วิธีตั้งค่า DISA Security Mode โปรแกรม 511 Panasonic KX-TES824 ป้องกันการโทรออกสายนอกโดยไม่ได้รับอนุญาต

วิธีตั้งค่า DISA Security Mode โปรแกรม 511 บน Panasonic KX-TES824 เป็นการกำหนดระดับความปลอดภัยของระบบ DISA เพื่อควบคุมว่าผู้โทรจากภายนอกต้องป้อนรหัสรักษาความปลอดภัยก่อนเรียกหมายเลขภายในหรือขอใช้สายนอกของตู้สาขาหรือไม่

โปรแกรม 511 มีตัวเลือก 3 รูปแบบ ได้แก่ Trunk Security, All Security และ None Security โดยค่าเริ่มต้นจากโรงงานคือ Trunk Security

การตั้งค่าที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้บุคคลภายนอกใช้ระบบ DISA โทรออกผ่านสายนอกของบริษัทโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเรียกว่า Outside-to-Outside หรือ CO-to-CO Call และค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นอาจถูกเรียกเก็บจากเจ้าของหรือผู้ใช้บริการตู้สาขา

ตัวอย่างเช่น บริษัทมีหมายเลขโทรศัพท์หลักเชื่อมต่อกับ CO1 และเปิดระบบ DISA เพื่อให้ลูกค้ากดเลือกฝ่ายขายหรือฝ่ายบริการ หากตั้งโปรแกรม 511 เป็น None Security ผู้โทรอาจสามารถขอสายนอกเพื่อโทรต่อโดยไม่ต้องป้อนรหัส DISA ตามสิทธิ์และการตั้งค่าที่ระบบอนุญาต

แต่หากเลือก Trunk Security ระบบจะกำหนดให้ผู้โทรป้อนรหัส DISA ที่ถูกต้องก่อนใช้ฟังก์ชันโทรออกสายนอก ขณะที่ยังสามารถโทรติดต่อเครื่องภายในได้โดยไม่ต้องป้อนรหัส

สำหรับ All Security ผู้โทรต้องผ่านการตรวจสอบรหัสก่อนใช้งานทั้งการโทรภายในและการโทรออกสายนอกผ่าน DISA

บทความนี้ ComSiam จะอธิบายวิธีตั้งโปรแกรม 511 อย่างละเอียด พร้อมเปรียบเทียบระดับความปลอดภัย วิธีตั้งรหัสผ่านโปรแกรม 512 การกำหนดจำนวนหลักด้วยโปรแกรม 530 การทดสอบความปลอดภัย และแนวทางป้องกันการนำระบบ DISA ไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

① DISA Security Mode คืออะไร?

DISA Security Mode เป็นฟังก์ชันกำหนดระดับการตรวจสอบสิทธิ์ผู้โทรภายนอกที่เข้าถึงระบบ DISA

DISA ย่อมาจาก Direct Inward System Access เป็นระบบที่เปิดให้ผู้โทรจากภายนอกเลือกหมายเลขภายใน และอาจใช้งานความสามารถอื่นตามสิทธิ์ที่ตู้สาขากำหนด

ตัวอย่างการทำงาน

① บุคคลภายนอกโทรเข้าหมายเลขบริษัท

② ตู้สาขารับสายผ่าน DISA

③ ระบบเล่นข้อความเสียงต้อนรับ OGM

④ ผู้โทรเลือกหมายเลขหรือฟังก์ชันที่ต้องการ

⑤ ระบบตรวจสอบระดับความปลอดภัยตามโปรแกรม 511

⑥ หากการใช้งานนั้นต้องใช้รหัส ระบบตรวจสอบ DISA Security Code

⑦ เมื่อยืนยันสิทธิ์สำเร็จ ระบบจึงดำเนินการตามเงื่อนไขที่อนุญาต

จุดสำคัญ

โปรแกรม 511 เป็นการควบคุมสิทธิ์การใช้งานผ่าน DISA ไม่ใช่โปรแกรมสำหรับเปิดหรือปิดสายนอกทั้งหมดของตู้สาขา

② โปรแกรม 511 มีตัวเลือกอะไรบ้าง?

โปรแกรม 511 มี 3 ตัวเลือกหลัก

ตัวเลือกโทรหาเบอร์ภายในผ่าน DISAขอใช้สายนอกผ่าน DISA
Trunk Securityไม่ต้องป้อนรหัส DISAต้องป้อนรหัส DISA
All Securityต้องป้อนรหัส DISAต้องป้อนรหัส DISA
None Securityไม่ต้องป้อนรหัส DISAไม่ต้องป้อนรหัส DISA

ตารางนี้อธิบายข้อกำหนดเรื่องรหัส DISA โดยเฉพาะ ความสำเร็จของการโทรยังขึ้นอยู่กับแผนหมายเลข สิทธิ์การโทร และการตั้งค่าอื่นของระบบ

ค่าเริ่มต้นจากโรงงาน

Trunk Security

คำแนะนำเบื้องต้น

สำหรับสำนักงานทั่วไปที่ต้องการให้ลูกค้ากดหมายเลขภายในได้สะดวก แต่ไม่ต้องการเปิดให้บุคคลทั่วไปใช้สายนอกของบริษัท Trunk Security เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับเริ่มต้นตรวจสอบ

③ Trunk Security คืออะไร?

Trunk Security เป็นโหมดที่อนุญาตให้ผู้โทรผ่าน DISA ติดต่อหมายเลขภายในโดยไม่ต้องป้อนรหัส DISA แต่หากต้องการขอสายนอกเพื่อโทรออกต่อ จะต้องป้อนรหัสรักษาความปลอดภัยที่ถูกต้อง

ตัวอย่าง

บริษัทเปิด DISA พร้อมเมนู

  • กด 1 ฝ่ายขาย
  • กด 2 ฝ่ายบัญชี
  • กด 3 ฝ่ายบริการ

ผู้โทรสามารถเลือกติดต่อแผนกเหล่านี้ได้ตามการตั้งค่าของระบบ

แต่หากพยายามใช้ฟังก์ชันขอสายนอก ระบบต้องตรวจสอบรหัส DISA ก่อนอนุญาต

ข้อดี

  • ลูกค้าโทรติดต่อแผนกภายในได้สะดวก
  • ลดความเสี่ยงจากการใช้สายนอกโดยไม่มีรหัส
  • เหมาะกับสำนักงานที่มีระบบตอบรับอัตโนมัติสำหรับบุคคลทั่วไป

ข้อจำกัด

การใช้ Trunk Security ไม่ได้หมายความว่าระบบไม่มีความเสี่ยงอีกต่อไป ต้องดูแลรหัสและตรวจสอบสิทธิ์การโทรร่วมด้วย

④ All Security คืออะไร?

All Security เป็นโหมดที่กำหนดให้ผู้โทรผ่าน DISA ต้องยืนยันด้วยรหัสก่อนทำการโทรทั้งสองประเภท ได้แก่

① การโทรไปยังหมายเลขภายใน

② การขอสายนอกเพื่อโทรออก

ตัวอย่าง

บริษัทใช้ DISA สำหรับบุคลากรที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น

ผู้โทรเข้ามาจะต้องมีรหัส DISA ที่ถูกต้องก่อนใช้งานฟังก์ชันโทรตามเงื่อนไขของระบบ

เหมาะกับกรณีใด?

  • ระบบ DISA ที่ไม่ได้เปิดให้ลูกค้าทั่วไปติดต่อโดยตรง
  • การใช้งานเฉพาะบุคลากรที่ได้รับอนุญาต
  • ระบบที่ต้องการควบคุมสิทธิ์การโทรผ่าน DISA ทั้งภายในและภายนอก

ข้อควรระวัง

หากเบอร์หลักของบริษัทใช้เมนูให้ลูกค้าทั่วไปกดติดต่อแผนก การเลือก All Security อาจทำให้ผู้โทรไม่สามารถติดต่อปลายทางได้ตามที่คาด เพราะระบบต้องการรหัสก่อนใช้งาน

จึงต้องออกแบบขั้นตอนรับสายให้ตรงกับระดับความปลอดภัย

⑤ None Security คืออะไร?

None Security หรือ No Security เป็นรูปแบบที่ไม่บังคับให้ผู้โทรป้อนรหัส DISA ก่อนโทรไปยังหมายเลขภายในหรือขอสายนอกตามความสามารถที่เปิดใช้งาน

ความเสี่ยง

หากระบบอนุญาตให้ขอสายนอกผ่าน DISA บุคคลภายนอกอาจใช้สายนอกของบริษัทโทรต่อโดยไม่ผ่านการตรวจสอบรหัส DISA

ตัวอย่าง

ผู้โทรเข้ามายัง CO1

จากนั้นพยายามเลือกฟังก์ชันขอสายนอกและโทรไปยังหมายเลขปลายทางอื่น

หากไม่มีมาตรการจำกัดเพิ่มเติม อาจเกิดค่าโทรศัพท์จากการใช้งานโดยไม่ได้รับอนุญาต

คำแนะนำ

ไม่ควรเลือก None Security สำหรับ DISA ที่บุคคลทั่วไปสามารถโทรเข้าถึงได้ โดยเฉพาะระบบที่มีสายนอกหลายพอร์ตหรืออนุญาตการโทรไปยังหมายเลขที่มีค่าใช้จ่ายสูง

⑥ Trunk Security กับ All Security ต่างกันอย่างไร?

ความแตกต่างหลักอยู่ที่การโทรไปยังหมายเลขภายใน

รายการTrunk SecurityAll Security
โทรภายในผ่าน DISAไม่ต้องใช้รหัส DISAต้องใช้รหัส DISA
ขอใช้สายนอกผ่าน DISAต้องใช้รหัส DISAต้องใช้รหัส DISA
เหมาะกับลูกค้าทั่วไปเหมาะกว่าต้องวางแผนเรื่องรหัส
เหมาะกับบุคลากรที่ได้รับอนุญาตได้ได้
ค่าเริ่มต้นจากโรงงานใช่ไม่ใช่

ตัวอย่างการตัดสินใจ

บริษัทเปิดเสียงต้อนรับให้ลูกค้ากด 1 ฝ่ายขายและ 2 ฝ่ายบริการ

ควรเริ่มประเมิน Trunk Security เพื่อให้ลูกค้าติดต่อหมายเลขภายในโดยไม่ต้องมีรหัส

แต่หากหมายเลข DISA มีไว้สำหรับบุคลากรที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น อาจพิจารณา All Security

⑦ ทำไม DISA จึงมีความเสี่ยงเรื่องค่าโทรศัพท์?

KX-TES824 รองรับความสามารถ Outside-to-Outside Call ผ่าน DISA ตามการตั้งค่าและระดับความปลอดภัยของระบบ

หมายความว่าผู้โทรจากสายนอกหนึ่งอาจใช้ตู้สาขาเป็นทางผ่านเพื่อโทรออกอีกสายนอกหนึ่งได้

ตัวอย่างเส้นทาง

ผู้โทรภายนอก

↓

CO1 ของบริษัท

↓

ระบบ DISA

↓

การตรวจสอบสิทธิ์

↓

CO2 ของบริษัท

↓

หมายเลขปลายทางภายนอก

ผลกระทบ

หากใช้งานโดยไม่ได้รับอนุญาต บริษัทอาจต้องรับผิดชอบค่าโทรที่เกิดขึ้น

แนวทางป้องกัน

ควรเปิด Trunk Security หรือ All Security รักษารหัสเป็นความลับ และจำกัดสิทธิ์การโทรออกให้เหมาะสมกับการใช้งานจริง

⑧ โปรแกรมใดเกี่ยวข้องกับความปลอดภัย DISA?

โปรแกรมหน้าที่
414–416กำหนดสายนอกที่รับด้วย DISA
500กำหนดโหมดรับหมายเลขผ่าน DISA
501กำหนดเมนู AA
511กำหนดระดับความปลอดภัย DISA
512กำหนด DISA Security Code
518กำหนดเสียงสัญญาณหลังป้อนรหัสถูกต้อง
530กำหนดจำนวนหลักของรหัส DISA
205กำหนดระยะเวลา CO-to-CO Call
516กำหนดสิทธิ์รับสาย DISA ของเครื่องภายใน

ควรตรวจสอบการจำกัดการโทรออกอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย ไม่พึ่งพาโปรแกรม 511 เพียงอย่างเดียว

⑨ เตรียมข้อมูลก่อนตั้งโปรแกรม 511

ก่อนเปลี่ยนระดับความปลอดภัย ควรดำเนินการดังนี้

① ตรวจสอบ CO Line ที่เปิด DISA

② ตรวจสอบโปรแกรม 511 ปัจจุบัน

③ ตรวจสอบว่าบริษัทต้องการให้ลูกค้าทั่วไปโทรเข้าเบอร์ภายในหรือไม่

④ ตรวจสอบว่ามีความจำเป็นต้องใช้ Outside-to-Outside Call หรือไม่

⑤ ตรวจสอบว่ามีการกำหนด DISA Security Code แล้วหรือยัง

⑥ ตรวจสอบจำนวนหลักรหัสจากโปรแกรม 530

⑦ บันทึกค่าระบบเดิม

⑧ เตรียมผู้รับผิดชอบทดสอบระบบ

⑨ กำหนดช่วงเวลาที่ไม่รบกวนลูกค้า

ข้อสำคัญ

ก่อนเปลี่ยนเป็น All Security ต้องประเมินผลต่อผู้โทรทั่วไป เพราะอาจเปลี่ยนขั้นตอนการเข้าถึงหมายเลขภายในทันที

⑩ วิธีเข้า System Programming Panasonic KX-TES824

การตั้งโปรแกรม 511 สามารถทำได้จากโทรศัพท์ Panasonic Proprietary Telephone ที่รองรับ System Programming และมีสิทธิ์ตั้งค่าระบบ

ขั้นตอน

① วางหูโทรศัพท์

② กด PROGRAM

③ กด *#

④ ใส่รหัสผ่าน System Programming ที่ได้รับอนุญาต

⑤ เข้าสู่โหมดโปรแกรม

⑥ เลือกโปรแกรมที่ต้องการ

ข้อควรระวัง

ไม่ควรเปิดเผยรหัส System Programming แก่บุคคลที่ไม่มีหน้าที่ดูแลระบบ

และไม่ควรใช้การรีเซ็ตตู้สาขาเป็นวิธีแรกเมื่อไม่ทราบรหัสผ่าน เพราะอาจสูญเสียการตั้งค่าที่ใช้งานอยู่

⑪ วิธีตั้งโปรแกรม 511 เป็น Trunk Security

การตั้งค่านี้เหมาะกับกรณีต้องการให้ลูกค้าทั่วไปติดต่อเครื่องภายในผ่าน DISA ได้ แต่ต้องใช้รหัสก่อนขอสายนอก

ขั้นตอน

① เข้า System Programming

② กด 511

③ กด NEXT

④ ตรวจสอบค่าปัจจุบัน

⑤ ใช้ SELECT เลือก Trunk Security

⑥ ตรวจสอบค่าบนหน้าจอ

⑦ กด STORE

⑧ กด END

ลำดับคำสั่ง

511 → NEXT → SELECT (Trunk Security) → STORE → END

หลังตั้งค่า

ตรวจสอบว่าโปรแกรม 512 มีรหัสสำหรับบุคลากรที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ฟังก์ชันโทรออกผ่าน DISA

จากนั้นทดสอบว่าผู้โทรทั่วไปยังสามารถติดต่อเครื่องภายในได้ และไม่สามารถใช้สายนอกโดยไม่มีการยืนยันสิทธิ์

⑫ วิธีตั้งโปรแกรม 511 เป็น All Security

All Security กำหนดให้ต้องผ่านการยืนยันรหัสก่อนใช้งานการโทรภายในและภายนอกผ่าน DISA

ขั้นตอน

① เข้า System Programming

② กด 511

③ กด NEXT

④ ใช้ SELECT เลือก All Security

⑤ ตรวจสอบค่า

⑥ กด STORE

⑦ กด END

ลำดับคำสั่ง

511 → NEXT → SELECT (All Security) → STORE → END

ข้อควรระวัง

หากระบบใช้สำหรับลูกค้าทั่วไป ไม่ควรเปลี่ยนเป็น All Security โดยไม่เตรียมขั้นตอนการรับสายใหม่ เพราะอาจทำให้ลูกค้าไม่สามารถเข้าถึงแผนกตามข้อความเสียงที่ประกาศไว้

ควรทดสอบโดยผู้ดูแลก่อนเปิดใช้งานจริง

⑬ วิธีตั้งโปรแกรม 511 เป็น None Security

None Security เป็นตัวเลือกที่ไม่ต้องใช้รหัส DISA สำหรับการโทรประเภทที่โปรแกรม 511 ควบคุม

ขั้นตอน

① เข้า System Programming

② กด 511

③ กด NEXT

④ ใช้ SELECT เลือก None Security

⑤ กด STORE

⑥ กด END

ลำดับคำสั่ง

511 → NEXT → SELECT (None Security) → STORE → END

คำเตือน

ไม่แนะนำให้ใช้กับหมายเลข DISA ที่บุคคลทั่วไปเข้าถึงได้

หากไม่มีการจำกัดสิทธิ์อื่นอย่างเหมาะสม อาจเพิ่มความเสี่ยงที่บุคคลภายนอกใช้ระบบโทรออกสายนอกโดยไม่ได้รับอนุญาต

สำหรับระบบสำนักงานทั่วไป ควรพิจารณา Trunk Security หรือ All Security แทน

⑭ โปรแกรม 512 ใช้ทำอะไร?

โปรแกรม 512 หรือ DISA Security Code ใช้กำหนดรหัสที่บุคลากรที่ได้รับอนุญาตใช้ยืนยันสิทธิ์ผ่าน DISA

คุณสมบัติสำคัญ

  • รองรับหมายเลขรหัส Code No. 1–4
  • รหัสประกอบด้วยตัวเลข 0–9
  • ความยาวรหัสกำหนดจากโปรแกรม 530
  • รหัสแต่ละรายการควรไม่ซ้ำกัน

ตัวอย่างการใช้งาน

องค์กรอาจกำหนดรหัสแยกให้ผู้ดูแลหรือกลุ่มบุคลากรที่ได้รับอนุญาต

แต่ไม่ควรใช้รหัสที่คาดเดาง่าย เช่น เลขเรียงลำดับหรือเลขซ้ำทั้งหมด

ข้อควรระวัง

ไม่ควรนำรหัสจริงขององค์กรไปใส่ในบทความ คู่มือสาธารณะ หรือส่งให้บุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาต

⑮ โปรแกรม 530 ใช้กำหนดจำนวนหลักของรหัสอย่างไร?

โปรแกรม 530 หรือ DISA Security Code Digits ใช้กำหนดจำนวนหลักของรหัส DISA

ค่าที่รองรับ

4–10 หลัก

ตัวอย่าง

หากกำหนดรหัส 8 หลัก รหัสในโปรแกรม 512 ต้องสอดคล้องกับความยาวที่กำหนด

ข้อควรระวังสำคัญ

คู่มือระบุว่า เมื่อเปลี่ยนจำนวนหลักในโปรแกรม 530 รหัส DISA ที่กำหนดไว้ทั้งหมดจะถูกล้าง

ดังนั้นหากต้องการเปลี่ยนความยาวรหัส ต้องเตรียมรหัสใหม่และแผนการนำไปใช้งานก่อน

แนวทางที่เหมาะสม

หากไม่มีข้อจำกัดด้านการใช้งาน ควรพิจารณารหัสที่ยาวและสุ่มมากกว่าค่า 4 หลักขั้นต่ำ เพื่อเพิ่มความยากในการคาดเดา

⑯ โปรแกรม 518 เกี่ยวข้องกับ Security Code อย่างไร?

โปรแกรม 518 คือ DISA Tone after Security Code

ใช้กำหนดว่าจะให้ระบบส่งเสียงสัญญาณสั้นหลังตรวจสอบรหัส DISA ที่ถูกต้องหรือไม่

ตัวเลือก

  • Enable
  • Disable

การใช้งาน

เมื่อผู้โทรได้รับอนุญาตและป้อนรหัสถูกต้อง ระบบอาจส่งเสียงสัญญาณสั้นตามการตั้งค่าโปรแกรม 518

ข้อควรจำ

โปรแกรม 518 เป็นการกำหนดเสียงแจ้งหลังรหัสถูกต้อง

ไม่ได้ใช้เปิดหรือปิดการตรวจสอบรหัส

การเลือกให้ต้องใช้รหัสหรือไม่ต้องใช้รหัสต้องตรวจสอบโปรแกรม 511

⑰ หากใส่รหัส DISA ผิดจะเกิดอะไรขึ้น?

คู่มือ Panasonic KX-TES824 ระบุว่า หากผู้โทรป้อนรหัส DISA ผิดครบ 3 ครั้ง ระบบจะส่ง Reorder Tone และตัดสาย

ลำดับตัวอย่าง

① ผู้โทรพยายามใช้งานที่ต้องยืนยันรหัส

② ระบบรอรับ DISA Security Code

③ ป้อนรหัสไม่ถูกต้อง

④ ระบบไม่อนุญาตการทำงานตามคำขอ

⑤ หากป้อนผิดครบ 3 ครั้ง ระบบส่ง Reorder Tone และตัดสาย

ข้อควรทราบ

ข้อจำกัดนี้ช่วยควบคุมความผิดพลาดภายในการโทร แต่ไม่ได้รับประกันว่าระบบจะป้องกันความพยายามคาดเดารหัสจากการโทรเข้าหลายครั้งได้ทั้งหมด

จึงยังต้องใช้รหัสที่คาดเดายาก และตรวจสอบการใช้งานผิดปกติเป็นระยะ

⑱ ทำไม Trunk Security จึงเหมาะกับสำนักงานทั่วไป?

สำนักงานส่วนใหญ่ต้องการให้ลูกค้าติดต่อพนักงานได้สะดวก แต่ไม่ต้องการให้ผู้โทรใช้สายนอกของบริษัทเพื่อโทรต่อ

ตัวอย่าง

บริษัทเปิดเมนู

  • กด 1 ฝ่ายขาย
  • กด 2 ฝ่ายบัญชี
  • กด 3 ฝ่ายบริการ

การใช้ Trunk Security เปิดให้ผู้โทรติดต่อหมายเลขภายในตามการตั้งค่าได้ โดยยังต้องผ่านการตรวจสอบรหัสหากต้องการขอสายนอก

ประโยชน์

① ลูกค้าสามารถใช้เมนูตามปกติ

② จำกัดการใช้สายนอกผ่าน DISA

③ ลดความเสี่ยงของ CO-to-CO Call ที่ไม่มีรหัส

④ ไม่จำเป็นต้องแจกรหัสให้ลูกค้าทั่วไป

ข้อจำกัด

หากรหัส DISA รั่วไหล ผู้ที่ได้รหัสไปอาจพยายามใช้สิทธิ์ดังกล่าวได้

จึงต้องจัดการรหัสอย่างรอบคอบและตรวจสอบสิทธิ์การโทรออกเพิ่มเติม

⑲ การตั้ง All Security มีผลกับเมนู AA หรือไม่?

มีผลต่อการใช้งานที่ต้องยืนยันรหัสตามระดับความปลอดภัย

ตัวอย่าง

เดิมระบบใช้ Trunk Security และลูกค้าสามารถกดเลือกเบอร์ภายในจากข้อความต้อนรับ

หากเปลี่ยนเป็น All Security การโทรภายในผ่าน DISA จะต้องผ่านการตรวจสอบรหัสก่อนตามข้อกำหนด

สิ่งที่ต้องพิจารณา

  • ผู้โทรทั่วไปมีรหัสหรือไม่
  • OGM แนะนำขั้นตอนตรงกับระบบหรือไม่
  • มีพนักงานรับสายสำรองหรือไม่
  • ข้อกำหนดนี้ทำให้ลูกค้าติดต่อบริษัทลำบากหรือไม่

คำแนะนำ

หากหมายเลขหลักใช้รับสายลูกค้าทั่วไป ควรทดสอบผลกระทบของ All Security อย่างละเอียดก่อนนำไปใช้งาน

⑳ โปรแกรม 511 เป็นค่ารวมของระบบหรือแยกตาม CO Line?

โปรแกรม 511 เป็นการกำหนด DISA Security Mode ระดับระบบ โดยคำสั่งโปรแกรมไม่ได้มีขั้นตอนเลือก CO Line แยกแต่ละพอร์ต

ตัวอย่าง

บริษัทมี

  • CO1 ใช้ DISA OGM1
  • CO2 ใช้ DISA OGM2

เมื่อกำหนดโปรแกรม 511 เป็น Trunk Security การตรวจสอบสิทธิ์จะใช้ตามขอบเขตของ DISA Security Mode ในระบบ

ข้อควรจำ

ไม่ควรสมมติว่าสามารถตั้ง CO1 เป็น Trunk Security และ CO2 เป็น All Security ผ่านโปรแกรม 511 เพียงรายการเดียว

หากต้องการแยกระดับความปลอดภัยตามหมายเลขรับสาย ต้องประเมินความสามารถของระบบหรือการจัดโครงสร้างบริการเพิ่มเติม

㉑ วิธีทดสอบ Trunk Security จากโทรศัพท์มือถือ

ควรทดสอบทั้งสิทธิ์โทรภายในและการป้องกันการใช้สายนอก

การทดสอบโทรภายใน

① ตรวจสอบโปรแกรม 511 เป็น Trunk Security

② ใช้มือถือโทรเข้าหมายเลขบริษัท

③ รอฟัง OGM

④ กดหมายเลขภายในที่ได้รับอนุญาต เช่น 102

⑤ ตรวจสอบว่าเครื่อง 102 ดัง

⑥ ให้พนักงานรับสาย

⑦ ทดสอบการสนทนา

การทดสอบความปลอดภัยสายนอก

ควรดำเนินการโดยผู้ดูแลที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น และใช้หมายเลขทดสอบที่องค์กรควบคุม

ตรวจสอบว่าคำขอใช้สายนอกผ่าน DISA ที่ไม่ได้ยืนยันรหัสถูกปฏิเสธ และผู้ใช้ที่มีรหัสถูกต้องได้รับอนุญาตเฉพาะตามสิทธิ์ที่กำหนด

ข้อควรระวัง

ไม่ควรทดสอบด้วยหมายเลขต่างประเทศหรือหมายเลขพิเศษที่อาจมีค่าใช้จ่ายสูง

㉒ วิธีทดสอบ All Security

การทดสอบ All Security ต้องตรวจสอบว่าการโทรที่อยู่ภายใต้ระบบ DISA ต้องผ่านการยืนยันรหัสตามข้อกำหนด

ขั้นตอน

① ตรวจสอบโปรแกรม 511 เป็น All Security

② ยืนยันว่ามีรหัส DISA สำหรับผู้ทดสอบ

③ โทรเข้าระบบจากมือถือของผู้ดูแล

④ ทดลองติดต่อหมายเลขภายในโดยไม่ยืนยันรหัส

⑤ ตรวจสอบว่าระบบบังคับการยืนยันสิทธิ์

⑥ ทดสอบอีกครั้งโดยใช้รหัสที่ได้รับอนุญาต

⑦ ตรวจสอบว่าการโทรทำงานตามสิทธิ์

⑧ วางสายและตรวจสอบการคืน CO Line

สิ่งที่ต้องระวัง

ไม่ควรเปลี่ยนระบบลูกค้าจริงเป็น All Security โดยไม่มีแผนย้อนกลับ เพราะอาจกระทบการรับสายทั่วไป

㉓ วิธีตรวจสอบเมื่อผู้โทรไม่สามารถกดเบอร์ภายในได้

หากลูกค้าเคยกดเบอร์ภายในได้ แต่หลังปรับความปลอดภัยแล้วใช้งานไม่ได้ ควรตรวจสอบดังนี้

1. โปรแกรม 511 เป็น All Security หรือไม่?

ระบบอาจต้องการรหัสก่อนโทรภายใน

2. โปรแกรม 500 เป็น With AA หรือ Without AA?

ต้องตรงกับรูปแบบเมนูที่ใช้งาน

3. โปรแกรม 501 กำหนดปลายทางถูกต้องหรือไม่?

หากใช้ Single Digit AA ต้องตรวจสอบรายการเมนู

4. โปรแกรม 516 เปิดสิทธิ์รับ DISA หรือไม่?

เครื่องปลายทางอาจถูกกำหนด Disable

5. สัญญาณ DTMF ทำงานหรือไม่?

ทดลองจากมือถือหรือสายนอกอื่น

คำแนะนำ

ควรตรวจสอบอาการตามลำดับ ไม่เปลี่ยนโปรแกรม 511 เป็น None Security เพียงเพื่อให้โทรเข้าได้โดยไม่วิเคราะห์สาเหตุ

㉔ วิธีป้องกันการโทรออกสายนอกผ่าน DISA โดยไม่ได้รับอนุญาต

ควรใช้มาตรการหลายส่วนร่วมกัน

1. เปิด Trunk Security หรือ All Security

ไม่ใช้ None Security กับหมายเลขที่เปิดสาธารณะโดยไม่มีมาตรการป้องกันอื่น

2. ใช้รหัส DISA ที่คาดเดายาก

หลีกเลี่ยงเลขเรียง ตัวเลขซ้ำ และรหัสที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลสาธารณะ

3. เปลี่ยนรหัสเป็นระยะ

เปลี่ยนทันทีเมื่อสงสัยว่ารหัสรั่วไหล หรือบุคลากรที่รู้รหัสไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้งานอีกต่อไป

4. จำกัดสิทธิ์โทรออก

ตรวจสอบข้อจำกัดการโทรออกและสิทธิ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบ

5. ตรวจสอบรายการโทร

หากระบบบันทึก Station Message Detail Recording หรือ SMDR ควรตรวจสอบรายการผิดปกติ

6. จำกัดระยะเวลา CO-to-CO Call

ตรวจสอบโปรแกรม 205 เพื่อควบคุมระยะเวลาการเชื่อมต่อระหว่างสองสายนอก

7. ปิดบริการที่ไม่จำเป็น

หากองค์กรไม่ได้ใช้งานการโทรออกผ่าน DISA ควรประเมินมาตรการจำกัดสิทธิ์เพิ่มเติมตามความสามารถของระบบ

㉕ โปรแกรม 205 ช่วยเพิ่มความปลอดภัยอย่างไร?

โปรแกรม 205 หรือ CO-to-CO Line Call Duration ใช้กำหนดระยะเวลาการโทรระหว่างสายนอกสองสายตามฟังก์ชันที่เกี่ยวข้อง

จุดประสงค์

จำกัดระยะเวลาที่สาย CO-to-CO สามารถเชื่อมต่อค้างอยู่

ประโยชน์

หากเกิดการโทรที่ใช้ทรัพยากรสายนอกของบริษัท การกำหนดระยะเวลาเหมาะสมอาจช่วยลดความเสียหายจากสายที่เชื่อมต่อเป็นเวลานาน

ข้อจำกัด

การจำกัดเวลาไม่ได้ทดแทนการตรวจสอบรหัส

แม้จำกัดระยะเวลาการโทรแล้ว บุคคลที่เข้าถึงระบบโดยไม่ได้รับอนุญาตก็อาจพยายามโทรใหม่ได้

จึงต้องใช้ร่วมกับ DISA Security Mode และการจำกัดสิทธิ์อื่น

㉖ การตรวจสอบ SMDR สำคัญอย่างไร?

SMDR หรือ Station Message Detail Recording เป็นข้อมูลรายการโทรศัพท์ที่ระบบรองรับ

สิ่งที่ควรตรวจสอบ

  • ช่วงเวลาที่เกิดรายการโทรผิดปกติ
  • จำนวนครั้งของการโทร
  • ระยะเวลาการสนทนา
  • หมายเลขปลายทางตามข้อมูลที่บันทึกได้
  • การใช้งานนอกเวลาทำการ
  • รายการ CO-to-CO ที่ไม่ตรงกับการใช้งานปกติ

ข้อควรทราบ

คู่มือระบุว่าระบบบันทึกหมายเลขลำดับของ DISA Security Code ที่ใช้ใน SMDR ไม่ใช่ตัวรหัสลับโดยตรง

จึงสามารถใช้ประกอบการตรวจสอบได้ว่ารหัสรายการใดเกี่ยวข้องกับการโทร

คำแนะนำ

ควรเก็บรายการโทรตามความจำเป็นขององค์กรและควบคุมสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลดังกล่าว

㉗ หากสงสัยว่ารหัส DISA รั่วไหลควรทำอย่างไร?

ต้องจัดการอย่างรวดเร็ว โดยไม่เปิดเผยรหัสเดิมแก่ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง

ขั้นตอน

① แจ้งผู้ดูแลตู้สาขา

② ตรวจสอบระดับความปลอดภัยโปรแกรม 511

③ ตรวจสอบรายการรหัสที่กำหนดในโปรแกรม 512

④ เปลี่ยนรหัสที่อาจรั่วไหล

⑤ หากต้องการเพิ่มความยาวรหัส ตรวจสอบผลกระทบของโปรแกรม 530 ก่อน

⑥ ตรวจสอบสิทธิ์บุคลากรที่ได้รับรหัส

⑦ ตรวจสอบรายการโทรผิดปกติ

⑧ ตรวจสอบมาตรการจำกัดสิทธิ์โทรออก

⑨ ทดสอบระบบหลังแก้ไข

ข้อควรระวัง

การเปลี่ยนโปรแกรม 530 จะล้างรหัส DISA ทั้งหมดตามคู่มือ

ต้องเตรียมกำหนดรหัสใหม่ก่อนและแจ้งผู้ใช้งานที่ได้รับอนุญาตอย่างเหมาะสม

㉘ ตัวอย่างตั้งความปลอดภัย DISA สำหรับสำนักงาน

สมมติบริษัทมี

  • CO1 = หมายเลขโทรศัพท์หลัก
  • OGM1 = เสียงต้อนรับ
  • AA 1 = ฝ่ายขาย
  • AA 2 = ฝ่ายบัญชี
  • AA 3 = ฝ่ายบริการ

ความต้องการ

ลูกค้าสามารถกดเลือกแผนกได้ตามปกติ แต่ไม่สามารถใช้สายนอกของบริษัทโทรต่อโดยไม่มีรหัส

ตารางออกแบบ

โปรแกรมค่าเป้าหมาย
414CO1 = DISA OGM1
500With AA
501กำหนดปลายทาง 1–3
511Trunk Security
512กำหนดรหัสเฉพาะผู้ได้รับอนุญาต
530จำนวนหลักตามนโยบายองค์กร
518เสียงตอบรับหลังรหัสตามความเหมาะสม
205จำกัดระยะเวลา CO-to-CO หากใช้งาน

แนวทางทดสอบ

① ทดสอบลูกค้ากด AA 1

② ตรวจสอบฝ่ายขายรับสายได้

③ ทดสอบ AA 2 และ AA 3

④ ตรวจสอบว่าการใช้สายนอกผ่าน DISA ต้องผ่านรหัส

⑤ ทดสอบรหัสที่ถูกต้องโดยผู้ดูแลที่ได้รับอนุญาต

⑥ ตรวจสอบรายการโทรและค่าใช้จ่ายตามความจำเป็น

㉙ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการตั้ง DISA Security

1. เลือก None Security เพื่อให้ลูกค้ากดเมนูได้ง่าย

อาจเปิดความเสี่ยงด้านการใช้สายนอกโดยไม่มีรหัส

2. เลือก All Security โดยไม่ประเมินผลต่อผู้โทร

อาจทำให้ลูกค้าทั่วไปติดต่อหมายเลขภายในไม่ได้ตามขั้นตอนเดิม

3. เปิด Trunk Security แต่ไม่มีรหัสสำหรับผู้ใช้งานที่ได้รับอนุญาต

ทำให้บุคลากรที่ต้องใช้ฟังก์ชันโทรออกผ่าน DISA ไม่สามารถยืนยันสิทธิ์ได้

4. ใช้รหัสที่คาดเดาง่าย

เพิ่มความเสี่ยงจากการรั่วไหลหรือคาดเดารหัส

5. เปลี่ยนจำนวนหลักโปรแกรม 530 โดยไม่เตรียมข้อมูล

ทำให้รหัสทั้งหมดถูกล้าง

6. ไม่ตรวจสอบความปลอดภัยหลังแก้โปรแกรม

อาจไม่พบความผิดพลาดจนเกิดการใช้งานจริง

7. ไม่ตรวจรายการโทร

ทำให้ตรวจพบการใช้งานผิดปกติล่าช้า

8. คิดว่าโปรแกรม 511 ป้องกันทุกความเสี่ยงได้

ยังต้องควบคุมสิทธิ์การโทรออก รหัส และการตั้งค่าอื่นร่วมด้วย

㉚ Checklist ตั้งค่า DISA Security Mode โปรแกรม 511

  • ตรวจสอบ CO Line ที่เปิด DISA
  • ตรวจสอบโปรแกรม 414–416
  • ตรวจสอบค่าโปรแกรม 511 เดิม
  • ระบุว่าต้องการ Trunk หรือ All Security
  • ประเมินผลต่อการรับสายลูกค้าทั่วไป
  • ตรวจสอบรหัส DISA ในโปรแกรม 512
  • ตรวจสอบจำนวนหลักในโปรแกรม 530
  • ตรวจสอบว่ารหัสไม่ซ้ำและคาดเดายาก
  • ตรวจสอบโปรแกรม 518
  • ตรวจสอบสิทธิ์การโทรออก
  • ตรวจสอบโปรแกรม 205 หากใช้ CO-to-CO
  • ทดสอบการโทรภายในผ่าน DISA
  • ทดสอบการปฏิเสธการใช้สายนอกโดยไม่มีรหัส
  • ทดสอบการยืนยันรหัสของผู้ได้รับอนุญาต
  • ตรวจสอบ OGM และเมนู AA
  • ตรวจสอบโปรแกรม 500 และ 501
  • ตรวจสอบการคืน CO Line
  • ตรวจสอบรายการโทรผิดปกติ
  • เก็บรหัสและเอกสารตั้งค่าอย่างปลอดภัย
  • กำหนดผู้รับผิดชอบดูแลรหัส
  • บันทึกผลการทดสอบ
  • เตรียมแผนย้อนกลับหากการรับสายได้รับผลกระทบ

㉛ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรม 511

Panasonic KX-TES824 โปรแกรม 511 คืออะไร?

คือ DISA Security Mode ใช้กำหนดระดับการตรวจสอบรหัสของผู้โทรจากภายนอกที่ใช้ DISA

โปรแกรม 511 มีตัวเลือกอะไรบ้าง?

มี Trunk Security, All Security และ None Security

ค่าเริ่มต้นของโปรแกรม 511 คืออะไร?

ค่าเริ่มต้นจากโรงงานคือ Trunk Security

Trunk Security ใช้ทำอะไร?

กำหนดให้ต้องป้อนรหัส DISA ก่อนใช้สายนอก แต่ไม่ต้องใช้รหัส DISA สำหรับการโทรภายในตามเงื่อนไข

All Security ต่างจาก Trunk Security อย่างไร?

All Security ต้องใช้รหัส DISA ทั้งการโทรภายในและการขอสายนอก ส่วน Trunk Security ต้องใช้รหัสเฉพาะการขอสายนอก

None Security ปลอดภัยหรือไม่?

ไม่เหมาะกับระบบ DISA สาธารณะที่อาจใช้ขอสายนอกได้ เพราะไม่บังคับตรวจสอบรหัส DISA

โปรแกรม 512 คืออะไร?

ใช้กำหนด DISA Security Code สำหรับการยืนยันสิทธิ์

โปรแกรม 530 ใช้ทำอะไร?

ใช้กำหนดจำนวนหลักรหัส DISA ตั้งแต่ 4–10 หลัก โดยการเปลี่ยนค่าจะล้างรหัสที่ตั้งไว้ทั้งหมด

ป้อนรหัสผิดกี่ครั้งระบบจึงตัดสาย?

คู่มือกำหนดว่าหากป้อนรหัส DISA ผิดครบ 3 ครั้ง ระบบจะส่ง Reorder Tone และตัดสาย

จะป้องกันการโทรออกต่างประเทศผ่าน DISA ได้อย่างไร?

ควรใช้ Trunk Security หรือ All Security ร่วมกับรหัสที่ปลอดภัย การจำกัดสิทธิ์โทรออก และการตรวจสอบรายการโทร รวมถึงปิดสิทธิ์ที่ไม่จำเป็นตามการใช้งานจริง

㉜ สรุปวิธีตั้งค่า DISA Security Mode โปรแกรม 511 Panasonic KX-TES824

การตั้งค่า DISA Security Mode โปรแกรม 511 บน Panasonic KX-TES824 เป็นส่วนสำคัญของการรักษาความปลอดภัยระบบโทรศัพท์สำนักงาน โดยเฉพาะการป้องกันบุคคลภายนอกใช้สายนอกของบริษัทโทรออกผ่าน DISA โดยไม่ได้รับอนุญาต

โปรแกรมนี้มีสามตัวเลือก ได้แก่ Trunk Security, All Security และ None Security โดยค่าเริ่มต้นจากโรงงานคือ Trunk Security

Trunk Security เหมาะกับสำนักงานที่ต้องการให้ลูกค้าโทรติดต่อเครื่องภายในได้โดยไม่ต้องมีรหัส แต่บังคับให้ต้องยืนยันสิทธิ์ก่อนใช้สายนอกผ่าน DISA

All Security เหมาะกับระบบที่ต้องการควบคุมทั้งการโทรภายในและการโทรออกสายนอกโดยใช้รหัส DISA

ส่วน None Security ไม่บังคับใช้รหัส จึงควรหลีกเลี่ยงสำหรับระบบที่เปิดรับผู้โทรทั่วไปและมีความสามารถโทรต่อไปยังสายนอก

การตั้งโปรแกรม 511 ต้องพิจารณาร่วมกับโปรแกรม 512 สำหรับรหัส DISA โปรแกรม 530 สำหรับจำนวนหลักรหัส และโปรแกรม 518 สำหรับเสียงตอบรับหลังยืนยันรหัส

ควรใช้รหัสที่คาดเดายาก เก็บรักษาเป็นความลับ เปลี่ยนเมื่อมีเหตุจำเป็น และตรวจสอบรายการโทรผิดปกติอย่างสม่ำเสมอ

ComSiam แนะนำให้ใช้ Trunk Security เป็นพื้นฐานสำหรับสำนักงานทั่วไปที่เปิด DISA ให้ลูกค้าติดต่อแผนกภายใน พร้อมจำกัดสิทธิ์การโทรออกและดูแลรหัสอย่างเข้มงวด เพื่อให้ Panasonic KX-TES824 รองรับการรับสายลูกค้าได้อย่างสะดวก โดยลดความเสี่ยงจากค่าโทรศัพท์ที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้รับอนุญาต

ComSiam Professional Team