วิธีส่งสัญญาณเตือนไปยังเบอร์ภายใน Panasonic KX-TES824 ที่กำลังคุยสาย

วิธีส่งสัญญาณเตือนไปยังเบอร์ภายใน Panasonic KX-TES824 ที่กำลังคุยสาย เป็นฟังก์ชันที่ช่วยให้พนักงานสามารถแจ้งเพื่อนร่วมงานที่กำลังสนทนาทางโทรศัพท์ว่ามีอีกสายหนึ่งรอติดต่ออยู่ โดยไม่จำเป็นต้องตัดการสนทนาเดิมหรือบังคับเข้าร่วมสายทันที

ฟังก์ชันนี้เรียกว่า Busy Station Signalling (BSS) ซึ่งเป็นความสามารถของตู้สาขา Panasonic KX-TES824 ที่ใช้ส่ง Call Waiting Tone ไปยังหมายเลขภายในที่กำลังไม่ว่าง

ตัวอย่างเช่น เครื่อง 103 ต้องการโทรหาเครื่อง 101 แต่เครื่อง 101 กำลังสนทนากับลูกค้าภายนอกอยู่ เมื่อเครื่อง 103 ได้ยิน Busy Tone สามารถกดเลข 2 เพื่อส่งสัญญาณแจ้งสายรอไปยังเครื่อง 101 ได้ หากเครื่อง 101 เปิด Call Waiting สำหรับสายภายในไว้แล้ว

เมื่อผู้ใช้งานเครื่อง 101 ได้ยินเสียง Call Waiting Tone สามารถเลือกว่าจะสนทนากับสายเดิมต่อ หยุดสายเดิมโดยพักสายไว้ชั่วคราวเพื่อรับสายใหม่ หรือจัดการสายตามขั้นตอนที่โทรศัพท์รองรับ

อย่างไรก็ตาม BSS ไม่ได้เป็นการบังคับให้ผู้รับวางสาย และไม่ได้ทำให้ผู้โทรใหม่เข้าร่วมบทสนทนาปัจจุบันโดยอัตโนมัติ การทำงานจึงแตกต่างจาก Executive Busy Override ซึ่งเป็นการเข้าร่วมการสนทนาเดิมตามสิทธิ์ของระบบ

บทความนี้จาก ComSiam จะอธิบายการส่งสัญญาณเตือนไปยังเบอร์ภายใน Panasonic KX-TES824 อย่างละเอียด ตั้งแต่รหัส BSS วิธีใช้ PT และ SLT การเปิด Call Waiting ด้วย 7321# การรับสายรอ ความแตกต่างจาก Executive Busy Override และ OHCA ผลของ Data Line Security รวมถึงวิธีตรวจสอบเมื่อกด BSS แล้วไม่มีเสียงเตือน

① Busy Station Signalling หรือ BSS คืออะไร

Busy Station Signalling คือฟังก์ชันที่ช่วยให้ผู้ใช้งานโทรศัพท์ภายในส่งเสียงแจ้งเตือนไปยังเครื่องภายในอื่นที่กำลังสนทนาอยู่

เมื่อผู้โทรพยายามติดต่อหมายเลขภายในแล้วได้ยิน Busy Tone สามารถใช้คำสั่ง BSS เพื่อแจ้งว่ามีสายรออยู่ได้

ตัวอย่าง

สำนักงานมีหมายเลขภายในดังนี้

หมายเลขผู้ใช้งาน
101พนักงานต้อนรับ
102ฝ่ายบัญชี
103ฝ่ายขาย
104ฝ่ายบริการ
105ผู้จัดการ

หากเครื่อง 103 โทรหาเครื่อง 101 แล้วพบว่าเครื่อง 101 ไม่ว่าง ผู้โทรสามารถกด 2 ระหว่างได้ยิน Busy Tone เพื่อแจ้งให้เครื่อง 101 ทราบว่ามีผู้รอติดต่อ

ประโยชน์

  • แจ้งเตือนสายใหม่โดยไม่ตัดสายเดิม
  • ลดการโทรซ้ำหลายครั้ง
  • เหมาะกับการติดต่อภายในสำนักงาน
  • ใช้ได้ทั้ง PT และ SLT
  • ให้ผู้รับตัดสินใจว่าจะรับสายใหม่เมื่อใด
  • ไม่จำเป็นต้องแทรกเข้าร่วมบทสนทนาเดิม

② รหัส BSS ของ Panasonic KX-TES824 คืออะไร

ตาม User Manual ส่วน 1.2.4 รหัส Busy Station Signalling คือ

2

ต้องกดเมื่อใด

กดเมื่อได้ยิน Busy Tone หลังโทรหาหมายเลขภายในที่กำลังไม่ว่าง

ตัวอย่าง

เครื่อง 103 โทรหาเครื่อง 101

หากได้ยิน Busy Tone ให้กด

2

ต้องยกหูใหม่หรือไม่

ไม่ต้อง เพราะผู้โทรกำลังอยู่ในขั้นตอนโทรหาเบอร์ภายในและได้ยิน Busy Tone อยู่แล้ว

ต้องกด 72 หรือ 732 ก่อนหรือไม่

ไม่ต้องสำหรับผู้ส่ง BSS

รหัส 7321# เป็นคำสั่งให้เครื่องปลายทางเปิดรับ Call Waiting จากสายภายใน ไม่ใช่รหัสส่ง BSS จากเครื่องผู้โทร

③ วิธีส่ง BSS จากโทรศัพท์ระบบ PT

โทรศัพท์ระบบ Panasonic หรือ Proprietary Telephone (PT) ใช้ขั้นตอนที่เรียบง่าย

ขั้นตอนที่ 1 ยกหูโทรศัพท์

ใช้โทรศัพท์ PT เครื่องที่ต้องการติดต่อ

ขั้นตอนที่ 2 กดหมายเลขภายใน

ตัวอย่างเช่น 101

ขั้นตอนที่ 3 รอฟังเสียงตอบรับ

หากปลายทางกำลังไม่ว่าง จะได้ยิน Busy Tone

ขั้นตอนที่ 4 กดเลข 2

ระหว่างที่ยังได้ยิน Busy Tone ให้กด

2

ขั้นตอนที่ 5 รอให้ผู้รับตอบสนอง

หากเครื่องปลายทางเปิด Call Waiting และอยู่ในสถานะที่รองรับ ระบบจะส่งเสียงเตือนให้ผู้รับทราบ

ขั้นตอนที่ 6 สนทนาเมื่อปลายทางรับสาย

หากผู้รับเลือกจัดการสายเดิมแล้วมารับสายใหม่ สามารถเริ่มการสนทนาได้

ลำดับ: ยกหู → เบอร์ภายใน → Busy Tone → 2 → รอรับ

④ ตัวอย่างส่งสัญญาณเตือนจากเครื่อง 103 ไปเครื่อง 101

สมมติพนักงานเครื่อง 103 ต้องการแจ้งข้อมูลสำคัญแก่พนักงานต้อนรับเครื่อง 101

แต่เครื่อง 101 กำลังคุยกับลูกค้าอยู่

ขั้นตอน

  1. ยกหูเครื่อง 103
  2. กดหมายเลข 101
  3. ได้ยิน Busy Tone
  4. กด 2
  5. ระบบพยายามส่ง BSS ไปยังเครื่อง 101
  6. เครื่อง 101 ได้ยิน Call Waiting Tone หากเปิดรับและเข้าเงื่อนไข
  7. ผู้ใช้เครื่อง 101 ตัดสินใจว่าจะพักสายเดิมเพื่อรับเครื่อง 103 หรือไม่

BSS บังคับให้เครื่อง 101 รับสายหรือไม่

ไม่บังคับ

BSS เป็นการแจ้งเตือนให้ผู้รับทราบเท่านั้น

ผู้โทรต้องรอจนปลายทางรับหรือไม่

หากต้องการพูดคุยต่อ สามารถรอการตอบรับตามสถานะสาย แต่ไม่ควรสรุปว่าการส่งเสียงเตือนสำเร็จแล้วปลายทางต้องรับทันที

⑤ วิธีส่ง BSS จากโทรศัพท์แอนะล็อก SLT

โทรศัพท์ Single Line Telephone หรือ SLT สามารถใช้ BSS ได้เช่นเดียวกับ PT

ขั้นตอน

  1. ยกหูโทรศัพท์ SLT
  2. กดหมายเลขภายในปลายทาง
  3. รอฟัง Busy Tone
  4. กดเลข 2
  5. รอให้ผู้รับตอบสนอง

ตัวอย่าง

เครื่อง SLT หมายเลข 104 ต้องการติดต่อเครื่อง 101

โทร 101 → ได้ยิน Busy Tone → กด 2

ต้องใช้ FLASH หรือ RECALL หรือไม่

ไม่ต้องสำหรับการเริ่มส่ง BSS

ขั้นตอนที่คู่มือกำหนดคือกดเลข 2 ขณะได้ยิน Busy Tone โดยตรง

ต้องกด # ปิดท้ายหรือไม่

ไม่ต้องสำหรับรหัส BSS นี้

⑥ เครื่องปลายทางต้องเปิดอะไรจึงรับ BSS ได้

เครื่องปลายทางต้องเปิด Call Waiting สำหรับสายภายใน

รหัสคือ

7321#

ตัวอย่าง

หากต้องการให้เครื่อง 101 รับเสียง BSS

ต้องเปิด Call Waiting จากเครื่อง 101

ขั้นตอน

  1. ยกหูเครื่อง 101
  2. กด 7321#
  3. รอฟัง Confirmation Tone
  4. วางหู

จากนั้นเครื่อง 103 จึงสามารถทดสอบส่ง BSS ไปยัง 101 ระหว่างที่เครื่อง 101 ไม่ว่าง

ถ้าไม่ได้เปิดไว้

เครื่องผู้ส่ง BSS อาจได้รับ Reorder Tone เพราะปลายทางไม่อนุญาตให้รับสัญญาณ Call Waiting

⑦ วิธีเปิด Call Waiting สายภายในด้วย 7321#

รหัส 7321# เป็นการตั้งค่าที่เครื่องผู้รับ ไม่ใช่เครื่องผู้ส่ง

ขั้นตอน

  1. ยกหูเครื่องที่ต้องการรับเสียงเตือน
  2. กด 732
  3. กด 1 เพื่อเลือก Set
  4. กด #
  5. รอฟัง Confirmation Tone
  6. วางหู

ตัวอย่าง

ต้องการให้เครื่อง 102 รับ Call Waiting จากเบอร์ภายในอื่น

กดจากเครื่อง 102

7321#

ค่าเริ่มต้น

คู่มือระบุว่า Call Waiting ถูกปิดเป็นค่าเริ่มต้น

ดังนั้นหาก BSS ไม่ทำงาน ควรตรวจสอบรหัสนี้ก่อน

⑧ วิธียกเลิก Call Waiting สายภายใน

หากไม่ต้องการให้มีเสียง BSS จากหมายเลขภายในเข้ามารบกวนขณะสนทนา สามารถยกเลิกได้

รหัส

7320#

ขั้นตอน

  1. ยกหูเครื่องปลายทาง
  2. กด 7320#
  3. รอฟัง Confirmation Tone
  4. วางหู

ผลลัพธ์

เครื่องจะไม่รับเสียง Call Waiting จากสายภายในตามบริการนี้

ข้อควรทราบ

การปิด Call Waiting ไม่ได้ทำให้เครื่องไม่สามารถรับสายโทรศัพท์ปกติได้

เป็นการปิดการแจ้งเตือนสายซ้อนขณะใช้งานตามเงื่อนไขเท่านั้น

⑨ Call Waiting สายนอกกับสายภายในต่างกันอย่างไร

Panasonic KX-TES824 แยกการตั้งค่า Call Waiting สองประเภท

ประเภทเปิดปิด
สายนอก CO Line7311#7310#
สายภายในและ Doorphone7321#7320#

BSS ใช้การตั้งค่าประเภทไหน

ใช้ Call Waiting สำหรับสายภายใน คือ 7321#

ถ้าเปิด 7311# อย่างเดียว

ไม่เพียงพอสำหรับการรับ BSS จากเบอร์ภายใน หากไม่ได้เปิดบริการประเภท Intercom/Doorphone ไว้

ต้องเปิดทั้งสองอย่างหรือไม่

ขึ้นอยู่กับว่าต้องการรับเสียงเตือนจากสายนอก สายภายใน หรือทั้งสองประเภท

⑩ SLT เปิด Call Waiting ด้วยรหัสอะไร

SLT ใช้รหัสเดียวกับ PT ตาม Feature Number Table

เปิดสายภายใน

7321#

ปิดสายภายใน

7320#

ใช้เลข 0 แทน # ได้หรือไม่

สำหรับคำสั่งเหล่านี้ คู่มืออนุญาตให้ผู้ใช้ SLT ใช้เลข 0 แทนเครื่องหมาย # ที่ปิดท้ายได้

ตัวอย่าง

  • เปิด: 73210
  • ปิด: 73200

ข้อควรระวัง

ไม่ควรใช้เลข 0 แทน # ในรหัสทุกประเภท เพราะเป็นข้อกำหนดเฉพาะคำสั่งที่คู่มือระบุ

⑪ ผู้รับจะได้ยินเสียง BSS อย่างไร

เมื่อเครื่องปลายทางเปิด Call Waiting และระบบยอมรับ BSS จะมี Call Waiting Tone แจ้งผู้ที่กำลังสนทนาอยู่

โทรศัพท์ PT

โดยทั่วไปจะได้รับเสียงผ่านลำโพงของโทรศัพท์ตามความสามารถของรุ่น

โทรศัพท์ SLT

ได้รับเสียงเตือนผ่านหูโทรศัพท์

ใครเป็นคนได้ยิน

ผู้ใช้งานเครื่องที่กำลังไม่ว่างและถูกเรียกด้วย BSS

เสียงเตือนทำให้สายเดิมหลุดหรือไม่

BSS ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ให้ตัดสายเดิม แต่ผู้รับต้องจัดการสายปัจจุบันอย่างเหมาะสมหากต้องการรับสายใหม่

⑫ ผู้รับต้องทำอย่างไรเมื่อได้ยิน Call Waiting Tone

เมื่อเครื่องปลายทางได้รับเสียงเตือน สามารถเลือกจัดการตามความเหมาะสม

ทางเลือกที่ 1 สนทนากับสายเดิมต่อ

เหมาะเมื่อสายปัจจุบันสำคัญและยังไม่พร้อมเปลี่ยนไปคุยกับผู้โทรใหม่

ทางเลือกที่ 2 พักสายเดิม

ใช้ Call Hold และขั้นตอนรับสายใหม่ตามประเภทโทรศัพท์

ทางเลือกที่ 3 จบการสนทนาเดิม

วางสายเดิมให้เรียบร้อยแล้วรับสายใหม่ตามขั้นตอนที่รองรับ

ข้อสำคัญ

BSS เป็นการแจ้งว่ามีคนรอ ไม่ได้บังคับให้ผู้รับหยุดสนทนากับลูกค้าเดิมทันที

⑬ วิธีรับสาย BSS บน PT โดยพักสายเดิม

ตาม User Manual ส่วน 1.4.4 ผู้ใช้ PT สามารถรับ Call Waiting โดยพักสายปัจจุบันไว้ก่อน

ขั้นตอน

  1. กำลังสนทนาและได้ยิน Call Waiting Tone
  2. กด HOLD ตามขั้นตอน
  3. กดปุ่ม CO หรือ INTERCOM ของสายใหม่ที่เกี่ยวข้อง
  4. สนทนากับผู้โทรใหม่

ข้อยกเว้น

คู่มือระบุว่าหากทั้งสองฝ่ายเป็นหมายเลขภายใน อาจไม่จำเป็นต้องใช้ขั้นตอน HOLD แยกก่อนเลือกสายตามแผนภาพที่กำหนด

ข้อควรระวัง

ต้องตรวจสอบว่าใช้ปุ่ม CO หรือ INTERCOM ถูกสาย

ไม่ควรกดปุ่มโดยเดา เพราะอาจเปลี่ยนไปยังสายอื่น

⑭ วิธีรับสาย BSS บน SLT

โทรศัพท์ SLT ใช้ Recall/Hookflash เพื่อจัดการสายเดิมและสายใหม่ตามขั้นตอน Call Waiting

หากต้องการวางสายเดิม

สามารถวางหูแล้วรับสายใหม่ตามแผนภาพในคู่มือ

หากต้องการพักสายเดิม

  1. ขณะได้ยิน Call Waiting Tone
  2. กด Recall/Hookflash
  3. ใช้ Call Hold Feature Number เพิ่มเติมหาก SLT Hold Mode กำหนด
  4. ดำเนินการรับสายใหม่ตามขั้นตอนของระบบ

โปรแกรมที่เกี่ยวข้อง

[104] SLT Hold Mode

ข้อควรระวัง

ขั้นตอนของ SLT อาจแตกต่างกันตาม Hold-1, Hold-2 และ Hold-3 จึงควรตรวจสอบค่าจริงก่อน

⑮ ทำไมส่ง BSS แล้วได้ยิน Reorder Tone

คู่มือระบุว่า หากผู้โทรกด BSS แล้วได้ยิน Reorder Tone แสดงว่าฟังก์ชันไม่พร้อมใช้งานกับเครื่องปลายทางในสถานะนั้น

สาเหตุที่พบบ่อย

  • ปลายทางยังไม่ได้เปิด Call Waiting
  • ปลายทางเปิด Data Line Security
  • สถานะสายไม่รองรับการแจ้งเตือน
  • ระบบมีข้อจำกัดอื่นที่เกี่ยวข้อง

วิธีตรวจสอบ

  1. ให้ผู้รับวางสายเมื่อสะดวก
  2. เปิด Call Waiting ด้วย 7321#
  3. ตรวจสอบ Data Line Security
  4. สร้างสายทดสอบใหม่
  5. ส่ง BSS ด้วยการกด 2 ขณะได้ยิน Busy Tone
  6. ตรวจสอบผล

⑯ Data Line Security ส่งผลต่อ BSS อย่างไร

Data Line Security เป็นฟังก์ชันที่ใช้ป้องกันเสียงแจ้งเตือนรบกวนอุปกรณ์รับส่งข้อมูล เช่น เครื่องแฟกซ์หรือโมเด็ม

เมื่อเปิด Data Line Security ระบบจะป้องกัน Call Waiting Tone ตามข้อกำหนด

ผลต่อ BSS

หากหมายเลขปลายทางเปิด Data Line Security อาจไม่สามารถรับ BSS ได้

รหัสเปิด

7301#

รหัสยกเลิก

7300#

ข้อควรระวัง

ไม่ควรปิด Data Line Security บนพอร์ตที่ใช้รับส่งข้อมูลอยู่โดยไม่ตรวจสอบผลกระทบ

⑰ วิธีตรวจสอบ Data Line Security

ขั้นตอนสำหรับผู้ดูแล

  1. ตรวจสอบว่าพอร์ตภายในเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ประเภทใด
  2. ตรวจสอบว่ามีการเปิด Data Line Security หรือไม่
  3. หากเป็นโทรศัพท์ใช้งานทั่วไป ให้พิจารณาความจำเป็นของการตั้งค่า
  4. หากต้องเปลี่ยนค่า ให้ใช้คำสั่งที่คู่มือกำหนด
  5. ทดสอบ Call Waiting อีกครั้ง

หากต้องยกเลิก

ให้กดจากเครื่องที่เกี่ยวข้อง

7300#

หากเป็นเครื่องแฟกซ์

ไม่ควรยกเลิกเพียงเพื่อให้ BSS ทำงาน เพราะเสียงเตือนอาจรบกวนการส่งข้อมูล

⑱ BSS ต่างจาก Executive Busy Override อย่างไร

ทั้งสองฟังก์ชันใช้เมื่อหมายเลขภายในไม่ว่าง แต่มีผลการทำงานต่างกันมาก

BSS

ใช้ส่ง Call Waiting Tone ไปยังเครื่องที่กำลังสนทนา

Executive Busy Override

ใช้เข้าร่วมการสนทนาที่กำลังดำเนินอยู่ เพื่อสร้าง Conference สามฝ่ายตามสิทธิ์ของระบบ

ตารางเปรียบเทียบ

รายการBSSExecutive Busy Override
รหัสหลังได้ยิน Busy Tone23
จุดประสงค์ส่งเสียงเตือนเข้าร่วมสายเดิม
เข้าร่วมการสนทนาโดยตรงไม่ใช่ เมื่อได้รับอนุญาต
ต้องเปิด Call Waiting ปลายทางใช่ไม่ใช่เงื่อนไขเดียวกัน
สิทธิ์เฉพาะระบบตามบริการที่รองรับเกี่ยวข้องกับ [608]
เหมาะกับแจ้งว่ามีสายรอการเข้าร่วมสายที่ได้รับอนุญาต

ควรเลือกอะไร

หากเพียงต้องการบอกเพื่อนร่วมงานว่ามีเรื่องรอติดต่อ ใช้ BSS

ไม่ควรใช้ Executive Busy Override แทนโดยไม่มีความจำเป็นและสิทธิ์ที่เหมาะสม

⑲ Executive Busy Override ใช้รหัสอะไร

ตาม Feature Number Table ใช้รหัส

3

ขณะได้ยิน Busy Tone หลังโทรหาเบอร์ภายใน

เงื่อนไข

ต้องมีสิทธิ์จาก System Programming

โปรแกรมที่เกี่ยวข้อง

[608] Executive Busy Override

ข้อจำกัด

ฟังก์ชันจะไม่ทำงานหากปลายทางตั้ง Executive Busy Override Deny หรือ Data Line Security

ข้อควรระวัง

การเข้าร่วมบทสนทนาของผู้อื่นอาจกระทบความเป็นส่วนตัวของสาย จึงควรอนุญาตเฉพาะผู้ใช้งานที่มีหน้าที่และเหตุผลชัดเจน

⑳ BSS ต่างจาก OHCA อย่างไร

OHCA ย่อมาจาก Off-hook Call Announcement เป็นชื่อฟังก์ชันที่พบในตู้สาขาโทรศัพท์บางตระกูล โดยใช้แนวคิดการแจ้งหรือพูดประกาศถึงผู้ใช้งานที่กำลังสนทนาอยู่

แต่สำหรับ Panasonic KX-TES824 คู่มือที่ใช้อ้างอิงในบทความนี้ระบุฟังก์ชัน Busy Station Signalling สำหรับการส่งเสียง Call Waiting Tone ไปยังเครื่องภายในที่ไม่ว่าง

ความแตกต่าง

BSS แจ้งด้วยเสียงเตือนว่ามีสายรอ

OHCA เป็นแนวคิดการแจ้งด้วยเสียงพูดบนระบบที่รองรับ

KX-TES824 ใช้ OHCA ได้หรือไม่

ไม่ควรนำขั้นตอน OHCA จากตู้สาขา Panasonic รุ่นอื่นมาใช้กับ KX-TES824 โดยอัตโนมัติ เนื่องจากไม่ใช่ขั้นตอน BSS ที่ระบุไว้ใน User Manual ของรุ่นนี้

ข้อแนะนำ

หากต้องการแจ้งเพื่อนร่วมงานที่กำลังสนทนาอยู่ ให้ใช้ BSS ด้วยรหัส 2 เป็นหลักตามคู่มือของรุ่น

㉑ BSS ต่างจาก Automatic Callback Busy อย่างไร

Automatic Callback Busy หรือ Camp-on ใช้สำหรับให้ระบบแจ้งกลับเมื่อหมายเลขภายในหรือ CO Line ที่ต้องการกลับมาว่าง

BSS

ส่งเสียงเตือนไปยังผู้ที่กำลังคุยอยู่

Automatic Callback Busy

รอให้ปลายทางว่าง แล้วแจ้งกลับให้ผู้โทรทราบ

ตารางเปรียบเทียบ

รายการBSSAutomatic Callback Busy
รหัสขณะได้ยิน Busy Tone26
แจ้งผู้รับที่กำลังคุยใช่ไม่ใช่
รอจนปลายทางว่างไม่ใช่จุดประสงค์หลักใช่
ผู้โทรได้รับ Callbackไม่ใช่บริการนี้ใช่
เหมาะกับต้องการแจ้งสายรอติดต่อเมื่อเครื่องว่าง

ตัวอย่าง

หากเรื่องเร่งด่วนและต้องการให้ผู้รับทราบทันที ใช้ BSS

หากไม่เร่งด่วนและสามารถรอให้ปลายทางว่างได้ ใช้ Automatic Callback Busy

㉒ รหัส BSS กับ DND Override เหมือนกันหรือไม่

Feature Number Table ของ Panasonic KX-TES824 แสดงว่า BSS และ DND Override ใช้หมายเลข 2 ในสถานะเสียงที่แตกต่างกัน

BSS

กด 2 เมื่อได้ยิน Busy Tone หลังโทรหาเครื่องภายในที่ไม่ว่าง

DND Override

เป็นการติดต่อหมายเลขภายในที่เปิด Do Not Disturb โดยใช้รหัสตามขั้นตอนและสิทธิ์ที่เกี่ยวข้อง

เหตุใดใช้เลขเดียวกัน

เพราะตู้สาขาแยกคำสั่งตามสถานะเสียงและบริการที่ผู้โทรกำลังใช้งาน

ข้อควรระวัง

ไม่ควรสรุปว่ากดเลข 2 ในทุกสถานการณ์แล้วจะส่ง Call Waiting Tone เสมอ

ต้องเริ่มจากการได้ยิน Busy Tone ของหมายเลขภายในตามขั้นตอน BSS

㉓ BSS ใช้แจ้งเครื่องที่โทรออกสายนอกอยู่ได้หรือไม่

ฟังก์ชัน BSS ใช้ติดต่อหมายเลขภายในที่กำลังไม่ว่าง ไม่ได้จำกัดเฉพาะกรณีที่เครื่องนั้นกำลังคุยกับหมายเลขภายในอีกเครื่อง

ตัวอย่าง

เครื่อง 101 กำลังสนทนากับลูกค้าทาง CO1

เครื่อง 103 โทรหา 101 และได้ยิน Busy Tone

หากเครื่อง 101 เปิด Call Waiting สำหรับ Intercom ไว้ สามารถใช้ BSS แจ้งสายรอได้ตามเงื่อนไข

ผู้โทรเดิมจะถูกตัดสายหรือไม่

BSS ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ตัดสายเดิม

ผู้ใช้เครื่อง 101 ต้องเลือกเองว่าจะสนทนาต่อ พักสาย หรือรับผู้โทรใหม่

㉔ ทำไมกด 2 แล้วไม่มีเสียงที่เครื่องปลายทาง

1. ยังไม่ได้เปิด Call Waiting

ตรวจสอบรหัส 7321#

2. ปลายทางเปิด Data Line Security

ตรวจสอบว่ามีการใช้ 7301# หรือไม่

3. ไม่ได้กดระหว่าง Busy Tone

BSS ต้องกดในสถานะที่คู่มือกำหนด

4. โทรผิดหมายเลขภายใน

ตรวจสอบว่าเบอร์ปลายทางถูกต้อง

5. มีบริการอื่นที่เกี่ยวข้อง

เช่น FWD, DND หรือสถานะสายซึ่งอาจทำให้พฤติกรรมต่างจากการทดสอบทั่วไป

6. โทรศัพท์มีปัญหา

ทดสอบด้วย PT หรือ SLT อีกเครื่องเพื่อแยกปัญหา

㉕ วิธีทดสอบ BSS ด้วยโทรศัพท์สามเครื่อง

อุปกรณ์

  • เครื่อง 101 เป็นผู้รับ BSS
  • เครื่อง 102 เป็นคู่สนทนาปัจจุบัน
  • เครื่อง 103 เป็นผู้ส่ง BSS

ขั้นตอนเตรียม

  1. ยกหูเครื่อง 101
  2. กด 7321#
  3. รอฟัง Confirmation Tone
  4. วางหู

ขั้นตอนทดสอบ

  1. ให้เครื่อง 101 สนทนากับเครื่อง 102
  2. เครื่อง 103 โทรหาเครื่อง 101
  3. ตรวจสอบว่าได้ยิน Busy Tone
  4. เครื่อง 103 กด 2
  5. เครื่อง 101 ตรวจสอบว่าได้ยิน Call Waiting Tone หรือไม่
  6. ให้ผู้ใช้เครื่อง 101 จัดการสายเดิมและรับสายใหม่ตามขั้นตอน
  7. ยืนยันว่าเครื่อง 101 สนทนากับ 103 ได้
  8. จบการทดสอบให้เรียบร้อย

ข้อควรบันทึก

  • ประเภท PT หรือ SLT
  • หมายเลขภายใน
  • สถานะ Call Waiting
  • สถานะ Data Line Security
  • เสียงที่ได้ยินหลังโทรหา
  • ผลหลังจากกดเลข 2

㉖ วิธีทดสอบ BSS จาก SLT ไป PT

อุปกรณ์

  • เครื่อง 101 เป็น PT ที่รับ BSS
  • เครื่อง 102 เป็นคู่สนทนาเดิม
  • เครื่อง 104 เป็น SLT ผู้ส่ง

ขั้นตอน

  1. เปิด 7321# ที่เครื่อง 101
  2. ให้เครื่อง 101 คุยกับ 102
  3. ยกหู SLT เครื่อง 104
  4. กดหมายเลข 101
  5. รอ Busy Tone
  6. กดเลข 2
  7. ให้เครื่อง 101 ฟัง Call Waiting Tone
  8. ทดสอบการรับสายใหม่

ต้องกด FLASH ที่ SLT ผู้ส่งหรือไม่

ไม่ต้อง

เพราะผู้ส่งยังไม่ได้อยู่ระหว่างสนทนากับผู้รับ แต่กำลังเรียกเบอร์ภายในที่ไม่ว่างอยู่

㉗ ทำไมผู้รับได้ยินเสียง แต่เปลี่ยนไปรับสายใหม่ไม่ได้

การได้ยิน BSS แสดงว่ามีการแจ้งสายรอ แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้รับจัดการสายใหม่ได้ด้วยทุกปุ่ม

ตรวจสอบประเภทโทรศัพท์

PT และ SLT ใช้ขั้นตอนต่างกัน

ตรวจสอบสถานะสายเดิม

หากมีสายพักหรือบริการอื่นอยู่ อาจมีข้อจำกัดเพิ่มเติม

ตรวจสอบปุ่ม CO และ INTERCOM

สำหรับ PT ต้องเลือกปุ่มที่สัมพันธ์กับสายใหม่

ตรวจสอบ SLT Hold Mode

สำหรับ SLT อาจต้องใช้ Recall/Hookflash ร่วมกับขั้นตอน Hold ที่เหมาะสม

ข้อควรระวัง

ไม่ควรกด FLASH หรือวางหูซ้ำโดยไม่ทราบสถานะ เพราะอาจทำให้สายลูกค้าเดิมหลุด

㉘ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อใช้ BSS

กดเลข 2 หลังวางหูแล้ว

ไม่ถูกต้อง ต้องกดขณะได้ยิน Busy Tone

เปิด 7311# แต่ไม่ได้เปิด 7321#

รหัส 7311 ใช้กับ Call Waiting สายนอก ไม่ใช่เงื่อนไขหลักของ BSS จากสายภายใน

คิดว่า BSS เป็นการแทรกสาย

ไม่ใช่ เพราะ BSS เป็นเพียงการแจ้งเตือน

ใช้เลข 3 แทนเลข 2

เลข 3 เกี่ยวข้องกับ Executive Busy Override ซึ่งเป็นบริการต่างประเภทและมีเงื่อนไขด้านสิทธิ์

เปิด Data Line Security อยู่

อาจป้องกันเสียงแจ้งเตือน

ใช้ขั้นตอนของ PBX รุ่นอื่น

อาจทำให้กดรหัสผิด เนื่องจากแต่ละรุ่นมี Feature Number ต่างกัน

㉙ ตารางเปรียบเทียบคำสั่งเมื่อเบอร์ภายในไม่ว่าง

ฟังก์ชันรหัสจุดประสงค์
BSS2แจ้งเสียง Call Waiting
Executive Busy Override3เข้าร่วมการสนทนาตามสิทธิ์
Automatic Callback Busy6แจ้งกลับเมื่อปลายทางว่าง
เปิด Call Waiting ภายใน7321#อนุญาตรับเสียง BSS
ปิด Call Waiting ภายใน7320#ยกเลิกการรับเสียง
เปิด Data Line Security7301#ป้องกันเสียงรบกวน
ปิด Data Line Security7300#ยกเลิกการป้องกันตามความจำเป็น

ข้อสำคัญ

เลข 2, 3 และ 6 เป็นคำสั่งที่ใช้ระหว่างได้ยิน Busy Tone ตามบริการที่เกี่ยวข้อง

ส่วนรหัส 732 และ 730 ใช้ตั้งค่าจากเครื่องในสถานะพร้อมรับคำสั่ง ไม่ใช่ให้กดต่อท้าย Busy Tone โดยตรง

㉚ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Busy Station Signalling

Panasonic KX-TES824 ส่งเสียงเตือนไปเครื่องที่ไม่ว่างทำอย่างไร

โทรหาหมายเลขภายใน เมื่อได้ยิน Busy Tone ให้กดเลข 2

BSS คืออะไร

Busy Station Signalling เป็นฟังก์ชันส่ง Call Waiting Tone ไปยังเครื่องภายในที่กำลังไม่ว่าง

BSS ใช้ได้กับ PT หรือไม่

ได้

BSS ใช้ได้กับ SLT หรือไม่

ได้

ผู้ส่งต้องกด FLASH ก่อนเลข 2 หรือไม่

ไม่ต้อง เพียงกด 2 ขณะได้ยิน Busy Tone

เครื่องปลายทางต้องเปิดอะไร

ต้องเปิด Call Waiting สำหรับสายภายในด้วย 7321#

ปิด Call Waiting ภายในใช้รหัสอะไร

7320#

เปิด Call Waiting สายนอกใช้รหัสอะไร

7311#

เปิด 7311# แล้วส่ง BSS ได้ไหม

ต้องเปิดรับ Call Waiting สำหรับสายภายในด้วย 7321# ตามเงื่อนไขของ BSS

กด BSS แล้วได้ยิน Reorder Tone เพราะอะไร

ปลายทางอาจไม่ได้เปิด Call Waiting หรืออยู่ในสถานะที่ไม่รองรับ

Data Line Security ทำให้ BSS ไม่ทำงานหรือไม่

ได้ เพราะเป็นฟังก์ชันป้องกันเสียงแจ้งเตือนบางประเภท

เปิด Data Line Security กดอะไร

7301#

ปิด Data Line Security กดอะไร

7300#

BSS ทำให้สายเดิมหลุดหรือไม่

ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ให้ตัดสายเดิม ผู้รับเป็นผู้เลือกว่าจะจัดการสายใหม่อย่างไร

ผู้รับต้องรับสาย BSS ทันทีไหม

ไม่จำเป็น

BSS ต่างจาก Executive Busy Override อย่างไร

BSS ส่งเสียงเตือน ส่วน Executive Busy Override เป็นการเข้าร่วมการสนทนาที่กำลังดำเนินอยู่ตามสิทธิ์

Executive Busy Override ใช้เลขอะไร

ใช้เลข 3 ในสถานะ Busy Tone และต้องมีสิทธิ์ตามระบบ

โปรแกรม 608 ใช้ทำอะไร

ใช้กำหนดสิทธิ์ Executive Busy Override

BSS ต่างจาก OHCA อย่างไร

BSS ใช้เสียง Call Waiting Tone ส่วน OHCA เกี่ยวข้องกับการแจ้งด้วยเสียงพูดบนระบบที่รองรับ ไม่ควรใช้ขั้นตอนข้ามรุ่นโดยไม่ตรวจสอบ

BSS ต่างจาก Automatic Callback Busy อย่างไร

BSS แจ้งผู้ที่ไม่ว่างทันที ส่วน Automatic Callback Busy ให้ระบบแจ้งกลับเมื่อปลายทางว่าง

Automatic Callback Busy ใช้เลขอะไร

ใช้ 6 ขณะได้ยิน Busy Tone

โทรศัพท์ SLT รับ BSS ได้ยินเสียงจากไหน

ได้ยินผ่านหูโทรศัพท์ตามคู่มือ

โทรศัพท์ PT รับ BSS ได้ยินเสียงจากไหน

ผ่านลำโพงของโทรศัพท์ตามความสามารถของรุ่น

ต้องรีเซ็ตตู้เมื่อ BSS ไม่ทำงานหรือไม่

ไม่ควรรีเซ็ตทันที ให้ตรวจสอบรหัส 7321, Data Line Security และสถานะ Busy Tone ก่อน

㉛ สรุปวิธีส่งสัญญาณเตือนไปยังเบอร์ภายใน Panasonic KX-TES824 ที่กำลังคุยสาย

Panasonic KX-TES824 รองรับการแจ้งสายรอไปยังหมายเลขภายในที่กำลังสนทนาอยู่ด้วยฟังก์ชัน Busy Station Signalling หรือ BSS โดยผู้โทรสามารถกดเลข 2 ขณะได้ยิน Busy Tone เพื่อส่ง Call Waiting Tone ไปยังเครื่องปลายทาง

หลักการสำคัญ ได้แก่

  • โทรหาเบอร์ภายในก่อน
  • เมื่อได้ยิน Busy Tone ให้กด 2
  • ใช้ได้ทั้ง PT และ SLT
  • เครื่องผู้รับต้องเปิด Call Waiting ภายในด้วย 7321#
  • ยกเลิก Call Waiting ภายในด้วย 7320#
  • BSS เป็นการแจ้งเสียง ไม่ใช่การบังคับแทรกสาย
  • ผู้รับสามารถเลือกพักสายเดิมหรือจัดการสายใหม่ตามขั้นตอน
  • Data Line Security อาจทำให้ BSS ไม่ทำงาน
  • Executive Busy Override เป็นอีกฟังก์ชันหนึ่ง ใช้เลข 3 และมีสิทธิ์เฉพาะ
  • Automatic Callback Busy ใช้เลข 6 เมื่อรอให้ปลายทางว่าง
  • ไม่ควรนำขั้นตอน OHCA จากตู้สาขารุ่นอื่นมาใช้แทน BSS
  • หากได้ยิน Reorder Tone ให้ตรวจสอบการเปิด Call Waiting และสถานะปลายทาง

หาก BSS ไม่ทำงาน ให้เริ่มตรวจสอบจากเครื่องปลายทางก่อน โดยดูว่าเปิด 7321# แล้วหรือไม่ และมี Data Line Security ป้องกันเสียงแจ้งเตือนอยู่หรือไม่

ComSiam แนะนำให้สำนักงานฝึกพนักงานให้เข้าใจความแตกต่างระหว่าง BSS, Executive Busy Override และ Automatic Callback Busy เพื่อให้เลือกวิธีติดต่อเพื่อนร่วมงานที่กำลังสนทนาอยู่ได้เหมาะสม โดยไม่รบกวนหรือทำให้สายลูกค้าเดิมขาดการเชื่อมต่อโดยไม่จำเป็น