☐ ผ่าน☐ ผ่าน☐ ผ่าน
CO2__________☐ ผ่าน☐ ผ่าน☐ ผ่าน
CO3__________☐ ผ่าน☐ ผ่าน☐ ผ่าน
CO4__________☐ ผ่าน ☐ N/A☐ ผ่าน ☐ N/A☐ ผ่าน ☐ N/A
CO5__________☐ ผ่าน ☐ N/A☐ ผ่าน ☐ N/A☐ ผ่าน ☐ N/A
CO6__________☐ ผ่าน ☐ N/A☐ ผ่าน ☐ N/A☐ ผ่าน ☐ N/A
CO7__________☐ ผ่าน ☐ N/A☐ ผ่าน ☐ N/A☐ ผ่าน ☐ N/A
CO8__________☐ ผ่าน ☐ N/A☐ ผ่าน ☐ N/A☐ ผ่าน ☐ N/A

โปรแกรม [400]: ☐ ผ่าน ☐ ต้องแก้ไข

โปรแกรม [401]: ☐ ผ่าน ☐ ต้องแก้ไข

โปรแกรม [404]: ☐ ผ่าน ☐ ต้องแก้ไข

โปรแกรม [405–407]: ☐ ผ่าน ☐ ต้องแก้ไข

โปรแกรม [408–413]: ☐ ผ่าน ☐ ต้องแก้ไข

โปรแกรม [414–416]: ☐ ผ่าน ☐ ต้องแก้ไข

ผลทดสอบโทรพร้อมกัน: ______________________

ผลทดสอบ Extension: _______________________

ผลการสำรองค่าระบบ: _______________________

รายการต้องติดตาม: ________________________

ผู้ตรวจรับ: ______________________________

34. คำถามที่พบบ่อย FAQ

Panasonic KX-TES824 เพิ่มสายนอกได้หรือไม่

ได้ โดยติดตั้งการ์ดขยายที่รองรับตาม Installation Manual

Panasonic KX-TES824 มี CO Line เริ่มต้นกี่เส้น

มี 3 สายนอก

Panasonic KX-TES824 เพิ่ม CO Line ได้สูงสุดกี่เส้น

สูงสุด 8 สายนอก

ต้องใช้การ์ดอะไรเพิ่มเป็น 5 สายนอก

KX-TE82480 ซึ่งเพิ่ม 2 CO Line และ 8 SLT Extensions

ต้องใช้การ์ดอะไรเพิ่มเป็น 6 สายนอก

KX-TE82483 ซึ่งเพิ่ม 3 CO Line และ 8 Hybrid Extensions

เพิ่มเป็น 8 สายนอกต้องใช้การ์ดอะไร

ใช้ KX-TE82483 ร่วมกับ KX-TE82480 ตามรูปแบบติดตั้งที่ผู้ผลิตรองรับ

KX-TE82480 กับ KX-TE82483 ติดตั้งซ้อนกันอย่างไร

คู่มือระบุให้ติดตั้ง KX-TE82480 ด้านบน KX-TE82483 เมื่อใช้ทั้งสองการ์ดใน KX-TES824

KX-TE82474 เพิ่ม CO Line ได้ไหม

ไม่ได้ เป็นการ์ดเพิ่ม SLT Extension 8 พอร์ต

เพิ่ม CO Line แล้วได้หมายเลขโทรศัพท์ใหม่อัตโนมัติไหม

ไม่ได้ ต้องมีบริการหมายเลขหรือช่องโทรศัพท์จากผู้ให้บริการต้นทาง

ใช้ ONT เพิ่ม CO Line ได้ไหม

ได้เมื่อมีพอร์ต FXS ที่ใช้งานกับ PBX ได้และได้รับบริการจากผู้ให้บริการจริง

ใช้ VoIP Gateway เพิ่ม CO Line ได้ไหม

ได้เมื่อ Gateway มีพอร์ต FXS ที่เหมาะสมและระบบ SIP/เครือข่ายรองรับ

KX-TES824 ต่อ SIP Trunk ตรงได้ไหม

ไม่ได้ผ่านพอร์ต CO Line อนาล็อกโดยตรง ต้องใช้อุปกรณ์แปลงหรือระบบโทรศัพท์ที่รองรับ SIP

โปรแกรม [400] ใช้ทำอะไร

กำหนดสถานะ CO Line Connection

โปรแกรม [401] ใช้ทำอะไร

กำหนด Dial Mode เช่น DTMF หรือ Pulse

โปรแกรม [404] ใช้ทำอะไร

กำหนด CO Line Group Number

โปรแกรม [405–407] ใช้ทำอะไร

กำหนดสิทธิ์โทรออกผ่าน CO Line ตาม Day, Night และ Lunch

โปรแกรม [408–410] ใช้ทำอะไร

กำหนด Flexible Ringing ตามช่วงเวลา

โปรแกรม [411–413] ใช้ทำอะไร

กำหนด Delayed Ringing ตามช่วงเวลา

โปรแกรม [414–416] ใช้ทำอะไร

กำหนด CO Line Mode สำหรับสายเข้า Day, Night และ Lunch

ทำไมเพิ่ม CO Line แล้วโทรออกไม่ได้

อาจเกิดจากสายต้นทางไม่มีบริการ โปรแกรม [400] หรือ [401] ไม่ถูกต้อง สิทธิ์โทรออก หรือปัญหา Gateway

ทำไมเพิ่ม CO Line แล้วสายเข้าไม่ดัง

ควรตรวจ CO Line Mode และ Flexible Ringing รวมถึงสัญญาณเรียกเข้าจากผู้ให้บริการ

เพิ่ม CO Line แล้วโทรพร้อมกันได้กี่สาย

ขึ้นอยู่กับจำนวน CO Line ที่มีบริการจริงและข้อจำกัดของผู้ให้บริการ โดย KX-TES824 รองรับสูงสุด 8 CO Line

ต้องติดตั้ง Surge Protector เพิ่มไหม

ควรให้ช่างประเมินการป้องกันสายนอกใหม่ตามข้อกำหนด Installation Manual และระบบสายดินของอาคาร

เปิดฝาตู้เพิ่มการ์ดเองได้ไหม

ไม่ควร ต้องใช้ช่างที่มีความชำนาญและดำเนินการตามข้อกำหนดความปลอดภัย

ต้อง Factory Reset หลังเพิ่ม CO Line หรือไม่

ไม่จำเป็น และไม่ควรทำโดยไม่มีเหตุ เพราะอาจทำให้ค่าระบบเดิมสูญหาย

35. สรุป Panasonic KX-TES824 เพิ่มจำนวนสายนอกได้อย่างไร

Panasonic KX-TES824 สามารถขยายจำนวนสายนอกจาก 3 CO Line ได้สูงสุด 8 CO Line โดยเลือกติดตั้งการ์ดที่รองรับตามรูปแบบที่ระบุใน Installation Manual

หากต้องการขยายเป็น 5 CO Line ใช้ KX-TE82480 ซึ่งเพิ่ม 2 CO Line และ 8 SLT Extensions

หากต้องการขยายเป็น 6 CO Line ใช้ KX-TE82483 ซึ่งเพิ่ม 3 CO Line และ 8 Hybrid Extensions

สำหรับระบบเต็ม 8 CO Line และ 24 Extension ต้องใช้ KX-TE82483 ร่วมกับ KX-TE82480 โดยวางการ์ด KX-TE82480 ซ้อนด้านบน KX-TE82483 ตามคู่มือ

หลังติดตั้งต้องตรวจจำนวนบริการ PSTN, ONT หรือ VoIP Gateway ที่สามารถใช้งานได้จริง เพราะจำนวนพอร์ตบนการ์ดไม่ได้แปลว่ามีช่องสนทนาจากผู้ให้บริการครบโดยอัตโนมัติ

โปรแกรมสำคัญที่ต้องตรวจ ได้แก่ [400] CO Line Connection, [401] Dial Mode, [404] CO Line Group, [405–407] สิทธิ์โทรออก และ [408–416] การจัดการเสียงกริ่งกับสายเข้าตามช่วงเวลา

ก่อนส่งมอบงานต้องทดสอบการโทรเข้าออกทีละ CO Line รวมถึงการโทรพร้อมกัน คุณภาพเสียง ระบบรับสาย และ Extension ที่เพิ่มเข้ามา พร้อมสำรองโปรแกรมหลังตั้งค่าเสร็จ

ComSiam แนะนำให้สำนักงานวางแผนจำนวนสายนอกตามการใช้งานจริง ไม่เพิ่มการ์ดเกินความจำเป็น และให้ช่างผู้ชำนาญติดตั้งและตรวจสอบความปลอดภัย เพื่อให้ Panasonic KX-TES824 รองรับการสื่อสารของสำนักงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ComSiam Professional Team